Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์

Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์

8 พ.ค. 2568 17:00 น.

Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์

มวลความสุขของแฟนเพลงที่ประเทศไทยพุ่งสุดขีด ซูเปอร์สตาร์นักร้องจากญี่ปุ่น Ado (อาโดะ) กลับมาสร้างความประทับใจผ่านเสียงเพลงให้ตราตรึงใจอีกครั้ง ในคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “Ado WORLD TOUR 2025 “Hibana” Powered by Crunchyroll in BANGKOK” จัดโดย AEG Presents Asia และ iMe Thailand เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6

ถึงแม้ผู้ชมจะไม่เคยได้เห็นหน้า Ado แต่ตัวตนอันลึกลับ และน้ำเสียงทรงพลังสะกดใจทำให้แฟนคลับหลงรักอย่างเหนียวแน่น ตอกย้ำด้วยกระแสตอบรับที่ดีอย่างมากกับคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยในครั้งนี้ เพราะเพียงแค่ Show Open Stage ก็ทำเอาแฟนคลับทุกพื้นที่ในฮอลล์ส่งเสียงดังกระหึ่ม และยิ่งดังขึ้นอีก เมื่อ Ado ปรากฏตัวท่ามกลางแสง สี เสียง โปรดักชั่นสุดอลังการ เปิดเวทีมาก็จุดประกายความสนุกแบบ Non Stop แฟนคลับร้องเพลงตามพร้อมกระโดดยับทั้งฮอลล์ ฟาก Ado ก็สานต่อความสุขของทุกคนแบบไม่มีพัก ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม ขนเพลงฮิตมาปลุกแฟนคลับให้มันส์สุดเหวี่ยงไปด้วยกัน ในขณะที่เพลงช้าก็ถ่ายทอดความรู้สึกไปกับเสียงโวคอลหูเคลือบทองเต็มอิ่มทุกอารมณ์กันถ้วนหน้า

Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์

เรียกได้ว่าตลอดทั้งโชว์ตั้งแต่เริ่มจนจบเซย์กู๊ดบาย ทุกนาทีเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความพิเศษ ได้ดื่มด่ำ และเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ ทั้งสองฝ่าย จนไม่มีข้อสงสัยว่าทำไมแฟนๆ ในฮอลล์ถึงอวยยศให้เป็นคอนเสิร์ต J-POP ที่ทำถึงมาก!! จัดรอบสองที่ประเทศไทยดีไปหมดทุกตรง ความสนุกเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า แถมยังคอมพลีตแล้วคอมพลีตอีก นอกจากจะอึ้งกับเซอร์ไพรส์แบบไม่คาดคิดแล้ว ยังได้ฟังเพลง Setlist ที่ดีจนต้องยกนิ้วชม เจอแบบนี้เข้าไปหลังจบคอนเสิร์ตแฟนๆ ไม่รอช้ารีบส่งสัญญาณผ่านโซเชียลรีเควสทันทีว่าขอให้ Ado กลับมาร้องเพลงให้ฟังอีกเร็วๆ ทุกคนจะนับวันรออย่างใจจดใจจ่อ และมาเชียร์อัพอีกแน่นอน!!

Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์
Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์
Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์
Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์
Ado ใส่สุดทุกเพอร์ฟอร์ม สร้างความประทับใจแฟนคลับคอมพลีตทุกโมเมนต์

น่าไปเว่อร์ “ไทยรัฐแฟร์” ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

8 พ.ค. 2568 14:20 น.

น่าไปเว่อร์ “ไทยรัฐแฟร์” ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

ทำเอาห้างฟิวเจอร์พาร์คแทบแตก เมื่อ ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ได้จัดงาน “ไทยรัฐแฟร์” มหกรรมที่รวมทุกความสนุกและความสนใจของแฟนๆ ไทยรัฐทีวี ไว้ในงานเดียวจาก 3 รายการเด็ด เศรษฐีป้ายแดง ตะลอนข่าว และบันเทิงไทยรัฐ ของช่องไทยรัฐทีวี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 11:00 – 21:00 น. ณ Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค โดยภายในงานได้จัด 3 โซนสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ สายกิน สายมู และสายดูโชว์

น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

สายกิน ที่รวมร้านเด็ด ร้านอร่อยมากมาย จากรายการเศรษฐีป้ายแดง รายการตะลอนข่าว และร้านจากดาราดัง อาทิ แอมป์ พีรวัศ (ขนมปังถั่วขาว-บ๊ะจ่าง), ครัวพี่เอ ศุภชัย (กุ้งแซ่บ-พะโล้-ซี่โครงหมูพริกแกง), ทศพล หิมพานต์ (ลูกชิ้น-หมูยอ-เมนูยำ), เต๋า ภูศิลป์ (น้ำปลาร้าปรุงสุก-ผ้าไหมภูศิลป์), อี๊ด โปงลาง (ส้มตำหมูกรอบสะแตกแดกตำ), จตุรงค์ โพธาราม (ลูกชิ้นหมูหัน-น้ำพริกหมูสามชั้น), เป็ด เชิญยิ้ม (ขนมจีนกะลา-ซาลาเปา), เป๊ก สัณณ์ชัย (เมนูบะหมี่มาเฟีย), เอกชัย ศรีวิชัย (เมนูอาหารใต้-พริกแกงใต้-กะปิคั่ว), ครอบครัวภักดีวิจิตร (ไก่ย่างอังกอร์), ธงธง มกจ๊ก-ผัดไท (ลูกชิ้นนึ่ง-น้ำผลไม้ปั่น), ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร์ (น้ำพริกปุยแสบปาก), แก๊งมิสแกรนด์บ้านมังกรทอง (ขนมโมจิ) และขวัญ อุษามณี (ลิปสติก-แจกไอติม) ที่จะมาทำให้คุณอิ่มท้อง

