ทุบเปรี้ยง! ‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ชี้หลักฐานมัดชั้น14 ถ้าไม่มีวงจรปิด เป็นที่คุมขังไม่ได้

ทุบเปรี้ยง! ‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ชี้หลักฐานมัดชั้น14 ถ้าไม่มีวงจรปิด เป็นที่คุมขังไม่ได้

ทุบเปรี้ยง! ‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ชี้หลักฐานมัดชั้น14 ถ้าไม่มีวงจรปิด เป็นที่คุมขังไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

ทุบเปรี้ยง! ‘อดีตสว.ดิเรกฤทธิ์’ชี้หลักฐานมัดชั้น14 ถ้าไม่มีวงจรปิด เป็นที่คุมขังไม่ได้

26 พฤษภาคม 2568 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันสุจริตไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ศาลไต่สวนเพียงหลักฐานเดียวก็พบความผิดและคนทำผิดแล้วครับ”

“หลักฐานเดียวที่ชั้น 14 ก็เพียงพอแยกคนทำทุจริตมาลงโทษได้ ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดก็นับเป็นที่คุมขังไม่ได้”

“คนทำเสีย ไม่ซ่อม ไม่รายงาน และผบ. ก็จงใจทำทุจริตช่วยเหลือให้นักโทษแหกกฎ ทำอะไรได้ตามใจ เล่นโทร นัดพบใครหรือไม่อยู่เลยก็ได้ ฯลฯ”

‘ธนกร’มั่นใจสภาฯ ถกร่างงบฯ 69 รอบคอบ แนะฝ่ายค้านอภิปรายตรงประเด็น ลดละเกมการเมือง

'ธนกร'มั่นใจสภาฯ ถกร่างงบฯ 69 รอบคอบ แนะฝ่ายค้านอภิปรายตรงประเด็น ลดละเกมการเมือง

‘ธนกร’มั่นใจสภาฯ ถกร่างงบฯ 69 รอบคอบ แนะฝ่ายค้านอภิปรายตรงประเด็น ลดละเกมการเมือง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.25 น.

‘ธนกร’มั่นใจสภาฯ พิจารณาร่างงบฯ 69 รอบคอบ เชื่อทุกกระทรวงแจงได้ ชี้รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อมูลทุกฝ่าย แนะฝ่ายค้านอภิปรายตรงประเด็น ลดละเกมการเมือง ขอทุกภาคส่วนร่วมมือนำประเทศพ้นวิกฤต

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค และสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า  ในการอภิปรายพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงินกว่า 3.78 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นการพิจารณาต่อเนื่องร่างกฎหมายงบประมาณปี 2569 รวมเป็นเวลาแล้ว 41 ชั่วโมง ตนมั่นใจว่าทุกกระทรวงจะสามารถชี้แจงเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละส่วนได้ และเป็นไปอย่างรอบคอบ และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบันด้วย โดยตนเชื่อว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 จะได้รับการสนับสนุนโหวตเห็นชอบผ่านร่างดังกล่าว เพราะถือเป็นกฎหมายสำคัญต่อการบริหารประเทศ  

ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาเศรษฐกิจในหลายประเด็นรุมเร้าอยู่ในขณะนี้ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข ทั้งเรื่องผลกระทบการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ปัญหาหนี้ครัวเรือน และภาวะการบริโภคภายในประเทศไม่คล่องตัว จึงมองว่าทุกฝ่ายควรจะร่วมมือกันแก้ปัญหาให้กับประชาชนและประเทศให้สามารถคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะพรรคร่วม มั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังข้อมูลของฝ่ายค้านและจากทุกฝ่ายเพื่อนำมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน 

“ขอฝ่ายค้านอภิปรายงบ 2569 อย่างสร้างสรรค์ กระชับตรงประเด็น และอยู่ในกรอบที่วางไว้ ไม่ฉวยโอกาส เล่นเกมการเมืองหรือใช้เวทีสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรอบ 2 เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ และยังทำให้ใช้เวลาสภาอย่างไม่เหมาะสม  เชื่อว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายค้าน เพื่อนำข้อมูลไปแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ลดละ การเล่นเกมโจมตีทางการเมือง ขอทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกับรัฐบาลนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้“ นายธนกร กล่าว

สะพัด!‘อิ๊งค์’รับมือไม่ไหว รัฐบาลส่อแตกหัก จับตาก่อน 13 มิ.ย.เขี่ยทิ้ง‘ภูมิใจไทย’

สะพัด!‘อิ๊งค์’รับมือไม่ไหว รัฐบาลส่อแตกหัก จับตาก่อน 13 มิ.ย.เขี่ยทิ้ง‘ภูมิใจไทย’

สะพัด!‘อิ๊งค์’รับมือไม่ไหว รัฐบาลส่อแตกหัก จับตาก่อน 13 มิ.ย.เขี่ยทิ้ง‘ภูมิใจไทย’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.14 น.

‘อิ๊งค์’รับมือไม่ไหว รัฐบาลส่อแตกหัก สะพัดหนักก่อน 13 มิ.ย. เขี่ยทิ้ง‘ภูมิใจไทย’ คาดดิ้นตั้ง‘รัฐบาลใหม่’ หากไปไม่ไหวรอจังหวะสอง‘ยุบสภา’ จับตาขวากหนามเชือด‘เพื่อไทย’ ทั้งปัญหา ม.144-คดีครอบงำพรรค

26 พฤษภาคม 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 25 พ.ค.68 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยและรัฐบาลข้ามขั้วกำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านทั้งปัญหาภายในและนอกประเทศจนนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร ยากจะรับมือไหว

ส่วนทักษิณ ชินวัตร กำลังฝ่าอุปสรรคขวากหนามและสุ่มเสี่ยงจะถูกนำตัวกลับไปติดคุก ยิ่งทำตัวเงียบหาย จนเกิดข่าวลือหนาหูว่าหนีออกจากประเทศไทยเพื่อหลบเลี่ยงไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งนัดพร้อมหรือไต่สวนการละเมิดหมายจำคุกหรือไม่ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้

