‘หมอวรงค์’ เปิด 9 ข้อสงสัยนักโทษชั้น14

'หมอวรงค์' เปิด 9 ข้อสงสัยนักโทษชั้น14

‘หมอวรงค์’ เปิด 9 ข้อสงสัยนักโทษชั้น14

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.06 น.

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ข้อสงสัยนักโทษชั้น14” ระบุว่าช่วงนี้จะเห็นข่าว พวกนักวิชาการ นักกฏหมายที่ปกป้องนักโทษชั้น14 พยายามออกมาสื่อสารกับประชาชนว่า การที่นักโทษไปป่วยอยู่ชั้น 14 นานถึง 6 เดือนนั้น ถือว่าถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งถือว่าถูกคุมขังแล้ว

แต่ประเด็นที่ประชาชนสงสัย ประชาชนเขาสงสัยว่า ถ้าป่วยทำไมไม่รักษาตัวที่โรงพยายาลราชทัณฑ์ เพราะโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีศักยภาพ ไม่แพ้รพ.จังหวัดทั่วประเทศ ขีดความสามารถ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งมี CT scan ที่ทันสมัยมาก

ถ้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถรักษาตัวนักโทษรายนี้ได้ แสดงว่าน่าจะป่วยวิกฤติ จึงต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ สิ่งที่ประชาชนสงสัย มีการช่วยเหลือเพื่อให้นักโทษ ไปนอนเล่นสบายๆ ที่ชั้น14 รพ.ตำรวจหรือไม่ โดยใช้ข้ออ้างเจ็บป่วยหนัก เพราะ

1.ทำไมแพทย์เวรคืนนั้น ที่เป็นอายุรแพทย์ ถือว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาโรค ความดัน หัวใจขาดเลือด ไม่ไปดูแล แต่ปล่อยให้พยาบาลเวรโทรไปปรึกษา และปล่อยให้พยาบาลเวรเป็นผู้ดูแล และเป็นผู้ส่งนักโทษต่อร.พ.ตำรวจ จึงเกิดข้อสงสัยว่าวางแผนกันไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องมาก

2.จริงหรือที่โรคเหล่านี้ที่อ้าง ทั้งหัวใจขาดเลือด ความดันสูง ปอดเรื้อรัง สันหลังเสื่อม ซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง และมีประวัติการรักษามาแล้วจากต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก สำหรับผู้สูงอายุ โรงพยายาลราชทัณฑ์จะรักษาไม่ได้ และต้องส่งต่อโรงพยาบาลตำรวจ เพราะเกรงอันตรายต่อชีวิต

3.การส่งต่อแบบฉุกเฉินว่า เกรงอันตรายต่อชีวิต ด้วยหลักทางการแพทย์นั้น ต้องใช้รถ ambulance ส่งต่อไปรพ.ตำรวจ แต่ตามข่าวทำไมใช้รถของราชทัณฑ์
4.ด้วยหลักทางการแพทย์ การส่งต่อแบบฉุกเฉินเวลาดึก และเกรงว่าเกิดอันตรายต่อชีวิต ทำไมไม่ส่งนักโทษผ่าน ER ก่อน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ไม่ได้ป่วยวิกฤติจริง

5.ด้วยหลักทางการแพทย์ การป่วยที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะโรคหัวใจ หลังจากส่งมาถึงรพ.ตำรวจ ทำไมไม่ให้รักษาตัวที่ICU หรือ CCU แต่ให้ไปนอนที่ชั้น14 ซึ่งประชาชนรับรู้ว่านี่คือห้อง VVIP ซึ่งไม่ใช่สถานที่รักษาผู้ป่วยวิกฤติ

6.จากรายชื่อแพทย์ที่อ้างว่า เป็นแพทย์เจ้าของไข้ แพทย์ที่ทำการรักษา ที่ทางป.ป.ช.เรียกสอบ ล้วนเป็นทีมแพทย์ทางด้านศัลกรรมเช่น ศัลยกรรมประสาท ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ทำไมไม่ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจเป็นผู้ดูแลหลัก

7.ด้วยหลักทางการแพทย์ ถ้าผู้ป่วยมีอาการวิกฤติ การผ่าตัดเอ็น ด้วยการใช้กล้องที่หัวใหล่ จะไม่ทำกันในผู้ป่วยวิกฤติ รวมทั้งการทำMRI

ที่ต้องถามต่อ หลังผ่าตัดทำไมจึงนำนักโทษไปพักที่ห้อง หลังผ่าตัดศัลยกรรมประสาท ไม่ไปพักที่ห้องหลังผ่าตัด ศัลกรรมกระดูก เอ็นและข้อ (orthopedics) หรือเกรงว่าคนอื่นจะเห็นว่า ไม่ได้ป่วยวิกฤติ

8.โรคอะไรที่ต้องรักษานานถึง180 วัน อาการไม่ดีขึ้น ไม่สามารถย้ายตัวกลับมา รักษาต่อที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ แต่ครบ 180 ได้พักโทษอาการหายทันที หลักทางการแพทย์มีด้วยหรือ โรคประหลาดแบบนี้

9.นี่ยังไม่นับรวมข้อสงสัย ที่ป่วยวิกฤตินอนติดเตียง 180 วัน ทำไมแขนขาไม่ลีบลง เพราะผู้สูงอายุ เกิน70ปี นอนติดเตียง1ถึง 2สัปดาห์ ล้วนสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ แขนขาจะลีบลง

จึงเกิดข้อสงสัยว่า แอบไปเดินเล่นที่อื่นหรือไม่ แขนขาจึงไม่ลีบ และที่แปลกใจมาก อาการป่วยวิกฤติ อันตรายต่อชีวิต ไม่มีข่าวว่า ครอบครัวไปนอนเฝ้าเลย

ความจริงยังมีอีกหลายประเด็นมาก ที่ควรไต่สวน เพื่อเอาความจริงออกมาให้ประชาชนทราบ ยกเว้นถ้าได้คำตอบว่า ไม่ได้ป่วยวิกฤติ แต่มีการช่วยเหลือ เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่เรือนจำ ถ้าผลออกมาแบบนี้ ก็อธิบายข้อสงสัยได้หมด ซึ่งเท่ากับว่ายังไม่ได้ติดคุก ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล นี่ยังไม่นับรวมการขอศาลตามป.วิอาญามาตรา 246

พปชร.รับถูกทาบร่วมรัฐบาลจริง! โวไม่ไปเสริมให้ใคร เหตุผู้นำไม่มีศักยภาพ

พปชร.รับถูกทาบร่วมรัฐบาลจริง! โวไม่ไปเสริมให้ใคร เหตุผู้นำไม่มีศักยภาพ

พปชร.รับถูกทาบร่วมรัฐบาลจริง! โวไม่ไปเสริมให้ใคร เหตุผู้นำไม่มีศักยภาพ

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.07 น.

