STAR HUNTER ENTERTAINMENT จับมือ iQIYI สร้างหนังร่วมกันครั้งแรก!

STAR HUNTER ENTERTAINMENT จับมือ iQIYI สร้างหนังร่วมกันครั้งแรก!

STAR HUNTER ENTERTAINMENT จับมือ iQIYI สร้างหนังร่วมกันครั้งแรก!

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ STAR HUNTER ENTERTAINMENT ร่วมกับ iQIYI จับมือเป็นพันธมิตร สร้างภาพยนตร์  “ตาโขน” (TA KHON) ร่วมกันเป็นครั้งแรก ถือฤกษ์ดี จัดงานบวงสรวงภาพยนตร์ โดยมี ผู้บริหาร เฟิร์ส ชนันตร์ ลาภอนันต์รุ่ง และ ป๊อปปี้ ผ่านศึก ธงรบ พร้อมด้วยผู้กำกับฯ มิ ภูวดล เนาว์โสภา และทีมนักแสดง มอส ภาณุวัฒน์  โสประดิษฐเดียร์น่า ฟลีโป, เจแปน พลอยปภัส ฝนแก้วศิวพร, แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล, ต้องเต ธิติ ศรีนวล, เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง, สืบ บุญส่ง นาคภู่, แบงค์ มณฑป เหมตาล, เจเจ รัฐศาสตร์ บุตรวงศ์, แพรวา พุทธิชา บุญมาศ

ซึ่งพิธีบวงสรวงภาพยนตร์ “ตาโขน” จัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมบ้านเดิ่น บ้านเจ้าพ่อกวน อ.ด่านซ้าย จ.เลย     สถานที่ต้นกำเนิดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ตำนาน ความเชื่อ และประเพณีการละเล่นผีตาโขน ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานสี่ร้อยกว่าปี โดยมี “เจ้าพ่อกวน” ผู้นำด้านจิตวิญญาณชาวด่านซ้าย มาร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคล

“ตาโขน” ตำนาน | คำสาป | ผีบรรพบุรุษ ภาพยนตร์แนว Mystery Horror Drama เรื่องราวลี้ลับสยองขวัญ สั่นประสาท ชมพร้อมกัน ปลายปีนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

‘กันเนอร์’ปล่อยหมัดฮุก มัดใจแฟนซีรีส์ ‘KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ’

‘กันเนอร์’ปล่อยหมัดฮุก มัดใจแฟนซีรีส์ ‘KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ’

‘กันเนอร์’ปล่อยหมัดฮุก มัดใจแฟนซีรีส์ ‘KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ออกอากาศไปเพียงสัปดาห์แรกสำหรับซีรีส์วายแนวสปอร์ตแอคชั่น KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ” ผลงานจาก WeTV Original ก็ล็อกหัวใจแฟนๆ ได้อยู่หมัด! กับกระแสการตอบรับที่ดีเกิดคาด ทำเอาพระเอกนักมวยของเรา “กันเนอร์-ณัฐสกรรจ์” เป็นปลื้ม! โดย กันเนอร์ กล่าวว่า

 เรื่องนี้ผมรับบทเป็น “ธันย์” ครับ นักมวยดาวเด่นของค่ายมีฉายาว่า ปืนใหญ่ปราบพยัคฆ์ เป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก เน้นการแสดงออก ซึ่งมันจะมีเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เราไม่ยอมขึ้นชกอีกจนวันหนึ่งมี “คีน” ที่รับบทโดยพี่ “ไนซ์ บริพัฒน์” เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเราครับ เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องแรกในชีวิตผม ตื่นเต้นแล้วทำการบ้านหนักมากครับ อย่างแรกเลยคือการต้องฟิตหุ่น เพราะในเรื่องเราเป็นนักมวย ร่างกายต้องแข็งแรงบอดี้ต้องสวย ผมต้องมีวินัยในการออกกำลังกายแล้วในเรื่องนี้เราเล่นกับนักมวยจริงๆ ตอนแรกๆ ก็เกร็งครับต้องเรียนรู้ท่าทางและฝึกอย่างจริงจังมาก ซึ่งกระแสสำหรับการออกอากาศไป 2 ตอนแรกกลับมาหายเหนื่อยเลยครับ ขึ้นอันดับ 1 ซีรีส์ไทยบน WeTV ทั้งในไทยและอันดับต้นๆในหลายๆประเทศด้วย ขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเม้นท์ ทุกกำลังใจที่ให้พวกเราทีมนักแสดงนะครับ และหวังว่าทุกคนจะติดตามซีรีส์ของพวกเรากันไปจนถึง Final EP เลยนะครับ ผมรับรองว่ายังมีอีกหลายหมัดฮุก!เลยครับ

