อินไซด์’ครม.’ ‘นายกฯ’สั่งรับมือเศรษฐกิจ-แก้ไฟใต้-งบประมาณ

อินไซด์'ครม.' 'นายกฯ'สั่งรับมือเศรษฐกิจ-แก้ไฟใต้-งบประมาณ

อินไซด์’ครม.’ ‘นายกฯ’สั่งรับมือเศรษฐกิจ-แก้ไฟใต้-งบประมาณ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

“นายกฯ”สั่งการ”ครม.” ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือเศรษฐกิจไทย หลัง”ธนาคารโลก”ประเมินตกต่ำทั่วโลก มอบ”รมว.คลัง”สรุปแผนรับมือนำเสนอ ครม.ด่วน ส่วนเหตุความไม่สงบภาคใต้มอบ”ภูมิธรรม-อนุทิน”ประสานมือกันแก้ไขปัญหาด่วน หลังเหตุการณ์เกิดถี่ขึ้น ขณะที่การของบประมาณต่างๆ ใน ครม.”นายกฯ”ลั่นไม่ควรเข้ามาเป็นวาระจร ต้องเข้าวาระปกติ เพื่อความรอบคอบในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ขณะที่ ครม.เคาะ 2 พันล้าน ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เสียหายจากภัยพิบัติ และเห็นชอบเดือนพฤษภาคมทุกปีเป็นเดือนแห่งสุขภาพใจ พร้อมจัดแคมเปญท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ มีข้อสั่งการดังนี้

1.ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากสงครามการค้าและการประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้ประเทศต่างๆ ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ส่งผลให้ธนาคารโลก (World bank) และสถาบันต่างๆ คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจะตกต่ำลง

ส่วนประเทศไทย ก็จะได้รับผลกระทบดังกล่าวไปด้วย โดยคาดว่าจะต่ำกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ รายได้ของประชาชนในภาพรวมจะลดลง โดยเฉพาะภาคการส่งออกของไทยที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลในการจัดเก็บภาษีอันเป็นรายได้ของประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็คงจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ แผนการดำเนินการโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ต้องอาศัยงบประมาณก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการทบทวน ให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และสอดคล้องกับรายได้ของประเทศที่ลดลง

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความจำเป็น ต้องถือโอกาสนี้เร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Economy) ให้มากขึ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงมาตรการดูแลประชาชนและการช่วยเหลือภาคธุรกิจ / ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

นายกฯ มีข้อสั่งการในประเด็นนี้ว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มอบหมายให้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง รับเรื่องนี้ไปหารือในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำมาเสนอต่อ ครม.โดยเร็ว และขอเน้นย้ำกับคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ว่า “ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส” และขอให้พี่น้องประชาชนและพวกเราทุกคนมีกำลังใจที่จะร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยอาศัย “ความสามัคคีของทุกคนในประเทศ” โดยมีคณะรัฐมนตรี และข้าราชการทุกท่านเป็นแกนนำร่วมกันระดมความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทั้งในภาครัฐภาคเอกชน และประชาชน เพื่อช่วยกันฟันฝ่าและนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้

2.นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นายกฯ มีข้อสั่งการสำหรับสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ซึ่งแต่เดิมที่มีแนวโน้มที่กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในช่วงหลังกลับมีการก่อเหตุร้ายรุนแรง และบ่อยขึ้น จึงขอมอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ร่วมกับทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง เร่งดำเนินการหามาตรการป้องกันเพิ่มเติม และแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และขอสั่งการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เร่งร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการดูแลทุกข์สุขและสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่

3.นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีข้อสั่งการต่อคณะรัฐมนตรีอีกว่า ตามที่ได้เคยแจ้งกับทางคณะรัฐมนตรีทุกท่านว่า การนำเสนอวาระต่อ ครม.ของแต่ละกระทรวง ขอความร่วมมือให้มีการสอบถามความเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ก่อนที่จะนำเสนอต่อ ครม.ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพบว่า ในช่วง 15 วันที่ผ่านมา มีวาระจรเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาระที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ จึงขอเน้นย้ำกับ ครม.ทุกท่าน ให้วางแผนเรื่องเวลาในการส่งเรื่องมา เพื่อจะได้นำเข้าในวาระปกติ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นวาระจรโดยไม่จำเป็น เพราะจะเกิดความไม่รอบคอบ และขาดการรับฟังความคิดเห็นที่ครบถ้วนจากทุกหน่วยงาน” นายจิรายุ กล่าว

ขณะที่ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่การทรวงคมนาคม เสนอ การจัดงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลางวงเงิน 2,049 ล้านบาท เพื่อฟิ้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และภัยพิบัติ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตราด สุโขทัย เลย ภูเก็ต ยะลา พิษณุโลก อุดรธานี หนองคาย และกาญจนบุรี ซึ่งมีความเสียหายส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้เส้นทาง

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารสุข เสนอ ในการขอความเห็นชอบเสนอให้เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month) ภายใต้แนวคิดสุขภาพใจเป็นเรื่องของทุกคน โดยกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายใน 4 ประเด็นหลัก ลดการตีตราทางสุขภาพจิต การสร้างความตระหนักรู้ การเข้าถึงบริการสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวอีกว่า ครม.เห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว เสนอแนวทางการจัดแคมเปญ โดยขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่จะเพิ่มรายได้ และช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศในข่วงที่ต่างประเทศมีการผันผวน โดยมุ่งเน้นการบูณาการทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ด้านสายการบิน โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ระบบขนส่งเอกชน สาธารณะ และด้านอีเว้นท์

‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทวี’แจงขั้นตอน กม. ไม่ได้ขู่ฟันผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เหน็บคนเขย่าเห็นคนดีกันไม่ได้

'อนุทิน' ชี้ 'ทวี'แจงขั้นตอน กม. ไม่ได้ขู่ฟันผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เหน็บคนเขย่าเห็นคนดีกันไม่ได้

‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทวี’แจงขั้นตอน กม. ไม่ได้ขู่ฟันผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เหน็บคนเขย่าเห็นคนดีกันไม่ได้

