ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

5 พ.ค. 2568 17:52 น.

ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่ใช้ชีวิตหลังแต่งงานที่แฮปปี้อีกคู่หนึ่ง สำหรับ ปอย ตรีชฎา กับหนุ่มนักธุรกิจชื่อดัง โอ๊ค บรรลุ และเพิ่งจะฉลองครบรอบแต่งงาน 2 ปีกันไป โดยล่าสุดสาวปอยได้รีวิวการใช้ชีวิตคู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาให้ฟังว่า 

– ครบรอบ 2 ปีแต่งงาน ปอยกับสามีปรับตัวกันได้ดีมากๆ แล้ว รู้สึกสบายใจมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องแอ๊บเยอะ ตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองไม่แอ๊บแล้ว แต่จริงๆ ก็ยังแอ๊บอยู่

– ตอนนี้เป็นตัวของตัวเองมาก อย่างเช่นผายลม ตอนคบเราเนียนๆ แต่ว่าตอนหลังไม่ต้องแอ๊บแล้ว  ไม่ต้องเป็นคนดีขนาดนั้น มีงอแงได้

– ถึงจะเป็นขนาดนี้แต่สามีรับได้ เขาไม่แปลกใจ เขารอว่าเมื่อไหร่เราจะแสดงออกมา

ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

– เราสองคนไม่ได้ชอบทะเลาะกันอยู่แล้ว สิ่งที่เป็นมันเหมือนเป็นแค่กิมมิกในชีวิตคู่เฉยๆ

– ไม่ใช่แค่ปอยที่เป็นตัวของตัวเอง แต่พี่โอ๊คก็เป็นด้วย เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเยอะมาก มันดี มันทำให้ความสัมพันธ์สบายใจ ไม่ต้องกลัวว่า เมื่อไหร่เราเป็นตัวของตัวเองแล้วเขาจะไม่แฮปปี้

– ปอยรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเพื่อน ในวัยนี้ความรักเป็นเหมือนเพื่อนที่ร่วมเดินทาง

– เวลาเถียงกัน ปอยก็ต้องชนะ แต่ถ้าพี่โอ๊คมีเหตุผล พี่โอ๊คก็ต้องชนะอยู่แล้วด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ว่าปอยชนะทุกเรื่อง หลายๆ ครั้งความเห็นพี่โอ๊คดีจังเลย บางครั้งปอยคิดไม่ถึง

– ถ้าสมมุติมีข่าวมีกิ๊ก ปอยต้องเช็ก เห็นข่าวมันเยอะ มันเลยทำให้เห็นว่าทุกๆ วันนี้มันมีโอกาสจริงๆ มันมีสิ่งเร้า ปอยเคยคุยกับพี่โอ๊คว่าถ้าสมมุติเราต้องจากกันด้วยเหตุผลเล็กน้อยหรือไม่เกี่ยวอะไรก็แล้วแต่ ตอนแต่งงานมันดังขนาดไหน ตอนเลิกกันจะดังกว่า

ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

– เพราะว่าคนมีชื่อเสียง ย่อมต้องระมัดระวัง ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลตัวอย่าง ดีเด่นอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าจะทำอะไรก็ต้องปรึกษา หรือให้เป็นขั้นเป็นตอน อย่าแอบไปทำอะไร

– ปอยกับพี่โอ๊คมันเป็นมุนิน-มุตา เรารับโทรศัพท์ให้เขา เขาก็รับโทรศัพท์ให้ปอยได้ ปอยไม่ได้เช็กโทรศัพท์เขา เพราะว่าเช็กก็คงไม่มี

– ความรักตอนนี้ราบรื่น ปีหน้าค่อยมาสัมภาษณ์ใหม่


คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน
ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน
ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน
ปอย ตรีชฎา รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 ปี กับนักธุรกิจ ราบรื่นดี ไม่ต้องแอ๊บใส่กัน

มาวิน-ตู่ จะไม่ทน ยอมอุ้มท้องโตใกล้คลอดเข้าแจ้งความ หลังถูกคนแอบเอารูปไปใช้โฆษณา

มาวิน-ตู่ จะไม่ทน ยอมอุ้มท้องโตใกล้คลอดเข้าแจ้งความ หลังถูกคนแอบเอารูปไปใช้โฆษณา

5 พ.ค. 2568 16:27 น.

มาวิน-ตู่ จะไม่ทน ยอมอุ้มท้องโตใกล้คลอดเข้าแจ้งความ หลังถูกคนแอบเอารูปไปใช้โฆษณา

ทำเอา มาวิน ทวีผล และ ตู่ ปิยวดี จะไม่ทนอีกต่อไป ยอมอุ้มท้องโตใกล้คลอดไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ หลังจากถูกเอารูปไปใช้โฆษณาโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ยินยอม โดยมาวินได้โพสต์รูปพร้อมข้อความเอาไว้ว่า 

“เนื่องจากมีบุคคลและ/เพจ แอบเอารูปของคุณวดีและอปป้า ไปใช้อ้างโฆษณา โดยไม่ได้รับอนุญาต และทางคุณวดีกับอปป้าเองก็ไม่ได้ให้ความยินยอม

วันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน. ทองหล่อ ในความผิดที่เกี่ยวข้องครับ ทำไมถึงทำกับมี๊ได้ มี๊ต้องอุ้มท้องมาแจ้งความ”

ทางด้านทนายแก้วก็ได้คอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวเพื่อให้ความรู้แก่คนทั่วไปว่า “จัดไปครับ ขอเตือนคนอื่นๆที่จะทำ บอกเลยอย่าหาทำนะครับ เพราะการนำรูปคนอื่นไปใช้ จะตัดต่อหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง

แต่การนำไปใช้ต้องขออนุญาตก่อนหากไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายผิดอาญาและแพ่งหลายมาตรานะครับ ทนายแก้วขอเตือนครับ”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

มาวิน-ตู่ จะไม่ทน ยอมอุ้มท้องโตใกล้คลอดเข้าแจ้งความ หลังถูกคนแอบเอารูปไปใช้โฆษณา

โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ

โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ

5 พ.ค. 2568 16:07 น.

โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ

เผลอแป๊บเดียว โตเป็นสาวแล้ว สำหรับ น้องลัลลาเบล ลูกสาวสุดที่รักของ ไอด้า ไอรดา ศิริวุฒิ กับอดีตสามี แอมมี่ The Bottom Blues ที่แฟนๆ เห็นสาวน้อยลัลลาเบลมาตั้งแต่ยังเด็ก มาวันนี้โตเป็นสาว แถมยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอีกด้วย

ล่าสุด แม่ไอด้าได้ลงคลิปที่นัดน้องลัลลาเบลไปเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง กินข้าวด้วยกันที่สยาม แต่งานนี้ทำคนเป็นแม่ถึงกับว้าวในสไตล์และการแต่งตัวของลูกสาว เพราะน้องลัลลาเบลมาด้วยลุคสาวเท่ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองสุดๆ โดยมาใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงยีนส์ขายาวสีดำฟอก รองเท้าผ้าใบ สวมแว่นตา และแต่งหน้าบางๆ แบบน่ารักๆ

โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ

ด้านแม่ไอด้าก็ได้เขียนแคปชั่นว่า “My forever squad!” งานนี้ทำเอาหลายคนที่ติดตามถึงกับร้องว้าวในความโตเป็นสาวของน้องลัลลาเบลกันจำนวนมาก ซึ่งทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ติดตามมาตั้งแต่น้องยังเด็กๆ มาตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว และยังบอกอีกว่าน้องลัลลาเบลเหมือนเป็นแฝดของแม่ไอด้าเลย เป็นคู่แม่ลูกที่เหมือนกันมาก

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ
โตเป็นสาวแล้ว น้องลัลลาเบล ลูกไอด้า ไอรดา น่ารักสวยเก๋ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

5 พ.ค. 2568 15:42 น.

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

หลังจากที่ นัท นิสามณี อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ตัดสินใจขึ้นเขียงทำศิลยกรรมใหม่อีกครั้งแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบที่ประเทศเกาหลีใต้ งานนี้เจ้าตัวก็ได้อัปเดตการเสริมความงามครั้งใหญ่ของตัวเองให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคลิปที่เพิ่งฟื้นจากการผ่าตัดที่เจ้าตัวบอกเอาไว้ว่า “ขอโทษร่างกายนะที่พามาเจ็บแบบนี้ และขอบคุณที่อดทน ผ่านวันที่ยากไปด้วยกันให้ได้” 

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

จากนั้นเจ้าตัวก็ได้โพสต์การใช้ชีวิตหลังจากที่ทำศัลยกรรมที่ทำเอาคนโสดหรือคนที่มีคู่อยู่แล้วรู้สึกอิจฉาหนักกว่าเดิม เพราะนัทมีแฟนหนุ่มคอยดูแลอย่างดีดุจเจ้าหญิง โดยนัทเขียนความน่าอิจฉานี้เอาไว้ว่า

“เมื่อฉันถูกดูแลหลังจากผ่าตัดครั้งใหญ่ในชีวิต คอยกางร่มให้ไม่ว่าจะฝนหรือแดดออก เราเป็นคนขี้ลืม คุณพ่อจะคอยจัดยาให้ไม่ขาด คุณหมอไม่ให้ก้มหน้า คุณพ่อก็จะเป็นคนผูกเชือกรองเท้าให้ตลอด

แม้จะยังหน้าบวมอยู่ แต่คุณพ่อก็จะคอยบอกว่าสวยหมดที่เป็นเราเสมอ ยอมให้กินของหวานเพราะเห็นเราเจ็บมาก หลังผ่าตัดปากแห้งตลอด คุณพ่อจะคอยทา Lip it ทั้งวัน

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

กลัวเราเบื่อก็ชวนออกมาแต่งตัว มาเดินเป็นเพื่อนแบบไม่อายเลยที่หน้าเราตลกมาก หลังผ่าตัดปวดแผลมาก ทั้งวันไม่อยากยิ้มเลย มันเจ็บ คุณพ่อก็จะชวนทำอะไรน่ารัก ตลกๆ ให้เรายิ้ม ไม่อยากเห็นเราเครียด

