โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง‘ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์’เป็นเลขาธิการสภาฯ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง‘ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์’เป็นเลขาธิการสภาฯ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง‘ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์’เป็นเลขาธิการสภาฯ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.26 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง‘ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์’เป็นเลขาธิการสภาฯ

16 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2568 มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตั้งข้าราชการรัฐภาสามัญ ให้นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2568

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

‘หมอตุลย์’ยก 3 เหตุผล ตอกย้ำ‘อิ๊งค์’ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติ

‘หมอตุลย์’ยก 3 เหตุผล ตอกย้ำ‘อิ๊งค์’ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติ

‘หมอตุลย์’ยก 3 เหตุผล ตอกย้ำ‘อิ๊งค์’ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

‘หมอตุลย์’ยก 3 เหตุผล ตอกย้ำ‘อิ๊งค์’ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติ

16 สิงหาคม 2568 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า…

ถึงวิญญูชนทุกท่าน

ก่อนศาลรธน.จะพิพากษาคดีนายกฯแพทองธารว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริต และประพฤติผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

ผมขอตั้งข้อสังเกตดังนี้

1. นายกฯแพทองธาร โทรคุยกับนายฮุนเซ็น ผู้มีอำนาจตัวจริงของประเทศกัมพูชา ในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะนายกรัฐมนตรีประเทศไทยกันแน่? เมื่อพิจารณาจากเนื้อความโดยรวมแล้ว ไม่ใช่การพูดคุยส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติทั้งสิ้น

2. การจะเจรจากับผู้มีอำนาจของประเทศอื่น ที่กำลังมีความขัดแย้งกัน ควรเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการ และโปร่งใส มีผู้ร่วมในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายความมั่นคงและต่างประเทศ  ใช้การประชุม Video call จากทำเนียบ มีการบันทึกทั้งสองฝ่าย

3. เนื้อความที่นายกฯแพทองธาร เจรจากับนายฮุนเซ็น มีเนื้อความที่ด้อยค่าแม่ทัพภาคที่สองของไทย และเอายุทธวิธีทางทหาร เช่นการปิดด่าน ไปเปิดเผย และตกลงที่จะทำตาม ในทางที่จะเกิดความเสียหายต่อชาติ

ซึ่งหากผู้อื่นดำรงตำแหน่งนายกฯ สมควรติดต่อนายฮุนเซ็นอย่างเป็นทางการ และคงไม่มีนายกฯคนใดเจรจาความที่เป็นผลเสียต่อความมั่นคงของชาติเช่นนั้น

ทุกท่านคงเห็นตรงกันว่า นายกฯแพทองธาร ได้กระทำการที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ และผิดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกต่อไป

จึงสื่อสารมาเพื่อโปรดพิจารณา

ด้วยความห่วงใยชาติ

ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

#ผู้นำต้องซื่อสัตย์สุจริต

‘สว.วีระพันธ์’ชำแหละสุ่มตรวจเวชระเบียน 3% แต่เหมา 100% ถามสปสช.โปร่งใสจริงหรือ?

‘สว.วีระพันธ์’ชำแหละสุ่มตรวจเวชระเบียน 3% แต่เหมา 100% ถามสปสช.โปร่งใสจริงหรือ?

‘สว.วีระพันธ์’ชำแหละสุ่มตรวจเวชระเบียน 3% แต่เหมา 100% ถามสปสช.โปร่งใสจริงหรือ?

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.47 น.

‘สว.วีระพันธ์’ชำแหละสุ่มตรวจเวชระเบียน 3% แต่เหมา 100% ถามสปสช.โปร่งใสจริงหรือ?

16 สิงหาคม 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และรองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า…

รพ.กับ สปสช. เขาทะเลาะอะไรกัน?

สปสช. ไม่ใช่หน่วยบริการสุขภาพ ไม่มีหน้าที่รักษาคน หรือจ่ายยาให้คน อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่เป็นหน่วยงานที่นำงบประมาณจากรัฐ มาจ่ายให้กับ รพ. , คลินิก และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่รักษาประชาชน

สรุปง่าย ๆ คือเป็นคนควบคุมเงินจากรัฐ มาให้ รพ.  ดังนั้น ปัญหาระหว่างผู้จ่ายเงินกับผู้รับเงินซึ่งเป็นผู้ให้บริการประชาชนที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และมีมากมายหลายเรื่องมาตั้งแต่อดีต

