‘กรวีร์’เหน็บ‘ภูมิธรรม-พท.’ปมเพิกถอน‘เขากระโดง’ ทำไม่ได้-โจมตีการเมือง?

‘กรวีร์’เหน็บ‘ภูมิธรรม-พท.’ปมเพิกถอน‘เขากระโดง’ ทำไม่ได้-โจมตีการเมือง?

‘กรวีร์’เหน็บ‘ภูมิธรรม-พท.’ปมเพิกถอน‘เขากระโดง’ ทำไม่ได้-โจมตีการเมือง?

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

‘กรวีร์’เหน็บ‘ภูมิธรรม-พท.’ปมเพิกถอน‘เขากระโดง’ ทำไม่ได้-โจมตีการเมือง?

11 สิงหาคม 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรวีร์ ปริศนานันทกุล Korrawee” กรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เคยระบุว่าเตรียมเพิกถอนที่ดิน “เขากระโดง” ซึ่งจนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โยนายกรวีร์ ระบุว่า…

10 วันเต็มๆ นับจากวันที่ท่านรมต.(หรือพรรคพท.) ประกาศ #พรุ่งนี้ เพิกถอนโฉนดเขากระโดง

พรุ่งนี้มา 10 วันแล้ว

หรือพรุ่งนี้ไม่มีจริง??

หรือความจริงมันทำไม่ได้??

หรือเพียงแค่ประเด็นโจมตีทางการเมือง??

จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า #พรุ่งนี้กี่โมง???

‘ปานเทพ’ลั่นไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เรียกร้องต่ออายุราชการ‘แม่ทัพภาคที่2’

‘ปานเทพ’ลั่นไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เรียกร้องต่ออายุราชการ‘แม่ทัพภาคที่2’

‘ปานเทพ’ลั่นไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เรียกร้องต่ออายุราชการ‘แม่ทัพภาคที่2’

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

‘ปานเทพ’ลั่นไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เรียกร้องต่ออายุราชการ‘แม่ทัพภาคที่2’

11 สิงหาคม 2568 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีการเรียกร้องให้ต่ออายุราชการ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.68 นี้ ระบุว่า “ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก”

“ขอเรียกร้องให้ “ต่ออายุราชการ” ท่านแม่ทัพภาคที่ 2 ใครเห็นด้วยช่วยแสดงพลังกดไลค์และแชร์ถึงความต้องการนี้ด่วน”

ฟังแล้วเจ็บจี๊ด! ‘หมอวี’ บอก พระดี ไม่เรี่ยไร วัดดี ไม่สร้างเยอะ ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา

ฟังแล้วเจ็บจี๊ด! ‘หมอวี’ บอก พระดี ไม่เรี่ยไร วัดดี ไม่สร้างเยอะ ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา

ฟังแล้วเจ็บจี๊ด! ‘หมอวี’ บอก พระดี ไม่เรี่ยไร วัดดี ไม่สร้างเยอะ ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.42 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai สั้นๆว่า พระดี ไม่เรี่ยไร วัดดี ไม่สร้างเยอะ! ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญาเสมอ

‘ทบ.’โต้เดือด’มาลี’ ป้อง’แม่ทัพภาค 2′ ย้ำไทยไม่มีการยั่วยุ

'ทบ.'โต้เดือด'มาลี' ป้อง'แม่ทัพภาค 2' ย้ำไทยไม่มีการยั่วยุ

‘ทบ.’โต้เดือด’มาลี’ ป้อง’แม่ทัพภาค 2′ ย้ำไทยไม่มีการยั่วยุ

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

“โฆษกทบ.” โต้ “มาลี”  ป้อง “แม่ทัพภาค 2”  ย้ำไทยไม่มีความพยายามที่มีการยั่วยุ วางแผนใช้กำลังทางทหาร ต่อกรณีประสาทตาควาย อย่างที่กัมพูชากล่าวอ้าง  

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกทบ. กล่าวถึง กรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงการณ์ถึง คำสัมภาษณ์ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  ในเรื่องของปราสาทตาควาย ขอยืนยันว่าเนื้อหา ที่แม่ทัพภาค 2 พูด ไม่ได้ มีความหมายในแบบที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้แถลงไป โดยเฉพาะท่านไม่พูดเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลัง เพื่อรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา

สิ่งที่ท่านได้กล่าวในวันนั้นคือ  ปราสาทตาควายอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย  ในช่วงที่มีการปะทะที่ผ่านมาพยายามเข้าไปยึดด้วยการวางกำลัง แต่ยังไม่สำเร็จ เลยวางกำลังบริเวณด้านนอก ห่างจากตัวปราสาท 30 เมตร

แต่ในอนาคตจะต้องพยายามนำกลับมาภายใต้การควบคุมของไทยให้ได้ ตามขั้นตอนที่เหมาะสมของอนาคต  พร้อมกล่าวว่าจะเตรียมการนำเรื่องต่างๆ ไปพูดคุยเจรจาในวงกรอบ RBC ที่จะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์  และย้ำถึงจุดยืนว่าไทยจะไม่ถอยจากแนวการวางกำลังเดิม

ขอยืนยันว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ได้พูดถึงเรื่อง การใช้กำลังทางทหาร ไปดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นที่กล่าวไปในข้างต้น  จึงไม่ไช่ความพยายามที่มีการยั่วยุ และมีการวางแผน ใช้กำลังทางทหารต่อกรณีประสาทตาควาย อย่างที่กัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด

‘วิสุทธิ์’ มั่นใจ ร่างพ.ร.บ.งบ’69 ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อองค์ประชุมครบ

‘วิสุทธิ์’ มั่นใจ ร่างพ.ร.บ.งบ’69 ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อองค์ประชุมครบ

‘วิสุทธิ์’ มั่นใจ ร่างพ.ร.บ.งบ’69 ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อองค์ประชุมครบ

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

ประธานวิปรัฐบาล มั่นใจร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2569 ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อ องค์ประชุมครบ กำชับ รมต.ที่เป็นสส.ให้อยู่ประชุมตลอด 3 วัน บอก ‘ฝ่ายค้าน’ ไม่โหวตให้ไม่เป็นอะไร เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ รู้กติกาอยู่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคมนี้ ว่า วันที่ 13 สิงหาคม เวลา 08.30 น. จะมีการประชุมสส.ของพรรค พท.ในที่ชั้น 6 อาคารรัฐสภา และเวลา 09.00 น. ประชุมวิปรัฐบาล ซึ่งได้มีการทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้วว่าทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการประชุมที่สุด เรื่องที่เป็นสส.ก็น่าจะรู้หน้าที่อยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าองค์ประชุมครบ ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งกับรัฐมนตรีที่เป็น สส.ไว้แล้วว่าต้องอยู่สภาทั้ง 3 วัน

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายค้านแล้วว่าเราจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ดังกล่าวทั้งหมด 41 มาตรา โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนถึงเวลา 23.30 น. จะมีการพักประชุม แล้ววันรุ่งขึ้นก็จะเริ่มเวลา 09.00 น.เช่นเดิม ซึ่งวันแรกเราตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้ 15 มาตรา แล้ววันถัดไปก็จะลงตัวได้ หากสามารถควบคุมเวลา โดยจากการพูดคุยกับฝ่ายค้านเราก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกฝ่ายต้องไปควบคุมคนของตัวเองเพื่อให้การอภิปรายอยู่ในแนวทางที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร และกรรมาธิการก็อย่าชี้แจงเกินเลยไป เอาพอสมควร หากเป็นเช่นนี้เราจะสามารถควบคุมการประชุมให้อยู่ในกรอบระยะเวลา 3 วันที่เราตั้งใจไว้

เมื่อถามว่า กังวลว่าฝ่ายค้านจะเล่นเกมนับองค์ประชุมหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตนว่าคนทุกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราต้องดูแลกันเองอย่างเต็มที่ มั่นใจว่าครั้งนี้เป็นงบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาเล่นอะไรกัน ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ฉะนั้น รัฐบาลเราก็เตรียมพร้อมระดมคนให้อยู่ในที่ประชุมสภาฯ ให้ได้

เมื่อถามว่า เสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลถือว่าเสียเปรียบหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะวิปเราอยากได้เสียงของรัฐบาลเยอะๆ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องเดินหน้าไปให้ได้ มีหน้าที่ต้องทำให้การประชุมผ่านไปให้ได้ วิปเราต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ เราต้องขอความร่วมมือจากสส.ทุกคน

ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่างบประมาณจะผ่านได้ใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่า หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว มองหรือไม่ว่าพรรค ภท.อาจจะไม่โหวตเห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ดังกล่าว นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เขาไม่โหวตให้อยู่แล้ว แต่ไม่เป็นอะไร พรรครัฐบาลต้องโหวตให้กัน ฝ่ายค้านเขาไม่จำเป็นต้องโหวตให้เรา เป็นเรื่องของเขา เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ รู้กติกาหน้าที่ของตัวเองอยู่

‘นายกสภาทนาย’จ่อเสนอแนวทาง ฟ้อง’อาญา-แพ่ง’ 2 พ่อลูกฮุน ทำคนไทยเสียชีวิต

'นายกสภาทนาย'จ่อเสนอแนวทาง ฟ้อง'อาญา-แพ่ง' 2 พ่อลูกฮุน ทำคนไทยเสียชีวิต

‘นายกสภาทนาย’จ่อเสนอแนวทาง ฟ้อง’อาญา-แพ่ง’ 2 พ่อลูกฮุน ทำคนไทยเสียชีวิต

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.21 น.

นายกสภาทนายความ จ่อเสนอแนวทางให้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาต่อศาลICC ที่สั่งยิงจรวดBM 21 ใส่บ้านเรือน ปชช.  พร้อมยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก2 พ่อลูกตระกูลฮุน

วันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 17.00 น. ที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 จ.บุรีรัมย์  ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วย นายจักรกฤษณ์ ยางนอก อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ นายพลกฤต เนาว์ประโคน อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ นายวรกิต ทองใบ นายนิติภูมิ กองดิน และนางสาวลัดดา โยธา ได้เดินทางไปมอบ ถุงเท้า ชุดชั้นใน ยากันยุง เครื่องอุปโภคบริโภค  และอื่นให้แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าบริเวณชายแดน โดยมี พ.อ. กิตติวรา อารีรักษ์ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ. 26 เป็นผู้รับมอบ 

ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อยู่แนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และขอเป็นกำลังใจให้ทหารกล้าในการปกป้องรักษาไว้ซึ่งดินแดนของประเทศไทย    

นอกจากนี้ ดร.วิเชียร ชุบไธสง ได้กล่าวว่าจะได้นำเสนอแนวทางต่อรัฐบาล ในการดำเนินคดีเอาผิดผู้นำประเทศกัมพูชา ที่ได้ออกคำสั่งยิงจรวด BM 21 ทำให้ประชาชนไทยต้องเสียชีวิต เพื่อให้มีการดำเนินคดีอาญาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และจะช่วยเหลือประชาชนด้วยการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายส่วนแพ่งฐานละเมิดโดยจะฟ้องผู้นำประเทศกัมพูชาที่ศาลแพ่งต่อไป

‘ดีล’ปัญหาคาใจ? ‘นักเขียนซีไรต์’แบ่งเหตุผล-ความเชื่อเป็น 2 ฝ่าย

'ดีล'ปัญหาคาใจ? 'นักเขียนซีไรต์'แบ่งเหตุผล-ความเชื่อเป็น 2 ฝ่าย

‘ดีล’ปัญหาคาใจ? ‘นักเขียนซีไรต์’แบ่งเหตุผล-ความเชื่อเป็น 2 ฝ่าย

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.21 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ดีล”

เรื่อง “ดีล” นั้นเป็นปัญหาคาใจคนเกือบทั้งประเทศมั้ง ตั้งแต่ทักษิณเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างไม่เท่เท่าไหร่ และเท่าที่ผมสดับมาหลายวัน ก็พอแบ่งเหตุผลและความเชื่อเรื่องดิวเป็น 2 ฝ่าย

คือ 1.เชื่อว่ามีดีล 2.เชื่อว่าไม่มีดีล

1.เชื่อว่ามีดีล แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายย่อย

1.1 เชื่อว่ามีดีลลังกาวี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวละครเอก

1.2 เชื่อว่าเป็นดีลอื่น ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงนามสนองพระบรมราชโองการตามหน้าที่นายกรัฐมนตรีเท่านััน

