แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery Athens

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายศิลป์ที่ได้ชม Goulandris Museum และ Museum of Contemporary Art Athens แล้วแต่ยังไม่หนำ ยังมีเวลาเหลือและอยากศึกษาศิลปะกรีซเพิ่ม มิวเซียมที่แนะนำก็คือ National Gallery Athens มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1878 โดยมีของสะสมเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยเอเธนส์เพียง 117 ชิ้น ต่อมาปี 1896 Alexandros Soutzos นักกฎหมาย และคหบดีชาวกรีกได้มอบงานสะสมของเขาให้กับรัฐบาลเพื่อไว้เป็นของสะสมเบื้องต้นในการก่อตั้งมิวเซียมศิลปะ National Gallery จึงได้รับการก่อตั้งขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 1900 ภายใต้กฎหมายโดยให้ Georgios Iakovidis จิตรกรผู้เป็นสมาชิกของ Munich School เป็นหัวหน้าภัณฑารักษ์คนแรก

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลเริ่มมีดำริจริงจังในการสร้างอาคารถาวรไว้จัดแสดงของสะสม กระทรวงวัฒนธรรมและกีฬาเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการ 9 คนเพื่อบริหารมิวเซียมโดยมีผู้อำนวยการมิวเซียมเป็นประธานคณะกรรมการที่ดำรงตำแหน่ง 5 ปีรับผิดชอบในการจัดโปรแกรมการเรียนการสอน และสรรหาของสะสม รวมทั้งจัดนิทรรศการ มิวเซียมมีพนักงานทั้งสิ้น 80 คนได้รับเงินเดือนจากรัฐบาล วิธีการสรรหาของสะสมต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน 5 คนซึ่งประกอบด้วยประธานคณะกรรมการและกรรมการอีก 4 คน ส่วนการจัดนิทรรศการจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลระหว่าง 60-100%

ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามิวเซียม นักท่องเที่ยวไม่เพียงตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตอลังการของอาคาร ยังสามารถที่จะชื่นชมผลงานขนาดใหญ่เต็ม 2 ผนังได้ตั้งแต่เข้าประตูนั่นคือ Street Market ของ Tetsis Panayiotis เขาเกิดที่เกาะไฮดรา กรีซในปี 1925 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเข้าเรียนศิลปะที่ School of Fine Arts Athens ระหว่างปี 1943-9 ก่อนจบการศึกษาเขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการผลงานเดี่ยวได้ในปี 1948 ต่อมาในปี 1951 เขาเข้าเป็นอาจารย์สอน Freehand Drawing ที่ Architectural School of National Technical University การที่เขาเป็นคนมีความสามารถ รัฐบาลจึงให้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ School of Fine Arts กรุงปารีสระหว่าง 1953-6 ระหว่างเรียนที่ปารีส เขาเรียนรู้ว่าแสงและอากาศอบอ้าวของยุโรปใต้ไม่เข้ากันกับแนวทางศิลปะแบบ Impressionism และ Post Impressionism ที่เขาชื่นชอบนัก เขาจึงเปลี่ยนแนวทางสร้างงานใหม่โดยรังสรรให้วิถีชีวิตของชาวกรีกที่เขาคุ้นเคยมีสีสันที่ฉูดฉาดและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

หลังกลับจากปารีส ระหว่างปี 1958-62 เขาย้ายไปสอนที่ Athenian Technical Institute อีกทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Free School of Fine Arts ในปี 1958 ซึ่งต่อมาคือ Vakalo Professional School of Decorative Arts ที่เขาสอนจนเป็นศาสตราจารย์ถึงปี 1976 นอกจากนั้น เขายังส่งผลงานเข้าร่วมงาน Biennales of Sao Paolo ตั้งแต่ปี 1957 อีกทั้งยังส่งผลงานไปจัดนิทรรศการตามเมืองต่าง  ๆ อาทิ Alexandria ในปี 1959 Lugano ในปี 1860 Tokyo ในปี 1964

เขาเป็นคนชื่นชอบงาน Figurative Art โดยใช้สีสันสดใสสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ผลงาน Street Market เป็นผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นหนึ่งของศิลปินที่รังสรรค์ชีวิตของผู้คนบนถนนได้อย่างละเอียดละออและมีชีวิตชีวาด้วยสีสันสดใสจนผู้ชมไม่อาจหยุดเพียงแค่การชม แต่เข้าร่วมกิจกรรมนานาชนิดด้วยการถ่ายรูปร่วมกับคนในเฟรมเลยทีเดียว

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่ากันว่าในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะวัยรุ่น เปลี่ยนความเร็วในการเล่นเมื่อฟังเสียงหรือรับชมวิดีโอ เพื่อที่จะได้ดูสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น เสพเนื้อหาได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง หรือทบทวนเนื้อหาเดิมหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด อีกทั้งหลายฝ่ายมองว่า เป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดความสนใจของเราตลอดระยะเวลาของวิดีโอ และช่วยป้องกันไม่ให้จิตใจวอกแวก

อย่างไรก็ดี เนื่องจากหน่วยความจำในการทำงานของคนเรามีความจุจำกัด หากข้อมูลเข้ามามากเกินไปและเร็วเกินไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจล้นทะลักออกมาได้ ส่งผลให้เกิดภาระทางปัญญาและสูญเสียข้อมูล ยิ่งเพิ่มความเร็วของข้อมูลในการรับชมมากเท่าใด ความสามารถในการเรียกคืนข้อมูลของสมองก็จะยิ่งลดน้อยลง นอกจากนี้ ผลการศึกษาการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ยังพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 61-94 ปี) ได้รับผลกระทบจากการรับชมเนื้อหาด้วยความเร็วที่ไวขึ้นมากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า (อายุ 18-36 ปี) สะท้อนถึงการลดลงของความจุความจำในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุควรดูเนื้อหาด้วยความเร็วปกติ หรือแม้กระทั่งลดความเร็วในการเล่นวิดีโอให้ช้าลง