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

“อนุทิน” แจง “ทวี” ชี้แจงขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้ขู่ฟันผู้ว่าฯอำนาจเจริญ ยัน “มหาดไทย – ยุติธรรม” ไร้ปัญหาทำงานคดีฮั้วสว. เหน็บคนเขย่าเห็นคนดีกันไม่ได้ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมขู่ฟันผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ที่เป็นอุปสรรคต่อการสอบคดีฮั้วสว. ว่า สื่อถามแบบนี้อีกแล้ว ตนไปอ่านข่าว และดูเทปสัมภาษณ์ไม่มีการพูดขู่ฟันผู้ว่าฯที่ไหน ท่านเพียงแต่อธิบายข้อกฎหมาย ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือก็อาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดี ซึ่งท่านไม่ได้ฟันผู้ว่าฯ ฟันได้อย่างไรคนละหน่วยงานกัน ซึ่งคนที่ฟันผู้ว่าฯได้คือปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯมีหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน เมื่อประชาชนแจ้งความร้องเรียนมาก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริง ซึ่งแต่ละวันผู้ว่าราชการจังหวัด รายงานเรื่องเข้ามาที่ผู้บังคับบัญชาเยอะมาก

 เมื่อถามว่า ต่อไปหากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอความร่วมมือเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกตั้งสว. จะมีการดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทำตามกฏหมายทุกอย่าง ถ้าไม่ทำตามก็ต้องเป็นไปตามที่รมว.ยุติธรรม กล่าวไว้ข้างต้น 

เมื่อถามว่า ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พูดคุยกับพันตำรวจเอกทวีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คุย เพราะไม่ได้นั่งใกล้กัน

เมื่อถามว่า มีการมองว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงยุติธรรมกำลังสู้กันจากเรื่องคดีฮั้วสว. มองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เขาก็อยากเขย่า ดีกันไม่ได้ ดีแล้วมีคนเดือดร้อน ดีกันแล้วเกิดความอึดอัดไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว จริงๆคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความกลมเกลียวกันดีไม่มีปัญหากันเลย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บานปลาย! ‘ทวี’ขู่เชือด‘ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ’เป็นอุปสรรคสอบ‘ฮั้ว สว.’ ระวังผิด ม.22 โทษหนัก

‘มท.1’กำชับ’ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้’ปรับการทำงาน เน้นป้องกันเหตุมากกว่ารอรับรายงานแจ้งเหตุ

'มท.1'กำชับ'ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้'ปรับการทำงาน เน้นป้องกันเหตุมากกว่ารอรับรายงานแจ้งเหตุ

‘มท.1’กำชับ’ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้’ปรับการทำงาน เน้นป้องกันเหตุมากกว่ารอรับรายงานแจ้งเหตุ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

‘มท.1’กำชับ’ผู้ว่าฯจังหวัดชายแดนใต้’ปรับการทำงาน เน้นป้องกันเหตุมากกว่ารอรับรายงานแจ้งเหตุ

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตนจะกำชับผู้ว่าราชการ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องมีมาตรการตั้งรับป้องกันให้ดี ไม่ใช่คอยรับแต่รายงานแล้วรอจนเกิดเหตุการณ์แล้วค่อยสรุป แบบนั้นไม่ได้

ซึ่งแต่ละจังหวัดมีรองผู้ว่าฯ 4 คน นายอำเภออีกหลายคน รวมถึงปลัดอำเภอจำนวนมาก ทั้งหมดต้องใกล้ชิดมวลชน สร้างความเข้าใจ และให้ความอบอุ่นแก่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในข่ายสภาวะความเครียดอยู่

นักวิจัยพัฒนา ‘ปะการังสู้โลกร้อน’ เพื่อทางรอดระบบนิเวศทางทะเล

นักวิจัยพัฒนา ‘ปะการังสู้โลกร้อน’ เพื่อทางรอดระบบนิเวศทางทะเล

นักวิจัยพัฒนา ‘ปะการังสู้โลกร้อน’ เพื่อทางรอดระบบนิเวศทางทะเล

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปะการังทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะเสื่อมโทรมจากหลายปัจจัย ทั้งกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การท่องเที่ยว การประมง และมลพิษต่างๆ ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลให้น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว  ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ ในอีก 30 ปีข้างหน้า ปะการังทั่วโลกมากกว่า 90% อาจเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เมื่อปะการังสูญพันธุ์ ความสมบูรณ์และสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลก็จะหายไปด้วย อันจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและสภาพอากาศอย่างเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนว่า สภาพภูมิอากาศแปรปรวนจะยังคงอยู่ โลกจะใช้เวลาในการปรับสมดุลนานแค่ไหน ยากที่จะทำนาย สิ่งมีชีวิตต่างๆ จึงจำต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้และอยู่รอดในภาวะโลกร้อน ดังนั้น โจทย์สำคัญที่นักวิจัยหลายคนพยายามหาคำตอบคือ ทำอย่างไรปะการังอยู่รอดในภาวะโลกร้อน?”

ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และรองกรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ พยายามหาคำตอบนี้ และจากการศึกษาทดลองเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปะการังหลายรุ่น มาตั้งแต่ปี 2548 ที่สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ก็พบว่า ปะการังสามารถปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในภาวะโลกร้อนได้ดี เมื่อปะการังถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงตั้งแต่แรกเกิด และนี่คือที่มาของการขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยง ปะการังสู้โลกร้อน

ศ.ดร.สุชนา ให้ความรู้โดยย่อเกี่ยวกับปะการังและการขยายพันธุ์ของปะการังว่า ปะการังเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ตามโขดหินในทะเล ปะการังเป็นทั้งที่อยู่และแหล่งอาหารของสัตว์ต่างๆ

โดยธรรมชาติ ปะการังขยายพันธุ์ 2 วิธี ได้แก่ 1.สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ การที่ปะการังปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาผสมกันในน้ำในช่วงคืนวันเพ็ญ ซึ่งมีโอกาสรอดเติบโตเป็นปะการังเพียง 0.001% เท่านั้น (ทั้งถูกสัตว์น้ำกิน และไม่ปฏิสนธิ)  และ 2.สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ ปะการังที่หักออกมาจากปะการังเดิม ถ้าหักมาตกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะสามารถเจริญเติบโตเป็นกลุ่มปะการังใหม่ได้ การขยายพันธุ์แบบนี้ทำให้ปะการังมีโอกาสรอด 50% แต่ความหลากหลายของสายพันธุ์จะต่ำ

การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของปะการังทั้ง 2 แบบดังกล่าวนั้น ค่อนข้างใช้เวลานาน ยิ่งในสภาวะโลกร้อน การผสมพันธุ์แบบอาศัยเพศยิ่งลดลงไปมาก ถ้าเราปล่อยให้ปะการังฟื้นฟูขยายพันธุ์ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ ปะการังอาจเติบโตทดแทนปะการังที่ตายจากภาวะปะการังฟอกขาวไม่ทัน และเสี่ยงสูญพันธุ์ในอีกไม่ช้า ศ. ดร.สุชนา กล่าว

สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ จึงพยายามขยายพันธุ์ปะการังด้วย เทคนิคผสมเทียม

ศ.ดร.สุชนา อธิบายการขยายพันธุ์ปะการังด้วยเทคนิคผสมเทียมว่า นักวิจัยจะลงเก็บเซลล์สืบพันธุ์ ทั้งไข่และสเปิร์มของปะการังในคืนเดือนเพ็ญ ซึ่งเป็นช่วงที่ปะการังทั่วท้องทะเลพร้อมผสมพันธุ์ โดยการปล่อยสเปิร์มและไข่ออกมาพร้อมกัน แล้วนำเซลล์สืบพันธุ์เหล่านี้มาผสมพันธุ์ในบ่อเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ จนเกิดเป็นตัวอ่อนปะการัง แล้วจึงเตรียมวัสดุคืออิฐมอญ เพื่อให้ตัวอ่อนปะการังลงเกาะและเติบโตในโรงเพาะเลี้ยงเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะนำปะการังเหล่านี้กลับลงสู่ทะเลให้เติบโตอีก 3 ปี เมื่อปะการังอายุ 5 ปีปะการังก็จะพร้อมออกไข่ครั้งแรกได้ วิธีนี้ทำให้ปะการังมีโอกาสรอดและเติบโตสูงขึ้น

ไม่เพียงการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนปะการัง แต่ยังต้องเพิ่มความอึดต่อภาวะโลกร้อนให้กับปะการังที่เกิดใหม่ด้วย ซึ่งกระบวนการนี้ ทีมวิจัยของ ศ.ดร.สุชนา จะนำตัวอ่อนปะการังที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบผสมเทียมมาอนุบาลในโรงเพาะเลี้ยงที่มีอุณหภูมิสูง 34 องศาเซลเซียส (น้ำทะเลปกติมีอุณหภูมิ 30-32 องศาเซลเซียส)

ปะการังบางตัวทนความร้อนในน้ำไม่ไหว ก็จะตายตั้งแต่ตอนอยู่ในโรงเรือน ส่วนปะการังที่ปรับตัวได้ก็จะรอด และพร้อมสำหรับโอกาสที่จะไปเติบโตในท้องทะเลต่อไป เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 2 ปี ทีมวิจัยก็นำตัวอ่อนปะการังที่รอดเหล่านี้ลงสู่ทะเล

เราพบว่าปะการังเหล่านี้มีการปรับตัวให้ทนต่อน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงได้มากกว่าปะการังตามธรรมชาติ จึงทำให้มีโอกาสรอดจากการฟอกขาวได้มากขึ้น ถือเป็น ปะการังสู้โลกร้อน” ที่เกิดขึ้นจากการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตั้งแต่เด็ก

จากการติดตามและเฝ้าสังเกต ศ. ดร.สุชนา กล่าวว่า หลังจากที่ลูกปะการังสู้โลกร้อนถูกปล่อยลงทะเล  มีการเติบโต และกลายเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่สามารถสืบพันธุ์เหมือนปะการังตามธรรมชาติ โดยพบครั้งแรกแล้วเมื่อปี 2566!

ปะการังจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูขนาดจิ๋วจำนวนมากออกมาในน้ำทะเลพร้อมๆกัน ซึ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ทีมนักวิจัยก็จะออกดำน้ำเก็บเซลล์สืบพันธุ์เหล่านี้มาช่วยขยายพันธุ์ต่อผ่านการผสมเทียม เป็นปะการังสู้โลกร้อนรุ่นต่อๆไป

ศ.ดร.สุชนา เผยว่า ค่าใช้จ่ายในการอนุรักษ์ปะการังด้วยเทคนิคผสมเทียมและดูแลในโรงเพาะตลอด 2 ปีอาจมีมูลค่าค่อนข้างสูง กล่าวคือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัวอ่อนปะการัง 1 ตัว เมื่อเทียบกับการหักปักชำปะการัง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อปะการัง 1 ต้น

แต่เมื่อดูอัตราการรอดตายจากการฟอกขาวแล้ว ก็ถือว่าคุ้มแก่การลงทุน เพราะเราจะได้ปะการังพันธุ์ใหม่ที่ผ่านการเรียนรู้ และทนต่อน้ำทะเลที่อุณหภูมิสูงขึ้นจากสภาวะโลกร้อนได้ ศ. ดร.สุชนา กล่าวและว่า แม้จะพบวิธีเพาะเลี้ยงและเพิ่มจำนวนปะการังในทะเล แต่การขยายพันธุ์ของปะการังในธรรมชาติก็ยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในทะเล

ปะการังสืบพันธุ์เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี โดยจะสืบพันธุ์ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยเท่านั้น เช่น อุณหภูมิ คืนพระจันทร์เต็มดวง และการไหลของกระแสน้ำ ปัจจุบัน ภาวะโลกร้อนทำให้ปะการังไม่ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ตามฤดูกาล จึงเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของปะการังในอนาคต

ด้วยข้อห่วงใยนี้ ศ. ดร.สุชนา จึงได้ร่วมกับทีมวิจัยไต้หวัน (Dr. Chiahsin Lin) ทดลองนำ เทคโนโลยีการแช่เยือกแข็งเซลล์สืบพันธุ์ปะการัง ที่เก็บจากท้องทะเลเพื่ออนุรักษ์ปะการังในอนาคต

