‘ศรีสุวรรณ’จี้ป.ป.ช.เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาดคดีโยกงบลง’ดิจิทัลวอลเล็ต-กองทุนสส.-สว.’

'ศรีสุวรรณ'จี้ป.ป.ช.เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาดคดีโยกงบลง'ดิจิทัลวอลเล็ต-กองทุนสส.-สว.'

‘ศรีสุวรรณ’จี้ป.ป.ช.เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาดคดีโยกงบลง’ดิจิทัลวอลเล็ต-กองทุนสส.-สว.’

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.34 น.

จ่อหมดอายุความ 9 ส.ค.นี้ ! “ศรีสุวรรณ” จี้ ‘ป.ป.ช.’เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาด 484 สส.-สว.และ ครม.ฝ่าฝืน ม.144  ปมโยกงบชำระหนี้-ดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารรัฐ 5 แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 3.5 หมื่นล้านบาท และโอนงบเข้า ‘กองทุน ส.ส.–ส.ว. เทียบคำวินิจฉัยศาลรธน.”พิเชษฐ์’ผิดเห็นชอบร่างพรบ.งบ3โครงการ

วันที่ 4 ส.ค.68 เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้เร่งการชี้มูลความผิดเหล่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 484 ราย ประกอบด้วย ส.ส. 309 คน ส.ว. 175 คน กรรมาธิการงบประมาณและสมาชิก ครม. ทั้งของนายเศรษฐาและของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กรณีโยกงบประมาณจากการชำระหนี้-ดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารรัฐ 5 แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 3.5 หมื่นล้านบาท และการโอนงบเข้า ‘กองทุน ส.ส.–ส.ว.’ ถือเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่งและสองหรือไม่

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 1 ส.ค.68 กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการและให้มีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 โครงการ  ในการพิจารณา(ร่าง)พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และ 2569 มีการเสนอการแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ร สส. สว. หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง หรือไม่

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยกรณีดังกล่าว มีผลให้ผู้ถูกร้องมีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณ 2569 มิใช่เป็นเพียงดำเนินการกิจการของสภาอย่างปกติ ไม่เข้าข้อยกเว้นตามรัฐธรรม นูญ มาตรา 185 (2) จึงเป็นผู้กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง จึงสั่งให้ผู้ถูกร้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง มีกำหนด 10 ปีนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า  คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวถือว่าเป็นบรรทัดฐานมีผลผูกพันรัฐสภา ครม. ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานรัฐ ซึ่งนำมาเทียบเคียงได้กับกรณีที่ ส.ส. – ส.ว.รวม 484 คนและ ครม.ชุดนายเศรษฐา และชุด น.ส.แพทองธาร ที่มีส่วนโดยทางตรงและทางอ้อมในการโยกงบประมาณจากการชำระหนี้-ดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารรัฐ 5 แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 3.5 หมื่นล้านบาท และการโอนงบเข้า ‘กองทุน ส.ส.–ส.ว.’ อันอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรม นูญ มาตรา 144 อย่างชัดเจน ดังนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เร่งชี้มูลความผิดผู้ดำรงดำแหน่งทางการเมืองทั้งหมดที่ฝ่าฝืนมาตรา 144 ดังกล่าวโดยเร็ว  ซึ่งอาจจะหมดอายุความในวันที่ 9 ส.ค.68 นี้แล้ว หาก ป.ป.ช.เพิกเฉยหรือประวิงเวลาอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญ 234(1) ซึ่งประชาชนสามารถเข้าชื่อกันถอดถอน ป.ป.ช.ตามมาตรา 236 ประกอบ ป.อ.มาตรา 157 ได้

‘บิ๊กเล็ก’ชี้ไทยดูแล18เชลยดี เตือนเขมรเร่งเก็บศพทหารชายแดน จี้ต้องทำตามข้อตกลงGBC

'บิ๊กเล็ก'ชี้ไทยดูแล18เชลยดี เตือนเขมรเร่งเก็บศพทหารชายแดน จี้ต้องทำตามข้อตกลงGBC

‘บิ๊กเล็ก’ชี้ไทยดูแล18เชลยดี เตือนเขมรเร่งเก็บศพทหารชายแดน จี้ต้องทำตามข้อตกลงGBC

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.14 น.

