เปิดภาพทหารไทย บึ้มบันไดช่องคานม้ากัมพูชา สกัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ

เปิดภาพทหารไทย บึ้มบันไดช่องคานม้ากัมพูชา สกัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ

เปิดภาพทหารไทย บึ้มบันไดช่องคานม้ากัมพูชา สกัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

เปิดภาพทหารไทย บึ้มบันไดช่องคานม้ากัมพูชา สกัดเส้นทางขึ้นภูมะเขือ ห้วงปะทะ 24-28 ก.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน เหตุปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24-28 ก.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้ทำลายบันไดช่องคานม้า จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสามารถขึ้นมาถึงภูมะเขือได้ 

หลังทหารไทยเข้ายึดพื้นที่ภูมะเขือผลักดันทหารกัมพูชาที่อยู่บนจะงอยหน้าผาออกไปทั้งหมด ได้ทำลายกระเช้า และฐานทหารกัมพูชาด้านล่างภูมะเขือ โดยการใช้โดรนติดระเบิด

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพทหารทำลายบันไดช่องคานม้าในระหว่างยึดพื้นที่ได้จากการเหตุปะทะช่วง 5 วันที่ผ่านมา

‘พท.’สดุดีทหารกล้า–อาลัยพลเรือน ย้ำชีวิตคนประเมินค่าไม่ได้

'พท.'สดุดีทหารกล้า–อาลัยพลเรือน ย้ำชีวิตคนประเมินค่าไม่ได้

‘พท.’สดุดีทหารกล้า–อาลัยพลเรือน ย้ำชีวิตคนประเมินค่าไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.51 น.

‘พท.’สดุดีทหารกล้า–อาลัยพลเรือน ย้ำชีวิตคนไม่อาจประเมินค่าได้ ลั่นพร้อมทำทุกทางเพื่อยุติความขัดแย้ง และความสูญเสีย

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรค กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายลงจากความพยายามในการเจรจา เพื่อยุติการปะทะของรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม จากการปะทะที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่ความสูญเสีย โดยมีพลเรือน เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวมทั้งสิ้น 55 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 15 นาย บาดเจ็บ 196 นาย รวมทั้งสิ้น 211 นาย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.)

“พรรคเพื่อไทยขอสดุดีดวงวิญญาณของทหารกล้าทุกนายที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อปกป้องอธิปไตยไทยจากการรุกรานของประเทศกัมพูชา และขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ทุกชีวิตคือความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นสิ่งเตือนใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันหยุดยั้งการปะทะโดยเร็วที่สุด” น.ส.ขัตติยา กล่าว 

น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า ในนามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือน ซึ่งจะได้รับการพระราชทานเพลิงศพ อีก 6 ราย ประกอบด้วย น.ส.จุฬารักษ์ ประขัน ด.ญ.พิทักษพร ประขัน ด.ช.พงศ์ภัค ประขัน ด.ช.ศักดิ์สิทธิ์ คำวัง นางอรุณรัตน์ วันศรี และน.ส.สารศรี อ่อนหรง กลุ่มผู้เสียชีวิตจากการโจมตีข้ามแดนของกัมพูชาที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมันในจ.ศรีสะเกษ โดยพิธีจะจัดขึ้นในวันนี้ที่วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง จ.ศรีสะเกษ

“ชีวิตของประชาชนคือสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าเราจะไม่ละทิ้งประชาชน และจะทำทุกทางเพื่อนำความขัดแย้งครั้งนี้กลับสู่โต๊ะเจรจา ไม่ให้ความสูญเสียเหล่านี้เกิดขึ้นอีก และจะไม่ละเลยต่ออธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดนและศักดิ์ศรีของชาติไทย” น.ส.ขัตติยา กล่าว