น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

สายมู ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4 ภาคทั่วเมืองไทย เชิญองค์เทพจริง จากสถานที่จริง มาไว้ในที่เดียว ได้แก่

– ภาคเหนือ : พระพิฆเนศ ปางประทานพรอันทรงพลังรวมความมงคลความสุขสมบูรณ์ จาก พิพิธภัณฑ์พระพิเนศ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

– ภาคกลาง : ท้าวเวสสุวรรณ จาก วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม

– ภาคอีสาน : องค์พญานาคปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา จาก คำชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานี

– ภาคใต้ : ไอ้ไข่ จาก วัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช

น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

สายดูโชว์ ยกทัพศิลปิน ดาราจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมมาทำให้คุณสนุกไปด้วยกัน อาทิ แบงค์ ศรราม, ยูกิ ไหทองคำ, ฮาย อาภาพร, เพชร คฑาวุธ, ระเบียบวาทะศิลป์, ก้านตอง, เต๋า ภูศิลป์, แพร ชนา และป๊ายปาย โอริโอ้

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ กิจกรรม “เวลาทอง บ่ายสามโมง 32 นาที ราคา 32 บาท” ที่พลาดไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้กระทบไหล่เหล่าคนดังจากรายการ เศรษฐีป้ายแดง, ตะลอนข่าว, บันเทิงไทยรัฐ และเหล่าพิธีกร ผู้ประกาศข่าว พร้อมทีมรายการจากหน้าจอไทยรัฐทีวี อย่างใกล้ชิด

พลาดไม่ได้กับงาน “ไทยรัฐแฟร์” โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ 8 – 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 11:00 – 21:00 น. ณ Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค งานเดียวครบจบทุกความต้องการ ห้ามพลาดนะจ๊ะ!

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู
น่าไปเว่อร์ "ไทยรัฐแฟร์" ดาราออกบูธอาหารน่ากิน คอนเสิร์ตน่าดู

ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน

ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน

8 พ.ค. 2568 11:38 น.

ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน

หลังจากที่ มิกซ์ เฉลิมศรี ได้ออกมาประกาศเลิกกับแฟนหนุ่ม ฉลามจัส เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่รุมเร้า และช่วงนั้นทะเลาะกันบ่อย ฝ่ายแฟนหนุ่มก็เครียดเรื่องว่ายน้ำ และมาขาหักอีก ส่วนตัวมิกซ์เอง มาเจอช่วงที่น้องแมวที่รักมากได้ตายจากไป แม้จะลงโคลสเฟรนด์บอกว่าใครก็ได้มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย ซึ่งเพื่อนทุกคนมาหมด ยกเว้นแฟน เลยทำให้ยิ่งรู้สึกแย่และเสียใจไปอีก เพื่อนๆ ได้พยายามให้คุยเคลียร์กันแล้ว สุดท้ายมิกซ์ได้ตัดสินใจบอกเลิก

ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน

โดย มิกซ์ เฉลิมศรี ก็ได้ลงคลิปที่ ฉลามจัส มาในสภาพขาหักที่ยืนด้วยไม้เท้า และพยายามมาง้อ แต่ มิกซ์ ใจแข็ง และบอกว่า ได้ตัดสินใจแล้วคือเลิกกัน

“ขอบคุณเพื่อนๆ ที่จัดแมตช์ให้เคลียร์กันนะคะ แต่ดิฉันเลือกแล้วนะคะ เพราะว่าเพื่อนบอกว่า เอาที่ดิฉันตัดสินใจก็คือ เลิกกันนะคะ มาแจ้งให้ทราบเฉยๆ ก็เป็นเพื่อนกันนะคะ”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน
ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน
ฉลามจัส มาในสภาพขาหัก พยายามง้อ มิกซ์ เฉลิมศรี แต่ตัดสินใจแล้วเป็นแค่เพื่อน

“ปูติน-สี จิ้นผิง” โชว์มิตรภาพแน้นแฟ้น ร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2

"ปูติน-สี จิ้นผิง" โชว์มิตรภาพแน้นแฟ้น ร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2

9 พ.ค. 2568 19:51 น.

“ปูติน-สี จิ้นผิง” โชว์มิตรภาพแน้นแฟ้น ร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2

รัสเซียจัดพิธีสวนสนาม Victory Day ครบรอบ 80 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดบ้านต้อนรับมิตรประเทศแน่นจัตุรัสแดง รวมไปถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่ร่วมยืนแถวหน้า เป็นการแสดงออกให้เห็นว่ารัสเซียก็ยังมีพันธมิตรแน่นแฟ้น แม้ถูกโลกตะวันตกโดดเดี่ยวจากสงครามยูเครน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 รัสเซียจัดพิธีสวนสนาม Victory Day บริเวณจัตุรัสแดง ในกรุงมอสโก เพื่อรำลึกถึงชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือเยอรมนี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะ และถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนในปี 2022

โดยนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ยืนเป็นประธานในพิธีสวนสนามร่วมกับแขกผู้มีเกียรติจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นแขกเกียรติยศสูงสุดของงานปีนี้

