‘สว.’ตั้งกมธ.ร่วมฯรุกสอบมติ‘แพทยสภา’ปม‘ชั้น 14’ ปัดเอาคืนพิษ‘คดีฮั้ว’

‘สว.’ตั้งกมธ.ร่วมฯรุกสอบมติ‘แพทยสภา’ปม‘ชั้น 14’ ปัดเอาคืนพิษ‘คดีฮั้ว’

‘สว.’ตั้งกมธ.ร่วมฯรุกสอบมติ‘แพทยสภา’ปม‘ชั้น 14’ ปัดเอาคืนพิษ‘คดีฮั้ว’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

‘สว.’ผนึกตั้งกมธ.ร่วมฯรุกสอบมติ‘แพทยสภา’ปม‘ชั้น 14’ หวั่นเคส‘เลือกปฏิบัติ’ลามกระทบ‘จริยธรรมแพทย์-ความเสมอภาค-กระบวนการยุติธรรม’ ปัดเอี่ยวการเมืองโยงเล่นงานคืนจากพิษ‘คดีฮั้ว’

29 พ.ค.68  ที่รัฐสภา นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา แถลงกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของแพทยสภามีมติลงโทษในกรณีชั้น 14 ว่า ขณะนี้การศึกษาเรื่องกรณีชั้น 14 มีมูลเหตุจากมติของแพทยสภาครั้งที่ 5/2568 ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องจากคดีจริยธรรมของแพทย์ที่ถูกกล่าวโทษ ว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและวิชาชีพเวชกรรม ในการดูแลผู้ต้องขังระดับสำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่ง นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ได้เปิดเผยในที่ประชุมว่า ที่ประชุมแพทยสภาได้มีมติตักเตือนแพทย์ 1 คน และพักใช้ใบประกอบแพทย์วิชาชีพเวชกรรม 2 คน เนื่องจากการให้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และข้อมูลหลักฐานที่ได้รับ ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า มีภาวะวิกฤตเกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายดังกล่าว

นพ.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการให้ข้อมูลทางการแพทย์ และขุ่นเคืองต่อกระบวนการยุติธรรมเหลื่อมล้ำต่อการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายอื่น จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการทั้งสองคณะเห็นพ้องเพื่อพิจารณาศึกษาร่วมกันในครั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมาธิการสาธารณสุขฯ เล็งเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ ซึ่งเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขที่ประชาชนควรคาดหวังเชื่อมั่น

ด้านพล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทางกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า ได้พิจารณาแล้วว่าการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจกระทบต่อหลักนิติธรรมและความเสมอภาค ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากมติดังกล่าว คณะกรรมการสองคณะจึงมีกำหนดให้ประชุมร่วมกันในวันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในประเด็นจริยธรรมทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ทำ เพื่อกำหนดแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบราชทัณฑ์หน่วยบริการสุขภาพและองค์กรวิชาชีพมาให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างและระบบโดยรวม เพื่อมีเป้าหมายให้จัดทำเสนอข้อเสนอในเชิงระบบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อวุฒิสภา และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเพื่อดำเนินการต่อไป

พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นการที่บุคคลหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่อาจแตกต่างจากผู้ต้องขังทั่วไป โดยอาศัยการรับรองทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความยุติธรรมของประเทศที่อาจถูกบิดเบือน ขอย้ำว่าคณะกรรมาธิการสองคณะ มิได้มีเจตนาในการทำลายเกียรติของวิชาชีพแพทย์ แต่ธำรงไว้เพื่อความเป็นธรรมความ น่าเชื่อถือของระบบยุติธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สังคมไทยควรยึดมั่นร่วมกัน หากใช้ข้อมูลทางการแพทย์ที่คลาดเคลื่อนโดยไม่มีการถอดบทเรียน ย่อมเป็นอันตรายต่อนิติรัฐของประเทศ จึงเป็นวัตถุประสงค์ของการศึกษาร่วมในครั้งนี้

“ยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงสองหน่วยงาน ทั้งโรงพยาบาลตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ เพียงแต่เป็นการศึกษาในแนวทางข้อกฎหมายว่าให้อำนาจกับกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจให้ทำสิ่งใดได้บ้าง หลังจากนั้นจะมานำเสนอให้กับประชาชนรับทราบ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาศึกษาไม่เกินเดือนครึ่ง ทั้งนี้ สำหรับการศึกษาที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการฯ แต่ละชุด” พล.ต.ท.บุญจันทร์ ระบุ

พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าวอีกว่า ในขณะนั้นติดขัดเรื่องเวชระเบียน แต่ในการศึกษาครั้งนี้ จะเริ่มต้นจากมติของแพทยสภา ซึ่งกระบวนการศึกษาจะแตกต่างกัน สามารถที่จะย้อนไปหาเหตุการณ์เบื้องต้นได้ เป็นการศึกษาเพื่อการพัฒนา หากมีโอกาสในการแก้ไขตรงไหน ก็จะเสนอวุฒิสภา ยืนยันว่าไม่มีการโจมตีทางการเมืองหลังเกิดเหตุการณ์เรียก สว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีการฮั้วเลือก สว. ไปรับทราบข้อกล่าวหา

‘หมอเปรม’ยื่น‘มงคล’ขอชะลอการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ

‘หมอเปรม’ยื่น‘มงคล’ขอชะลอการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ

‘หมอเปรม’ยื่น‘มงคล’ขอชะลอการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.25 น.

‘หมอเปรม’ยื่น‘มงคล’ขอชะลอการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ

29 พ.ค.68 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ยื่นหนังสือถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ขอให้ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยนพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นสว.เสียงส่วนน้อย มีเหตุการณ์ที่ไม่สบายใจเรื่องฮั้วเลือกสว. จึงอยากให้การประชุมวุฒิสภาวันที่ 30พ.ค. ชะลอกการตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติองค์กรอิสระทั้ง 4องค์กรไว้ก่อน จนกว่าจะสอบสวนเสร็จว่า สว.ที่ถูกสอบปราศจากปัญหา การชะลอเรื่ององค์กรอิสระไม่ได้สายเกินไป กรรมการองค์กรอิสระที่จะหมดวาระ สามารถรักษาการต่อได้ ไม่มีปัญหาการทำงาน ควรชะลอให้ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อนการเลือกองค์กรอิสระที่อาจเกิดข้อครหาตามมาว่า จะต้องต่างตอบแทนในภายหลัง ส่วนที่ตนไม่ได้ร่วมลงชื่อกับสว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ที่ล่าชื่อสว.ให้ชะลอเรื่องการตั้งองค์กรอิสระนั้น เนื่องจากตนเป็นสว.กลุ่มสีขาว แนวคิดการดำเนินการของน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ไม่สอดคล้องกับพวกเราที่ไม่ได้มุ่งเน้นถึงขั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนสว.  เราแค่อยากชะลอขั้นตอนเท่านั้น

‘สมศักดิ์’วีโต้แล้ว! มติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอคดีชั้น 14

‘สมศักดิ์’วีโต้แล้ว! มติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอคดีชั้น 14

‘สมศักดิ์’วีโต้แล้ว! มติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอคดีชั้น 14

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.20 น.

“สมศักดิ์”ส่งความเห็นถึง”แพทยสภา”กลับไปเป็นรายบุคคล มีทั้งส่วนที่เห็นด้วย กับมุมที่ให้”แพทยสภา”เอาไปพิจารณา ระบุเป็นเรื่องที่”บอร์ดแพทยสภา”ต้องไปพิจารณากันต่อ ยันไม่ใช่เป็นเชิงคำสั่งว่าจะต้องทบทวนอะไร  

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณา ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ได้มีการประชุมไป 3 ครั้ง และส่งสรุปความเห็นแต่ละคนให้กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ เพื่อพิจารณาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 นั้น ล่าสุด นายสมศักดิ์ได้มีการทำหนังสือส่งถึงแพทยสภาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.เวลา ประมาณ 16.00 น.

นายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า สำหรับในเนื้อหานั้น ตนไม่ทราบมากนัก แต่ทราบว่าเบื้องต้น นายสมศักดิ์ได้มีการส่งความเห็นกลับต่อมติของแพทยสภา ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนแพทย์ จำนวน 4 คน โดยมี 1 คน ที่ถูกยกคำร้อง อีก 3 คน ถูกลงโทษตักเตือน กับพักใช้ใบอนุญาต นายสมศักดิ์ก็ได้ให้ความเห็นกลับไปเป็นรายบุคคลเลย มีทั้งส่วนที่เห็นด้วยกับมติแพทยสภา และมุมที่ให้แพทยสภาเอาไปพิจารณาด้วย อย่างเรื่องของกระบวนการก็ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นเชิงคำสั่งว่าจะต้องทบทวนอะไร เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องที่บอร์ดแพทยสภาต้องไปพิจารณากันต่อ

‘อิ๊งค์’ยินดีฟังความเห็น‘ทักษิณ’ ประกาศ‘สงครามว้า’

‘อิ๊งค์’ยินดีฟังความเห็น‘ทักษิณ’ ประกาศ‘สงครามว้า’

‘อิ๊งค์’ยินดีฟังความเห็น‘ทักษิณ’ ประกาศ‘สงครามว้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.08 น.