“บิ๊กเล็ก” เชื่อ หากกัมพูชาเคารพข้อตลงจีบีซี บรรยากาศจะดีขึ้น ยํ้า! ฝ่ายไทยดูแล 18 เชลยศึกอย่างดี แต่ต้องสอบเข้มก่อนปล่อยตัว ป้องกันบิดเบือนข้อมูล ฝากสื่อช่วยกองทัพโต้ “มาลี” หลังปล่อยเฟคนิวส์รายวัน จี้เขมรเร่งเก็บศพทหารขึ้นอืด เกลื่อนแนวชายแดน หวั่นเกิดโรคระบาด 

4 ส.ค.2568 เมื่อเวลา 09.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่ประเทศมาเลเซียว่า เราเตรียมการประชุมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และได้ส่งรายละเอียดให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เห็นชอบ จึงมีการงดประชุม ศบ.ทก.ในวันเสาร์ที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมจีบีซี ซึ่งการประชุมคงจะใช้เวลา 3 วัน แต่ในวันที่ 6 ส.ค. ตนได้สั่งกองเลขาฯ ให้ประชุมแค่ครึ่งวัน เพื่อนำประเด็นกลับมาเข้าที่ประชุม สมช.อีกครั้งเพื่อผ่านความเห็นชอบ ส่วนในวันที่ 7 ส.ค. ตนจะเดินทางไปสรุปและลงนาม เพื่อความรอบคอบ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมกลาโหม 3 ฝ่าย ซึ่งตนได้ชี้แจงเรื่อง 18 เชลยศึก หลังจากฝ่ายกัมพูชาได้เรียกร้องให้ฝ่ายไทยปล่อยตัว ตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าเราควบคุมอย่างดี ตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 1 และได้ให้คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปดูแล้ว ซึ่งเขาก็พอใจว่าเราดูแลตามอนุสัญญาเรียบร้อยดี ทั้งนี้หลักการของเราคือ ปฏิบัติการทุกอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ว่าใครจะมาตรวจสอบ ก็จะพบแต่ความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงว่ามีประชาชนบางส่วน ไม่สบายใจว่าเราเป็นสุภาพบุรุษเกินไป แต่สิ่งนี้จะทำให้เราอยู่ได้ ไม่ถูกตำหนิจากนานาประเทศ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกลาโหม 3 ฝ่าย ยังเห็นด้วยว่า จากการปฏิบัติการที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีทหารกัมพูชาเสียชีวิตหน้าแนวฝ่ายไทยในพื้นที่เขตกัมพูชาจำนวนมาก แต่ในเขตประเทศไทย เราได้ดำเนินการรวบรวมและส่งกลับอย่างสมเกียรติ ยืนยันว่าเราปฏิบัติตาม กฏหมายระหว่างประเทศทุกอย่าง แต่ที่เสียใจแทนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต คือทางรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่ใช่ทหารของเขา ซึ่งความจริงจะใช่หรือไม่นั้น ก็เป็นคนกัมพูชาที่มาเสียชีวิตในฝั่งเรา ตนได้ยํ้ากับรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิตจำนวนมาก ยังไม่ได้รับการเก็บกลับไป จึงแจ้งไปว่าให้เก็บศพกลับไปให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และให้สมเกียรติสมศักดิ์ศรีความเป็นทหาร ตนเป็นทหารกองทัพไทย แม้เราจะเป็นคู่กรณีกับกัมพูชา แต่เมื่อทหารเสียชีวิต เราก็ต้องให้เกียรติและดำเนินการอย่างสมศักดิ์ศรี 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า เราลงตรวจการในพื้นที่ เห็นศพทหารกัมพูชาที่อยู่ข้างหน้าทุกวันๆ จึงย้ำกับรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาไปอีกครั้งว่าอยากให้เร่งมาเก็บ เพราะ 1.หากปล่อยไว้นานอาจเกิดโรคระบาดได้ และอาจทำให้ประชาชนกัมพูชาที่อยู่ในบริเวณนั้น ได้รับเชื้อโรค 2.ทหารด้วยกันจะเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้น หากเสียชีวิตเราจะไม่หมิ่นศักดิ์ศรี อะไรก็ตามที่จะทำให้เขาได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ เราก็จะสนับสนุน จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยทำความเข้าใจและสื่อไปถึงรัฐบาลกัมพูชา ว่าอยากให้ดูแลทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชายอมรับแล้ว แต่ก็ยังปฏิเสธว่าไม่ใช่ ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ ถ้าวิญญาณทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตรับรู้ได้ เขาก็คงจะเสียใจ

ผู้สื่อข่าวถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของ 18 เชลยศึกขณะนี้ ที่สมเด็จฮุนเซน โพสต์เรียกร้องให้ไทยส่งตัวกลับ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เราดูแลอย่างดี เพราะต้องสอบสวน  แต่หากมีความไว้ใจกันร้อยเปอร์เซ็นต์คงส่งกลับได้เร็ว แต่ขณะนี้มีความไม่ไว้ใจกัน เขามีการบิดเบือนทุกวัน เพราะฉะนั้นต้องมีการสอบสวนเพื่อบันทึกข้อมูลหลักฐานให้ครบถ้วน รอบด้าน ต้องมาคิดว่า หากส่งกลับไปแล้วเขาจะบิดเบือนอย่างไร และเราจะตอบกลับอย่างไร ดังนั้น ต้องบันทึกทั้งคำพูดและคำให้การไว้ทั้งหมด ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เชลยได้รับผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเด็ดขาด และขอยํ้าว่าตนต้องทำและยึดมั่นตรงนี้ เพราะตนเป็นคู่เจรจา แต่คนอื่นไม่ทำก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ตนต้องทำ

