บิล เกตส์ เล็งบริจาคทรัพย์สินเกือบทั้งหมดภายในปี 2588

บิล เกตส์ เล็งบริจาคทรัพย์สินเกือบทั้งหมดภายในปี 2588

9 พ.ค. 2568 05:43 น.

บิล เกตส์ เล็งบริจาคทรัพย์สินเกือบทั้งหมดภายในปี 2588

บิล เกตส์ วางแผนจะบริจาคทรัพย์สินเกือบทั้งหมดให้แก่การกุศลภายในปี 2588 ซึ่งจะเป็นปีสุดท้ายที่มูลนิธิของเขาปฏิบัติการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 พ.ค. 2568 ว่า บิล เกตส์ หนึ่งในมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของโลก และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟต์ เปิดเผยว่า เขาจะบริจาคทรัพย์ที่มีอยู่มากมายมหาศาลของเขาจำนวน 99% ตลอดช่วง 20 ปีข้างหน้า และอาจเร่งการบริจาคให้เร็วขึ้นผ่านมูลนิธิของเขา ซึ่งวางแผนจะยุติปฏิบัติการในปี 2588

“ผู้คนจะพูดหลายๆ อย่างเกี่ยวกับผมตอนที่ผมตาย แต่ผมตัดสินใจแล้วว่า ‘เขาตายบนกองเงินกองทอง’ จะไม่เป็นหนึ่งในนั้น” บิล เกตส์ ระบุในโพสต์ของเขาเมื่อวันพฤหัสบดี

นายบิล เกตส์ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 69 ปีแล้ว ระบุว่า มูลนิธิของเขาบริจาคเงินให้แก่โครงการเพื่อสุขภาพและการพัฒนาต่างๆ ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเขาคาดว่าจะบริจาคอีก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและเงินเฟ้อ ในช่วง 2 ทศวรรษข้างหน้า

นายเกตส์ยังอ้างถึงหนังสือเมื่อปี 2432 ของนาย แอนดรูว์ คาร์เนกี ที่เรียกว่า “The Gospel of Wealth” ซึ่งระบุว่า คนรวยมีหน้าที่คืนทรัพย์สินให้แก่สังคม “มนุษย์ที่ตายทั้งที่ยังรวยอยู่นั้น ตายอย่างน่าอับอาย”

ทั้งนี้ ในตอนแรกบิล เกตส์ กับ เมลินดา อดีตภรรยาวางแผนให้มูลนิธิ “เกตส์ ฟาวน์เดชัน” ปฏิบัติงานต่อไปอีกหลายสิบปีหลังจากที่ทั้งสองเสียชีวิตไปแล้ว แต่โพสต์ล่าสุดยืนยันว่า มูลนิธิจะยุติลงในปี 2588

สำนักข่าว บีบีซี ถามบิล เกตส์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาได้ให้เหตุผลว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีคนรวยคนอื่นๆ ที่สามารถจัดการปัญหาในอนาคตได้ดีกว่า “มันเป็นเรื่องของความเร่งด่วน เราสามารถบริจาคได้มากขึ้นหากเราไม่พยายามทำให้มันดำเนินต่อไป และผมรู้ว่า การบริจาคจะเป็นไปตามค่านิยมของผม”

ด้านสำนักข่าว บลูมเบิร์กประเมินว่า ต่อให้บิล เกตส์ บริจาคทรัพย์สินไป 99% เขาก็ยังเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอยู่ อย่างไรก็ตามในโพสต์ของ บิล เกตส์ ได้วางไทม์ไลน์การบริจาคทรัพย์สินของเขาที่ตอนนี้มีกว่า 1.08 แสนล้านดอลลาร์ โดยปริมาณจะลดลงจนเกือบเหลือศูนย์ในปี 2588

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ วางแผนคุยการค้ากับจีนสุดสัปดาห์นี้

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ วางแผนคุยการค้ากับจีนสุดสัปดาห์นี้

9 พ.ค. 2568 03:00 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ วางแผนคุยการค้ากับจีนสุดสัปดาห์นี้

