‘สืบสานตำนานไหมไทย 2568’ สุดตระการตา มัญจาคีรีจัดใหญ่ ‘ชูผ้าไหม’ และ ‘หมู่บ้านเต่า’

‘สืบสานตำนานไหมไทย 2568’ สุดตระการตา มัญจาคีรีจัดใหญ่ ‘ชูผ้าไหม’ และ ‘หมู่บ้านเต่า’

‘สืบสานตำนานไหมไทย 2568’ สุดตระการตา มัญจาคีรีจัดใหญ่ ‘ชูผ้าไหม’ และ ‘หมู่บ้านเต่า’

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อำเภอมัญจาคีรี จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดม่านงานวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “สืบสานตำนานไหมไทย ของดีเมืองมัญจาคีรี ประจำปี 2568” ตอกย้ำอัตลักษณ์ไหมไทยชื่อก้องโลก พร้อมยกระดับของดีท้องถิ่นสู่สากล ไฮไลท์พิเศษ! คอนเสิร์ตหมอลำสุดมันส์จาก “ก้อย ชาลินี” ศิลปินนางเอกหมอลำชื่อดัง และการเดินแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไหมสุดตระการตา โดยมี วิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 8  พร้อมด้วย คฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน นายอำเภอมัญจาคีรี, สิทธิชัย อินทุประภา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น ร่วมเปิดงาน ณ ที่ว่าการอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น

งานครั้งนี้มีความมุ่งหวังที่จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น โดยโซนภาคอีสานของประเทศไทยมีอัตลักษณ์ความน่าสนใจที่ควรค่าแก่การประชาสัมพันธ์ให้ทั่วทั้งประเทศไทยและต่างประเทศได้รู้จักมากมาย จังหวัดขอนแก่น “ผ้าไหมไทอิสานแห่งอำเภอมัญจาคีรี” ที่มีความสวยงามไม่แพ้ผ้าไหมที่ใดๆ ในโลก และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญและสร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัด นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเปิดบูธของหมู่บ้านเต่า ซึ่งเต่าเพ็กบ้านกอกมีอายุยืนยาวสืบเชื้อสายต่อกันมาพร้อมๆ กับการตั้งหมู่บ้านกอก และบูธสินค้าพื้นเมืองโอท็อปของดีของเมืองขอนแก่น เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น พร้อมกิจกรรมสันทนาการมากมายภายในงาน อาทิ การแสดงรำพื้นบ้านของตำนานเมืองมัญจาคีรี การแสดงดนตรีจากวงท้องถิ่น  และอีกหนึ่งไฮไลท์ คือ “แฟชั่นโชว์ผ้าไหม” ที่รวมเอานางแบบ นายแบบท้องถิ่นและมืออาชีพมาร่วมสวมใส่ผ้าไหมลวดลายดั้งเดิม และดีไซน์ร่วมสมัย สื่อสารถึงความงามและคุณค่าของ “ผ้าไหมมัญจาคีรี” ที่ไม่เคยเสื่อมคลาย ปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินหมอลำ “ก้อย ชาลินี” นางเอกบาร์บี้ขึ้นเวทีสร้างสีสันและความประทับใจให้แฟนๆ ในค่ำคืนพิเศษ พร้อมด้วยการแสดงหมอลำร่วมสมัย ผสมผสานศิลป์พื้นถิ่นกับโชว์แสง สี เสียง สุดล้ำสมัย

TED Youth Startup Championship 2025 ครั้งที่ 4 ภาคกลาง เปิดเวทีประชันไอเดีย เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม

TED Youth Startup Championship 2025 ครั้งที่ 4 ภาคกลาง เปิดเวทีประชันไอเดีย เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม

TED Youth Startup Championship 2025 ครั้งที่ 4 ภาคกลาง เปิดเวทีประชันไอเดีย เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เดินหน้าค้นหาสุดยอดนวัตกรรม สานฝันผู้ประกอบการสู่เส้นทางสตาร์ทอัพ ภายใต้กิจกรรม “TED Youth Startup Championship 2025” เวทีแข่งขันนวัตกรรมของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมที่มาพร้อมไอเดียสุดล้ำพร้อมต่อยอดไอเดียให้เกิดขึ้นจริง! โดยกิจกรรมมาในรูปแบบ Roadshow เดินทางไปจัดกิจกรรมถึง 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค โดยในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภาคกลาง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย  ผู้บริหาร และผู้แทนจาก TED Fellow ภาคกลางให้การต้อนรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

ภายในงาน สาวิตรี กระจ่างศิวาลัย หัวหน้างานพัฒนาธุรกิจ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ TED Fund ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ “TED Fund Journey : How to Support Youth Startups to a Championship?” ต่อด้วยกิจกรรมไฮไลท์กับการนำเสนอโครงการ (Pitching) ของน้องๆ ผู้ประกอบการที่ยื่นขอรับการสนับสนุนทุนในโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) เพื่อชิงสุดยอดนวัตกรรมประจำภูมิภาค จากตัวแทนของแต่ละเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ที่ได้ดำเนินการในปี 2568 จำนวน 14 ทีม โดยมี ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund), ศรัณย์ สุตันติวรคุณ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ บมจ. อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป, ผศ.ดร.รัฐ พิชญางกูร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนวัตกรรมธุรกิจชีวภาพ ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA),ดร.ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ CEO Lean Business Design Thailand, ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SMEs, ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA), มนู มากมณี ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท บราเธอร์แอนด์บราเธอร์ จำกัด และเว็บไซต์ชื่อดัง BOXJOURNEY.COM และ นาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินครั้งนี้

