หยัน‘หนุ่มสึ่งตึง’ให้ปชช.ตัดสินเอง ‘เท้ง’เมิน‘ทักษิณ’ เพราะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

หยัน‘หนุ่มสึ่งตึง’ให้ปชช.ตัดสินเอง 'เท้ง’เมิน‘ทักษิณ’ เพราะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

หยัน‘หนุ่มสึ่งตึง’ให้ปชช.ตัดสินเอง ‘เท้ง’เมิน‘ทักษิณ’ เพราะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หยัน‘หนุ่มสึ่งตึง’ให้ปชช.ตัดสินเอง ‘เท้ง’เมิน‘ทักษิณ’ เพราะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ‘อนุทิน’บี้พรรคร่วมจับเข่าคุย โหวตกาสิโนต้องทางเดียวกัน

“คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม” บุกยื่น“ประชาธิปัตย์”ทวงถามจุดยืน “นิรโทษกรรมฯ-กาสิโน-พนันออนไลน์” ปลุกทุกพรรคร่วมต้าน ชี้อย่าทำให้ ปชช.คิดว่า ปชป.เป็นสาขาของระบอบทักษิณ โดย ปชป.รับเรื่องขอรอมติพรรค“อนุทิน” ชี้แกนนำพรรคร่วมฯ ต้องจับเข่าคุย“ก.ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์”เป็นทางการ ยันสุดท้ายต้องผนึกโหวตในทิศทางเดียวกัน ใครเห็นต่างต้องทำความเข้าใจ ‘สนธิญา’บุกร้องผู้ตรวจฯส่งศาล รธน.ฟัน‘พีระพันธุ์’ปมถือหุ้นเอกชน ไม่แจ้งป.ป.ช.-จ่อร้องเชือดจริยธรรมร้ายแรงซ้ำ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท.พร้อมผู้ชุมนุม 200 คน เคลื่อนขบวนมวลชนจากสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทวงความชัดเจนจุดยืนของพรรคในเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์

บุกปชป.ทวงถามจุดยืนกาสิโน-นิรโทษฯ

โดยนายพิชิตกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยมีอุดมการณ์จะปฏิรูปประเทศไทย วันนี้มีจุดยืนอย่างไรกับการตั้งบ่อนกาสิโน พรรคที่เคยร่วมต่อสู้กับระบอบทักษิณ แต่วันนี้นโยบายรัฐบาลที่ไม่ใช่นโยบายร่วมของรัฐบาล แต่เป็นนโยบายเร่งด่วนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วนเรื่องนี้ ทั้งที่ผู้นำศาสนา นิสิต นักศึกษา ประชาชน ครูบาอาจารย์ คณะแพทย์ทั้งประเทศ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการตั้งกาสิโน และพนันออนไลน์ วันนี้จึงต้องมาถามพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี สส.ในสภา ว่าพรรคท่านจะยืนหยัดบนผลประโยชน์ของประชาชน หรือยืนยันบนผลประโยชน์ของฝ่ายการเมืองกันแน่
อย่าทำให้ปชช.คิดปชป.เป็นสาขาพท.

นายพิชิตกล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่พรรคปชป.ยืนยันมาตลอดที่ผ่านมาว่า จะไม่ร่วมโหวตในเรื่องนี้ และการขยายไปถึงพนันออนไลน์ที่มอมเมาประชาชนว่าทั้ง 3 เรื่องนี้ จุดยืนของพรรค ปชป.ในยุคหัวหน้าพรรคชื่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และเลขาธิการพรรคชื่อ นายเดชอิศม์ ขาวทอง จะคัดค้านหรือสนับสนุน หรือพรรคปชป.จะเป็นสาขาหนึ่งของพรรคเพื่อไทย มีเวลาอีก 2 เดือน เมื่อเปิดสภาสมัยประชุมหน้าวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลก็จะเร่งผลักดันเรื่องเหล่านี้เข้า เราจึงต้องมาทวงถามจุดยืนจากพรรคการเมืองต่างๆ ว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร เพื่อบอกกล่าวสังคมและประชาชนเจ้าของอำนาจว่าแต่ละพรรคยึดพี่น้องประชาชนเป็นหลัก หรือจะหนุนนายทุนเป็นหลักกันแน่

ปลุกทุกพรรคร่วมต้านกับปชช.