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ จะเจรจาการค้ากับจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยยืนยันว่ากำแพงภาษีจีนจะไม่เพิ่มมากไปกว่านี้แล้ว และอ้างว่าจีนต้องการทำข้อตกลง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรื่องการฝ่าทางตันในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักร ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว เมื่อ 8 พ.ค. 2565 โดยในข้อตกลงจะมีการอำนวยความสะดวกและลดอัตราภาษีหลายรายการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

ระหว่างนั้น มีนักข่าวคนหนึ่งถามนายทรัมป์ว่าสหรัฐฯ ใกล้จะมีข้อตกลงอื่นๆ มาแค่ไหน ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า ทันทีที่การแถลงข่าวนี้จบลง ทีมงานของเขาจะกลับไปยังโต๊ะเจรจาทันที โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะกลับไปที่สวิตเซอร์แลนด์เพื่อเจรจาการค้ากับจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้

นายทรัมป์ระบุด้วยว่า เขาไม่ได้กำลังพิจารณาจะเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีน “คุณไม่สามารถไปสูงมากกว่านี้ได้แล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่ 25 (%) เราจึงรู้ว่ามันจะลดลงมา”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า เขาเข้าใกล้ที่จะมีข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นๆ อย่างมาก และอ้างด้วยว่า จีนต้องการทำข้อตกลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์แสดงความยินดีโป๊ปองค์ใหม่ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรก

ทรัมป์แสดงความยินดีโป๊ปองค์ใหม่ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรก

9 พ.ค. 2568 02:04 น.

ทรัมป์แสดงความยินดีโป๊ปองค์ใหม่ พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรก

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับโป๊ปเลโอ ที่ 14 ซึ่งเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับตำแหน่งสันตะปาปา ชี้เป็นเกียรติกับประเทศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้สำเร็จแล้ว ในการโหวตครั้งที่ 4 โดยพวกเขาเลือกพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ (Robert Prevost) เป็นประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกองค์ใหม่ ซึ่งพระองค์เลือกใช้ชื่อ “โป๊ปเลโอ ที่ 14” เป็นพระนามสันตะปาปาของพระองค์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เครือข่ายสังคมออนไลน์ของเขาเอง เพื่อแสดงความยินดีกับโป๊ปองค์ใหม่ ซึ่งเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับตำแหน่งสันตะปาปา

“ขอแสดงความยินดีกับพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรวอสต์ ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้ว่าพระองค์เป็นโป๊ปชาวอเมริกันคนแรก เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเรา ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับโป๊ปเลโอ ที่ 14 มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากๆ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พระราชดำรัสแรก “โป๊ปเลโอ ที่ 14” ขอให้ความสงบสุขอยู่กับทุกคน

พระราชดำรัสแรก “โป๊ปเลโอ ที่ 14” ขอให้ความสงบสุขอยู่กับทุกคน

9 พ.ค. 2568 01:07 น.

พระราชดำรัสแรก “โป๊ปเลโอ ที่ 14” ขอให้ความสงบสุขอยู่กับทุกคน

โป๊ปเลโอ ที่ 14 พระราชดำรัสแรกหลังได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก โดยพระองค์ขอให้ความสงบสุขอยู่กับทุกคน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้สำเร็จแล้ว ในการโหวตครั้งที่ 4 โดยพวกเขาเลือกพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ (Robert Prevost) เป็นประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกองค์ใหม่ ซึ่งพระองค์เลือกใช้ชื่อ “โป๊ปเลโอ ที่ 14” เป็นพระนามสันตะปาปาของพระองค์

หลังจากโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระชนมายุ 69 พรรษา ปรากฏพระองค์จากระเบียงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ให้ประชาชนหลายหมื่นคนที่มารวมตัวกันได้เห็นเป็นครั้งแรก พระองค์ก็มีพระราชดำรัสครั้งแรกในฐานะพระสันตะปาปาระบุว่า “ข้าพเจ้าขอความสงบสุขทักทายไปถึงครอบครัวของพวกคุณทุกคน ไม่ว่าพวกคุณจะอยู่ที่ใด ขอให้ความสงบสุขอยู่กับพวกคุณ”

พระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงย้ำว่า “พระเจ้ารักเราทุกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข” และสรรเสริญโป๊ปฟรานซิส พระสันตะปาปาองค์ก่อน ที่ต้องการมอบคำอวยพรสุดท้ายให้แก่ผู้คนด้วยพระองค์เอง ในการปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้ายที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ก่อนที่โป๊ปฟรานซิสจะสิ้นพระชนม์ในวันต่อมา เมื่อ 21 เม.ย.