ภายในงานมีทหารรัสเซียกว่า 11,500 นาย ออกมาเดินสวนสนามพร้อมขบวนรถถังยุคสหภาพโซเวียตและยุคปัจจุบัน มีการนำโดรน Geranium-2 ของรัสเซียที่ผลิตจากต้นแบบของอิหร่านมาร่วมแสดงด้วยเป็นครั้งแรก 

สื่อท้องถิ่นของรัสเซียรายงานว่า ปีนี้รัสเซียได้เพิ่มขยายรายชื่อแขกพิเศษมากจากปีก่อนที่จำกัดเฉพาะอดีตประเทศในเครือสหภาพโซเวียต อาทิ ประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี แห่งอียิปต์ ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ตามด้วยประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ ตลอดจนประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูซิช แห่งเซอร์เบีย

นอกจากนี้ที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก แห่งสโลวาเกีย สมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นการแสดงจุดยืนสวนทางกับนโยบายของอียูที่ต่อต้านรัสเซียอย่างชัดเจน.

เด็กชาย 8 ขวบ ใช้มือถือแม่สั่งอมยิ้มกว่า 138,000 บาท

เด็กชาย 8 ขวบ ใช้มือถือแม่สั่งอมยิ้มกว่า 138,000 บาท

9 พ.ค. 2568 16:02 น.

เด็กชาย 8 ขวบ ใช้มือถือแม่สั่งอมยิ้มกว่า 138,000 บาท

หญิงชาวสหรัฐฯ คนหนึ่งพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยาก เมื่อลูกชายของเธอใช้โทรศัพท์มือถือของเธอซื้ออมยิ้มเกือบ 70,000 ชิ้นทางออนไลน์ มูลค่ากว่า 138,000 บาท

หญิงชาวสหรัฐฯ คนหนึ่งพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยาก เมื่อลูกชายของเธอใช้โทรศัพท์มือถือของเธอซื้ออมยิ้มเกือบ 70,000 ชิ้นทางออนไลน์ มูลค่ากว่า 138,000 บาท

เลียม ลูกชายวัย 8 ขวบของนางฮอลลี ลาฟาเวอร์ส สั่งอมยิ้ม “ดัม-ดัมส์” (Dum-Dums) จำนวน 30 กล่องในราคา 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 138,000 บาท ผ่านบัญชีแอมะซอนของเธอในขณะที่กำลังเล่นโทรศัพท์

เธอเพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ขณะที่เธอตรวจสอบบัญชีธนาคารของเธอ และตกใจอย่างมากเมื่อเห็นว่าบัญชีของเธอติดลบ นางลาฟาเวอร์สกล่าวว่าลูกชายของเธอ ซึ่งเธอรับเลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบครึ่ง เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังในครรภ์ ซึ่งส่งผลให้มีปัญหาด้านการเรียนรู้ การคิด ร่างกาย และพฤติกรรม โดยตามข้อมูลของแพทย์ระบุว่าโรคนี้เกิดจากแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์

นางลาฟาเวอร์สให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า “เขาบอกฉันว่าเขาต้องการจัดงานคาร์นิวัล และเขาสั่งดัมดัมส์เป็นรางวัลสำหรับงานคาร์นิวัลของเขา เขาเป็นมิตรและใจดีกับเพื่อนๆ ของเขา” แม้เธอพยายามยกเลิกคำสั่งซื้อ แต่ก็สายเกินไป

ในตอนนั้นแอมะซอนได้ส่งลูกอม 22 ลัง ซึ่งมีลูกอม 50,600 ชิ้น ไปยังบ้านของเธอในรัฐเคนตักกี้แล้ว เธอให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ Good Morning America ว่า “เลียมออกไปขี่สกู๊ตเตอร์ข้างนอกและเริ่มตะโกนว่า ‘ลูกอมของฉันมาแล้ว’” 

เธอกล่าวว่า “มีลูกอม 22 ลังที่หน้าบ้านของเรา” พร้อมเสริมว่าเธอไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆ ว่าสินค้าถูกส่งไปแล้ว ต่อมาลูกอมอีก 8 ลัง ซึ่งมีลูกอม 18,400 ชิ้น มาถึงในอีกสองชั่วโมงต่อมา ซึ่งนางลาฟาเวอร์สสามารถปฏิเสธไม่รับได้

เธอเล่าว่าเธอพบกับความยากลำบากในการพยายามขอคืนเงินจากแอมะซอน จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากเฟซบุ๊ก โดยเธอเขียนในโพสต์ว่า “สวัสดีทุกคน! เลียมสั่ง Dum-Dums ไป 30 ลัง แต่แอมะซอนไม่ยอมให้ฉันส่งคืน” และกล่าวต่อว่า “ลดราคาเหลือกล่องละ 130 ดอลลาร์ ห่อยังไม่ถูกแกะ”

ทันทีที่ครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน และแม้แต่คนแปลกหน้าเสนอความช่วยเหลือ และภายในสองชั่วโมง อมยิ้มทั้งหมดก็ถูกซื้อไป และในที่สุด แอมะซอนก็ตกลงที่จะคืนเงินให้เธอเต็มจำนวน