“ชัยมงคล”ยอมรับ ฝ่ายรัฐบาลทาบ พปชร.หวนคืนรบ.จริง แต่ลั่น ไม่ไปเสริมให้ใคร เหตุผู้นำไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา เผย “ลุงป้อม” ไล่ถามเรียงตัว การันตีไม่มีใครไปไหน  19 สส.  ยังอยู่กันครบ โว มีแต่มาเพิ่ม จากพท.เอง แต่ยังไม่เปิดตอนนี้ 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุจะเปิดตัวกลุ่มบุคคลจากพรรคฝ่ายค้าน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า เพิ่งจะมีการคุยเรื่องนี้กันในพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ในการประชุมใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งคุยทั้งส่วนตัวและกลุ่ม และได้แจ้งให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐทราบว่า จะมีคนย้ายมาอยู่กับเรามากพอสมควร โดยมาจากหลายที่ ยืนยันว่าของพรรคพลังประชารัฐไม่มีไปที่นั่น เพราะเราคุยกันชัดเจนว่าทุกคนยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ สกรีนกันทั้งหมดทุกคน ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าจะอยู่ร่วมกัน ลงเรือลำเดียวกันจนวันสุดท้าย 

นายชัยมงคล กล่าวว่า ในวันดังกล่าวเรามีการพูดคุยกันถึงจุดยืน ว่าจะก้าวไปด้วยกัน และมีการวางแผนการเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ใครรับผิดชอบตรงไหนอย่างไร มีการแบ่งงานกันเรียบร้อย ส่วนคนที่อยู่ในข่าวที่มีการคาดการณ์กันว่าจะไปนั้น ก็ได้รับมอบหมายงานไปแล้วเรียบร้อย ส่วนตัวสส. ตนก็คุยแล้วเรียบร้อย หัวหน้าทีมก็คุยแล้วเรียบร้อย ทุกคนยังเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่มีใครไปสักคน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พอเปิดเผยได้หรือไม่ว่าบุคคลที่มีข่าวว่าจะไปคือใคร นายชัยมงคล กล่าวว่า คนเหล่านี้ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเลือกตั้ง ทั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ซึ่งตนจำไม่ได้หมด แต่ประมาณนี้ 

เมื่อถามว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตรได้ถามทุกคนแล้วได้เน้นย้ำอะไรหรือไม่ นายชัยมงคล กล่าวว่า หลังจากประชุมใหญ่พรรคเสร็จแล้วเราก็นั่งคุยกัน ความจริงเราก็คุยมาก่อนหน้านั้นแล้ว โดยทุกคนมีความมั่นใจ แน่นอนว่า เราทุกคน สส.ที่เหลืออยู่ 19 ชีวิต จะเดินทางทางการเมืองด้วยกัน มั่นคงไปด้วยกัน เป็นตายไปด้วยกัน นี่คือสิ่งที่เราให้สัจจะวาจาไว้ต่อกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งยอมรับว่ามีการติดต่อกันในการที่จะให้เข้าร่วมรัฐบาล ทั้งติดต่อผ่านทางตน ทั้ง พล.ประวิตรด้วย เขาโทรมาหาพล.อ.ประวิตรว่าจะเข้ามาร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรพูดมาตั้งแต่ก่อน 2-3 เดือนแล้ว โดยมีการคาดการณ์กันไว้ว่ารัฐบาลต้องมีปัญหา ซึ่งเรายืนยันชัดเจนแล้วว่าไม่ร่วมหากไม่เปลี่ยนตัวนายกฯ

เมื่อถามย้ำว่า ใครที่ติดต่อ พล.อ.ประวิตร นายชัยมงคล กล่าวว่า อย่าให้ตนบอกเลย ตนเองก็ได้รับการติดต่อเหมือนกัน โดยคนที่ติดต่อมานั้นมาจากพรรคเพื่อไทย มีการติดต่อจริง โดยมีการติดต่อว่าหากเข้าร่วมรัฐบาลก็ให้ไปทั้งพรรค ซึ่งพล.อ.ประวิตรยืนยันชัดเจนว่าไม่ไปร่วม เมื่อเราไม่ไปร่วมรัฐบาลชัดเจนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีปัญหา ซึ่งถ้าเราเข้าไปเรามองว่า เท่ากับว่าเราไปเสริมให้คนอยู่ในอำนาจ โดยที่คนที่เป็นผู้ใช้อำนาจตรงนั้นก็คือหัวหน้ายังไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแก้ไขปัญหาประเทศ แต่ถ้าการปรับแล้วบ้านเมืองมันดีขึ้นก็ไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ให้กำลังใจกับสมาชิกพรรคอย่างไรบ้างในการประชุมใหญ่พรรคที่ผ่านมา นายชัยมงคล กล่าวว่า เราอยู่ด้วยความอบอุ่นและจริงใจ เพราะเราอยากให้ท่านมีความสุขในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ทุกคนพร้อมที่จะทำงาน ทุกคนทำงานที่ได้รับมอบหมายกันอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ยังพร้อมที่จะสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายชัยมงคล กล่าวว่า ท่านพูดว่าอย่างไรเราก็ไปด้วยกัน เป้าหมายอยู่ที่ 60 ที่นั่ง เราต้องทำให้ได้ ตอนนี้แม้ว่าเราจะเหลือ 19 คน แต่เราจะเพิ่มเข้ามา อย่าง สส. จังหวัดไหนมี 1 คน ก็ต้องเพิ่มให้ได้อีก 1 คน ส่วนคนที่จะเข้ามาร่วมกับเรานั้นได้มีการวีดีโอคอลมาคุยกับ พล.อ.ประวิตรเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้มาตอนนี้ เราค่อนข้างมั่นใจว่าในระดับผู้ใหญ่คงมีการประสานงานกัน บางคนอยู่พรรคอื่นอาจจะอึดอัด แต่มันยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะแสดงตัวตอนนี้ โดยคนที่ติดต่อมาเป็นฝ่ายรัฐบาล จากพรรคเพื่อไทย ส่วนของฝ่ายค้านไม่มี เพราะเราไม่เอาของเพื่อน เราไม่ตกปลาในบ่อใคร เราไม่ต้องการให้คนที่จะมาอยู่กับเราเป็นงูเห่า ถ้าจะมาต้องมาด้วยอุดมการณ์ 

สคบ. ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่หอพักย่านรังสิต หลังมีผู้ร้องเรียนถูกข่มขู่ จ่อเรียกชี้แจง 8 พ.ค.นี้

สคบ. ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่หอพักย่านรังสิต หลังมีผู้ร้องเรียนถูกข่มขู่ จ่อเรียกชี้แจง 8 พ.ค.นี้

สคบ. ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่หอพักย่านรังสิต หลังมีผู้ร้องเรียนถูกข่มขู่ จ่อเรียกชี้แจง 8 พ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.39 น.