เมื่อถามว่า กรอบการเจรจาจีบีซี วางเป้าไว้จะได้ข้อสรุปในทิศทางไหน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ถ้าได้ข้อสรุปที่ตกลงกันได้ ก็เชื่อว่าทิศทางก็น่าจะดีขึ้น ที่สำคัญประเทศไทยไม่เสียผลประโยชน์ ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนมั่นใจได้ว่าเราจะทำอย่างเต็มขีดความสามารถ ซึ่งคณะที่ไปประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และผู้แทนเหล่าทัพทั้งหมด เพราะฉะนั้น การประชุมครั้งนี้ จะผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้านจากทุกฝ่าย ไม่ต้องกังวล เราไม่ได้ทำโดยพลการ แม้ว่าประชาชนจะไม่เข้าใจตนก็ตาม ก็ขอให้เชื่อมั่นในคณะที่ไป เพราะมีความรู้ความสามารถ และความรับผิดชอบ ยืนยันว่า มีความรักชาติและเห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

เมื่อถามถึงกรณีที่ขณะนี้ประชาชนกังวลเรื่องโดรนที่บินเข้ามา ว่าเป็นของฝั่งไทยหรือฝั่งกัมพูชากันแน่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังปนกันอยู่ แต่จำนวนมากเป็นของกัมพูชาที่บินลํ้าเข้ามา ซึ่งเราได้บันทึกไว้หมดแล้ว และตนจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุม ศบ.ทก.วันนี้ด้วย เรามีพิกัดที่ลํ้าเข้ามาชัดเจน  อาจจะมีของฝ่ายไทยบ้าง ซึ่งเรายังไม่รู้วัตถุประสงค์แน่ชัด แต่ กสทช.ได้ประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศแล้ว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกมาระบุว่า เห็นโดรนบินลํ้าเข้ามาในกัมพูชานั้น ตนยืนยันได้ว่า โดรนที่เขาเห็นนั้นเป็นโดรนของกัมพูชาเอง ที่บินกลับไป หลังจากที่บินล้ำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เป็นการแสดงให้เห็นชักเจนถึงวุฒิภาวะของเขา ที่พูดเอง ก็เสียเอง 

เมื่อถามว่า ได้มีการตรวจสอบฐานบินที่โดรนบินผ่าน หรือมีการสกัดกั้นหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนขอไม่พูดรายละเอียดตรงนี้ เพราะได้มอบให้กองทัพอากาศเป็นเจ้าภาพทั้งหมดแล้ว

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังมีความเปราะบางหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยอมรับว่ายังมีความเปราะบางจากข่าวปลอม โดยเฉพาะข่าวปลอมที่บอกให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ ทำให้กัมพูชาคิดว่าไทยเตรียมการสู้รบ เขาเลยเตรียมการบ้าง ซึ่งเรื่องแบบนี้คิดว่าวันหนึ่งอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย จึงอยากฝากสื่อมวลชน ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ยามนี้เราต้องรวมใจเป็นหนึ่ง แค่ข่าวปลอมจากกัมพูชาเราก็ต้องมาแก้ปัญหากันทุกวันแล้ว มาเจอข่าวปลอมจากฝั่งไทยอีก ก็ยอมรับว่าทำให้ฝ่ายความมั่นคงหนักใจมาก ตนเข้าใจดีว่าประชาชนอยากช่วย แต่สถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่จะช่วยได้คือฟัง ศบ.ทก.เป็นหลัก

“ยอมรับว่าการชี้แจงของรัฐบาลอาจจะช้า ผมก็ยอมรับคำตำหนิ แต่เราต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง ต้องไม่เสียเครดิตกันเองและนานาประเทศ ศบ.ทก.พูดอะไรก็ต้องใช่ หากเรารีบตอบแล้วปรากฎว่าไม่ใช่ เราก็จะขาดความเชื่อถือ ความจริงสื่อมวลชนสามารถช่วยกองทัพได้ คือตอบโต้กัมพูชาไปก่อนเลย มาลีพูดอะไรมา สื่อโต้กลับไปได้ทันทีเลย เพราะถ้าเป็นสื่อโต้ไปมันไม่มีผลอะไร เดี๋ยวเราแก้ได้ ช่วยกองทัพตอบโต้มาลีไปเลย และถ้า ศบ.ทก.ชี้แจง สื่อก็ให้การสนับสนุน ไม่ใช่ว่าพอ มาลีพูดมา สื่อก็หันมาด่ากองทัพว่าทำไมไม่ตอบโต้ ซึ่งจะทำให้กองทัพขาดความน่าเชื่อถือ แล้วจะให้กองทัพไปตอบโต้คนแบบนั้นหรือ”

เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์หลังการประชุมจีบีซีอย่างไรบ้าง เพราะหลายคนกังวลอยู่เหมือนกัน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หากกัมพูชาเคารพผลการประชุมจีบีซี ก็ไม่น่ากังวล 

“ผมยอมรับว่า ประสบการณ์การรับราชการทหารมาตลอดชีวิตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ก็ เพิ่งเจอคู่กรณีที่ยากมาก พูดอย่างทำอย่าง ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่วิสัยของผมเลย หากมีใครมาตำหนิผมก็ยอมรับ เพราะคิดไม่ทันจริงๆ ว่ากัมพูชาจะทำอะไร บางครั้งที่เขาพูดมาก็ไม่ได้ทำตามที่พูด ตรงนี้ผมไม่ถนัดจริงๆ  สื่อมวลชนก็ต้องเห็นใจผมด้วย ตอนนี้ผมก็ต้องมองหลักการตามกฎหมาย หากประเด็นในจีบีซี มีการตกลงกันได้ก็น่าจะดีขึ้น”

พล.อ.ณัฐพล กล่าวด้วยว่า  ประเด็นที่คุยไม่ใช่ว่าจะจบทุกเรื่อง อาจจะค่อยๆ จบไปทีละขั้นตอน ดังนั้นขอให้เข้าใจว่าการไปประชุมครั้งนี้ไม่ใช่จะจบเลย แต่จะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไป ค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ ต้องประเมินท่าทีของกัมพูชาว่ามีความจริงใจเข้าสู่สันติหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่า ผลสรุปจากการประชุมจีบีซี จะให้เวทีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ​(อาร์บีซี) พูดคุยกันต่อไป และขออย่ามาตำหนิตนอีกว่าโยนภาระให้ทหาร แต่อย่างที่ตนบอก กองทัพรู้ดีที่สุดเรื่องไหนที่ตัดสินใจได้ เช่นการวางกำลังหรือเพิ่มกองกำลัง หรือการปฏิบัติการต่อการยั่วยุ ดังนั้นขอยํ้าว่าไม่ใช่การโยนภาระให้กองทัพ เพราะบางเรื่องในการประชุมจีบีซี หากตกลงกันแล้วกองทัพอาจไม่สบายใจว่าทำไมไปตกลงกันแบบนั้น จึงต้องมีการแบ่งความรับผิดชอบกัน ไม่ใช่การโยน คำพูดคล้ายกัน แต่ความหมายคนละเรื่อง ดังนั้นขอให้เข้าใจเราด้วย

‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน’ระดมสิ่งของบริจาค มุ่งหน้าทหาร-ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน

'กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน'ระดมสิ่งของบริจาค มุ่งหน้าทหาร-ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน

‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน’ระดมสิ่งของบริจาค มุ่งหน้าทหาร-ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

“กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน” ระดมสิ่งของบริจาค 4 คันรถบรรทุก ส่งถึงทหารและชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

4 สิงหาคม 68 เพจเฟซบุ๊ก คปท. โพสต์ภาพ ระบุข้อความว่า เครื่องอุปโภคบริโภคที่พี่น้องประชาชนคนไทยที่ร่วมบริจาคกับกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน กำลังเดินทางสู่แนวหน้า สนับสนุนทหารและพี่น้องประชาชน

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

ภาพ : คปท.

‘เพจดัง’วิเคราะห์ 7 เหตุผล ‘ทำไมเขมรไม่เก็บศพทหารตัวเอง? ‘

'เพจดัง'วิเคราะห์ 7 เหตุผล 'ทำไมเขมรไม่เก็บศพทหารตัวเอง? '

‘เพจดัง’วิเคราะห์ 7 เหตุผล ‘ทำไมเขมรไม่เก็บศพทหารตัวเอง? ‘

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

‘เพจดัง’วิเคราะห์ 7 เหตุผล ‘ทำไมเขมรไม่เก็บศพทหารตัวเอง? ‘

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “CSI LA” ได้เผยแพร่โพสต์ ระบุว่า

“ทำไมเขมรไม่เก็บศพทหารตัวเอง?
นี่อาจไม่ใช่แค่ความ “ละเลย” — แต่มันคือ “เจตนา” ที่แฝงไว้ด้วยกลยุทธ์ทั้งทางทหาร การเมือง และจิตวิทยา

