รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้อีดำอีแดง

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีผู้ถามผู้เขียนเรื่องไข้ในเด็กเมื่อเวลาป่วยแล้ว ที่ลิ้นมีตุ่มขึ้นและถ้าไม่ดูแลให้ดีจะกลายเป็นโรคหัวใจ คำถามคือโรคนี้มีจริงไหม และร้ายแรงมากหรือเปล่า เพราะมีลูกหลานยังเด็กเล็กก็จึงเป็นห่วง วันนี้เลยขอนำเสนอไข้อีดำอีแดงให้ทราบ

โรคที่ว่านี้มีอยู่จริง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ไข้อีดำอีแดง หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Scarlet fever พบในเด็กอายุ 5-15 ปี ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ สเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีนัส (Streptococcus pyogenes) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สเตรปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้หลายชนิด ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และเมื่อติดเชื้อนี้ก็ก่อโรคได้หลากหลาย

การติดเชื้อชนิดนี้พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยเรียน (อายุ 5-15 ปี) โรคที่พบบ่อย ได้แก่ คออักเสบ จะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมทอนซิลบวมแดง อาจมีจุดหนองสีขาวหรือฝ้าขาวที่ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมและเจ็บ มักไม่มีอาการไอ แต่หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ไข้อีดำอีแดง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดผื่นแดงทั่วร่างกาย มักเริ่มที่คอ หน้าอก และกระจายไปทั่วตัว ที่ลิ้นมีลักษณะเป็นปุ่มแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี่ ผิวอาจลอกเป็นขุยหลังจากผื่นหายไป
อีกโรคหนึ่งได้แก่ ไข้รูมาติกซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียโดยตรง แต่เกิดจาก ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อ แต่ภูมิต้านทานเหล่านี้กลับไปทำลายเนื้อเยื่อปกติของตัวเองในร่างกายด้วย เช่น หัวใจ ข้อต่อ สมอง และผิวหนัง มักปรากฏขึ้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากมีอาการคออักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว
การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะร้ายแรงมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเกิดความเจ็บป่วยจากการติดเชื้อเริ่มแรกได้รับการรักษาที่เหมาะสม และทันเวลาหรือไม่ ซึ่งอันที่จริงถ้าเริ่มเป็น ก็รักษาได้ไม่อยาก ยาที่ใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้คือ ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน หรือใช้กลุ่มอื่นถ้าผู้ป่วยแพ้ยากลุ่มเพนนิซิลิน แต่ที่สำคัญคือ การใช้ยาปฏิชีวนะต้องมีระยะเวลานานพอ โดยทั่วไปต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันนาน 10 วัน ซึ่งถ้าเริ่มมีอาการแล้วรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยได้ถูกต้อง และรับประทานยาปฏิชีวนะนานเพียงพอ ร่วมกับใช้ยาต่าง ๆ ตามอาการ ก็น่าจะมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออันตรายร้ายแรงตามมา
การป้องกันการติดเชื้อก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การรักษาอนามัยส่วนบุคคลที่ดี จึงเป็นด่านแรกของการป้องกัน ต้องสอนเด็ก ๆ ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังไอ จาม ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า หรือสิ่งของส่วนตัวอื่น ๆ ร่วมกับผู้อื่น และเมื่อไอหรือจาม ควรใช้ทิชชูหรือข้อศอกด้านในปิดปากและจมูก จากนั้นทิ้งทิชชูลงถังขยะทันที แล้วล้างมือให้สะอาด
นอกจากสุขอนามัยส่วนบุคคลแล้ว การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการอยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มาก
การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค และเมื่อเจ็บป่วย ต้องรักษารับประทานยาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนรักษาได้ยาก

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักพระราชวัง เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568

นอกจากนี้ สำนักพระราชวัง ยังเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้’ ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้' ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

เคียงข้างทุกวิกฤต! ‘CPF ส่งต่อพลังแห่งการให้’ ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฎเกล้า – ส่งกำลังใจให้ทหารกล้า

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นใน “พลังแห่งการให้” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคม มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท จากกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เพื่อสมทบทุนซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารหลักของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา

การสนับสนุนครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ขององค์กรเอกชนไทยที่ไม่เพียงดำเนินธุรกิจเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังพร้อมเคียงข้างประชาชนในยามยาก เพื่อให้โรงพยาบาลกลับมาปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยมี พลตรีสุขไชย สาทถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 11โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ในโอกาสเดียวกัน ซีพีเอฟ ได้ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจทหารกล้าซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อเสริมพลังใจให้แก่ผู้เสียสละที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยหัวใจเปี่ยมศรัทธาและความกล้าหาญ