’จิราพร‘ ส่งทีม สคบ. ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเข้มหอพักย่านรังสิต หลังพบผู้ร้องเรียนถูกเจ้าของเอาเปรียบ

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นางสาวจิราพร  สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภค กรณีผู้ประกอบการหอพักย่านรังสิตเอาเปรียบ โดยมีการทำสัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม และมีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ข่มขู่ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภค นางสาวจิราพรจึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งตรวจสอบและติดตามโดยด่วน

โดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อวางแผนดำเนินการแก้ไขปัญหา และในวันที่ 25 เมษายน 2568 ได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด จำนวน 17 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียหาย จำนวน 3 ราย ได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์กับ สคบ.แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับผู้เสียหายจำนวน 14 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต รับเรื่องไปเพื่อสอบปากคำ และจะรวบรวพยานหลักฐานดำเนินการต่อไป 

ต่อมา วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 สคบ.ได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อนำเรื่องร้องทุกข์ของผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 14 ราย กรณีการเช่าห้องพักอาศัย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านเมืองเอก ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปดำเนินการตามกฎหมาย และออกหนังสือเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2568

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจได้รับหนังสือแล้วไม่มาพบ  ก็จะเป็นความผิดฐานไม่มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษ ตามมาตรา 45 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

โดยล่าสุด วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ กลับไม่พบบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของหอพัก จึงได้เดินทางไปสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน

นางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติมว่า สคบ. จะติดตามและดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างเต็มที่  เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม หากพบว่าผู้ประกอบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลตำบลหลักหก เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาคารว่าดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือไม่ รวมถึงประสานกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวมีลักษณะการประกอบธุรกิจหอพักตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 หรือไม่ และกรมสรรพากรเพื่อทำการตรวจสอบเกี่ยวกับรายได้ และการเสียภาษีว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน

รัฐบาลออกมาตรการ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ลดราคาสินค้า–บริการการศึกษา สูงสุด 74%

รัฐบาลออกมาตรการ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ลดราคาสินค้า–บริการการศึกษา สูงสุด 74%

รัฐบาลออกมาตรการ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ลดราคาสินค้า–บริการการศึกษา สูงสุด 74%

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.32 น.

“เปิดเทอม..เติมพลัง” รัฐบาลออกมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครอง ลดราคาสินค้า–บริการการศึกษา กว่า 8,305 รายการ ลดสูงสุดถึง 74% หาซื้อได้ในห้างค้าส่งค้าปลีก แพลตฟอร์มออนไลน์  ตั้งแต่วันที่ วันนี้ – 31 พ.ค.2568

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ทำเนียบฯ นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลออกมาตรการ โครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง”  เพื่อบรรเทาค่าครองชีพผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน โดยระดมความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่งค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 55 ราย พร้อมใจกันลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษาจำนวน 8,305 รายการ ลดสูงสุดถึง 74% ครอบคลุมสาขากว่า 24,924 แห่งทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 32 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. – 31 พ.ค. 2568

นายคารม กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกับโครงการของรัฐบาล จำนวน 55 ราย แยกเป็นผู้ผลิต 18 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย มีสาขา 21,576 สาขา ผู้ให้บริการ 15 ราย มีสาขา 3,348 สาขา และแพลตฟอร์ม 5 ราย โดยมีสินค้า 3 กลุ่มที่นำมาลดราคาสูงสุด 74% ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 7,490 รายการ ลดสูงสุด 71% กลุ่มบริการ 806 รายการ ลดสูงสุด 74% และกลุ่มค้าออนไลน์ 9 รายการ ลดสูงสุด 70% โดยมีสินค้าสำคัญ อาทิ เครื่องแบบนักเรียน รองเท้านักเรียน กระเป๋านักเรียน ตำราเรียนและหนังสือ เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อการเรียนการสอน บริการกวดวิชา อินเทอร์เน็ต สถาบันดนตรี และสินค้าอุปโภคบริโภค

“โครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง” จะช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้กว่า 300 ล้านบาท และก่อให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 900 ล้านบาท สร้างแรงกระตุ้นสำคัญให้กับภาคค้าปลีกและบริการช่วงเปิดภาคเรียนปีนี้ รัฐบาลเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา มาร่วมใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น รับส่วนลดสูงสุดถึง 74% ก่อนเปิดเทอมนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมกัน”นายคารม  กล่าว

รัฐบาล เชิญชวนประชาชน ชมรายการ ‘โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร’ 8 โมงเช้าพรุ่งนี้

รัฐบาล เชิญชวนประชาชน ชมรายการ 'โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร' 8 โมงเช้าพรุ่งนี้

รัฐบาล เชิญชวนประชาชน ชมรายการ ‘โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร’ 8 โมงเช้าพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.28 น.

ติดตามการทำงานของรัฐบาลทุกมิติ  ยันระบบการเตือนภัยไทยพร้อมแล้ว หลังทดลองครั้งแรกศุกร์ที่ผ่านมาเวิร์คมาก รัฐบาลพร้อมรับมือกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ชมไฮไลท์ประเทศไทย ทำไมต้องมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ติดตามชมได้พร้อมกัน ทาง NBT 2HD, TV5, MCOT HD และทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ  

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม นี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ประจำเดือนพฤษภาคม 2568 หลังจากเว้นไปหนึ่งเดือน เนื่องจากเดือนที่ผ่านมามีสถานการณ์สำคัญในเหตุการณ์ผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยในวันอาทิตย์นี้ นายกรัฐมนตรีจะนำเสนอประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน อาทิ เหตุการณ์แผ่นดินไหวช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ส่งผลกระทบในด้านต่างๆ รวมทั้งการติดตามผลการสอบสวนในกรณีตึก สตง. ถล่มอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจะสรุปการยกระดับโครงสร้างระบบเตือนภัย โดยเฉพาะการใช้ระบบ Cell Broadcast ซึ่งที่ผ่านมามีการทดสอบสัญญาณครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมาแล้วประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นในการเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายประเทศ รวมถึงไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “ทีมประเทศไทย” ตั้งแต่ 6 มกราคมที่ผ่านมา และได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ และมีการเจรจาในระดับไม่เป็นทางการอยู่ตลอดเวลา เพื่อดูแลผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งแนวทางความจำเป็นที่จะร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อสร้างพลังในการเจรจาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี จะได้พูดคุยถึงความคืบหน้าของนโยบายสำคัญหลายด้าน อาทิ การ
กลับมาของโครงการ SML ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนในแต่ละชุมชนทั่วประเทศรวมตัวกันคิด และทำในสิ่งที่ชุมชนมีความต้องการที่แท้จริง ผ่านการจัดสรรงบประมาณตามขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ตั้งแต่ 2- 4 แสนบาทผ่านกองทุนหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีโครงการทุนการศึกษา “ODOS Summer Camp” สำหรับเยาวชนจากทุกอำเภอทั่วประเทศ รวมกว่า 928 ทุน ที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง และค่าอาหาร โดยเปิดให้สมัครถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ผ่านแอป “ทางรัฐ” อีกด้วย และนายกรัฐมนตรีได้อธิบายถึงโครงการ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคการท่องเที่ยว สร้างรายได้ใหม่ โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจการจ้างงานให้กับคนไทยจำนวนมากอีกด้วย    

ขอเชิญรับชมรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ได้ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 08.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ NBT 2HD และ TV5 เวลา 08.00 – 08.30 น. และทางช่อง 9 MCOT HD เวลา 09.30 – 10.00 น. และวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ” นายจิรายุ กล่าว

‘สมชาย’ชี้ข้อตกลง ถอนกำลังลดความขัดแย้ง ‘ตาเมือนธม’ ระวังเสียดินแดนทางบก-ทะเล

'สมชาย'ชี้ข้อตกลง ถอนกำลังลดความขัดแย้ง ‘ตาเมือนธม’ ระวังเสียดินแดนทางบก-ทะเล

‘สมชาย’ชี้ข้อตกลง ถอนกำลังลดความขัดแย้ง ‘ตาเมือนธม’ ระวังเสียดินแดนทางบก-ทะเล

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.19 น.

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า #ระวังเสียดินแดนทางบกและในทะเล #ปราสาทตาเมืองธม  #สั่งถอนทหารไทย #กองทัพยอมได้ไง

จากกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา GBC:General Border Committee ว่า มีข้อตกลงกับกัมพูชาที่จะยอมให้ทหารไทยที่อยู่ที่ปราสาทตาเมืองธม   ถอนกำลังออกมาเพื่อลดความขัดแย้งนั้น  

ต้องถือว่า เป็นการตกลงที่เสียเปรียบและอาจนำไปสู่การเสียดินแดนเช่นเดียวกับที่

ไทยเคยเสียปราสาทเขาพระวิหาร  ตามแผนการรุกบันได4ขั้นของกัมพูชา เพื่อนำคดีพิพาทไปฟ้องศาลโลก 

กองทัพไทยจึงควรปฏิเสธข้อสั่งการดังกล่าวจากรัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ ดังนี้ 

1)ปราสาทตาเมือนธม อายุเกือบ 1,000 ปี มีที่ตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน (หรือช่องเขาตาเมียง) เทือกเขาพนมดงรัก ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี หมู่ 8 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย อย่างชัดเจนมิได้อยู่ในดินแดนกัมพูชาหรือในพื้นที่ทับซ้อนแต่ประการใด  โดยใช้แผนที่ตามหลักสากลที่ยึดการแบ่งพื้นที่ตามหลักสันปันน้ำแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา 

2) กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจพบและขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานของไทยตั้งแต่ปี 2478 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี  ซึ่งกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการบูรณะ โดยทางการกัมพูชารับรู้มาตลอด

3) วันที่ 4 สิงหาคม 2551 พลตรีโป เฮง รองผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 และพันเอกเนี่ยะ วงศ์ รองผู้บังคับกองพลน้อยที่ 42 กัมพูชา เคยนำกำลังทหารกว่า 50 นายพร้อมอาวุธครบมือและสื่อมวลชนกัมพูชา ขอเข้าชมปราสาทตาเมือนธม แต่ถูกทหารพรานกองร้อยจู่โจมที่ 960 กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลัง (กกล.) สุรนารี กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ของไทย เข้าเจรจาให้ถอยร่นกลับไป พร้อมเพิ่มกำลังคุมเข้มปราสาทตาเมือนธม วางลวดหนามปิดกั้นทางขึ้นและบริเวณรอบปราสาท

4) แม้มีพื้นที่ที่ยังตกลงปักปันไม่แล้วเสร็จ เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวด้านนอกปราสาทก็ตามฝ่ายไทยยังอนุโลมให้กัมพูชาขึ้นมาสักการะบูชาปราสาทได้ ระหว่างเวลา 09.00 – 15.00 น.ทุกวัน แต่ฝ่ายกัมพูชาต้องไม่แสดงออกสัญลักษณ์ใดๆ  ปรากฏชัดเจน เมื่อมีเหตุการณ์นายทหารกัมพูชาและกลุ่มแม่บ้านขึ้นมาร้องเพลงปลุกใจ ทหารฝ่ายไทยที่รักษาพื้นที่ได้เข้าไปห้ามปรามและมีหนังสือประท้วงต่อทหารกัมพูชาอย่างน้อยถึง2ครั้ง

การดำเนินการเรื่องปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ให้บรรลุข้อตกลงเป็นสิ่งที่ดี แต่หลักการเที่ถูกต้องคือ การต้องไม่ถอนกำลังทหารไทยออกจากพื้นที่ที่เป็นดินแดนไทยและเมื่อการเจรจาปักปันเขตแดนที่ได้ข้อยุติประการใด ให้ถือเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายจะได้สรุปร่วมกัน มิใช่การยอมถอนทหารออกมาก่อน จะทำให้เกิดการยอมรับเป็นหลักฐานตามหลักกฎหมายปิดปาก เสียดินแดนได้ในอนาคต หากฝ่ายกัมพูชานำคดีไปสู่ศาลโลก

สมชาย แสวงการ

อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สนช 

3พค 2568

#ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย #เสียดินแดน 
#ปราสาทพระวิหาร #เกาะกูด

อื้อหือ! ‘อนุสรณ์’ เผย สัญญาณตอบรับจากประชาชนดี ปมเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

อื้อหือ! ‘อนุสรณ์’ เผย สัญญาณตอบรับจากประชาชนดี ปมเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

อื้อหือ! ‘อนุสรณ์’ เผย สัญญาณตอบรับจากประชาชนดี ปมเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.26 น.