ใครยังไม่ได้ดู ห้ามพลาด! ซีรีส์ “KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ” รับชมพร้อมกันทั่วโลกทุกวันศุกร์ เวลา 19:30 น. ทางแอปพลิเคชัน WeTV และเว็บไซต์ http://www.WeTV.vip เท่านั้น พิเศษสุด สำหรับ WeTV VIP รับชมได้ก่อนใคร 1 ตอน และยังไม่มีโฆษณาคั่น

‘ลำไย ไหทองคำ’โชว์ผิวขาวออร่า งัดบิกินี่สดใสสะกดใจ แฟนคลับคอมเมนต์สนั่น

'ลำไย ไหทองคำ'โชว์ผิวขาวออร่า งัดบิกินี่สดใสสะกดใจ แฟนคลับคอมเมนต์สนั่น

‘ลำไย ไหทองคำ’โชว์ผิวขาวออร่า งัดบิกินี่สดใสสะกดใจ แฟนคลับคอมเมนต์สนั่น

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

“ลำไย ไหทองคำ” โชว์ผิวขาวออร่าในชุดบิกินี่ แฟนคลับส่งกำลังใจแน่นหลังผ่านดราม่าใหญ่

สำหรับ ลำไย ไหทองคำ หรือ  อ้าย สุพรรณษา เวชกามา ที่ล่าสุดอวดภาพโชว์ผิวขาวออร่า งัดบิกินี่ลายดอกไม้สีสวยสดใส ถ่ายภาพริมทะเล ถึงแม้จะไม่มีแคปชั่นใดๆ แต่ก็ทำเอาแฟนคลับเข้าไปคอมเมนต์ถล่มทลายกว่า 1 พันคอมเมนต์ รวมไปถึงส่งกำลังใจให้ลำไย หลังผ่านดราม่าครั้งใหญ่มาได้

น่ารักค่ะ จะไม่ให้หลงรักได้อย่างไร , คนเก่ง สวย น่ารัก ดี ชอบค่ะ , น้องอ้ายน่ารัก , ไปเที่ยวทะเลบ่อยๆนะครับ , สวยมากกกกก

ขอบคุณภาพ : ลำใย ไหทองคำ

ขอบคุณภาพ : ลำใย ไหทองคำ

ขอบคุณภาพ : ลำใย ไหทองคำ

ขอบคุณภาพ : ลำใย ไหทองคำ

เด็กป.4ยังรู้!‘หมอวรงค์’ฉะตรรกะฟังไม่ขึ้น อธิบายย้ำ‘หักหนี้’ชดเชยจีทูจีข้าวไม่ได้

เด็กป.4ยังรู้!‘หมอวรงค์’ฉะตรรกะฟังไม่ขึ้น อธิบายย้ำ‘หักหนี้’ชดเชยจีทูจีข้าวไม่ได้

เด็กป.4ยังรู้!‘หมอวรงค์’ฉะตรรกะฟังไม่ขึ้น อธิบายย้ำ‘หักหนี้’ชดเชยจีทูจีข้าวไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

‘หมอวรงค์’ขึ้นศาลสอบคำให้การคดี‘ทักษิณ’ฟ้องหมิ่นปมปูด‘ถุงขนม’แลกคดีหมิ่นเบื้องสูง เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน แต่ทนายทักษิณยื่นอุทธรณ์คำสั่ง 4 ข้อหา ศาลนัดสอบคำให้การใหม่ 24 พ.ย.นี้ ฝากถึง‘อุ๊งอิ๊งค์’ขอให้เปิดใจเป็นธรรม รับคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดคดีจำนำข้าวด้วย

26 พฤษภาคม 2568 ที่ห้องพิจารณาคดี 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1961/2567 ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2567 จำเลยได้โพสต์ข้อความหลายข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยหมิ่นประมาท ใส่ร้ายโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำนองว่า โจทก์เป็นคนยิ่งแก่ยิ่งเลอะ หรือเฒ่าสารพัดพิษ ซึ่งมีความหมายว่า เป็นคนมีอายุมากที่มีเล่ห์เหลี่ยมอันตรายรอบตัว เป็นคนขี้โกง บุคคลอื่นต้องระวังตัวไม่ควรคบหา ใช้เล่ห์เหลี่ยมการยื่นร้องขอความเป็นธรรมคดีหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 ถุงขนม 2,000 ล้านภาค 2 เพื่อวิ่งเต้นให้ได้รับการประกันตัวและข้อความอื่น รวมทั้งหมด5 กรรม แต่ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้1 กรรม ส่วนอีก 4 กรรมศาลยกฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ยืนยันข้อเท็จจริง โดยในช่วงเช้าวันนี้ นพ.วรงค์ เดินทางมาศาลตามนัดพร้อมทนายความ

นพ.วรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า มารับทราบคดีที่นายทักษิณยื่นฟ้องตน 5 กระทงและเรียกเงินชดใช้มูลค่า 100 ล้านบาท แต่เนื่องจากคดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้ว มีคำสั่งยกฟ้องไปรวม 4 กระทง จากทั้งหมด 5 กระทง ขณะที่วันนี้ นายทักษิณให้ทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไปในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง 4 กระทง ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่ได้พิจารณาคดี ต้องดูว่าศาลจะพิจารณาว่าอย่างไร

