กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

กรมชลฯ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

กรมชลประทานเดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ พร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้นำเครื่องจักรกลและยานพาหนะ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคลองระบายใหญ่มหาราช 1 ตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

ในขณะเดียวกัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ ได้เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาด้วยเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง บริเวณประตูระบายน้ำพลเทพและปากคลองลาว ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของประชาชน

กรมชลประทานยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษาระบบชลประทานให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญที่ต้องอาศัยน้ำเพื่อการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชน  ภารกิจกำจัดวัชพืชและเปิดทางน้ำ คืออีกหนึ่งหน้าที่สำคัญที่กรมชลประทานมุ่งมั่นดำเนินการ เพื่อให้ “น้ำ” เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ “ชีวิต” ของประชาชนไทยดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง

-(016)

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.57 น.

9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ในการนี้ นายประยูร  อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง และเทพีคู่หาบเงิน โดยมี ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล   อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ นายสุรชาติ  มาลาศรี  รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายชาคริต อินนะระ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ผู้ทำหน้าที่คู่เคียงพระยาแรกนา ประจำปี 2568 เฝ้าฯ รับเสด็จ และร่วมประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ  โดยในปีนี้พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง              

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสม ต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย  อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลนี้  เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปี และได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา โดยในปี พ.ศ. 2568 กรมพัฒนาที่ดิน มีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ นางราตรี บัวพนัส หมอดินอาสาประจำตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์  และยังเป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2568 อีกด้วย

-(016)

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘เลขาธิการมกอช.’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.17 น.

9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ พร้อมด้วย นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ (มกอช.) และดร. พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการ (มกอช.) เข้าร่วมพิธี

เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

-(016)

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.09 น.

9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ เป็นคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

-(016)

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีพิธีเป็นองค์ประธานฯ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

09 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568 โดยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

ซึ่งในปีนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ทำการคัดเลือกพระโค เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2 คู่ เป็นพระโคแรกนาขวัญ 1 คู่ คือ พระโคพอ มีความสูง 165 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 226 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 214 เซนติเมตร อายุ 13 ปี พระโคเพียง มีความสูง 169 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 239 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 210 เซนติเมตร อายุ 13 ปี พระโคสำรอง 1 คู่ คือ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล ซึ่งเป็นพระโคพันธุ์ขาวลำพูน มีสีผิวขาวอมชมพู ขนสีขาวสะอาด ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ หรือสีอื่นบนลำตัว เขามีสีขาว ลำตัวเป็นลำเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกขาว กีบสีขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นอกจากนี้ ในปีนี้มีสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568  ที่อยู่ในการดูแลของกรมปศุสัตว์ ได้รับคัดเลือก ดังนี้ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์) คือ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่โคนมโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม  และเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (อาชีพเลี้ยงสัตว์) คือ นายอนุพงษ์ พิพัฒน์วัชราภรณ์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

โดยปีนี้พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกายได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พืชผลและบำรุงขวัญเกษตรกรให้มีใจมั่นในการเพาะปลูก และคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็น “วันเกษตรกร” ด้วย เพื่อให้เกษตรกรได้ระลึกถึงความสำคัญของอาชีพการเกษตรเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตนเอง รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติต่อไป

-(016)

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

‘กรมชลประทาน’ เข้าร่วมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

9 พฤษภาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2568

ในการนี้ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีพร้อมด้วย นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จในพระราชพิธีดังกล่าว โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็น “พระยาแรกนา” ประจำปี 2568

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

โดยผลการเสี่ยงทายพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 พระโคพอและพระโคเพียง ได้กินน้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี กินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ด้านการเสี่ยงทายผ้านุ่งเสี่ยงทาย พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทายได้ ผ้าห้าคืบ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

อนึ่ง พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี เกษตรกรและประชาชนสามารถเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระยาแรกนาหว่านไว้ในลานแรกนา เพื่อนำกลับไปหว่านในที่นาของตนเอง และเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

-(016)

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

สชป.7 ลงพื้นที่อุบลฯ หารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือประชาชน

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

สำนักงานชลประทานที่ 7 นำโดย นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 พร้อมด้วย นายฐิฏิภัทร ฐิฏิภัทรสกุล ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม นายปิยะ ประเสริฐศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกับ นายอภิรักษ์ นามบุตร รองนายก อบจ.อุบลราชธานี พร้อมด้วย นายพิสิฐ กังไพบูลย์ ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ลงพื้นที่ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

เนื่องจากพื้นที่ลำห้วยเรือในปัจจุบันค่อนข้างตื้นเขิน และมีวัชพืชเป็นบางช่วง ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก น้ำจะล้นตลิ่งเอ่อท่วมขังในพื้นที่ และช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง กักเก็บน้ำได้ในปริมาณที่น้อย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในด้านการอุปโภค – บริโภค และการเกษตร

ในการนี้ ได้ร่วมหารือ และสร้างความเข้าใจ ขอบเขตแนวทางการสนับสนุนเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ้งเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ณ ที่ว่าการอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

-(016)

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

ชาวกาฬสินธุ์‘ปลูกเห็ดฟาง’ลงทุนหลักพันฟันกำไรหลักหมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.34 น.