น.ส.ขัตติยา กล่าวอีกว่า อยากขอความร่วมมือสื่อมวลชน เพจ อินฟูลเอนเซอร์ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนที่จะนำเสนอ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีพยายามทำลายความสามัคคีของคนในชาติ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐเป็นหลัก และช่วยกันตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก่อนที่จะส่งต่อ ขอให้มั่นใจว่าเราไม่เพียงแต่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างโครงสร้างใหม่ให้ประเทศแข็งแรงในระยะยาว

ลับสุดยอด!! ‘พล.อ.ณัฐพล’อุบรายละเอียดถก GBC เผย’สมช.’อนุมัติกรอบแล้ว

ลับสุดยอด!! 'พล.อ.ณัฐพล'อุบรายละเอียดถก GBC เผย'สมช.'อนุมัติกรอบแล้ว

ลับสุดยอด!! ‘พล.อ.ณัฐพล’อุบรายละเอียดถก GBC เผย’สมช.’อนุมัติกรอบแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.40 น.

ลับสุดยอด!! ‘พล.อ.ณัฐพล’อุบรายละเอียดถก GBC 4-7 ส.ค.นี้ เผย’สมช.’อนุมัติกรอบเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เรื่องที่จะไปเจรจากับกัมพูชาระหว่างวันที่ 4-7 ส.ค.นี้ ได้ไปเสนอเรื่องกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แล้ว และสมช. อนุมัติกรอบนี้เพื่อไปเจรจากับกัมพูชา และขอไม่พูดในรายละเอียดที่จะหารือในการประชุม GBC ที่ตนจะเดินทางไปในวันที่  7 ส.ค.นี้

ประเทศต้องการเอกภาพ!! ‘พท.’ขอม็อบเคลื่อนไหวบนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ประเทศต้องการเอกภาพ!! 'พท.'ขอม็อบเคลื่อนไหวบนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ประเทศต้องการเอกภาพ!! ‘พท.’ขอม็อบเคลื่อนไหวบนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.27 น.

‘พท.’ขอม็อบเคลื่อนไหวบนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่กลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำประเทศต้องการความเป็นเอกภาพ

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรค แถลงถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะป้องหลักการดังกล่าวอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ประเทศของเรากำลังเผชิญสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สังคมไทยต้องการความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเป็นเอกภาพจากทุกภาคส่วน พรรคเพื่อไทยจึงขอความร่วมมือจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแสดงออกทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกที่อาจจะทำให้เกิดการซ้ำเติมต่อสถานการณ์ หรือขยายความขัดแย้งทางสังคมในช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ 

น.ส.ขัตติยา กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนทุกกลุ่ม แต่ขอให้ความเคลื่อนไหวตั้งอยู่บนฐานของความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และไม่กลายเป็นชนวนของความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศในช่วงเวลาที่ประเทศเรานั้น ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด

‘ณัฐพล-เตีย เซ็ยฮา’หารือไตรภาคีทางไกลเตรียมการก่อนถก’จีบีซี’ 7ส.ค.นี้

'ณัฐพล-เตีย เซ็ยฮา'หารือไตรภาคีทางไกลเตรียมการก่อนถก'จีบีซี' 7ส.ค.นี้

‘ณัฐพล-เตีย เซ็ยฮา’หารือไตรภาคีทางไกลเตรียมการก่อนถก’จีบีซี’ 7ส.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.17 น.

‘ณัฐพล-เตีย เซ็ยฮา’หารือไตรภาคีทางไกลเตรียมการก่อนถก’จีบีซี’ ด้าน’รมว.มาเลย์’ระบุการพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ‘ไทย- กัมพูชา’มุ่งมั่นให้เกิดสันติภาพ

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 สำนักข่าวเบอร์นามา แชร์เพจเฟสบุ้ค Khaled Nordin ของ ดาโต๊ะ ซรี ฮาจิ โมฮาเม็ด คาเล็ด บิน นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย พร้อมภาพการประชุมไตรภาคีผ่านวิดีโอทางไกลกับรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา

โดยระบุว่า บ่ายวันนี้ผมจัดการประชุมไตรภาคีผ่าน video conference กับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศกัมพูชา และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม ประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมี พล.อ.Tan Sri Hj Mohd Nizam Hj Jaffar ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และ Mohd Yani Daud รองปลัดกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เข้าร่วมด้วย

การประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนสําคัญในการเตรียมการสู่กัมพูชา – ประเทศไทย (GBC) กําหนดการประชุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ที่กัวลาลัมเปอร์

ด้วยจิตวิญญาณของอาเซียน มาเลเซียมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะสนับสนุนกระบวนการที่นําอาเซียนไปสู่ความสงบเรียบร้อย สอดคล้องกับค่านิยมของภูมิภาคที่มีร่วมกันของเรา

การประชุมในวันที่ 7 ส.ค. จะรวมถึงผู้สังเกตการณ์จากมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ก่อน GBC ตัวแทนจากทั้งสองประเทศจะประชุมเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 4 – 6 ส.ค.

การอภิปรายนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ และพูดคุยอย่างสร้างสรรค์

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งนี้จะเป็นส่วนร่วมในการรักษาความสงบสุข และความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน มาเลเซียพร้อมที่จะอํานวยความสะดวก และสนับสนุนทุกขั้นตอนของกระบวนการอันสงบสุขนี้

‘เพื่อไทย’ลั่นรักษาผลประโยชน์ประเทศปมยึดเขากระโดงคืน ปัดจ้องเล่นงานใคร

'เพื่อไทย'ลั่นรักษาผลประโยชน์ประเทศปมยึดเขากระโดงคืน ปัดจ้องเล่นงานใคร

‘เพื่อไทย’ลั่นรักษาผลประโยชน์ประเทศปมยึดเขากระโดงคืน ปัดจ้องเล่นงานใคร

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

‘เพื่อไทย’ลั่นรักษาผลประโยชน์ประเทศปมยึดเขากระโดงคืน ปัดจ้องเล่นงานใคร

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรค แถลงกรณีการเดินหน้ายึดเขากระโดง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคการเมืองบางพรรค เพราะเป็นเกมการเมืองว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันต่อสังคมไทยอย่างชัดเจน ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศบนหลักของกฎหมาย ความยุติธรรมและความโปร่งใส

การดำเนินการในกรณีนี้เกิดจากกระบวนการทางกฎหมาย และการตรวจสอบที่ถูกต้องตามหลักนิติกรรม มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ย้อนหลัง การวินิจฉัยของศาล รวมทั้งการบังคับตามกฏหมายของหน่วยงานรัฐ ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นไปโดยไม่เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ไม่ใช่การใช้กลไกรัฐเพื่อจ้องเล่นงานบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เพื่อเป็นการทวงคืนสิ่งที่เป็นของประชาชนทุกคน 

น.ส.ขัตติยา กล่าวอีกว่า หากละเลยในกรณีที่มีการรุกล้ำที่ดินของรัฐหรือถือครองโดยมิชอบแม้เพียงหนึ่งกรณี ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่บั่นทอนหลักนิติธรรมในประเทศ พรรคไทยขอยืนยันว่าเราจะไม่ปล่อยให้ทรัพยากรของชาติ เป็นเครื่องมือของผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครหรืออยู่ฝั่งใดทางการเมือง ท้ายที่สุดขอย้ำว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นทำงานด้วยความรอบคอบ จริงใจและโปร่งใส เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ ทุกความเคลื่อนไหว ทุกการตัดสินใจล้วนผ่านการคิด วิเคราะห์และฟังเสียงจากหลายภาคส่วนอย่างรอบด้าน

‘ธนกร’สุดทน ออกโรงป้องขออย่าโทษ’ลุงตู่’ ปมละเลยแก้ชายแดนไทยกัมพูชา

'ธนกร'สุดทน ออกโรงป้องขออย่าโทษ'ลุงตู่' ปมละเลยแก้ชายแดนไทยกัมพูชา

‘ธนกร’สุดทน ออกโรงป้องขออย่าโทษ’ลุงตู่’ ปมละเลยแก้ชายแดนไทยกัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.53 น.