“กาสิโนจะทำให้พี่น้องอยู่ดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้อย่างนั้นหรือ การจัดตั้งกาสิโนมาจะทำให้ผู้เล่นร่ำรวย หรือกาสิโนทำให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปาก มีกินมีใช้แบบนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคจัดตั้งกาสิโนประจำท้องที่ของตัวเองเลย ถ้ากาสิโนไม่ได้ช่วยให้พี่น้องอยู่ดีกินดี พรรคการเมืองก็ต้องร่วมมือกับพี่น้องประชาชน คัดค้านอบายมุขกาสิโน การพนันออนไลน์ ทำลายศีลธรรมอันดีของชาติ อย่าอ้างว่าจะสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เพราะเป็นวงจรธุรกิจสีเทา การฟอกเงินทุจริต จะล้างให้เป็นสีขาว
ไม่ได้ และ สัปดาห์หน้าเราจะไปทวงถามจุดยืนเรื่องนี้ จากพรรคภูมิใจไทย”นายพิชิต กล่าว

ซัดสร้างปัญหาใหม่ใหญ่กว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำสลับสับเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยบนหลังรถกระบะได้กล่าวโจมตีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนการเปิดบ่อนกาสิโน และพนันออนไลน์ให้ถูกกฎหมายว่าเป็นการสร้างปัญหาใหม่ใหญ่กว่าเดิมให้สังคมไทยในอนาคตถ้าร่างกฎหมายนี้
ผ่านสภาฯ

จากนั้นนายพิชิตและบรรดาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายกาสิโน และทวงถามจุดยืนของพรรคปชป.ต่อ
นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผอ.พรรค ปชป.โดย นายธนิตพลกล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้รายงานต่อหัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรค และ สส.ของพรรค เพื่อพิจารณา และหากมีมติร่วมกันในนามพรรคออกมาอย่างไรจะแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบต่อไป

‘อนุทิน’พรรคร่วมฯต้องจับเข่าคุยกัน

ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการให้ สส.ทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯว่าหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล จะต้องมีการมาพูดคุยกัน เนื่องจากขณะนี้ทุกพรรคยังไม่ได้หารืออย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าในคณะพรรคร่วมรัฐบาล จะสนับสนุนดำเนินตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีซึ่งจากการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงถอนร่างกฎหมายจากการเตรียมเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯก็มีหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยในทิศทางเดียวกันว่า ให้ถอนเรื่องออกมาก่อน

ต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

นายอนุทินระบุว่าเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่อาจจะต้องโหวต ก็ต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ว่ามีพรรคใดพรรคหนึ่งบอกติดข้อจำกัดอะไรแล้ว ขอไม่โหวต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคัดค้าน หากจะต้องโหวต ก็ต้องโหวตทั้งหมด หากพรรคใดพรรคหนึ่งไม่โหวต ก็ต้องนั่งคุยกันใหม่ จะเห็นได้ว่ามีพรรคประชาชาติออกแถลงการณ์มาว่ายังไม่เห็นด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าอย่างไร เพราะหัวหน้าพรรคบอกว่ายังไม่ใช่ แต่พรรคภูมิใจไทยพูดชัดเจนตั้งแต่แรก หากทุกพรรคเห็นพ้องกันหมดก็ต้องนั่งหารือกัน
อย่างไรก็ดี นายอนุทินยังกล่าวถึงการดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลว่าเจ้าภาพครั้งต่อไปคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนพรรคภูมิใจไทยเป็น
เจ้าภาพไปแล้ว

‘อรรถกร’ลั่นอะไรจะเกิดก็เกิดคัมแบ๊ก

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรคกล้าธรรม(กธ.)อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.ระบุหากจะมีการปรับครม.จะให้กลับมาเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์แทนบิดา นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯนั้นว่า การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีซึ่งการปรับครม.ในพรรคกธ.จะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดสรรของพรรคด้วย เชื่อว่ารัฐบาลนี้ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการบริหารงานในกระทรวงต่างๆ หรือประสบการณ์ทางการเมืองวันนี้สถานการณ์คลี่คลายไป

“ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีปัญหา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ไม่ว่าจะเป็นนางนฤมลภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ หรือ 2 รมช.ก็ทำงานเต็มความสามารถส่วนเรื่องที่ว่าจะปรับอย่างไร ต้องแล้วแต่ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด สิ่งใดใดล้วนอนิจจัง”นายอรรถกร ย้ำ