ปะการังทุกชนิดล้วนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล ดังนั้น การอนุรักษ์ปะการังที่ดี คือ การช่วยให้ปะการังทุกชนิดมีโอกาสสืบพันธุ์และเติบโตได้ดี การเก็บเซลล์สืบพันธุ์ปะการังในวันนี้ จึงจำเป็นต้องเก็บให้หลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะนำมาใช้ในอนาคตเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมปะการังจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ศ.ดร.สุชนา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทีมวิจัยไทยประสบความสำเร็จในการแช่เยือกแข็งสเปิร์มแล้ว ส่วนการแช่เยือกแข็งไข่ยังอยู่ระหว่างทดลอง โดยหวังว่านี่อาจเป็นหนึ่งทางรอดในการอนุรักษ์ปะการังให้คงอยู่ในสภาวะโลกรวนนี้

“การอนุรักษ์ปะการังไม่สามารถทำได้เพียงลำพังโดยนักวิทยาศาสตร์ แต่ต้องดำเนินการในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูแนวปะการัง การลดมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนงบประมาณระยะยาวจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป จะเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องและฟื้นฟูปะการังให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต ซึ่งหากมีการดำเนินการที่เหมาะสม ปะการังอาจสามารถฟื้นตัวและคงอยู่เป็นระบบนิเวศที่สำคัญของท้องทะเลต่อไปได้” ศ.ดร.สุชนา กล่าวทิ้งท้าย

‘ท่านผู้หญิงอรอนงค์’เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดโครงการ’มรดกโลก มรดกธรรม’

'ท่านผู้หญิงอรอนงค์'เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดโครงการ'มรดกโลก มรดกธรรม'

‘ท่านผู้หญิงอรอนงค์’เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดโครงการ’มรดกโลก มรดกธรรม’

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.19 น.

ผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีตักบาตรและบวงสรวง กับเปิดโครงการ “มรดกโลก มรดกธรรม” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

6 พฤษภาคม 2568 เมื่อเวลา 06.32 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีตักบาตร และบวงสรวง ณ วัดวรเชษฐาราม กับเปิดโครงการ “มรดกโลก มรดกธรรม” ณ วัดโลกยสุธาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ ปูชนียวัตถุ และปรับปรุงภูมิทัศนวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโครงการที่ดำเนินการภายใต้โครงการ “มรดกโลก มรดกธรรม” เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และเป็นการอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

สำหรับ วัดวรเชษฐาราม เป็นวัดร้าง มีฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระเอกาทศรถทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2136 สันนิษฐานว่าเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่ง สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงสร้างเป็นอนุสรณ์ เดิมชื่อ วัดเจ้าเชษฐ์ ภายในวัดมีเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่เป็นประธานของวัด อายุของเจดีย์ประมาณพุทธศตวรรษที่ 20–22 มีวิหารตั้งอยู่ด้านหน้า โดยมีอุโบสถอยู่ขนานกัน และวัดโลกยสุธาราม เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับวัดวรเชษฐาราม ชาวบ้านเรียกว่าวัดพระนอน ตั้งอยู่ตำบลประตูชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระนอนกลางแจ้ง ในลักษณะสีหไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา  เดิมชื่อ วัดสุทธาวาส แต่ในช่วงอยุธยาตอนปลาย ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดโลกสุธา

‘อสส.’ทำ MOU ‘ก.อุดมศึกษาฯ’ ส่งเสริมการเรียนรู้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบการศึกษาออนไลน์แบบเปิด

'อสส.'ทำ MOU 'ก.อุดมศึกษาฯ' ส่งเสริมการเรียนรู้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบการศึกษาออนไลน์แบบเปิด

‘อสส.’ทำ MOU ‘ก.อุดมศึกษาฯ’ ส่งเสริมการเรียนรู้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบการศึกษาออนไลน์แบบเปิด

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.00 น.

อสส.ทำ MOU ก.อุดมศึกษาฯ ส่งเสริมการเรียนรู้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบการศึกษาออนไลน์แบบเปิด พัฒนาบุคลากรเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายแก่สังคมไทย

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ห้องรับรอง ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด (อสส.) ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

นายไพรัช อัยการสูงสุด กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยเน้นการพัฒนารายวิชาออนไลน์ในรูปแบบการศึกษาแบบเปิด (MOOC) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีคุณภาพ และเหมาะสมกับบริบทของสังคมยุคดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับข้าราชการฝ่ายอัยการ บุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไป โดยเนื้อหาวิชาเน้นไปที่ความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในสังคมประชาธิปไตยภายใต้หลักนิติธรรม นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการวิจัย พัฒนา และใช้นวัตกรรมด้านการเรียนรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพของระบบการศึกษาทางไกลให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับสากล โดยมีสถาบันนิติวัชร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวในฐานะหน่วยงานที่มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนากำลังคนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนในทรัพยากรบุคคลให้มีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับการทำงานและการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต โดยการพัฒนากลไกและมาตรการเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะใหม่ๆ รองรับอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลก และเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงาน ในยุคที่สังคมและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำองค์ความรู้ทางกฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน เผยแพร่สู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจได้อย่างกว้างขวาง สำหรับบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์นี้จะเป็นช่องทางสำคัญในการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถสะสมหน่วยกิตในระบบคลังหน่วยกิตเพื่อการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับสำนักงานอัยการสูงสุด ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมผ่านระบบการศึกษาออนไลน์ที่ทันสมัย อันจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายแก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

– 006

มทร.รัตนโกสินทร์ เผยผลสำรวจชนชั้นกลางในเขตเมือง ค้านการทำคาสิโนถูกกฎหมายในไทย

มทร.รัตนโกสินทร์ เผยผลสำรวจชนชั้นกลางในเขตเมือง ค้านการทำคาสิโนถูกกฎหมายในไทย

มทร.รัตนโกสินทร์ เผยผลสำรวจชนชั้นกลางในเขตเมือง ค้านการทำคาสิโนถูกกฎหมายในไทย

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

ชนชั้นกลางในเขตเมืองของประเทศไทยมากกว่าร้อยละ 80 คัดค้านการทำให้คาสิโนถูกกฎหมาย ผลสำรวจเผยถึงการต่อต้านอย่างลึกซึ้งในเชิงวัฒนธรรมและจิตวิทยา