‘อิ๊งค์’ยินดีฟังความเห็น‘ทักษิณ’ ประกาศ‘สงครามว้า’

29 พ.ค.68 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศสงครามยาเสพติดกับรัฐว้าแดง จะนำความคิดเห็นดังกล่าวไปสานต่ออย่างไร ว่า อะไรที่เป็นข้อมูลแล้วสามารถใช้ได้ตนยินดีรับหมด ไม่ว่าจะเป็นจากชาวบ้าน จากพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านไหนก็ตามที่เป็นประโยชน์ว่ายาเสพติดมาจากไหนทำลายกลุ่มไหนอยู่ ณ ที่ไหนขอให้แจ้งมาเลยยินดีตรวจสอบทั้งหมด จากทางตำรวจก็เห็นแล้วว่าจับได้จำนวนมากก็ได้เบาะแสมาทั้งนั้น จะเห็นได้ว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยกัน

‘ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ’ยันไทยเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯต่อ แม้ศาลมะกันสั่งยับยั้ง‘ภาษีทรัมป์’

‘ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ’ยันไทยเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯต่อ แม้ศาลมะกันสั่งยับยั้ง‘ภาษีทรัมป์’

‘ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ’ยันไทยเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯต่อ แม้ศาลมะกันสั่งยับยั้ง‘ภาษีทรัมป์’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.04 น.

‘ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ’ยันไทยเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯต่อ แม้ศาลมะกันสั่งยับยั้ง‘ภาษีทรัมป์’

29 พ.ค.68 ที่รัฐสภา นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีศาลการค้าสหรัฐอเมริกามีคำพิพากษาสั่งยับยั้งภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บทั่วโลกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้กฎหมายฉุกเฉินโดยมิชอบ และคำสั่งของประธานาธิบดีละเมิดอำนาจของรัฐธรรมนูญในการมอบอำนาจเกี่ยวกับภาษีนำเข้าแก่รัฐสภา ว่า ตนเองเพิ่งได้เห็นข่าวนี้ ต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร แต่เรื่องการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯจะต้องดำเนินการต่อ คาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆนี้ และขณะนี้กำลังหารือกันอยู่

ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายประเทศที่ต้องเร่งเจรจา แม้ไทยมีดุลการค้ากับสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้เป็นผู้ค้าที่มีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เหมือน เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย เป็นต้น แต่สหรัฐฯยังเป็นมิตรประเทศที่สำคัญอย่างยิ่งของไทย ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะมาดูว่า จะมีความร่วมมือที่จะต้องปรับด้านเศรษฐกิจกันอย่างไร เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

‘พิชัย’ยังไม่ตัดสินใจ! ปมเรียกค่าเสียหาย’ยิ่งลักษณ์’หมื่นล้าน คดีจำนำข้าว

'พิชัย'ยังไม่ตัดสินใจ! ปมเรียกค่าเสียหาย'ยิ่งลักษณ์'หมื่นล้าน คดีจำนำข้าว

‘พิชัย’ยังไม่ตัดสินใจ! ปมเรียกค่าเสียหาย’ยิ่งลักษณ์’หมื่นล้าน คดีจำนำข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.58 น.

“พิชัย”เผยยังไม่ตัดสินใจปมเรียกค่าเสียหาย”ยิ่งลักษณ์”ชดใช้โครงการจำนำข้าว ขอรอฟัง”ปลัดคลัง” ไม่ทราบ”ทนายปู”จ่อยื่นขอชะลอ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเพื่อเรียกค่าเสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ชดใช้คดีจำนำข้าวกว่า 10,028 ล้านบาท โดยย้อนถามว่า “ต้องตั้งคณะกรรมการเหรอ ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการเพราะอะไร”

ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า เพื่อที่จะต้องมาดูตัวเลขการชดใช้โครงการจำนำข้าว นายพิชัย กล่าวว่า “เหรอ มันมีคณะกรรมการอยู่แล้วหรือเปล่า หรือมีคนดูอยู่แล้วหรือเปล่า ต้องรอฟังจากปลัดกระทรวงการคลังก่อน”