ผลการแข่งขันสุดยอดนวัตกรรม TED Youth Startup Championship 2025 ภาคกลาง ได้มีการจัดแบ่งเป็น 2 Stage โดยผลการแข่งขันของ Stage 1 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม SHA’HAL: แคปซูลน้ำมันเทียนดำสำหรับผู้ที่มีภาวะเบาหวานเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดจาก TED Fellow บริษัท เทสท์บัด จำกัด, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Molly Ally: ไอศกรีมจากพืช เพื่อสุขภาพและรสชาติที่ดีต่อใจ จาก TED Fellow ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม EventLink: ระบบจัดการงานแสดงสินค้าครบวงจร จาก TED Fellow บริษัท ซีนเนอร์ยี่ อินโนเวชั่น จำกัด และรางวัล Popular Vote ทีม Shipnity Max: ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ครบวงจร สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเติบโตจาก TED Fellow ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเจ้าของธุรกิจ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Stage 2ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ทีม Drainmate: นวัตกรรมขวดสุญญากาศทางการแพทย์ จาก TED Fellow ศูนย์ผู้ประกอบการและนวัตกรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม FitUP:  ระบบบริหารจัดการฟิตเนสครบวงจร จาก TED Fellow สำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง, รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม EqWater: ระบบสมาร์ทวอเตอร์ ฟรุ้ตปริ้น จัดการน้ำอัจฉริยะ จัดการง่าย มั่นใจความสะอาดทุกมิติ จาก TED Fellow อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา และรางวัล Popular Vote ทีม AQUAWISE: ระบบวิเคราะห์ติดตามคุณภาพน้ำอัจฉริยะด้วยปัญ ญาประดิษฐ์และข้อมูลจากดาวเทียม จาก TED Fellow บริษัท บินได้ จำกัด จากทีมที่เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 14 ทีม โดยทีมที่ได้รับทั้ง 3 รางวัลนี้ จะได้รับสิทธิ์ Fast-track ในการเข้าไปนำเสนอนวัตกรรมในรอบถัดไป เพื่อชิงทุนมูลค่า 1,500,000 บาท อีกด้วย และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการบรรยายพิเศษ Exclusive Sharing จาก ซีเค เจิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ ฟาสต์เวิร์ก บุคคลผู้ทรงพลังแห่งปี มาร่วมแชร์ประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในหัวข้อ “From Idea to Innovation – Start Small, Dream Big” การบรรยายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ติดตามโครงการและกิจกรรมดีๆ อีกมากมายจากกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ TEDFund ได้ทาง Facebook : TED Fund

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ (ระดับสูง) มุ่งขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมสื่อไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ (ระดับสูง)  มุ่งขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมสื่อไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ (ระดับสูง) มุ่งขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมสื่อไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิดคอร์สมอบประกาศนียบัตรกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ (ระดับสูง) “Lead Senior Executive: นำองค์กรสื่อสู่อนาคตอย่างยั่งยืน”  จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ (ระดับสูง) ให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรและอุตสาหกรรมสื่อไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าบรรดาผู้บริหารสื่อระดับสูงทั้ง 30 คนที่ได้รับการอบรมและผ่านการทำกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกันทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ เป็นเวลา รวม 38 ชั่วโมงจนจบหลักสูตรนั้น จะสามารถยกระดับความรู้และวางแผนเชิงรุกด้วยยุทธศาสตร์ระดับสูง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมบนพื้นฐานจริยธรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกทางวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้พัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้บริหารสื่อมืออาชีพระดับสูงขึ้นมา มีทั้ง LEAD WORKSHOP ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงในการวางแผนยุทธศาสตร์และออกแบบโมเดลธุรกิจด้วยแคนวาส LEAD TALK เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จากผู้บริหารสื่อที่มีความสำเร็จในวงการสื่อที่หลากหลาย และ Networking & Case Studies การเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในวงการสื่อ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำที่มีภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมและสามารถบริหารจัดการองค์กรสื่ออย่างยั่งยืน ทั้งด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ การรักษาจริยธรรม การบริหารจัดการภายใน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ   เป็นการสร้าง ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีจริยธรรม และสามารถบริหารองค์กรสื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการผลิตสื่อ ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์  

สุทธิดา ม่วงรอด ผู้บริหารบริษัทผลิตสื่อจากงานศึกษาวิจัยเชิงวิชาการ หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม กล่าวว่า ที่สนใจสมัครมาร่วมหลักสูตรผู้บริหารสื่อมืออาชีพระดับสูงในครั้งนี้ ก็เพราะ หลังจากสื่อเกิดการดิสรัปชั่น เกิดช่องทางการสื่อสารมากมาย จึงอยากหาแนวทางมาช่วยพัฒนาองค์กรของเราให้ยั่งยืนได้ ซึ่งหลักสูตรนี่นับว่าตอบโจทย์อย่างมาก เพราะมีหลากหลายวิชา ทักษะของวิทยากรที่มาให้ความรู้ ให้แรงบันดาลใจ ทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ สามารถช่วยเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เรานำกลับไปปรับใช้การบริหารองค์กรของเราได้ ทำให้เราสามารถตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับวงการสื่อโลก หลักสูตรนี้ทำให้เราเข้าใจโลกของสื่อมากขึ้น เราไม่ได้มองในฐานะเราเป็นแค่ผู้ผลิตสื่อ แต่เรามองมากกว่านั้นว่าถ้าเราจะพาองค์กรเราให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงยั่งยืน เราจะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะปัจจุบันถ้าเราผลิตสื่อแค่อย่างเดียว เราจะอยู่ไม่ได้ ถ้าเราจะยังทำสื่ออยู่ เราต้องขยับตัวเองไปทำอย่างอื่นที่หลากหลายควบคู่ไปด้วย ปรับตัวเอง และมองหาโอกาสใหม่เสมอ

“ผู้บริหารสื่อระดับสูงที่ดีในปัจจุบัน ส่วนตัวมองว่า ต้องรู้จักมองหาโอกาสใหม่ๆให้ตัวเอง และมอบโอกาสให้กับคนอื่นด้วย คือ ถ้าเรายังอยู่กับที่ไม่มองหาโอกาสใหม่ๆ ชื่อขององค์กรเราก็จะหายไป ต้องรู้จักเปิดตัว รู้จักมองหาเนื้อหาองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมถึง ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ๆเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน เปิดใจรับฟังไอเดียใหม่ๆจากคนรุ่นใหม่  อีกข้อคือ มีความเข้าอกเข้าใจกันในการทำงานร่วมกัน ตนเชื่อว่าจะช่วยได้ในการทำงานสื่อ ถ้อยทีถ้อยอาศัยในการทำงาน ก็จะช่วยลดช่องว่างระหว่างเจเนอเรชั่นได้พอสมควร นอกจากนี้ คนทำงานสื่อ ควรให้ความสำคัญกับเรื่อง Partnership เพราะยุคนี้ทำเองคนเดียวจะเหนื่อยมาก ควรหาพาร์ทเนอร์ที่มาช่วยเสริมจุดเด่นลบจุดด้อยของเรา มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน และในอนาคตอาจจะร่วมกันพัฒนางานของสื่อต่อไปได้ ก็จะช่วยทำให้วงการสื่อไทยเข้มแข็งและยั่งยืนมากขึ้น”   สุทธิดา กล่าว