เธอเขียนในโพสต์เฟซบุ๊กอัปเดตล่าสุดในวันนั้นว่า “หลังจากต้องดีลกับธนาคารมาทั้งวันและพูดคุยกับสถานีข่าวสองสามสถานี ในที่สุดแอมะซอน ก็โทรมา และพวกเขาจะคืนเงินให้ฉัน!!! ขอบคุณทุกคนที่เสนอซื้ออมยิ้มเพื่อช่วยเรา ฉันยินดีที่ได้ส่งอมยิ้มที่คุณ ‘สั่ง’ หรือบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่คุณเลือก”

ในแถลงการณ์ต่อนิตยสารพีเพิลว่า บริษัทแอมะซอนยืนยันว่าได้คืนเงินเต็มจำนวนแล้ว โดยบริษัทกล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับลูกค้ารายนี้โดยตรงเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ที่ยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องดีๆ”

นอกจากนี้ นายเคิร์ก วาชอว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดัม-ดัมส์ บอกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทราบว่าแฟนตัวยงของดัม-ดัมส์ คนนี้เป็นใคร เรายินดีมากที่มีคนจำนวนมากเสนอซื้อ และสุดท้ายครอบครัวของเธอก็ได้รับเงินคืน นอกจากนี้ เรายังอยากเสนอสัมภาษณ์งานกับเลียมในอีก 10 ถึง 15 ปีข้างหน้าด้วย”.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ผู้นำโลกร่วมยินดี พระสันตะปาปาองค์แรกจากสหรัฐฯ

ผู้นำโลกร่วมยินดี พระสันตะปาปาองค์แรกจากสหรัฐฯ

9 พ.ค. 2568 10:43 น.

ผู้นำโลกร่วมยินดี พระสันตะปาปาองค์แรกจากสหรัฐฯ

ผู้นำทั่วโลกร่วมยินดี พระสันตะปาปาองค์ใหม่จากสหรัฐฯ หวังสืบทอดภารกิจสันติภาพของคริสตจักรคาทอลิก ท่ามกลางยุคสมัยที่โลกเผชิญความท้าทายด้านศรัทธาและสันติภาพ

ผู้นำประเทศทั่วโลกต่างร่วมแสดงความยินดีกับการได้รับเลือกของ พระคาร์ดินัลโรเบิร์ต ฟรานซิส เปรโวสต์ ให้เป็น สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในฐานะพระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ที่มีผู้นับถือกว่า 1.4 พันล้านคนทั่วโลก สืบตำแหน่งต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและยังเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกจากสหรัฐอเมริกา

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงมีพระชนมายุ 69 ปี และมีสัญชาติสองสัญชาติ คือสหรัฐอเมริกาและเปรู ทรงเคยทำงานเป็นมิชชันนารีในตอนเหนือของเปรูเป็นเวลาหลายสิบปี และดำรงตำแหน่งพระสังฆราชแห่งเมืองชิกลาโย ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2023

โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวแสดงความยินดีว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของประเทศเรา” พร้อมกล่าวเสริมว่า “ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่ง”

ส่วนนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็กล่าวแสดงความยินดีกับ “เพื่อนร่วมเมืองชิคาโก” และกล่าวว่า “วันนี้คือวันที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ เราจะสวดภาวนาให้พระองค์ในการเริ่มต้นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ในการนำพาคริสตจักรคาทอลิก และเป็นแบบอย่างให้แก่คนจำนวนมาก ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาใดก็ตาม”

ส่วนผู้นำชาติยุโรปต่างออกมาแสดงความยินดีเช่นกัน นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี แห่งอิตาลีกล่าวว่า “ในห้วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่สงบ คำกล่าวของพระองค์จากระเบียงมหาวิหารเปรียบเสมือนเสียงเรียกสู่สันติภาพ ภราดรภาพ และความรับผิดชอบ”

นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี กล่าวว่าพระองค์คือ “ความหวังและแนวทางนำทางให้กับผู้ศรัทธานับล้านในช่วงเวลาท้าทายเช่นนี้”

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “การเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 คือช่วงเวลาแห่งความปิติยินดีอย่างลึกซึ้งสำหรับชาวคาทอลิกทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ของผู้นำคริสตจักรในเวทีโลก”

นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ของสเปนระบุว่า “ขอให้พระองค์ช่วยเสริมสร้างบทสนทนาและการปกป้องสิทธิมนุษยชน ในโลกที่กำลังต้องการความหวังและความเป็นหนึ่งเดียว”

ส่วนประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เน้นว่านี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์สำหรับคริสตจักรคาทอลิกและเหล่าศรัทธาชนทั่วโลก

ประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา ของโปแลนด์ ซึ่งเป็นคาทอลิกสายอนุรักษ์นิยม กล่าวว่า “ขอให้พระองค์ทรงรับทราบถึงความพร้อมของสาธารณรัฐโปแลนด์ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ต่อไป ในนามของคุณค่าที่เรายึดมั่นร่วมกัน ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการส่งเสริมสันติภาพในโลก”

ส่วนผู้นำจากประเทศในแถบลาตินอเมริกาอย่าง ประธานาธิบดีดิน่า โบลูอาร์เต แห่งเปรู ได้กล่าวชื่นชมการเลือกพระสันตะปาปาผู้มีสายเลือดทั้งอเมริกันและเปรู ว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ พร้อมกล่าวว่า “ในผืนแผ่นดินของเรา พระองค์ทรงหว่านเมล็ดแห่งความหวัง และเดินเคียงข้างผู้ที่เดือดร้อนที่สุด”

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม แห่งเม็กซิโก ผู้นำประเทศที่มีชาวคาทอลิกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ยกย่องคุณค่าของพระสันตะปาปาองค์ใหม่ว่า พระองค์ทรงยืนหยัดเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองของโลก

ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบียแสดงความหวังว่า “พระองค์จะเป็นผู้นำอันยิ่งใหญ่ของผู้ลี้ภัยทั่วโลก โดยเฉพาะพี่น้องชาวลาตินอเมริกันที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามในสหรัฐฯ ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะลุกขึ้นรวมตัวกัน”

ขณะที่ผู้นำจากประเทศอื่นๆ ก็ร่วมแสดงความยินดีด้วยเช่นกัน อย่างประธานาธิบดียูเครน วลาดิเมียร์ เซเลนสกี แสดงความหวังว่า วาติกันจะยังคงเป็นแหล่งกำลังใจทางจริยธรรมและจิตวิญญาณ

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย  กล่าวว่า เขาเชื่อมั่นว่าการเจรจาและความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ ระหว่างรัสเซียและวาติกันจะดำเนินต่อไป

ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาส ส่งคำอวยพรให้พระสันตะปาปาประสบความสำเร็จในการสืบสานเจตนารมณ์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมสันติภาพ

ส่วนประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซ็อก แห่งอิสราเอล กล่าวว่าเขาหวังจะเห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับวาติกัน และขอให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่สร้างสะพานเชื่อมโยงและความเข้าใจระหว่างศาสนาและประชาชนทั้งหลาย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พระสันตะปาปาองค์ใหม่

อังกฤษสุดล้ำ ทดลอง “ปรับแต่งก้อนเมฆ” สะท้อนแสงอาทิตย์ สู้โลกร้อน นักวิทย์เตือนกระทบสภาพอากาศรุนแรง

อังกฤษสุดล้ำ ทดลอง "ปรับแต่งก้อนเมฆ" สะท้อนแสงอาทิตย์ สู้โลกร้อน นักวิทย์เตือนกระทบสภาพอากาศรุนแรง

9 พ.ค. 2568 09:57 น.

อังกฤษสุดล้ำ ทดลอง “ปรับแต่งก้อนเมฆ” สะท้อนแสงอาทิตย์ สู้โลกร้อน นักวิทย์เตือนกระทบสภาพอากาศรุนแรง

รัฐบาลอังกฤษทุ่มงบ 2,600 ล้านบาท ในโครงการ “ปรับแต่งก้อนเมฆ” ภายใน 5 ปี หวังลดภาวะโลกร้อน ด้านนักวิทย์เตือนอาจเปิดประตูสู่หายนะใหม่ของโลก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ขณะนี้รัฐบาลอังกฤษอนุมัติงบประมาณสูงถึง 57 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,600 ล้านบาท ให้กับโครงการวิจัย “จีโอเอนจิเนียริง” (Geoengineering) เพื่อทดลองวิธีการควบคุมแสงอาทิตย์ ด้วยการ “ดัดแปลงก้อนเมฆ” (Cloud Brightening) แนวทางสุดล้ำในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทดลองกลางแจ้งได้เร็วสุดในช่วงฤดูหนาวปี 2027–2028

โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมขั้นสูงแห่งสหราชอาณาจักร (ARIA) ที่มุ่งทดลองเทคโนโลยีดัดแปลงก้อนเมฆโดยใช้เรือพ่นน้ำทะเลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อทำให้ละอองน้ำในเมฆจับตัวกันเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น และมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น เป็นการลดปริมาณรังสีความร้อนที่เข้าสู่โลกโดยตรง

โดยก่อนเริ่มการพ่นจริงในสนาม ทีมวิจัยจะพัฒนาเครื่องพ่นน้ำทะเล และทดสอบภายในห้องปฏิบัติการ ซึ่งพื้นที่ทดลองเบื้องต้นจะมีขนาดกว้างราว 330 ฟุต แต่หากได้ผลดี อาจขยายขอบเขตการทดลองออกไปหลายไมล์ภายในสิ้นทศวรรษนี้

ศาสตราจารย์มาร์ก ไซมส์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมขั้นสูงกล่าวว่า แม้จากพื้นดินอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่การใช้เครื่องมือที่บินผ่านกลุ่มเมฆจะทำให้เราสามารถวัดผลกระทบได้

อย่างไรก็ตาม โครงการดีดแปลงก้อนเมฆกำลังเผชิญเสียงคัดค้านอย่างหนักจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการบางกลุ่มที่ออกมาเตือนว่า การแทรกแซงทางธรรมชาติอาจก่อผลกระทบไม่พึงประสงค์ต่อระบบภูมิอากาศ และยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันความปลอดภัยในระยะยาว

ศาสตราจารย์ไมก์ ฮูลม์ แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เตือนว่า การทำแบบนี้อาจพาโลกไปสู่การใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในระดับอันตราย เนื่องจากข้อมูลในห้องแล็บไม่สามารถรับประกันได้ว่าเทคโนโลยีนี้จะปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และสามารถย้อนกลับได้จริง”

ทางด้านดร.นาโอมิ วอห์น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ระบุว่า แนวทางการสะท้อนแสงอาทิตย์อาจกลายเป็นความเสี่ยงรูปแบบใหม่ต่อสังคม.

ชาวบ้านผวา พบจระเข้ยักษ์หนัก 410 กิโลกรัม บุกสวนปาล์มมาเลเซีย (คลิป)

ชาวบ้านผวา พบจระเข้ยักษ์หนัก 410 กิโลกรัม บุกสวนปาล์มมาเลเซีย (คลิป)

9 พ.ค. 2568 09:36 น.