คิดมาตลอดว่าเราเป็นคนเก่ง เจออะไรก็ผ่านไปเองได้ แต่เพิ่งรู้ตัวว่าการมีคนเทคแคร์ในวันที่ยากมากๆ มันดีเหลือเกิน ขอบคุณกับทุกสิ่งที่ทำให้หนูนะ จากวันที่บาดเจ็บหนัก กลายมาเป็นความทรงจำดีๆ

และสุดท้ายนี้ ขอบคุณพ่อมากนะคะที่คอยห่วงใยและอยู่เคียงข้างหนูเสมอ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการซัพพอร์ตที่มีมาให้หนูตลอดค่ะ” พร้อมแคปชั่นว่า ยาที่ดี คือ ยาทางใจ พระเอกในชีวิตจริง ยิ่งกว่าในซีรีส์ #สกายนิสา” 

เจอแบบนี้เข้าไปทำเอาคนโสด คนมีคู่บางคน ถึงกับอิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว 


คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง
นัท นิสามณี ขึ้นเขียงเสริมสวยชุดใหญ่ แต่ทำคนโสดอิจฉามีแฟนดีคอยดูแลดุจเจ้าหญิง

ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี

ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี

5 พ.ค. 2568 13:55 น.

ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี

สวยจึ้งเหมาะกับการเป็นตัวแม่มากๆ จ้า เมื่อ ลิซ่า ลลิษา ศิลปินชื่อดังระดับโลกได้ปรากฏตัวในงานการแข่งขันรถ F1 Miami Grand Prix 2025 ในฐานะแขกคนสำคัญของทีมเฟอร์รารี

โดยลิซ่าได้โพสต์รูปที่ไปร่วมงานในฐานะแขกพิเศษ ด้วยลุคสุดจึ้ง สุดปัง หยิบชุดกระโปรงสั้นสีแดง คอลเลกชัน Fall/Winter 2025 จาก Ferrari มาสวยอวดหุ่นและเรียวขาสวยๆ ของเธอ ทำเอาแฟนๆ กดไลก์และคอมเมนต์ในอินสตาแกรมของลิซ่าแบบถล่มทลายกันเลยทีเดียว 

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี
ลิซ่า ลลิษา สุดปัง ปรากฏตัวในงานแข่งรถ F1 ในฐานะแขกคนสำคัญของเฟอร์รารี

นักท่องเที่ยวสะท้อนปัญหาเที่ยวญี่ปุ่น “ถังขยะน้อยเกินไป”

นักท่องเที่ยวสะท้อนปัญหาเที่ยวญี่ปุ่น "ถังขยะน้อยเกินไป"

6 พ.ค. 2568 17:07 น.

นักท่องเที่ยวสะท้อนปัญหาเที่ยวญี่ปุ่น “ถังขยะน้อยเกินไป”

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นระบุว่าการไม่มีถังขยะในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงที่สถานีรถไฟ เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดระหว่างการเดินทาง ตามผลสำรวจล่าสุดของรัฐบาล

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นระบุว่าการไม่มีถังขยะในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงที่สถานีรถไฟ เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดระหว่างการเดินทาง ตามผลสำรวจล่าสุดของรัฐบาล

สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 4,000 คนใน 5 สนามบินหลักของประเทศให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งถึง 21.9% ผลสำรวจนี้จัดทำขึ้นกับผู้ตอบแบบสอบถามก่อนออกจากสนามบินนิวชิโตเสะ, นาริตะ, ฮาเนดะ, คันไซ และฟุกุโอกะ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม

แม้ว่าตัวเลขจะดีขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน แต่ผู้ตอบแบบสอบถามหลายคนระบุว่าหลังจากหาที่ทิ้งขยะไม่เจอ พวกเขาก็ต้องนำขยะเหล่านั้นกลับไปที่พัก

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยมีถังขยะในพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถังขยะจำนวนมากถูกกำจัดออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศ เช่น การโจมตีด้วยก๊าซซารินในรถไฟใต้ดินโตเกียวเมื่อปี 1995 และในต่างประเทศ รวมถึงเหตุระเบิดรถไฟที่กรุงมาดริดของสเปนเมื่อปี 2004 

แต่เนื่องจากถังขยะส่วนใหญ่ในพื้นที่สาธารณะหายไป การทิ้งขยะในแหล่งท่องเที่ยวจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสาธารณะ

โยเฮ ทาเคมูระ ซีอีโอของบริษัท Forcetec Inc. ซึ่งติดตั้งถังขยะพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถบีบอัดขยะในพื้นที่สาธารณะได้ กล่าวว่าจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอย่างนิวยอร์กและปารีสต่างก็มีถังขยะสาธารณะประมาณ 30,000 ใบ

ทาเคมูระกล่าวว่า แม้ว่าถังขยะที่ติดตั้งและบำรุงรักษาโดยภาครัฐจะไม่มีแล้วในกรุงโตเกียว แต่ยังมีถังขยะที่ติดตั้งและบำรุงรักษาโดยภาคเอกชน 

ในส่วนของความไม่สะดวกอื่นๆ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 15.2% ที่รายงานปัญหาด้านการสื่อสาร เช่น พนักงานในร้านอาหารและสถานที่อื่นๆ ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ขณะที่ 13.1% ชี้ไปที่ความแออัดในสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งท่องเที่ยว

ผู้ตอบแบบสอบถามยังได้หยิบยกปัญหาด้านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองขึ้นมา โดยบ่นถึงระยะเวลาการรอคอยที่สนามบินที่ยาวนาน.