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ขอฝากไปถึง นายทักษิณ ,น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายทักษิณฟ้องตน แสดงว่านายทักษิณต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในคดีอื่นๆที่กำลังถูกพิจารณา เช่นในคดีศาลฎีกานักการเมืองวันที่ 13 มิถุนายนนี้ หรือคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พวกคุณก็ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรมถึงจะแฟร์โดยเฉพาะกับ น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ต้องเคารพกฎหมายอย่างที่สุด ถ้าจำได้ 2-3 วันที่ผ่านมาที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา แล้วน.ส.แพทองธาร โพสต์ว่าความยุติธรรมถูกปล้น แต่วันนี้คุณพ่อของคุณฟ้องตน แสดงว่าพ่อคุณเคารพกระบวนการยุติธรรม เวลาเสียประโยชน์ กลับไปโพสต์ว่าความยุติธรรมถูกปล้นอย่างนี้มันไม่แฟร์กับประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 13 มิถุนายน นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่าหากเราได้ติดตามข่าวสารจะเห็นว่า ศาลฎีกาฯได้เชิญทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นโจทก์ จำเลย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และรพ.ตำรวจ เป็นสิ่งที่น่าลุ้น ซึ่งตนได้คุยกับผู้มีประสบการณ์ด้านการไต่สวน ว่าศาลมองเรื่องของข้อกฎหมายข้อเท็จจริงแล้ว อาจจะดำเนินการไต่สวนตอนเช้าแล้วมีการตัดสินตอนบ่ายเลยก็ได้ เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องลุ้น และตามหลักการแล้วมองว่านายทักษิณควรจะต้องไป เพราะมีการเอาหมายไปติดที่หน้าบ้าน ทั้งโจทก์และจำเลยอยู่แล้ว เมื่อคุณเป็นจำเลยคุณก็ต้องไป แต่ก็มีนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายๆคน เทน้ำหนักไปว่านายทักษิณจะไม่ไป

เมื่อถามถึงกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีการนำข้าวไปขายและจะนำเงินมาใช้หนี้ให้แทนนั้นมีความเห็นว่าอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างให้ชาวบ้านได้เข้าใจ สมมุติว่า มีส้ม 2 เข่ง 1 เข่ง แล้วลูกน้องแอบเอาไปขาย แน่นอนว่าลูกน้องต้องชดใช้หนี้ ไม่ใช่ การเอาส้มเข่งที่เหลือ มาขายเพื่อใช้หนี้ในสิ่งที่ลูกน้องทำผิดก็เหมือนกันกับเรื่องข้าว ถ้าเราแบ่งข้าวเป็น 2 กองกองนึงเป็นข้าวที่เหลือที่รัฐบาลนำมาขาย เพื่อไปใช้หนี้ต้นทุน อีกกองนึงไปขายข้าวแบบจีทูจี แต่ศาลจะให้คุณรับผิดชอบเฉพาะเรื่องข้าวจีทูจี ดังนั้นส่วนที่มีการโกง ศาลบอกให้รับผิดชอบก็ควรจะจบตรงนี้ ไม่มีสิทธิ์เอาข้าวที่เหลือไปขายเพื่อมาใช้หนี้แทนคุณยิ่งลักษณ์ ดังนั้นการจะเอาข้าวมาขายได้ ต้องเอามาใช้หนี้แทนภาษีของประชาชนที่คุณเป็นหนี้อยู่หลายแสนล้านบาทเท่านั้น

“อธิบายให้เด็กป.4 ฟังยังเข้าใจว่า ตรรกะคุณมันทำไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น เป็นการหลอกลวงประชาชนที่ไม่ได้ตามข่าวสาร เอาข้อมูลมาพูดให้คนสับสนทั้งที่ศาลบอกชัดเจนว่า สิ่งที่พวกคุณโกงคุณต้องมาใช้หนี้ แล้วส่วนที่เหลือก็ขายเพื่อมาใช้หนี้เงินต้น ที่เราใช้ไปกว่า 8.7แสนล้านกว่า” นพ.วรงค์ ระบุ

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยื่นสู้คดีใหม่ เพื่อจะให้หักหนี้ในส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยขายได้กับหนี้ที่ต้องจ่ายคืนนั้น