ข้อสังเกตสุดท้ายคือ ถึงแม้การเล่นเนื้อหาด้วยความเร็ว 1.5 เท่าของปกติจะไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของหน่วยความจำ แต่มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่าประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ความสนุกลดน้อยลง จนอาจส่งผลต่อแรงจูงใจและประสบการณ์ของผู้คนในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ

‘เจมส์ จิ’ โชว์พลังฟิต ชวนแฟนๆ เดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล

‘เจมส์ จิ’ โชว์พลังฟิต ชวนแฟนๆ เดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล

‘เจมส์ จิ’ โชว์พลังฟิต ชวนแฟนๆ เดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระเอกหนุ่มซุปตาร์ขวัญใจคนทั่วประเทศอย่าง เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” ซุ่มซ้อมวิ่ง เตรียมโชว์พลังอวดความฟิตพิชิตใจแฟน ๆ ในงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศลแห่งปี ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ที่ปีนี้มาพร้อมภารกิจแสนอบอุ่นในธีม “Run for Change เส้นชัยแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด” เปลี่ยนให้ทุกก้าววิ่งไม่ได้จบที่เส้นชัย แต่ช่วยส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าเจมส์ จิ ลงทุนซุ่มฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อน้อง ๆ และแฟนคลับทุกคนอย่างแน่นอน

หนุ่มเจมส์-จิรายุ ที่มาร่วมงานในฐานะนักวิ่งเล่าถึงความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดี ๆ แบบนี้กับทีทีบี เพราะได้ทั้งวิ่งเพื่อสุขภาพ ได้วิ่งในแบบที่ชอบ และยังได้ส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งผมตั้งใจทำเต็มที่ ทั้งดูแลร่างกายและหมั่นฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้น้อง ๆ ผิดหวัง พร้อมเตรียมตัวลงวิ่ง Parkrun ใน 4 สวนสวยเช้าวันที่ 14 ธันวาคม 2568 และระหว่างนี้ทุกครั้งที่ซ้อมจะขอส่งผลวิ่งร่วมพิชิตภารกิจสะสมระยะวิ่ง 300,000 กิโลเมตร ทีทีบีสมทบเพิ่มรวม 1,000,000 บาท ร่วมกับนักวิ่ง Parkrun ทุกคน ส่งต่อ “การให้” อีกช่องทางเพื่อช่วยเหลือน้อง ๆ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

การกลับมาของงาน “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” รายได้ทั้งหมดจากค่าบัตรวิ่ง และเงินบริจาค ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ส่งมอบให้กับ 7 องค์กร ประกอบด้วย 6 โรงพยาบาลท้องถิ่น ได้แก่ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา, โรงพยาบาลสระบุรี, โรงพยาบาลพุทธโสธร, โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน), โรงพยาบาลราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อส่งต่อ “การให้” ไปยังผู้ป่วยเด็กในท้องถิ่น เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เด็ก ๆ ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และช่วยให้ได้รับโอกาสการดูแลรักษาที่ดีขึ้น และอีก 1 องค์กร คือ มูลนิธิทีทีบี ผ่านโครงการไฟ-ฟ้า เพื่อเยาวชนที่มุ่งบ่มเพาะและจุดประกายเยาวชนให้มีทักษะทางด้านศิลปะและการใช้ชีวิต เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

งานนี้ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่งตัวจริงหรือมือใหม่ที่อยากเริ่มต้น ก็สามารถเลือกสมัครได้ตามสไตล์ที่ถนัด เพราะเปิดให้เลือกทั้งแบบ Parkrun วิ่งในสวนระยะ 10.5 / 5.2 / 2.6 กิโลเมตร และวิ่งได้ทุกที่แบบ Virtual Parkrun โดยผู้สมัครจะได้รับเสื้อวิ่งรักษ์โลก และพิเศษสุดคือ ค่าสมัครวิ่งลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า หรือบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า งานเดียวได้ครบ ทั้งสุขภาพ ของที่ระลึกสุดพิเศษ ได้บุญเต็ม ๆ และสิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งเจมส์จิยังขอชวนแฟนคลับมาร่วมวิ่งสะสมระยะทางให้ครบรวม 300,000 กิโลเมตร เพื่อให้ทีทีบีสมทบเงินบริจาคเพิ่มอีก 1 ล้านบาท!

ใครที่อยากเปลี่ยนทุกก้าววิ่งเป็นการให้ไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อส่งมอบให้กับ 7 องค์กร รีบสมัครด่วนตั้งแต่วันนี้ถึง  15 พฤศจิกายน 2568 และร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ https://parkrun.ttbfoundation.org/   แล้วมาร่วมวิ่งกับเจมส์ จิรายุ เพื่อส่งต่อ “เส้นชัยแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด” ไปด้วยกัน