ที่มา KYODO NEWS

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

รมว. กลาโหมสหรัฐฯ จ่อลดนายพลในกองทัพ ลงอีก 20%

รมว. กลาโหมสหรัฐฯ จ่อลดนายพลในกองทัพ ลงอีก 20%

6 พ.ค. 2568 16:34 น.

รมว. กลาโหมสหรัฐฯ จ่อลดนายพลในกองทัพ ลงอีก 20%

นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งลดจำนวนนายทหารระดับสี่ดาวลงอีก 20% โดยก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า นายทหารยศระดับสูงในกองทัพสหรัฐฯ มีจำนวนมากเกินไป

นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สั่งลดจำนวนนายทหารระดับสี่ดาวลงอีก 20% ส่งผลให้กระทรวงกลาโหมเผชิญความสั่นคลอนในช่วงเริ่มต้นวาระที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้ นายเฮกเซธเคยออกมาพูดอย่างชัดเจนว่า เขาคิดว่าทหารยศระดับสูงมีจำนวนมากเกินไป

นายเฮกเซธ อดีตผู้ประกาศข่าวของฟ็อกซ์ นิวส์  ได้เร่งดำเนินการเพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงฯ โดยสั่งปลดนายพลและพลเรือเอกระดับสูง เนื่องจากเขากำลังพยายามนำแผนงานด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ไปปฏิบัติ และยกเลิกแผนริเริ่มด้านความหลากหลายที่เขามองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ

ในบันทึกความจำซึ่งรายงานเนื้อหาครั้งแรกโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ นายเฮกเซธระบุว่าจะมีการลดจำนวนนายทหารระดับพลตรีในกองกำลังป้องกันชาติ ลงอย่างน้อย 20% และนายทหารระดับพลตรีและระดับนายพลเรือในกองทัพลงอีก 10%

เฮกเซธกล่าวในวิดีโอที่โพสต์บน X ว่า “การมีนายพลและพลเรือเอกเพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น” “นี่ไม่ใช่การซ้อมรบทำลายข้าศึกเพื่อลงโทษนายทหารระดับสูง ไม่มีอะไรที่ห่างไกลจากความจริงไปกว่านี้อีกแล้ว” เขาเสริมว่าเขาร่วมงานกับคณะเสนาธิการทหารร่วมในเรื่องนี้ และเป้าหมายคือการเพิ่มความพร้อมทางยุทธศาสตร์ให้สูงสุด

ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวว่า “มีความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างขนาดของคณะเสนาธิการและชัยชนะในสนามรบ” ในเวลานั้น เขากล่าวว่าในกองทัพมีนายพลระดับสี่ดาว 44 ตำแหน่ง ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ปลดประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม พลเรือเอกระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ

ในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ เฮกเซธกล่าวว่าการตัดลดจะดำเนินการอย่างระมัดระวังแต่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนว่าตำแหน่งใดจะถูกตัดลด กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการทบทวนการดำเนินงานทั่วโลก และเฮกเซธกำลังพิจารณาว่าจะมีการรวมกองบัญชาการรบบางแห่งซึ่งดำเนินการในส่วนต่างๆ ของโลก และนำโดยเจ้าหน้าที่ระดับสี่ดาวหรือไม่

ตัวเลือกที่เป็นไปได้บางส่วนอาจรวมถึงการรวมกองบัญชาการแอฟริกาของสหรัฐฯ กับกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งระดับสี่ดาวลดลงหนึ่งตำแหน่ง นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรวมกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติการในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เข้ากับกองบัญชาการภาคเหนือของสหรัฐฯ

ตำแหน่งระดับสี่ดาวอื่นๆ ที่เฮกเซธอาจพิจารณาได้แก่ หัวหน้ากองกำลังกองทัพบกสหรัฐฯ ในแปซิฟิก และหัวหน้ากองกำลังสหรัฐฯ ในเกาหลี

ความวุ่นวายที่กระทรวงกลาโหมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเท่านั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการสืบสวนการรั่วไหลของข้อมูลซึ่งได้รับคำสั่งจากฝ่ายเสนาธิการของเฮกเซธ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ควันดำ-ควันขาว เกิดจากอะไร: วาติกันส่งสัญญาณควันเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่อย่างไร

ควันดำ-ควันขาว เกิดจากอะไร: วาติกันส่งสัญญาณควันเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่อย่างไร

6 พ.ค. 2568 14:43 น.

