จัดหนักชุดใหญ่! มวลชนทยอยเข้าร่วมแสดงพลังปกป้องอธิปไตย ‘น้าหงา’ ขึ้นแจมร่วมเวที

จัดหนักชุดใหญ่! มวลชนทยอยเข้าร่วมแสดงพลังปกป้องอธิปไตย 'น้าหงา' ขึ้นแจมร่วมเวที

จัดหนักชุดใหญ่! มวลชนทยอยเข้าร่วมแสดงพลังปกป้องอธิปไตย ‘น้าหงา’ ขึ้นแจมร่วมเวที

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

แดดแรงก็ไม่ถอย! มวลชนทยอยเข้าร่วมแสดงพลัง‘ปกป้องอธิปไตย จากแนวหลังสู่แนวหน้า’ ด้าน‘น้าหงา’ขึ้นแจมร่วมเวที ขับขานท่วงทำนอง พร้อมเปิดตัวเพลงใหม่‘บ้านเมืองของเรา’ โยงปมร้อนปัจจุบัน

2 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” ที่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา มวลชนต่างทยอยเข้าร่วมการชุมนุมต่อเนื่องประกอบกับมวลชนบางส่วนที่ปักหลักพักคอยบริเวณจุดต่างๆรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งนี้มีวิทยากรได้หมุนเวียนกันขึ้นมาปราศรัยต่อเนื่องโดยเนื้อหาส่วนใหญ่โจมตีไปที่รัฐบาลปัจจุบัน ที่บกพร่องต่อการบริหารจัดการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีต้นเรื่องเริ่มมาจากคลิปเสียงหลุดของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ลุกลามบานปลายมาจนเกิดการปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องอื่นๆ ข้อครหาต่างๆ อาทิ กรณีคดีชั้น14ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดนตรีเข้าจังหวะสลับขึ้นมา เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้มาร่วมกิจกรรม ท่ามกลางสภาพอากาศในวันนี้ที่ร้อนอบอ้าว โดยมีศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ นายสุรชัย จันทิมาธร หรือน้าหงา คาราวาน ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง มาร่วมขึ้นเวทีแสดงดนตรีขับร้องเพลงอีกด้วย พร้อมเปิดตัวเพลงใหม่คือเพลง “บ้านเมืองของเรา” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเมืองเชื่อมโยงจนนำไปสู่สถานการณ์ตรึงเครียดในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทางกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ได้เปิดบัญชีรับบริจาค เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสนับสนุนกิจกรรมอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงค่ำเป็นต้นไป จะมีวิทยากรคนสำคัญ ในกลุ่มร่วมพลังแผ่นดินฯ ขึ้นปราศรัย อาทินายจตุพร พรหมพันธุ์  นายเจษฎ์ โทณะวณิก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายนิติธร ล้ำเหลือ นายวีระ สมความคิด นายพิชิต ไชยมงคล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายจิตกร บุษบา นายปรเมษฐ์ ภู่โต นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ น.ส.บุญระดม จิตรดอน เป็นต้น

‘อนุทิน’ควง‘ซาบีดา-สส.ภท.’ลงพื้นที่‘บ้านกรวด’ แนะชาวบ้านอยู่ศูนย์อพยพพ้น 4 ส.ค.ไปก่อน

‘อนุทิน’ควง‘ซาบีดา-สส.ภท.’ลงพื้นที่‘บ้านกรวด’ แนะชาวบ้านอยู่ศูนย์อพยพพ้น 4 ส.ค.ไปก่อน

‘อนุทิน’ควง‘ซาบีดา-สส.ภท.’ลงพื้นที่‘บ้านกรวด’ แนะชาวบ้านอยู่ศูนย์อพยพพ้น 4 ส.ค.ไปก่อน

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.48 น.