Celebrity Gossip : 3 สิงหาคม 2568

Celebrity Gossip : 3 สิงหาคม 2568

Celebrity Gossip : 3 สิงหาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • แฟนเพลง ออสซี ออสบอร์น นักร้องนำ Black Sabbath ผู้ล่วงลับ รวมตัวริมสองฝั่งถนนสายหลักในเมืองเบอร์มิงแฮมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ขณะที่ขบวนรถเคลื่อนศพของออสบอร์นค่อยๆ เคลื่อนออกจากสนามวิลลาพาร์ค ผ่านบ้านเกิดในวัยเด็กของเขา และผ่านถนนสายดังกล่าว โดยทันทีที่ขบวนรถเคลื่อนศพจอดครู่หนึ่งบริเวณสะพาน แบล็ค ซับบาธ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนมาร่วมวางดอกไม้แสดงความไว้อาลัย ชารอน ภรรยาของออสบอร์น พร้อมด้วยแจ็ค และเคลลี บุตรชายและบุตรสาว ได้ลงจากรถเพื่อแวะวางดอกไม้บริเวณจุดไว้อาลัย โดยที่ชารอนร่ำไห้ตลอดเวลา ขณะที่แฟนเพลงนับหมื่นคน ตะโกนชื่อ ‘ออสซีๆๆ’ ดังกึกก้องยาวนาน เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ศพของเขาจะถูกนำไปประกอบพิธีทางศาสนาเป็นการส่วนตัวในวันต่อมา ออสซี ออสบอร์น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยวัย 76 ปี เขาจากไปเพียง 17 วันหลังจากขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่เมืองเบอร์มิงแฮมบ้านเกิด ต่อหน้าแฟนเพลงหลายหมื่นคน
  • แฟนๆ รายการ The Late Show with Stephen Colbert ที่มี สตีเฟน โคลเบิร์ต เป็นพิธีกรคงเซ็งสุดๆ เมื่อช่องต้นสังกัดอย่าง CBS ประกาศเตรียมยุติรายการข่าวและทอล์คโชว์ภาคดึกรายการนี้ ที่ออกอากาศโดยมีโคลเบิร์ตเป็นพิธีกรมายาวนานตั้งแต่ปี 2015 ในเดือนพฤษภาคมปีหน้า อ้างว่าเป็นเพราะรูปแบบการชมรายการภาคดึกของผู้ชมเปลี่ยนไป ประกอบกับรายการ The Late Show มีต้นทุนสูงแต่เม็ดเงินจากโฆษณาต่ำ ทำให้รายการประสบปัญหาขาดทุนมายาวยาน อย่างไรก็ดี การตัดสินใจยุบรายการ The Late Show ของ CBS เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ Skydance บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ เข้าซื้อ Paramount Global ซึ่งเป็นเจ้าของช่อง CBS มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รายการ The Late Show ถูกถอดจากจอ เพราะเจ้าของบริษัท Skydance เป็นลูกชายมหาเศรษฐีที่เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ สตีเฟน โคลเบิร์ต มักจะปล่อยมุกเสียดสีการเมืองอย่างเผ็ดร้อน และขึ้นชื่อว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาตัวฉกาจของทรัมป์มายาวนาน
  • เลียม นีสัน และ พาเมลา แอนเดอร์สัน คู่พระนางภาพยนตร์ The Naked Gun กำลังเป็นที่จับตามองระหว่างเดินสายโปรโมตผลงานล่าสุด ไม่ใช่แค่เพราะเคมีในจอ แต่เพราะความสนิทสนมเกินเพื่อนนอกจอ ทั้งจังหวะหยอกล้อบนพรมแดง บทสัมภาษณ์แบบหวาน ๆ รวมถึงทั้งคู่ยังควงลูกชายลูกสาววัยผู้ใหญ่มาร่วมถ่ายภาพร่วมกันอย่างอบอุ่นหน้าป้ายโปรโมต The Naked Gun ยิ่งทำให้กระแสข่าวลือเข้มข้นขึ้นไปอีก ทั้งสองไปร่วมรายการ Today ซึ่งพิธีกร เครก เมลวิน ยิงคำถามตรง ๆ ว่า “ตกลงนี่สองคนเป็นอะไรกันกันแน่?” แต่เลียมแค่บอกว่า เคมีระหว่างพวกเขาสองคนยอดเยี่ยมมากในฐานะนักแสดง ทำให้พวกเขารู้สึกดีเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่อยากเร่งรีบ ขอปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ขณะที่ก่อนหน้านี้ พาเมลาเคยให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly ว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับเลียมถือว่า ‘โรแมนติกในเชิงอาชีพ’
  • ไฮดี้ คลุม นางแบบระดับตำนาน วัย 52 ปี ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร People ปกป้องการถ่ายแบบสุดเซ็กซี่ของเธอ รวมถึงภาพถ่ายชุดชั้นในร่วมกับ เลนนี่ คลุม ลูกสาววัย 21 ปี ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนๆ ในโลกออนไลน์ ไฮดี้บอกว่า ภูมิใจในตัวลูกสาว และลูกสาวก็สบายใจกับการถ่ายรูปกับเธอแบบนี้ และเผยว่าเธอไม่มีปัญหาเรื่องอายุตัวเองหรือรูปร่าง แม้จะอายุเกิน 50 ปีแล้ว เนื่องจากเธอเป็นคนเปิดเผยกับร่างกายตัวเองมาตลอด ลูก ๆ ก็โตมากับภาพแบบนี้ มันเป็นธรรมชาติสำหรับพวกเขา โดยในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ไฮดี้มักโพสต์ภาพใส่บิกินีระหว่างพักผ่อนกับ ทอม เคาลิตซ์ สามีที่อยู่อ่อนกว่า 17 ปี จนเป็นกระแสต่อเนื่อง และโยงไปยังการถ่ายเซ็กซี่โฆษณาชุดชั้นในร่วมกับลูกสาว
  • จำแทบไม่ได้ เมื่อ เจสัน โมโมอา โพสต์วิดีโอขณะโกนหนวดเคราจนเกลี้ยงเกลาลงใน Instagram เป็นการทำแบบนี้ครั้งแรกในรอบ 6 ปี หรือตั้งแต่ปี 2019 ที่ตอนนั้น เขาโกนเคราอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการรีไซเคิลและลดการใช้พลาสติก สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ เพราะเขาเป็นที่จดจำในลุคที่มีหนวดเครามาโดยตลอด ส่วนเหตุผลในการโกนเครารอบนี้ ก็เพื่อเตรียมรับบท Duncan Idaho อีกครั้ง ใน Dune: Part Three แถมด้วยต้องการโปรโมตบริษัทที่ Mananalu ที่ทำธุรกิจเรื่องพัฒนาการใช้และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน รวมถึงลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วย ขณะที่ อาเดรีย อาโจนา แฟนสาว เข้ามาคอมเมนต์ให้อินสตาแกรมด้วยอิโมจิเล็กๆ น่ารัก แสดงว่าอนุมัติ สำหรับ Dune: Part Three มีกำหนดฉาย 18 ธันวาคม 2026