ปัดได้สส.เพิ่มหวังต่อรองเก้าอี้

เมื่อถามว่าหลังนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครพรรคกธ.ชนะการเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช เขต 8จะส่งผลให้โควตารัฐมนตรีของพรรคเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.ไปอยู่กินกันในพื้นที่ตั้งแต่วันที่20 เม.ย.ไม่มีคำพูดไหนเลยว่าถ้านายก้องเกียรติชนะเราจะได้รัฐมนตรีเพิ่ม เพราะจุดประสงค์หลักๆเราการสู้ศึกเลือกตั้งที่อย่างเต็มที่เพราะอยากเห็นตัวแทนพรรคเข้ามาเป็นตัวแทนของคนนครศรีธรรมราชทั้งหมดเพื่อทำงานแก้ปัญหาให้ชาวนครศรีธรรมราชนี่คือจุดประสงค์หลักของเรา
เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัสพูดว่าในอนาคตพรรคกธ.จะมีสส.เพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอนซึ่งอาจจะมีโอกาสได้โควตา รมต.เพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นคนไปติดต่อคนอื่นมาอยู่กับเรา หลายคนเขาเห็นสไตล์การทำงานของแกนนำพรรคกล้าธรรมทำงานอย่างไร ตรงนี้น่าจะเป็นจุดดึงดูดให้คนมาร่วมงานกับเรา เพราะเราเชื่อว่าร.อ.ธรรมนัส ถ้าทำงานกับใครก็ทำอย่างตรงไปตรงมา และเป็นเสน่ห์ที่ นักการเมืองที่ได้สัมผัสแล้ว พอสัมผัสไปนานๆ ก็จะรู้สึกว่าอยากทำงานด้วย

ยื่นผู้ตรวจฯส่งศาลฯฟัน‘พีระพันธุ์’

วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี เดินหน้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถือครองหุ้นและดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทเอกชนโดยมิได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยอ้างว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบมาตรา 5 มาตรา 98(3) และมาตรา 160(4)(5)(6) รวมถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี เนื่องจากนายพีระพันธุ์ไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันนับจากวันที่รับตำแหน่ง และไม่โอนหุ้นออกภายใน90 วันหลังการแจ้ง

“เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กหากปล่อยให้เกิดซ้ำซากจะกระทบความเชื่อมั่นในการเมืองและกระบวนการยุติธรรม”นายสนธิญา ย้ำพร้อมระบุว่าวันศุกร์ที่2 พฤษภาคม เวลา 10.30 น.ตนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

โพลล์ชี้ดัชนีภาพรวมตกทุกด้าน

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศเรื่อง“ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2568”กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,208 คน(สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)ระหว่างวันที่ 25-29 เมษายน 2568 มีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปว่า 1.“ดัชนีการเมืองไทย”เดือนเมษายน 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.82 คะแนน 2.ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัด“ดัชนีการเมืองไทย”โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ 3.นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่นในเดือนเมษายน 2568 4.ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนเมษายน 2568


โดยคะแนนภาพรวมลดน้อยลงจากเดือนก่อนในทุกๆ ด้านอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะทางเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งถือว่ายังเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามความคาดหวังของประชาชน

ผลงานนายกฯ‘อิ๊งค์’สอบตก

น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า สถานการณ์การเมืองไทยเดือนเมษายนในแวดวงการเมืองกลับร้อนระอุความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมฯ เพื่อไทย-ภูมิใจไทยที่ยังไม่แน่นอน จนมีเสียงว่า อาจมีการปรับครม.รวมถึงการที่รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหาภัยพิบัติ แต่การตรวจสอบตึกถล่ม กลับเป็นไปด้วยคำถามของทั้งฝ่ายค้านและประชาชนสะท้อนได้จากผลคะแนนของฝ่ายรัฐบาลที่ลงไปอยู่อันดับ 15 จาก 25 ดัชนี ส่วนคะแนนผลงานนายกรัฐมนตรี ก็ลงไปอยู่อันดับ 10 ด้วยคะแนน 4.91 ไม่ผ่านครึ่ง เป็น
ครั้งแรกของนายกฯแพทองธาร

‘เท้ง’เมิน‘แม้ว’ซัด‘หนุ่มสึ่งตึง’

ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำ กทม. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปรามาสว่าเป็น“หนุ่มสึ่งตึง”นั้นว่า “ผมเองคงไม่คอมเมนต์อะไรเพิ่มเติม คนที่เป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง พูดอย่างไร สื่อสารอย่างไร ก็ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน อยากให้เน้นไปที่การแลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็นของนโยบายในการหาเสียงทำงานมากกว่า ส่วนคำพูดที่โยนมาแบบนี้ ก็คงไม่มีความเห็นเพิ่มเติม”
 
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงที่พรรคประชาชนได้จัดกิจกรรมปราศรัยหาเสียงให้กับนายธีรวุฒิ แก้วฟอง หรือเหมา ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่วันนี้ว่าเราให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่เท่ากันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามเลือกตั้งเทศบาลที่เราเห็นว่าเทศบาลมีอำนาจหน้าที่ โดยตรงกับปัญหา ใกล้ตัวกับประชาชน ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากจึงเป็นความตั้งใจของพวกเราที่จะพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ดีขึ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้เรามีอำนาจและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าพรรคประชาชนเปลี่ยนให้ความหวังเป็นความจริงได้