“มนุษย์ต้องการพระคริสต์เป็นสะพานเพื่อเชื่อมไปถึงพระเจ้าและความรักของพระองค์ ช่วยเรา ช่วยกันและกัน สร้างสะพานหลายๆ สาย”

โป๊ปเลโอ ที่ 14 ยังตรัสขอบคุณคณะพระคาร์ดินัลที่เลือกพระองค์เป็นสันตะปาปาองค์ใหม่ระหว่างการประชุมคอนเคลฟช่วง 2 วันที่ผ่านมา “เราสามารถเดินด้วยการไปสู่บ้านเกิดที่พระเจ้าได้เตรียมไว้สำหรับพวกเรา” “นี่คือการทักทายพิเศษถึงคริสตจักรแห่งโรม”

จากนั้นโป๊ปเลโอ ที่ 14 ก็สรุปพระราชดำรัสแรกของพระองค์ด้วยการขอให้เหล่าคริสตศาสนิกชนร่วมกันสวดภาวนาแด่พระแม่มารี เพื่อขอคำอวยพรจากพระองค์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการอ่านบทสวดทางศาสนาเป็นภาษาลาติน เพื่อแสดงความเคารพต่อเหล่านักบุญและพระแม่มารี

ฝูงชนนับหมื่นยลพระโฉมและฟังพระราชดำรัสแรกของโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก เมื่อ 8 พ.ค. 2568
ฝูงชนนับหมื่นยลพระโฉมและฟังพระราชดำรัสแรกของโป๊ปเลโอ ที่ 14 พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก เมื่อ 8 พ.ค. 2568

ทั้งนี้ คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้ในการลงคะแนนรอบที่ 4 ที่การประชุมคอนเคลฟ (conclave) ที่โบสถ์น้อยซิสทีนในนครรัฐวาติกัน หลังจากควันที่ปล่อยออกมาเป็นสีขาว เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวคริสต์หลายหมื่นคนที่มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

พระคาร์ดินัลโดมินิก แบมเบอร์ตี เป็นผู้ประกาศว่าพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ถูกเลือกแล้ว คือพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ และเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ โดยพระองค์เลือกชื่อ “โป๊ปเลโอ” เป็นพระนามสันตะปาปาของพระองค์ ซึ่งมีการใช้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เผยโฉม “โป๊ปเลโอ ที่ 14” พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก

เผยโฉม “โป๊ปเลโอ ที่ 14” พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก

9 พ.ค. 2568 00:33 น.

เผยโฉม “โป๊ปเลโอ ที่ 14” พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก

คณะพระคาร์ดินัลเลือกนักบวชชาวอเมริกันเป็นพระสันตะปาปาแห่งคริสตจักรคาทอลิกครั้งแรก และพระองค์ใช้พระนามสันตะปาปาว่า โป๊ปเลโอ ที่ 14

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก ปรากฏพระองค์จากระเบียงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ให้ชาวคริสต์กว่า 40,000 คนที่มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ได้ยลพระโฉมแล้ว โดยที่พระคาร์ดินัลอาวุโสประกาศว่าพระองค์เลือกใช้พระนามสันตะปาปาว่า โป๊ปเลโอ ที่ 14

พระคาร์ดินัลโดมินิก แบมเบอร์ตี เป็นผู้ประกาศว่าพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ถูกเลือกแล้ว คือพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ (Robert Prevost) ชาวอเมริกัน และพระองค์เลือกชื่อ “โป๊ปเลโอ” เป็นพระนามสันตะปาปาของพระองค์ ซึ่งมีการใช้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 แล้ว