“สิ่งที่น่าสังเกต คือ ก่อนถึงวันที่ 13 มิ.ย.ที่ศาลฎีกาฯ นัดนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาล เพราะมีข่าวแว่วเริ่มถี่ขึ้นว่าก่อน 13 มิ.ย.นี้จะมีการปรับ ครม. โดยเอาพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล ซึ่งไม่สนใจว่า รัฐบาลตั้งใหม่จะมีเสียงเท่าไร จากนั้นให้จับตาดูหลัง 13 มิ.ย. ถ้าเห็นว่ารัฐบาลไปไม่รอดจะตัดสินใจยุบสภา เพราะการประกาศศึกกับ “พลเอก ส.” ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สงครามยิ่งดูเหมือนพร้อมจะแตกหักกันแล้ว” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า รัฐบาลกล้าตัดพรรคภูมิใจไทยออกนั้น สะท้อนถึงเสถียรภาพรัฐบาลกำลังจบลงจึงต้องทำอะไรสนองความสะใจส่วนตัวของคนชักใยอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้วันที่ 13 มิ.ย. นี้ แม้ตนเชื่อว่า ทักษิณจะไม่ไปศาลฎีกาฯ แต่ตนอยากให้ไป และอยากหน้าแตกกับการคาดการณ์ผิด

“ผมไม่อยากให้ทักษิณ หนีอีกรอบ แม้ผมเชื่อว่าทักษิณหนี และยังเชื่อว่าทักษิณไม่ไปศาลฎีกาฯ ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ แต่ให้จับตาดูว่า ข่าวยุบพรรคเพื่อไทยในคดีถูกครอบงำที่อยู่ในขั้นการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมาก่อนหรือไม่ อีกไม่นานถัดจากนี้คงได้รู้กัน” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร ย้ำว่า หากสถานการณ์ก่อนถึงวันที่ 13 มิ.ย.นี้มีปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาลกันมาก ขอให้จับตาดูการยื่นคำร้องกล่าวหารัฐบาลฝ่าฝืน รธน.มาตรา 144 ที่อยู่ในขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะกวาดพรรคฝ่ายรัฐบาลแทบหมดสิ้นในคราวเดียวกัน ดังนั้นให้ดูปรากฏการณ์เหล่านี้ไว้ เพราจะเกิดแรงเหวี่ยงในทางการเมือง

นายจตุพร ระบุว่า บางพรรคมีความพยายามจะดึงหรือดูดงูเห่ามาร่วมกับฝ่ายรัฐบาล สถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จากเคยมั่นใจจะได้ สส. ฝ่ายค้านมาร่วม แต่ขณะนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากความบาดหมางของพรรครัฐบาล และอุปสรรคขวากหนามมีมากมายหลายชั้นจนยากและเกินมือของนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ จะเอาอยู่เสียอีก ย่อมทำให้ สส.จะถูกดูดเกิดลังเล

ส่วนศาลปกครองสูงสุดสั่งให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้เงินจำนำข้าว 10,000 ล้านบาทเศษนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการชดใช้ในส่วนที่เกิดจากการระบายข้าวแบบจีทูจีที่รัฐทำเสียหายจากการประมาทเลินเล่อกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องชดใช้คืน 50% คือ 10,000 ล้านเศษ อย่างไรก็ตามการชดใช้คืนรัฐของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่มีวันจะเกิดขึ้น เพราะได้แสดงบัญชีทรัพย์สินเพียง 600 ล้านบาท

‘พายุ’แจงภาพ’นายกฯ อิ๊งค์’ควงสามีกินหรูทริปลอนดอนเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 62

'พายุ'แจงภาพ'นายกฯ อิ๊งค์'ควงสามีกินหรูทริปลอนดอนเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 62

‘พายุ’แจงภาพ’นายกฯ อิ๊งค์’ควงสามีกินหรูทริปลอนดอนเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 62

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.09 น.

‘พายุ’แจงภาพ’นายกฯ อิ๊งค์’ควงสามีกินหรูทริปลอนดอนเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 62 ขอสื่อเช็กข้อมูลก่อนนำเสนอ หวั่นเป็นเครื่องมือกลุ่มโจมตีรัฐบาล

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2568 นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น X (ทวิตเตอร์) @payunerng ระบุว่า

“ขออนุญาตชี้แจง: ภาพดังกล่าวที่ถูกนำมาใช้ประกอบข่าวเท็จว่าท่านนายกฯ “ควงสามีกินหรูกลางกรุงลอนดอน” ระหว่างทริปการเยือนอังกฤษครั้งนี้.. เป็นภาพที่ถูกนำแชร์มาจากโพสต์ในบัญชีอินตาแกรมของท่านนายกฯเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (วันที่ 30 ต.ค. 2019) เพื่อทำการบิดเบือนและโจมตีนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องจากคนบางกลุ่มที่ไม่หวังดี ที่ได้ทำการปลุกปั่นใส่ความว่าท่านได้เดินทางไปอังกฤษเพื่อไปพบอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ทั้งที่ก็เป็นภาพเก่าเช่นเดียวกัน

จึงขอเรียกร้องให้สำนักข่าวใช้วิจารณญาณของสื่อคุณภาพ ในการตรวจสอบและเช็คข้อมูลให้ดีก่อนนำเสนอผ่านช่องทางสื่อของตนเอง จะได้ไม่ถูกใช้เป็นกระบอกเสียงกระจายข่าวเท็จให้กับกลุ่มผู้ไม่หวังดีกับท่านนายกฯและรัฐบาลทางอ้อม.. นอกจากนี้เมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้วก็ควรแสดงความรับผิดชอบแล้วลบโพสท์แทนการเติม “หมายเหตุ” ที่ตอนท้ายของโพสต์เพื่อที่จะเก็บโพสต์หวังเรียกเอนเกจเม้นต่ออีกครับ”