โพลเผยผลสำรวจ’เปิดใจพลังเงียบต่อการเมือง’ พบเบื่อหน่าย-ผิดหวังการเมือง

โพลเผยผลสำรวจ'เปิดใจพลังเงียบต่อการเมือง' พบเบื่อหน่าย-ผิดหวังการเมือง

โพลเผยผลสำรวจ’เปิดใจพลังเงียบต่อการเมือง’ พบเบื่อหน่าย-ผิดหวังการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

โพลเผยผลสำรวจ’เปิดใจพลังเงียบต่อการเมือง’ พบเบื่อหน่าย-ผิดหวังการเมือง คาดหวังต่อผู้นำรุ่นใหม่ ต้อง’เด็ดขาด จริงใจ และทำได้จริง’ แนวโน้มการสนับสนุนพรรคขนาดเล็กและตั้งใหม่กำลังชี้ให้เห็นกระแสแห่งความหวัง

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤตศรัทธา ผลโพลฉบับนี้ได้เปิดพื้นที่ให้กับ “พลังเงียบ” ซึ่งคือกลุ่มประชาชนที่ไม่แสดงออกทางการเมือง แต่มีศักยภาพสูงในการกำหนดทิศทางของประเทศในยามเลือกตั้ง ผลสำรวจนี้จึงมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจแนวโน้มใหม่ของความคิด ความหวัง และความเบื่อหน่ายของประชาชน ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากพรรคใหญ่แบบดั้งเดิมไปสู่พรรคขนาดเล็กและพรรคการเมืองตั้งใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้กับผู้นำรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดและพฤติกรรมแตกต่างจากนักการเมืองหน้าเดิม

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล จึงได้ทำการศึกษาเปิดใจพลังเงียบต่อการเมืองระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2568 โดยใช้ทั้งวิธีวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนผู้ระบุว่าเป็นพลังเงียบ ขออยู่ตรงกลางทางการเมือทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,102 ตัวอย่าง

ความรู้สึกต่อการเมืองในปัจจุบัน วิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า กลุ่มพลังเงียบแสดงความรู้สึก เบื่อหน่ายและผิดหวังการเมือง อย่างชัดเจน โดยมากถึง 79.3% ระบุว่ารู้สึกเบื่อ สับสน ไม่แน่ใจว่าอะไรคือความจริงทางการเมือง ขณะที่ 75.2% หมดศรัทธาต่อระบบการเมืองโดยรวม และ 71.6% ไม่สนใจการเมืองอีกต่อไป สิ่งที่สะท้อนชัดคือ ภาพการเมืองไทยวนเวียนอยู่กับ คนหน้าเดิม พรรคเดิม (69.4%) และมีมุมมองว่า พรรคการเมืองใหญ่คือ ต้นตอของปัญหา (67.1%) ไม่สามารถสร้างความหวังใหม่ให้กับประชาชนได้อีกต่อไป

นี่คือ “อาการทางสังคม” ของการเสื่อมศรัทธาแบบกว้างขวาง (political disillusionment) ที่บ่งชี้ถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล

ที่น่าพิจารณาคือ ความคาดหวังต่อผู้นำรุ่นใหม่ ต้อง “เด็ดขาด จริงใจ และทำได้จริง” กลุ่มพลังเงียบมีความหวังต่อผู้นำรุ่นใหม่ที่มีคุณลักษณะดังนี้ 83.7% ต้องการผู้นำที่เด็ดขาด กล้าหาญ รักชาติ 81.6% ชอบผู้นำที่พูดตรง ทำจริง ไม่สร้างภาพ 80.0% ต้องสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจยุคใหม่และมีความสามารถด้านธุรกิจ และ77.9% ต้องใส่ใจแรงงาน นายจ้าง และผู้ประกอบการ แนวโน้มชี้ให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะเห็นผู้นำ มีแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก ไม่เน้นอำนาจนิยมหรือวาทกรรมความขัดแย้ง แต่สามารถ เข้าถึงประชาชนได้จริง ลักษณะผู้นำในอุดมคติของกลุ่มนี้คือ “นักบริหาร นักธุรกิจมืออาชีพที่มีอุดมการณ์” ซึ่งต่างจากนักการเมืองที่อาศัยทุนพรรคหรือมุ้งทางการเมือง

จุดอ่อนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ชี้ให้เห็น วงจรอุบาทว์ทางอำนาจ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าพรรคใหญ่มีจุดอ่อนสำคัญ ดังนี้ วนเวียนกับคนหน้าเดิม ปัญหาเดิม ๆ 74.9% มีหลายมุ้ง ขัดแย้งภายใน 72.6% ชูนโยบายสวยหรูแต่ทำไม่ได้จริง 71.8% ไม่เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ 70.5% เอื้อประโยชน์พวกพ้อง 69.8%  ความรู้สึกนี้ชี้ชัดว่าพรรคใหญ่ไม่สามารถเป็นตัวแทนของประชาชนได้อีกต่อไป และมีโครงสร้างภายในที่เน้นการรักษาอำนาจ มากกว่าการปฏิรูปเพื่อประชาชน