ก่อนที่โป๊ปเลโอ ที่ 14 จะปรากฏพระองค์ ฝูงชนที่กำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อต่างตะโกนเชียร์ว่า “วิวา ปาปา” (Viva papa) หรือ “พระสันตะปาปาจงเจริญ” ในขณะที่วงดุริยางค์บรรเลงเพลงอย่างต่อเนื่องใต้ระเบียงโบสถ์ ระหว่างรอการปรากฏตัวของพระสันตะปาปาองค์ใหม่

ทั้งนี้ คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้ในการลงคะแนนรอบที่ 4 ที่การประชุมคอนเคลฟ (conclave) ที่โบสถ์น้อยซิสทีนในนครรัฐวาติกัน หลังจากควันที่ปล่อยออกมาเป็นสีขาว เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวคริสต์หลายหมื่นคนที่มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

หลังการโหวตหลายสิบนาที สำนักวาติกันก็เผยแพร่คำพูดของพระคาร์ดินัล จูเซปเป แวร์ซัลดี ชาวอิตาลีว่า การที่คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้ภายในการโหวตเพียง 4 รอบ แสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในศาสนจักร อนึ่ง โป๊ปฟรานซิสถูกเลือกในการโหวตรอบที่ 5

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชาวคริสต์เฮ คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว

ชาวคริสต์เฮ คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว

8 พ.ค. 2568 23:37 น.

ชาวคริสต์เฮ คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว

คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้สำเร็จแล้ว หลังจากควันที่ลอยออกมาจากโบสถ์น้อยซิสทีนเป็นสีขาว โดยการลงคะแนนประสบความสำเร็จในรอบที่ 4

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว ในการลงคะแนนรอบที่ 4 ที่การประชุมคอนเคลฟ (conclave) ที่โบสถ์น้อยซิสทีนในนครรัฐวาติกัน เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 หลังจากควันที่ปล่อยออกมาเป็นสีขาว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวคริสต์หลายหมื่นคนที่มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

หลังจากนี้ พระสันตะปาปาองค์ใหม่จะถูกพาไปยังห้องขนาดเล็กติดกับโบสถ์ซิสทีน เพื่อสวมผ้าคลุมสีขาวของสันตะปาปา ก่อนที่พระองค์จะปรากฏพระองค์จากระเบียงโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เพื่อทักทายประชาชนภายใน 1 ชั่วโมง และพระคาร์ดินัลจะประกาศชื่อสันตะปาปาที่พระองค์เลือกอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผยข้อตกลงภาษีสหรัฐฯ-UK ลดกำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมเหลือ 0%

ทรัมป์เผยข้อตกลงภาษีสหรัฐฯ-UK ลดกำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมเหลือ 0%

8 พ.ค. 2568 23:11 น.

ทรัมป์เผยข้อตกลงภาษีสหรัฐฯ-UK ลดกำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมเหลือ 0%

สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศแรกที่บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจะมีการลดหรือยกเลิกกำแพงภาษีในสินค้าหลายรายการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค. 2568 ว่า สหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันแล้ว โดยจะมีการยกเลิกหรือลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าหลายรายการ

นายทรัมป์ประกาศเรื่องดังกล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว โดยที่มีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรี UK ร่วมพูดคุยด้วยผ่านทางโทรศัพท์ โดยผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะประกาศการฝ่าทางตันในการทำข้อตกลงทางการค้ากับหนึ่งในพันธมิตรที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญที่สุด

นายทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สินค้าส่งออกของสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงเนื้อวัวอเมริกัน, เอทานอล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ผ่านกระบวนการทางศุลกากรของสหราชอาณาจักรอย่างรวดเร็ว และจะไม่ต้องเผชิญกับระเบียบทางราชการที่มากเกินไป

ผู้นำสหรัฐฯ บอกด้วยว่า รายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลงจะถูกเขียนในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และเสริมว่าข้อตกลงฉบับจริงนั้นจะเป็นข้อตกลงที่ครอบคลุม โดยเพิ่มสารเคมีและเครื่องจักรของอเมริกันเข้าไปด้วย และข้อตกลงนี้จะนำพาสหราชอาณาจักรเข้าสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในแนวทางเดียวกันกับสหรัฐฯ