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์กันยังพอฟังขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับจีทูจีแต่จะเอาของที่ค้างไว้มาใช้หนี้ ตนมองว่าถ้าเป็นการเสนอข้อมูลใหม่ควรจะเป็นฝ่ายรัฐบาล คือ ข้าวจีทูจี อีก 4 สัญญาใหม่ คือสัญญาที่ 6-8 อีกจำนวน 14 ล้านตัน เรื่องนี้ยังเงียบอยู่ ถ้ากระทรวงการคลังต้องการจะเอาเพิ่ม ควรเอาสัญญาดังกล่าวไปร้องเรื่องนี้และเรียกชดใช้จากการโกงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพิ่ม แต่สิ่งที่ทนายความอ้างมาเป็นข้อมูลมั่ว เพราะข้าวที่เหลือต้องไปชดใช้ต้นทุนไม่ใช่มาชดใช้แทนคนโกง

ส่วนประเด็นเรื่องหากจะต้องยึดอายัดทรัพย์นั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดเพราะขนาดทนายความคุณยิ่งลักษณ์เองก็ยังตอบไม่ได้ว่าตอนนี้คุณยิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินทั้งหมดจำนวนเท่าใด แต่เห็นว่ามีประมาณ 30 รายการ ควรต้องเรียกหามาเติมเพราะคาดว่าทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเพียงแค่หลักร้อยล้านบาทและไม่แน่ใจว่าตอนนี้ทรัพย์สินจริงจะเหลือเท่าไหร่ แล้วจะต้องกันส่วนหนึ่งไว้คืนให้สามี(สินสมรส) ตามที่ศาลกำหนดไว้ด้วย ตรงนี้เป็นเหตุผลที่ถือว่าเรารับได้ ดังนั้นนะจึงต้องมีการหาทรัพย์สินมาเติมไม่ใช่เอาไปคืน ซึ่งประเด็นการยึดทรัพย์นั้นเป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม หลังจากศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีคำวินิจฉัย ถือว่าสิ้นสุดแล้ว แต่ถ้าคุณยิ่งลักษณ์มีเงินไม่พอก็ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ศาลเลื่อนไปนัดสอบคำให้การอีกครั้ง วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เวลา 09.00 น.

ไม่ใช่หนูนี้มั้ง!! ‘อนุทิน’ปัด​ข่าว‘หนูไม่ยอม’ หลังสื่อปูดถูกทวงเก้าอี้ ‘มท.1’

ไม่ใช่หนูนี้มั้ง!! ‘อนุทิน’ปัด​ข่าว‘หนูไม่ยอม’ หลังสื่อปูดถูกทวงเก้าอี้ ‘มท.1’

ไม่ใช่หนูนี้มั้ง!! ‘อนุทิน’ปัด​ข่าว‘หนูไม่ยอม’ หลังสื่อปูดถูกทวงเก้าอี้ ‘มท.1’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

‘อนุทิน’ปัด​ข่าว‘หนูไม่ยอม’ หลังสื่อปูดถูกทวงเก้าอี้ ‘มท.1’  พลิ้ว’ไม่ใช่หนูนี้มั้ง’ ชี้ทุกคนมีเหตุผล​ มองบวกอดีต​‘แดง-เหลือง’สามัคคี​ ‘สนธิ-จตุพร’สวมกอดเพื่อชาติ ขอเข้ามาร่วมทำประโยชน์ชาติ ขณะที่‘​น้ำเงิน-แดง’จับมือกันอยู่แล้ว​ ติดตลกถึงขั้นกอดไม่ได้ เหตุ‘นายกฯ’เป็นสุภาพสตรี หัวเราะร่าสื่อถามจะกอดพ่อนายกฯหรือไม่​

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า​ เมื่อช่วงเช้าวันนี้​ (26 พ.ค.) ได้พบปะ และมอบโอวาทให้แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ซึ่งล่าสุดได้เข้าไปร่วมกัน ปราบปรามบ่อนการพนันที่ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายที่ค่อนข้างท้าทาย เพราะเปิดบ่อนกลางเมือง ไม่มิดชิด เป็นการท้าทายด้วยกฎหมาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะยอมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ จึงส่งทีมไปนับร้อยคนดำเนินการด้วยความสำเร็จสามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายทั้งเจ้ามือ และคนเล่นการพนันได้