2.เชื่อว่าไม่มีดีล ก็แบ่งเป็น 2 ฝ่ายย่อยเช่นกัน

2.1 เชื่อว่าไม่มีดีล แล้วก็ไม่คิดอะไร ไม่สนใจอะไร

2.2 เชื่อว่าไม่มีดีล ซึ่งทักษิณก็บอกว่าไม่ได้ดีลกับใคร คนจึงเข้าใจว่าทักษิณขอพระราชทานอภัยโทษเองโดยตรง

ความเชื่อ 2.2 นี้เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะถ้าเข้าใจผิดก็เป็นการโยนภาระความรับผิดชอบไปให้ในหลวงพระองค์เดียว! ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนา ทั้งที่ในหลวงปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ผมจึงเรียกร้องให้คนที่ดีลออกมารับผิดชอบอย่างไม่หวัง (กระทู้ก่อนหน้านี้) ด้วยการพูดความจริงให้ชัดเจน นอกจากลดความแตกแยกแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ใครเข้าใจในหลวงผิดด้วย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘นักเขียนซีไรท์’ฟาดยับ! ‘ดิวลังกาวีหรือดิวอื่น’ยิ่งเงียบงำยิ่งแตกแยก)

สำนักนายกฯ เตือนข่าวปลอม ‘กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท เพื่อประโยชน์ทางทหาร’

สำนักนายกฯ เตือนข่าวปลอม 'กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท เพื่อประโยชน์ทางทหาร'

สำนักนายกฯ เตือนข่าวปลอม ‘กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท เพื่อประโยชน์ทางทหาร’

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.12 น.

เตือนประชาชนอย่าเชื่อข่าวปลอม “กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท เพื่อประโยชน์ทางทหาร”  ขออย่าแชร์สร้างความเข้าใจผิด – กระทบภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมศิลปากร พร้อมให้ทำลายปราสาทเพื่อประโยชน์ทางทหาร เพราะสามารถบูรณะใหม่ได้” รองลงมาคือเรื่อง “จับสายลับกัมพูชา ลอบเข้าชายทะเลโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมโดรนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชี้เป้าโจมตีกองบิน 5”  ขอประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม

นายอนุกูล กล่าวว่า กรณีข่าวปลอมเรื่อง “กรมศิลปากร พร้อมให้ทำลายปราสาทเพื่อประโยชน์ทางทหาร เพราะสามารถบูรณะใหม่ได้” กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ชี้แจ้งว่า กรมศิลปากร ไม่เคยมีนโยบายหรือให้ทำลายโบราณสถานใด ๆ เพื่อประโยชน์ทางทหาร การเข้าใจว่า สามารถบูรณะได้จึงทำลายได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน  ทั้งนี้โบราณสถานคือมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและของมนุษยชาติ แม้จะมีความสามารถในการบูรณะก็ไม่อาจทดแทนของจริงได้ และการทำลายโดยเจตนาไม่ว่าในกรณีใด ๆ ย่อมกระทบต่อศักดิ์ศรีของชาติ และละเมิดหลักการอนุรักษ์ระดับสากลอย่างชัดเจน

“แม้ว่ากรมศิลปากร จะมีความสามารถในการบูรณะโบราณสถานให้ใกล้เคียงของเดิมได้ แต่ก็ไม่อาจทดแทนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัตถุ และจิตวิญญาณของสถานที่ดั้งเดิมได้อย่างแท้จริง ทั้งยังขัดต่อหลักการโบราณคดีสากลที่ห้ามการทำลายโบราณสถานไม่ว่าด้วยเหตุผลใด การยอมให้ทำลายย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความน่าเชื่อถือในเวทีโลก โบราณสถานถือเป็นมรดกร่วมของมนุษยชาติ ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของชาติใดชาติหนึ่ง ดังนั้น แม้จะสามารถบูรณะได้ ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอหรือชอบธรรมที่จะยอมให้เกิดความเสียหายขึ้นตั้งแต่แรก” นายอนุกูล กล่าว