“ภายใต้การนำของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ เครือซีพีและซีพีเอฟ ยึดมั่นในหลักปรัชญา ‘3 ประโยชน์’ เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เราเชื่อว่าทุกการสนับสนุนจากหัวใจ จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเยียวยาและฟื้นฟูให้สังคมไทยเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง เราขอขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และขอเป็นอีกหนึ่งพลังใจให้ทุกท่านกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน” ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าว

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการเปิดโอกาสให้บุตร คู่สมรส หรือบุคคลในครอบครัวของทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพื่อสานต่อคุณค่าความกล้าหาญ รวมถึงการส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น เพื่อสนับสนุน ครัวพระราชทาน ครัวกลาง และครัวจิตอาสา ในการปรุงมื้ออาหารแทนความห่วงใย ส่งต่อกำลังใจสู่ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ตราด อย่างทั่วถึง

นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ “พลังแห่งการให้” ที่ซีพีเอฟยึดมั่นและพร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต… เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

  • อังคาร 12 สิงหาคม 2568 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ วันแม่แห่งชาติ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ …..
  • หวังว่าการลงนามหย่าศึก 13 ข้อซึ่งมีผู้แทนอาเซียนเป็นพยาน GBC ไทย – กัมพูชา  สำคัญสุดคือห้ามยิงและไม่ปล่อยเฟคนิวส์ ทั้งสองฝ่าย …..
  • ขอแสดงความอาลัยและเสียใจในการสูญเสียชีวิตทหารไทยผู้กล้าหาญ และประชาชนที่เคราะห์ร้ายสูญเสียชีวิต ดวงวิญญาณของพวกท่าน  คงสู่สุคติแล้ว RIP ……
  • รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์  ” หากข้อเสนอทั้ง 8 ข้อที่ฝ่ายไทยเสนอไปทางกัมพูชายอมรับได้เพียงบางส่วน  ก็จะบันทึกเฉพาะส่วนที่กัมพูชาเห็นด้วยตรงกัน  และจะนำประเด็นที่กัมพูชาไม่เห็นด้วยไปประชุมในครั้งต่อไป ” ……
  • ฟังแม่ทัพภาค๒ พล.ท.บุญสิน  พาดกลาง กล่าว “กรณีที่สมเด็จฮุนเซ็น ประธานวุฒิกัมพูชาโพสต์ข้อความไม่อยากให้ไทยใช้ F – 16 ในการปฏิบัติการ  และขอร้องนานาชาติไม่ให้ขายเครื่องบินรบให้กับไทยนั้น  เป็นเรื่องของเราเขาขอไม่ให้ใช้ ก็ไม่เป็นไร แต่เราจะใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา ”  …… 
  • เมื่อ กุมารแพทย์โรคหัวใจ นพ.เพียรศักดิ์  แซ่หว่อง  รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ อุบลราชธานี  ถาม ” ถึงหัวหน้าพรรคเท้ง ในฐานะหน.พรรคประชาชน ว่า เรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานก่อนคุณเกิด ๕๐ ปี ถ้าต้องเรียนรู้มนุษยธรรม คุณเท้ง มาคลุกคลีคนไข้กับเราแล้วจะไม่ต้องไปอ่านตำรา  หรือสรรหาคำสวยๆมาเป็นวาทะกรรม ฯลฯ  ในวันที่ประชาชนถูกทำร้าย คุณไปอยู่ไหน? และวันที่ประชาชนเดือดร้อนคุณทำอะไร? ฯลฯ …… 
  • เสาร์ 9 ส.ค. เวลา 11.30 น. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์  เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอดีตคณะกรรมมาธิการสาธารณะสุข  ณ ห้องอาหารบ้านลดารมย์  ศรีย่าน  ….. 
  • ขออนุญาติ นำบางส่วน ของ  น.อ.สมโชค   สวัสดิรักษ์ ขจัดพวกขายชาติล้มราชวงศ์  ไทยดำรงเอกราชชาติเสรี ชุมนุม รวมพลังแผ่นดิน ล้ม ระบอบทักษิณ สิ้นศักดิ์ศรี พิทักษ์ชาติราชวงศ์จักรี แพทองโพยเปรียบ คางคกตกวอ  โซ่คล้องคอก่อกรรมชั่วมัวหมอง ทรยศแผ่นดินสิ้นคนปอง จับตัวสองพ่อลูกไปผูกคอ ……  