เนติพิกัติ ตังคไพศาล ผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง กล่าวว่า รู้จักหลักสูตรนี้จากการติดตามกองทุนพัฒนาสื่อฯว่า มีการเปิดหลักสูตรนี้ซึ่งดูแล้วมีประโยชน์กับผู้บริหารสื่อระดับสูง จึงคิดว่าถ้าได้เข้าร่วมคงมีประโยชน์ในการนำความรู้มาใช้กับการทำงานในองค์กร ซึ่งปัจจุบันสื่อมีการดิสรัปชั่นค่อนข้างเยอะ ปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินงานธุรกิจในแต่ละปีก็ค่อนข้างยากขึ้น ดังนั้น การมาเข้าร่วมอบรมหลักสูตรนี้ จึงมีความตั้งใจว่า จะได้พบปะพูดคุยกับคนที่ผลิตสื่อด้วยกันจากหลากหลายแวดวง อย่างน้อย เราจะได้เห็นว่าภูมิทัศน์ หรือ แลนด์สเคปของสื่อแต่ละที่เป็นอย่างไร จะได้นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับองค์กรต่อไป

“ส่วนตัวมองว่า ผู้บริหารสื่อระดับสูงในยุคนี้ ควรยึดติดกับวิธี หรือ แนวทางการดำเนินงานแบบเดิมให้น้อยลง เราต้องปรับตัวเร็วขึ้น ต้องมีเรดาร์ที่เท่าทันต่อสื่อรอบนอก เพื่อจะได้ปรับตัวได้เท่าทัน เพราะทั่วโลกค่อนข้างปรับตัวเร็ว และมีผลต่อสื่อค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญ คือ เราต้องรู้ให้เท่าทันว่าตอนนี้โลกดำเนินไปในทิศทางไหน มีผลปัจจัยแวดล้อมต่อวิธีการทำงานของเราอย่างไร แน่นอนว่า เราต้องปรับตัว ทั้งปรับตัวเอง จะทำงานแบบเดิมไม่ได้ ขณะเดียวกัน เราต้องนำสิ่งที่เราปรับให้กับองค์กรได้ปรับตัว ไม่เช่นนั้นนอกจากเราจะตามไม่ทัน คนในองค์กรก็จะตามไม่ทันด้วยเช่นกัน  ก็จะยิ่งทำให้เราแข่งขันกับโลก หรือ ธุรกิจได้ยากขึ้น”    ผู้บริหารสื่อสายงานเทคโนโลยี กล่าวเสริม 

เนติพิกัติ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหยิบยกมาพูดคุยในการอบรมครั้งนี้ คือ บทบาทของสื่อที่จะมีผลต่อโลกในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งสิ่งที่เราได้เป็นผลลัพธ์ออกมา คือ การสร้าง Trust Economy ให้เกิดขึ้นในสังคม ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพื่อจะได้เป็นภูมิต้านทานต่อกระแสไวรัลดราม่าและสร้างทิศทางใหม่ให้กับองค์กรสื่อในอนาคตได้

คุณแหน : 10 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 10 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 10 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแล้ว เมื่อเร็วๆนี้…

ll ยินดีอีกเรื่องกับ น.พ.อาณัติ พ.ญ. นาตยา อุดมศักดิ์ แห่งโรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ ได้รับมอบประกาศนียบัตรการรับรองมาตรฐานสากลจาก AACI …

ll Thai PBS ต้อนรับสมาชิกใหม่กับอีก 1 บทบาทของ “นิ้วกลม” เอ๋ -สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ซึ่งมาเป็นพิธีกรในรายการ ” Made My Day วันนี้ดีที่สุด” พื้นที่สร้างพลังใจให้ทุกคนพบวันที่ดี แขกรับเชิญตอนแรก คุณ ซีเค เจิง ซีอีโอของ Fastwork …ใครอยากเริ่มวันดี ๆ ด้วยรอยยิ้มและแรงบันดาลใจ… ห้ามพลาดนะคะ เริ่ม 12 พ.ค. เวลา 21.30 น. ทาง ThaiPBS ช่องหมายเลข3 รับชมย้อนหลัง www.thaipbs.or.th / Made My Day …

ll ในที่สุดลูกแฝดชายหญิงของ อรุณศรี รัตนพันธุ์ ก็มาอยู่ด้วยกันที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในเทอมใหม่นี้แล้ว สร้างความสบายกาย-สบายใจให้คุณแม่อรุณศรี ได้มารับส่งพร้อมกันทีเดียว ไม่ต้องตระเวนไปหลายแห่งเหมือนแต่ก่อน…

ll ชวนปลื้ม บุนนาค ไปเที่ยวจีน 2 ครั้ง 2 คราในเวลาใกล้เคียงกัน จึงมีภาพสวยๆมาให้เพื่อนๆได้ร่วมชื่นชมอย่างทั่วถึง…

ll น่าทึ่งมาก เมื่อทราบข่าวว่า “คร๊าฟท์” หลานชายของคุณปู่ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา วัย 2 ขวบครึ่ง รู้จักทำงานบ้านเองแล้ว ไม่ว่าจะกวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ ล้างชาม ทำครัวฯลฯ…เก่งจริงๆเลยนะ ตัวแค่เนียะ…

ll ธรรศ ลูกชายของ อุษา พิพิธโภคา ร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่เปิดบริษัทสร้างบ้านสำเร็จรูป Mood Living ว่ากันว่า บ้านสวย ฝีมือดี ออกแบบได้ตามใจเจ้าของบ้าน ใช้วัสดุอย่างเลิศ เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นนั่นเทียว…