เมื่อถามว่า แสดงว่าปลัดกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้มีการรายงานใช่หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ยัง ตนได้ให้ปลัด ก.คลัง นำข้อเท็จจริงมาวางทั้งหมดว่า โดยกฎหมายจะต้องทำอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า ล่าสุดทางทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกว่าจะยื่นศาลปกครองให้ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อรอหลักฐานใหม่ นายพิชัย กล่าวว่า “อ๋อเหรอ ตนยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ขอบคุณมากที่บอกตน” เมื่อถามต่อว่า หรือว่าต้องรอคำสั่งศาลอยู่ดีใช่หรือไม่ ว่าให้ชะลอหรือไม่ชะลอก่อน นายพิชัย กล่าวว่า “ตนมีทางนี้ที่จะมาบอกตนเองว่า ต้องทำอะไร ตนจะไม่ตัดสินใจโดยที่ไม่มีอะไร” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สู้ต่อ’จำนำข้าว’ ทนายเล็งยื่นศาล ปค.สั่ง’ก.คลัง’ชะลอชดใช้’หมื่นล้าน’)

’นายกฯอิ๊งค์‘มอบนโยบายปราบยาเสพติด ปลื้ม 3 เดือน‘Seal Stop Safe’เห็นผลชัด

’นายกฯอิ๊งค์‘มอบนโยบายปราบยาเสพติด ปลื้ม 3 เดือน‘Seal Stop Safe’เห็นผลชัด

’นายกฯอิ๊งค์‘มอบนโยบายปราบยาเสพติด ปลื้ม 3 เดือน‘Seal Stop Safe’เห็นผลชัด

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

’นายกฯอิ๊งค์‘มอบนโยบายปราบยาเสพติด พร้อมดูของกลางยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์ 1,900 ล้าน ปลื้ม 3 เดือน‘Seal Stop Safe’เห็นผลชัด ขอเร่งเครื่องลุยต่อให้หมดจากประเทศ วอนเปิดใจกว้างให้โอกาสคนติดยากลับใจเข้าสังคม

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2568 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายในการสรุปผลการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามมาตรการ Seal Stop Safe ของรัฐบาลในรอบ 2 เดือน เม.ย.- พ.ค. โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) รอให้การต้อนรับ 

จากนั้นนายกฯ รับฟังรายงานการจับกุมยาเสพติด จากพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสกัดกั้นยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ รวมถึงการสกัดกั้นการส่งยาเสพติดผ่านที่อากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งดูของกลางยาเสพติดที่จับกุมได้ 29.93 ล้านเม็ด และมีการยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท

นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า สวัสดีทุกท่านวันนี้ไอแพดจำเป็นมากสำหรับชื่อตำแหน่งของทุกท่าน ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความร่วมมือตั้งแต่มี มาตรการ Seal Stop Safe วันนี้ผ่านมา 3 เดือนครึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการทำให้เกิดผลสำเร็จและเป็นรูปธรรมให้ประชาชนเห็นจริงๆ ทั้งนี้  รมว.ยุติธรรมเล่าให้ฟังว่าสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ปราบปรามยาเสพติดได้สำเร็จ เพราะเมื่อก่อนเคยผลิตในประเทศไทย แต่ตอนนี้การผลิตอยู่ที่ต่างประเทศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเยอะขึ้น และกำลังการผลิตเยอะขึ้นมาก เพราะ 20 ปีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาก วันนี้ที่จับได้ถือว่าได้เยอะมาก ทำยังไม่ถึง 1 ปีเต็ม ก็ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกคนจนถึงผู้บอกเบาะแสต่างๆ ที่ทำให้เกิดการจับยาเสพติดได้เยอะขนาดนี้