ผอ.ซูเปอร์โพล เปิดเผยด้วยว่า แนวโน้มการสนับสนุนพรรคขนาดเล็กและตั้งใหม่กำลังชี้ให้เห็นกระแสแห่งความหวัง 37.9% ระบุว่าสนับสนุนมากถึงมากที่สุด 32.7% สนับสนุนในระดับปานกลาง รวมแล้วกว่า 70.6% เปิดใจให้พรรคเล็กและพรรคใหม่ สัดส่วนนี้กำลังเป็นที่น่าสนใจในบริบทของการเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงการ เคลื่อนตัวของฐานคะแนนเสียง ไปสู่ทางเลือกใหม่ ซึ่งหากพรรคเล็กเหล่านี้สามารถสร้าง “แรงศรัทธา” ได้ จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนสมการทางการเมือง

“ผลโพลนี้คือ สัญญาณเตือน ต่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่เคยเป็นผู้ครอบครองอำนาจทางการเมืองมาโดยตลอด กลุ่มพลังเงียบไม่ได้เพิกเฉยทางการเมือง แต่กำลังรอผู้นำหน้าใหม่พรรคตั้งใหม่และพรรคเล็กที่กล้าคิดต่างอย่างแท้จริง “ความเบื่อหน่าย” และ “ความผิดหวัง” ที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงเรื่องของอารมณ์แต่คือการแสดงออกถึงความต้องการทางโครงสร้างการเมืองในอารมณ์ของผู้คนที่ต้องการให้การเมืองไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ประชาชนมีความหวังและจะได้เห็นผลสัมฤทธิ์แท้จริง” ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวปิดท้าย

‘มาดามหยก’ฟาดนักการเมือง-เกรียนคีย์บอร์ดปากแจ๋ว เห็นหรือยัง’ทหารมีไว้ทำไม’

'มาดามหยก'ฟาดนักการเมือง-เกรียนคีย์บอร์ดปากแจ๋ว เห็นหรือยัง'ทหารมีไว้ทำไม'

‘มาดามหยก’ฟาดนักการเมือง-เกรียนคีย์บอร์ดปากแจ๋ว เห็นหรือยัง’ทหารมีไว้ทำไม’

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

‘มาดามหยก’ฟาดนักการเมือง-เกรียนคีย์บอร์ดปากแจ๋ว เห็นหรือยัง’ทหารมีไว้ทำไม’ ชี้สถานการณ์อย่างนี้ต้องสามัคคีกัน จี้รัฐบาล แสดงความเป็นมืออาชีพ เร่งเยียวยาประชาชน-ทหารที่ได้รับผลกระทบ ลั่น’ก้าวอิสระ’ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่กระสุนนัดแรก ลุยส่งสิ่งของจำเป็นให้ทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้า

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (Indy) เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้แม้ว่าเหตุการณ์จะสงบ ไม่มีการปะทะ แต่เรายังคงวางใจไม่ได้ เพราะอาจจะมีเหตุปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นในส่วนของประชาชนที่อยู่ศูนย์พักพิง ควรจะรอสถานการณ์ให้แน่ชัดก่อน อย่าเพิ่งกลับบ้านตัวเอง เพราะกัมพูชาเราไว้ใจไม่ได้อยู่แล้ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพราะประชาชนเหล่านี้สูญเสีย ทั้งทรัพย์สิน บ้านเรือน บางคนสูญเสียบุคคลในครอบครัว ทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งทำให้เขาหมดกำลังใจเกิดความเครียด วิตกกังวล และบางคนมีความเสี่ยงที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นการเยียวยาจากรัฐบาล ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นขอให้รัฐบาลให้ความชัดเจนกับประชาชนโดยเร็ว เพราะประชาชนนับแสนคนที่อพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงเขายังมืดแปดด้าน ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไป จะได้กลับบ้านเมื่อไหร่

น.ส.กชพร กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่ชอบด้อยค่าทหาร โดยเฉพาะพรรคการเมืองบางพรรค ตนอยากให้หยุดก่อน เราควรหันมาสามัคคีกันก่อน เพราะชั่วโมงนี้ถ้าไม่มีทหาร เราคงไม่สามารถที่จะกินอิ่ม นอนหลับกันได้ ทหารที่อยู่ชายแดนลำบากมาก การสูญเสียนายทหารถึง 15 นาย ที่ได้สละชีพเพื่อชาติรวมถึงประชาชนทั้งบาดและเสียชีวิตนับสิบ เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นแล้วจากการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกของกัมพูชา ตอนนี้เราต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาด้อยค่ากันให้เสียกำลังใจ อย่างเช่นที่นักการเมืองบางคน ออกมาพูดว่าทหารมีไว้ทำไม ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักการเมืองเหล่านั้นก็คงจะเห็นแล้วว่าทหารมีไว้ทำไม หรือจากกรณีที่ออกมาแซะโรงพยาบาล ที่ไม่ยอมรับรักษาผู้ป่วยกัมพูชาทั้งๆที่โดยหลักสากลแล้ว ไม่ว่าจะมีการทำสงครามกันขนาดไหน โรงพยาบาลจะต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับประชาชน ถือเป็นข้อยกเว้นที่ในระดับสากลเข้าใจกันหมด แต่กัมพูชาทำการยิงระเบิดมาลงที่โรงพยาบาล จนขาดแคลนสถานที่รักษาพยาบาลและยังมีที่โรงเรียนที่ยังมีเด็กเล็กๆเรียนอยู่ รวมถึงบ้านของประชาชน ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายตามหลักของการทำสงครามทั่วไปในระดับสากล ดังนั้นตรงนี้ จึงเป็นสิ่งที่ควรประณามกัมพูชา ไม่ใช่มาด้อยค่าคนไทยด้วยกันเอง ในอนาคตหากคนไทยยังไม่สามัคคีกันแบบนี้ประเทศเราก็คงลำบาก