แต่รอบนี้สำคัญ…

เพราะจู่ ๆ สปสช. ก็เกิดความคิดใหม่ คือแทนที่จะตรวจสอบจริง ว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ ให้บริการรักษาประชาชนจนหายกลับบ้านใช้งบเท่าไหร่ ก็จ่ายตามจริงไปอย่างนั้น แต่กลับไม่อยากตรวจสอบทั้งหมด จะเอาแค่สุ่มเวชระเบียน 3% ก็พอ แล้วถือว่า 3% นั้น คือ 100% (extrapolation)

ผลที่ตามมาก็คือ หากเจอว่า โรงพยาบาลเขียน over เกินจริง ก็จะตัดเงินคืน อันนี้ผมว่าถูกต้อง ชอบธรรม ไม่มีใครว่า แต่… หากสุ่มตรวจแล้วพบว่าเวชระเบียนเขียนไม่ครบ แม้จะรักษาจริง ผ่าตัดจริง จ่ายยาจริง คนไข้หายจริง ก็จะจ่ายตามที่เขียนไม่ครบนั้น (เอาคืนทั้งขึ้นทั้งล่องว่างั้น)

ยกตัวอย่างเหมือนกับ เราไปกินก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อน 5 ชาม อาแปะคนขายดันเขียนผิด มาเก็บเงินแค่ 3 ชาม เราคนกินก็ยืนยันจะจ่ายแค่ 3 ชามเท่าที่เขียน อาแปะคนขายจึงโวยวายใหญ่ ว่า “เฮ้ย ลื้อกินไป 5 ชามนะ” แต่ไอ้เราคนกินก็ยังยืนยันจะจ่าย 3 ชาม โดยอ้างว่า แปะเขียนผิดเองนี่หว่า

ซึ่งผลจากการตรวจสอบเบื้องต้น หากดำเนินการตามนี้ มีโอกาสเป็นไปได้ว่า รพ.ทั่วประเทศที่ขาดทุนหนักหนา ร่อแร่อยู่แล้ว ต้องเอาเงินไปคืนให้ สปสช. อีกเกือบ 4 พันล้านบาท (ขอให้ผมคิดผิด)

คำถามจากผมและผู้ให้บริการที่แท้จริงกับประชาชน ถึงผู้ถือเงินมาจ่ายก็คือ

1. ท่านต้องการความถูกต้องโปร่งใสด้านเอกสาร จาก รพ.ซึ่งทำงานบริการหนักมาก ต้องทำให้ถูกใจท่าน 100% แต่ตัวท่านเองกลับพอใจที่จะทำงานแค่ 3% ถูกต้องแล้วหรือ ? ทำไมท่านไม่ทำ 100% ไปด้วยกันเลยครับ

2. การสุ่มเวชระเบียน 3% ที่ท่านอ้างว่า สถิติบอกว่าใช้ได้ ผมจะขอถามท่านว่า sample size เกี่ยวหรือไม่? โรงพยาบาลใหญ่มีเวชระเบียนมาก 3% อาจพอใช้ได้ตามสถิติ แต่โรงพยาบาลเล็ก sample size น้อย การใช้ 3% ใช้แล้วได้ผลเหมือนกันจริงหรือ ?

3. ท่านเคยรับปากกับผมเองทั้งในสื่อและในห้องกรรมาธิการว่า จะไม่มีการเรียกเงินคืนแต่จะเติมเงินให้ด้วย แต่ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศส่งเรื่องมาให้ผมว่าท่านจะเรียกเงินคืนจริงๆ  สรุปว่าท่านจะกลืนน้ำลายที่บ้วนทิ้งนั้นกลับเข้าไปในปากท่านได้จริงหรือ ?

สิ่งที่หลายองค์กรแพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลคัดค้านไม่ใช่การตรวจสอบ แต่คือการใช้ผลตรวจเป็นเครื่องมือลงโทษทางการเงิน โดยไม่มีการแยกแยะระหว่าง “บันทึกไม่ครบ” กับ “ไม่ได้ให้บริการจริง” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมจากหลายฝ่ายคือ สปสช. ควรใช้ผลตรวจเพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบบันทึกเวชระเบียนมากกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือเรียกเงินคืน ควรตั้งคณะทำงานร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อกำหนดวิธีสุ่มและขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมตามหลักสถิติ และเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลแก้ไขข้อผิดพลาดก่อนขยายผล

ท้ายที่สุด นโยบายสาธารณสุขต้องตั้งอยู่บนความจริง ความแม่นยำ และความยุติธรรม สถิติไม่ควรถูกใช้เป็นเพียงข้ออ้างในการตัดสินใจที่กระทบความอยู่รอดของระบบบริการสุขภาพ

เพราะหากโรงพยาบาลอ่อนแรงลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นครับ แต่คือประชาชนผู้ป่วยที่พวกเราช่วยกันดูแล

ทบทวนเถอะครับ

เช็คเสียงโหวตงบ69! ‘8 สส.งูเห่า’ฝ่ายค้านโผล่หนุน ‘รัฐบาล’ไม่มีแตกแถว

เช็คเสียงโหวตงบ69! ‘8 สส.งูเห่า’ฝ่ายค้านโผล่หนุน ‘รัฐบาล’ไม่มีแตกแถว

เช็คเสียงโหวตงบ69! ‘8 สส.งูเห่า’ฝ่ายค้านโผล่หนุน ‘รัฐบาล’ไม่มีแตกแถว

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.35 น.

เช็คเสียง สส.‘โหวตงบ69’ พบ‘8 สส.งูเห่า’ฝ่ายค้านโหวตหนุน ฟาก‘รัฐบาล’ไม่มีแตกแถว ขณะที่‘บิ๊กป้อม-เฉลิม อยู่บำรุง’ไม่พบลงมติใดๆ

16 สิงหาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตผ่านวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ด้วยคะแนน 257 ต่อ 230 งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น

จากการตรวจสอบพบว่า เสียงเห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้เสียงที่ปริ่มน้ำนั้น โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงมติปกติ แม้กระทั่งนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ก็ลงมติเห็นด้วย ขณะที่นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้น งดออกเสียง ส่วนร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ ไม่พบการลงมติใดๆ

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงมติเห็นด้วย มีเพียงนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ที่ไม่พบการลงมติใด

ส่วนพรรคกล้าธรรม (กธ.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรคประชาชาติ (ปช.) เห็นด้วย ยกเว้นนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่พบการลงมติใดๆ

สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ก่อนหน้านี้พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 แต่จากการตรวจสอบพบว่า พรรคปชน.ลงมติไปในทิศทางเดียวกัน คือ ไม่เห็นด้วย มีเพียงน.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี ที่ลงมติเห็นด้วย

ขณะที่พรรค ภท. ลงมติไม่เห็นด้วยยกพรรค มีเพียง 1 เสียงที่สวนมติพรรคคือ น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ ลงมติเห็นด้วย โดยก่อนหน้านี้น.ส.ประภา เป็น 1 ใน 3 สส.ที่โหวตสวนมติพรรคหนุนพรรค พท.ให้ถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้พรรค ภท. ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้พักการทำกิจกรรมพรรคไว้ก่อน

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  19 เสียง ส่วนใหญ่โหวตไม่เห็นด้วย มีเพียงน.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร และนายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร ที่ลงมติเห็นด้วย ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ไม่พบการลงมติ

สำหรับพรรค ทสท. 6 เสียง พบว่ามี 3 เสียงที่ลงมติเห็นด้วย ได้แก่ นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร

 ขณะที่พรรคเป็นธรรม 1 เสียง นายกัณวีร์ สืบแสง ลงมติไม่เห็นด้วยสอดคล้องกับจุดยืนพรรคร่วมฝ่ายค้าน

‘ไพศาล’อัปเดตอาการล่าสุด ‘พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ’

'ไพศาล'อัปเดตอาการล่าสุด 'พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ'

‘ไพศาล’อัปเดตอาการล่าสุด ‘พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ’

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.34 น.

นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์อัปเดตอาการ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (บิ๊กจิ๋ว) ดังนี้ 

‘ธนกร’ขอบคุณสภาโหวตผ่านงบ69 ฉลุย แนะรัฐบาลคุมเข้มใช้จ่ายป้องโกง

‘ธนกร’ขอบคุณสภาโหวตผ่านงบ69 ฉลุย แนะรัฐบาลคุมเข้มใช้จ่ายป้องโกง

‘ธนกร’ขอบคุณสภาโหวตผ่านงบ69 ฉลุย แนะรัฐบาลคุมเข้มใช้จ่ายป้องโกง

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.03 น.

‘ธนกร’ขอบคุณสภาโหวตผ่านงบ69 ฉลุย เชื่อแม้มีวิกฤตการเมืองประเทศไม่สะดุด ขอทุกกระทรวงรับข้อทวงติงฝ่ายค้าน แนะรัฐบาลคุมเข้มใช้จ่ายป้องโกง ยันต้องคุ้มค่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกเม็ด ฝากเร่งเครื่องแก้ปมเศรษฐกิจด่วน

16 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึง สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเสียงข้างมากที่โหวตเห็นชอบงบประมาณปี 2569 ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญในการขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดินให้ประเทศเดินหน้าต่อ ไม่สะดุด ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณฝ่ายค้านที่ตั้งข้อสังเกตท้วงติงในเรื่องต่างๆ ตนเชื่อว่าทุกกระทรวงรับข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายค้านเพื่อปรับการใช้งบประมาณ ให้สอดคล้องกับแผนงานและเกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน 

ทั้งนี้นายธนกรฝากถึงรัฐบาลว่าขอให้มีการกำชับในการเบิกจ่ายงบประมาณทุกหน่วยงานทุกกระทรวงให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ให้มีช่องการทุจริตเด็ดขาด หากโครงการใดเสี่ยงที่จะมีประโยชน์ทับซ้อนหรือการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นธรรมเอื้อประโยชน์ผู้ใด ต้องรีบดำเนินการระงับยับยั้งและแก้ไขปัญหาให้เด็ดขาดทันที ป้องกันการทุจริต ไม่ให้มีการใช้งบประมาณแผ่นดินในทางที่ไม่ถูกต้องได้

“เมื่อกฎหมายงบประมาณปี 2569 ผ่าน ความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศจะขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป หากหลังจากนี้เกิดวิกฤตทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เชื่อว่ากลไกการบริหารงานราชการในการเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ จะไม่ทำให้สะดุด โดยขอฝากรัฐบาล ช่วยเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและรับมือเศรษฐกิจต่างประเทศโดยเฉพาะกำแพงภาษีสหรัฐฯให้เกิดความรอบด้าน ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เกษตรกรและพี่น้องประชาชนคนไทยให้น้อยที่สุด” นายธนกร ระบุ

ตั้งสมมุติฐาน‘อิ๊งค์’ลาออก-หวนกลับเก้าอี้นายกฯ ‘นิพิฏฐ์’ชี้อาจถูกร้องซ้ำ

ตั้งสมมุติฐาน‘อิ๊งค์’ลาออก-หวนกลับเก้าอี้นายกฯ ‘นิพิฏฐ์’ชี้อาจถูกร้องซ้ำ

ตั้งสมมุติฐาน‘อิ๊งค์’ลาออก-หวนกลับเก้าอี้นายกฯ ‘นิพิฏฐ์’ชี้อาจถูกร้องซ้ำ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.37 น.

ตั้งสมมุติฐาน‘อิ๊งค์’ลาออก-หวนกลับเก้าอี้นายกฯ ‘นิพิฏฐ์’ชี้อาจถูกร้องซ้ำ

16 สิงหาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

สมมุติว่า…

ผมก็เคยมีความเห็นว่า ถ้านายกรัฐมนตรี แพทองธาร ลาออก คดีที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีการจำหน่ายคดี ก็จะไม่มีคำวินิจฉัยว่า นายกรัฐมนตรีฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ สมมุติว่า มีการเสนอชื่อให้คุณแพทองธาร ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก  แต่… เมื่อได้รับการเสนอชื่อ ก็จะมีการยื่นคำร้องต่อศาลอีกว่า คุณแพทองธาร เคยพูดกับฮุนเซน ด้วยถ้อยคำไม่สมควร อันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลก็ต้องรับ และสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่อีก เพราะการร้องว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง มันไม่มีอายุความนี่ครับ

เอ้า.. แล้ว.. นายกฯจะเอาไงนี่??

คิดไปคิดมาก็งง..

สองพ่อลูกมีเรื่องให้ชาวบ้านอย่างเรา งงได้ตลอดล่ะ

‘พี่ดี้ นิติพงษ์’ลั่นถ้าผลออก 5 : 4 จริง จะหงุดหงิดมากเพราะไม่เคยแทงถูก

‘พี่ดี้ นิติพงษ์’ลั่นถ้าผลออก 5 : 4 จริง จะหงุดหงิดมากเพราะไม่เคยแทงถูก

‘พี่ดี้ นิติพงษ์’ลั่นถ้าผลออก 5 : 4 จริง จะหงุดหงิดมากเพราะไม่เคยแทงถูก

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.21 น.

‘พี่ดี้ นิติพงษ์’ลั่นถ้าผลออก 5 : 4 จริง จะหงุดหงิดมากเพราะไม่เคยแทงถูก

16 สิงหาคม 2568 “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการคาดการณ์ผลคดีคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ ฮุน เซน ที่น่าจะออกมา 5 : 4 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 ส.ค.68 ระบุว่า…

ภาพจาก เขาเปิดหน้าเปิดชื่อหมด…

ฉันขอไม่เปิดละกัน…เพราะมันอาจจะเยอะไป…

แต่ถ้าหวยออกมาตรงตามนั้น….

ฉันจะไม่อาจคิดในแง่ดีได้เลย….

ฉันจะหงุดหงิดมาก….เพราะฉันไม่เคยแทงหวยถูกเลย…

เลคเชอร์ 4 ข้อ 21 ส.ค.‘อิ๊งค์’กำหนดอนาคตตัวเอง จับตาปรากฏการณ์สำคัญ

เลคเชอร์ 4 ข้อ 21 ส.ค.‘อิ๊งค์’กำหนดอนาคตตัวเอง จับตาปรากฏการณ์สำคัญ

เลคเชอร์ 4 ข้อ 21 ส.ค.‘อิ๊งค์’กำหนดอนาคตตัวเอง จับตาปรากฏการณ์สำคัญ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.34 น.

เลคเชอร์ 4 ข้อ 21 ส.ค.‘อิ๊งค์’กำหนดอนาคตตัวเอง จับตาปรากฏการณ์สำคัญ

16 สิงหาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า…

21 ส.ค. อุ๊งอิ๊ง กำหนดอนาคตตัวเอง

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการไต่สวนสืบพยานในคดีคลิปเสียงหลุด ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 โดยการกำหนดให้นางสาวแพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าไต่สวนสืบพยานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด มีการวิพากษ์วิจารณ์ และวิเคราะห์ว่า ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ นางสาวแพทองธาร จะเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองหรือไม่

มีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องนี้จากนางสาวแพทองธาร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ  นางสาวแพทองธารได้ส่งยิ้ม ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้วันที่ 21 สิงหาคมเป็นวันไต่สวนสืบพยาน นับว่าเป็นวันสำคัญเกี่ยวกับคดีคลิปหลุดของนางสาวแพทองธาร เพราะ

1.วันที่ 21 สิงหาคม เป็นวันเกิดของนางสาวแพทองธาร ถือว่าเป็นวันที่มีความหมาย และเป็นวันสำคัญในชีวิต ซึ่งนางสาวแพทองธาร ได้เปรยกับผู้สื่อข่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดวันไต่สวนสืบพยานตรงกับวันเกิดพอดี

2.ถ้านางสาวแพทองธาร ตัดสินใจไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อไต่สวนสืบพยานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ก็น่าจะเป็นการใช้สิทธิ์และเป็นการให้เกียรติศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะเสี่ยงต่อการไต่สวนสืบพยาน เพราะอาจจะถูกซักไซ้ไล่เรียงจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนางสาวแพทองธารไม่มีประสบการณ์ หรือวุฒิภาวะในการตอบคำถามเพียงพอ การพูดหรือสอบถามไต่สวนแบบสดๆ อาจจะพลาดหรือแสดงจุดอ่อนได้

3.นางสาวแพทองธาร อาจจะใช้วิธีการยื่นเป็นเอกสาร เพื่อที่จะป้องกันความผิดพลาด มีการไต่สวนสืบพยานโดยใช้วิธีการยื่นเอกสารประกอบ มีความสมบูรณ์มากกว่า และเป็นสิทธิ์สามารถทำได้

4.นางสาวแพทองธาร อาจตัดสินใจครั้งสำคัญ ใช้วันเกิดคือวันที่ 21 สิงหาคม ที่ศาลนัดไต่สวนสืบพยาน เขียนใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อปิดเกมในคดีนี้ ไม่ให้ยืดเยื้อต่อไป และมีผลผูกพันกับอนาคตทางการเมืองของนางสาวแพทองธารในอนาคต

ผมเชื่อว่าวันที่ 21 สิงหาคมนี้ เป็นวันที่มีความหมายทางการเมือง และเป็นวันสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของนางสาวแพทองธาร

เชื่อว่าคงจะมีปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สำคัญ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้แน่นอน

ถ้าวาทกรรมลิเก‘ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ’เป็นความจริง ‘พิธา’คงอยู่ยาก

ถ้าวาทกรรมลิเก‘ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ’เป็นความจริง ‘พิธา’คงอยู่ยาก

ถ้าวาทกรรมลิเก‘ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ’เป็นความจริง ‘พิธา’คงอยู่ยาก

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.58 น.

ถ้าวาทกรรมลิเก‘ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ’เป็นความจริง ‘พิธา’คงอยู่ยาก

16 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “กวีเหลวไหลแท้” โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

ถ้าเรื่องที่ทหารถูกเหยียดหยามว่า “ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ” เป็นความจริง(ซึ่งเริ่มมีข้อมูลมาสนับสนุนในทำนองนั้นมากขึ้น)

พิธา ผู้ผลิตวาทกรรมลิเกนี้อยู่ยากแล้วครับ เพราะแสดงว่าคำพูดนี้กลายเป็นความเกลียดชังฝังอยู่ในใจทหารมานานแล้ว ก่อนจะระเบิดออกมาเมื่อคืน

ความผูกพันเป็นเพื่อนระหว่างกัน เกิดจากการกระทำร่วมกันในสังคมเดียวกัน แต่จะมีความเป็นเพื่อนแบบไหนเหนียวแน่นเหมือนเพื่อนที่เป็น “สหายร่วมรบ” นับว่ายาก

การฝากฝังชีวิตตัวเองอย่างวางใจไว้กับเพื่อนขณะสาดกระสุนในสมรภูมิรบ หากรอดชีวิตกลับมา จะเป็นเพื่อนรักกันจนวันตาย

พิธา เคยเห็นทหารผ่านศึกอายุ 90 เจอกันก็ทักทายกันอย่างคิดถึงสนิทสนมมั้ย

หรือว่านักเรียนนอกอย่าง พิธา เคยดูหนังไทยที่เมื่อเพื่อนทหารกลับจากรบแล้วพบว่า พ่อแม่ถูกกำจัด น้องสาวถูกย่ำยีจากเจ้าพ่อที่ต้องการจะได้ที่ดินของครอบครัวพวกเขา พระเอกเลยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนทหารด้วยกัน ซึ่งเมื่อปัดฝุ่นหลังจากลงจากรถสองแถวก็ชกต่อยจนนักเลงหัวไม้ลูกน้องเจ้าพ่อแตกกระเจิงไป บ้างมั้ย

แม้จะเป็นแค่บทภาพยนตร์ แต่ก็นำมาจากเรื่องจริงนะพิธา ไม่งั้นเขาจะสร้างหนังพลอตคล้ายกันเป็นสิบๆ เรื่องเหรอ?

ทหารเป็นอาชีพมีอาวุธ หรืออย่างน้อยก็เข้าถึงอาวุธได้ง่าย ทั้งสามารถใช้ได้อย่างเชี่ยวชาญ การรบครั้งนี้ทหารเขมรที่ตุยไป ไม่ได้เอาอาก้าติดมือไปด้วยนะพิธา ทหารไทยเก็บได้เป็นร้อยกระบอก คิดว่าพวกเขาจะส่งมอบทั้งหมดเหรอ?

อาก้าเป็นปืนที่มีแรงปะทะสูง ยากที่ผู้ถูกกระสุนจะปลอดภัยรอดมาได้

ทหารมีกำลังพลเป็นแสนนาย ขอเพียงมีคนเจ็บแค้นแทนเพื่อนจนทนไม่ไหวแค่สิบคน พิธาก็จะพูดม้วนลิ้นโชว์หล่อไปวันๆ บนเวทีปราศรัยยากแล้วครับ

แนะนำให้ไปต่างประเทศ อย่ากลับมาเมืองไทยจนกว่าเพลิงแค้นจะลดลง หรือจนกว่าพรรคถูกยุบไปตลอดกาลแล้ว ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

แต่ถ้าเป็นลูกผู้ชายชื่อไอ้แผนไม่กลัวคน ก็ต้องหาบอดี้การ์ดคุ้มกันมากๆ แต่รับรองได้ว่า ไม่มีความสุขหรอก เพราะต้องคอยระแวงตลอดเวลา

ประเมินสถานการณ์แล้วเป็นห่วงครับ ขอให้ตระหนักไว้ด้วย อย่ามั่นใจว่ารูปหล่อปากดีแล้วจะปลอดภัยนะครับ

สมัยเด็กๆ ผมตกปลาหมอที่ขึ้นบ้วนเหนือน้ำได้หลายมื้อแล้วครับ…