ซึ่งต้องขอบพระคุณทางฝ่ายศาลด้วยที่เร่งทำคดีนี้อย่างรวดเร็ว และได้มีการสั่งพิพากษาให้จำคุกเจ้ามือ ผู้ดำเนินการที่ทำให้มีบ่อนการพนันโดยไม่ให้รอลงอาญา และยังมีการปรับผู้เล่นการพนันที่ทำผิดกฎหมาย ครบถ้วนทุกคนด้วยความรวดเร็ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเอง ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และสั่งให้นายอำเภอที่เกิดเหตุเข้ามาประจำที่กรมการปกครองเพื่อให้การสอบสวนนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อถามว่าดูเหมือนชำนาญการแก้ปัญหา กระทรวงมหาดไทยท่ามกลางกระแสปรับ ครม.  นายอนุทิน กล่าวย้อนถามว่า “แล้ว?”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าอยากจะสื่อสารอะไรหรือไม่ ถึงความพร้อมในการคุมกระทรวงมหาดไทยต่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ในความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเรายังทำงานอย่างเต็มที่​ สนับสนุนภารกิจของรัฐบาล และรับสนองข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้ความร่วมมือกับรัฐมนตรีทุกคน ที่จะให้ภารกิจของรัฐบาลสำเร็จไปได้ด้วยดี จึงยังไม่มีแนวโน้มหรือการพูดคุยหารือใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม​ เป็น​แนวร่วมที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคมาร่วมกัน​ ต่างคนต่างก็มีความรับผิดชอบ และเป็นสิ่งที่ได้บรรลุข้อตกลงแล้วก่อนการตั้งรัฐบาล​ พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ได้ยกมือสนับสนุนนายกรัฐมนตรีถึง 2 คนแล้ว​ ความสัมพันธ์มีความแข็งแรง​เป็นอันมากมีความเข้าใจ และความคุ้นเคย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีสำนักข่าวหนึ่งออกมาตีข่าวมีเจ้ากระทรวงเรียกผู้บริหารกระทรวงไปเคลียร์ใจ ถึงการปรับครม. เปลี่ยนกระทรวง ที่จังหวัดที่มองเห็นดาวเหนือชัดเจน ทำนองว่า​”กูไม่ยอม” แต่เห็นว่าคำไม่สุภาพจึงเปลี่ยนเป็น​ “หนูไม่ยอม” นายอนุทิน​ ฟังแล้วกล่าวว่า​ “ไม่ใช่หนูนี้มั้ง” นักข่าวจึงย้อนถามว่าจะมีหนูไหน​ นายอนุทิน ระบุว่า​ ไม่รู้ว่าหนูไหนแต่หนูนี้ไม่มี​ ไม่เคยไปเรียกใคร มันจะเกี่ยวข้องอะไร ไปเรียกข้าราชการ ตนว่าข่าวนี้คงไม่ได้รับการกรองอะไรมาก แต่คงไม่เกี่ยวกับตน 

เมื่อถามว่าส่วนตัวยอมหรือไม่ถ้าผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ต้องการที่จะทวงกระทรวงมหาดไทยคืน นายอนุทิน กล่าวว่า​ ทุกคนมีเหตุผล และย้ำว่าทุกคนมีเหตุผล

เมื่อถามว่า​ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์​นายจตุพร​ พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช.​ และวิทยากรคณะหลอมรวมประชาชนขึ้นเวทีความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวสวมกอด และประกาศร่วมมือกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค​ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นเลย​ 

เมื่อถามว่าอยู่คนละขั้วแล้ววันนี้จับมือกันเพื่อล้มระบอบทักษิณ นายอนุทิน ร้องโอ๊ย และกล่าวว่า ถ้าคนเคยอยู่คนละขั้วแล้วสามัคคีกันได้ เข้าใจกันได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรือ ก็ขอให้เข้ามารวมกัน ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ประชาชนก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ดี จะไปโกรธกันทำไม

เมื่อถามว่าส่วนน้ำเงินกับแดงจะจับมือกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า ทุกวันนี้ก็จับกันอยู่ เมื่อถามอีกว่าส่วนจะกอดโชว์ผ่านสื่อหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า กอดไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นสุภาพสตรี นักข่าวจึงแซวว่าแล้วพ่อนายกฯ จะกอดหรือไม่​ นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนจะบอกว่า ถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับข่าวเลย

‘สุชาติ’หวั่นกระทบฐานเสียง ปัดย้ายซบพรรคใหม่กำลังเนื้อหอม

‘สุชาติ’หวั่นกระทบฐานเสียง ปัดย้ายซบพรรคใหม่กำลังเนื้อหอม

‘สุชาติ’หวั่นกระทบฐานเสียง ปัดย้ายซบพรรคใหม่กำลังเนื้อหอม

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.03 น.