‘ธนกร’สุดทน ออกโรงป้องขออย่าโทษ’ลุงตู่’ แนะย้อนดูประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชา ยันสมัย’พล.อ.ประยุทธ์’ไม่มีข้อครหา คุมเชิง’ฮุน เซน’เกรงใจ ชี้ชายแดนสงบกว่า 10 ปีไม่มีเหตุรุนแรง ขอปชช.เสพข้อมูลด้วยใจเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค และสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ”ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ” ระบุว่า “10 ปี ลุงตู่ ไม่เคยให้ทหารเขมรล้ำแดน“ สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลในโซเชียลมีเดียโทษว่าพลเอกประยุทธ์ ละเลยไม่จัดการปัญหาชายแดนจนทำให้เกิด ความรุนแรงในวันนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ซึ่งเรื่องปัญหาเส้นเขตแดนอธิปไตยเป็นปัญหามายาวนาน แต่ขอให้กลับ ไปดูข้อมูลประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2531 รัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัน ที่มีนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า จึงทำให้มีการค้าขายระหว่างประชาชนของไทย-กัมพูชามายาวนาน เมื่อมาถึงสมัย พล.อ.ประยุทธ์ มีการรุกล้ำพื้นที่เข้ามาบ้างแต่ได้ส่งสัญญาณเตือนกัมพูชาไปอย่างเข้มแข็ง โดยยึดประโยชน์ความสงบสุขของประชาชนของทั้งสองประเทศเป็นสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการเสียเลือดเนื้ออย่างในวันนี้  ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ทุกฝ่ายจึงไม่ควรมากล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ควรดูเหตุและผลในเชิงยุทธวิธีทางการทหาร ควบคู่แนวทางการบริหารพื้นที่และบริหารคน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติมากกว่า

ทั้งนี้ นายธนกร ยืนยันว่า ในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางบทบาทชัดเจนไม่มีอะไรเป็นที่ครหาทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งสมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีความเกรงใจ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บริเวณชายแดนมีความสงบและไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ 

“จึงขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารด้วยใจที่เป็นธรรม ยืนยันว่าสมัยพล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศตั้งแต่ปี 2557 ไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่เป็นส่วนตัวกับผู้นำกัมพูชาใดๆ จึงเชื่อว่านี่เป็นเหตุผลใหญ่ ที่ทำให้ฮุน เซน มีความเกรงใจ ไม่กล้าสั่งทหารทำการโจมตีฝ่ายไทยก่อนเหมือนที่เกิดขึ้นในวันนี้ ขอคนไทยรวมใจเป็นหนึ่ง ร่วมด้วยช่วยกันปกป้องอธิปไตยของไทยไปกับทหารกล้า หน้าแนวชายแดน“ 

‘มทภ.2’ถก20ผู้ว่าฯอีสาน เข้มมาตรการกำจัดโดรน สั่งจับตาสถานที่สำคัญ

'มทภ.2'ถก20ผู้ว่าฯอีสาน เข้มมาตรการกำจัดโดรน สั่งจับตาสถานที่สำคัญ

‘มทภ.2’ถก20ผู้ว่าฯอีสาน เข้มมาตรการกำจัดโดรน สั่งจับตาสถานที่สำคัญ

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.43 น.