1. ปฏิเสธความสูญเสีย
รัฐบาลฮุนเซนต้องการปกปิดความพ่ายแพ้
ไม่มีศพ = ไม่มีหลักฐาน = ไม่มีเสียงเรียกร้องจากครอบครัวหรือสื่อ

2. ใช้ไทยเป็นแพะ
หากไทยเป็นฝ่ายเก็บศพหรือมีภาพออกสื่อ
เขมรจะกล่าวหาว่าไทย “ละเมิดมนุษยธรรม” หรือ “ไม่ให้เกียรติศพ”
ทั้งที่ไทยเปิดทางให้รับกลับอย่างสุภาพหลายครั้งแล้ว

3. ดูแคลนชีวิตทหารรากหญ้า
ทหารชั้นผู้น้อยของเขมรถูกส่งมาตาย โดยไร้ความหมาย
ไม่มีศพ = ไม่มีครอบครัวเรียกร้องความรับผิด = ไม่มีใครกล้าท้วงชนชั้นนำ

4. ใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ
ศพที่ถูกทิ้งไว้ กลับถูกใช้สร้าง “ภาพเหยื่อ” เพื่อกล่าวหาไทย
วาดภาพว่าตัวเองถูกกระทำ ทั้งที่เป็นฝ่ายรุกรานก่อน

5. กลัวกับดักหรือโจมตีซ้ำ
อ้างว่าไม่กล้าเก็บศพเพราะกลัวโดนซ้ำ หรือเจอกับระเบิด
แต่ในหลายกรณี ไทยเปิดทางเจรจาให้เก็บได้อย่างปลอดภัยแล้ว — เขมรยังเพิกเฉย

6. ไม่มีระบบ ไม่มีผู้นำ
กองทัพเขมรอ่อนแอ ไร้เอกภาพ ผู้นำไม่กล้ารับผิดชอบ
ไม่มีหน่วยไหนกล้าทำอะไรโดยไม่สั่งจากเบื้องบน

7. อาจจงใจปล่อยให้ศพ “เน่า”
บางพื้นที่ใช้ศพเป็นอาวุธชีวภาพทางอ้อม
กลิ่นศพอาจสร้างผลกระทบจิตวิทยาต่อฝ่ายตรงข้าม
อีกทั้งยังทำลายศักดิ์ศรีสนามรบให้ดูเหมือน “แดนนรก”

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ซัดพรรคการเมือง’ด่าหมอ’ จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

'ดร.ดิเรกฤทธิ์'ซัดพรรคการเมือง'ด่าหมอ' จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ซัดพรรคการเมือง’ด่าหมอ’ จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

ดร.ดิเรกฤทธิ์ จี้พรรคการเมือง! “ดีแต่ปาก ดีแต่ใช้ภาษี” โพสต์แรงถาม “กล้าควักเงินพรรคจ่ายค่ารักษาคนต่างด้าวไหม?”

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์แพทย์ว่าไร้มนุษยธรรมเนื่องจากไม่ยอมรักษาผู้ป่วยชาวกัมพูชา ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการใช้เงินของพรรคจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แทนการใช้เงินภาษีของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่าบุคคลเหล่านั้นเคยรับฟังคำชี้แจงของแพทย์หรือไม่ 

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ซัดพรรคการเมือง’ด่าหมอ’ จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

'ดร.ดิเรกฤทธิ์'ซัดพรรคการเมือง'ด่าหมอ' จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ซัดพรรคการเมือง’ด่าหมอ’ จวกแรงกล้าควักเงินพรรค จ่ายค่ารักษาต่างด้าวไหม?

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

ดร.ดิเรกฤทธิ์ จี้พรรคการเมือง! “ดีแต่ปาก ดีแต่ใช้ภาษี” โพสต์แรงถาม “กล้าควักเงินพรรคจ่ายค่ารักษาคนต่างด้าวไหม?”

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์แพทย์ว่าไร้มนุษยธรรมเนื่องจากไม่ยอมรักษาผู้ป่วยชาวกัมพูชา ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการใช้เงินของพรรคจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แทนการใช้เงินภาษีของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่าบุคคลเหล่านั้นเคยรับฟังคำชี้แจงของแพทย์หรือไม่ 

‘ทบ.’แจง’เชลยศึก’ทหารกัมพูชา เป็นสถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่จำกัดสิทธิมนุษยชน

'ทบ.'แจง'เชลยศึก'ทหารกัมพูชา เป็นสถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่จำกัดสิทธิมนุษยชน

‘ทบ.’แจง’เชลยศึก’ทหารกัมพูชา เป็นสถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่จำกัดสิทธิมนุษยชน