ท่ามกลางการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการทำให้คาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ผลสำรวจล่าสุดที่มุ่งเน้นกลุ่มชนชั้นกลางในเขตเมืองพบว่า มากกว่าร้อยละ 80  ของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงจุดยืนคัดค้านการตั้งคาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศอย่างชัดเจน สะท้อนถึงการต่อต้านอย่างรุนแรงในระดับวัฒนธรรมและจิตวิทยาต่อประเด็นนี้

การสำรวจนี้ดำเนินการโดย Associate Professor Dr. Akera Ratchavieng Dr. Nutteera Phakdeephirot และ Dr. Songyu Jiang จากวิทยาลัยผู้ประกอบการสร้างสรรค์นานาชาติรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ โดยทำการสำรวจในพื้นที่จังหวัด กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ นครราชสีมา และลพบุรี เก็บรวบรวมแบบสอบถามจำนวน 420 ชุด ประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการ พนักงานบริษัท บุคลากรด้านการศึกษาและการแพทย์ รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระ กลุ่มตัวอย่างมีระดับการศึกษาค่อนข้างสูง ระดับปริญญาตรีและโท บางและระดับปริญญาเอก

ผลการสำรวจพบว่าเพียงร้อยละ 9.8 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่แสดงการสนับสนุนหรือสนับสนุนโดยมีเงื่อนไขต่อการทำให้คาสิโนถูกกฎหมาย ในขณะที่ร้อยละ 6.0 แสดงท่าทีเป็นกลาง ผู้ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่แสดงความกังวลหลายประการ ได้แก่ ความเสี่ยงของการติดการพนัน ความปั่นป่วนของระเบียบสังคม การเสื่อมโทรมของสุขภาพจิต และผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและค่านิยมของเยาวชน ในขณะเดียวกัน ความเชื่อทางศาสนาก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้ตอบบางรายกล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะที่นับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่ควรส่งเสริมกิจกรรมการพนันซึ่งขัดต่อหลักศีลธรรมพื้นฐาน

“การทำให้คาสิโนถูกกฎหมาย ไม่ใช่การทำให้ทันสมัย แต่เป็นความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ” อดีตครูเกษียณรายหนึ่งเขียนในแบบสอบถาม ทนายความอาวุโสรายหนึ่งกล่าวว่า “ศาสนาพุทธไม่ได้ต่อต้านความทันสมัย แต่การพนันขัดต่อศีลธรรมพื้นฐานโดยตรง” การวิเคราะห์เชิงอารมณ์เผยให้เห็นภาพลึกของจิตใจผู้ตอบแบบสอบถาม โดยพบว่าอารมณ์ด้านลบ เช่น “ความกังวล” “ความต่อต้าน” และ “ความกลัว” เป็นอารมณ์ที่โดดเด่นในกลุ่มตัวอย่าง ในขณะที่อารมณ์เชิงบวกอย่าง “ความตื่นเต้น” และ “ความอยากรู้อยากเห็น” มีสัดส่วนน้อย  สามารถสังเกตได้ว่า กลุ่มที่แสดงท่าทีเป็นกลางก็มีแนวโน้มทางอารมณ์เชิงลบอย่างเด่นชัด เป็นลักษณะของ “การคัดค้านโดยปริยาย”

การสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญตามเพศและสถานภาพสมรส กล่าวคือ เพศหญิง ผู้ที่แต่งงานแล้ว และกลุ่มวัยกลางคนมีแนวโน้มคัดค้านการทำให้คาสิโนถูกกฎหมายค่อนข้างมาก ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามยังมีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อ “ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์” เมื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับการเปิดคาสิโนในกรุงเทพฯ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีอัตราการคัดค้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการรับรู้เชิงพื้นที่ต่อการสร้างทัศนคติ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะนำรายได้จากคาสิโนไปใช้ในด้านการศึกษาและสาธารณสุข แต่ร้อยละ 64.3 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงทัศนคติของตน ผลการสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มชนชั้นกลางส่วนใหญ่เห็นว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่อาจทดแทนต้นทุนทางจริยธรรมและสังคมได้ ดร. กำไล เลาหพัฒนาเลิศ อาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แสดงความคิดเห็น โดยเน้นย้ำถึงการชั่งน้ำหนักผลดีและผลเสียในการเปิดคาสิโน หากไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลเสียถึงเยาวชนและสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญของสังคม

จากการสำรวจครั้งนี้กล่าวได้ว่า ชนชั้นกลางในเขตเมืองได้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ละเอียดรอบคอบมากขึ้น รัฐบาลไม่ควรเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว และควรแนวทาง “กำหนดนโยบายโดยยึดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นหลัก” พร้อมสนับสนุนให้ดำเนินการผ่านการศึกษาวิจัยและการนิยามขอบเขตอย่างมีเหตุผล แทนที่จะเลือกใช้การกดดันหรือการเปิดเสรีคาสิโนอย่างไร้ทิศทางและปราศจากการควบคุม “เมื่ออยู่ระหว่างทางเลือกของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ชนชั้นกลางมีแนวโน้มจะเลือกคุณค่าทางสังคม” “การทำให้ถูกกฎหมายไม่ควรเป็นเพียงการคำนวณทางการคลัง แต่ควรเป็นการสะท้อนถึงการยอมรับทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม”

บทสรุปจากการสำรวจสามารถกล่าวได้ว่า ชนชั้นกลางในไทยแสดงออกถึงทัศนคติแบบอนุรักษนิยมเชิงเหตุผลที่มีความซับซ้อน คือแม้จะเข้าใจผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการสืบทอดวัฒนธรรมและจริยธรรมทางสังคมมากกว่า ทัศนคติเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลอ้างอิงด้านความคิดเห็นสาธารณะสำหรับการตัดสินเชิงนโยบายเกี่ยวกับคาสิโนในอนาคตของไทยเท่านั้น แต่ยังมอบมุมมองเชิงจิตวิทยาสังคมที่มีคุณค่าให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเผชิญกับประเด็นในลักษณะเดียวกันด้วย

-(016)

บุคคลในข่าว 6 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 6 พฤษภาคม 2568

6 พ.ค. 2568 05:14 น.