‘อนุทิน’ควง‘ซาบีดา-สส.ภูมิใจไทย’ลงพื้นที่ชายแดน‘บ้านกรวด’ ให้กำลังใจ‘ทหาร-ชรบ.’ เผยคุยกับนายอำเภอในพื้นที่ แนะให้ชาวบ้านอยู่ศูนย์อพยพพ้นวันที่ 4 ส.ค.ไปก่อน แม้สถานการณ์ดีขึ้น

2 สิงหาคม 2568 ที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.มหาดไทย พร้อมด้วย สส.ของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ชายแดนบริเวณ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังได้รับคำแนะนำจากนายอำเภอ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่เป็นหลัก ว่าถ้าใครยังอยู่ที่ศูนย์อพยพขอให้อยู่เลยวันที่ 4 ส.ค. ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไปก่อน แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะดีขึ้น แต่เรายังต้องเฝ้าระวังเรื่องโดรนกันอย่างเต็มที่ เพราะยังมีการบินเข้ามา ซึ่งมีวัตถุประสงค์อย่างไรต้องรอฝ่ายทหารเป็นผู้ประเมิน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ไทยก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเท่าที่จะทำได้ ขณะที่สส.ในพื้นที่ก็ทำหน้าที่ดูแลชาวบ้าน ขอร้องให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย

‘วิสุทธิ์’เผย 5 ส.ค.‘พท.’เคาะรองประธานสภาฯคนที่ 1 ขอเป็นตัวเลือกสุดท้าย

‘วิสุทธิ์’เผย 5 ส.ค.‘พท.’เคาะรองประธานสภาฯคนที่ 1 ขอเป็นตัวเลือกสุดท้าย

‘วิสุทธิ์’เผย 5 ส.ค.‘พท.’เคาะรองประธานสภาฯคนที่ 1 ขอเป็นตัวเลือกสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

‘วิสุทธิ์’เผย 5 ส.ค.‘พท.’เคาะรองประธานสภาฯคนที่ 1 ขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายหากไม่มีใครเป็น

2 สิงหาคม 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 พ้นจากตำแหน่ง สส.เชียงราย ว่า ตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่ 1 จะมีการเลือกกันในสภาฯวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ บรรจุวาระเรียบร้อยแล้ว เหตุที่ต้องเร่งดำเนินการเนื่องจากวันที่ 13-15 ส.ค.จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณวาระ2-3 หากมีประธานเพียงแค่สองคนคงไม่ไหว

“โดยตำแหน่งที่ว่างลงทางพรรคเพื่อไทยตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันว่าจะเป็นใคร ต้องรอฟังสมาชิกพรรคก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับเพื่อน สส. ทุกคนอยู่ต่างจังหวัด ส่วนจะเป็นภาคเหนือเหมือนนายพิเชษฐ์หรือไม่นั้นคงต้องรอให้มีการประชุมพรรควันที่ 5 ส.ค.ก่อน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากพรรคเสนอนายวิสุทธิ์ ทำหน้าที่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องฟังเพื่อนสมาชิกก่อน พรรคเพื่อไทยมีคนเก่ง มีความสามารถพร้อมทำหน้าที่หลายคนให้รอฟังที่ประชุมพรรค และตนพร้อมสนับสนุนทุกคนในการทำหน้าที่ ตนขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายหากไม่มีใครยอมเป็น

ทอ. เตรียม AT-6 จำนวน 8 ลำ ลาดตระเวนตรวจการชายแดน 7 ส.ค. นี้

ทอ. เตรียม AT-6 จำนวน 8 ลำ ลาดตระเวนตรวจการชายแดน 7 ส.ค. นี้

ทอ. เตรียม AT-6 จำนวน 8 ลำ ลาดตระเวนตรวจการชายแดน 7 ส.ค. นี้

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

ทอ. เตรียมบรรจุ AT-6 จำนวน 8 เครื่อง ใช้ภารกิจการโจมตีทางอากาศ ลาดตระเวนตรวจการในพื้นที่ชายแดน 7 ส.ค. นี้ 