ควันดำ-ควันขาว เกิดจากอะไร: วาติกันส่งสัญญาณควันเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่อย่างไร

  • ในการประชุมลับเพื่อเลือกโป๊ปองค์ใหม่ จะมีการเผาทำลายบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ใช้แล้ววันละสองครั้ง โดยคนภายนอกสำนักวาติกันสามารถมองเห็นควันจากปล่องควันที่ออกมาจากโบสถ์น้อยซิสทีนได้ สีของควันไฟดังกล่าวจะเป็นไปตามสีที่ใช้ทาบัตรเลือกตั้ง หากควันเป็นสีดำแสดงว่าที่ประชุมยังไม่มีมติชี้ขาด แต่หากควันเป็นสีขาว นั่นคือสัญญาณว่าที่ประชุมพระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว
  • การสร้างควันที่ส่งสัญญาณได้อย่างถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าขั้นตอนนี้ต้องใช้ “สารติดไฟแบบพิเศษสองชุด” การซ้อมทดสอบควัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของวาติกันที่ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โดยได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันโดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่คริสตจักรที่ทำงานร่วมกัน
  • ส่วนการทำให้ควันมีสีที่ต่างกันนั้น อยู่ที่สารติดไฟแบบทำเองของวาติกันสองชุด โดยควันดำจะเผาส่วนผสมของโพแทสเซียมเปอร์คลอเรต แอนทราซีน และกำมะถัน ทำให้เกิดควันหนาและสีเข้ม ส่วนควันขาวจะเผาส่วนผสมของโพแทสเซียมคลอเรต แล็กโทส และสนโรซิน ซึ่งจะเผาไหม้หมดจดและซีดจาง

เมื่อคริสตจักรนิกายโรมันคาธอลิกเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ผู้คนทั่วโลกจะเฝ้าดูควันที่ลอยขึ้นจากปล่องควันเล็กๆ เหนือโบสถ์น้อยซิสทีน ซึ่งเป็นพิธีกรรมเพื่อแจ้งข่าวสำคัญนอกเหนือจากการแถลงข่าวหรือการโพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดียเท่านั้น

อย่างที่เราทราบกันดี หากควันเป็นสีดำ แสดงว่ายังไม่มีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ แต่หากควันเป็นสีขาว แสดงว่าพระคาร์ดินัลได้ตัดสินใจแล้วว่าจะมีพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ถือเป็นพิธีกรรมที่เข้มข้นและมีการถ่ายทอดสดให้ผู้คนทั่วโลกได้ชมนับล้านคน

แต่สิ่งที่ผู้ชมมองไม่เห็นคือความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ของพิธีกรรมที่มีอายุเก่าแก่หลายศตวรรษ ได้แก่ ปล่องไฟที่สร้างขึ้นอย่างประณีต เตาที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และสูตรเคมีที่แม่นยำ ซึ่งแต่ละส่วนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แน่ใจว่าควันที่ลอยขึ้นมาจะสื่อความหมายที่ชัดเจน

ควันดำ-ควันขาว เกิดจากอะไร: วาติกันส่งสัญญาณควันเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่อย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าขั้นตอนนี้ต้องใช้ “สารติดไฟแบบพิเศษสองชุด” การซ้อมทดสอบควัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของวาติกันที่ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โดยได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันโดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่คริสตจักรที่ทำงานร่วมกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์เมื่อวันจันทร์อีสเตอร์ ด้วยพระชนมายุ 88 พรรษา และเมื่อพิธีพระศพเสร็จสิ้นลง ความสนใจจึงมุ่งไปที่การประชุมลับ หรือ คอนเคลฟ (conclave) ซึ่งเป็นการประชุมของพระคาร์ดินัลจากทั่วโลกเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่

วาติกันยืนยันว่าพระคาร์ดินัลจะประชุมกันที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อประกอบพิธีมิสซาพิเศษ ก่อนจะรวมตัวกันในโบสถ์น้อยซิสทีน ซึ่งการลงคะแนนเสียงที่ซับซ้อนจะเริ่มต้นขึ้น

ประเพณีการเผาบัตรลงคะแนนของพระคาร์ดินัลมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมของการประชุมลับที่มุ่งหวังให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันการปลอมแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่การเลือกตั้งพระสันตะปาปาล่าช้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดความไม่พอใจและความไม่สงบของประชาชน

เมื่อเวลาผ่านไป วาติกันเริ่มใช้ควันเป็นวิธีสื่อสารกับโลกภายนอก โดยยังคงรักษาความลับของการลงคะแนนเสียงอย่างเคร่งครัด และในปัจจุบัน แม้จะมีความก้าวหน้ามากมายในด้านการสื่อสาร แต่วาติกันก็ยังเลือกที่จะรักษาประเพณีนี้ไว้

โบสถ์น้อยซิสทีน สถานที่จัดการประชุมลับ หรือ คอนเคลฟ
โบสถ์น้อยซิสทีน สถานที่จัดการประชุมลับ หรือ คอนเคลฟ

แคนดิดา มอสส์ ศาสตราจารย์ด้านเทววิทยาที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า “ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา ผู้คนได้เห็นควันที่ลอยขึ้น จากการบูชายัญสัตว์และธัญพืชในพระคัมภีร์ หรือการจุดธูปตามประเพณี เป็นรูปแบบการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า”

“ในประเพณีของนิกายโรมันคาธอลิก คำอธิษฐานจะ ‘ลอยขึ้น’ ไปหาพระเจ้า การใช้ควันทำให้เกิดความรู้สึกถึงพิธีกรรมทางศาสนาเหล่านี้ และความงามของความมหัศจรรย์และความลึกลับที่มากับพิธีกรรมเหล่านั้น”