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

‘กองทัพบก’ชี้แจงสถานะเชลยศึกกำลังพลกัมพูชา เป็นสถานะทางกฎหมาย ได้รับการรับรองภายใต้กรอบก.ม.มนุษยธรรมระหว่างประเทศ ไม่ใช่จำกัดสิทธิมนุษยชน ยันปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก  เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างกำลังทหารไทยกับกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านซำแต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 สืบเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และดำเนินการโจมตีเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม เพื่อยับยั้งการรุกราน และผลักดันกองกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่ดังกล่าว

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า ภายหลังการปะทะ ได้มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาจำนวน 20 นายยอมจำนนจากการสู้รบ โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปลดอาวุธและควบคุมตัวตามกระบวนการทางทหาร พร้อมทั้งยึดถือแนวทางการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง และมีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง กองทัพบกขอชี้แจงว่า กำลังพลฝ่ายกัมพูชาที่ยอมจำนนและอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย ได้รับการรับรองสถานะตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าเป็น “เชลยศึก” ตามข้อบทแห่งอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นรัฐภาคีร่วมกัน โดยอนุสัญญาดังกล่าวบัญญัติชัดเจนว่าสถานะเชลยศึกจะเกิดขึ้นเมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอยู่ในสถานะของความขัดแย้งด้วยอาวุธ และผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นบุคคลซึ่งสังกัดกองกำลังติดอาวุธของรัฐฝ่ายตรงข้าม

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า สถานะเชลยศึกมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประณาม หากแต่เป็นการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ ซึ่งรวมถึงการได้รับความคุ้มครองจากการประทุษร้าย การทรมาน การบังคับขู่เข็ญ และการทดลองทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์, การได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ปราศจากการดูหมิ่น หรือการเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่เหมาะสม, การจัดหาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน อาทิ อาหาร น้ำดื่ม เครื่องแต่งกาย การดูแลด้านสุขอนามัย และการรักษาพยาบาล, การห้ามมิให้กักขังเชลยศึกในสถานที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา, สิทธิในการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา และการได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับภูมิลำเนาเมื่อความขัดแย้งด้วยอาวุธสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ (มิใช่เพียงแค่การหยุดยิง)

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวด้วยว่า ภายหลังการควบคุมตัว กองทัพบกได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายเชลยศึกทั้งหมดออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยจากการสู้รบไปยังเขตปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งจัดเตรียมการสนับสนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ อาหาร น้ำดื่ม เครื่องแต่งกาย การตรวจร่างกายและสุขภาพโดยทีมแพทย์ ตลอดจนปฏิบัติต่อเชลยศึกตามกรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน

ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2568 กองทัพบกได้ดำเนินการส่งตัวเชลยศึกชาวกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย กลับไปยังประเทศต้นทาง ผ่านทางจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ ภายหลังจากได้รับการรักษาพยาบาลโดยฝ่ายไทยจนพ้นขีดอันตรายและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย ส่วนเชลยศึกที่เหลืออีก 18 นาย ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยในสถานะเชลยศึก และจะได้รับการส่งกลับเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธยุติลงโดยสมบูรณ์ตามข้อกำหนดในอนุสัญญาเจนีวา

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอยืนยันว่า “เชลยศึก” เป็นสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการรับรองภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ มิใช่การจำกัดสิทธิมนุษยชน หากแต่เป็นกลไกในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสภาวะสงคราม กองทัพบกยังคงยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้ไว้ในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาเจนีวา พร้อมทั้งขอยืนยันว่าจะดำเนินการต่อกำลังพลฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ ด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัด

ฝ่ายเลขา GBC ไทย-กัมพูชา หารือกำหนดกรอบ-หัวข้อถกชายแดนไทย-กัมพูชา 7 ส.ค.นี้

ฝ่ายเลขา GBC ไทย-กัมพูชา หารือกำหนดกรอบ-หัวข้อถกชายแดนไทย-กัมพูชา 7 ส.ค.นี้

ฝ่ายเลขา GBC ไทย-กัมพูชา หารือกำหนดกรอบ-หัวข้อถกชายแดนไทย-กัมพูชา 7 ส.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.45 น.