‘อนุสรณ์’ ชี้ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ สัญญาณตอบรับดี หลังลงพื้นที่ทำความเข้าใจ

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สส.ลงพื้นที่ในช่วงปิดสมัยประชุม เพื่อเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์  ว่า เสียงตอบรับจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ มีสัญญาณตอบรับที่ดีอย่างชัดเจน หลังมีการลงพื้นที่เข้าไปอธิบายในเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เป็นการสร้างเม็ดเงินใหม่ สร้างรายได้ใหม่เข้าประเทศ สร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานมหาศาล สัดส่วนการใช้พื้นที่ 90% เป็นศูนย์การประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ สวนสนุกระดับโลก สนามกีฬา คอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ ส่วนกาสิโนที่มีบางกลุ่มตั้งธงคัดค้านนั้น มีสัดส่วนเล็กน้อยเพียง 10% จาก 100%  และยังสามารถออกแบบกฎหมายให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐตามมาตรฐานสากลได้ หลายประเทศทำจนประสบความสำเร็จ

บางประเทศถกเถียงกันมากว่า 20 ปี วันนี้ก็เร่งรัดผลักดัน เดินหน้าทำเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไปแล้ว ถ้าเราไม่ทำจะเสียโอกาส เพราะจะไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านบันเทิงที่ครบวงจรเพียงพอ อย่างกรณีเทย์เลอร์ สวิฟต์ ไม่เลือกมาไทย เพราะเรายังไม่มีคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ระดับโลก หากมีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะสามารถดึงดูดอีเวนต์ใหญ่ระดับสากล สามารถเป็น Concert hub ของอาเซียนเพื่อกระตุ้นให้เกิด Music tourism สร้างรายได้และสร้างงานกว่า 20,000 ตำแหน่งต่อจุด เงินเดือนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเดือน วันนี้เสียงตอบรับจากประชาชนดีขึ้นโดยลำดับ เมื่อได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงว่า โครงการนี้ไม่ใช่บ่อน ไม่ใด้เป็นการมอมเมาประชาชน แต่คือแนวทางการสร้างรายได้ใหม่เข้าประเทศ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ จะกล้ามาลงทุนระดับแสนล้านได้ ต้องมีกติกา มีแรงจูงใจชัดเจน และรัฐต้องวางกติกาที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเปิดใจ เพราะเห็นประโยชน์ที่จับต้องได้ และยังสามารถออกกฎหมายควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสังคมได้ เช่น จะห้ามคนมีเงินฝากไม่ถึง 50 ล้านบาทเข้า ห้ามข้าราชการ ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ ห้ามเยาวชนเข้า สมาชิกในครอบครัวถ้ามีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาท จะเข้าได้ต้องได้รับการอนุมัติจากคนในครอบครัว ที่ตั้งต้องอยู่ห่างไกลจากศาสนสถาน ห่างไกลจากสถานศึกษา ก็สามารถออกกฎหมายควบคุมผลกระทบได้ในทุกมิติ  

“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นนโยบายและเป็นโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ใหม่ สร้างอนาคต สร้างโอกาส ที่จับต้องได้ให้กับประเทศ” นายอนุสรณ์ กล่าว

‘ธนกร’หนุนรัฐบาลคิดรอบคอบ แจกเงินหมื่นเฟส 3 ขอทบทวนให้ดีหวั่นทำศก.ทรุด

'ธนกร'หนุนรัฐบาลคิดรอบคอบ แจกเงินหมื่นเฟส 3 ขอทบทวนให้ดีหวั่นทำศก.ทรุด

‘ธนกร’หนุนรัฐบาลคิดรอบคอบ แจกเงินหมื่นเฟส 3 ขอทบทวนให้ดีหวั่นทำศก.ทรุด

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.23 น.

“ธนกร” หนุนรัฐบาลคิดรอบคอบ แจกเงินหมื่นเฟส 3 ขอ ทบทวนให้ดีหวั่นทำศก.ทรุด แนะ ใช้งบช่วยอุ้มสินค้าเกษตร-แบ่งทำ “คนละครึ่ง” เชื่อ กระตุ้นจับจ่ายในประเทศได้ดี
 

วันที่ 3 พ.ค. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่นายพิชัย ชุหวชิรรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า จะต้องมีการทบทวนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เห็นควรใช้งบประมาณกับเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน และเรื่องการกู้เงินให้เป็นตัวเลือกท้ายสุด เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐ ซึ่งเรื่องนี้มีคำแนะนำจากนักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเศรษฐกิจว่าไม่ควรผลักดันโครงการเงินดิจิทัลเฟส 3 เนื่องจากต้องใช้งบประมาณก้อนใหญ่ ควรชะลอออกไปก่อนและเพื่อเตรียมการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบหนักกับไทย  ซึ่งตนเห็นด้วยให้มีการทบทวนการใช้งบประมาณของรัฐให้เกิดความรอบคอบ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

ทั้งนี้ นายธนกร เสนอว่า ในช่วง2-3เดือนนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณาใช้งบประมาณในส่วนที่เข้าไปช่วยเหลือพยุงราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด ที่กำลังตกต่ำ เช่น ราคาข้าว ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่ราคาตกต่ำเกษตรกรต่างเดือดร้อนเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน อีกทั้งตนขอเสนอให้แบ่งงบประมาณมาบริหารใช้ในการทำโครงการคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ ซึ่งโครงการนี้ เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนพึงพอใจมาก โดยทั้ง 2 ประเด็นที่ตนเสนอไปนั้น มั่นใจว่าจะช่วยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกกลุ่มได้โดยตรงทันที

“ตนเห็นด้วยที่จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลแต่ในเวลานี้ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกขึ้น เรื่องของกำแพงภาษีจากสหรัฐกระทบหนักกับภาคส่งออกประเทศไทย ซึ่งการส่งออกเป็นเหมือนเครื่องจักรใหญ่ทางเศรษกิจอันดับต้นที่สร้างรายได้เข้าประเทศ  หากจะอัดฉีดเม็ดเงินในการแจกเงินดิจิทัลเฟส 3 ในเวลานี้รัฐบาลจะต้องคิดให้รอบคอบทุกด้านเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่สร้างปัญหาใหม่หรือไม่เป็นการซ้ำเติมทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากขึ้น จึงอยากเสนอให้นำเงินงบประมาณปี 2569 เข้าไปช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร ช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอยู่ในขณะนี้ เช่น ข้าว ยางพารากับ ปาล์มน้ำมัน อีกทางหนึ่ง ก็ควรรื้อฟื้นโครงการคนละครึ่งขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น” นายธนกร ระบุ

‘โหรฟองสนาน จามรจันทร์’ การเมืองไทยในกระแสผันผวน แต่ที่น่าห่วงกว่าคือวิกฤตเศรษฐกิจ

‘โหรฟองสนาน จามรจันทร์’ การเมืองไทยในกระแสผันผวน แต่ที่น่าห่วงกว่าคือวิกฤตเศรษฐกิจ

‘โหรฟองสนาน จามรจันทร์’ การเมืองไทยในกระแสผันผวน แต่ที่น่าห่วงกว่าคือวิกฤตเศรษฐกิจ

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่วันที่ 24 เม.ย. 2568 ชวนจับตาสถานการณ์ประเทศไทยในมุมของโหราศาสตร์และอดีตผู้สื่อข่าวสายการเมือง โดย โหรฟองสนาน จามรจันทร์ เริ่มไล่เรียงสถานการณ์ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2568 ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยในวันที่ 5 พ.ค. 2568 เป็นวันที่ราหูย้ายและจะอยู่ในราศีกุมภ์ไปนานถึง 22 เดือน โดยราหูจะย้ายเข้าภพลาภะ หมายถึงเพื่อนดวงเมือง ซึ่งอาจตีความให้หมายถึงพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ หรือมีการเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาล

ขณะที่ดาวพฤหัสก็ย้ายเข้าราศีเมถุน ในช่วงวันที่ 5 พ.ค. – 2 ต.ค. 2568 เมืองคงได้กินบุญเก่ามาก แต่ที่สำคัญคือดาวเสาร์ก็ย้าย ช่วงวันที่ 19 พ.ค. – 23 ส.ค. 2568 อาจส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ แต่ในมุมบวกก็ยังมี เช่น เสียอะไรไปอาจยังได้กลับมา ซึ่งเกณฑ์นี้จะอยู่ไปถึงวันที่ 14 ก.พ. 2569 มีตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อดวงเมืองเข้าจุดนี้ เช่น การกลับสู่ประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือสมัยรัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สามารถคลี่คลายวิกฤตของการบินไทยได้สำเร็จ เป็นต้น

และเมื่อเทียบกับดวงชะตาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันยังอยู่ในต่างประเทศ ให้จับตาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. 2568 – 22 พ.ย. 2569 รวม 18 เดือน ราหูซึ่งเป็นตัวแทนของทรัพย์สินและชีวิตบั้นปลายเดินเข้าบ้านตนเอง จึงมีความเป็นไปได้ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะได้เดินทางกลับประเทศไทย แต่ก็ไม่ใช่การกลับมาอย่างสบายๆ เพราะราหูเข้าภพที่ 4 หมายถึงดวงแตก จะมีความหงุดหงิดร้อนใจ แต่หากเป็นเรื่องดวงเมือง นับไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ. 2569 ระหว่างนี้อาจได้บางอย่างกลับมา แต่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร  

“เมืองเราเตรียมรับความผันผวน นักข่าวการเมืองแทบไม่ได้หลับได้นอนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มันจะเกิดแผ่นดินไหว – ภูเขาไฟระเบิดในเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลและอื่นๆ อีกเยอะเลยทีเดียวที่เคยทำนายครั้งที่แล้วก่อตัวมาเรื่อยๆ และช่วงพฤษภานี้เป็นต้นไป ช่วงที่ทางการเมืองจะเป็นเรื่องสำคัญมาก ตั้งแต่พฤษภาเป็นต้นไป แล้วก็ไม่ว่าเปลี่ยนแปลงระดับไหน รัฐบาลใหม่จะได้บริหารประเทศจริงๆ เชื่อว่าจะเป็นกลางพฤศจิกา เพราะฉะนั้นยุบสภาหรือเปล่า? มันมีอะไรให้ยุบ?”

โหรฟองสนาน ระบุว่า ขอให้จับตาเรื่องของรัฐบาล มีเรื่องก่อตัวเขม็งเกลียวมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ 2 – 3 เดือนก่อน และจะเริ่มระเบิดในเดือน พ.ค. 2568 ซึ่งระดับน่าจะสูงกว่าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่น มีการเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาล มีบุคคลต้องคำพิพากษาศาล หรือมีบุคคลลาออก จนถึงการยุบสภาหรือแม้แต่การปฏิวัติรัฐประหาร แต่อย่าให้เกิดการปฏิวัติเลยเพราะเชย ส่วนการปฏิวัติประชาชนที่บอกว่าเริ่มก่อตัว รัฐบาลก็ไม่ควรสุมไฟแต่ควรดับไฟ เช่น ถอนร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่อนุญาตให้มีกาสิโนออกเสีย

ขณะที่ดวงชะตาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็มีช่วงที่ต้องตีฝ่า ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. – 23 ส.ค. 2568 เพราะแม้ท่านจะมีเพื่อนเยอะแต่ก็ต้องระวังเพื่อนหาลงเหว ด้วยความที่ดาวเสาร์กับราหูตรึงกัน สื่อความหมายถึงมิตรที่ไม่น่าไว้ใจ ตนเคยเห็นบุคคลที่ดาวตรึงกันแบบนี้แล้วถึงขั้นติดคุก ดังนั้นดวงชะตาของนายทักษิณดูเหมือนจะต้องรับหนักและโดยเฉพาะอาจเกี่ยวข้องกับลูกของท่านด้วย เพราะดาวเสาร์เป็นตัวแทนของลูกท่าน ช่วงเวลาข้างต้นจึงเป็นช่วงที่นายทักษิณต้องต่อสู้อย่างหนัก

ส่วนดวงชะตาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ คนปัจจุบัน ซึ่งตนไม่รู้ลัคนาและเวลาเกิด แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือนายกฯ แพทองธาร ถูกกระทบกระเทือนตำแหน่งมาโดยตลอด เช่น ถูกล้อเลียนหรือถูกมองว่าไม่ใช่นายกฯ ตัวจริง โดยจะมีปรากฏการณ์สำคัญเกิดขึ้นในชีวิต อยากให้ระมัดระวัง ในคราวแรกต้องประคองตัวไปให้ถึงวันคล้ายกันเกิดในปี 2568 นี้ได้ให้ก่อน โดยดวงชะตาของ น.ส.แพทองธาร ราหูทับจันทร์และเล็งอาทิตย์ หมายถึงมีศัตรู และมีโศลกกล่าวว่า “สับสนจนคับคั่ง ถูกโทษทั้งจากฐานา” ต้องระวังหลุดจากตำแหน่ง

“ตั้งแต่ 5 พ.ค. 2568 เป็นต้นไป ราหูทับจันทร์ มันมะรุมมะตุ้มพฤษภาเห็นไหม? แล้วราหูจะทับจันทร์ท่านอยู่ถึง 22 พ.ย. 2569 ฉะนั้นท่านนายกฯ ตัวรอดรอบแรกต้องเอาให้พ้นวันเกิด 21 สิงหาไปก่อน แต่ 21 สิงหาไปแล้วก็ไม่น่าพิสมัย ฉะนั้นตั้งแต่ 5 พฤษภาเป็นต้นไปจนถึงวันเกิดของท่าน สับสนจนคับคั่ง ถูกโทษทั้งจากฐานา ฉะนั้นดูดวงคุณพ่อกับดวงลูกแล้วดูจะหนัก ออกแนวลบทั้งคู่ที่อาจกระทบกระเทือน ก็อยู่ที่การบริหารจัดการ เพราะจริงๆ แล้ว 50% เป็นเรื่องของดวง อีก 50% เป็นเรื่องของการกระทำ

อย่างครั้งที่แล้วคุณอุ๊งอิ๊งค์ (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) ถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ใช้ได้เลย แต่ตอนนี้ไม่รู้จะอะไร เพราะว่าเรื่องที่จะเข้ามาเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายของคุณอุ๊งอิ๊งค์ก็คือเรื่องนี้ คือพวกหมอ พวกผู้ทรงศีล กระบวนการยุติธรรม นักศึกษา พวกเกี่ยวกับพฤหัสมันส่องแสงถึง หวังว่าท่านคงจะบริหารจัดการออกมาได้ แต่ว่าถ้าถาม..เข้าข่ายว่ามันพลิกผัน พอดูดวงเมืองแล้วก็เลือกทางเอา เพราะว่าตั้งแต่ 5 พ.ค. 2568 เป็นต้นไป คุณอุ๊งอิ๊งค์ต้องเลือกระหว่างทาง 2 ทาง