ll เพิ่งกลับจากไปทำบายพาสหัวใจมาหมาดๆ เจ้าของโรงแรม Loft Bangkok Hotel ประตูน้ำ ณรงค์ชัย ศิริวิวัฒน์เจริญ ผู้ทำการกุศลสนับสนุนสตรีไทยมาตลอดมา สำหรับปีนี้ ​ Loft Bangkok​ Hotel เป็นสปอนเซอร์ให้​ Miss Universe เป็นปีแรก​ ให้ จังหวัดชัยนาท​ และอ่างทอง​ รวม​ 2 จังหวัด​เก็บตัวในวันที่​ 22,23,24 มิ.ย.​68 และสปอนเซอร์​ 3 จังหวัด​คือ​ สุโขทัย​ สุรินทร์​ และนครศรีธรรมราชในวันที่​2,3,และ​4 พ.ย.68…

ll เพราะมีภารกิจพาหลานๆไปเที่ยวนครนายก ทำให้ สุทธิกา วิเชียรพันธ์ุ ทิ้งให้ พล.อ. อภิชัย วารุณประภา อยู่โยงเฝ้าบ้านตามลำพังชั่วขณะหนึ่ง โดยฝ่ายหลังจะตามไปแจมด้วยที่หาดเจ้าสำราญ เพชรบุรีในเวลาต่อมา…

ll ข้อเขียนครั้งก่อนว่าด้วยนามสกุลของ อุทุมพร โอสถานนท์ ผิดไป ขออภัยมา ณ ที่นี้…แต่ที่ถูกต้องแน่นอนคือ ครัวนวลน้อย ของเธอ มีข้าวแช่จำหน่าย ในเดือนพ.ค.นี้ทุกวันจันทร์กับวันอาทิตย์ …ญาติสนิทมิตรรักไปลิ้มชิมรสได้ตามวันดังกล่าว…

ll คนไทยเคยชินกับการมีถังขยะทุกถนน แต่เมื่อได้ไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น จึงไม่คุ้นกับการไม่สามารถหาที่ทิ้งขยะได้ในสถานที่สาธารณะ ต้องเก็บขยะส่วนตัวใส่ถุงไปทิ้งที่โรงแรม …เบื้องหลังทราบมาว่าเหตุผลหนึ่งก็คือ เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวมเป็นสำคัญ…

ll หลังเทศกาลสงกรานต์ผ่านมา คนไทยจำนวนมากป่วยเป็นโควิดและไข้หวัดใหญ่กันระนาว…ทำให้เกิดปฏิบัติการป้องกันมิให้ติดเชื้อโรคเหล่านั้น ด้วยการรณรงค์ ให้ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ พกเจลแอลกอฮอล์ และสวมแมสยามออกจากบ้านไปไหนมาไหน …ขอให้อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนค่ะ !!…


บารอนเนส

‘เนท My Mate Nate’แจ้งข่าวร้าย ป่วยเป็นมะเร็ง บอกพฤติกรรมไว้เตือนภัย

'เนท My Mate Nate'แจ้งข่าวร้าย ป่วยเป็นมะเร็ง บอกพฤติกรรมไว้เตือนภัย

‘เนท My Mate Nate’แจ้งข่าวร้าย ป่วยเป็นมะเร็ง บอกพฤติกรรมไว้เตือนภัย

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

เนท My Mate Nate โพสต์ภาพผ่านสตอรี่พร้อมเผยอาการสุดช็อคให้แฟนๆได้รับทราบว่า ขณะนี้กำลังเข้าโรงพยาบาล เพื่อรักษามะเร็งผิวหนัง พร้อมทั้งยังเตือนด้วยว่า “ผมเป็นเด็กไม่ดี ไม่ยอมทาครีมกันแดด ต้องผ่าตัดสามจุดออก อย่าเล่นเรื่องผิวมะเร็งผิว มันอันตรายมาก” 

อัปเดตอาการ’ด้งเด้ง’ ผ่าตัดด้วยดี-งดเยี่ยม อยู่ในความดูแลแพทย์ใกล้ชิด

อัปเดตอาการ'ด้งเด้ง' ผ่าตัดด้วยดี-งดเยี่ยม อยู่ในความดูแลแพทย์ใกล้ชิด

อัปเดตอาการ’ด้งเด้ง’ ผ่าตัดด้วยดี-งดเยี่ยม อยู่ในความดูแลแพทย์ใกล้ชิด

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

ภรรยาแจ้งอาการล่าสุด ‘ด้งเด้ง’ ผ่าตัดไปด้วยดี งดสื่อ-แฟนคลับเข้าเยี่ยม หวั่นรบกวนการรักษา ขอบคุณทุกกำลังใจ

10 พฤษภาคม 2568 จากกรณี ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘จ่าลอด’ นักแสดงชื่อดังในไทบ้านเดอะซีรีส์ โดยประสบอุบัติเหตุรถเสียหลัก มอเตอร์เวย์ M6 กม.155 สระบุรี พื้นที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ลอด ออนเดอะร็อค โดยภรรยาของด้งเด้งอัปเดตอาการล่าสุด (10 พ.ค.68) ว่า 

แจ้งอัปเดตอาการ “ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร” 

ตอนนี้ผ่าตัดไปได้ด้วยดีและยังอยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิด ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่มีการเปิดให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากไม่อยากให้รบกวนการดูแลของคุณหมอและญาติ

ขอความกรุณาทางสื่อข่าวและแฟนคลับบางกลุ่ม (งดเข้าสัมภาษณ์และเข้าเยี่ยมด้งเด้งในช่วงนี้) เนื่องจากสภาพจิตใจครอบครัวยังอยู่ในความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

หากมีการอัปเดตอาการป่วยและเปิดเข้าเยี่ยมได้ จะแจ้งอัปเดตอีกครั้งผ่านเฟสบุ๊ค Jenjira Jamroonphomg (ภรรยาด้งเด้ง) 

ขอบคุณทุกความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งมาให้ด้งเด้งและครอบครัว พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

ขณะที่ “กี้ เจนจิรา” ภรรยา โพสต์ภาพล่าสุดของด้งเด้งขณะอยู่ในการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมข้อความว่า “ปะป๊าโครตเก่ง”