‘มทภ.2’ประชุม 20 ผู้ว่าฯอีสาน เข้มมาตรการกำจัดโดรน สั่งจับตาสถานที่สำคัญ ศาลาจังหวัด-คลังอาวุธ-สถานีขนส่ง บูรณาการตำรวจ จับผู้ก่อเหตุ ข้อหาหนัก ก่อการร้าย-ไส้ศึก 

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่าวานนี้ (2 ส.ค.) ได้มีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดภาคอีสาน ผ่านระบบ VTC  เรื่องมาตรการกำจัดโดรน โดยให้ผู้ว่าแต่ละจังหวัดใน ฐานะ ผอ.กอรมน จังหวัด ให้แต่ละหน่วยงาน บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาคเอกชน ประชาชน จัดหาเครื่องแอนตี้โดรน ป้องกันจังหวัดของตัวเอง โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ อาทิ ศาลากลางจังหวัด สนามกีฬา คลังอาวุธ สถานีตำรวจ สถานีขนส่ง และสนามบิน 

นอกจากนี้ให้มีการจัดชุดลาดตระเวนพิสูจน์ทราบบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ หากสามารถควบคุมตัวได้ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในทุกประเด็น เช่น ก่อการร้าย ไส้ศึก โดยโทษหนักสุดถึงขั้นประหารชีวิต คงต้องไปดูข้อกฎหมาย

ทั้งนี้ได้กำชับ ห้ามปล่อยตัวง่ายๆ ต้องตรวจสอบไปถึงต้นตอ คนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีมือที่สาม ที่ได้รับผลกระทบมาจากการปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนัน ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาข่มขู่ ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่หากพบว่าเป็นคนต่างประเทศ ก็ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในประเทศไทยก่อน หลังสิ้นสุดคดีให้เนรเทศ พร้อมขึ้นแบล็กลิสต์ ไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้อีก

พล.ท.บุญสิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในภาพรวมชายแดนไทยกัมพูชา หลังทหารกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลังต่อเนื่องว่า กำลังฝ่ายไทยมีความเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านพ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 09.00 น. มีการทำลายวัตถุระเบิด และกระสุนระเบิดด้านที่ยอดภูเขือ ได้แจ้งฝ่ายกัมพูชา และฝ่ายเราทราบแล้ว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

รัฐหมดความเชื่อมั่น! การเมืองไร้แววหวนกลับ สื่อสารล่าช้าไม่โต้กลับเขมรปมชายแดน

รัฐหมดความเชื่อมั่น! การเมืองไร้แววหวนกลับ สื่อสารล่าช้าไม่โต้กลับเขมรปมชายแดน

รัฐหมดความเชื่อมั่น! การเมืองไร้แววหวนกลับ สื่อสารล่าช้าไม่โต้กลับเขมรปมชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.33 น.

3 สิงหาคม 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกรกฎาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,171 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 26-31กรกฎาคม 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกรกฎาคม 2568 เฉลี่ย 3.86 คะแนนลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ที่ได้ 4.13 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.36 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.43 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ วราวุธ ศิลปอาชา ร้อยละ 44.05 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 45.79 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ ชื่นชอบประจำเดือน คือ ทำหนังสือชี้แจงสหประชาชาติ ร้อยละ 42.21 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาล ร้อยละ 40.28

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า สถานการณ์ไทย-กัมพูชา กระทบความเชื่อมั่นประชาชนและฉุดคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงอย่างมากโดยเฉพาะผลงานนายกรัฐมนตรีที่ตกไปอยู่ลำดับท้ายเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีปัญหาปากท้องและน้ำท่วมในหลายพื้นที่บวกกับการทำงานของภาครัฐที่เดินเกมช้าเหมือนแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามและคาดหวังว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาให้เท่าทันความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร 086-3766533