จับโป๊ะ‘เขากระโดง’ เปิดเอกสาร‘การรถไฟฯ’อ้างสิทธิครอบครองที่ดิน 5,083 ไร่

จับโป๊ะ‘เขากระโดง’ เปิดเอกสาร‘การรถไฟฯ’อ้างสิทธิครอบครองที่ดิน 5,083 ไร่

จับโป๊ะ‘เขากระโดง’ เปิดเอกสาร‘การรถไฟฯ’อ้างสิทธิครอบครองที่ดิน 5,083 ไร่

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เปิดเอกสาร”การรถไฟฯ” ยื่นแบบ”ส.ค.1″เมื่อปี 2498 อ้างสิทธิครอบครองที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ – พระราชกฤษฎีกาฯ แต่ไร้ระบุวัน-เดือน-ปีที่ได้มา ตามหลังชาวบ้านแจ้งครอบครองมาก่อน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่เอกสาร “แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)” เลขที่ 1180 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2498 (นายไสว นิมนวล ) สบท.ลำปลายมาศ ตัวแทนการรถไฟฯ แจ้งครอบครองพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมเนื้อที่ 5,083 ไร่ ต่อกรมที่ดิน โดยระบุในช่องสาเหตุการได้มาว่า “พระราชกฤษฎีกา” แต่ไม่ปรากฏวัน เดือน ปี ที่ได้มา และระบุสภาพที่ดินเป็น “ทางรถไฟ”

สำหรับ ส.ค.1 เป็นเพียงการแจ้งครอบครองเพื่อทำประโยชน์ ไม่ใช่หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกรมที่ดินประกาศให้ราษฎรที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนวันที่ 14 ธันวาคม 2497 มาจดทะเบียนแจ้งสิทธิ ซึ่งประชาชนจำนวนมากในพื้นที่เขากระโดงได้แจ้ง ส.ค.1 ไว้แล้วตั้งแต่ปี 2497 ก่อนการรถไฟฯ จะมายื่นในปี 2498

ประเด็นนี้จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า หากการรถไฟฯ มีกรรมสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2462 ตามที่อ้าง เหตุใดต้องมาขอจด ส.ค.1 ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายออกแบบมาเพื่อราษฎร และเหตุใดจึงไม่สามารถระบุวัน เดือน ปี การได้มาของสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย หน่วยงานของรัฐจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ต้องได้มาโดยการเวนคืนหรือการจัดซื้อ พร้อมแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดเขตชัดเจน และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ซึ่งในกรณีพื้นที่เขากระโดง ที่ผ่านมาการรถไฟฯ ไม่สามารถนำเอกสารครบทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ มาแสดงต่อคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้มีมติเพิกถอนเอกสารสิทธิของประชาชนได้

เอกสาร ส.ค.1 ปี 2498 นี้ จึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ทำให้ข้อพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดินเขากระโดง ยังคงต้องพิสูจน์กันในศาล ด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานครบถ้วน ต่อไป

– 006

‘น้าเดช’วอนอย่าเรียกร้องต่ออายุราชการ’มทภ.2’ ปล่อยให้เป็นตามกฏระเบียบเถอะ

'น้าเดช'วอนอย่าเรียกร้องต่ออายุราชการ'มทภ.2' ปล่อยให้เป็นตามกฏระเบียบเถอะ

‘น้าเดช’วอนอย่าเรียกร้องต่ออายุราชการ’มทภ.2’ ปล่อยให้เป็นตามกฏระเบียบเถอะ

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

วันที่ 11 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว “ยิ่งรัก ยิ่งลุ่มหลง” ระบุว่า สังคมไทยมักทำให้คนดีเสียหาย แม่ทัพ ๒ เป็นคนเก่งเป็นคนดี แต่อย่าเรียกร้องให้ต่ออายุราชการท่านเลย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นตามกฏระเบียบเถอะ คนที่จะมาแทนเขาต้องมีความรู้ความสามารถความดีเช่นกัน

การต่ออายุราชการคือการทอนกำลังใจคนอื่น เหมือนดูถูกคนอื่นว่าความสามารถมีน้อย การต่ออายุในตำแหน่งต่างๆก็เช่นกัน เมื่อกำหนดว่าให้อยู่ได้ไม่เกิน ๔ ปี ก็ควรเป็นไปตามนั้น ยกเว้นหน่วยงานนั้นเกิดวิกฤต หรือประเทศเกิดวิกฤตร้ายแรง

ด้วยความเคารพทุกท่าน

การโยกย้ายแต่งตั้งทหารนั้น  การเมืองเข้าไปก้าวก่ายได้ยากมาก  เพราะฉะนั้นจงปล่อยวางบ้างเถิดครับ