ขุดวีรกรรมแร็ปเปอร์ดัง’อาซีเลีย แบงค์ส’ โพสต์เหยียดตั้งแต่’ดาราฮอลลีวูด’ลามยันวงการ’เคป็อป’

ขุดวีรกรรมแร็ปเปอร์ดัง'อาซีเลีย แบงค์ส' โพสต์เหยียดตั้งแต่'ดาราฮอลลีวูด'ลามยันวงการ'เคป็อป'

ขุดวีรกรรมแร็ปเปอร์ดัง’อาซีเลีย แบงค์ส’ โพสต์เหยียดตั้งแต่’ดาราฮอลลีวูด’ลามยันวงการ’เคป็อป’

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

10 พฤษภาคม 2568 หลังจากที่ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ (Azealia Banks) แรปเปอร์และนักร้องชาวสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์รูป ‘ลิซ่า’ ผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลส่วนตัว พร้อมข้อความเต็มไปด้วยเฮทสปีช ว่า’ลิซ่า’เหมือนกะเทยจากประเทศไทย จนทำให้แฟนคลับลิซ่า รวมถึงคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ถล่มเธอกันเป็นจำนวนมาก และตำหนิ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ถึงการแสดงความคิดเห็นแบบนี้เป็นการดูถูกเชื้อชาติอย่างตั้งใจ ต่อมาเรื่องลุกลามอีกครั้งเมื่อ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ โพสต์เหยียดยันห้องน้ำของประเทศไทย

ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปทางช่องทาง X ส่วนตัวของเธอพบว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโพสต์ ซึ่งชาวเน็ตมีการขุดคุ้ยพฤติกรรมว่า ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เธอก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นแบบรุนแรง  โดยข้อมูลพบว่า ที่ผ่านมา  ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เคยมีกรณีวิวาทะกับคนดังหลายราย 

‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เคยวิจารณ์ ‘อิกกี อาชาเลีย’ ในเรื่องการนำวัฒนธรรมของคนผิวสีไปใช้โดยไม่ให้ความสำคัญ กับประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับชุมชนคนผิวดำในอเมริกา อีกทั้ง ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เคยใช้ถ้อยคำดูหมิ่น ‘เปเรช ฮิลตัน’ บล็อกเกอร์ชื่อดัง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและถูกองค์กร GLAAD ประณาม ต่อมา ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เคยกล่าวหา เซน มาลิก (Zayn Malk) ว่าลอกเลียนแบบสไตล์ของเธอ พร้อมใช้คำพูดที่สื่อถึงการเหยียดเชื้อชาติของเขา จนเป็นเหตุให้บัญชี X (ทวิตเตอร์) ของเธอถูกระงับในปี 2016 

จากการเปิดศึกในครั้งนั้นส่งผลให้เทศกาลดนตรี Rinse Born & Bred ในกรุงลอนดอนถอดชื่อของ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ ออกจากไลน์อัพในทันที รวมถึงงานต่างๆ และโปรดิวเซอร์ต่างก็พากันถอนตัวที่จะร่วมงานกับเธอ แฟนๆ หลายคนเลิกสนับสนุน แม้ว่าแรปเปอร์สาวผู้นี้จะได้รับการยอมรับเรื่องพรสวรรค์ด้านดนตรีและการแร็ปอย่างมากก็ตาม

ผลจากการโดนแบนไม่ได้ทำให้ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ สลดหรือรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตัวเองแต่อย่างใด กลับกันยิ่งกระทำมากขึ้น รวมถึงการหันกลับมาวิพากษ์วิจารณ์อุตสาหกรรมและไอดอลเค-ป็อป โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงและเหยียดอย่างชัดเจน

โดยเธอเคยโพสต์ว่า “ฉันเกลียด เค-ป็อป จริงๆ มันแฝงการส่งเสริมเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และการท่องเที่ยวทางเพศกับเด็กอยู่เต็มไปหมด ศิลปินชายในเค-ป็อปต่างก็เลียนแบบไมเคิล แจ็คสัน อย่างหน้าไม่อาย ฉันก็ไม่อินกับสิ่งนี้จริงๆ ฉันไม่ชอบการที่วัฒนธรรมนี้ส่งเสริมการมองเด็กเอเชียเป็นวัตถุทางเพศให้กับชาวอเมริกัน มันค่อนข้างน่ารังเกียจ!!”

“ยังมีศิลปินอเมริกันโง่ๆ บางคน ที่ไปช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับศิลปิน เค-ป็อป และ เจ-ป็อปพวกนั้น มันน่าขายหน้ามาก มันชัดเจนอยู่แล้วว่าทำไมฮิปฮอปอเมริกันถึงไม่สนใจพวกนั้น และก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว” ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เคยกล่าวไว้ ซึ่งสะท้อนชัดถึงทัศนคติที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังในเชื้อชาติที่มีต่ออุตสาหกรรมเค-ป็อป

รวมถึงเคยแซะ ‘จองกุก’ แห่งวง BTS  ด้วยถ้อยคำอย่างรุนแรงว่า ไอดอลเกาหลีเป็นเพียงกลุ่ม twerkin twinks หรือเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ เหยียดรูปลักษณ์และสไตล์ของศิลปินเกาหลีว่าเป็น Fruity K-Pop Weirdos โจมตีสไตล์การเต้นว่าพยายามเลียนแบบท่าเต้นของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเหล่าอาร์มี่ทั่วโลก (ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) ต่างพากันสาปส่ง’อาซีเลีย แบงค์ส’ อย่างหนัก

นักแสดงชื่อดังอย่าง ‘รัสเซล โครว์’ ก็ไม่รอด เธอโดนกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายและใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติกับเธอในงานปาร์ตี้ของ RZA สมาชิกวง Wu-Tang Clanอย่างไรก็ตาม RZA ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว 

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ‘ลิซ่า’ โดนเฮทสปีชของ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ เธอเคยออกมาวิจารณ์โชว์ของ ‘ลิซ่า’ ใน Coachella ใช้ถ้อยคำรุนแรง ว่า “Deport this b*tch” และตั้งคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่า