ลั่น ปชน.พร้อมสู้ทุกสนาม

ส่วนประเมินว่าจะได้กี่เก้าอี้นั้นนายณัฐพงษ์กล่าวว่าคงจะตอบเหมือนทุกครั้งว่าคงประเมินเป็นจำนวนเก้าอี้ไม่ได้ ทุกสนามเราตั้งความหวังไว้ทุกที่อยู่ที่ประชาชน จะไว้วางใจพรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่าพื้นที่เชียงใหม่นายทักษิณได้ลงพื้นที่เช่นเดียวกันนั้น จะสู้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า “พร้อมสู้ทุกสนามไม่ว่าใครจะไปจะเป็นยิ่งมีบุคคลสาธารณะ หรือนักการเมืองลงไปช่วยหาเสียงยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นเท่านั้น”

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

“ผมคิดว่าการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้เร็วเกินไป เพราะทั้งประเทศไทยและประเทศทั่วโลกต่างก็อยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุยกับสหรัฐฯ ยังไม่มีผลใดๆ ออกมาชัดเจน หากผลออกมาเป็นบวก มูดี้ส์จะปรับอย่างไร”

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์

ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

‘เอกสิทธิ์’เผย มาตรฐานและคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยสำคัญสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย

'เอกสิทธิ์'เผย มาตรฐานและคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์  ปัจจัยสำคัญสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย

‘เอกสิทธิ์’เผย มาตรฐานและคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยสำคัญสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.04 น.

“เอกสิทธิ์” เผย มาตรฐานและคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์  ปัจจัยสำคัญสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย เชื่อ รองรับพิบัติภัยในอนาคตได้

วันที่ 30 เมษายน 2568 นายเอกสิทธิ์  คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทยในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ร่วมกับมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยและสมาคมการค้าธุรกิจทรัพย์สินสากล FIABCI-Thai ร่วมจัดงานสัมมนาพิเศษหัวข้อ “พิบัติภัยกับอสังหาริมทรัพย์ กรณีนานาชาติ และทิศทางราคาห้องชุดไทย”ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม โดยมีนายทศพร  มิตรนิโยดม รองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นประธานกล่าวเปิดงานการสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับผลกระทบจากพิบัติภัยต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนแนวโน้มทิศทางราคาห้องชุดไทยในอนาคต โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โดยนายเอกสิทธิ์  กล่าวว่า เหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งประเภทอาคาร คอนโดมิเนียมและตึกสูง ซึ่งจะต้องมีการวางระบบ การออกแบบ การก่อสร้าง รวมถึงการควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะรองรับกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงสร้าง การควบคุมมาตรฐานเพื่อรองรับกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้อสังหาริมทรัพย์ด้วย

ส่วนทางด้านรองอธิบดีกรมที่ดิน ได้กล่าวถึงบทบาทของกรมที่ดินในการส่งเสริมให้เกิดระบบการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน

‘อิ๊งค์’ชี้รายงาน’มูดี้ส์’แค่มุมมอง ย้ำคอมเพล็กซ์ฯไม่เท่ากับกาสิโน ลั่นถูกตีนโยบายเป็นการเมือง

'อิ๊งค์'ชี้รายงาน'มูดี้ส์'แค่มุมมอง ย้ำคอมเพล็กซ์ฯไม่เท่ากับกาสิโน ลั่นถูกตีนโยบายเป็นการเมือง

‘อิ๊งค์’ชี้รายงาน’มูดี้ส์’แค่มุมมอง ย้ำคอมเพล็กซ์ฯไม่เท่ากับกาสิโน ลั่นถูกตีนโยบายเป็นการเมือง

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.25 น.

”อิ๊งค์“ สวน มูดี้ส์ แค่มุมมองไม่ใช่การให้คะแนน ยันรับรู้สถานการณ์โลกพร้อมรับมือ  พ้อคนได้ยินคอมเพล็กซ์คิดแต่กาสิโนเพราะถูกการเมืองบิด 

วันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 17.35 น. ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย (ชั้น 10) ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ : Mission Thailand” ในงาน TNN DINNER TALK ที่สถานีโทรทัศน์ TNN จัดขึ้น โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ รอให้การต้อนรับ โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลรับรู้การเปลี่ยนแปลงรู้ปัญหาอุปสรรค์ และไม่พลาดในการมองโอกาสและแก้ปัญหา และคอยดูว่าแต่ละประเทศรับมือปัญหาอย่างไร อย่างเรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่เราที่เป็นห่วง ทั่วโลกเป็นห่วงเช่นกัน วันที่ 29 ม.ย. บริษัท มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ออกมาปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงไปหนึ่งระดับ เป็นเพียงมุมมองไม่ใช่การให้คะแนนหรือให้เรดติ่ง ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยขาดความเชื่อมั่น ซึ่งปัจจัยหนึ่งในการวัดของมูดี้ส์มาจากกำแพงภาษี ที่ทั่วโลกเจอเหมือนกัน ในปี 2008 เราเคยถูกปรับลดและปรับขึ้นกลับมาได้ 