เปรียบ‘สมีแย้ม’บวชพระกับ‘สว.’ ควรเคลียร์ครหา‘ฮั้ว’ก่อนเลือกองค์กรอิสระ

เปรียบ‘สมีแย้ม’บวชพระกับ‘สว.’ ควรเคลียร์ครหา‘ฮั้ว’ก่อนเลือกองค์กรอิสระ

เปรียบ‘สมีแย้ม’บวชพระกับ‘สว.’ ควรเคลียร์ครหา‘ฮั้ว’ก่อนเลือกองค์กรอิสระ

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

เปรียบ‘สมีแย้ม’บวชพระกับ‘สว.’ ควรเคลียร์ครหา‘ฮั้ว’ก่อนเลือกองค์กรอิสระ

26 พฤษภาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “สว.(บางคน) ก็เหมือนทิดแย้ม อย่าเพิ่งบวชให้ใครเลย” ระบุว่า…

สว.(บางคน) ก็เหมือนทิดแย้ม อย่าเพิ่งบวชให้ใครเลย

สมาชิกวุฒิสภาทั้งหลาย อย่าสร้างสิ่งเลวร้ายไว้ให้เป็นมรดกของบ้านเมืองเลย เพราะท่านยังมีข้อครหาว่ามาจากการ “ฮั้ว”

ฮั้วจริงหรือไม่จริงท่านรู้อยู่แก่ใจ

หากท่านมาจากการ“ฮั้ว” หากเป็นพระก็ต้องอาบัติร้ายแรงแล้ว ต้องจับสึกและดำเนินคดีอย่างเดียว

ท่านต้องพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน อย่าเพิ่งตอบแทนพรรคการเมืองที่ทำให้ท่านได้เป็น สว.ด้วยเลือกองค์กรอิสระให้พรรคการเมืองเลย

เพราะนั่นคือสิ่งเลวร้ายที่ท่านจะตราไว้ในแผ่นดินอีกยาวนาน

หากท่านเลือกองค์กรอิสระตอนนี้ ผู้ได้รับการเลือกจากมือของท่านก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน

เปรียบเหมือนตอนนี้ท่าน สว.เป็น “ทิดแย้ม” ไปแล้ว ท่านบวชให้ใครคนนั้นก็จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักบวช

ส่วนองค์กรอิสระคนไหน ได้รับเลือกจากสว.ชุดนี้

ผมก็เปรียบเหมือนท่านได้รับการบวชจาก “ทิดแย้ม”

แล้วท่านจะมีหน้าขึ้นธรรมาสน์ให้ศีลแก่ประชาชนได้อย่างไร

กลุ่มแพทย์‘ศิริราช78-รามาธิบดี3-จุฬาฯ23’หนุน‘แพทยสภา’ผดุงความยุติธรรม

กลุ่มแพทย์‘ศิริราช78-รามาธิบดี3-จุฬาฯ23’หนุน‘แพทยสภา’ผดุงความยุติธรรม

กลุ่มแพทย์‘ศิริราช78-รามาธิบดี3-จุฬาฯ23’หนุน‘แพทยสภา’ผดุงความยุติธรรม

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.06 น.

กลุ่มแพทย์‘ศิริราช78-รามาธิบดี3-จุฬาฯ23’หนุน‘แพทยสภา’ผดุงความยุติธรรม

26 พฤษภาคม 2568 นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ และนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 30 โพสต์ข้อความหัวข้อ “#SAVEแพทยสภาค่ะ” ระบุว่า…

#SAVEแพทยสภาค่ะ

กลุ่มแพทย์ ศิริราช 78 -รามาธิบดี 3 -จุฬาฯ 23  ขอชื่นชมและส่งกำลังใจ สนับสนุน ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ในการทำหน้าที่อุปนายกแพทยสภาคนที่1, ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา และคณะกรรมการแพทยสภาทุกท่าน ที่ได้ผดุงความยุติธรรม จริยธรรม และความถูกต้อง เพื่อเกียรติภูมิของแพทย์ไทยทั่วประเทศ