บุคคลในข่าว 6 พฤษภาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณอาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ  เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณอาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เมื่อวันก่อน.

นายกฯแพทองธาร ชินวัตร กล่าวถึงโอกาสประเทศไทยในภาวะมรสุมวิกฤติเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก สงครามการค้าโลก……สร้างความมั่นใจในการรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ……เตรียมมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ สร้างรายได้จาก โครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์…..จับตามาตรการด้านพลังงานที่ นายกฯแพทองธาร จะเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติวันนี้อีกระลอก

รับรางวัล วิศรุต ศิริชัย และ ธิติพงศ์ ตันติเศรษฐ์ รับรางวัล asa Platform Selected Meterials 2025 จากผลิตภัณฑ์ Axminster Tile Ecosoft ของแบรนด์ Royal Thai ในงานสถาปนิก’68 โดยมี อรกร นันทน์นาราญา และ ผศ.ดร.รัฐพงษ์ อังกสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
รับรางวัล วิศรุต ศิริชัย และ ธิติพงศ์ ตันติเศรษฐ์ รับรางวัล asa Platform Selected Meterials 2025 จากผลิตภัณฑ์ Axminster Tile Ecosoft ของแบรนด์ Royal Thai ในงานสถาปนิก’68 โดยมี อรกร นันทน์นาราญา และ ผศ.ดร.รัฐพงษ์ อังกสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

พรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลง ประมาณการเศรษฐกิจไทย ปี 2568……คาด จะขยายตัวที่ 2.1% เป็นช่วงการคาดการณ์ระหว่าง 1.6–2.6% ….ลดลงจากที่เคยประมาณการไว้ที่ 3%…..จากปัญหาการกดดันของการค้าโลก …….โดยเฉพาะผลกระทบจาก นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และ การชะลอตัวของประเทศคู่ค้า……ที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้….นโยบายการค้ากับสหรัฐฯยังมีความไม่แน่นอนและมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง…. ส่งผลต่อ ทิศทางของเศรษฐกิจไทย และประเทศคู่ค้า… ทั้งนี้ คลังมีการเตรียมตัวรับมือไว้ 5 แนวทาง คือ…..เร่งเจรจากับสหรัฐฯ….เตรียมแหล่งเงินในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ…..เร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่เหลือของปี 2568….บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในการดูแลกลุ่มเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบ……เฮ้อ ไม่อยากพูดมากเจ็บคอ

ดีมาก สุภรณ์ เด่นไพศาล และ อนุช ศาลารุ่งเรือง จัดแคมเปญ “คริสตัล x Lotus’s เซฟพื้นที่สีฟ้าและสัตว์ในท้องทะเล” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลกับฝาติดขวดไม่หลุด พร้อมฉลากลายวาฬบรูด้า โดยมี พุฒิพงศ์ ชูเกียรติพรพงศา มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทซีพี แอ็กซ์ตร้า นวมินทร์ วันก่อน.
ดีมาก สุภรณ์ เด่นไพศาล และ อนุช ศาลารุ่งเรือง จัดแคมเปญ “คริสตัล x Lotus’s เซฟพื้นที่สีฟ้าและสัตว์ในท้องทะเล” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลกับฝาติดขวดไม่หลุด พร้อมฉลากลายวาฬบรูด้า โดยมี พุฒิพงศ์ ชูเกียรติพรพงศา มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทซีพี แอ็กซ์ตร้า นวมินทร์ วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ กรณีที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ให้ข่าว การจะทบทวน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า อยู่ในขั้นตอนของสภา……ปรากฏว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569….ยังอยู่ในชั้น การพิจารณาของ ครม. …..ที่ รัฐบาลสามารถนำกลับมา ทบทวนได้อยู่แล้ว…..ไม่ใช่ข้ออ้างไปข้างๆคูๆ……เพราะฉะนั้น รัฐบาลควรจะพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สงครามการค้าโลก…..มากกว่าจะมาเก็บเล็กผสมน้อย….โดยเฉพาะโครงการบางโครงการที่รัฐบาลตั้งใจเป็นพิเศษ อาทิ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้…..ความหมายระหว่าง Man Made กับ บ่อนพนันถูกกฎหมาย ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด……เพราะฉะนั้นที่ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอให้ พิชัย นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 กลับไปทบทวน อย่าโยนเผือกร้อนให้สภาสร้างความชอบธรรม ในการ ตัดแปะงบประมาณ เพื่อเป็นการตีเช็คเปล่า….ก็พอจะฟังขึ้น

ดูแฟชั่น ปภณ วิริยะพันธุ์ และ ดิษยา สรไกรกิติกูล จัดงาน DISAYA X JAMYJAMESS Powered by Mercedes-Benz แฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ DISAYA โดยมี ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, วนรัตน์ รัศมีรัตน์ และ พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่วัน แบงค็อก วันก่อน.
ดูแฟชั่น ปภณ วิริยะพันธุ์ และ ดิษยา สรไกรกิติกูล จัดงาน DISAYA X JAMYJAMESS Powered by Mercedes-Benz แฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ DISAYA โดยมี ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, วนรัตน์ รัศมีรัตน์ และ พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่วัน แบงค็อก วันก่อน.

ยังไม่พอ กิริฎา เภาพิจิตร ผอ.ฝ่ายการวิจัยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI….ชี้ถึงผลกระทบจาก นโยบายการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ….ที่ประเมินจากการขึ้นภาษีทุกประเทศในเบื้องต้น 10% ….จะทำให้สหรัฐฯมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี….. จะนำโลกเข้าสู่ ระเบียบโลกใหม่ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ซัพพลายเชน อย่างสิ้นเชิง……ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า การลงทุน…..ค่าเงินหยวน จะเพิ่มขึ้น ค่าเงินดอลลาร์ จะลดลง….แนวทางการเป็นประเทศที่เป็นกลาง จะเป็นบวกต่อการลงทุน….ที่ต่อไปนี้จะพึ่งพา เฉพาะตลาดสหรัฐฯ อย่างเดียวคงไม่ได้อีกต่อไป….และ รัฐบาลต้องเตรียมเงินไว้สำหรับใช้ในอนาคต…..การแจกเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เสมอไป…..จบข่าว