ชาวบ้านผวา พบจระเข้ยักษ์หนัก 410 กิโลกรัม บุกสวนปาล์มมาเลเซีย (คลิป)

ชาวบ้านผวา หลังพบจระเข้ยักษ์หนัก 410 กิโลกรัม ความยาว 4.5 เมตร เข้าไปในสวนปาล์มน้ำมันในเขตบาตูปาฮัต รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ห่างจากบ้านเรือนประชาชนเพียง 300 เมตร เร่งช่วยกันจับก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่สัตว์ป่าเข้าดำเนินการ

คนงานสวนปาล์ม ที่กำลังเก็บผลปาล์มที่หมู่บ้านปาริตกันตงเลาต์ ย่านตามันนีรา แทบช็อก หลังได้พบกับจระเข้ขนาดใหญ่กว่าปกติ เข้ามาใกล้บ้านเรือนประชาชนเพียงไม่กี่เมตร โดยเขารีบแจ้งเพื่อนร่วมงานและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านคนอื่นๆ ร่วมแรงร่วมใจกันดักจับจระเข้ตัวนี้ไว้ได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงเป็งการัมจะเดินทางมาถึง พร้อมกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าและหน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ซึ่งต่อมาจระเข้ตัวนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นเพศเมีย และอาจกำลังมองหาสถานที่วางไข่ 

ด้านผู้บังคับการปฏิบัติการ โมห์ด นูร์ เอดดี้ ไปมัน ยืนยันว่า ได้นำตัวจระเข้ตัวนี้ไปตรวจสอบเพิ่มเติมและย้ายไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว โดยต้องใช้กำลังหลายฝ่ายร่วมกันเคลื่อนย้าย เนื่องจากจระเข้ตัวมีขนาดมหึมา โดยมันมีน้ำหนักมากถึง 410 กิโลกรัม และยาวถึง 4.5 เมตร โดยปฏิบัติการเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้ เพราะเมื่อ 3 ปีก่อน เคยมีจระเข้ลักษณะคล้ายกันเข้ามาในสวนปาล์มแห่งเดียวกันนี้มาแล้ว ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการถูกรบกวนถิ่นอาศัยหรือพฤติกรรมการอพยพ โดยบริเวณดังกล่าวมีแม่น้ำอยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งที่มาของจระเข้เหล่านี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานการพบเห็นจระเข้บ่อยขึ้นทั่วมาเลเซีย ทั้งในพื้นที่ใกล้ชายฝั่งและแม่น้ำ รวมถึงเขตเมืองก็เคยมีรายงานการพบจระเข้เช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การพัฒนาและบุกรุกพื้นที่ใกล้แม่น้ำและปากแม่น้ำ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มีการพบเห็นจระเข้บ่อยขึ้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าได้เรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเหตุทันทีเมื่อพบจระเข้ เพื่อป้องกันอันตรายและให้สามารถเข้าดำเนินการจับสัตว์ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม.

ที่มา : Malaymail , Dailystar

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จระเข้ยักษ์

หนุ่มญี่ปุ่นคลั่ง ไล่แทงคนแปลกหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว บาดเจ็บ 2 ราย

หนุ่มญี่ปุ่นคลั่ง ไล่แทงคนแปลกหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว บาดเจ็บ 2 ราย

9 พ.ค. 2568 09:17 น.

หนุ่มญี่ปุ่นคลั่ง ไล่แทงคนแปลกหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว บาดเจ็บ 2 ราย

เกิดเหตุระทึก ชายชาวญี่ปุ่นใช้มีดไล่แทงคนแปลกหน้าอย่างบ้าคลั่งบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงโตเกียว ทำให้มีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายวัย 43 ปี ใช้มีดไล่แทงผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ตำรวจเปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันควัน และตั้งข้อหาพยายามฆ่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสอบสวนหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ

สำนักงานตำรวจกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สถานีโทไดมาเอะ บนรถไฟใต้ดินสายนัมโบขุ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ผู้ก่อเหตุคือนายโยชิทากะ โทดะ ซึ่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายชายวัยรุ่นที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขณะรอขบวนรถไฟที่ชานชาลา 

ตำรวจระบุว่า เบื้องต้นทราบว่าเขามีพฤติกรรมแอบซุ่มอยู่ในสถานีนาน 30 นาทีก่อนก่อเหตุ แต่เบื้องต้นเขายังปฏิเสธที่จะให้การหรือเปิดเผยเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยจะดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติและสภาพจิตใจของผู้ต้องหา รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

แหล่งข่าวจากการสอบสวนระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายโทดะอยู่ภายในพื้นที่ของสถานีหลังผ่านประตูตรวจตั๋วมาแล้วเป็นเวลาราว 30 นาที โดยระหว่างนั้นมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับได้ว่าเขาเข้าไปในห้องน้ำ และนั่งบนม้านั่งโดยไม่แสดงพฤติกรรมผิดปกติใดๆ จนกระทั่งเมื่อเห็นนักศึกษาชายรายหนึ่งยืนอยู่คนเดียว ผู้ต้องสงสัยได้พุ่งเข้าไปแทงและไล่ฟันอย่างบ้าคลั่งจนชายหนุ่มวิ่งหนีขึ้นรถไฟ ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะวิ่งตามขึ้นไปทำร้ายซ้ำอีกหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กล้องวงจรปิดไม่พบว่ามีการปะทะหรือพูดคุยกันระหว่างทั้งสองฝ่ายก่อนเกิดเหตุ และเบื้องต้นไม่มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน ถือเป็นการสุ่มโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมาย.