น้องนิ่ง….นิ่ง…… 

‘บุ๋ม ปนัดดา’สร้างบังเกอร์หลบภัยให้ทหารแนวหน้าในพื้นที่ชายแดน

'บุ๋ม ปนัดดา'สร้างบังเกอร์หลบภัยให้ทหารแนวหน้าในพื้นที่ชายแดน

‘บุ๋ม ปนัดดา’สร้างบังเกอร์หลบภัยให้ทหารแนวหน้าในพื้นที่ชายแดน

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

11 สิงหาคม 2568 ดร.ปนัดดา วงษ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ในฐานะโฆษก (จิตอาสา) ศบ.ทก. ได้ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และจัดทำบังเกอร์เสริมเกาะป้องกันเพื่อความปลอดภัยให้กับเหล่าทหารกล้าในการสู้ศึกครั้งนี้

โดยเฟซบุ๊กเพจ มูลนิธิองค์กรทำดี ได้แชร์ภาพที่ทีมงานและชาวบ้านกำลังช่วยกันสร้างบังเกอร์เพิ่มเติม พร้อมข้อความระบุว่า “จัดทำบังเกอร์เสริมเกาะป้องกันให้กับพี่ๆทหารเพื่อความปลอดภัย 11/8/68 #มูลนิธิองค์กรทำดี”

‘ลิซ่า ลลิษา’เซอร์ไพรส์ทั่วโลก! เตรียมปล่อยหนังสั้น’Dream’ ประกบนักแสดงญี่ปุ่นชื่อดัง

'ลิซ่า ลลิษา'เซอร์ไพรส์ทั่วโลก! เตรียมปล่อยหนังสั้น'Dream' ประกบนักแสดงญี่ปุ่นชื่อดัง

‘ลิซ่า ลลิษา’เซอร์ไพรส์ทั่วโลก! เตรียมปล่อยหนังสั้น’Dream’ ประกบนักแสดงญี่ปุ่นชื่อดัง

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.47 น.

11 สิงหาคม 2568 ตอกย้ำความปังอีกครั้งสำหรับศิลปินสาวสัญชาติไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่เธอได้เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์สั้น Dream โปรเจกต์สุดเซอร์ไพรส์ที่หยิบแรงบันดาลใจจากบทเพลงชื่อเดียวกันในอัลบั้ม Alter Ego มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวบนหน้าจอ

ซึ่งได้ ‘Ojun Kwon’ มาเขียนบทและกำกับการแสดง ‘ลิซ่า’ จะประกบคู่กับนักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่น ‘เคนทาโร่ ซาคากุจิ’ ซึ่งจากทีเซอร์โปสเตอร์ก็ชวนให้แฟนๆ เขินไปกับเคมีของทั้งคู่ แม้จะมีกลิ่นดราม่าเบาๆ จากประโยคที่ว่า “สิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้ คือเพียงจ้องมองคุณอย่างเงียบเชียบเป็นครั้งสุดท้าย”

ต่อมา’ลิซ่า’ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@lalalalisa_m” ที่มีผู้ติดตาม 106 ล้านคน ระบุแคปชั่นสั้นๆ ว่า “An emotional, beautiful story that will soon be yours.” (เรื่องราวงดงามและเต็มไปด้วยความรู้สึก กำลังจะส่งถึงคุณ) 

สำหรับแฟนๆ ที่รอติดตามหนังสั้นเรื่องนี้ เตรียมรับชมพร้อมกันในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 10.00 (ตามเวลาประเทศไทย)

‘จิรายุ’ซัดกัมพูชาอย่าตีเนียน ลั่นไทยไม่เคยคิดฟ้องศาลโลก ย้ำชัดๆไม่รับขอบเขตอำนาจ

‘จิรายุ’ซัดกัมพูชาอย่าตีเนียน ลั่นไทยไม่เคยคิดฟ้องศาลโลก ย้ำชัดๆไม่รับขอบเขตอำนาจ

‘จิรายุ’ซัดกัมพูชาอย่าตีเนียน ลั่นไทยไม่เคยคิดฟ้องศาลโลก ย้ำชัดๆไม่รับขอบเขตอำนาจ

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.29 น.