1. นพ.ดรินทร์ โล่ห์สิริวัฒน์

2. พญ.สุพัตรา โล่ห์สิริวัฒน์

3. นพ.บุญเทียม พิทักษ์ดำรงกิจ

4. พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์

5. นพ.วัฒน์ อุทัยวรวิทย์

6. พญ.ไพจิตร หิรัณยวนิชย์

7. นพ.ชูวิทย์ ลิขิตยิ่งวรา

8. พญ.สุรางค์รัตน์ วรรธนะภูติ

9. พล.ต.ต. พญ.จันทนา วิธวาศิริ

10. พญ.สยมพร ศิรินาวิน

11. พญ.ศิรินาถ นานา

12. พญ.วิจิตร งามขจรวิวัฒน์

13. นพ.เก่งการ งามขจรวิวัฒน์

14. พล.อ.ท. นพ.ไพฑูรย์ จ๋วงพานิช

15. พญ.ศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์

16. พญ. พนิดา ฟองประเสริฐ

17. พญ.ศิริวัฒน์ มโนธรรม

18. พญ.จิตรา วงศ์บุญสิน

19. พญ. อรนุช อรุณทัต

20. พล.อ.ต.หญิง พญ.สุภัชชา ชาญวิเศษ

21. พล.อ.ต.นพ.คำพร ชาญวิเศษ

22. นพ.สมภพ  ลิ้มพงศานุรักษ์

23. พญ.อุบล บุตรกินรี

24. นพ.เริงศักดิ์ คล่องคำนวณการ

25. พล.อ.ต. นพ.วิบูลย์ ตระกูลฮุน

26. พล.อ.ต.หญิง พญ.วีร์นะ ตระกูลฮุน

27. นพ.สมชาย นิ้มวัฒนากุล

28. พญ.ดวงใจ กสานติกุล

29. นพ.ศุภชัย ฤกษ์งาม

30. นพ.มานิต หงสวินิตกุล

31. นพ.พีระ ตรรกพฤฒิพันธุ์

32. พล.ท.วีระ เขื่องศิริกุล

33. นพ. ป่วน สุทธิพินิจธรรม

34. นพ.ธีรยุทธ เฮงรัศมี

35. พญ.ธารทิพย์ ประณุทนรพาล

36. พล.ต.ต. นพ.อานุภาพ ธรรมพิพิธ

37. นพ.จรูญ ปิรยะวราภรณ์

38. รศ.พญ.แสงโสม ปิรยะวราภรณ์

39. นพ.ไพโรจน์ ตั้งยิ่งยง

40. นพ.ประเสริฐ พูนมากสถิตย์

41. นพ.วัชระ จามจุรีรักษ์

42. พญ. กัลยาณี โรจนาภรณ์

43. นพ. สมบูรณ์ โรจนาภรณ์

44. พญ. จินทนา  จันทร์เจริญสิน

45. พญ. รุจิเลขา เจียรไพศาลเจริญ

46. นพ.อภิชาติ เมฆมาสิน

47. พญ.จรวยพร สุภาพ

48. พญ.อรชาติ อุดมพานิช

49. พญ.พิมพ์ประไพ ธนาศิริ

50. พญ.รัตนา โลหารชุน

51. นพ.เจตน์ โลหารชุน

52. พญ.แน่งน้อย ชัยดรุณ

53. พญ. บัณฑรฉวี ลีละพัฒนะ

54. นพ. สุเมธ รินสุรงควงศ์

55. พญ.ศศิวรรณ ราษฎร์นิยม

56. พญ.สุวนิตย์ สร้างศรีวงศ์

57. นพ. บุญเสริม วิทยชำนาญกุล

58. นพ.สุธี ยกส้าน

59. พญ.วัฒนิจ ชัยประเสริฐ

60. พลเอก นพ.ชายชาญ ตาตะนันทน์

61. นพ.ชิต เจริญประเสริฐ

62. นพ.อมรชัย หาญผดุงธรรมะ

63. นพ.ชัยพฤกษ์ ปิยะเกศิน

64. นพ. เลอวุฒิ วงศ์สารพิกูล                                  

65. พญ. เมตตา วงศ์สารพิกูล                                              

66. นพ. ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์                            

67. นพ. ชนินทร์ วิญญูประดิษฐ์

68. พญ. อังสนา อิทธิเมฆินทร์

69. พญ. สุคนธ์ เกาสายพันธุ์

70. นพ. อุดม วิศิษฏสุนทร

71. นพ. ชาญชัย ฉัตรศิริมงคล

72. นพ.รุ่งโรจน์ พิมพ์ใจพงศ์

73. พญ.สุดารัตน์ ตันสุภสวัสดิกุล

74. นพ. สมสิทธิ์ ตันสุภสวัสดิกุล

75. นพ. กวี ไชยศิริ

76. พญ. ทัศนีย์ ชนไมตรี

77. นพ. สำรวม ด่านประชันกุล

78. พญ.วันทยา นามะสนธิ Gan

79. นพ.วิชาญ เกิดวิชัย

80. พญ.เยาวัยนาถ ทิพทัศ

81. นพ. พิเชฐ อังศุวัชรากร

82. นพ.ธีระ ศิริสันธนะ

83. พญ. วิรัต ศิริสันธนะ

84. พญ. เปรมวดี จันทรธีระกิตติ

85.  พญ. เปรมศรี ตั้งชีวินศิริกุล Barton

86. นพ. เกษม ตันติผลาชีวะ

87. นพ. ชูเกียรติ ศุภนันตฤกษ์

88. พญ.อร่ามศรี จันทรธีระกิตติ

89. นพ.ประยงค์ เต็มชวาลา

90. นพ.คณิต ตันติศิริวิทย์

91. นพ. วิเชียร เลาหเจริญสมบัติ

92. นพ.พิชัย นำศิริกุล

93. นพ.พิวัฒน์ โปษยานนท์

94. พญ. กัลยาณ์ ธีระวิบูลย์

95. นพ. วิเชียร ตระกูลสิน

96. นพ. ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล

97. นพ.อุ่น ลีธนโชค

98. นพ. นพพร พัฒผล

99. พญ.ไอรีน ศุภางคเสณ

100. นพ. อุดมชัย ศุภางคเสน

101. นพ.วรวิทย์ โกวิทวรางกูร

102. พญ. ลักขณา เผ่าวนิช

103. นพ. สมนึก เจษฎาภัทรกุล

104. พญ.สุจิตรา กนกกันฑพงษ์

105. นพ. ทิพย์ โตทอง

106. นพ. ชาญณรงค์ ศุภเวชกรกิจ

ฟาด‘เพื่อไทย’เป็นรัฐบาล‘ยานรก’ไม่ลด ระวัง‘ฆ่าตัดตอน’คืนชีพ

ฟาด‘เพื่อไทย’เป็นรัฐบาล‘ยานรก’ไม่ลด ระวัง‘ฆ่าตัดตอน’คืนชีพ

ฟาด‘เพื่อไทย’เป็นรัฐบาล‘ยานรก’ไม่ลด ระวัง‘ฆ่าตัดตอน’คืนชีพ

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.24 น.