หลังจากที่อัลบัม Alter Ego ของ ‘ลิซ่า’ ถูกปล่อยออกมาได้มีชาวเน็ตถามความคิดเห็นของว่า “คิดอย่างไรกับอัลบัมใหม่ของลิซ่า?” ซึ่งเธอได้ตอบกลับว่า “ฉันไม่ฟังเค-ป็อป” พร้อมแสดงความเห็นเกลียดชัง เค-ป็อป ว่าเป็น “ซุปตาร์ขยะ” ที่เลียนแบบเพลงอเมริกันในเวอร์ชันห่วยแตกอีกด้วย และล่าสุดทำเอาทัวร์ลงสนั่นทั่วโลกเมื่อ ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ ออกมาวิจารณ์ ศิลปินชื่อดัง ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ว่าเธอเหมือนกระเทยที่มาจากประเทศไทย

พร้อมทั้ง ‘อาซีเลีย แบงค์ส’ ยังออกมาแสดงความคิดเห็นอีกว่า “เป็นไปได้ยังไงที่ เค-ป็อป ขยะพวกนี้ได้รับความรักมากมายจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในยุโรปที่ขึ้นชื่อว่าเหยียดผิว มากกว่าศิลปินฮิปฮอปที่แสดงความชื่นชแบที่มีต่อแบรนด์ และกระตุ้นยอดขาย ทำให้พวกเขาเป็นอมตะในเพลงตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกศิลปินเคป๊อปเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำเพลงฮิปฮอปอเมริกันในเวอร์ชันที่ห่วยแตก พวกเขาไม่เข้าใจเลยเหรอว่า อิทธิพลมันเริ่มต้นและสิ้นสุดที่คนผิวดำในอเมริกา”

“แฟชั่น + ยุโรป ที่มีแพ็คเกจร่วมกันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากอิทธิพลของเอเชียที่เพิ่มขึ้นในวัฒนธรรม และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ยุคสมัยหนึ่งใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว และแฟชั่น + ความงามของยุโรปกำลังพ่ายแพ้ในสงครามวัฒนธรรมจริงๆ”

จบที่ศาลดีที่สุด! ‘หนุ่ม กรรชัย’ตอบชัดปมฟ้อง’นักร้องสาว’ หากอยากเคลียร์ก็ยินดี

จบที่ศาลดีที่สุด! 'หนุ่ม กรรชัย'ตอบชัดปมฟ้อง'นักร้องสาว'  หากอยากเคลียร์ก็ยินดี

จบที่ศาลดีที่สุด! ‘หนุ่ม กรรชัย’ตอบชัดปมฟ้อง’นักร้องสาว’ หากอยากเคลียร์ก็ยินดี

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.30 น.

10 พฤษภาคม 2568 จากกรณีที่ผู้สื่อข่าว-พิธีกรชื่อดัง ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย ได้โพสต์หมายศาลคำฟ้องผู้ล้ำเส้นและบิดเบือนข้อเท็จจริง ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจฟ้อง เพราะก่อนหน้านี้อะลุ่มอะล่วยผ่านได้?

‘หนุ่ม กรรชัย’ กล่าวว่า คือถ้าเกิดว่าตามดูตัวพี่จริงๆ พี่เป็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะไปฟ้องร้องใครหรือไปอะไรกับใคร โดยเฉพาะคนในวงการด้วยกัน จริงๆ แล้วพี่ไม่อยากจะไปยุ่ง อยากจะไปฟ้อง อยากจะไปมีปัญหาอะไรด้วย เพราะว่าก็เข้าใจในบริบทการทำงานหรือความเข้าใจผิดกันได้ พอมาเป็นอันนี้ พี่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องบางเรื่องที่ดูไม่เหมาะหรือดูไม่ควร และดูเป็นเรื่องของการเข้าใจในบางเรื่องไปเองนะครับ

แล้วพี่เองก็พยายามชี้แจง พยายามพูดไปแล้วหลายครั้ง แต่มันก็ไม่จบสักที พี่ก็เลยรู้สึกว่า พี่ควรจะต้องมีใครสักคนหนึ่งที่มาเป็นคนกลางในการบอกแล้วกันว่าจะต้องเอายังไงกันต่อไป พี่ก็คิดว่าน่าจะเป็นศาลน่าจะดีที่สุด เท่านั้นละครับ

ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการคุยกับคนดูแลเขาไปแล้วด้วย?

“ใช่ครับ แต่ก็อย่างว่า คือพี่ก็ไม่รู้แมสเสจที่เราส่งไป ในคำพูดของเรา การสื่อสารเนี่ยมันจะไปถึงอีกฝั่งหนึ่งยังไง แต่เจตนาเราไม่มีเจตนาร้ายเลยตั้งแต่แรก เพราะว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้พูดถึงบุคคลบุคคลหนึ่งอยู่แล้ว แต่เขากลับมาคิดว่าเราเป็นอย่างนั้นรึเปล่า อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ 1. มันไม่ได้มีการขอโทษนะครับ 2. พี่ไม่ได้มีการไปบังคับขู่เข็ญใครให้ไปทำอะไรแบบไหน หรือไปบังคับข่มขู่ใครให้ทำแบบไหน ซึ่งพี่ว่าคำพูดเหล่านี้มันดูเป็นการกล่าวหาพี่ไปนิดนึงนะครับ”

จุดไหนที่พี่หนุ่มรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มันแค่การสื่อสารผิดพลาด?

“จริงๆ เรื่องพวกนี้มันคุยกันได้หมดนะครับ เพราะว่าตัวพี่เอง พี่ก็เป็นคนที่ชอบไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว ถ้าสังเกตได้จากในรายการ พี่ก็พยายามให้คนได้ไกล่เกลี่ยกัน เพราะว่าทุกวันนี้เอาตรงๆ คือศาลท่านเหนื่อยมากแล้วแหละ ท่านก็มีคดีเยอะแยะมากมาย ถ้ามันจบกันได้ก็จบกันไป แต่ว่าไม่คิดเหมือนกันว่าจากคนที่พยายามไกล่เกลี่ยในรายการ กลับกลายเป็นตัวเองที่ต้องเอาเรื่องไปให้ศาลท่านเหนื่อย แต่ก็มันหลีกไม่ได้ ก็ไม่รู้จะทำยังไงครับ”

ที่ฟ้องไปแล้วเขามีติดต่อมาไหม?