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราพอจะรับทราบว่าเขามองเศรษฐกิจออนแอหรือไม่ จากเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐที่ทำให้ปั่นป่วน ภาระหนี้ต่อเนื่อง ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศสำเร็จได้ยากหรือไม่ นี้คือสิ่งที่เขามอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องไม่ตกหลุ่นสิ่งที่เขากังวล เตรียมการเรื่องเศรษฐกิจ มุ่งหาเงินเข้าประเทศทำให้จีดีพีโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างอุตสาหกรรมใหม่ พัฒนาการวิจัย ให้ภาพประเทศไทยดีขึ้น ทั้งนี้จีดีพีปี 67 อยู่ที่ 2.5 แต่ท้ายปีเป็น 3.2 เป็นแนวทางเราต้องผลักดันต่อเนื่อง แต่ปีนี้มีอุปสรรคแผ่นดินไหว และกำแพงพาษี แต่รัฐบาลก็หาทางออกและร่วมกับภาครัฐ เอกชน เพื่อหาคำตอบจริงๆ โดยการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นคือการปลดล็อคหนี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ระยะกลางและยาวมีมาตรการเช่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบพุ่งเป้า เชื่อมโยงประเทศไทยและโลกเข้าหากัน ต่อยอดสินค้าการเกษตรและการท่องเที่ยว เช่นรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ สนามบิน ท่าเรือ และแลนด์บริจด์ให้ไทยเป็นศูนย์กลาโลจิสติดเพื่อทำเงินเข้าประเทศได้อีกเยอะ ที่สำคัญคือการพัฒนาคนดึงดูดการลงทุน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การท่องเที่ยวเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เป็นทางตันมีไฮซีซั่น โลซีซั่นตลอด รัฐบาลสนับสนุนเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เราต้องพูดก่อนเลยว่า เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะมีไม่เกิน10% ของพื้นที่ แต่กลายเป็นว่าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คืออะไรไม่ได้ยินไม่ได้ฟังได้ยินแต่คำว่ากาสิโน ไม่แปลกใจมันเป็นเรื่องของการบิดทางการเมืองอยู่แล้ว และเป็นเส้นทางการเมืองว่าจะตีนโยบายที่ทำให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง แต่ถามอย่างนี้เรามาทำการเมืองเชิงสร้างสรรค ถ้าสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จริงๆประเทศไทยได้อะไรบ้าง อย่างแรกเราไม่เสียอะไรเพราะรัฐไม่ได้ลงทุน เป็นเอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุน รัฐบาลเก็บภาษี ตอนนี้เรื่องเงินตนกำชับการใช่จ่ายงบประมาณต้องคุ้มค่าทุกบาทเพราะเรามีเงินจำกัด ที่บอกให้สร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยไม่มีกาสิโน

ต้องถามว่าหากมีสเตเดียมอินดอขายตั๋วเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุนในการก่อสร้างต้องขายอีกนาน แต่เรื่องของกาสิโนสามารถใช้เงินตรงนี้มาหนุนได้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมมีสวนน้ำที่สามารถพาลูกไปได้เราสามารถฝันได้ อีกทั้งยังมีมิวเซียมโชว์วัฒนธรรมของเราได้ เป็นสิ่งที่เราฝันได้เลยถ้าเกิดขึ้นประเทศไทยไม่ต้องมีโลซีซันมีแต่ไฮซ์ซีซันตลอดปี บางคนบอกว่าจะมอมเอากับการพนันหรือไม่เราจะมีการสร้างกฎหมายรองรับ หากใครทำผิดกฎหมายมีการฟอกเงินเรามีการดำเนินคดีและเขาจะถูกดำเนินดคีในประเทศเขาด้วยเช่นกัน และคนจะไปเล่นได้ต้องมีหลักทรัย์เข้าไปไม่ใช่ใครไปเล่นได้แล้วหวังแจ็กพอตร์เงิน 30 ล้านกลับบ้านอันนี้ไม่จริง สิ่งนี้ต้องวางกรอบไว้อย่างรอบคอบเพราะเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลเป็นห่วง 

”ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการลงทุนและภาพรวมเศณษฐกิจที่รัฐบาลมองเห็นและสร้างปัญหาทั้งในประเทศและนอกประเทศ แน่นอนเรื่องภาษี เป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วง เรามีการพูดกัน แบบไม่เป็นทางการอยู่เสมอไม่มีขาดตอนอันนี้ยืนยันได้ แต่สุมมุตเราทำดีล คำว่าดีลเป็นสิ่งที่ฮิตทางการเมือง จะดีลลับหรืออะไรก็ตาม แต่สหรัฐมีคนเข้ามาดิลด้วยในเรื่องนี้จากหลายประเทศมากมาย ถามว่าเขาคงไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกันและประเทศต่างๆก็ไม่สามารถพูดออกไมท์ได้ว่าฉันจะทำหนึ่งสองสามสี่ เพราะไม่ใช่การดีล การคุยกันคือการตกลงกันถือเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องสำคัญ เรื่องนี้สำคัญอย่างมากเราเจรจาต่อรองในเรื่องประเทศเราและจับกลุ่มกับประเทศอาเซียนเพื่อให้การต่อรองเราเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีคนเก่งและทีมที่เก่งทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การต่อรองเกิดผลและกระทบน้อยที่สุดต่อประเทศของเรา เศรษฐกิจที่มั่นคงคือเป้าหมายของรัฐบาล วันนี้ตนมาให้มั่นใจว่ารัฐบาลดูเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อหาโอกาสให้ประเทศของเรา  

‘อิ๊งค์’บอก’ให้ไปถามคุณพ่อ’ หลังศาลฎีกา​เรียก’ทักษิณ​-ผู้เกี่ยวข้อง’​ ไต่สวน​ 13 มิ.ย.นี้

'อิ๊งค์'บอก'ให้ไปถามคุณพ่อ' หลังศาลฎีกา​เรียก'ทักษิณ​-ผู้เกี่ยวข้อง'​ ไต่สวน​ 13 มิ.ย.นี้

‘อิ๊งค์’บอก’ให้ไปถามคุณพ่อ’ หลังศาลฎีกา​เรียก’ทักษิณ​-ผู้เกี่ยวข้อง’​ ไต่สวน​ 13 มิ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.04 น.

“อิ๊งค์”  บอก “ให้ไปถามคุณพ่อ”  หลังศาลฎีกา​ เรียกทักษิณ​ -​ ผู้เกี่ยวข้อง​ ไต่สวน​ 13 มิ.ย.นี้​ ปม​ รักษาตัวชั้น​ 14 ร.พ.​ตำรวจ

วันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 18.20 น.ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย  น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง​ ไม่รับคำร้องของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ที่ขอให้ไต่สวน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี​ เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น​ 14 เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง​ แต่ศาลแจ้งให้นายทักษิณและราชทัณฑ์ชี้แจงใน 30 วันและนัดโจทย์และจำเลยไต่สวนวันที่ 13 มิถุนายน​ 2568 นี้  โดยระบุเพียงว่า​   “ไปสัมภาษณ์​คุณพ่อเถิด”

‘วรชัย’วอนมองประโยชน์ประเทศ ก้าวข้ามขัดแย้ง

'วรชัย'วอนมองประโยชน์ประเทศ ก้าวข้ามขัดแย้ง

‘วรชัย’วอนมองประโยชน์ประเทศ ก้าวข้ามขัดแย้ง

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.08 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่รับคำร้องที่ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯ ไต่สวนและออกหมายจับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องจากไม่ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษา แต่ศาลมีความเห็นว่าศาลมีอำนาจในการไต่สวน จึงให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายทักษิณ แจ้งต่อศาลว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่า การอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจถือว่าถูกควบคุมตัวโดยราชทัณฑ์ ซึ่งเท่ากับการติดคุก นักโทษที่คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้บริหารโทษคือกรมราชทัณฑ์ ต่างจากนักโทษที่ถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี ที่หากจะออกจากเรือนจำต้องขออนุญาตศาลในทุกกรณี แต่เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วการบริหารโทษเป็นของราชทัณฑ์ อย่างตนที่เคยติดคุกมาเวลาไม่สบายต้องไปรักษาตัวก็ขออนุญาตจากราชทัณฑ์

“คนที่ไปร้องนายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็เป็นคนหน้าเดิมที่เกลียดนายทักษิณ แต่วันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ เขาต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศ เบื่อม็อบเบื่อการชุมนุม เห็นได้จากการชุมนุมแต่ละครั้งมวลชนน้อย มีก็แต่หน้าเดิมๆ การร้องนายทักษิณไม่หยุดแบบนี้ ทำให้คนบริหารประเทศอย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เสียสมาธิในการทำงานช่วยเหลือประชาชน แม้แต่นายทักษิณเองก็เสียสมาธิในการให้คำปรึกษาลูกสาว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศก็จะติดหล่มไม่หยุดเสียที จึงขอให้ฝ่ายต่างๆ เห็นประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ก้าวข้ามความขัดแย้งกันได้แล้ว”

ขยายความคดี’ทักษิณ’ ศาลมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนได้

ขยายความคดี'ทักษิณ' ศาลมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนได้

ขยายความคดี’ทักษิณ’ ศาลมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนได้

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.29 น.