ฟาด‘เพื่อไทย’เป็นรัฐบาล‘ยานรก’ไม่ลด ระวัง‘ฆ่าตัดตอน’คืนชีพ

26 พฤษภาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “ระวัง “ฆ่าตัดตอน” คืนชีพ” ระบุว่า…

ระวัง “ฆ่าตัดตอน” คืนชีพ

ผมทราบข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้รับเชิญจากทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้มาปาฐกถาในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ด้วยเหตุผลว่า นายทักษิณ เป็นผู้มีมีประสบการณ์ในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของไทย

คงจะสืบเนื่องมาจากนโยบายการปราบปรามยาเสพติด สมัยนายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ใช้วิธีการปราบยาเสพติดแบบฆ่าตัดตอน กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นการใช้ศาลเตี้ยไม่ได้นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนมาก มีการเรียกร้องจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ ให้ตรวจสอบเรื่องการฆ่าตัดตอน 2500 ศพ ในการปราบปรามยาเสพติด

โดยให้แยกแยะว่า ในจำนวน 2500 ศพนั้น มีผู้บริสุทธิ์กี่คน จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบให้กับสังคมและประชาคมโลก ว่าการฆ่าตัดตอน 2500 ศพ มีผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าไปจำนวนเท่าไหร่ เป็นความเสียหายในสายตาประชาคมโลก ที่ประเทศไทยละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน

วันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) สำนักงาน ป.ป.ส.เชิญนายทักษิณมาเป็นองค์ปาฐกถา เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ซึ่งข้อกล่าวหาเก่า ข้อสงสัยเดิม นายทักษิณยังเคลียร์ไม่ได้เลย ถ้าหากจะให้ทักษิณมาขายความคิด พูดถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดอีก คงไม่พ้นแนวความคิดเดิม คือใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คือการฆ่าตัดตอนอีก ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยนำเรื่องนี้ขึ้นมาหาเสียง คิดว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของนายทักษิณ ปราบปรามยาเสพติดประสบความสำเร็จ จนนำมาประกาศเป็นนโยบายในการหาเสียง เมื่อปี 2566 ว่า ถ้าจะให้การปราบปรามยาเสพติดสำเร็จ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้ว ปัญหายาเสพติดไม่ลดลงเลย มีแต่นับวันจะเพิ่มขึ้น จับยาเสพติดได้แต่ละครั้งจำนวนมากๆ เมื่อก่อนจับได้เป็นแค่หลักแสน หลักล้านเม็ด แต่ตอนนี้เป็นหลัก10ล้าน หลักร้อยล้าน หลายร้อยล้านเม็ดก็ยังมี ทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่กระจายมาก เป็นปัญหาสังคม ทั้งคนขายและคนเสพ มีผู้ติดยาเสพติด เป็นจิตเวช จิตหลอน อาการเชือน มีการฆ่ากันตาย ทำร้ายคนในครอบครัว เป็นข่าวรายวัน เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง

การที่จะเชิญนายทักษิณ หรือนำนายทักษิณมาเป็นองค์ปาฐกถา เพื่อให้แนวทางในการปราบปรามยาเสพติด เชื่อว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำไม่ได้ ถ้าทำได้ คงจะทำไปแล้วสมัยรัฐบาลเศรษฐา จนถึงรัฐบาลแพทองธาร เพราะฉะนั้นพึงระมัดระวัง เพราะนายทักษิณเป็นบุคคลภายนอก และมีประวัติเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัดตอนยาเสพติด 2500 ศพมาก่อน และถ้ายึดเป็นโมเดล ก็เกรงว่ารัฐบาลจะมาผิดทาง และจะเป็นปัญหากับองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

ขอเตือนด้วยความหวังดี

อย่าให้ประวัติศาสตร์ปราบยาเสพติดแบบฆ่าตัดตอน ต้องซ้ำรอยอีกเลย

‘อิ๊งค์’ไปต่อมาเลเซีย ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46

‘อิ๊งค์’ไปต่อมาเลเซีย ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46

‘อิ๊งค์’ไปต่อมาเลเซีย ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.17 น.

เปิดภารกิจ‘นายกฯ’เดินทางถึง‘มาเลเซีย’ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 เป้าหมายส่งเสริมอาเซียนที่มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืนในทุกมิติให้กับประชากรร่วมกันกว่า 670 ล้านคนในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.68 เวลา 21.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ประกอบด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอุเมสนัส ปานเดย์ ผู้แทนการค้าไทย  นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดย ดร. ซาลีฮา มุสตาฟา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมด้วย ดาโต๊ะ โรไซโน บิน รัมลี อธิบดีฝ่ายพิธีการ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้การต้อนรับ

สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งวันแรกจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ ช่วงเช้า โดยนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 (Plenary) และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) จากนั้นจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ

สำหรับช่วงบ่าย จะเป็นการพบหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับคณะผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ผู้แทนเยาวชนอาเซียน (ASEAN Youth) และผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC)

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future) และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และภริยา เป็นเจ้าภาพ

การประชุมอาเซียนครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืน” (Inclusivity and Sustainability) โดยนายกรัฐมนตรีและผู้นำอาเซียน จะร่วมกันรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045 ซึ่งจะใช้ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในอีก 20 ปีข้างหน้า รวมถึงหาแนวทางร่วมกันของอาเซียนต่อความท้าทายทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค อาทิ สถานการณ์ในเมียนมา ทะเลจีนใต้ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการรับมือกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์ โดยประเด็นที่ไทยจะผลักดัน คือ การรวมตัวในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ การริเริ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาเซียน และแนวคิดความร่วมมือด้าน Digital Trade Logistics เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งอัจฉริยะระดับภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ เสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด และ online scams เพื่อแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยและอาเซียน ซึ่งสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน  //-005

ต้องเคารพคำตัดสินศาลปค. ‘หมอวรงค์’ซัดพท. เย้ยสงสัยหน้ามืด-คิดตีรวน ย้ำ‘ปู’ต้องชดใช้หมื่นล้าน

ต้องเคารพคำตัดสินศาลปค.  ‘หมอวรงค์’ซัดพท.  เย้ยสงสัยหน้ามืด-คิดตีรวน  ย้ำ‘ปู’ต้องชดใช้หมื่นล้าน

ต้องเคารพคำตัดสินศาลปค. ‘หมอวรงค์’ซัดพท. เย้ยสงสัยหน้ามืด-คิดตีรวน ย้ำ‘ปู’ต้องชดใช้หมื่นล้าน