“ไม่อ่ะครับ เราก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกัน ก็คงไปพูดตามกระบวนการเท่านั้นเอง เดี๋ยวก็ต้องไปดูที่ศาล ศาลท่านก็อาจจะมีการเรียกไปไกล่เกลี่ย ไปคุยอะไรกัน ก็เดี๋ยวก็ว่าไปตามนั้น ก็เดี๋ยวไปดูว่าอะไรยังไง แต่ถ้าเกิดว่ามันจบกันไม่ได้ เดี๋ยวก็ว่าไปตามกระบวนการครับ”

มีโอกาสไหม ถ้าเกิดว่าจะคุยกันหลังไมค์ ขอเจรจา?

“คือตัวพี่ ด้วยอายุของตัวพี่เอง พี่ก็ถือว่าพี่เป็นรุ่นพี่นะครับ เพราะฉะนั้นอันไหนที่รุ่นน้องอยากจะคุยกับพี่ พี่ก็ยินดีนะครับ เพราะพี่เองก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนไม่มีเหตุผล คือเรื่องพวกนี้มันคุยกันได้หมด มันเป็นเรื่องอย่างที่บอกอ่ะ มันไม่มีอะไรเลย เพียงแต่ว่าต้องมาคุยกัน มาปรับความเข้าใจกัน มาดูข้อเท็จจริงกันเท่านั้นเองครับ คือไม่ได้มีอะไรเลย”

และเขาฟ้องกลับไหม?

“นั่นเป็นสิทธิ์ของเขานะครับ”

ศาลให้ไกล่เกลี่ยก่อน อย่างน้อยเราก็ทำได้?

“ก็ทำได้ คือคดีนี้พี่ว่าไกล่เกลี่ยกันได้คุยกันได้ ถ้าเกิดว่าคิดว่าจะไม่ไกล่เกลี่ย ก็ไปต่อได้ ก็ไปดูให้มันสุดทางว่าจะเป็นยังไงครับ เพียงแต่ว่าพี่ต้องปกป้องสิทธิของพี่ในคำพูดบางคำ เพราะว่าเวลาไปขึ้นศาลมันไม่ได้หมายความว่าเอาเรื่องทั้งหมด บริบททั้งหมดมารวมกันนะ คือเป็นคำพูดบางคำที่มันเป็นการหมิ่นประมาท กล่าวหาเรารึเปล่า หรือละเมิดเรารึเปล่าเท่านั้นเอง”

อันนี้คือคำพูดที่เขาโพสต์หรือที่เขาแคป?

“คำพูดที่เขาโพสต์”

ที่เขาเอาคำพูดคนอื่นมาลงด้วย?

“มันเป็นเรื่องราวของการประกอบกันมากกว่าว่าในสิ่งที่เขาพูดมันคือการยืนยันว่าคือตัวเอง”

ได้มีการคุยกับผู้จัดการคนนั้นต่อไหม?

“ยังครับ ก็คือเท่านี้ แต่ก็เชื่อถ้าเกิดว่ามันไปถึงตรงจุดนั้น ก็คงมีหมายศาลไปเรียกเขามาอยู่แล้ว เชื่อว่าส่วนหนึ่งคนกลางเองก็อาจจะลำบากใจ ถ้าเกิดว่าต้องไปเป็นพยานในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง น่าจะให้ศาลออกหมายเรียกมา และพูดข้อเท็จจริงแบบกลางๆ ที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างต้องประกอบกันหมดครับ”

‘เจ้านายชื่อกรรมเก่า’กับการโคจรมาเจอกันของ ‘ไมค์ ภิรมย์พร’ และ ‘มนต์แคน แก่นคูน’

‘เจ้านายชื่อกรรมเก่า’กับการโคจรมาเจอกันของ ‘ไมค์ ภิรมย์พร’ และ ‘มนต์แคน แก่นคูน’

‘เจ้านายชื่อกรรมเก่า’กับการโคจรมาเจอกันของ ‘ไมค์ ภิรมย์พร’ และ ‘มนต์แคน แก่นคูน’

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ให้คิดสาว่า เจ้านายเฮาคือกรรมเก่า ให้คิดสาว่า มาใช้หนี้เขาซาตินี้ ท่องคำว่าทนในทุกนาที เอามาเป็นยากันความแพ้” เชื่อว่าแฟนเพลงผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ต่างตั้งตารอคอยการมาเจอกันของศิลปินลูกทุ่งระดับตำนานคู่นี้ “ไมค์ ภิรมย์พร” และ “มนต์แคน แก่นคูน” ครั้งแรก! กับบทเพลงของคนสู้ชีวิต “เจ้านายชื่อกรรมเก่า” เพลงที่ให้กำลังใจผู้ใช้แรงงาน พร้อมคำนิยามที่ว่า “ชีวิตมันไม่ง่าย แต่ถ้าเรายังหายใจ ก็ต้องสู้ต่อไป” ควบคุมการผลิตผลงานเพลงโดย ครูสลา คุณวุฒิ โปรดิวเซอร์และแต่งเพลง / เรียบเรียงดนตรีโดย จินนี่ ภูไท

สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลง เจ้านายชื่อกรรมเก่า สะท้อนเรื่องราวของแรงงาน อย่าง “บักเชียง” พระเอกตัวแทนของคนใช้แรงงาน เป็นลูกจ้างที่หาเช้ากินค่ำ อดทนกับความเหนื่อยล้า เพื่อทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และแน่นอนว่าทั้งสองศิลปินก็ร่วมแสดงด้วย โดย “ไมค์ ภิรมย์พร” รับบท พ่อค้าลอตเตอรี่ หวังให้โชคกับคนอื่น ทั้งที่ตัวเองยังต้องพึ่งโชคชะตาไม่ต่างกัน ส่วน “มนต์แคน แก่นคูน” รับบท พ่อค้าขายกับข้าว ขี่มอเตอร์ไซค์พุ่มพวง ขายของกิน ของใช้ หาเลี้ยงชีพแบบพอประทัง สามารถเข้าไปฟังและชม MV เพลง เจ้านายชื่อกรรมเก่า กันได้แล้ว วันนี้! ทางช่อง YouTube : GRAMMY GOLD OFFICIAL และในทุกช่องทางการรับฟังเพลง