ฝ่ายเลขา GBC ไทย-กัมพูชา เริ่มหารือกำหนดกรอบ-ตกลงหัวข้อประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา – Team Thailand” ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า “ฝ่ายเลขาประชุม GBC ได้เริ่มหารือเพื่อกำหนดกรอบและตกลงหัวข้อการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยฝ่ายไทยจะนำคณะโดย พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

การประชุมของการประชุม GBC ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เย็นวันที่ 3 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ณ ประเทศ มาเลเซีย โดยผู้เข้าร่วมประชุมเตรียมการสองฝ่ายประกอบด้วย ผู้แทนจากไทย และผู้แทนจากกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมประชุมฝ่ายเลขาฯ วันที่ 4-6 ส.ค. 68

รัฐบาล โดยคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee: GBC) ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีฝ่ายทหาร ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเข้าร่วมการประชุมในวัน 7 ส.ค. 68 นำคณะโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่วนฝ่ายกัมพูชา นำโดย พลเอก เตีย เซรยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา

ส่วนคณะกองเลขานุการ GBC ฝ่ายไทยที่เดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว ในช่วงเย็นของวันที่ 3 ส.ค. 68 วันนี้เตรียมพร้อมเริ่มประชุมกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อกำหนดกรอบ และตกลงหัวข้อการประชุม

คณะกองเลขานุการ GBC ฝ่ายไทยประกอบด้วยเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เป็นเลขานุการคณะกรรมชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ผู้แทน กต. (กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมเอเชียตะวันออก) ผู้แทน มท.ผู้แทน สมช. ผู้แทน กห. (สำนักนโยบายและแผน กรมพระธรรมนูญ) ผู้แทน บก. ทท. (กรมข่าวทหาร กรมยุทธการ) ผู้แทน ทบ. (กรมยุทธการทหารบก กรมข่าวทหารบก กองทัพภาคที่ 1, 2 กองกำลังสุรนารี) ผู้แทนกองทัพเรือ (กรมยุทธการทหารเรือ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด) ผู้แทนกองทัพอากาศ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วยทูตทหารบก ทหารอากาศไทย ประจำกรุงพนมเปญ”

ทั้งนี้ การประชุม GBC ไทย-กัมพูชา เป็นกลไกทวิภาคีฝ่ายทหาร ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีขึ้นในวันนี้ 4-7 ส.ค.2568 นำโดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ที่จะเดินทางไปประชุม 7 ส.ค.นี้ ส่วนฝ่ายกัมพูชา นำโดย พล.อ.เตีย เซรยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กัมพูชา

คุณภาพอยู่ไหน? ‘เทพไท เสนพงศ์’แฉเดือด สส.-สว.ยุคนี้ตกต่ำสุดขีด (คลิป)

คุณภาพอยู่ไหน? 'เทพไท เสนพงศ์'แฉเดือด สส.-สว.ยุคนี้ตกต่ำสุดขีด (คลิป)

คุณภาพอยู่ไหน? ‘เทพไท เสนพงศ์’แฉเดือด สส.-สว.ยุคนี้ตกต่ำสุดขีด (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.41 น.

คุณภาพอยู่ไหน? ‘เทพไท’ แฉเดือด สส.-สว.ยุคนี้ตกต่ำสุดขีด

4 ส.ค.68 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อัดคลิปโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง  เฉลย!!! ทำไมการเมืองยุคนี้ตกต่ำ

มีการตั้งคำถามถึงภาพลักษณ์ และประสิทธิภาพของสมาชิกรัฐสภาชุดนี้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งสมาชิกวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีปรากฏการณ์หรือพฤติกรรมต่างๆของสมาชิกรัฐสภา ที่ออกมาในแนวทางลบ จึงมีการตั้งคำถามว่า ทำไมคุณภาพของสมาชิกรัฐสภายุคนี้ตกต่ำ จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางเช่นนี้ อาจจะเกิดจากพฤติกรรมของสมาชิกรัฐสภาเอง คือ

1.มีสมาชิกวุฒิสภาแสดงความกร่าง อวดเบ่ง เป็นไปตามข่าวสื่อนำเสนอ กรณีมีวุฒิสภาคนหนึ่ง ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(รปภ.)ของรัฐสภา มีการอัดคลิปและการแฉจากสื่อต่างๆ ทำให้เห็นพฤติกรรมสมาชิกวุฒิสภาในด้านลบ แล้วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งต้องยอมรับว่า การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ มีข้อครหามากมาย ตั้งแต่เรื่องฮั้วส.ว. การบล็อกโหวต และคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาแต่ละสาขา เช่น อาชีพบางคน เคยเป็นคนขับรถให้นักการเมืองมาก่อน เคยเป็นเจ้ามือไฮโล เคยเป็นผู้ติดตามนักการเมือง มีอาชีพที่ไม่ชัดเจน หรือบางคนได้มาไม่ตรงสาขาอาชีพด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะได้เข้าสู่กระบวนการฮั้วส.ว.อยู่ภายใต้การบงการของผู้มีอำนาจทางการเมือง จึงได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ทำให้เห็นบทบาทและคุณภาพของสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ หรือข่าวล่าสุด บางคนก็ใช้ตำแหน่งทางวิชาการปลอม วุฒิการศึกษาปลอม จ่ายเงินจ่ายทองเข้ามาบ้างอีกสารพัด ทำให้คุณภาพสมาชิกวุฒิสภา จึงเป็นไปตามที่ปรากฏข่าวให้เห็นกันอยู่