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต้องเคารพคำตัดสินศาลปค. ‘หมอวรงค์’ซัดพท. เย้ยสงสัยหน้ามืด-คิดตีรวน ย้ำ‘ปู’ต้องชดใช้หมื่นล้าน พท.สงสาร-ห่วงใยยิ่งลักษณ์ หาช่องกฎหมายสู้คดีต่อ

“เพื่อไทย” ห่วงใย-สงสาร “ยิ่งลักษณ์” ถูกศาลสั่งชดใช้คดี“จีทูจี” จำนำข้าวสูญกว่าหมื่นล้าน เตรียมใช้ช่องทางกฎหมายสู้ต่อ ฟุ้งเห็นช่องขายข้าว 18.9 ล้านตันปี 67 เป็นหลักฐานใหม่ที่ศาลยังไม่ได้พิจารณา ยันจะรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด เพื่อขอความเมตตาจากศาล ด้าน “นพ.วรงค์” เปิดสัญญาจีทูจี 8 ฉบับชำแหละโกงจำนำข้าวละเอียดยิบ ตอก “ยิ่งลักษณ์กับปชช.”ใครกันแน่ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หยุดมั่วฟาด “เพื่อไทย”เคารพคำตัดสินศาล‘ปู’ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว

เมื่อวันที่ 25พฤษภาคม นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยและสงสารน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนการระบายข้าวจีทูจีกว่า 1 หมื่นล้าน เพราะทราบดีว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นช่วงการปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการยึดอำนาจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในปี 2557ผ่านมากว่า 10 ปีเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทีมกฎหมายทีมทนายที่ร่วมต่อสู้คดี และเมื่อคดีถึงที่สุดทางพรรคเพื่อไทยน้อมรับคำตัดสินและจะใช้ช่องทางกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ต่อสู้ในคดีนี้ต่อไป

เพื่อไทยโวมีหลักฐานใหม่ช่วย“ปู”

นายดนุพรกล่าวต่ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นกำลังใจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังคดีตัดสินมีการสอบถามมายังพรรคเยอะมาก จึงได้คุยกับฝ่ายกฎหมายและผู้ใหญ่ของพรรค พบว่า คดีนี้ยังมีช่องทางที่ยังพอต่อสู้คดีได้ เมื่อเดือนกรกฎาคมของปี 2567 มีการขายข้าว 18.9 ล้านตัน ซึ่งจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะนำไปสู่การขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดได้ภายใน 90 วันตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542

“หลักฐานใหม่นี้เป็นการขายข้าวปี 2567 ที่ยังไม่ได้หยิบยกเข้ามาพิจารณาคดี พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณา จึงจะใช้ช่องทางทางกฎหมายต่อสู้ต่อไป คดีนี้เกิดขึ้นช่วงปฏิวัติยึดอำนาจ ผู้นำขณะนั้นใช้อำนาจตามมาตรา 44 หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีจำนำข้าว แต่แน่นอนว่าเราจะสู้กันไปโดยใช้หลักฐานตามช่องทางกฎหมาย”นายดนุพร กล่าว

ย้ำจำนำข้าวของพท.จึงต้องชี้แจง

และว่า ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยหลังมีคำพิพากษาว่า เพจของพรรคลงเรื่องราวเกี่ยวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น นายดนุพรกล่าวว่า นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ในการหาเสียงเมื่อปี 2554 ส่วนหนึ่งที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามาจากนโยบายนี้ อีกทั้งได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นนโยบายหลักที่จะทำให้เกษตรกรชาวนาลืมตาอ้าปากได้ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่พรรคเพื่อไทย ต้องลงชี้แจง พูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องของคดีนี้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คดีมาตรา 112 นายดนุพร กล่าวว่า ในช่วงการเปิดสมัยประชุมสภาฯ 3 กรกฎาคม วันที่ 9 กรกฎาคมจะมีการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้นไม่อยากให้ถกเถียงนอกสภาว่ามาตรา 112 เป็นการเมืองหรือไม่ เมื่อมาถึงขั้นตอนพิจารณาจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยถกเถียงอธิบายกันในสภา เพื่อหาข้อสรุปต่อไปส่วนกรณีมีนักกฎหมายบางคน ให้ความเห็นว่า การขายข้าวไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานใหม่ได้ เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา แต่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุดและขอความเมตตาจากศาล

หมอวรงค์เปิด8สัญญาจีทูจีโต้ปู

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“วรงค์ เดชกิจวิกรม”ว่า “ยิ่งลักษณ์หรือประชาชนผู้จ่ายภาษีใครกันแน่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม”ได้เห็นนักการเมืองและทีมทนายความ พยายามดิ้นรน แถ เพื่อบิดเบือนความจริง ได้ส่งรายละเอียดข้อมูล การทุจริตจีทูจีมาให้ตนจึงขอเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ ขบวนการโกง ตามที่ทราบช่วงจำนำข้าว ข้าวสารท้องตลาดราคาสูงขึ้น เพราะรัฐบาลจะเป็นผู้ผูกขาดตลาดข้าวสาร มีขบวนการจีทูจีเก๊ เพื่อขายข้าวสารราคาถูกให้บริษัทใกล้ชิดพรรคเพื่อไทย

โดยการขายรอบแรก 4สัญญา สัญญาที่1 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2554 กับบริษัท GSSG จำนวน 2.195 ล้านตัน ข้าวทุกชนิดเฉลี่ยตันละ 10,000 บาท สัญญาที่2 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2554 กับบริษัท GSSG จำนวน 2 ล้านตัน ข้าวขาว5% ตันละ 16,950 บาทสัญญาที่3 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 กับบริษัท GSSG จำนวน 2.3 ล้านตัน ข้าวขาว5% ตันละ 13,860 บาทสัญญาที่4 ลงวันที่ 6 กันยายน 2555 กับบริษัท HINAN grain and oil จำนวน 65,000 ตัน ปลายข้าวเหนียวตันละ 13,800บาท รวมทั้งสิ้น 4 สัญญา 6.5 ล้านตัน

ชี้4สัญญาทำปท.เสียหาย2หมื่นกว่าล้าน

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า เฉพาะการทุจริต 4 สัญญานี้ ศาลปกครองพิพากษาแล้วว่า สร้างความเสียหาย 20,057ล้านบาท ถ้าจำกันได้ ช่วงก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายออกมาเตือน และวันที่ 9 ตุลาคม 2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังออกมาพูด พร้อมกับนายบุญทรงว่าเห็นสัญญา(พูดแบบผิดไปถูกๆ)เพื่อปกป้องการทุจริตครั้งนี้ที่เลวร้าย เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องรู้ หลังจากที่พวกเราอภิปรายเรื่องการทุจริตจีทูจี โครงการนี้ควรต้องยุติ ตั้งแต่มีการอภิปราย วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มิได้ยำเกรง ยังมีการขายจีทูจีต่อเนื่องไปอีกคือ สัญญาที่ 5 ลงวันที่ 9 มกราคม 2556 ทำสัญญาขายข้าว G to G แบบทุจริต รวม 3 ล้านตัน ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2554/55 และ 2555 ตันละ 10,500 บาท ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2555/56 ตันละ 12,000 บาทสัญญาที่ 6 ลงวันที่ 11 มกราคม 2556ทำสัญญาขายข้าว G to G แบบทุจริตรวม 2 ล้านตัน ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2554/55 และ 2555 ตันละ 10,500 บาท ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2555/56 ตันละ 12,400บาท สัญญาที่ 7 ลงวันที่ 9 เมษายน 2556 ทำสัญญาขายข้าว G to G แบบทุจริต รวม 4ล้านตัน ข้าวขาว5% ปีการผลิต 2549/50 – 2552/53 ตันละ 9,000 บาท ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2554/55และ2555 ตันละ10,400บาทข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2555/56 ตันละ 12,000บาท สัญญาที่ 8 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ทำสัญญาขายข้าว G to G แบบทุจริต รวม 5 ล้านตันข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2554/55 และ 2555 ตันละ 9,000 บาท ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2555/56 ฤดูการผลิตที่ 1 และ 2 ตันละ 9,500 บาท

สัญญาที่5-8ทำไมปปช.ไม่ดำเนินคดี

“สิ่งที่น่าสังเกต การขายจีทูจี สัญญาที่5 ถึง 8ป.ป.ช.ทำไมถึงยังไม่มีการดำเนินคดี และให้สังเกต สัญญาจีทูจีสัญญาที่ 8 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2556 หลังจากนั้น วันที่ 30 มิถุนายน 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงปรับนายบุญทรงออกจากรัฐมนตรีพาณิชย์ สิ่งที่ต้องถามยิ่งลักษณ์ คุณมีเจตนาปล่อยให้บุญทรงโกง ให้เรียบร้อยก่อนหรือไม่ ทำไมจึงปล่อยให้โกงอีก 4สัญญา 14ล้านตัน หลังจากจบสัญญาสุดท้าย 26 มิถุนายน 2556 คุณจึงปรับนายบุญทรงออก ในวันที่ 30 เดือนเดียวกัน แสดงว่าคุณจงใจปล่อยให้โกงใช่หรือไม่”นพ.วรงค์ตั้งข้อสังเกต

ย้อนใครกันแน่ไม่ได้ความเป็นธรรม

มือปราบโกงจำนำข้าวกล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมวันที่ 30 เมษายน 2555 หนังสือเตือนจาก ป.ป.ช. มีหนังสือถึงนายกฯ บางส่วนระบุว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยยกระดับราคาให้สูงกว่าระดับราคาตลาดอย่างมาก ราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ความชื้น 15% ตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิที่ความชื้น 15% ราคาตันละ 20,000 บาทข้าวเปลือก 1 ตัน สีเป็นข้าวสารได้ประมาณ 650 กิโลกรัม หากคิดเป็นข้าวสาร 1 ตัน จะมีต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นข้าวเปลือก มูลค่า 23,077 บาท และเมื่อรวมกับค่าสีแปรสภาพ ค่าขนส่งอีกตันละ 1,500 บาท รวมเป็นต้นทุนต่อตันข้าวสาร เท่ากับ 24,577บาท

“นี่คือความจริงที่ยิ่งลักษณ์ต้องรับรู้ คุณจะได้รู้ตัวว่า ใครกันแน่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมระหว่างคุณไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือประชาชนเจ้าของภาษี เป็นผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม”นพ.วรงค์กล่าวย้ำ

ฟาดพท.หยุดมั่วอ้างหลักฐานใหม่

นพ.วรงค์ยังโพสต์ถึงพรรคเพื่อไทยด้วยว่า พรรคเพื่อไทยพยายามดิ้น หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 10,028 ล้านบาท ที่เกิดจากการทุจริตจีทูจี อ้างว่ามีหลักฐานใหม่ ที่ยื่นต่อศาลปกครอง พิจารณาคดีขึ้นใหม่ โดยอ้างถึงข้าวที่ขายได้18ล้านตันเศษ สามารถนำมาชดใช้หนี้ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนขอถามพรรคเพื่อไทย ถ้าคุณมีส้มสองเข่ง เข่งหนึ่งถูกลูกน้องเอาไปแอบขาย ย่อมมีค่าเสียหายที่ลูกน้องไปแอบขาย คุณมีสิทธิที่จะดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหาย จากเข่งที่ลูกน้องโกงต่อมาลูกน้องบอก ส้มอีกเข่งถ้าขายแล้ว จะได้เอาเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย ที่เขาโกงไป คุณคิดว่าทำได้หรือไม่ คุณจะยอมหรือไม่ ส้มเข่งที่เหลือ เมื่อขายได้ก็ต้องเอาไปใช้หนี้ต้นทุนที่ลงทุน ส่วนที่เขาโกงก็ต้องให้ชดใช้