วิ่งกลางคืน ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา จัดงาน “Central Samui Neon Run 2025” การแข่งขันวิ่งกลางคืนสุดยูนีคหนึ่งเดียวในเอเชีย  สร้างปรากฏการณ์สีสันเรืองแสงบนเกาะสมุย โดยมี ณิชฐารัศม์ วาณิชย์เจริญ และ กิตติสตีเว่น ธาระพุทธิ มาร่วมวิ่งด้วย ที่เซ็นทรัล สมุย วันก่อน.
วิ่งกลางคืน ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา จัดงาน “Central Samui Neon Run 2025” การแข่งขันวิ่งกลางคืนสุดยูนีคหนึ่งเดียวในเอเชีย สร้างปรากฏการณ์สีสันเรืองแสงบนเกาะสมุย โดยมี ณิชฐารัศม์ วาณิชย์เจริญ และ กิตติสตีเว่น ธาระพุทธิ มาร่วมวิ่งด้วย ที่เซ็นทรัล สมุย วันก่อน.

นอกจากนี้ สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวฯ ยังออกมายอมรับสถานการณ์ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย มีการชะลอตัวเข้าขั้นวิกฤติ…..“การท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรเดียวที่เหลืออยู่พอที่จะพึ่งพาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อะไรที่สามารถทำได้ จะพยายามทำก่อน เพราะ ตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติบางตลาดลดลงจริง อาทิ จีน แต่ในด้านรายได้ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ถือว่านักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพใช้จ่ายสูงเข้ามามากขึ้น”….ตั้งแต่ 1 ม.ค.-27 เม.ย.2568…..มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 11,841,911 คน…..โตขึ้นเพียง 0.12% ……พับผ่า

เพื่อสัตว์เลี้ยง ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากล เปิดงาน “PET EXPO THAILAND 2025” รวบรวมสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงหลากหลายแบรนด์ โดยมี น.สพ.จดล สุวรรณฤทธิ์, สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา และ สิรีรัตน์ คอวนิช มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
เพื่อสัตว์เลี้ยง ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากล เปิดงาน “PET EXPO THAILAND 2025” รวบรวมสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงหลากหลายแบรนด์ โดยมี น.สพ.จดล สุวรรณฤทธิ์, สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา และ สิรีรัตน์ คอวนิช มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

ส่วนกรณีที่ กระทรวงเกษตรฯ โดย รมว.เกษตรฯ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์…พยายามผลักดันให้เกิดการจ้างงานในภาคเกษตรเพิ่มขึ้น ….เช่น โครงการจ้างแรงงานชลประทาน ….ตามเป้าหมายปีงบประมาณ 2568 จำนวน 84,716 คน…ปัจจุบันมีการจ้างงานไปแล้ว 52,394 คน ทะลุเป้า …..หรือการเพิ่มราคาสินค้าการเกษตร ส่งเสริมด้านตลาดสินค้าการเกษตร ผลผลิตการเกษตรยกระดับคุณภาพในการผลิต….. อาทิ ผลักดันให้ ราคายางพารา มีมูลค่ามากกว่า 14,400 ล้านบาท……จะเป็นการ สร้างความสามารถในการแข่งขันจากภายในสู่ภายนอก ไม่ต้องรอยืมจมูกคนอื่นหายใจ

พัฒนาครู ดร.ชลิดา อนันตรัมพร จัดโครงการพัฒนาครู มุ่งสู่การเรียนรู้ เพื่ออนาคต รุ่นที่ 4 พร้อมเชิญ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ มาเป็นวิทยากร โดยมี โอฬาร ศรีสวัสดิ์, ศรีนวล ลมไธสง, สมหมาย สวนดอกไม้, จุติมณี ทวีการ และ กัมพล แช่มสา มาร่วมงานด้วย ที่อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ วันก่อน.
พัฒนาครู ดร.ชลิดา อนันตรัมพร จัดโครงการพัฒนาครู มุ่งสู่การเรียนรู้ เพื่ออนาคต รุ่นที่ 4 พร้อมเชิญ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ มาเป็นวิทยากร โดยมี โอฬาร ศรีสวัสดิ์, ศรีนวล ลมไธสง, สมหมาย สวนดอกไม้, จุติมณี ทวีการ และ กัมพล แช่มสา มาร่วมงานด้วย ที่อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ วันก่อน.

มาถึงเรื่องการเมืองประเทศกำลังพัฒนา…..ชยพล สท้อนดี สส.พรรคประชาชนยืนยันกรรมาธิการทหารจะมีการตรวจสอบ ประเด็น IO….จากการตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ของหน่วยงานที่เกี่ยวกับปฏิบัติการ….เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างไร….เช่น ศปก.ร่วม ที่ดึงทรัพยากรจากทั้ง กลาโหม สตช. และ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ….ไปเอางบประมาณส่วนไหนมาใช้บ้าง….โดยจะเชิญ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สตง. มาร่วมให้ข้อมูลในวันที่ 15 พ.ค.นี้….มีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.วิธีงบประมาณหรือไม่……ว่าด้วยการเมืองต่างประเทศ พรรคกิจประชาชน PAP นำโดยนายกฯสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 14 ติดต่อกันได้เก้าอี้ สส.87 ที่นั่งจาก 97 ที่นั่ง…..ได้คะแนนโหวต 65.57%มากกว่าการเลือกตั้งในปี 2020 ที่ได้คะแนนโหวต 61.2% ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพเต็มร้อย

ชื่นมื่น ธนาภรณ์ เกศชุมพล นัดเพื่อนกลุ่ม Happy Angle มาร่วมงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์โดยมี เพ็ญวดี เพียรอนุกูล, ทิพวรรณ ศิริเศรษฐ์ และ เบญจมาศ อิสรเดช มาร่วม งานด้วย ท่ามกลางบรรยากาศความชื่นมื่น ที่ห้องคอฟฟี่ช็อป โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
ชื่นมื่น ธนาภรณ์ เกศชุมพล นัดเพื่อนกลุ่ม Happy Angle มาร่วมงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์โดยมี เพ็ญวดี เพียรอนุกูล, ทิพวรรณ ศิริเศรษฐ์ และ เบญจมาศ อิสรเดช มาร่วม งานด้วย ท่ามกลางบรรยากาศความชื่นมื่น ที่ห้องคอฟฟี่ช็อป โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.