‘สุชาติ’หวั่นกระทบฐานเสียง ปัดย้ายซบพรรคใหม่กำลังเนื้อหอม

26 พฤษภาคม 2568 ที่ศาลอาญา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นอย่างไรบ้าง ว่า ตนฟังเรื่องนี้ผ่านทางสื่อมวลชน แต่จริง ๆ เรื่องนี้อำนาจการปรับครม.อยู่ที่ดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี การที่จะมาเป็นรัฐมนตรีหรือคนที่ไม่ได้เป็นนั้นไม่สามารถขึ้นอยู่กับตนเอง แต่ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ และการตั้งครม.นั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้เลือกเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนก็ทำหน้าที่ในฐานะรมช.พาณิชย์ เต็มที่ ซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาตนก็ได้ลงพื้นที่ไปกับนายกรัฐมนตรีเพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวสวนทุเรียน จ.จันทบุรี และสามารถแก้ปัญหาหลายเรื่องได้สำเร็จ ทั้งปัญหาผู้รับซื้อทุเรียน และตนยังไม่สามารถไปคิดแทนได้ว่าสมควรที่จะปรับครม.หรือไม่ เนื่องจากตนไม่มีอำนาจในส่วนนี้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจจะมีการย้ายพรรค หรือตั้งพรรคใหม่ เป็นอย่างไรบ้าง นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนก็ได้ยินจากสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ที่มาถามตนเหมือนกันว่าการเมืองมีหลายกลุ่มหลายพรรคมาชวนเราไปทำงานด้วยบ้าง ตนก็ต้องบอกว่าการเป็นนักการเมืองมีระยะเวลาในกรอบ 4 ปี เมื่อถึงครึ่งทางทุกคนก็ต้องมองว่าประเมินว่าสถานที่ที่อยู่นั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะไปตรงนี้ต่อหรือจะไปตรงที่มีอุดมการณ์ตรงกันมากกว่า และต้องยอมรับว่าเป็นความคิดของกลุ่มคนหลายคน ตนไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว จึงต้องหารือกันและปรึกษา ซึ่งในวันนี้ตนยังเป็นรมช.พาณิชย์ ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตนจึงไม่สามารถพูดให้ไปกระทบพรรคได้

เมื่อถามว่าถ้ามีการย้ายพรรคจริงจะมีผลต่อตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามีผลต่อตำแหน่งทางการเมืองอยู่แล้ว ถ้ามีการย้ายพรรคเกิดขึ้น เพราะตนเป็นรัฐมนตรีในส่วนโควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าเกิดย้ายจริง ตนก็หลุดจากตำแหน่งสส.ด้วย เรื่องที่ตนจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปจะต้องดูความชัดเจนของหัวหน้าพรรคตนด้วย

ส่วนพรรคที่กำลังเนื้อหอมอยู่ในตอนนี้จะเป็นพรรคใหม่ของตนหรือไม่นั้น ต้องบอกก่อนว่าไม่ ตนรู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคนั้นจริง แต่ไม่ไปอยู่ด้วยกัน เนื่องจากการทำหน้าที่การเมืองของตนกับพรรคนั้นอาจจะไม่ส่งผลดีกับตนในพื้นที่ แต่ถ้าอุดมการณ์ในการทำประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนไปด้วยกันได้ก็อาจจะสามารถประสานแนวทางการเมืองไปด้วยกันได้

‘มท.1’เผยเอาอยู่! น้ำท่วมแม่สายไม่ถึงขั้นประกาศภัยพิบัติ เตรียมลอกท่อจังหวัดข้างเคียง

'มท.1'เผยเอาอยู่! น้ำท่วมแม่สายไม่ถึงขั้นประกาศภัยพิบัติ เตรียมลอกท่อจังหวัดข้างเคียง

‘มท.1’เผยเอาอยู่! น้ำท่วมแม่สายไม่ถึงขั้นประกาศภัยพิบัติ เตรียมลอกท่อจังหวัดข้างเคียง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.58 น.

‘มท.1’ เผยน้ำท่วม ‘แม่สาย’ เอาอยู่ ไม่ถึงขั้นประกาศภัยพิบัติ ยันระดมกำลังช่วยเต็มที่ จังหวัดข้างเคียงเตรียมลอกท่อ เคลียร์สิ่งปฏิกูลขวางทางน้ำ 

26พ.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่ารับทราบสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้เป็นอย่างดี เราได้ระดมบุคคลกรเข้าไป ทั้งฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร ซึ่งเจ้ากรมทหารช่างอยู่ในพื้นที่พอดีจึงทำให้สามารถที่จะป้องกันน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง การช่วยเหลือก็เข้าไปพร้อม ซึ่งเราควบคุมสถานการณ์ได้ก่อน จึงยังไม่ถึงขั้นจะต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ผู้ว่าฯก็อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา

ขณะนี้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ก็อยู่ในพื้นที่เช่นกัน และก็ได้ขอให้ อธิบดีปภ. ไม่เดินทางไปต่างประเทศเพราะมีภารกิจที่สำคัญเช่นกัน ให้ประจำอยู่ที่เชียงรายบัญชาการ เตรียมความพร้อมในการป้องกันและรอบต่อไปให้มากที่สุด ที่จ.เชียงใหม่ก็เช่นกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งระดมกำลัง กำจัดพวกวัชพืชที่อยู่บริเวณทางผ่านของน้ำเพื่อไม่ให้ติดตรงคอสะพาน และขวางเส้นทางน้ำเหมือนปีที่ผ่านมา และปีนี้ต่อให้มีปริมาณฝนจำนวนมาก ถ้าเราสามารถทำให้การระบายน้ำไม่มีอุปสรรคได้ ก็จะทำให้น้ำระบายไปที่เขื่อนภูมิพลได้อย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอยู่ต่างประเทศก็เร่งสั่งการด้วยความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ได้โทรมาสอบถาม และแจ้งว่าถ้าต้องการการสนับสนุนจากส่วนกลาง สำนักนายกรัฐมนตรีอย่างไรให้รีบแจ้ง