ด้านเซอร์สตาร์เมอร์กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กและยานยนต์ของสหราชอาณาจักรจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้ด้วย

รัฐบาล UK เปิดเผยว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้กำแพงภาษีสหรัฐฯ ต่อรถยนต์ของสหราชอาณาจักรลดลงจาก 27.5% เหลือ 10% ในทันที โดยจะส่งผลกับรถยนต์ในโควต้าทั้งหมด 100,000 คัน ขณะที่ภาษีเหล็กกล้ากับอะลูมิเนียมจะลดลงเหลือศูนย์ ส่วนชาวสวน UK จะได้รับโควต้าสินค้าปลอดภาษีรวม 13,000 ตัน

ขณะที่นาย ฮาวาร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ผู้อยู่ภายในห้องทำงานรูปไข่ด้วย กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะเปิดการเข้าถึงตลาดใหม่ รวมถึงเอทานอลกับเนื้อ และผลิตภัณฑ์แทบทั้งหมดจากเกษตรกรสหรัฐฯ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้ส่งออกเมริกัน

นายลุตนิกยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐานที่ 10% ซึ่งจะสร้างรายได้ให้สหรัฐฯ กว่า 6 พันล้านดอลลาร์ และยืนยันว่า สหราชอาณาจักรสามารถส่งออกรถยนต์มาให้สหรัฐฯ ได้ 100,000 คัน โดยถูกเก็บเพียงภาษีพื้นฐาน 10% ขณะที่เครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ และชิ้นส่วนเครื่องบินอื่นๆ จะนำเข้าสู่สหรัฐฯ โดยปลอดภาษี

เมื่อถูกถามว่าทำไมสหราชอาณาจักรจึงเป็นประเทศแรกที่ได้ทำข้อตกลง นายทรัมป์ตอบว่า “เพราะ UK เปิดตลาดขนาดใหญ่ให้เรา” “ผมประหลาดใจที่ได้เห็นว่าประเทศของคุณใหญ่ขนาดไหน” “นี่เป็นข้อตกลงที่ใหญ่มากๆ อยู่แล้วในตอนนี้ แต่ผมคิดว่ามันจะใหญ่ขึ้นอีกด้วยตัวของมันเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ระอุ ปากีสถานอ้างสอยโดรนอินเดีย 25 ลำ อินเดียโวถล่มระบบป้องกัน

ระอุ ปากีสถานอ้างสอยโดรนอินเดีย 25 ลำ อินเดียโวถล่มระบบป้องกัน

8 พ.ค. 2568 22:03 น.

ระอุ ปากีสถานอ้างสอยโดรนอินเดีย 25 ลำ อินเดียโวถล่มระบบป้องกัน

สถานการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังคงร้อนระอุ ปากีสถานอ้างว่าทำลายโดรนที่อินเดียส่งมาโจมตีได้ 25 ลำ ขณะที่ฝ่ายอินเดียอ้างว่าทำลายระบบป้องกันทางอากาศของปากีสถานได้

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 กระทรวงกลาโหมของอินเดียออกแถลงการณ์ระบุว่า ปากีสถานพยายามโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่งโดยใช้โดรนกับมิสไซล์ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพฤหัสบดี แต่การโจมตีดังกล่าวถูกสกัดเอาไว้ได้ด้วยระบบป้องกันทางอากาศ

ทางการอินเดียบอกด้วยว่า พื้นที่ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีรวมถึง แคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม, หลายเมืองในรัฐปัญจาบของอินเดีย เช่น อมฤตสระ (Amritsar), ลุธิอาณา (Ludhiana), จัณฑีครห์ (Chandigarh) และเมืองภุช (Bhuj) ในรัฐคุชราต โดยเศษซากจากการโจมตีกำลังถูกเก็บกู้จากหลายพื้นที่