ขยายความคดี”ทักษิณ” ตาม ม.6 พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ศาลมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนได้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แสวงความข้อเท็จจริง ตามคำร้องของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยอ้างอิงจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560

ตามมาตรา 6 บัญญัติไว้ว่า การพิจารณาคดีให้ใช้ระบบไต่สวนโดยให้ศาลค้นหาความจริงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริง ให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานได้แม้ว่าการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอน วิธีการ หรือกรอบเวลา ที่กฎหมายกำหนดไว้ ถ้าศาลได้ให้โอกาสแก่คู่ความในการโต้แย้งคัดค้านพยานหลักฐานนั้นแล้ว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้น ทั้งนี้ ตามแนวทางและวิธีการตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา

การพิจารณาของศาลต้องเป็นไปโดยรวดเร็วตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ทั้งนี้ โดยนำสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือของคณะผู้ไต่สวนอิสระ แล้วแต่กรณี เป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้ศาลมีอำนาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

ในการปฏิบัติหน้าที่ ศาลมีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ตลอดจนขอให้ศาลอื่น พนักงานสอบสวน หน่วยราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ดำเนินการใดเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาได้

โดยศาลมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่มอบหมายในการให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของศาลที่มิใช่การพิจารณาหรือพิพากษาคดีได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– เอาแล้ว!ศาลฎีกาฯเรียก‘ทักษิณ’ พร้อม‘ผบ.คุก-อธิบดีราชทัณฑ์-หมอรพ.ตร.’ไต่สวน 13 มิ.ย.

– ‘ชาญชัย’บอกแม้ศาลยกคำร้องปม’ทักษิณ’ แต่ถือเป็นนิมิตหมายดี ศาลเปิดโอกาสชี้แจง

’15 สว.ใต้’จี้’นายกฯ-ภูมิธรรม’ เร่งดับไฟใต้ด่วน ไม่ต้องรอ 6-7 วัน

'15 สว.ใต้'จี้'นายกฯ-ภูมิธรรม' เร่งดับไฟใต้ด่วน ไม่ต้องรอ 6-7 วัน

’15 สว.ใต้’จี้’นายกฯ-ภูมิธรรม’ เร่งดับไฟใต้ด่วน ไม่ต้องรอ 6-7 วัน

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.10 น.

“15 สว.ใต้”จี้”นายกฯ-ภูมิธรรม” เร่งดับไฟใต้ด่วน ไม่ต้องรอ 6-7 วัน อัด รบ.สนใจเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แนะออกกฎหมายก่อการร้าย แทน”พ.ร.บ.ฉุกเฉิน-กฎอัยการศึก” ซัดคนนอกรัฐบาลจุ้นขอให้มาเลเซียปราบบีอาร์เอ็น ปมถูกเอาคืนไม่เกี่ยวสร้างสถานการณ์แลกงบประมาณ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา 15 สว.ภาคใต้ นำโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ โดยด่วน เนื่องจาก 21 ปีที่ผานมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะในเดือนนี้ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นมามีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากทั้งนักเรียน และพระสงฆ์ที่บิณฑบาต และล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 2 นายถูกยิงเสียชีวิตที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา แต่รัฐบาลยังไม่ให้ความสนใจในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มของคนเปราะบางกลุ่มของชนชาวพุทธในชุมชนชาวพุทธต่างไม่ได้รับการคุ้มครอง รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจัง แต่รัฐบาลสนใจผลักดันเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่สนใจในการที่จะผลักดันการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

“อยากเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายการก่อการร้าย เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาของจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่การก่อความไม่สงบ แต่เป็นปัญหาของการก่อการร้าย ซึ่ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอให้ยกเลิกไปเลย รัฐบาลนี้ไม่มียุทธศาสตร์หรือมาตรการรับมืออะไรเลย เพราะ 21 ปี ไม่มียุแล้วการพูดคุยสันติสุขวันนี้ยังทำได้แค่ความคิดเห็น ยังไม่มีการเริ่มดำเนินการพูดคุยสันติสุขแต่อย่างไร จึงขอเรียกร้องไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.กลาโหม และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง สนใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้มากกว่านี้ และแก้ปัญหาโดยด่วน อย่ารอ 6-7 วัน” นายไชยยงค์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่เหตุการณ์ภาคใต้จะเกิดขึ้นในช่วงที่จะมีการพิจารณางบประมาณ นายไชยยงค์ กล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่ประเด็น แต่เป็นเงื่อนไขในพื้นที่วันนี้ที่เหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะคนที่ไม่มีอำนาจในรัฐบาลเข้ามาเป็นเป็นตัววุ่นวายในการทำหน้าที่ ไปขอให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียดดำเนินการปราบปรามบีอาร์เอ็น ทำให้บีอาร์เอ็น และทำให้พรรคฝ่ายค้านของมาเลเซียไม่พอใจ ทำให้มาก่อการร้ายในพื้นที่หนักขึ้น เพื่อบีบบังคับให้เราหยุดนโยบาย ถ้าเราไม่สามารถเอาคนร้ายมายืนยันได้จะเอาคืนกับเรา นั่นคือที่มาของสามเณรที่ถูกยิงเสียชีวิต และการก่อเหตุที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจใน 2 เรื่อง คือ 1.ต้องกล้าที่จะบอกว่าขบวนการบีอาร์เอ็นคือกระบวนการก่อการร้าย 2.ต้องกล้าที่จะออกกฏหมายการก่อการร้ายเพื่อมาใช้แทน พ.ร.บ.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก

กกต.เตือนผู้สมัครนายก-ส.อบจ.แจ้งบัญชีใช้จ่ายเลือกตั้งภายใน 2 พ.ค.

กกต.เตือนผู้สมัครนายก-ส.อบจ.แจ้งบัญชีใช้จ่ายเลือกตั้งภายใน 2 พ.ค.

กกต.เตือนผู้สมัครนายก-ส.อบจ.แจ้งบัญชีใช้จ่ายเลือกตั้งภายใน 2 พ.ค.

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.48 น.

กกต.เตือนผู้สมัครนายกและสมาชิก อบจ.อย่าลืมแจ้งบัญชีใช้จ่ายเลือกตั้งภายใน 2 พ.ค.ไม่ยื่น หรือแจ้งเท็จ โทษหนัก

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งเตือนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ได้มีการเลือกตั้งไปเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ว่าจะต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง พร้อมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความจริง ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันศุกร์ที่ 2 พ.ค.68

โดยให้ผู้สมัครต้องจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/13 (ก) -ส.ถ./ผ.ถ. 1/13 (ช) ตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายจริงที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วัน ก่อนวันที่ครบวาระจนถึงวันเลือกตั้ง คือตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.67 – 1ก.พ.68 และจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ให้เป็นไปตามประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี หากบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ยื่นเป็นเท็จ ผู้สมัครต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 และปรับตั้งแต่ 20,000 – 1000,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี ตามมาตรา 128 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566

– 006

ไม่ได้ถูกแฮ็ก! ‘เลขาธิการสภาฯ’แจงเว็บสภาฯ แค่ระบบค้นหาคลานเคลื่อน

ไม่ได้ถูกแฮ็ก! 'เลขาธิการสภาฯ'แจงเว็บสภาฯ แค่ระบบค้นหาคลานเคลื่อน

ไม่ได้ถูกแฮ็ก! ‘เลขาธิการสภาฯ’แจงเว็บสภาฯ แค่ระบบค้นหาคลานเคลื่อน

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.48 น.

“เลขาธิการสภาฯ” แจงเว็บสภาฯไม่ได้ถูกแฮ็ก แค่ระบบค้นหาคลานเคลื่อน แจ้งกูเกิ้ลตรวจสอบแล้ว

30 เม.ย.2568 ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรถูกแฮ็กกลายเป็นเว็บพนัน ในวันที่ 30เม.ย.ว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สารสนเทศเบื้องต้นแจ้งว่า เว็บสภาฯไม่ได้ถูกแฮ็ก เข้าใจว่าเป็นระบบการค้นหาจากกูเกิ้ลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคลาดเคลื่อน ล่าสุดเจ้าหน้าที่สารสนเทศแจ้งว่า ได้ประสานไปยังบริษัท กูเกิ้ลแล้ว ขอให้ตรวจสอบการถูกต้องในการค้นหา เพราะมีเว็บพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทราบว่า มีการค้นข้อมูลจากกูเกิ้ล แล้วเว็บพนันดังกล่าวโผล่ขึ้นมา จึงต้องให้กูเกิ้ลตรวจสอบว่า เหตุใดมีเว็บพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องให้กูเกิ้ลดำเนินการปลดออก