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ลงพื้นที่อยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็โทรหาทนตั้งแต่เช้า ว่าติดขัดอะไรหรือไม่ในการเร่งช่วยเหลือประชาชน ถ้าจะมีเรื่องของการเยียวยาก็ให้ทำขึ้นมาได้เลย ตนก็ได้ชี้แจงกับทั้ง 3 คนไปว่า สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม ยังไม่ได้ไปถึงขั้นที่ต้องประกาศภัยพิบัติ ความเดือดร้อนของประชาชนหน่วยงานต่างๆได้เข้าไปช่วยเหลือแล้ว

ตอนนี้เน้นเรื่องป้องกัน ตอนนี้ฝนอาจจะทิ้งช่วงไป ต้นเดือนก็มาอีก ปริมาณก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงคาดหวังว่าสิ่งที่ก่อสร้างไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งผนังกั้นน้ำ เขื่อนกั้นน้ำ ทราบว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมิถุนายน ทุกจังหวัดก็เร่งในเรื่องของการลอกท่อ ลำน้ำ เตรียมทางน้ำที่จะระบายจะต้องไหลอย่างดี เรามีการเตรียมการอย่างดีพร้อมมากกว่าปีที่แล้ว

​‘อนุทิน’​ยัน​ไร้สัญญาณ‘ปรับครม.’​ ยังย้ำสัมพันธ์‘นายกฯ’มีแต่แน่นแฟ้น

​‘อนุทิน’​ยัน​ไร้สัญญาณ‘ปรับครม.’​ ยังย้ำสัมพันธ์‘นายกฯ’มีแต่แน่นแฟ้น

​‘อนุทิน’​ยัน​ไร้สัญญาณ‘ปรับครม.’​ ยังย้ำสัมพันธ์‘นายกฯ’มีแต่แน่นแฟ้น

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

“อนุทิน”ยัน​ไร้สัญญาณ”ปรับครม.”​ ยังย้ำสัมพันธ์”นายกฯ”มีแต่แน่นแฟ้นขึ้น​ ชี้เป็นผู้เล่น ไม่มีใครจะรู้ดีกว่า

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.) กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี พ.ศ.2569​ วาระแรก ว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณ ซึ่งตนก็ยังทำงานอยู่ และช่วงที่นายกรัฐมนตรี​เดินทางเยือนต่างประเทศ​ ก็ยังสั่งการการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่แม่สาย จ.เชียงราย และพื้นที่ภาคเหนือ​ ซึ่งการทำงานขณะนี้เน้นในเรื่องของการป้องกันเป็นหลัก เพราะในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ ปริมาณน้ำฝนก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับระบุว่า การเตรียมการรับสถานการณ์ดีกว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี อะไรจะถือว่าเป็นปัจจัยส่งสัญญาณ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี นายกฯ ยังไม่เคยคุยเรื่องนี้ และทุกคนในพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังทำงานร่วมกันอยู่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวความพยายามที่จะเขย่าพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ตนอยู่ในคณะรัฐบาล ทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ในแต่ละสัปดาห์พบนายกรัฐมนตรีไม่รู้กี่ครั้ง

“ความสัมพันธ์ทุกอย่างมันก็มีแต่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น มันไม่น่าจะมีใครรู้ดีมากกว่าผม ส่วนการคาดคะเนต่างๆ ก็เป็นอาชีพของแต่ละคนว่ากันไป แต่ในความเป็นพักร่มรัฐบาลผมก็ยังทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ และไม่ได้มีความกังวลใดๆ เพราะเราเป็นผู้เล่น คนดูจะมาบอกว่าคนนี้จะถูกเปลี่ยน หรือถูกปรับ มันก็คงรู้ไม่เท่ากับผู้เล่นหรอก” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า ผู้เล่นวันนี้ เก้าอี้กระทรวงมหาดไทยยังคงเหนียวแน่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ ย้อนถามกลับว่า​ ตนทำอะไรผิดพลาดบกพร่องหรือไม่ ก็ยังคงทำงานให้รัฐบาลเหมือนรัฐมนตรีทั้ง 36 คน เมื่อใครประสานอะไรผ่านทางกระทรวงมหาดไทยมา หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ตนรับผิดชอบอยู่ ไม่มีว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่มีผลสัมฤทธิ์ เพราะสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่