รู้จักโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์

รู้จักโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์

9 พ.ค. 2568 07:21 น.

รู้จักโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์

  • คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว โดยเลือกชาวอเมริกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และพระองค์เลือกใช้พระนามว่า โป๊ปเลโอ ที่ 14
  • โป๊ปเลโอ ที่ 14 หรือพระนามเดิมคือ โรเบิร์ต เพรวอสต์ เป็นชาวอเมริกันแต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำหน้าที่นักบวชในเปรูจนได้สัญชาติ และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลโดยโป๊ปฟรานซิส
  • คาดกันว่า โป๊ปเลโอ ที่ 14 จะสานต่องานหลายอย่างของโป๊ปฟรานซิส รวมถึงเรื่องผู้อพยพและผู้ยากไร้ แต่ดูเหมือนพระองค์จะมีความเห็นต่างในเรื่องการสมรสของคนเพศเดียวกัน

คณะพระคาร์ดินัลแห่งคริสตจักรคาทอลิกเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้สำเร็จแล้ว ในการโหวตรอบที่ 4 ในการประชุมคอนเคลฟวันที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 โดยพวกเขาเลือกพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ อายุ 69 ปี ให้เป็นประมุขศาสนจักรองค์ที่ 267 และจะเป็นที่รู้จักในชื่อ โป๊ปเลโอ ที่ 14

บาทหลวงเพรวอสต์กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ได้รับตำแหน่งพระสันตะปาปา ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะถือว่าเขาเป็นพระคาร์ดินัลจากชาติลาตินอเมริกาก็ตาม เนื่องจากเขาใช้เวลาหลายปีในการเผยแพร่ศาสนาในประเทศเปรู และได้เป็นบิชอปที่นั่น

วาติกันประกาศข่าวการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ผ่านทางโทรทัศน์
วาติกันประกาศข่าวการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ผ่านทางโทรทัศน์

ประวัติพระสันตะปาปาองค์ใหม่ โรเบิร์ต เพรวอสต์ เป็นใคร?

โรเบิร์ต เพรวอสต์ เกิดที่เมืองชิคาโก ของสหรัฐฯ ในปี 2498 จากพ่อแม่ชาวสเปนและมีเชื้อสายฝรั่งเศส-อิตาลี ในวัยเยาว์ เพรวอสต์ทำหน้าที่เป็นเด็กผู้ช่วยพระทำพิธีในโบสถ์ และบวชเป็นบาทหลวงในปี 2525 และย้ายไปอยู่เปรูในอีก 3 ปีต่อมา อย่างไรก็ตาม บาทหลวงเพรวอสต์เดินทางกลับสหรัฐฯ เป็นประจำเพื่อทำหน้าที่ในเมืองบ้านเกิดของเขา

บาทหลวงเพรวอสต์ได้รับสัญชาติเปรูและถูกจดจำในฐานะผู้ทำงานร่วมกับชุมชนที่คนอื่นไม่ให้ความสำคัญ และช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างผู้คน โดยเขาใช้เวลา 10 ปีในฐานะบาทหลวงท้องถิ่นและเป็นครูที่โรงเรียนสอนศาสนาในเมืองทรูจิลโล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเปรู

ในการมีพระราชดำรัสครั้งแรกในฐานะสันตะปาปา โป๊ปเลโอ ที่ 14 ได้ยกย่องโป๊ปฟรานซิส พระสันตะปาปาองค์ก่อนผู้สิ้นพระชนม์ในวันที่ 21 เม.ย. โดยระบุว่า “เรายังได้ยินอยู่ในหูอยู่เลย เสียงอันก้องแรงแต่กล้าหาญเสมอของโป๊ปฟรานซิส ที่อวยพรพวกเราในวันสุดท้าย”

โป๊ปฟรานซิสเป็นผู้แต่งตั้งบาทหลวงเพรวอสต์เป็นบิชอปแห่งชิคลาโย ในเปรู เมื่อปี 2556 หรือ 1 ปีหลังจากที่โป๊ปฟรานซิสรับตำแหน่ง

เพรวอสต์เป็นที่รู้จักในหมู่พระคาร์ดินัลอยู่แล้ว จากบทบาทของเขาในการเป็นเลขาธิการสำนักอธิการสำหรับพระสังฆราชในลาตินอเมริกา ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเลือกและดูแลเหล่าบิชอป

เพรวอสต์ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาร์ชบิชอปในเดือนมกราคม 2566 ไม่กี่เดือนต่อมา โป๊ปฟรานซิสก็แต่งตั้งให้เขาเป็นพระคาร์ดินัล ก่อนจะพามายังกรุงโรมเพื่อรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการสันติปาปาแห่งลาตินอเมริกา และแต่งตั้งเขาเป็นพระคาร์ดินัลระดับสูง ทำให้หลายคนมองว่า โป๊ปฟรานซิสอาจวางตัวให้เขาเป็นพระสันตะปาปาองค์ต่อไปก็เป็นได้

คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ภายในโบสถ์น้อยซิสทีน เมื่อ 8 พ.ค. 2568
คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ภายในโบสถ์น้อยซิสทีน เมื่อ 8 พ.ค. 2568

ทำไมไม่เคยมีโป๊ปชาวอเมริกันเลย?