กระทรวงกลาโหมของอินเดียบอกด้วยว่า พวกเขาตอบสนองฝ่ายปากีสถานอย่างเท่าเทียมกัน โดยในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (8 พ.ค.) กองทัพได้โจมตีระบบเรดาร์และระบบป้องกันทางอากาศในหลายสถานที่ของปากีสถาน และพวกเขาได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า ระบบป้องกันทางอากาศในเมืองลาฮอร์ถูกทำลายแล้ว

อินเดียกล่าวหาปากีสถานว่าเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีข้ามเส้นควบคุม (Line of Control) ซึ่งแบ่งแคชเมียร์ออกเป็น 2 ฝั่งโดยไม่มีการยั่วยุก่อน โดยใช้ทั้งปืนครกและปืนใหญ่

ด้านปากีสถานระบุว่า พวกเขายิงทำลายโดรนของอินเดียได้ถึง 25 ลำในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา แต่ไม่พูดถึงคำกล่าวอ้างของอินเดียที่บอกว่า พวกเขาส่งโดรนและยิงมิสไซล์โจมตีข้ามพรมแดนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก อินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่หลายพื้นที่ในปากีสถานเมื่อวันพุธที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา อ้างว่าทำเพื่อตอบโต้เหตุคนร้ายสังหารนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์เมื่อเดือนก่อน ซึ่งอินเดียกล่าวหาปากีสถานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขณะที่รัฐบาลอิสลามาบัดปฏิเสธ

ปากีสถานระบุว่า การโจมตีของอินเดียทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 31 ศพ และที่อินเดียอ้างว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้ายนั้นไม่เป็นความจริง ปากีสถานอ้างด้วยว่า พวกเขายิงทำลายเครื่องบินรบของอินเดียได้ถึง 5 ลำ

ฝ่ายอินเดียไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข่าวที่ว่าเครื่องบินรบของพวกเขาถูกยิงตก แต่ระบุว่า ปากีสถานยิงปืนใหญ่ข้ามเส้นแบ่งเขตแคชเมียร์เข้าใส่พื้นที่พลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.16 น.

– พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้าได้ 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินน้ำ หญ้าและเหล้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง –

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โอกาสนี้ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ นายวัฒนา มังธิสาร นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และ นางสาวอมรรัตน์ แขวงโสภา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในการนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. (นายวัฒนา มังธิสาร) ปฏิบัติหน้าที่เป็นคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา และผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ปฏิบัติหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเทพี

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นการประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐาน เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 – 08.09 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2568 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสเดียวกันนี้ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติและปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2568 จำนวน 38 ราย ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกด้วย

– 006

‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

'นฤมล'แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.51 น.

‘นฤมล’แจ้งข่าวดี GACC ลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี เริ่ม 10 พ.ค.นี้ วอนผู้ประกอบการยังคงยกการ์ดสูง

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เกี่ยวกับการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมทั้งยกระดับความร่วมมือด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร เมื่อคราวเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์2568 และที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ GACC ได้ประชุมหารือและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาแนวทางและมาตรการในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 กรมวิชาการเกษตรและ GACC ได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดเกรดโรงคัดบรรจุ โดย GACC ได้แจ้งมาตรการลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 ณ ด่านนำเข้า สำหรับล้งทุเรียนที่มีระบบการจัดการที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป 

ในส่วนของห้อง Lab ตรวจวิเคราะห์หาสาร BY2 ในทุเรียนสดก่อนส่งออกไปจีนนั้น ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีห้อง Lab ทดสอบสาร BY2 จำนวน 9 แห่ง และอยู่ระหว่างยื่นขอกลับมามีคุณสมบัติอีกครั้ง (Resume) 4 แห่ง มั่นใจว่ามี Lab เพียงพอที่จะรองรับปริมาณทุเรียนจำนวนมากที่จะส่งออกไปจีนอย่างแน่นอน 

กระทรวงเกษตรฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการควบคุมการผลิตทุเรียนส่งออกในการส่งออกตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงขอให้ผู้ประกอบการมีการทำความสะอาดโรงคัดบรรจุและอุปกรณ์ที่ใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งออกสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง