สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาติดหล่ม! ‘ธีระชัย’จวกรัฐบาลไร้น้ำยา โพลชี้ชัดปชช.เสื่อมศรัทธาหนัก

สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาติดหล่ม! 'ธีระชัย'จวกรัฐบาลไร้น้ำยา โพลชี้ชัดปชช.เสื่อมศรัทธาหนัก

สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาติดหล่ม! ‘ธีระชัย’จวกรัฐบาลไร้น้ำยา โพลชี้ชัดปชช.เสื่อมศรัทธาหนัก

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.30 น.

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ระบุว่า  สัมพันธ์กัมพูชาติดหล่ม

ถามว่า ทำไมต้องเปลี่ยนรัฐบาลก่อน จึงจะแก้ปัญหากัมพูชาที่ติดหล่มได้?

ตอบว่า ผลสำรวจนิด้าโพลชี้ชัดว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาในรัฐบาลนี้อย่างหนัก 

ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย จะคิดหาทางแก้ปัญหานี้อย่างใด ประชาชนก็ยังจะระแวง

ตัวอย่างในคลิป ที่นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีกัมพูชายิงใส่โรงพยาบาล 30 เตียง ในวันเกิดเหตุมีผู้ป่วยในอยู่ 38 คน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมวิถีกระสุนถึงตกที่ตึกนี้

นายภูมิธรรมตอบว่า วิถีเขายิงมาแบบกระจาย เขาไม่มีเป้าหมายสถานที่ล็อค ถ้ามีเป้าหมายสถานที่ล็อค มันก็จะอยู่ตรงนั้น

ผมตั้งข้อสังเกตว่า สำหรับบุคคลผู้ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ การพูดเช่นนั้น ไม่เหมาะสมกับหน้าที่

ไม่ว่ากัมพูชาจะยิงโดยตั้งใจหรือไม่ ผลกระทบต่อเป้าหมายพลเรือนนั้น มีปัญหาทั้งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทย 

นายภูมิธรรมจึงมีหน้าที่ต้องฟ้องต่อประชาคมโลก เพื่อเป็นการกดดันมิให้กัมพูชายิงเข้ามาในลักษณะที่อาจหลงไปยังอาคารพลเรือน และเนื่องจากเกิดผลกระทบต่อโรงพยาบาล ไม่ใช่อาคารบ้านเรือนธรรมดา จึงเป็นเรื่องที่ต้องยกขึ้นให้โลกรับรู้อย่างหนักแน่นเป็นพิเศษ

ดังนั้น นายภูมิธรรมที่กลับพูดในทำนอง ยกประโยชน์ คล้ายกับแก้ตัวให้แก่ทหารกัมพูชา จึงเป็นการลอยแพประชาชนคนไทย 

ส่อถึงความในใจ ที่มีแต่ทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลง

ในอีกสองรูปข้างล่าง ก็สะท้อนแนวคิดของรัฐบาลในลักษณะเดียวกัน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวเมื่อ 12 ส.ค. ว่า 

“กระทรวงพาณิชย์เร่งฟื้นการค้าชายแดน เล็งคุยกับ สปป.ลาว ขอส่งสินค้าผ่านไปเขมร“

ผมเสนอแนะว่ารัฐบาลควรจะตั้งหลักก่อน ว่าทำอย่างไรจะไม่เกิดปัญหาบริเวณชายแดนซ้ำอีก และมาตรการหนึ่งที่จะช่วยกดดันได้ ก็คือการพักส่งสินค้าไปกัมพูชาไว้ก่อน เพราะสินค้าไทยส่วน

ใหญ่เป็นของใช้จำเป็นแก่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

การที่กระทรวงพาณิชย์วางผลประโยชน์การค้าอยู่เหนือการบาดเจ็บล้มตายทั้งของพลเรือนและทหารไทยนั้น เข้าข่ายเป็นการทำงานเฉพาะส่วนเพื่อตอบโจทย์ให้แก่พ่อค้า โดยไม่คำนึงถึงแนวทาง

ป้องกันปัญหาแบบบูรณาการที่ทุกกระทรวงต้องเดินไปเป็นหนึ่งเดียว

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อ 7 ส.ค. ว่า 

“ยกเลิก MOU 43/44 เท่ากับเข้าทางกัมพูชา ไทยเสียเปรียบทันที เพราะมีสถานะเหมือนสนธิสัญญา เงื่อนไขสำคัญ ดึงกัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจากับไทย“

ผมเองไม่เห็นประโยชน์ที่ไทยจะไปเจรจาตาม MOU 43 เพราะระบุอ้างแผนที่ 1: 200,000 ที่ทำให้ไทยแพ้คดีเขาพระวิหารมาแล้ว และถ้ายึดตามแผนที่นี้ ไทยก็อาจจะแพ้คดีพื้นที่ปราสาทเล็กๆ ที่

ต่อเนื่องกับปราสาทพระวิหารซ้ำอีก

และผมไม่เห็นประโยชน์ที่ไทยจะไปเจรจาตาม MOU 44 เพราะระบุอ้างแผนที่ที่กัมพูชาลากเส้นฝ่าฝืนกติกาสหประชาชาติ และถ้ายึดตามแผนที่นี้ ไทยก็อาจจะเสียดินแดนผลประโยชน์ในทะเล

ทั้งสอง MOU ที่เป็นเอกสารราชการไทย แต่ไพล่ไปรับรู้สองแผนที่ ที่ไทยไม่ควรจะเข้าไปเกี่ยวข้อง อันเป็นปัญหาที่กระทรวงการต่างประเทศก่อขึ้น จึงมีหน้าที่จะคิดแนวทางแก้ไข

ส่วนการจะดึงกัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจานั้น กระทรวงการต่างประเทศควรบรรยายให้ประชาชนเข้าใจว่า หวังจะให้กัมพูชาสนองประเด็นใด อย่างไร และที่ผ่านมาที่ไม่เกิดขึ้นนั้น มีสิ่งใดเปลี่ยนไปที่จะ

ทำให้สำเร็จได้ในอนาคต

ทั้งนี้ ถ้าหากกระทรวงการต่างประเทศกังวลความเสี่ยง กัมพูชาอาจจะฟ้องไทยที่แจ้งยกเลิก MOU แต่ฝ่ายเดียว ผมก็ขอเสนอแนะดังนีั

กรณี MOU 43 ไทยก็ควรเดินหน้าสร้างกำแพงตามแนวสันปันน้ำไปทันที ซึ่งไทยเพียงแต่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในสนธิสัญญาฯ เท่านั้น ไม่ได้เกินเลย

ส่วนถ้ากัมพูชาเห็นว่าเป็นการผิดข้อตกลง ก็ให้เขาไปร้องเรียนเอง หรือเร่งขอนัดประชุมกับไทยเอง

กรณี MOU 44 ไทยจะพัฒนาปิโตรเลียมร่วมกับกัมพูชาก็ต่อเมื่อมีการปรับแก้ไขเส้นของกัมพูชาในแผนที่แนบให้เป็นไปตามกติกาสหประชาชาติ 

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาจำเป็นต้องหาทางปรับเข้าสู่ปกติโดยเร็วก็จริง แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย และต้องมองล่วงหน้าป้องกันปัญหาไปได้ในอนาคต

วันที่ 12 สิงหาคม 2568

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 

รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ 

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘กต.’ประท้วงกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซัดขัดต่อมาตรการหยุดยิง-สะท้อนความไม่จริงใจ

'กต.'ประท้วงกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซัดขัดต่อมาตรการหยุดยิง-สะท้อนความไม่จริงใจ

‘กต.’ประท้วงกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซัดขัดต่อมาตรการหยุดยิง-สะท้อนความไม่จริงใจ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.20 น.

12 สิงหาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ เรื่องการประท้วงต่อเหตุการณ์ครั้งที่ 4 ในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล  1. ตามที่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 2610 รวม 7 นาย ซึ่งทำการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องจุบตะโมก จังหวัดสุรินทร์ ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลนั้น

รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากพฤติการณ์ที่ไม่สุจริตใจของฝ่ายกัมพูชา การกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

2. เหตุการณ์ในครั้งนี้ และเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 สะท้อนความไม่จริงใจของกัมพูชา และเป็นการขัดต่อมาตรการหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในการนี้ ไทยจึงขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดอนุสัญญาฯ โดยทันที

3. ไทยจะประท้วงไปยังกัมพูชา และประธานอนุสัญญาฯ รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด พิจารณาทบทวนการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ไทยจะพิจารณาดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อตอบโต้กัมพูชาตามที่เห็นเหมาะสมต่อไป

4. ไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ และผิดหวังอย่างยิ่งที่กัมพูชา ซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และแสดงตนเป็นผู้ยึดมั่นในพันธกรณีตามอนุสัญญาฯ กลับใช้ทุ่นระเบิดเพื่อสังหารมนุษย์ด้วยกันอย่างไร้มนุษยธรรม และขอเรียกร้องให้ประชาคมอาเซียนซึ่งทำงานบนพื้นฐานของกฎกติกาสากล เรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างจริงจัง และให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุม GBC สมัยวิสามัญ ข้างต้น พิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนระหว่างการลงพื้นที่ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองประเทศ

‘ภูมิใจไทย’ ยังแทงกั๊กโหวตงบฯปี 69 จี้ครม.เยียวยา-แก้ปัญหาชาวบ้าน เหตุไทย-กัมพูชา

‘ภูมิใจไทย’ ยังแทงกั๊กโหวตงบฯปี 69 จี้ครม.เยียวยา-แก้ปัญหาชาวบ้าน เหตุไทย-กัมพูชา

‘ภูมิใจไทย’ ยังแทงกั๊กโหวตงบฯปี 69 จี้ครม.เยียวยา-แก้ปัญหาชาวบ้าน เหตุไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

ดูหน้างาน! ‘ภูมิใจไทย’ ยังแทงกั๊กโหวตงบฯปี69 ขอดูรายมาตราวาระ2ก่อน บี้ ‘รัฐบาล’ เร่งลงลึกเยียวยา-แก้ปัญหาชาวบ้านชายแดนจากเหตุปะทะ ไม่ใช่รอแค่เอกสาร-ฟังจากหน่วยงาน ก่อนประชาชนจะอดตาย ลั่นไม่ใช่เวลาตอบคำถามเชิงยอกย้อนกัน กระตุกอย่าลืมปัญหาน้ำท่วม วางแผนรองรับ ป้องเจอซ้ำรอย

12ส.ค.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุมพรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ว่า มีการประชุมวาระที่สำคัญคือ การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงยประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2-3 ที่จะประชุมวันที่ 13-15 ส.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยได้ข้อสรุปว่า ในแต่ละมาตราที่มีการลงมติจะพิจารณาเป็นรายมาตรา ไม่ชี้ชัดว่าจะออกเสียงแบบไหน เราจะพิจารณาเหตุและผลที่กรรมาธิการเสียงข้างมากปรับลดหรือพิจารณาของหน่วยงานต่างๆ

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นความเดือดร้อนของประชาชน 4 จังหวัดอีสานใต้นั้น อยากจะฝากกับคณะรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์การปะทะตามชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จะสงบแล้ว และประชาชนเดินทางกลับบ้าน แต่ความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า 200,000 คน ที่อพยพในช่วง2-3สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังดำเนินอยู่ สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือมีเพียงมติ ครม. เรื่องการเยียวยาของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่ประชาชนยังตั้งความหวังว่าเขาจะได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างไร โดยเฉพาะบ้านของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้มีคำถามเกิดขึ้นโดยเฉพาะ สส.ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ เราได้รับคำถามมากมายว่าราชการจะมีมาตรการอย่างไร หน่วยงานจะช่วยอย่างไร คำสัมภาษณ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะให้จังหวัดเร่งทำตามระเบียบให้เร็วที่สุด ถ้าตามระเบียบจะไม่เร็วที่สุด ต้องทำตามระเบียบราชการ ต้องมีจังหวะเวลาในการทำเอกสารแต่นี่เป็นเหตุพิเศษ 

”เราเรียกร้องอย่าปล่อยปะละเลย อย่าเห็นเพียงแค่รายงานบนหน้ากระดาษ แต่ทุกคนขาดรายได้ตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา กลับไปเจอบ้านที่เสียหาย บางครอบครัวบ้านพังทั้งหลัง ปศุสัตว์บาดเจ็บล้มตาย พวกเขาต้องได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งคำตอบยังค้างคาในใจประชาชนว่าจะได้รับการดูแลแบบไหน อย่างไร ความเดือดร้อนของประชาชนยังดำเนินอยู่และดำเนินต่อไป ไม่อยากให้ ครม. นั่งอ่านแต่กระดาษหรือรอรายงานจากหน่วยงาน ลงพื้นที่แล้วอยากให้รับฟังปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้น เวลานี้ไม่ใช่เวลาตอบคำถามเชิงยอกย้อนกัน“ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวด้วยว่า นี่จะเป็นบทเรียนที่สำคัญของรัฐบาล เพราะช่วงนี้อยู่ในฤดูฝน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโซนอีสานใต้ ใกล้เคียงกับภัยน้ำท่วม อย่างน้ำท่วมจังหวัดน่านสูงสุดในรอบ 100 ปี แต่ฤดูฝนยังเหลือระยะเวลาอีกสองเดือน รัฐบาลต้องมีการเตรียมพร้อม จะให้ประชาชนน้ำขึ้นอพยพเหมือนเดิมไม่ได้ จะต้องมีมาตรการมากกว่านี้2สัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนอยู่ได้ด้วยการบริจาค

เมื่อถามว่า จะโหวตการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 3 อย่างไร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เราจะพิจารณาเป็นรายมาตรา ส่วนวาระ 3 จะคุยกันอีกครั้งในวันที่ 15 ส.ค.นี้ต้องดูว่าพิจารณาทุกมาตราในวาระ 2 เป็นอย่างไร

สงบตรงไหน? ซัดรัฐบาลจะโกหกคนไทยไปถึงไหน ปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด โวยถึงเวลาตอบโต้

สงบตรงไหน? ซัดรัฐบาลจะโกหกคนไทยไปถึงไหน ปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด โวยถึงเวลาตอบโต้

สงบตรงไหน? ซัดรัฐบาลจะโกหกคนไทยไปถึงไหน ปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด โวยถึงเวลาตอบโต้

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.32 น.

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  สงบxองงสิ

จะโกหกคนไทยไปถึงไหน ชายแดนไทย​ กัมพูชา​ สงบ สงบพ่อ  ึงสิ ใจคอรัฐบาลอยากรีบเปิดด่านสิ ฝั่งโน้นจะอดตายขาดรายได้จากบ่อน

วันนี้​ ลูกหลานไทยยังเหยียบทุ่นระเบิด ขาขาดในวันแม่แห่งชาติ​ ​มันน่าเศร้าใจ ลองเอาลูก​  ึงไปเดินตามชายแดนบ้างไหม นี่คือการทำผิดข้อตกลงหยุดยิง​ 13​ ข้อ ผู้แทนไทยเสนอให้กำจัดทุ่นระเบิดด้วยกัน แต่กัมพูชาเฉยฉิบ​ ไม่ตอบรับ​ ไม่ร่วมมือ

มีคำถามว่า​ เราต้องอดทนไปอีกนานแค่ไหน เหยียบทุ่นระเบิดถือได้หรือยังว่าละเมิดหยุดยิง อยากส่งสัญญาณให้กองทัพตอบโต้ สางแค้นให้ทหารเราที่ขาขาด ใครที่เข้าใกล้เขตแดนไทยถือว่าไม่เป็นมิตร ให้สงสัยไว้ก่อนว่าจะเข้ามาวางทุ่นระเบิด ให้ตอบโต้ได้เลยตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2568 จนถึงเช้าวันวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา 7 จังหวัด ไม่มีเหตุปะทะหรือความรุนแรงเกิดขึ้น

ทั้งนี้ กองกำลังของทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตน โดยฝ่ายไทยยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมาอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นรักษาความสงบ

นายจิรายุ กล่าวว่า ขณะเดียวกันประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพทั้ง 4 จังหวัด ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัยหรือพบวัตถุต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายเลข 191 เพื่อประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าดำเนินการ

“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน เพื่อรักษาความสงบและอธิปไตยของไทย พร้อมดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งฟื้นฟูพื้นที่ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้กลับมาเดินหน้าต่อได้เหมือนเดิม“ นายจิรายุ กล่าว.

สว.ยกคณะลุยพื้นที่ชายแดน มอบ ‘เกราะ-เสื้อกันกระสุน’ ถึงมือ ‘ผู้พิทักษ์ชาติ’

สว.ยกคณะลุยพื้นที่ชายแดน มอบ 'เกราะ-เสื้อกันกระสุน' ถึงมือ 'ผู้พิทักษ์ชาติ'

สว.ยกคณะลุยพื้นที่ชายแดน มอบ ‘เกราะ-เสื้อกันกระสุน’ ถึงมือ ‘ผู้พิทักษ์ชาติ’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.53 น.

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ‘สว.’ ยกคณะลุยพื้นที่ชายแดน ’บุรีรัมย์-สุรินทร์’ ต่อเนื่อง มอบ ‘เกราะ-เสื้อกันกระสุน’ ถึงมือ ‘ผู้พิทักษ์ชาติ’ พร้อมปลุกขวัญให้กำลังใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

12ส.ค. 2568 นายชาญชัย ไชยพิศ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) นำคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดนเริ่มต้นภารกิจที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มอบตาข่าย ให้กับกองร้อยทหารราบที่ 251 เพื่อใช้ในภารกิจป้องกันประเทศ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อมอบ ชุดเสื้อสำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และที่สำคัญคือได้มอบ เสื้อเกราะกันกระสุน ให้กับนายอำเภอพนมดงรัก เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันชีวิตให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเมื่อวันที่ 11ส.ค.ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ ยังมอบตาข่าย ให้กับกองร้อยทหารปืนใหญ่ค้นหาเป้าหมาย พร้อมกับเข้าเยี่ยมเยียนโรงพยาบาล อ.พนมดงรัก พบปะและพูดคุยกับคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เพื่อรับฟังสถานการณ์ความเสียหายจากเหตุความขัดแย้งชายแดนที่ผ่านมา ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยบาดแผลทั้งกายและใจให้กับผู้ประสบเหตุ อีกทั้งยังเป็นการมอบความห่วงใย และขวัญกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่ทิ้งกันในทุกสถานการณ์

.-008

‘หัวหน้าภท.’ ยันไม่ปิดโอกาสลูกพรรคโหวตงบฯปี69 ชี้ต้องรับฟังเสียง-มติสส.

‘หัวหน้าภท.’ ยันไม่ปิดโอกาสลูกพรรคโหวตงบฯปี69  ชี้ต้องรับฟังเสียง-มติสส.

‘หัวหน้าภท.’ ยันไม่ปิดโอกาสลูกพรรคโหวตงบฯปี69 ชี้ต้องรับฟังเสียง-มติสส.

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

‘หัวหน้าภท.’ ยันไม่ปิดโอกาสลูกพรรคโหวตงบฯปี69 ชี้ต้องรับฟังเสียง-มติสส. แนะรอบคอบ เหตุเคยร่วมสังฆกรรมตั้งแต่ต้นตอนเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

12ส.ค.2568 เมื่อเวลา13.00น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวก่อนการประชุมพรรคภูมิใจไทยว่า วันนี้จะมีการพูดคุยหารือถึงเรื่องของ ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมพื้นที่เขต 7 จังหวัดเชียงราย ในที่ประชุม รวมถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในการลงมติต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ2-3 ว่าเป็นอย่างไร โดยต้องดูให้รอบครอบ เพราะพรรคภูมิใจไทยเองก็มีส่วนร่วมในการนำเสนองบประมาณครั้งนี้ เพราะในการโหวตครั้งที่1 พรรคภูมิใจไทยก็ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และการลงมติเห็นชอบครั้งนี้เราต้องยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ ค้านตะบันทุกเรื่อง โดยในการเป็นฝ่ายค้านก็ต้องดูท่าทีของพรรคฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าจะมีแนวโน้มในการโหวตเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.งบฯปี69 หรือไม่นั้น  นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องฟังเสียงของสส. เพราะสส. ส่วนใหญ่ก็มีส่วนร่วมในการพิจารณางบประมาณ ร่วมเป็นกรรมาธิการ อย่างที่ตนบอกไปว่าขณะที่มีการพิจารณาวาระที่1 ขณะนั้นเราก็เป็นพรรครัฐบาลจึงต้องฟังความคิดเห็นของสส.  เพราะพรรคภูมิใจไทย ต้องใช้ความเห็น และมติของสส. หากมีความเห็นต่างต้องใช้มติของพรรคเป็นตัวกำหนด

‘อุ๊ หฤทัย’ เผย ‘ลุงป้อม’ บอกวิธีแก้ชายแดนไทย-เขมร ควรเลิก MOU 43,44 สร้างกำแพง

'อุ๊ หฤทัย' เผย 'ลุงป้อม' บอกวิธีแก้ชายแดนไทย-เขมร ควรเลิก MOU 43,44 สร้างกำแพง

‘อุ๊ หฤทัย’ เผย ‘ลุงป้อม’ บอกวิธีแก้ชายแดนไทย-เขมร ควรเลิก MOU 43,44 สร้างกำแพง

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

วันที่ 12 สิงหาคม 2568  หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ นักร้องชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ “หฤทัย ม่วงบุญศรี” ระบุว่า  เมื่อวานนี้ 11 สิงหาคม 2568 อุ๊ไปร้องเพลงที่งานวันเกิด ท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ(ลุงป้อม) อุ๊ได้ถามท่านเรื่อง ปัญหาไทย-กัมพูชา เราควรแก้ปัญหาอย่างไร 

ลุงป้อมบอกว่า ต้องยกเลิก MOU 43-44 เคลียร์เรื่องพรมแดนให้ชัด และแนวชายแดนไทย-กัมพูชาต้องสร้าง “กำแพง” ไม่ให้กัมพูชาล้ำเขตแดนเราได้อีกต่อไป

งั้นอุ๊จะขอสนับสนุน ขอเชียร์ลุงป้อม ขอให้ลุงป้อมเป็นนายกฯสมัยหน้านะคะ เราอาจจะได้เห็นกำแพงเมืองไทยค่ะ

ลุงป้อมให้กล้องยาสูบเป็นที่ระลึก อุ๊ไม่รู้เลยว่าเป็นของแพงมาก เพื่อนในงานบอกถึงได้รู้ว่า ท่านสะสมไปป์เป็นคอลเลคชั่น ที่ท่านให้อุ๊มาเป็นไปป์ที่ทำจากต้นกุหลาบ เป็นหนึ่งใน Collection ของลุง ว้าววววววๆ เหมาะมากเลย

อุ๊ชอบมาก ขอบคุณลุงป้อมมากๆๆๆนะคะ

ก่อนกลับอุ๊ขอโรตีกลับบ้านด้วย เพราะลูกชอบกิน อร่อยมาก ขอบคุณลุงป้อมมากๆค่ะ

พูดมั่วไปหน่อย! ‘อนุทิน’โต้’ธีรรัตน์’ โยนบาปลามตั้ง ‘ผู้ว่าอุบลฯ’ โยงเบิกจ่ายงบฯอืด

พูดมั่วไปหน่อย! 'อนุทิน'โต้'ธีรรัตน์' โยนบาปลามตั้ง 'ผู้ว่าอุบลฯ' โยงเบิกจ่ายงบฯอืด

พูดมั่วไปหน่อย! ‘อนุทิน’โต้’ธีรรัตน์’ โยนบาปลามตั้ง ‘ผู้ว่าอุบลฯ’ โยงเบิกจ่ายงบฯอืด

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

พูดมั่วไปหน่อย! ‘อนุทิน’ โต้ ‘ธีรรัตน์‘ โยนบาปลามตั้ง ‘ผู้ว่าอุบลฯ’ โยงเบิกจ่ายงบฯอืด ชี้เป็นหน้าที่ ‘ปลัดมท.’ ย้อนเกล็ดแสบหากแต่งตั้ง ‘อธิบดี – ผู้ว่าฯ’ ยุคนี้ ต้องเป็นเด็ก ‘มท.อ้วน – มท.2’ หรือไม่ โว ‘สส.ภูมิใจไทย’ มีทุกจังหวัดติดชายแดน ดูแลใกล้ชิด ปชช.อย่างดี ไม่ต้องไปของบผู้ว่าฯ บี้รัฐบาล 2 ประเทศ เร่งหาทางออกปมพิพาทไทย-กัมพูชา

12ส.ค.2568 เมื่อเวลา13.00น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มีการเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ล่าช้า จนถูกย้ายออกจากพื้นที่ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง หากมีงบประมาณ 100 ล้าน แต่สามารถเบิกเพียงได้ 55,000 บาท หากเป็นตนก็ทำเช่นเดียวกับนายภูมิธรรม หากมีการพิสูจน์ออกมาว่าเป็นแบบนั้น

เมื่อถามถึงกรณีที่น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ออกมาระบุ คนแต่งตั้งผู้ว่าฯ อุบลราชธานี คือ มท.1 คนเก่า นายอนุทิน กล่าวว่า คนแต่งตั้งคือปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนมองว่าตรงนี้พูดมั่วไปหน่อย และคนที่พูดเป็นถึงมท.2 แล้ว คงทราบเรื่องนี้ดี ตอนที่ตนดำรงตำแหน่ง ท่านก็เป็นถึง มท.4 การแต่งตั้งข้าราชการระดับซี10 คือระดับอธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหน้าที่ปลัดกระทรวงฯ ที่จะเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเจตนาเพื่อต้องการหักหน้าทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ควรที่จะต้องมาพูดกันแบบนี้ ตนขอถามกลับว่า ถ้าคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการในชุดนี้หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีในยุคมท.ภูมิธรรม หรือ มท.อ้วน ก็เป็นเด็กท่านหมดใช่หรือไม่ หรือจะมีคนไหนที่เป็นเด็กของ มท.2 ด้วยหรือไม่ โดยยืนยันว่า ทุกอย่างผ่านมาด้วยความเห็นชอบของ ครม.

เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ส่อแววว่าจะกลับมาปะทะกันอีกรอบ มีการกำชับ สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย มีสส.อยู่ในทุกจังหวัดที่ติดชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งยืนยันว่า อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน และดูแลประชาชนอยู่ตลอดเวลา โดยตนไม่อยากจะคิดว่าเขาดูแลดีเกินไปหรือไม่จึงไม่ได้มีการไปเบิกงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัด

เมื่อถามอีกว่า ท้ายที่สุดสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นศึกระหว่าง 2 ตระกูลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องอธิปไตยของประเทศไทย เราจะไปบอกว่าเป็นความขัดแย้งของคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่แล้วแต่ใครจะคิดไป แต่วันนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องปัญหาของสองประเทศ และเป็นเรื่องที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศ ต้องเร่งหาวิธีเพื่อทำให้เหตุการณ์สงบโดยเร็วที่สุด

‘อนุทิน’ยกปม’เขากระโดง’ ขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

'อนุทิน'ยกปม'เขากระโดง' ขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

‘อนุทิน’ยกปม’เขากระโดง’ ขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

อย่าใช้อำนาจกลั่นแกล้งทางการเมือง! ‘อนุทิน’ ยกปม ‘เขากระโดง’ ขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อาฆาตมาดร้ายกัน หวั่นประเทศเดินหน้าไม่ได้

12 ส.ค.2568 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงของกรมที่ดิน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลอีกด้านออกมา ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่มีแผนที่หน้าท้ายกฤษฎีกา ว่าสิ่งที่จะทำให้ถูกต้องและเชื่อถือได้ทุกฝ่ายคือกฎหมาย คนที่ครอบครองเขากระโดงก็ไม่เคยพูดว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย แต่ขอให้มีคำพิพากษาศาลให้ชัดเจน เป็นเอกฉันท์ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ซึ่งตนหมายถึงทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่า แสดงว่ากรมที่ดินไม่สามารถเพิกถอนได้ทั้งหมดทันทีใช่หรือไม่ แต่ต้องรอให้มีการฟ้องร้องรายแปลงก่อนนายอนุทิน กล่าวว่า มีการตีความว่า หากศาลฎีกาตัดสินผูกพัน 35 ราย อีกฝ่ายบอกว่าจะเหมาทั้งหมดไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามคณะกรรมการตาม มาตรา 61 ซึ่งตนขอแก้ข่าวว่าตนไม่ได้เป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดนี้ 

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เคยประกาศว่าจะเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงทันที ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเพิกถอน นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย ถ้ากฎหมายบอกว่าพรุ่งนี้รื้อถอนได้เลยก็ต้องรื้อถอน ถ้ากฎหมายบอกว่ารื้อไม่ได้ก็ต้องทำตามนั้น ไม่มีใครขัดขวางอยู่แล้วมาถึงจุดนี้เป็นที่รับรู้ของสังคม สิ่งที่ดีที่สุดคือทำตามกฏหมาย ทุกคนมีสิทธิ์ต่อสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ของตัวเอง และหากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาขอให้ทุกคนทำตาม

เมื่อถามว่า เรื่องเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงจะใช้เวลาอีกนานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเคยบ่นสมัยเป็นมท.1 ว่าเรื่องนี้ลากยาวมาเป็นเวลา 20 ปี จะต้องมาตกที่สมัยตนเองด้วย ซึ่งตนพ้นตำแหน่งไปแล้วเป็นรัฐมนตรีคนใหม่ก็ยังไม่จบ โดยเรื่องดังกล่าวมีแนวทางของมันที่ต้องทำตาม

เมื่อถามว่า การที่นายภูมิธรรมออกมาแอ๊คชั่น แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้ เพราะยังกลัวเรื่องข้อกฎหมายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จริงๆเราไม่ควรเอาเรื่องทางการเมืองมาทำลายกัน เรื่องของบุคคลแต่ละคนก็คนละเรื่องกัน ทำไมเดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้ตนก็ไม่ทราบ ซึ่งตนไม่เคยเจอแบบนี้ บทบาทของทุกคนก็มีคือการรักษาประโยชน์ให้ประเทศชาติ ทำหน้าที่ของตนเองไม่เอาเรื่องส่วนตัวออกมา 

“เรื่องแบบนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทำ ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยมา 2 ปีก็ไม่เคยกลั่นแกล้งใคร และไม่เคยใช้อำนาจในการบริหารประเทศ ทำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมือง ผมไม่อยากให้การเมืองไทยเป็นแบบนี้ เพราะมันจะไม่จบไม่สิ้น จะมีมีแต่ความอาฆาตมาดร้ายต่อกัน และมานั่งแก้แค้นกันประเทศจะไปอย่างไร“ นายอนุทิน กล่าว

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’เดือด! ทหารโดนกับระเบิดในวันแม่ ชี้ไม่ต้องเกรงใจใครในรัฐบาล ‘อยากรบก็รบ’

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'เดือด! ทหารโดนกับระเบิดในวันแม่ ชี้ไม่ต้องเกรงใจใครในรัฐบาล 'อยากรบก็รบ'

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’เดือด! ทหารโดนกับระเบิดในวันแม่ ชี้ไม่ต้องเกรงใจใครในรัฐบาล ‘อยากรบก็รบ’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  ทุ่นระเบิดอีกแล้ว

ในวันแม่แห่งชาติ​ ลูกชายถูกทุ่นระเบิดอีกแล้ว ในบริเวณพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อไรเราจะปรับมาตรการเชิงรุก ลุยด้วยเครื่องกวาดทุ่นหรือเครื่องกลหนัก ไม่ต้องเกรงใจใครในรัฐบาล ไม่ต้องเกรงใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ให้ลูกหลานเราต้องขาขาดแขนขาด ทำอะไรได้ทำเลยบนพื้นที่อธิปไตยของไทย เมื่อพูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง​ อยากรบก็รบ