‘อนุทิน’ มั่นใจสภาฯฉลุย ถก‘ร่างพรบ.งบฯปี69’ ไร้สะดุด

‘อนุทิน’ มั่นใจสภาฯฉลุย ถก‘ร่างพรบ.งบฯปี69’ ไร้สะดุด

‘อนุทิน’ มั่นใจสภาฯฉลุย ถก‘ร่างพรบ.งบฯปี69’ ไร้สะดุด

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.47 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน  ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความพร้อมก่อนการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.​ 2569 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28  -​ 31 พ.ค.นี้​ ว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะงบประมาณนี้ ผ่านการพิจารณาทั้งระดับกระทรวง และคณะรัฐมนตรีมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงนี้ถือว่าพรรคร่วมรัฐบาล เห็นชอบด้วย ส่วนเขาหรือที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยจะขวางและโหวตสวนนั้น คนไม่ทราบว่าใครพูด แต่ยืนยันว่าไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน เพราะเราทำงบประมาณในส่วนนี้ขึ้นมาเอง ทั้ง 4 กระทรวงที่ภูมิใจไทยกำกับดูแลอยู่ ซึ่งงบประมาณกว่า1 ล้านล้านบาท ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่สนับสนุน และต้องเร่งเพื่อให้สามารถดำเนินการให้กับประชาชน

เมื่อถามว่าทุกเสียงของพรรคภูมิใจไทยจะยกมือสนับสนุนใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า เราก็เป็นรัฐบาล

เมื่อถามว่างบประมาณนี้จะราบรื่นไม่มีสะดุดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ไม่มีสะดุดอยู่แล้วเพราะเราทำมากับมือและผ่านครม.มาเรียบร้อยแล้ว​ ฉะนั้นต้องไม่พูดเพื่อให้เกิดความกังวล ลืมทำให้คนเห็นว่ารัฐบาลขัดแย้งกัน ซึ่งไม่ได้มี

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมพร้อมแล้วหรือไม่ หลังจากที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมขุนพลกว่า 50 คนในการอภิปรายชำแหละงบประมาณ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ยืนยันว่า ก็ต้องชี้แจง กระทรวงใดๆที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นเจ้ากระทรวงก็ต้องพร้อม ก็เกิดขึ้นทุกปีและตนผ่านมาแล้ว และในส่วนของตนครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่ 6 ที่ได้ชี้แจงแล้ว ฉะนั้นก็ต้องมีความพร้อมและรู้ว่าคู่ซักฟอกต้องการทราบอะไร ซึ่งเราก็ต้องชี้แจง อย่าไปมองว่าเขามีเจตนาร้าย หากเขามีข้อสงสัยอะไรมาเราก็ต้องเตรียมข้อมูลเพื่อไปหักล้าง​ ก็จะทำให้คนถามและคนตอบเคลียร์​

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเสนอโครงการในส่วนของกระทรวง มหาดไทยจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ  1.57 แสนล้าน ที่วันนี้จะสิ้นสุดการขอโครงการ​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมคำขอ ซึ่งจะมีการพิจารณาในเบื้องต้นก่อน ก่อนส่งต่อให้คณะอนุกรรมการ ที่กระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณา เพื่อตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่

ขณะที่โครงการต่างๆ จะเน้นไปที่ 3 โครงการหลัก คือโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง​ ระบบน้ำ การป้องกันน้ำท่วมการกักเก็บน้ำ และการท่องเที่ยว ซึ่งมีกรอบอยู่

‘มทภ.4’ไม่กังวลถูกปรับออกจากแม่ทัพ‘ดับไฟใต้’ ขอโฟกัสทำหน้าที่ เน้นเชิงรุก

‘มทภ.4’ไม่กังวลถูกปรับออกจากแม่ทัพ‘ดับไฟใต้’ ขอโฟกัสทำหน้าที่ เน้นเชิงรุก

‘มทภ.4’ไม่กังวลถูกปรับออกจากแม่ทัพ‘ดับไฟใต้’ ขอโฟกัสทำหน้าที่ เน้นเชิงรุก

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.46 น.

‘แม่ทัพภาคที่ 4’ไม่กังวลถูกปรับออกจากแม่ทัพ‘ดับไฟใต้’ เผยคุยกับ‘ภูมิธรรม’ไม่ได้บอกว่าจะเปลี่ยน ขอโฟกัสทำหน้าที่ เน้นเชิงรุก

26 พฤษภาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่4 (มทภ.4) กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ หลังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า ท่านไปรับฟังข้อมูล จากหน่วยระดับปฏิบัติ ซึ่งล่าสุดการทำงานในพื้นที่ เพื่อใช้มาตรการเชิงรุก ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีชื่ออยู่ในบัญชี ของหน่วยงานความมั่นคง

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าว เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ไพศาล กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร ตนก็ทำตามหน้าที่ และจากการที่ได้พูดคุยกับท่านภูมิธรรม ท่านไม่ได้บอกตนว่าจะเปลี่ยน ตัว มทภ.4 แต่มีสื่อมาถาม และไปลงเป็นข่าว ตนก็ไม่ทราบว่าที่มาของข่าวมาได้อย่างไร