เย้ยสงสัยหน้ามืดเลยคิดตีรวน

“การขายข้าวจีทูจี ที่มีการโกง นำไปสู่การเสียหาย คุณก็ต้องชดใช้ส่วนที่มีการโกง ส่วนข้าวที่เหลือ เมื่อขายได้ คุณก็ต้องไปใช้หนี้เงินที่กู้มาลงทุน(ต้นทุน) ที่กู้มาซื้อข้าวเปลือก ตรรกกะง่ายๆ ทำไมไม่ยอมเข้าใจ สงสัยหน้ามืด คิดจะตีรวน โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง ความจริงแล้ว ข้อมูลใหม่ที่กระทรวงการคลัง ควรจะนำไปร้องศาลปกครองคือหลักฐานการระบายข้าวแบบจีทูจีอีก 14 ล้านตัน ก่อนจะปรับนายบุญทรงออก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2556อันนี้คือหลักฐานการทุจริตอีก 4 สัญญา ที่ใหม่จริงๆ และน่าจะมีอะไรผิดปกติ เรื่องจึงเงียบไป และศาลยังไม่ได้พิจารณา พรรคเพื่อไทยควรหยุดมั่วได้แล้ว ระบอบประชาธิปไตย ควรเคารพคำตันสินของศาล ที่สำคัญคือ อย่าเอาเสียงดังมามั่ว ถ้ามีเหตุผล ก็พอฟังได้ แต่ครั้งนี้ เด็กป.4 ยังรู้เลยว่าพวกคุณตีรวนแบบมั่วๆ

ด้อยค่า‘ลูกอิงค์’ ‘โรม’อัด‘ทวี’เชิญ‘แม้ว’จ้อปราบยา ทำภาวะผู้นำเลวร้ายลง ระวังซ้ำรอย‘ดูเตอร์เต2’

ด้อยค่า‘ลูกอิงค์’  ‘โรม’อัด‘ทวี’เชิญ‘แม้ว’จ้อปราบยา  ทำภาวะผู้นำเลวร้ายลง  ระวังซ้ำรอย‘ดูเตอร์เต2’

ด้อยค่า‘ลูกอิงค์’ ‘โรม’อัด‘ทวี’เชิญ‘แม้ว’จ้อปราบยา ทำภาวะผู้นำเลวร้ายลง ระวังซ้ำรอย‘ดูเตอร์เต2’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“โรม” ซัด “ทวี” เชิญ “พ่อทักษิณ” จ้อโชว์วิชั่นแก้ยาเสพติด 27 พฤษภาคมนี้ อาบยาพิษด้อยค่า “ลูกอิ๊งค์”ซ้ำเติม “ภาวะผู้นำ” ให้เลวร้าย ตอกย้ำภาพชัด‘บุตรสาว’เป็นเพียง‘นอมินี’เตือนใช้ยาแรงประกาศสงครามฯวนลูปเดิม ระวังซ้ำรอย‘ดูแตร์เต2’

เมื่อวันที่25พฤษภาคม2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เชิญ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ยาเสพติดอาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน” ที่สำนักงานป.ป.ส.ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ หนัก เร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบจัดการ และ สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินคือรัฐบาลมีแนวทางจัดการยาเสพติดอย่างไร แต่แทบไม่เห็นวิสัยทัศน์ของ นส. แพทองธาร ชินวัตร นายกฯเลย ทั้งที่รัฐบาลเพื่อไทยอยู่มานานแล้ว

“กลายเป็นว่า พ.ต.อ.ทวี ควรจะให้พื้นที่นายกรัฐมนตรีในการแสดงวิสัยทัศน์ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่กลายเป็นว่าไปเชิญนายทักษิณ อดีตนายกฯ ซึ่งวันนี้สังคมตั้งคำถาม ทำตัวเหมือนเป็นนายกฯเสียเอง ใช้ลูกเหมือนเป็นนอมินี ได้ชื่อว่ามีตำแหน่งนายกฯ แต่ไม่มีบทบาท บริหารจริง การทำแบบนี้เป็นการด้อยค่านายกฯตัวเอง ทำให้ซ้ำเติมปัญหา ภาวะผู้นำของคุณแพทองธาร ให้เลวร้ายไปกว่าเดิมทั้งที่สังคมอยากจะเห็นบทบาทของนายกฯในการแก้ปัญหาเรื่องนี้“ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ยอมรับการแก้ปัญหายาเสพติดในอดีตตามแนวทางนายทักษิณ สร้างผลกระทบให้ผู้บริสุทธ์ และ บางคนก็ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือถึงแม้ไม่ได้เป็นผู้บริสุทธ์ แต่ระดับความร้ายแรงในการปราบปรามจะถึงขึ้นสมควรตายหรือไม่ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และแนวทางดังกล่าวก็ถูกใช้อีกครั้งผ่าน ในการทำสงครามยาเสพติด ในยุค นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระหว่างปี 2559-2560 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสุดท้ายวันนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทวีปยุโรป หลังศาลอาญาระหว่างประเทศ ออกหมายจับในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากสงครามปราบยาเสพติด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

“วิธีการในอดีตของ คุณทักษิณ รวมถึงพรรคพวกที่ยังภาคภูมิใจไทยกับแนวทางในอดีต ที่ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ เพราะยาเสพติดยังอยู่กับเรา เพราะไม่แก้ที่ต้นตอก็คือ กลุ่มว้า ที่เป็นรายใหญ่ยาเสพติดระดับโลก ถือเป็นอาชญากรข้ามชาติไม่ต่างจากผู้ก่อการร้าย ซึ่งรัฐบาลไทยเคยดำเนินการอะไรกับกลุ่มว้าหรือไม่ จึงทำให้เห็นว่ารัฐบาลแพทองธารล้มเหลวในการแก้ปัญหายาเสพติดตลอดมา ฉะนั้นหาก คุณทักษิณ จะดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติดตามแนวทางเดิม ก็ไม่ต่างอะไรจากคุณดูแตร์เต แต่หากคุณแพทองธารจะทำเอง ก็เตรียมตัวเป็นคุณดูแตร์เต2 ได้เลย” นายรังสิมันต์ กล่าว