‘จิรายุ’ซัดกัมพูชาอย่าตีเนียน ลั่นไทยไม่เคยคิดฟ้องศาลโลก ย้ำชัดๆไม่รับขอบเขตอำนาจ

11 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยกรณีกำลังพลเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนบริเวณรอยต่อ ช่องโดนเอาว์-กฤษณา (บริเวณภูมะเขือ) อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 นาย ซึ่ง 1 ในนี้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ข้อเท้าซ้ายท่อนล่างขาด

นายจิรายุกล่าวว่า ล่าสุดเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึงประธานการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 (ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2568) ร้องเรียนการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชาในพื้นที่บริเวณช่องโดนเอาว์-กฤษณา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากการประชุม GBC ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งในการประชุมฯ ฝ่ายไทยได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันแต่กัมพูชาปฏิเสธ ทั้งนี้ ได้ขอให้ประธานอนุสัญญาฯ เวียนหนังสือแจ้งรัฐภาคีอื่น ๆ เพื่อทราบต่อการละเมิดอนุสัญญาฯ ของฝ่ายกัมพูชา 

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และนครนิวยอร์ก ได้เข้าพบประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 และเลขาธิการสหประชาชาติ รวมถึงผู้แทนระดับสูงของรัฐภาคีต่าง ๆ ของอนุสัญญาฯ ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ดำเนินการต่อการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชา และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ของกรอบอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

“ขอย้ำว่า ไทยประกาศไม่ยอมรับในเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ) หรือ ศาลโลก มาตั้งแต่ปี  พ.ศ.2503 จนถึงปัจจุบัน แต่ไทยจะยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เอาผิดกัมพูชา เป็นอาชญากรรมสงคราม มีการทำร้ายพลเรือนอย่างชัดเจน” นายจิรายุ กล่าว

นายจิรายุ ย้ำว่า รัฐบาลขอแสดงความเสียใจต่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกัมพูชา ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ที่กองกำลังไทยประสบเหตุการณ์เช่นนี้ในเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือนจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

โฆษก รบ. โต้ กัมพูชา ย้ำไทยไม่เคยมีระเบิด MK-84

โฆษก รบ. โต้ กัมพูชา ย้ำไทยไม่เคยมีระเบิด MK-84

โฆษก รบ. โต้ กัมพูชา ย้ำไทยไม่เคยมีระเบิด MK-84

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

ย้ำไทยไม่เคยมีระเบิด MK 84 ย้ำปฏิบัติการแบบสากล ทหารไทยโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ปฏิเสธกรณีรัฐบาลกัมพูชานำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำกัมพูชา ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา แล้ว อ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเกิดจากการโจมตีของฝ่ายไทย ยืนยัน ไทยไม่มีระเบิด MK 84  และไม่โจมตีใส่เป้าหมายพลเรือน  ปฏิบัติการเฉพาะเป้าหมายทางทหารนั้น 

นายจิรายุ เปิดเผยว่า กองทัพไทย ยืนยันพื้นที่ที่กัมพูชานำเสนอเป็นบริเวณเป้าหมายทางทหาร มีกองกำลังทหารกัมพูชาปฏิบัติการอยู่ และพื้นที่อยู่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชาเพียงไม่กี่กิโลเมตร  ซึ่งไทยโจมตีเฉพาะในพื้นที่ปฏิบัติการเท่านั้น ต่างจากกัมพูชาที่มุ่งโจมตีเป้าหมายพลเรือนของไทยนอกเขตพื้นที่การรบ หลายจุดมีระยะห่างจากแนวรบไกลถึง 30 กิโลเมตร

ในส่วนของระเบิด MK 84 ที่กัมพูชาอ้างว่าพบนั้น กองทัพอากาศไทยได้เคยออกมายืนยันแล้วว่าเป็น “ข่าวปลอม” โดยไทยไม่เคยจัดซื้อระเบิดจากแหล่งที่ถูกกล่าวอ้าง และการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทุกชนิดของไทยดำเนินการผ่านพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ได้รับการรับรองเท่านั้น ซึ่งควรจะให้ องค์กรที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการทางอากาศของไทยเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ และอยู่ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด มุ่งโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร และจำกัดวงการทำลายให้อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการเท่านั้น ต่างจากกัมพูชาที่มุ่งโจมตีเป้าหมายพลเรือนของไทยนอกเขตพื้นที่การรบ 

“รัฐบาลไทยยืนยันชัดว่าไทยยึดมั่นในหลักสากล ไม่ใช้กำลังกับเป้าหมายพลเรือน และจะปกป้องประชาชนและอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่” นายจิรายุกล่าว

‘รทสช.’มั่นใจสภาผ่านงบ69 ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบรับมือ‘ภาษีทรัมป์’

‘รทสช.’มั่นใจสภาผ่านงบ69 ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบรับมือ‘ภาษีทรัมป์’

‘รทสช.’มั่นใจสภาผ่านงบ69 ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบรับมือ‘ภาษีทรัมป์’

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.21 น.