8 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของเกษตรชาว จ.กาฬสินธุ์ ช่วงรอยต่อฤดูแล้งกับฤดูฝน ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลทำนาปี พบว่าที่บริเวณเขตติดต่อระหว่าง ต.บึงวิชัย และ ต.หนองสอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พบเกษตรกรรวมกลุ่มเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นบริเวณกว้าง โดยพืชที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพืชทั่วไป เช่น พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว พริก หน่อไม้ฝรั่ง และข้าวโพด ส่วนที่มีเสริมเข้ามาคือเห็ดฟาง ซึ่งเป็นการเพาะปลูกแบบง่ายๆ ตามภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม ที่เรียกว่า “เห็ดฟางคลุมดิน” โดยไม่ได้เพาะปลูกในโรงเรือน แต่ให้ผลผลิตสูง และคุ้มค่า ที่สำคัญลงทุนน้อย อายุสั้นเพียง 20 วันเริ่มเก็บผลผลิตขาย สร้างรายได้งาม เผยลงทุนเพียง 1,500 บาท แต่สามารถสร้างรายได้หลัก 10,000 บาททีเดียว

นางทองทิพย์ แสงแก้ว อายุ 57 ปี เกษตรบ้านหนองทุ่ม ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูฝน ตนและเพื่อนบ้านประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก บางคนปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ขณะที่ในฤดูแล้งจะแบ่งพื้นที่ที่เคยทำนาปี เป็นพื้นที่ทำนาปรังส่วนหนึ่ง และปลูกถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ข้าวโพด มะเขือ พริกและพืชตระกูลแตง อายุประมาณ 3-4 เดือนเก็บผลผลิต พืชเหล่านี้หากปลูกที่เดิมซ้ำบ่อยๆ จะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร บางครั้งเกิดโรคพืชระบาด ผลผลิตตกต่ำ จึงต้องปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนกันไป เพื่อปรับปรุงสภาพดิน

นางทองทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเพาะปลูกเห็ดฟางในแปลงนา หรือที่เรียกกันว่าปลูกแบบ “เห็ดฟางคลุมดิน” นั้น เริ่มเพาะปลูกมาประมาณ 3 ปี โดยเห็นว่า เห็ดฟางนั้นอายุสั้น เพาะปลูกง่าย เริ่มจากเตรียมแปลง  ซื้อกากมันสำปะหลังจากลานรับซื้อมันฯ มาเข้าแบบทำเป็นบล็อกหรือก้อนสี่เหลี่ยม วางเรียงกัน เว้นช่องว่างประมาณ 1 คืบ

จากนั้นหาอาหารเสริมเพื่อเป็นอาหารเห็ดฟาง เช่น รำอ่อน ปุ๋ยคอก มาโรยตามช่องว่างระหว่างบล็อกและบนบล็อก และซื้อเชื้อเห็ดจากแหล่งที่เชื่อถือมาโรยตามช่องว่างระหว่างบล็อกและบนบล็อกนั้น รดน้ำใช้ชุ่มพอดี คลุมแปลงด้วยแผ่นพลาสติกใส และคลุมด้วยฟางข้าวอีกชั้นหนึ่ง เพื่อควบคลุมอุณหภูมิและป้องกันอากาศเข้า เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยแปลงหนึ่งจะวางบล็อกคู่ เป็นแถวยาว ตามความเหมาะสม สำหรับตนลงทุนครั้งละ1,500 บาท จะได้แปลงเห็ดฟาง 5 แปลง

นางทองทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้น หมั่นสำรวจความชื้นในแปลงเห็ดฟางคลุมดิน ประมาณ 7 วันเริ่มออกดอก 10 วันเริ่มเก็บผลผลิตเต็มที่ ซึ่งเรียกว่าเห็ดชุดแรก จากนั้นก็รดน้ำและคลุมแปลงให้อยู่ในสภาพเดิม เห็ดก็เริ่มจะออกดอกให้ผลผลิตชุด 2  ก็เก็บผลผลิตได้อีก รวมลงทุนครั้งเดียว ได้ผลผลิต 2 ชุด ภายในเวลา 20 วันก็หมดเชื้อ ราคาขายตามท้องตลาดเฉลี่ย กก.ละ 80 บาท ทั้งขายเองในชุมชนและมีแม่ค้าคนกลางมารับซื้อ ไปวางขายตามท้องตลาดอีกที ทั้งนี้ เห็ดฟางคลุมดิน ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอายุสั้น เพาะปลูกคั่นเวลาจากการปลูกข้าวนาปรังและพืชชนิดอื่น หลังจากหมดชุด 2 ก็จะปลูกข้าวโพดและพืชตระกูลแตงต่อไป