เหตุผลสำคัญมี 2 อย่างคือประวัติศาสตร์ของคริสตจักรคาทอลิก กับเรื่องประชากรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของคริสตจักรรวมอยู่ในยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะในกรุงโรม และโป๊ปถูกเลือกจากคณะพระคาร์ดินัลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1602 แต่กว่าจะมีพระคาร์ดินัลชาวอเมริกันคนแรกก็ต้องรอถึงปี พ.ศ. 2418 ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่โป๊ปจะเป็นชาวอเมริกัน

อีกเหตุผลที่หลายคนเชื่อกันคือ หลังจากสหรัฐฯ แซงหน้าจักรวรรดิอังกฤษขึ้นเป็นมหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก การแต่งตั้งชาวอเมริกันเป็นพระสันตะปาปา ประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกนั้น จะเป็นการให้อำนาจกับประเทศเดียวมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว นับตั้งแต่พระสันตะปาปาปอล ที่ 6 และเซนต์จอห์น ปอล ที่ 2 เพิ่มจำนวนสมาชิกคณะพระคาร์ดินัล และทำให้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากขึ้น ทำให้ชาวอเมริกันมีโอกาสได้เป็นโป๊ปในครั้งนี้

แต่นักวิเคราะห์บางคนก็มองว่า การเลือกพระคาร์ดินัลเพรวอสต์เป็นสันตะปาปานั้น อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ แต่โป๊ปองค์ใหม่เป็นทั้งชาวอเมริกันและชาวเปรู ผู้ยึดมั่นในทางสายกลาง และอาจไม่เข้าข้างฝ่ายอนุรักษ์นิยมหรือฝ่ายหนุนการปฏิรูปในคริสต์จักรมากเกินไป

มุมมองของโป๊ปเลโอ ที่ 14

สำนักวาติกันบรรยายว่า โป๊ปเลโอ ที่ 14 เป็นพระสันตะปาปาจากทวีปอเมริกาองค์ที่ 2 ต่อจากโป๊ปฟรานซิส และเป็นโป๊ปจากคณะออกัสติเนียนองค์แรก

พระองค์ถูกมองตั้งแต่ก่อนได้รับเลือกว่าอาจเป็นผู้ที่สานต่อการปฏิรูปของโป๊ปฟรานซิสในคริสตจักรคาทอลิกต่อไป โดยเชื่อกันว่า เขามีมุมมองในเรื่องผู้อพยพ, คนยากจน และสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นแนวคิดก้าวหน้าแบบเดียวกันกับโป๊ปฟรานซิส

สาธุคุณ จอห์น ลีดอน อดีตเพื่อนร่วมห้องของบาทหลวงเพรวอสต์บอกกับบีบีซี ว่า เพรวอสต์เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย ติดดิน และเป็นห่วงผู้ยากไร้อย่างมาก และเขาเคยโจมตีทั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ และ เจดี แวนซ์ เรื่องการจัดการกับผู้อพยพของทั้งสอง

แต่พระองค์ก็มีความอนุรักษ์นิยมด้วยเช่นกัน โดยพระองค์ดูจะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้ผู้หญิงบวชเป็นบาทหลวง และเคยวิพากษ์วิจารณ์หลักการ “คำวิงวอนของฟิดูเซีย” (Fiducia supplicans) ที่โป๊ปฟรานซิสประกาศในปี 2566 ที่อนุญาตให้บาทหลวงคาทอลิกอวยพรที่ไม่ได้แต่งงานกันตามคำสอนของคริสตจักรได้ รวมถึงคู่รักเพศเดียวกัน และผู้ที่แต่งงานใหม่หลังหย่าร้าง

การเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก
การเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

อะไรอยู่เบื้องหลังชื่อ โป๊ปเลโอ?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนอยากรู้คือ เหตุผลที่พระสันตะปาปาองค์ใหม่เลือกใช้พระนามว่า เลโอ ซึ่งเคยถูกใช้ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 440-461 โดยพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 1 หรือ นักบุญเลโอผู้ยิ่งใหญ่

ผู้สังเกตการณ์ในวาติกันคาดว่า สาเหตุที่พระคาร์ดินัลเพรวอสต์เลือกใช้ชื่อนี้ก็เพื่อให้เกียรติแก่มรดกด้านความยุติธรรมในสังคมและการปฏิรูปของโป๊ปเลโอองค์ก่อนๆ และบ่งชี้ว่าเขาจะสานต่องานบางอย่างของโป๊ปฟรานซิส รวมถึงเรื่องผู้อพยพ

“ผมคิดว่าโป๊ปคนใหม่กำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องความยุติธรรมในสังคมด้วยการเลือกใช้ชื่อนี้ ว่ามันจะได้รับความสำคัญ เขากำลังสานต่องานมากมายของโป๊ปฟรานซิส” นาตาเลีย อิมเพอราทอรี-ลี ประธานกลุ่มศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมนฮัตตันกล่าว

แต่เธอบอกด้วยว่า การเลือกเพรวอสต์เป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่อาจสั่นสะเทือนคริสตจักรในสหรัฐฯ ที่ตอนนี้แบ่งแยกกันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับฝ่ายก้าวหน้า และกลุ่มฝ่ายซ้ายที่ต่อต้านโป๊ปฟรานซิส ส่วนใหญ่ก็มาจากอเมริกา


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc , vox , nbcnewyork