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า เดือนกรกฎาคมนี้ ประเทศไทยมีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ขัดต่อพระธรรมวินัยในวงการสงฆ์ การเจรจาต่อรองกำแพงภาษีกับสหรัฐอเมริกา คลิปเสียงระหว่างนางสาว แพทองธารกับสมเด็จฮุนเซน การใช้กำลังปะทะของทหารตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และสถานการณ์น้ำท่วม ทางภาคเหนือของประเทศไทยเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อดัชนีการเมืองไทย ทำให้ตัวชี้วัดแต่ละตัวมีค่าคะแนนลดลงในทุกประเด็น โดยเฉพาะประเด็นผลงานของนายกฯ ที่ตกต่ำที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐและการสื่อสารที่ล่าช้าของฝ่ายรัฐบาลในการตอบโต้กับกัมพูชาเกี่ยวกับการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนสร้างผลกระทบอย่างยิ่งต่อความรู้สึกสูญเสียของคนไทยทั้งประเทศ ทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล โดยยังมองไม่เห็นแนวทางที่จะฟื้นฟูหรือสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาในระยะเวลาอันใกล้.

012

‘รัฐบาล’แจงเฟกนิวส์’ทหารไทยบั่นคอทหารเขมร’ชี้หวังปลุกปั่น-สร้างปั่นป่วนในสังคม

'รัฐบาล'แจงเฟกนิวส์'ทหารไทยบั่นคอทหารเขมร'ชี้หวังปลุกปั่น-สร้างปั่นป่วนในสังคม

‘รัฐบาล’แจงเฟกนิวส์’ทหารไทยบั่นคอทหารเขมร’ชี้หวังปลุกปั่น-สร้างปั่นป่วนในสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.23 น.

‘รัฐบาล’แจงเฟกนิวส์’ทหารไทยตัดหัวทหารกัมพูชา’ชี้หวังปลุกปั่น-สร้างความปั่นป่วนในสังคม พร้อมเปิด 10 อันดับข่าวปลอมคนแชร์เยอะสุด

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ และข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาทหารไทยว่ากระทำการโหดร้ายกับทหารกัมพูชา โดยเฉพาะการอ้างว่ามีการ “ตัดศีรษะ” และ “เหยียบย่ำศพ” นั้น ขอยืนยันว่าเป็น “ข่าวปลอม” ที่ไม่มีมูลความจริง และเป็นความพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความตึงเครียดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

รัฐบาลไทยขอชี้แจงว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารไทยเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ และระเบียบข้อบังคับของกองทัพอย่างเคร่งครัด ทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลจากฝ่ายไทยอย่างเหมาะสม ก่อนส่งตัวกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ด้วยกระบวนการที่เปิดเผย โปร่งใส และให้เกียรติ

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เผยแพร่รายชื่อ 10 อันดับข่าวปลอมที่ถูกแชร์มากที่สุดในรอบสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นข่าวบิดเบือนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่:

 1. ข่าวทหารไทยตัดศีรษะทหารกัมพูชา

 2. ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 140 นาย

 3. ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 40 นาย ถูกจับ 30 นาย

 4. ข่าวนอรเวย์บริจาคเครื่องบิน F-16 ให้ไทย

 5. ข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติสงคราม

 6. ข่าวทหารไทยยึดคืนปราสาทพระวิหาร

 7. ข่าวไทยใช้อาวุธชีวภาพโจมตีกัมพูชา

 8. ข่าวเครื่องบินปล่อยสารพิษใส่พลเรือนกัมพูชา

 9. ข่าวกองทัพภาค 2 ระดมทุนช่วยแนวหน้า

 10. ข่าวปลัดกระทรวงกลาโหมสั่งงดช่วยผู้ป่วยกัมพูชา

ข่าวปลอมทั้งหมดนี้ ถูกตรวจสอบแล้วว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล โดยใช้ภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศมาใส่คำบรรยายเท็จ เพื่อปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

”รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนทุกคนร่วมกันหยุดวงจรข่าวปลอม อย่าแชร์ต่อหากไม่แน่ใจ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลทางการเท่านั้น หากพบข้อมูลน่าสงสัยหรืออาจเป็นข่าวปลอม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1111 หรือ Line ID: @antifakenewscenter และเว็บไซต์ http://www.antifakenewscenter.com เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากความสับสนและความแตกแยก“ นางสาวศศิกานต์กล่าว