อย่างไรก็ตาม จาการลงทุนครั้งเดียว 1,500 บาท หากเชื้อเห็ดมีคุณภาพ ก็จะได้ผลผลิตสูง สร้างรายได้หลายพันบาทหรือบางคนได้ถึง 10,000 บาททีเดียว นอกจากนี้ บล็อก รำอ่อนและปุ๋ยคอก ที่เป็นเศษวัสดุเหลือใช้ ยังสามารถย่อยสลายเป็นปุ๋ยบำรุงข้าวและพืชชนิดอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

.025

แลนด์มาร์คใหม่ MINISO Flagship Store @เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

แลนด์มาร์คใหม่ MINISO Flagship Store @เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

แลนด์มาร์คใหม่ MINISO Flagship Store @เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ตอบโจทย์นักช้อปทุกเจนพร้อมเปิด MINISO Flagship Store   ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลก  ชูจุดเด่นเป็นศูนย์รวมสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชัน  พร้อมฉลองเปิดอย่างเป็นทางการ  11 พฤษภาคมนี้  ที่บริเวณชั้น M

เพื่อต้อนรับ  MINISO Flagship Store  สาขาใหม่แห่งนี้  ที่มีพื้นที่กว่า 1,700 ตร.ม. MINISO ได้เปิดตัว Stitch Gen Z Street Series Vinyl Plush” กล่องสุ่มตัวการ์ตูนสติทช์เพื่อนต่างดาวจากดิสนีย์  คอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยไทยเป็นประเทศแรก ที่ได้วางขายก่อนใครในโลก!  ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม  2568  เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังพบกับสินค้าเบ็ดเตล็ด  ของใช้ภายในบ้านคอลเลกชันใหม่ ซึ่ง MINISO ได้ร่วมมือนักออกแบบกับค่ายการ์ตูนคาแรคเตอร์ดัง อาทิ   Harry Potter , Lotso , Barbie , Butterbear, Stitch, One Piece, Powerpuff Girls, Minions, Care Bears, Winnie the Pooh และอีกมากมาย ในรูปแบบสินค้าเบ็ดเตล็ด  ของใช้ภายในบ้าน อาทิ  ตุ๊กตา ของเล่น เครื่องเขียน กระเป๋า เป็นต้น ตลอดจน พบกิจกรรมบันเทิงจาก ‘ซี พฤกษ์’ และ ‘นุนิว ชวรินทร์ รวมถึงพบโปรโมชันพิเศษ สำหรับสมาชิก M CARD สามารถแลกคะแนน  50  M Point  แลกรับ E -Coupon  มูลค่า 100  บาท  เมื่อซื้อสินค้าภายใน MINISO  Flagship Store  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ครบ 300 บาทขึ้นไป   ตั้งแต่วันนี้  – 14 พฤษภาคม 2568  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook : The Mall Lifestore Bangkapi

#MinisoBangkapi #StitchGenZ #MinisoShanghaiVibes

Massimo Dutti เผยโฉมแฟลกชิพสโตร์คอนเซปต์ใหม่ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Massimo Dutti เผยโฉมแฟลกชิพสโตร์คอนเซปต์ใหม่ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Massimo Dutti เผยโฉมแฟลกชิพสโตร์คอนเซปต์ใหม่ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.35 น.

Massimo Dutti (มาสสิโม ดุตติ) แบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์พรีเมียมคลาสสิคสัญชาติสเปน ในเครือ Inditex Group เผยโฉมร้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด บนพื้นที่กว่า 360 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ชั้น 1 โซนนอร์ทวิง