“ที่ดิฉันพูดในวันนี้ ไม่ได้ต้องการที่จะมาโจมตีใคร แต่อยากให้ทุกฝ่ายหันมาเร่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน และเร่งเยียวยาความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งกับประชาชน และทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีก ในส่วนของพรรคก้าวอิสระ (Indy ) ตั้งแต่กระสุนนัดแรกที่เกิดขึ้น พรรคก้าวอิสระยังคงอยู่ดูแล และทำอาหารส่งให้ประชาชนตามศูนย์พักพิงต่างๆรวมถึงทหารในทุกพื้นที่ด้วย พร้อมกับส่งสิ่งของจำเป็นที่บรรดาทหารหาญต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเท้าที่ขาดจนไม่รู้จะขาดอย่างไรแล้ว และยังมีถุงเท้า มีแป้งโยคี น้ำมันล้างปืน บุหรี่ ยาเส้น ฯลฯ ทั้งนี้ดิฉัน เข้าใจดีว่ากองทัพก็มีสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ บางครั้งสิ่งของเหล่านี้อาจจะไม่เพียงพอ หรือเข้าไปไม่ถึงทหารบริเวณชายแดน ดังนั้นในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยู่แนวหลัง ซึ่งไม่สามารถไปทำหน้าที่แนวหน้าได้ ก็คงทำได้เพียงส่งกำลังใจ และสิ่งของจำเป็นไปให้ เพิ่มเติม เพื่อให้เหล่าทหารหาญได้อุ่นใจว่า พวกท่านไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่พวกเราคนไทยทุกคนที่อยู่แนวหลัง พร้อมที่จะสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศร่วมกับทหารหาญ และประชาชนในพื้นที่ทุกคน”

นางสาวกชพร กล่าวด้วยว่าสัปดาห์หน้า เสร็จจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางเหนือแล้ว ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (Indy)ในนามชมรม Change Together & Indy Team by มาดามหยก จะนำทีมลงพื้นที่เพื่อไปให้กำลังใจ และนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบเป็นขวัญกำลังใจกับประชาชน เจ้าหน้าที่และทหารหาญเพิ่มเติมอีก ซึ่งคิดว่าช่วงนั้นสถานการณ์น่าจะดีขึ้นแล้ว

‘สว.’หนักใจเช็กคุณสมบัติขั้นต้น 25 ผู้สมัคร เป็นป.ป.ช.สองเก้าอี้ พบบางคนลงหลายรอบ

'สว.'หนักใจเช็กคุณสมบัติขั้นต้น 25 ผู้สมัคร เป็นป.ป.ช.สองเก้าอี้ พบบางคนลงหลายรอบ

‘สว.’หนักใจเช็กคุณสมบัติขั้นต้น 25 ผู้สมัคร เป็นป.ป.ช.สองเก้าอี้ พบบางคนลงหลายรอบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

‘สว.’หนักใจเช็กคุณสมบัติขั้นต้น 25 ผู้สมัคร เป็นป.ป.ช.สองเก้าอี้ พบบางคนลงหลายรอบ รวมทั้งหลายองค์กร ขณะที่บางคนเป็นร่างทรงกลุ่มทุน

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะหน่วยธุรการ เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อทดแทนป.ป.ช.2คน คือ พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ และนางสุวณา สุวรรณจูฑะ ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 7-30 ก.ค. 2568 นั้น

สรุปผลการรับสมัครพบว่า มีรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการป.ป.ช. สองตำเเหน่งรวม25คน  โดยขั้นตอนต่อไป ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหากรรมการป.ป.ช.จะส่งรายชื่อผู้สมัครเป็นกรรมการป.ป.ช.ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และเมื่อได้รับผลการตรวจสอบดังกล่าวเเล้ว คณะกรรมการสรรหาจะวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร

เเหล่งข่าวจากสว. กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้จะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และหรือสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อไป
ทั้งนี้ ขอเชิญส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สมัครมายังคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและ ปราบปราบการทุจริตแห่งชาติหรือที่เว็บไซต์ http://www.senate.go.th ภายในวันที่ 14 ส.ค.นี้

เมื่อพิจารณารายชื่อผู้สมัครทั้ง25คนนั้นพบว่า ทั้งหมดลงสมัครเข้ารับการสรรหาทั้งสองตำเเหน่ง  เเละยังพบว่าผูัสมัครบางคนเคยลงสมัครเเละผ่านการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาเเล้วเเต่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสว. พบว่าผู้สมัครบางคนเคยเป็นกรรมการองค์กรอิสระที่พบว่ามีคดีที่สร้างความเสียหายเเละคดียังไม่ยุติมาสมัครในครั้วนี้ด้วย ขณะที่ผู้สมัครบางคนมีข้อมูลชั้นต้นว่าใกล้ชิดกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของประเทศ

“ตรงนี้อยากฝากคณะกรรมการสรรหาฯพิจารณาคุณสม บัติของผู้สมัครให้รอบคอบก่อนที่จะลงมติเเละส่งรายชื่อผู้ผ่านการสรรหามาให้สว.ลงมติให้ไปทำหน้าที่กรรมการป.ป.ช.ทั้งสองตำเเหน่ง มีการหารือของสว.หลายคนหลังทราบรายชื่อผู้สมัคร25คน ว่าผู้สมัครบางคนที่มาสมัครเป็นกรรมการป.ป.ช.สองตำเเหน่งคราวนี้ ทราบว่าบางคนอาจจะไปกลบความผิดของตัวเองและพวกพ้องในช่วงที่ผ่านมา โดยบางคนสมัครหลายรอบเเล้ว เเต่สว.ไม่ให้ความเห็นชอบ เเละคราวนี้ยังคงสมัครอีก หากเทียบกับผู้สมัครเข้ารับการสรรหาในองค์กรอิสระบางองค์กร หากสว.ไม่ผ่านความเห็นชอบให้ พวกเขาก็ไม่สมัครอีก เเม้กฎหมายจะไม่ห้ามก็ตาม โดยบางคนลงสมัครหลายคร้้งในหลายองค์กร เเต่สว.ไม่ให้ความเห็นชอบ”

แหล่งข่าวจากสว. กล่าวอีกว่า ข้อมูลชั้นต้นนี้ฝากกรรมการสรรหาด้วยว่าควรหาข้อมูลต่างๆของผู้สมัคร25คนมาพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะลงมติ ก่อนส่งรายชื่อให้สว.พิจารณา”เเหล่งข่าวจากสว.กล่าวเเละว่าในช่วงปีนี้ส.ว.เเละคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระจะพิจารณาผู้สมัครเข้ารับการสรรหาหลายองค์กรหลายตำเเหน่ง เช่น กรรมการป.ป.ช.  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต.  คตง. ผู้ตรวจการเเผ่นดิน  ซี่งยืนยันว่าสว.ตัดสินใจรอบคอบโดยไม่มีอคติใดๆในการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระต่างๆเเละไม่มีใบสั่งทางการเมืองตามที่บางฝ่ายกล่าวหาเเน่นอน

‘สรวงศ์’เผย’ทีมยุทธศาสตร์พรรค’เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองปธ.สภาฯ คนที่1 ก่อนส่งที่ประชุมสส.พท.

'สรวงศ์'เผย'ทีมยุทธศาสตร์พรรค'เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองปธ.สภาฯ คนที่1 ก่อนส่งที่ประชุมสส.พท.

‘สรวงศ์’เผย’ทีมยุทธศาสตร์พรรค’เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองปธ.สภาฯ คนที่1 ก่อนส่งที่ประชุมสส.พท.

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

‘สรวงศ์’เผย’ทีมยุทธศาสตร์พรรค’เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองปธ.สภาฯ คนที่ 1 ก่อนส่งให้ที่ประชุมสส.มีมติ บอกไม่ได้กำหนดโควตาเป็นของภาคไหน แต่ต้องดูความเหมาะสมเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคน 1 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 1 พ้นจากตำแหน่ง สส.เชียงราย และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง ว่า กำลังสรรหาและพูดคุยกันอยู่ เพราะเราต้องดูความเหมาะสมด้วย ซึ่งเราต้องดูบุคคลที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดว่าจะเป็นโควตาของภาคไหน เราจะดูเรื่องของความเหมาะสมเป็นหลัก 

นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบมาว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุระเบียบวาระดังกล่าวในวันที่ 7 ส.ค.นี้เลย ฉะนั้น เราจึงจะต้องรีบหาบุคคลที่เหมาะสม โดยวันนี้ทีมคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรคจะมีการประชุมพูดคุยกัน เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมส่งให้ที่ประชุมสส.ของพรรคมีมติในวันที่ 5 ส.ค.นี้ และขอเรียนว่าโควตารองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นของพรรค พท. 

ซัดมาลีหยุดโกหก-ใส่ร้าย!! ‘จิรายุ’เตือน’เขมร’หากพบโดรนรุกล้ำไทยทำลายทันที

ซัดมาลีหยุดโกหก-ใส่ร้าย!! 'จิรายุ'เตือน'เขมร'หากพบโดรนรุกล้ำไทยทำลายทันที

ซัดมาลีหยุดโกหก-ใส่ร้าย!! ‘จิรายุ’เตือน’เขมร’หากพบโดรนรุกล้ำไทยทำลายทันที

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

ซัดมาลีหยุดโกหก-ใส่ร้าย!! ‘จิรายุ’เตือน’เขมร’หากพบโดรนรุกล้ำไทยทำลายทันที ยันไทยไม่มีนโยบายใช้โดรนรุกล้ำอธิปไตยเพื่อนบ้าน ขณะที่’กองทัพ’แจ้ง 20 จว. หากพบการบินโดรนจัดการได้เต็มที่

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยขอเตือนกองกำลังของกัมพูชาที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บินเข้ามาในอาณาเขตอธิปไตยของประเทศไทย จะดำเนินการทำลายทันทีเมื่อรุกล้ำอธิปไตย

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยโดยกองทัพบก และฝ่ายความมั่นคงได้ยกระดับมาตรการแอนตี้โดรนอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด ผ่านระบบ VTC เพื่อกำชับมาตรการป้องกันและควบคุมการใช้โดรนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณศาลากลางจังหวัด คลังอาวุธ สถานีขนส่ง สถานีตำรวจ สนามกีฬา และสนามบิน

โดยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนในการดำเนินการแอนตี้โดรน และจัดตั้งชุดลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รวมถึงดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย หากพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายก่อการร้ายหรือเป็นสายลับ ซึ่งมีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต

นอกจากนี้  ยังมีคำสั่งชัดเจนให้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยหากเป็นชาวต่างชาติ หลังจากดำเนินคดีแล้วจะถูกเนรเทศและขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ ห้ามกลับเข้ามาในประเทศไทยอีก