2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยุคนี้ถือว่าตกต่ำมาก เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือส.ส.ยุคนี้ได้มาจาก2ส่วน ส่วนแรก ประเภทที่ซื้อเสียงเข้ามา ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพ อุดมการณ์ หรืออาชีพที่สุจริตหรือไม่ บางคนเป็นนักการพนัน มีส่วนเกี่ยวข้องการพนันออนไลน์ บางคนทำธุรกิจรับเหมา บางคนทำธุรกิจสีเทา แต่ได้มาโดยการซื้อเสียง ใช้เงินทุ่มทุนกันมา เพื่อหวังฟอกตัวมาเป็นส.ส.กัน

สุดท้ายเราก็จะได้ส.ส.จำนวนหนึ่ง เป็นส.ส.ที่มาจากการซื้อเสียง ซึ่งเป็นจำนวนมากถึง 80% ของสภาผู้แทนราษฎร กับส่วนที่2ได้มาโดยกระแสพรรค เกิดกระแสประชาชนศรัทธาในอุดมการณ์พรรค ต้องการเลือกแคนดิเดตของพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่สนใจว่าผู้สมัครส.ส.ของพรรคจะเป็นใคร คนเหล่านี้ก็ได้มาโดยกระแสพรรคล้วนๆ ไม่ได้มาด้วยคุณภาพหรือความสามารถของตัวเอง เราจะเห็นว่า มีส.ส.ประเภทวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ขาดประสบการณ์ มีความคึกคะนอง มีความเชื่อมั่น มีอีโก้สูง ท่าทีแข็งกร้าว และมีพฤติกรรมเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป ขาดวุฒิภาวะทางการเมือง

จึงทำให้สมาชิกรัฐสภาชุดนี้ ตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีภาพลักษณ์ที่ตกต่ำและไม่มีคุณภาพ จึงเป็นที่มาของข้อครหาของสังคมว่า ฝ่ายนิติบัญญัติในสมัยนี้ หรือสมาชิกรัฐสภาชุดนี้ เป็นสมาชิกรัฐสภาที่ไร้ซึ่งคุณภาพ หรือคุณภาพตกต่ำมากกว่ายุคก่อนๆ

เปิดองค์ประกอบ ‘กองเลขานุการGBC’ ไทย-กัมพูชา พร้อมถกมาเลเซีย ปัญหาชายแดน

เปิดองค์ประกอบ 'กองเลขานุการGBC' ไทย-กัมพูชา พร้อมถกมาเลเซีย ปัญหาชายแดน

เปิดองค์ประกอบ ‘กองเลขานุการGBC’ ไทย-กัมพูชา พร้อมถกมาเลเซีย ปัญหาชายแดน

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.45 น.

เปิดองค์ประกอบ “กองเลขานุการ GBC” ไทย-กัมพูชา พร้อมถกมาเลเซีย “4-7 ส.ค. 68” เดินหน้าหารือประเด็นชายแดน

Team Thailand เตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ระหว่าง 4-7 ส.ค. 68 ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเจ้าภาพการประชุม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประธานการประชุมร่วมกัน ฝ่ายไทย ได้มีการประชุมเพื่อจัดเตรียมประเด็นหารือ และกรอบการเจรจาได้นำผลการประชุมเสนอให้ สภา สมช. พิจารณาเห็นชอบแล้ว เมื่อ 1 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา โดยคณะเลขานุการ GBC จะเดินทางไปมาเลเซียตั้งแต่เย็นวันนี้ (3 ส.ค. 68) และประชุม 4-6 ส.ค. 68 ก่อนที่จะมีการประชุม GBC ในวันที่ 7 ส.ค. 68 ทั้งนี้ โดยประเทศผู้สังเกตการณ์จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ เฉพาะในการประชุม GBC ในวันที่ 7 ส.ค. 68 เท่านั้น

ทั้งนี้ กองเลขานุการ GBC ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เป็นเลขานุการคณะกรรมชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ผู้แทน กต. (กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมเอเชียตะวันออก) ผู้แทน มท. ผู้แทน สมช. ผู้แทน กห. ผู้แทน บก. ทท. (กรมข่าวทหาร กรมยุทธการ) ผู้แทน ทบ. (กรมยุทธการทหารบก กรมข่าวทหารบก กองทัพภาคที่ 1,2 กองกำลังสุรนารี) ผู้แทนกองทัพเรือ (กรมยุทธการทหารเรือ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด) ผู้แทนกองทัพอากาศผู้แทน ตร. และ ผู้ช่วยทูตทหารบก ทหารอากาศไทย ประจำกรุงพนมเปญ