การออกแบบและตกแต่งร้าน Massimo Dutti รูปโฉมใหม่ มาจากแนวคิดที่แบรนด์ต้องการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอันยอดเยี่ยมที่สะท้อนผ่านความโดดเด่นของทั้งคอลเลคชันสินค้าต่างๆ รวมไปถึงการมอบประสบการณ์ที่ดีเมื่อลูกค้าได้เข้ามาเยือนภายในร้าน โดยคอนเซปต์ใหม่ได้ปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม เริ่มตั้งแต่ความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี และเทคนิคของช่างฝีมือที่ละเอียดอ่อน ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์รูปทรงธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับพื้นที่ต่างๆ ผสานเข้ากับโทนสีที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติให้ความรู้สึกสะอาดตา ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ของร้านให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในส่วนการจัดสรรพื้นที่ของร้าน บริเวณทางเข้าถูกออกแบบให้มีความโปร่งโล่งสบายตา พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยวินโดว์ดิสเพลย์ซึ่งได้จัดแสดงคอลเลคชันต่างๆ ที่จะผลัดเปลี่ยนในแต่ละซีซัน เพื่อดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกชมสินค้าภายในร้านที่มีการแบ่งแยกโซนไว้อย่างลงตัวให้ง่ายต่อการเข้าถึง ทั้งคอลเลคชันของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ และยังมีการใช้แสงไฟในการรังสรรค์บรรยากาศให้มีความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ร้าน Massimo Dutti โฉมใหม่แห่งนี้ ได้รวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและตัวตนอันเป็น DNA ของแบรนด์ที่อยู่ภายใต้แนวคิดร้านที่ทันสมัยที่สุดของ Inditex Group และนอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมที่นำแฟชั่นและเทคโนโลยีมาผนึกรวมเข้าไว้ด้วยกันตามวิสัยทัศน์ของแบรนด์ เพื่อจะมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบใหม่ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ART IN STORES

การเปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ของ Massimo Dutti ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสาขาเรือธงร่วมกับแฟลกชิพสโตร์แห่งอื่นๆ ที่ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะผสมผสานฟังก์ชันภายในร้านเข้ากับสไตล์และศิลปะ โดยในโอกาสนี้แบรนด์ได้สานต่อความสำเร็จของโครงการ ArtinProgress มาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งร้าน Massimo Dutti แห่งนี้จะเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการสุดพิเศษ นำเสนอผลงานของ Aor Sutthiprapha – คุณอ้อ สุทธิประภา ศิลปินเซรามิกชาวไทย ตั้งแต่วันที่ 8 – 25 พฤษภาคม 2568

คุณอ้อ สุทธิประภา ศิลปินและนักออกแบบเซรามิก ผู้สร้างสรรค์ผลงานโดยเชื่อมโยงความหลงใหลที่มีต่อดินเหนียวและการทำสมาธิเข้าไว้ด้วยกัน โดยการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางจิตและศักยภาพภายในตนเอง ผลงานเซรามิกร่วมสมัยของเธอสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมถึงบทสนทนาภายในจิตใจที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการบ่มเพาะผลงานที่ต้องผ่านการทำซ้ำและอาศัยระยะเวลา

สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://social.massimodutti.com/paper/en/art-in-stores/

TECHNOLOGY AND PREMIUM SERVICE

Massimo Dutti เป็นแบรนด์ผู้นำที่มุ่งมั่นในการผสานแฟชั่น การบริการ และเทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ๆ บนพื้นฐานของนวัตกรรมและการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ แบรนด์ได้ผนวกความเป็นเลิศด้านการให้บริการลูกค้าของพนักงาน เข้ากับเทคโนโลยีการค้าปลีกที่ล้ำสมัยที่สุด ทำให้ Massimo Dutti ได้กลายเป็นแบรนด์ที่สร้างบรรทัดฐานของการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า

TECHNOLOGY

Massimo Dutti ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมอยู่เสมอ โดยแบรนด์สนับสนุนให้ลูกค้าสามารถรับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์และใช้ถุงของตัวเองได้ ซึ่งช่วยลดขยะจากกระดาษ เพื่อช่วยให้เราก้าวไปทีละขั้นสู่แฟชั่นที่ยั่งยืนอย่างสมบูรณ์

Scan & Shop: ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการในแต่ละสาขา และจากทางแอปพลิเคชันของแบรนด์ โดยการสแกนผลิตภัณฑ์ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และเพิ่มลงในตะกร้าช้อปปิ้งออนไลน์โดยตรง โดยเลือกสถานที่จัดส่งที่ต้องการ

Reserve in store: ลูกค้า Massimo Dutti ยังมีตัวเลือกในการใช้แอปพลิเคชันของแบรนด์เพื่อจองสินค้าและรับสินค้าจากร้านสาขาที่เลือกภายใน 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ พนักงานของแบรนด์ที่ประจำแต่ละสาขา มีเครื่องมือที่จะช่วยลูกค้าค้นหาสินค้าที่มีวางจำหน่ายในสาขาอื่นๆ โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ ณ สาขานั้น และมารับสินค้าในสาขาที่สะดวก หรือจัดส่งตามที่อยู่ที่ต้องการได้อีกด้วย

พบกับ Massimo Dutti ทั้ง 4 สาขา ได้แล้ววันนี้ที่ Massimo Dutti สาขา สยามพารากอน ชั้น 1 Massimo Dutti สาขา เอ็มควอเทียร์ ชั้น M, Massimo Dutti สาขา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 2 และ Massimo Dutti สาขา เช็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1