‘รทสช.’มั่นใจสภาผ่านงบประมาณ 2569 พรรคเน้นย้ำ สส.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบประมาณรับมือ‘ภาษีทรัมป์’ ชี้สถานการณ์อาจไม่รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ เชื่อรัฐบาลพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤติจริง

11 สิงหาคม 2568 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.เขต 4 จ.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ว่า จากการที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เน้นย้ำไปยัง สส. สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติให้เข้าร่วมพิจารณางบประมาณรายจ่ายโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการใช้จ่ายงบประมาณของทางภาครัฐ ที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว

นายอัครเดช กล่าวว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 นี้ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติได้มีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในหลายกระทรวง โดยสอดคล้องกับความเห็นของ กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ที่ได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อให้งบประมาณของภาครัฐมีประสิทธิภาพที่สุด และตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สำหรับข้อกังวลของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ไม่ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาที่เกิดจากภาษีตอบโต้(Tariff) ของสหรัฐอเมริกานั้น ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเห็นสอดคล้องกับรัฐบาลว่า ผลกระทบที่เคยคาดว่าจะรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยนั้นมีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐกำหนดของประเทศไทยนั้นหากเทียบในภูมิภาคอาเซียนแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ 19-20% จึงไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันเช่นที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับรัฐบาลยังมีชุดข้อมูลที่ใช้ในการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านและครบถ้วน จึงมีการแปรญัตติในส่วนของงบประมาณไปยังภาคส่วนที่มีความจำเป็นมากกว่า

“หรือหากกรณีเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจขึ้นจริงรัฐบาลยังมีเครื่องมืออื่น ๆ เช่น งบกลางซึ่งสามารถใช้ได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออาจจะพิจารณาเสนองบกลางปีร่วมด้วย  ซึ่งการแปรญัตติในวงเงินงบประมาณ 8.92 พันล้านบาทนี้ รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วที่จะได้จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนของชาติและประชาชน” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 จะสามารถผ่านการพิจารณาได้อย่างราบรื่นเพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

‘ดร.เสรี’ไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งนาย-ขี้ข้า ทำไมเกรงใจผู้นำเขมร ชี้จัดการตามหลักทหาร คงจบไปนานแล้ว

'ดร.เสรี'ไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งนาย-ขี้ข้า ทำไมเกรงใจผู้นำเขมร ชี้จัดการตามหลักทหาร คงจบไปนานแล้ว

‘ดร.เสรี’ไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งนาย-ขี้ข้า ทำไมเกรงใจผู้นำเขมร ชี้จัดการตามหลักทหาร คงจบไปนานแล้ว

วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.08 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ที่ทหารโดนกับระเบิดเพราะไม่ระมัดระวัง

ที่เขมรถล่มโรงพยาบาล เขาไม่ได้ตั้งใจ

ที่ให้ทหารไทยถอยร่นจากพื้นที่ ไม่ได้ตั้งใจให้เขมรยึดครอง แต่ต้องการป้องกันไม่ให้มีการปะทะ เป็นการปกป้องชีวิตทหาร

ตอนนี้ให้มีการสอบสวนที่ทหารไทยยิงหนังสติ๊ก แต่ที่เขมรฝังกับละเบิด ยังไม่มีการสอบสวนหรือตรวจสอบอะไร อย่างใดทั้งสิ้น

ที่เขมรละเมิดข้อตกลงต่างๆ ไม่มีการประท้วงใดๆทั้งนั้น

ที่เกิดการปะทะกัน เพราะมีการยั่วยุกัน ไม่มีความรุนแรง

ห้ามไม่ให้ทหารทำการใดๆ นอกเหนือคำสั่งรัฐบาล

แบบนี้ ไม่เรียกว่าไส้ศึก จะให้เรียกว่าอะไร

ทำไมต้องมีท่าทีเกรงใจผู้นำเขมรแบบคนด้อยกว่าแบบนี้

ถ้าหากให้ทหารเขาจัดการตามหลักการของการทหาร เรื่องก็น่าจะจบไปตั้งนานแล้ว และคงไม่มีความเสียหายรุนแรงเท่านี้

ทั้งนาย ทั้งขี้ข้า ทำไมเกรงใจผู้นำเขมรคะ