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คิดว่าเราต้องเร่งเครื่องทำเรื่องนี้ต่อเพื่อให้ประเทศของเราพร้อมที่จะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป เพราะยาเสพติดเป็นสิ่งกีดขวางทำให้ลูกหลานต้องติดยา พ่อ แม่ครอบครัวต้องทุกข์ระทม บางบ้านมีการฆ่ากัน ที่สำคัญอยากให้ทุกท่านเปิดใจกว้างรับคนที่ติดยาเสพติดที่พร้อมจะกลับเข้าสู่สังคม ขอให้โอกาสเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมีแบบแผนของการฟื้นฟูให้เขากลับสู่สังคม เพราะทุกคนต้องการโอกาสเราเองก็เช่นกัน ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็ต้องการโอกาสเช่นกันในทุกเรื่อง จึงอยากให้ประชาชนที่ได้รับฟังให้โอกาสกับทุกคนที่อยากเริ่มต้นใหม่และพร้อมที่จะเป็นคนที่คลีนไม่มียาเสพติดเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ  อย่างไรก็ตาม ขอบคุณผบ.ตร. เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำให้เการปราบปรามยาเสพติดเกิดผลสำเร็จทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศ ตอนนี้เริ่มรู้แผนแล้วว่าพอจะไปทางไหนเราปราบปรามอย่างไร รวมถึงเรื่องการยึดทรัพย์ และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่ารัฐบาลจะสนับสนุนทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของงบประมาณในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศของเรา

นายกฯ กล่าวอีกว่า แต่ที่แน่ๆ ขอให้ทุกคนทราบไว้ตรงนี้ว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่ผลต้องเกิดเป็นรูปธรรม ขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ตนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทำงานหนักหน่วงและเหนื่อย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านมีความเข้มแข็งและมีกำลังใจในการทำงานเยอะๆ ขอให้ปลอดภัยเวลาไปทำงานแบบนี้มีความเสี่ยงมาก ก็ขอให้ทุกท่านมี กำลังใจที่ดี ประชาชนเข้าใจและเห็นใจแบบนี้ในการทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศของเรา

คาด‘มาริษ’ถกรมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น ปมเหตุปะทะ‘ช่องบก’

คาด‘มาริษ’ถกรมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น ปมเหตุปะทะ‘ช่องบก’

คาด‘มาริษ’ถกรมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น ปมเหตุปะทะ‘ช่องบก’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

‘ผู้ช่วย รมต.บัวแก้ว’คาด‘มาริษ’ถก รมต.ต่างประเทศกัมพูชาที่ญี่ปุ่น ปมเหตุ 2 ฝ่ายปะทะที่‘ช่องบก’ เผย ปลาย มิ.ย.ประชุมคณะกรรมการชายแดน ยกปัญหานี้คุย เชื่อมีผลที่ดี วอนอย่าเร่งเจ้าหน้าที่เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

29 พ.ค.68 ที่รัฐสภา นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศชองกัมพูชาตลอด และขณะนี้ทั้ง 2 คน อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน น่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เราพยายามที่จะลดระดับความขัดแย้งให้มากที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหานี้ทางกระทรวงการต่างประเทศมีคณะกรรมการร่วมชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งจะมีเพิ่มการหารือกับฝ่ายกัมพูชาปลายเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อแก้ปัญหานี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีแนวโน้มเรื่องการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ นายรัศม์ กล่าวว่า มันอยู่ในเรื่องของเจบีซี ปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนก็ต้องมีการพูดถึง แต่กระบวนการยาวนาน ต้องค่อยๆ ทำไป เพราะหลักเขตแดนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ หลักเขตแดนสูญหายบ้าง ต้องมีการพิสูจน์กันว่า อยู่ที่ไหน ทั้งนี้ การดำเนินการพูดคุยตามหลักการทูตเพื่อหาข้อยุติร่วมกันก็ยังคงดำเนินการต่อไป และน่าจะมีผลในทางที่ดีขึ้นเมื่อมีการมานั่งคุยกันในช่วงเดือน มิ.ย.

เมื่อถามย้ำว่า จะสำเร็จหรือไม่ เพราะปัญหาชายแดนบริเวณช่องบก มีการปะทะกันมายาวนาน นายรัศม์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทั้งสองฝ่าย ส่วนจะสิ้นสุดเมื่อไหร่นั้นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ที่จะต้องพิสูจน์ เพราะสมัยก่อนเรื่องเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า แต่ทุกวันนี้มีความก้าวหน้าและสามารถช่วยได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องมีเจตนารมณ์ที่ดีที่มาแก้ปัญหานี้ร่วมกัน และจะต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนของทั้งสองประเทศ เพราะเรื่องของเขตแดนเป็นเรื่องของความรู้สึกของประชาชนด้วย แต่อย่างน้อยตนคิดว่า มีการเจรจาย่อมดีกว่าไม่มี ตราบใดที่ยังเดินหน้าไปได้ก็สามารถเป็นไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น