โดยสรุปแล้วดวงชะตาของ น.ส.แพทองธาร ในระยะนี้ นับตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. – 21 ส.ค. 2568  จะมีเพียง 2 ทางให้เลือก ซึ่งตนก็หวังว่าจะเลือกทางที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ตนนั้นพูดในทุกรายการว่าการเป็นนายกฯ แม้เป็นเพียงวันเดียวก็ถือว่าเป็นแล้ว แต่ น.ส.แพทองธาร อายุยังน้อยมีโอกาสทำอะไรได้อีกมาก ที่สำคัญคือเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะของตระกูลชินวัตรหรือพรรคเพื่อไทย ดังนั้นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของนายกฯ สามารถเรียกกลับมาได้หากสู้และทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากที่สุด แต่ยกเว้นเรื่องแจกเงินที่ตนไม่ค่อยเห็นด้วย อยากให้คิดดีๆ เพราะวิกฤตเศรษฐกิจกำลังรออยู่

จากบุคคลในพรรคแกนนำรัฐบาลย่าง น.ส.แพทองธาร และนายทักษิณ โหรฟองสนาน ยังกล่าวถึงบุคคลสำคัญทางการเมืองอีกหลายท่าน อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยดวงชะตาของนายอนุทิน หากไม่ได้มาเป็นนายกฯ ช่วงวันที่ 5 พ.ค. 2568 – 14 ก.พ. 2569 ก็แนะนำให้วางมือทางการเมือง เพราะท่านมีเงินเยอะแล้วก็ไปใช้เงินดีกว่า

ส่วนคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ อีกหรือไม่ ตนเคยไปพูดในรายการหนึ่ง บอกว่านับจากวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในปีนี้ (21 มี.ค. 2568) ถึงปีหน้า (21 มี.ค. 2569) มีเกณฑ์เป็นดวงได้สถาปนา คนธรรมดาจะได้เป็นพระยาพานทอง ตนก็บอกว่าขอให้ดูว่าอะไรที่ท่านยังไม่ได้เป็น และบอกพิธีกรไปว่าอย่าไปยุ่งว่าท่านจะได้เป็นอะไร แต่วันเกิดเมืองเป็นอย่างนั้น

สำหรับดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ ในระยะนี้ อยากให้จับตาช่วงวันที่ 19 พ.ค. – 23 ส.ค. 2568 จะเอาชนะอุปสรรคได้ หรือเสียอะไรไปก็จะได้กลับคืนมา แต่สิ่งที่ท่านเสียไปอาจเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่งนายกฯ ก็ได้ ซึ่งก็มีสื่อที่ไปตั้งพาดหัว บอกโหรฟองสนานชี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมา แต่ในความเห็นของตน แนะนำว่า พล.อ.ประยุทธ์ อย่ากลับมา เป็นอย่างที่เป็นตอนนี้ก็โก้อยู่แล้ว และตอนลงจากตำแหน่งก็ลงได้สวยแล้วแม้จะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน คุณงามความดีของท่านคนยังจำได้ ยกเว้นหากไม่ไหวจริงๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นด้วยหากท่านจะกลับมาทุกข์อีกครั้ง เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ไหว

ขณะที่ดวงชะตาของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันคล้ายวันเกิดปีนี้ถึงปีหน้า (21 ก.พ. 2568 – 21 ก.พ. 2569) จะมีเรื่องกระทบกระเทือนสถานะตำแหน่ง แต่ตนพูดแบบนี้ก็วอนแฟนคลับนายพีระพันธุ์ หากจะเถียงกันก็ให้มาเถียงด้วยหลักทักษา อนึ่ง ตนจะพูดในทุกรายการที่ไปว่านายพีระพันธุ์เล่นการเมืองเพื่อเกียรติของวงศ์ตระกูล และท่านมีฐานะร่ำรวยคงไม่เดือดร้อนอะไร แฟนคลับก็อย่าไปเดือดร้อนแทนท่านเลยเพราะท่านไม่เล่นการเมืองก็อาจไม่ถูกด่า  

“ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร เป็นนักข่าวการเมืองมา 20 กว่าปี ตายด้านแล้ว มองเป็นเรื่องธรรมดามาก เขาก็เถลือกไถลของเขาไป เพราะว่านักการเมือง ด้วยความเคารพไม่มีใครประกาศตัวว่าเป็นโสดาบันแล้วมาเล่นการเมือง ทุกคนยังมีกิเลสตัณหาราคะเหมือนกันด้วยกันทั้งนั้น แล้วการเมืองในที่สุดมันก็เห็นอย่างที่เราเห็น มีคนว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่มีมิตรแท้ – ศัตรูถาวร แต่การเมืองที่ไหนก็เป็นอย่างนี้ แม้กระทั่งสหรัฐฯ เห็นไหม? ก็เป็นอย่างนี้ ในที่สุดใครมาก็ไม่รู้มาปั่นป่วนทั่วโลก แต่ว่าประเด็นคือประเทศเราต้องอยู่ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ปัญหากลังวันเกิดดวงเมือง ที่ร้ายแรงที่สุดไม่ใช่เรื่องการเมือง การเมืองถ้าจะเปลี่ยนอย่างไรควรจะเปลี่ยนเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ต้องได้มือเศรษฐกิจชั้นเยี่ยมมาแก้ไขเพราะว่าเมืองจะเข้าเคราะห์ทางเศรษฐกิจ 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 21 เม.ย. 2568 – 21 เม.ย. 2569 น้องๆ ต้มยำกุ้ง (วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540) หรือร้ายแรงกว่า เริ่มแล้ว! คุณเห็นไหมล่ะ? ตลาดหุ้นมุดหัว คุณดูอยู่ๆ ก่อนถึงวันที่ 21 เม.ย. 2568 วันที่ 2 เมษา คุณทรัมป์ (โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา) กดสงครามนิวเคลียร์เรื่องเศรษฐกิจมาเลย แล้วเราจะตีฝ่าอย่างไร?