ศาสตราจารย์มอสส์ยังกล่าวอีกว่า ควันที่ลอยขึ้นทำให้ผู้คนที่มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ “รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ราวกับว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมลึกลับและลึกลับนี้”

เหตุผลต่างๆ ล้วนเป็นเพียงในเชิงสัญลักษณ์ แต่การจะทำให้มันเกิดขึ้นได้ในศตวรรษที่ 21 ต้องใช้ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในโลกแห่งความเป็นจริง

ภายในโบสถ์น้อยซิสทีน มีการติดตั้งเตาชั่วคราวสองเตาสำหรับการประชุมลับโดยเฉพาะ เตาหนึ่งสำหรับเผาบัตรลงคะแนน อีกเตาหนึ่งสำหรับสร้างสัญญาณควัน

เตาทั้งสองเชื่อมต่อกับปล่องควันขนาดเล็ก ซึ่งเป็นท่อภายในปล่องควันที่ให้ควันระบายออกได้ โดยปล่องควันจะไหลขึ้นสู่ภายนอกผ่านหลังคาโบสถ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ปรากฏตัวบนหลังคา เพื่อยึดปล่องควันให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง ในขณะที่คนงานกำลังติดตั้งนั่งร้านและสร้างเตาไฟไว้ภายใน

โบสถ์น้อยซิสทีนซึ่งสร้างขึ้นเมื่อกว่า 500 ปีก่อน เป็นที่ตั้งของเพดานที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพดานนี้ประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังของไมเคิลแองเจโล แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อส่งสัญญาณควันโดยเฉพาะ และปล่องควันจะต้องติดตั้งอย่างมิดชิดและปลอดภัย

มันเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ช่างเทคนิคจะใช้ช่องเปิดที่มีอยู่แล้วหรือสร้างช่องชั่วคราวเพื่อสอดปล่องควันซึ่งโดยปกติทำด้วยโลหะ เช่น เหล็กหรือเหล็กกล้า เข้าไป ท่อจะวิ่งจากเตาไปยังภายนอกและโผล่ออกมาผ่านหลังคาที่ปูด้วยกระเบื้องเหนือจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์

เตาเผาในโบสถ์น้อยซิสทีน
เตาเผาในโบสถ์น้อยซิสทีน

ข้อต่อทุกจุดได้รับการปิดผนึกเพื่อป้องกันการรั่วไหล และทุกส่วนประกอบจะได้รับการทดสอบ ผู้เชี่ยวชาญจะซ้อมการทดสอบควันในช่วงไม่กี่วันก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าปล่องไฟจะทำงานได้ตามเวลาจริง แม้แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของวาติกันก็มีส่วนร่วมด้วย โดยจะเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดความผิดปกติ

เควิน ฟาร์แลม วิศวกรโครงสร้างที่เคยทำงานด้านมรดกทางวัฒนธรรม กล่าวว่า “นี่เป็นกระบวนการที่แม่นยำมาก เพราะหากมีสิ่งใดผิดพลาด ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น แต่จะกลายเป็นเหตุการณ์ระดับนานาชาติ” “มันไม่เหมือนกับการเอาท่อไปใส่เตาอบพิซซ่า ทุกส่วนของระบบจะต้องได้รับการติดตั้งโดยไม่ทำให้สิ่งใดเสียหาย”

การติดตั้งนี้สร้างขึ้นไม่กี่วันก่อนที่พระคาร์ดินัลจากทั่วโลกจะเดินทางมาถึง และจะถูกรื้อถอนเมื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว

เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะมองเห็นสัญญาณควัน ช่างเทคนิคของวาติกันจะใช้สารเคมีหลายชนิดผสมกัน

ศาสตราจารย์มาร์ก ลอร์ช หัวหน้าภาควิชาเคมีและชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยฮัลล์ กล่าวว่า “สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ตอนนี้โดยพื้นฐานแล้วคือสารติดไฟแบบทำเองสองชุด” “ควันดำจะเผาส่วนผสมของโพแทสเซียมเปอร์คลอเรต แอนทราซีน และกำมะถัน ทำให้เกิดควันหนาและสีเข้ม”

“ควันขาวจะเผาส่วนผสมของโพแทสเซียมคลอเรต แล็กโทส และสนโรซิน ซึ่งจะเผาไหม้หมดจดและซีดจาง”

“ในอดีตพวกเขาพยายามเผาฟางที่ชื้นเพื่อสร้างควันที่เข้มขึ้น และเผาฟางแห้งเพื่อสร้างควันที่เบากว่า แต่วิธีนี้ทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากบางครั้งควันจะดูเหมือนสีเทา”

เขาอธิบายว่าสารเคมีเหล่านี้ “บรรจุล่วงหน้าในตลับและจุดไฟด้วยไฟฟ้า” ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดความคลุมเครือ

การเพิ่มเสียงระฆังซึ่งนำมาใช้ในช่วงการเลือกตั้งของสมเด็จพระสันตปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ถือเป็นการยืนยันและใช้ร่วมกับสัญญาณควัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย เช่น ไฟสี การแจ้งเตือนแบบดิจิทัล หรือแม้แต่การลงคะแนนเสียงทางโทรทัศน์ แต่สำหรับวาติกัน พิธีกรรมนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสารเท่านั้น แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความต่อเนื่องกับประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ

ศาสตราจารย์มอสกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องของประเพณีและความลับ แต่ยังมีความสำคัญทางเทววิทยาอีกด้วย”

“นอกจากนี้ ‘คริสตจักรนิกายโรมันคาธอลิก’ และ ‘ล้ำสมัย’ ยังไม่ใช่คำที่เป็นคำพ้องความหมาย เนื่องจากนวัตกรรมแทบจะขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับพิธีกรรม”.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“ฟรานซิสแห่งเอเชีย” พระคาร์ดินัลฟิลิปปินส์ ตัวเก็งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป

"ฟรานซิสแห่งเอเชีย" พระคาร์ดินัลฟิลิปปินส์ ตัวเก็งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป

6 พ.ค. 2568 12:28 น.

“ฟรานซิสแห่งเอเชีย” พระคาร์ดินัลฟิลิปปินส์ ตัวเก็งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป

พระคาร์ดินัลหลุยส์ อันโตนิโอ ทาเกล ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ฟรานซิสแห่งเอเชีย” อาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระสันตะปาปาฟรานซิส ขณะที่คณะพระคาร์ดินัลที่เข้าร่วมการประชุมลับในวันที่ 7 พ.ค. กำลังมองหาผู้ที่มีความคล้ายคลึงกับพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับ เพื่อสานต่อแนวทางก้าวหน้าของพระองค์

พระคาร์ดินัลหลุยส์ อันโตนิโอ ทาเกล ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ฟรานซิสแห่งเอเชีย” เนื่องจากรอยยิ้มที่น่าดึงดูด เสียงหัวเราะที่ง่ายดาย และคำพูดที่เป็นธรรมชาติ อาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระสันตะปาปาฟรานซิส ขณะที่คณะพระคาร์ดินัลที่เข้าร่วมการประชุมลับในวันที่ 7 พ.ค. กำลังมองหาผู้ที่มีความคล้ายคลึง เพื่อสานต่อแนวทางการทำงานแบบก้าวหน้าของพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับจากอาร์เจนตินา

พระคาร์ดินัลทาเกล กลายเป็นตัวเก็งอย่างไม่เป็นทางการสำหรับพระสันตะปาปาองค์ต่อไป มีผู้กล่าวว่าพระองค์อาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระสันตะปาปาฟรานซิส หากคณะพระคาร์ดินัลที่เข้าร่วมการประชุมลับในวันพุธนี้ กำลังมองหาผู้ที่มีความคล้ายคลึงกับโป๊ปฟรานซิส เพื่อสานต่อแนวทางการทำงานแบบก้าวหน้าของพระองค์อย่างแน่วแน่

หากพระคาร์ดินัลทาเกลได้รับเลือก ก็มีแนวโน้มว่าชาวคาธอลิก 1,400 ล้านคนทั่วโลก จะส่งสัญญาณว่าพระคาร์ดินัลต้องการเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิสในการเปิดคริสตจักรสู่โลกสมัยใหม่ โดยไม่เลือกบุคคลที่อาจย้อนรอยการปฏิรูปบางส่วนของพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับ

บาทหลวงเอ็มมานูเอล อัลฟองโซ อดีตศิษย์ของทาเกลที่รู้จักเขามานานหลายทศวรรษกล่าวว่า “เขาเป็นตัวแทนของความต่อเนื่องของสิ่งที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงทำ ท่านเป็นเหมือนพระสันตะปาปาฟรานซิสจริงๆ ในแง่ของความรักที่พระองค์มีต่อคนยากไร้ การเข้าถึงได้ง่าย และอื่นๆ”

พระคาร์ดินัลตาเกล อดีตอาร์ชบิชอปแห่งมะนิลา อาจจะเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกจากทวีปเอเชียในปัจจุบัน แม้ว่าในคริสตจักรยุคแรก พระสันตะปาปาบางองค์จะมาจากตะวันออกกลาง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย

พระคาร์ดินัลทาเกลซึ่งดูอายุน้อยกว่าอายุจริงที่ 67 ปี และชอบให้คนเรียกด้วยชื่อเล่น ว่า “ชิโต” ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกเผยแพร่ศาสนาของวาติกัน ซึ่งเป็นหน่วยงานมิชชันนารีของคริสตจักรมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ตำแหน่งดังกล่าวทำให้เขามีอิทธิพลอย่างมากต่อคริสตจักรในประเทศกำลังพัฒนา

ขณะดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งมะนิลา และตำแหน่งบิชอปแห่งเมืองอิมุสของฟิลิปปินส์ พระคาร์ดินัลทาเกลได้รับประสบการณ์ด้านศาสนาจากการบริหารสังฆมณฑลในประเทศคาธอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หลังจากโป๊ปฟรานซิสได้ย้ายเขามายังนครวาติกันในปี 2020 ทำให้พระคาร์ดินัลตาเกลได้ยกระดับประสบการณ์ขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชิงตำแหน่งพระสันตปาปา