“แน่นอนเราต้องมีข้อยุติไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ซึ่งถ้าเร็วได้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรที่จะไปบีบบังคับหน่วยงานทั้งสองฝ่าย ไปสร้างความคาดหวัง ความกดดัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีหลายประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณา ต้องให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายพิสูจน์กันตามหลักฐาน” นายรัศม์ กล่าว

สู้ต่อ’จำนำข้าว’ ทนายเล็งยื่นศาล ปค.สั่ง’ก.คลัง’ชะลอชดใช้’หมื่นล้าน’

สู้ต่อ'จำนำข้าว' ทนายเล็งยื่นศาล ปค.สั่ง'ก.คลัง'ชะลอชดใช้'หมื่นล้าน'

สู้ต่อ’จำนำข้าว’ ทนายเล็งยื่นศาล ปค.สั่ง’ก.คลัง’ชะลอชดใช้’หมื่นล้าน’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

“นรวิชญ์”เล็งยื่นศาลปกครอง สั่ง”ก.คลัง”ชะลอเรียกค่าเสียหาย”หมื่นล้าน”คดีจำนำข้าว พร้อมยื่นหลักฐานขอตั้งคดีจำนำข้าวใหม่ หลังพบตัวเลขจำหน่ายข้าว 18.5 ล้านตัน สูงกว่าตัวเลขถูกชดใช้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการรื้อคดีใหม่ หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ว่า ขณะนี้ให้ทีมงานรวบรวมเอกสาร และทำตัวเลขการขายข้าวจำนวน 18.5 ล้านตันอยู่ ส่วนราคาที่ขายได้เป็นจำนวนเท่าไหร่ขออนุญาตยังไม่เปิดเผย เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ยืนยันว่าตัวเลขมีมากกว่าจำนวนที่จะต้องชดใช้ หากมีความชัดเจนจึงจะให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะยื่นร้องคดีใหม่ภายใน 90 วัน ซึ่งสามารถยื่นได้ เพราะมีหลักฐานใหม่ ตามมาตรา 75 ของ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

เมื่อถามว่า ศาลปกครองจะรับพิจารณาคดีใหม่หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของศาลปกครองใช่หรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตามขั้นตอนเรายื่นตามกฎหมาย เมื่อถามว่า ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง กำลังเตรียมการเดินหน้ากระบวนการเพื่อเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินจึงควรชะลอไปก่อนหรือไม่ เพราะทางทนายความกำลังจะยื่นหลักฐานใหม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าสิ่งที่เรากำลังขอพิจารณาคดีใหม่ และขอให้ชะลอกระบวนการของกระทรวงการคลังด้วย โดยจะยื่นไปยังศาลปกครอง ดังนั้น ต้องดูว่าศาลจะว่าอย่างไร และยอมรับว่าขณะนี้ทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เหลือไม่กี่ชิ้นที่ยังไม่ได้ขายทอดตลาด

เมื่อถามย้ำว่า โดยกระบวนการทางกฎหมาย กระทรวงการคลังควรต้องชะลอหรือไม่ เพราะกำลังจะมีการยื่นหลักฐานใหม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ถ้าศาลรับพิจารณาในส่วนของคดีใหม่ก็ควรจะรอ เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้มีทรัพย์สินอะไรบ้างที่ถูกยึดไปแล้ว นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ก็พอทราบ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะมีทีมที่ดูแลเรื่องนี้อยู่

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ล่าสุดอย่างไรบ้าง นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ได้คุย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกให้ทีมทนายดูข้อกฎหมายเร็วๆ ศึกษากฎหมายให้ดี ซึ่งทีมทนายจะรายงานต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกครั้ง เมื่อถามว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะได้เดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขคดีโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว และยังไม่ได้รับการสื่อสารลักษณะดังกล่าว

‘อิ๊งค์’ชัดเจน รอเข้าสภาพิจารณางบ 30 พ.ค.

‘อิ๊งค์’ชัดเจน รอเข้าสภาพิจารณางบ 30 พ.ค.

‘อิ๊งค์’ชัดเจน รอเข้าสภาพิจารณางบ 30 พ.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

‘อิ๊งค์’ชัดเจน รอเข้าสภาพิจารณางบ 30 พ.ค.

29 พ.ค.68 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีสภาฯกำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2569 วันเดียวกันนี้จะเข้าไปรับฟังการอภิปรายหรือไม่ว่า “ไม่เข้า เข้าพรุ่งนี้ (30 พ.ค.)”