ไมค์ ภิรมย์พร กล่าวว่า โปรเจกต์พิเศษเพลง เจ้านายชื่อกรรมเก่า ถือว่าพิเศษมากๆ ถ่ายทอดเรื่องราวคนแรงงาน คนสู้ชีวิตได้ชัดเจน ทั้งเนื้อหาเพลงและเรื่องราวในมิวสิกวิดีโอ ส่วนภาคดนตรีจะเป็นแนวร็อกอีสานหนักแน่น ซึ่งทำให้เพลงนี้มีความทันสมัยและเข้าถึงคนฟังเพลงได้มากขึ้นด้วย หวังว่าเพลง เจ้านายชื่อกรรมเก่า จะสามารถเป็นยากันความแพ้ที่ดี บนเส้นทางของนักสู้ชีวิตได้ ในทุกๆวันของทุกๆคนนะครับ สู้ๆครับ”

มนต์แคน แก่นคูน กล่าวว่า เจ้านายชื่อกรรมเก่า เป็นการร่วมงานเพลงคู่กันครั้งแรกของผมและพี่ไมค์ นอกจากจะร้องเพลงคู่กันแล้ว เรายังร่วมแสดงเอ็มวีในเพลงนี้ด้วย พี่ไมค์ รับบท พ่อค้าลอตเตอรี่ ส่วนผม มนต์แคน รับบท พ่อค้าขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขายกับข้าว ซึ่งก็นานมากแล้วที่เข้าฉากจริงจังขนาดนี้  อยากให้ทุกคนได้ชม MV เจ้านายชื่อกรรมเก่า กันนะครับ เชื่อว่าหลายๆคนที่กำลังพบเจอกับปัญหาในชีวิตอยู่ น่าจะมีแรงฮึดสู้ขึ้นได้ไม่มากก็น้อย ขอเป็นกำลังใจให้ครับ”

ปล่อยรัว 3 เพลงติด ‘loserpop’ กับเพลงรักคอมโบเซ็ท

ปล่อยรัว 3 เพลงติด ‘loserpop’ กับเพลงรักคอมโบเซ็ท

ปล่อยรัว 3 เพลงติด ‘loserpop’ กับเพลงรักคอมโบเซ็ท

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 loserpop” ศิลปินรุ่นใหม่ขวัญใจชาวลูซเซอร์ ภายใต้การดูแลของค่าย What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของเพลงอกหักไวรัล เคย”, “ทางที่ดี”, “ช่อดอกไม้”, “อีกครั้ง” และอัลบั้ม “Happysad” และปี 2025 “loserpop” กลับมาปล่อยเพลงใหม่รัว ๆ 3 เพลงรวด กับจุดเริ่มต้นและบทสรุปความสัมพันธ์ โดยพรีเซนต์ผ่านมิวสิควิดีโอ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองติดตาม และในครั้งนี้ ทั้ง 6 สมาชิก ไม่ได้มาเล่น ๆ เรียกได้ว่าคัดสรรเพลงดีคุณภาพ ที่ตั้งใจทำออกมาให้ชาวลูเซอร์ได้ฟังกัน

เริ่มต้นเพลงแรก อย่าง รถมันติด (Romantic)” ที่จะทำให้ตลอดทางของคนฟังไม่เหงาอีกต่อไป โดยเพลงนี้มาพร้อมกับโมเมนต์หวาน ๆ ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ให้พวกเขา “loserpop” แต่งเพลงนี้ขึ้นมา ถ้าพูดถึงคำว่า ‘รถติด’  ปัญหาที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน หลายคนคงนึกถึงบรรยากาศชวนโมโห สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ไม่สบอารมณ์  แต่ “loserpop” จะสยบความวุ่นวายเหล่านี้ ด้วยเพลง รถมันติด (Romantic) ลองคิดดูว่า ถ้าหากเราต้องรถติดอยู่กับใครสักคน เราจะไม่ต้องเจอกับความน่าหงุดหงิดลำพัง รวมถึงเราจะได้ใช้เวลาอยู่กับคน ๆ นั้น นานมากขึ้น ซึ่งเรื่องราวดี ๆ เหล่านั้นก็ได้เปลี่ยนจุดหมายของวัน ไม่ใช่ ‘สถานที่’ แต่เป็น ‘เธอ’ ที่อยู่ข้าง ๆ กัน เรียกได้ว่าเพลงนี้ สร้างไวบ์ดี ๆ ตามเนื้อเพลง รถมันติดแบบนี้ ก็โรแมนติกอยู่ดี

และตามมาติด ๆ กับเพลง อุบัติเหตุ (Love Accident)” เพลงแอบรักคนมีเจ้าของ เรื่องได้ว่าเป็นอุบัติเหตุทางความสัมพันธ์ขั้นร้ายแรงที่ดันไปตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรัก พอรู้ว่าความจริงว่าเขามีเจ้าของแล้ว เหมือนกับโดนรถเข้ามาชนเต็ม ๆ กลางหัวใจ  โดยหลังจากปล่อยเพลงนี้ไป ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ  มาพร้อมท่อนฮุคแอบเจ็บถึงกับช้ำในได้เลย อุบัติเหตุ คือเธอไม่รัก ผู้บาดเจ็บมีอาการเข้าขั้น อกหัก ช่วยส่งคนมารับที รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่

หลังจากเพลงรัก อกหัก ดนตรีสนุก ๆ “loserpop” ก็วนกลับมาบรรจบที่คอมโบเซ็ทเพลงสุดท้าย “44°” องศาที่เต็มไปด้วยความรักและคิดถึง เพลงนี้ แบงค์ (ร้องนำ)” ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากเหตุการณ์ที่เขาที่สูญเสียคุณพ่อ  และเมื่อปรับเป็นมุมมองของความสัมพันธ์ในแบบคู่รัก เพลงนี้ก็ได้บรรยายทุกความรู้สึกผ่านเนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมา อบอวลไปด้วยการจากลาแบบไม่มีวันย้อนคืน  ถึงแม้อุณหภูมิจะสูงถึง “44°” แต่ก็ไม่ได้ทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นได้เท่าอ้อมกอดเธออีกแล้ว