การย้ายพระคาร์ดินัลตาเกลไปยังกรุงโรม ทำให้ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ในขณะนั้นแสดงการวิพากษ์วิจารณ์ ดูเตอร์เตกล่าวว่าทาเกลถูกปลดออกจากมะนิลาเนื่องจากแทรกแซงการเมืองระดับชาติ

พระคาร์ดินัลหลายคนรู้จักทาเกลเป็นการส่วนตัว และหลายคนอาจมองว่าการมีพระสันตะปาปาจากเอเชีย เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำคริสตจักรมองว่าเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของความศรัทธา

พระคาร์ดินัลทาเกล สามารถพูดภาษาอิตาลี อังกฤษ และสเปน รวมถึงภาษาตากาล็อก และมีประสบการณ์การทำงานกับระบบราชการที่ซับซ้อนของวาติกันมา 5 ปี แม้ว่าพระคาร์ดินัลบางคนอาจคิดว่าประสบการณ์นั้นไม่เพียงพอที่จะบริหารคริสตจักรทั่วโลก

นอกจากนั้น พระคาร์ดินัลทาเกลยังเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวในการบริหารเมื่อสามปีก่อน ในปี 2022 โป๊ปฟรานซิสปลดเขาออกจากตำแหน่งหัวหน้าสหพันธ์องค์กรบรรเทาทุกข์ พัฒนา และบริการสังคมของนิกายโรมันคาธอลิก 162 แห่งที่ตั้งอยู่ในวาติกัน ซึ่งทำงานในกว่า 200 ประเทศ โดยปลดผู้นำทั้งหมดของกลุ่มที่เรียกว่า Caritas Internationalis ออก หลังจากถูกกล่าวหาว่าถูกผู้บริหารระดับสูงกลั่นแกล้ง บทบาทของพระคาร์ดินัลทาเกล ซึ่งคล้ายกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขององค์กร ส่วนใหญ่เป็นเชิงสัญลักษณ์และพิธีการ เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการดำเนินงานประจำวันและเป็นที่ชื่นชมของเจ้าหน้าที่โดยทั่วไป

พระคาร์ดินัลทาเกลยังมีชื่อเสียงในฐานะนักเทววิทยา ซึ่งอาจช่วยให้เขาได้รับคะแนนเสียงจากพระคาร์ดินัลสายกลางที่แสดงความกังวลต่อการพูดแบบไม่ได้เตรียมการมาก่อนของโป๊ปฟรานซิส ซึ่งนำไปสู่สิ่งที่บางคนเรียกว่าความสับสนเกี่ยวกับคำสอนของคริสตจักร

บาทหลวงโรเบิร์ต เรเยส เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่สามเณราลัย ที่รู้จักกับพระคาร์ดินัลทาเกลมานานกว่า 50 ปี กล่าวว่าทาเกลมีความสามารถในการเชื่อมโยงกับผู้คนและใช้ชีวิตเรียบง่าย เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งบิชอปในปี 2001 เขาไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง “เขามักจะนั่งรถไปกับใครสักคนเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ที่บางทีพวกเขาอาจจะไปทั้งคู่”.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนของญี่ปุ่น เตรียมเข้ารพ.ตรวจหัวใจ

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนของญี่ปุ่น เตรียมเข้ารพ.ตรวจหัวใจ

6 พ.ค. 2568 10:42 น.

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนของญี่ปุ่น เตรียมเข้ารพ.ตรวจหัวใจ

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นแจ้งข่าวล่วงหน้า สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนของญี่ปุ่น พระชนม์ 91 พรรษา เตรียมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจหัวใจอย่างละเอียด หลังพบสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานอ้างคำเผิดเผยของสำนักพระราชวังอิมพีเรียล ที่ระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนของญี่ปุ่น พระชนม์ 91 พรรษา เตรียมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว ในวันนี้ ( 6 พ.ค.) เพื่อให้แพทย์ตรวจหัวใจอย่างละเอียด หลังพบ สัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า ในการตรวจร่างกายประจำปีเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์สังเกตเห็นสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดหัวใจ แม้ว่าในขณะนั้นพระองค์จะไม่มีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอก และต่อมาในการตรวจซ้ำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แพทย์วินิจฉัยว่าพระองค์มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จึงแนะนำให้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติม

โดยพระองค์ได้เลื่อนกำหนดการเสด็จไปประทับที่พระราชวังฤดูร้อนฮายามะ จังหวัดคานางาวะ ที่มีกำหนดในวันพฤหัสบดีนี้ออกไปก่อน

ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะเคย ทรงเคยให้คณะแพทย์ถวายการผ่าตัดบายพาสหัวใจ เมื่อปี 2012 ขณะมีพระชนมายุ 78 พรรษา และในปี 2022 ยังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะหัวใจห้องขวาทำงานผิดปกติ (Right Heart Failure) ซึ่งส่งผลให้ต้องรับประทานยาและควบคุมปริมาณของเหลวที่รับเข้าสู่ร่างกาย.