  โหรฟองสนาน อธิบายความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยจากปัจจัยต่างๆ ที่ก่อตัว ทั้งปัจจัยภายนอกอย่างสงครามเศรษฐกิจ และปัจจัยภายในอย่างเศรษฐกิจไทยเองที่เติบโตไม่สูงพอ แต่ปัจจัยที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหญ่อย่างที่เรียกว่าฟางเส้นสุดท้ายยังเป็นคำถามว่าจะเกิดขึ้นในช่วงใด เรื่องนี้ขอให้จับตาระหว่างวันที่ 19 พ.ค. – 23 ส.ค. 2568  แต่ไม่น่าไว้วางใจสำหรับประชาชนทั่วไป กล่าวคือการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่างแต่ขอให้ไม่ตกงานหรือมีหนี้สิน ต้องเอาตัวเองให้รอดและทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง จะหวังกับนักการเมืองไม่ได้

ทั้งนี้ ตนอยากฝากถึง น.ส.แพทองธาร ในฐานะนายกฯ  ว่า ไม่จำเป็นต้องเก่งมากแต่ขอให้เชื่อที่ปรึกษาที่ดีพอ อย่างในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในยุครัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนตื่นตระหนก วัคซีนก็ไม่มี ตกใจกันทั้งโลก แต่สิ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ รอดและคนไทยมีกำลังใจสู้เพราะทีมแพทย์ระดับหัวกะทิของประเทศที่มาอยู่รอบข้าง ดังนั้นเวลานี้ที่ประเทศกำลังเข้าสู่วิกฤต ทีมที่ปรึกษาของนายกฯ แพทองธาร ก็ควรเป็นบุคคลระดับหัวกะทิด้านเศรษฐกิจ และนายกฯ ก็ต้องตัดสินใจให้ดี เพราะนักเศรษฐศาสตร์คุยกันก็มีทางเลือกให้หลายทาง

ส่วนคำถามว่า การที่ น.ส.แพทองธาร ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะต้องฟังอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่เป็นบิดาหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่นายกฯ ของนายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย หาก น.ส.แพทองธาร ทำได้ดีเกียรติยศชื่อเสียงก็จะไปลงกับตระกูลชินวัตรนั่นเอง เหมือนกับที่อดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ตอนนี้ไปไหนก็ไม่อายใคร ตนยังจำได้กับภาพที่ทีมแพทย์ระดับหัวกะทิไปช่วย พล.อ.ประยุทธ์ รับมือโควิด แสดงให้เห็นว่านายกฯ ไม่ดื้อและฟังความเห็นของแพทย์ เป็นภาพที่เห็นแล้วมีกำลังใจขึ้นมาได้ทันที

จากเรื่องภายในประเทศไทย โหรฟองสนาน ยังตอบคำถามเรื่อง “สงครามโลกครั้งที่ 3” ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ โดยย้ำว่า ในทุกรายการที่ตนให้สัมภาษณ์ ย้ำเสมอว่า “ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 – ก.ค. 2572 เป็นเรื่องของสงครามเศรษฐกิจ ยังไม่ถึงขั้นสงครามโลกแม้การใช้อาวุธจะมีเป็นระยะๆ รบกันเป็นเพียงจุดๆ ก็ตาม” แต่ในส่วนเรื่องทางเศรษฐกิจ จะต้องมีการปฏิวัติทางเศรษฐกิจทั้งระดับโลกและของประเทศไทยเอง โดยในเดือน ก.ค. 2572 เราจะกลับมาย้อนถามตนเองว่าเศรษฐกิจไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร

“ถ้าเมืองทำได้ดี เราจะประสบความสำเร็จอย่างล้ำเลิศ หลุดจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสูง แต่ถ้าเมืองทำไม่ดีเราจะล้มลุกคลุกคลาน ยังติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางอยู่ ฉะนั้นหวังว่าช่วงนี้ซึ่งใน 7 ปี ต้องปฏิวัติทางเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศไทยมาตั้งแต่ ก.ค. 2565 – ก.ค. 2572 จุดเป้าหมายของเรา หวังว่าคงจะได้มาสัมภาษณ์ที่นี่ ก.ค. 2572 ไปสัมภาษณ์กันข้างกำแพงเมืองก็ได้

จุดวิกฤตที่เมืองต้องตีฝ่าเรื่องเศรษฐกิจคือ 21 เมษาปีนี้ (2568) ไปถึง 21 เมษาปีหน้า (2569) นี่คือช่วงวิกฤตที่สุด พอ 21 เมษาปีหน้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่วิกฤต แต่มันจะมีเชิงบวกออกมาให้เห็น แต่ที่หนักที่สุดที่คุณอุ๊งอิ๊งค์จะต้องได้ทีมเศรษฐกิจที่ดีมาช่วย ไม่เช่นนั้นดูไม่จืด คุณจำได้ไหมตอนเกิดต้มยำกุ้ง? เปลี่ยนรัฐบาลด้วยนะ แล้วก็ประเทศพังด้วยนะ ไม่รู้ว่าอะไรมันจะเกิดระหว่างวันที่ 21 เม.ย. 2568 – 21 เม.ย. 2569 แต่การเมืองพลิกผันไปจนถึง 17 พ.ย. 2568 และเศรษฐกิจหนักที่สุดคือช่วงนี้ คือ 21 เม.ย. 2568 – 21 เม.ย. 2569 ที่จะต้องได้ทีมเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมมารับมือ”

หมายเหตุ : สามารถรับชมรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ    

แวดวงนักปกครอง : 3 พฤษภาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 3 พฤษภาคม 2568

แวดวงนักปกครอง : 3 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 85 – 87 ประจำปี พ.ศ. 2568 มีผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบด้วย ข้าราชการในสังกัดกรมการปกครองจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จำนวน รุ่นละ 100 คน และข้าราชการจากต่างสังกัด รุ่นละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 315 คน กำหนดการศึกษาอบรม ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน -29 สิงหาคม 2568 รวมเวลาการศึกษาอบรม 18 สัปดาห์

กรมการปกครองขอแสดงความอาลัยแด่ นายหมู่เอกธีรวุฒิ พุทธรัตน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอบันนังสตา ที่ 6 ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบยิงและวางเพลิงยานพาหนะ
โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ พิธีจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ วัดเนรัญชราวาส อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อสดุดีความกล้าหาญและเสียสละของวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน

กรมการปกครองจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 30 พฤษภาคม 2568 โดยจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 น. ณ สวนพุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

กรมการปกครอง (คลอง 9 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี) เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) งานที่ให้บริการ มีดังนี้ 1.งานจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน (ชั้น 6) 2.งานคัดรับรองเอกสารทางทะเบียนและบัตร (ชั้น 7) 3.งานบริการคลินิกสัญชาติ (ชั้น 3) 4.งานรับเรื่องร้องเรียน-ร้องทุกข์ ทางทะเบียน (ชั้น 4)

นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองพิจิตร จ.พิจิตร เป็นประธานเปิดโครงการบวรวันทา ถวายองค์ราชัน กิจกรรมปั่นปันใจสร้างสังคมสามวัยไม่ทอดทิ้งกัน ครั้งที่ 27 โดยมีกิจกรรมปั่นจักรยานและมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า ต.เมืองเก่า อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร

นาย..อำเภอน้อย