รวมทั้ง สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ยังได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 ห้ามบินโดนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. – 15 ส.ค.2568 หรือจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ยกเว้นหน่วยงานด้านความมั่นคง

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า กรณี พล.ท.มาลี โฆษกกลาโหมกัมพูชา ออกมาเบี่ยงเบน กล่าวหา ระบุว่าไทยมีการส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” ล่วงล้ำน่านฟ้ากัมพูชานั้น โดยยืนยันว่าประเทศไทยดำเนินมาตรการควบคุมการใช้โดรนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน และไม่มีนโยบายใช้โดรนเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้โดรนบินเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน

นายจิรายุ กล่าวว่า  ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทยดำเนินการทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยโดยเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ พร้อมกันนี้ ประเทศไทย ได้ตรวจพบกระสุนปืนใหญ่ วัตถุระเบิดและ PM 21 จำนวนมากในพื้นที่ของประเทศไทยซึ่งหน่วยเก็บกู้ระเบิดดำเนินการทำลายล้างเพื่อความปลอดภัย ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้แจ้งล่วงหน้าต่อฝ่ายกัมพูชาในกรณีการทำลายวัตถุระเบิดในพื้นที่ยอดภูเขือ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดทุกครั้ง

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความจริงใจในการสื่อสารระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่บิดเบือนต่อสื่อหรือประชาคมโลก และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ 

‘นพดล’เสนอ5แนวทาง แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ย้ำการทูตต้องรวดเร็ว

'นพดล'เสนอ5แนวทาง แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ย้ำการทูตต้องรวดเร็ว

‘นพดล’เสนอ5แนวทาง แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ย้ำการทูตต้องรวดเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

“นพดล” เสนอ 5 แนวทางแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ย้ำการทูตต้องรวดเร็ว ตอกย้ำความชอบธรรมของไทยบนเวทีโลก

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 68 นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะอดีตรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา ตลอดจนแนวทางการนำสันติภาพกลับมาสู่ชายแดนว่า ภายหลังการหยุดยิง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินไปในการเจรจาเพื่อนำสันติสุขกลับมาบริเวณชายแดนนั้น ตนขอเสนอดังนี้

1.ต้องเน้นการพูดที่กระชับรวดเร็ว Diplomacy of speed โดยเน้นการสื่อสารทางการทูต จุดยืนกฎหมายระหว่างประเทศและท่าทีของไทยให้รวดเร็วมากขึ้น และต้องรวดเร็วและแม่นยำกว่ากัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมีศักยภาพที่จะทำได้

2.ต้องเน้นยุทธศาสตร์สร้างความชอบธรรมให้ประเทศไทยในเวทีโลกอย่างเข้มข้น เเข็งขันต่อเนื่อง เพราะเราเป็นประเทศมหาอำนาจขนาดกลาง ต้องเน้นกฎหมายระหว่างประเทศและความชอบธรรมเป็นหลังพิง แต่ก่อนอาจมีคำกล่าวว่า Might is right ก็คือพลังอำนาจคือความถูกต้อง แต่ปัจจุบันตนคิดว่า Right is might ความถูกต้องเป็นพลังอำนาจ

นายนพดล กล่าวต่อว่า 3.ทางการทูตต้องตอกย้ำความชอบธรรมของไทยใน 5 ประเด็นอย่างต่อเนื่องคือ 1)ไทยมุ่งแก้ปัญหาโดยสันติวิธีด้วยการเจรจาทวิภาคีตามกรอบเอ็มโอยู 2543 ไม่ประสงค์ที่จะให้มีการยกระดับไปเวทีนานาชาติ แต่กัมพูชาไม่ทำตามข้อผูกพัน 2)กัมพูชาเป็นฝ่ายวางกับระเบิดละเมิดอนุสัญญาออตตาวา 3)กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากรุกรานไทย ฝ่าฝืนกฎบัตรสหประชาชาติ ไทยเพียงใช้สิทธิป้องกันตนเอง 4)กัมพูชายิงระเบิดใส่เป้าหมายทางพลเรือน เช่นโรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา 5)กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซียจัดขึ้น ซึ่งทั้ง 5 ประเด็นนี้จำเป็นจะต้องตอกย้ำในทุกเวทีอย่างต่อเนื่องให้ประชาคมโลกได้ทราบ 

นายนพดล กล่าวอีกว่า 4.ในการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเวทีจีบีซีในวันที่ 4 ส.ค. หรือเจบีซีในเดือนก.ย. หรือในเวทีอื่นๆก็ตาม ไทยซึ่งมีความสุจริตใจ good faith ในการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ต้องเรียกร้องสิ่งนั้นจากกัมพูชาให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะจะมาที่โต๊ะเจรจาจะต้องพกความจริงใจมาด้วย มิฉะนั้นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะยากขึ้น 5.รัฐบาลควรจัดระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพและเอกภาพมากยิ่งขึ้น เปิดใจฟังคำวิจารณ์แล้วปรับปรุงอย่างจริงจัง จุดสำคัญคือความรวดเร็วและความไม่กระจัดกระจายของการให้ข่าว นอกจากนั้นศูนย์ต่อต้าน Fake News ควรทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น 

”ผมเห็นว่าปัญหาไทย-กัมพูชามีความซับซ้อน และคงต้องใช้เวลาในการแก้ไข ผมเชื่อมั่นในการปกป้องอธิปไตยของกองทัพ ถ้าการทูตไทยสามารถรักษาความชอบธรรมในเวทีโลก เน้นการสื่อสารให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชนอย่างทันท่วงที ไม่มีเฟกนิวส์ เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งผมขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่อไป“ นายนพดล กล่าว.