แจ้งล่วงหน้าวันที่ 7 พ.ค. เวลา 09.00 น. ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เปิดสัมมนา Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ข่าวลือเป็นจริง เอวา-เนท คู่รักสายคอนเทนต์ชื่อดัง ยุติความสัมพันธ์ ปัดตอบสาเหตุเลิก

ข่าวลือเป็นจริง เอวา-เนท คู่รักสายคอนเทนต์ชื่อดัง ยุติความสัมพันธ์ ปัดตอบสาเหตุเลิก

5 พ.ค. 2568 20:23 น.

ข่าวลือเป็นจริง เอวา-เนท คู่รักสายคอนเทนต์ชื่อดัง ยุติความสัมพันธ์ ปัดตอบสาเหตุเลิก

หลังจากที่ถูกจับตาความรักระหว่าง เอวา ปวรวรรณ และ เนท My Mate Nate คู่รักสายคอนเทนต์ชื่อดังว่าเหมือนความรักจะมีปัญหา เพราะไร้โมเมนต์หวานๆ ให้แฟนๆ ได้เห็น

ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาโพสต์ชี้แจงหลังมีข่าวลือเรื่องความรักของทั้งคู่ ซึ่งเนทได้โพสต์ผ่านทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ซึ่งมีข้อความว่า 

“ช่วงนี้เห็นว่ามีข่าวออกมาหลายอย่าง เลยอยากขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้แฟนคลับเนทและเอวาทุกคนทราบว่า

ผมตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับน้องเอวา ซึ่งนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย เอวาเป็นคนที่ดี และผมก็ยังคงห่วงใยน้องเสมอ

ผมขออนุญาติไม่ลงรายละเอียดว่าเราทั้งคู่จบความสัมพันธ์เพราะอะไร ขอให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา 2 คนและขอให้แฟนๆ เราทั้งคู่ยังคงจะซัพพอร์ตพวกเราทั้งคู่ต่อไป

ผมและเอวาเราจากกันด้วยดี และจะยังคงให้กำลังใจกันและกันในเส้นทางของตัวเอง ขอบคุณแฟนๆทุกคนที่เข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งคู่ด้วยนะครับ”

รวมข่าว “ดาราเลิกกัน”

ข่าวลือเป็นจริง เอวา-เนท คู่รักสายคอนเทนต์ชื่อดัง ยุติความสัมพันธ์ ปัดตอบสาเหตุเลิก

เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน

เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน

5 พ.ค. 2568 19:20 น.

เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน

ยังคงความสวยเป๊ะไม่เปลี่ยน สำหรับคุณแม่ลูกสอง เนย โชติกา ที่ล่าสุดเปิดบ้านหรูต้อนรับรายการ ตีท้ายครัว ให้แฟนๆ ได้ชมอาณาจักรแห่งความสุขหลังงาม ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น

คฤหาสน์หลังนี้ตกแต่งอย่างมีรสนิยม ด้วยสไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับการเลี้ยงลูกสองคนอย่าง น้องอคิณ กับ น้องลลิน ให้เติบโตอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น ซึ่งทุกมุมในบ้านแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบอย่างมาก

นอกจากจะเปิดบ้านให้ชมแล้ว เนยยังเปิดใจเล่าถึงเบื้องหลังชีวิตครอบครัวที่หลายคนเห็นว่าสมบูรณ์แบบ แต่แท้จริงแล้วก็มีมุมที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน หนึ่งในนั้นคือการตัดสินใจแยกห้องกับสามีหนุ่ม อาร์ม จันทร์สิริ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากพิธีกร โดย เนย ได้เล่าว่า

เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน

“จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยค่ะ แค่แยกห้องแต่งตัวเฉยๆ ไม่ใช่ห้องนอน ซึ่งมันเป็นปัญหาจริงๆ ค่ะ คือห้องมันไม่พอจริงๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ สำหรับผู้หญิงมันเหมือนคอยหาอะไรมาเติมๆ ตลอด ของเขาก็เบียดเหลือที่นิดเดียว เราก็เลยเนรเทศตัวเองออกมา สร้างห้องใหม่เป็นอีกห้องหนึ่ง”

อีกทั้งสาวเนยยังเผยเคล็ดลับรักในแบบฉบับของเธอไว้ว่า สามีเขาจะรู้อยู่แล้วว่า เราจะเป็นคนพูดตรงๆ มีอะไรก็จะพูดเลย หรือถ้ามีอะไรที่รู้สึกว่าไม่สบายใจก็จะเคลียร์กันเลยวันนั้น ส่วนตัวคุณอาร์มเองเขาก็ไม่ได้มีอะไรให้เราโกรธ แต่จะเป็นที่เราก็จะงอนของเราไปเอง เวลาไม่ถูกใจอะไรบางอย่าง เช่น มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่พูดค่ะ ขากับเราแล้วเราจะงอน

อย่างที่บอกว่าหลักๆ มาจากเราจริงๆ เนยแค่รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเดิม เพราะเขาเป็นคนพูดเพราะมาตลอด เราไม่เคยพูดหยาบใส่กันเลย แล้วเวลาเขาพูดเฉยๆ เราเลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ อย่างเช่น ถามว่าเนยกินข้าวยัง เราก็จะบอกเขาว่าพูดจาไม่มีหางเสียงเลยนะ ไม่คุยด้วยแล้ว อะไรแบบนี้เล็กๆ น้อยๆ แล้วอีกสักพักก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม เหมือนเราลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้งอนกันอยู่ ส่วนสามีถ้าเขารู้ว่าเรางอนก็จะมาขอโทษค่ะ แค่นี้เราก็หายงอนแล้ว ส่วนตัวก็เป็นคนงอนเร็ว หายเร็ว

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักมากๆ งานนี้แฟนๆ ต่างยกให้เธอเป็นอีกหนึ่งคุณแม่ตัวอย่างที่ทั้งเก่ง สวย และบริหารชีวิตได้อย่างสมดุลลงตัว

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน
เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน
เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน
เนย โชติกา เผยเคล็ดลับความรักกับสามี มีอะไรจะบอกกันตรงๆ ไม่เคยพูดหยาบใส่กัน