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 ส.ค.68 กองทัพอากาศ ทำพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีเบา แบบ AT-6  เป็นเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 ของกองทัพอากาศ เข้าประจำการทั้งหมด 8 เครื่อง เพื่อใช้ในภารกิจการโจมตีทางอากาศ ตลอดจนการบินลาดตระเวนตรวจการในพื้นที่ชายแดน ปัจจุบันสนับสนุนภารกิจการบินลาดตระเวนสนับสนุนในพื้นที่ชายแดน ตามที่ได้รับการประสาน 

กองทัพอากาศไทยได้รับมอบเครื่องบินสองเครื่องแรกเมื่อวันที่ 16 ก.ค.67  เข้าประจำการที่ฝูงบิน 411 กองบิน 41 (บน.41) จ.เชียงใหม่ โดยมีเครื่องบินหมายเลข “41101” และ “41102” จากนั้นก็ทยอยส่งมอบ จนครบทั้ง 8 ลำ โดยในวันที่ 7 ส.ค.68 ทางกองทัพอากาศ จะได้ทำพิธีบรรจุประจำการ เครื่องบิน บ.จ.8 (AT-6TH  ) มี่กองบิน 41 จังหวีดเชียงใหม่ 

สำหรับเครื่องงบิน AT-6 TH จำนวน 8 ลำจากสหรัฐอเมริกา วงเงิน 4.6 พันล้านบาท  จากบริษัท Textron Aviation Defense LLC สหรัฐอเมริกา  เป็นโครงการผูกพันงบประมาณ 5 ปี ระหว่างปี 64-68  พร้อมอุปกรณ์อะไหล่ ระบบสนับสนุนการฝึกอบรม และอุปกรณ์อื่นๆ

AT-6 TH  ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจ ได้แก่  การบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support) ,ผู้ควบคุมอากาศยานหน้า (Forward Air Control-Airborne) ,การลาดตระเวนรบติดอาวุธ (Armed Reconnaissance) , การโจมตีทางอากาศ (Air Strike) , การเฝ้าระวัง การข่าวกรองและการลาดตระเวน (Surveillance and Reconnaissance : ISR) ,การบินค้นหาช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) , การสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย (Disaster Area Imagery) ,การถ่ายภาพภัยพิบัติ (Disaster Area Imagery) ,การสนับสนุนปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า และบูรณาการความร่วมมือในการสนับสนุนการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติกับหน่วยงานอื่นๆ 

.-008 

‘อนุทิน’มั่นใจปม‘เขากระโดง’ทำถูกต้อง ลั่นใครทำอะไร ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์

‘อนุทิน’มั่นใจปม‘เขากระโดง’ทำถูกต้อง ลั่นใครทำอะไร ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์

‘อนุทิน’มั่นใจปม‘เขากระโดง’ทำถูกต้อง ลั่นใครทำอะไร ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

‘อนุทิน’มั่นใจปมที่ดิน‘เขากระโดง’ทำถูกต้องตาม‘กฎหมาย-คำพิพากษาศาล’ทุกประการ ลั่นใครทำอะไร ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

2 สิงหาคม 2568 ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทย แถลงผลสอบที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้ยึดตามคำสั่งศาลฎีกา-ศาลปกครอง พร้อมสั่งเพิกถอนที่ดิน 5 พันไร่ตั้งแต่วันนี้(2 ส.ค.) เป็นต้นไป จะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ด้วยหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาเรื่องนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องทุกประการแล้ว วันนี้ถ้าตนยังพูดเรื่องนี้จะเหมือนเป็นการไปปกป้องใคร เรามั่นใจว่าสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้ทำไป เป็นการปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย และตามคำพิพากษาศาลทุกประการ ดังนั้น เราจึงมีความมั่นใจอยู่ ส่วนใครจะทำอะไรถือว่าเป็นคนละยุคคนละสมัย ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

“ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าเอามาเป็นเรื่องการเมือง ภารกิจหลักวันนี้คือการดูแลปกป้องบ้านเมือง ปกป้องอธิปไตย ดูแลความปลอดภัยชาวบ้าน และให้กำลังใจผู้ที่รักษาบ้านเมืองของเรา” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า ต้องการให้โฟกัสเรื่องชายแดนมากกว่าเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าอยากให้โฟกัสอะไร แต่โดยจิตสำนึกอย่างพวกตนก็ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ความที่เป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องมาดู อย่างศูนย์อพยพที่สนามแข่งรถ จ.บุรีรัมย์ ชาวไทยทั่วประเทศทราบว่าเป็นศูนย์ที่ดูแลผู้อพยพเป็นหมื่นๆคน ทุกคนส่งของมาช่วยเป็นสิ่งที่ปลาบปลื้มใจมาก ไม่มีเรื่องการเมืองใดๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายแต่พี่น้องคนไทยยังช่วยเหลือกัน

‘พิชิต’ย้ำ‘อิ๊งค์’ต้องลาออก เซ่นปมคลิป‘อังเคิลฮุน’ จับตา‘จตุพร’ประกาศท่าทียกระดับม็อบ

‘พิชิต’ย้ำ‘อิ๊งค์’ต้องลาออก เซ่นปมคลิป‘อังเคิลฮุน’ จับตา‘จตุพร’ประกาศท่าทียกระดับม็อบ

‘พิชิต’ย้ำ‘อิ๊งค์’ต้องลาออก เซ่นปมคลิป‘อังเคิลฮุน’ จับตา‘จตุพร’ประกาศท่าทียกระดับม็อบ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

‘พิชิต’ย้ำข้อเรียกร้อง ‘อิ๊งค์’ต้องลาออก เซ่นปมคลิป‘อังเคิลฮุน’ กระตุกพรรคร่วมรัฐบาลเห็นใจทหารแนวหน้า แสดงจุดยืนทิ้งรัฐบาล ประณามเขมรเป็น‘อาชญากรสงคราม’ จับตา‘จตุพร’ประกาศท่าที ยกระดับม็อบขยับค้างคืน ใกล้ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ส.ค.68 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิบไตยไทย เพื่อแสดงพลังห่วงใยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ว่า การชุมนุมในวันนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากครั้งก่อน แต่ข้อเรียกร้องเดิมคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต้องรับผิดชอบต่อกรณีคลิปเสียงหลุด เพราะผลของคลิปหลุดทำให้เกิดสงครามระหว่างประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการสู้รบ ทหารได้รับการบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

นายพิชิต กล่าวว่า อิทธิพลที่ น.ส.แพทองธารพูดว่าแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ใช่พวกเรา ทำให้กัมพูชาได้ใจ มีความฮึกเหิมจนทำให้เกิดการสู้รบ น.ส.แพทองธารปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ จึงต้องลาออกจากตำแหน่งทันที ขอส่งเสียงไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยตั้งคำถามว่าจะต้องประคองรัฐบาลชุดนี้ต่อไปหรือ ควรเห็นใจทหารแนวหน้าประชาชนที่เสียชีวิต เด็กน้อยที่ต้องถูกระเบิดในร้านสะดวกซื้อ พรรคร่วมรัฐบาลจะประคองระบอบชินวัตรไปถึงไหน จึงขอให้แสดงจุดยืนโดยการลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาลโดยทันที

นายพิชิต กล่าวว่า พวกเราต้องการสื่อสารไปถึงรัฐบาลกัมพูชา ขอประณามการกระทำโดยเฉพาะทหารกัมพูชาที่ยิงปืนใหญ่ไปสู่เป้าหมายพลเรือน ซึ่งผิดขั้นตอนการรบ เป็นการทำลายประชาชน การกระทำเช่นนี้ถือเป็นอาชญากรสงคราม  ส่วนรัฐบาลไทยที่ไปเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้ไทยเสียเปรียบเป็นอย่างมาก เหตุใดถึงไม่ยื่นเงื่อนไขให้กัมพูชามาเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ของไทยเสียก่อน ทหารไทยทำงานลำบาก เนื่องจากกัมพูชาผิดอนุสัญญาออตาวาวางระเบิดทุ่นระเบิดเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลกลับเจรจาให้หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งที่ควรยื่นเงื่อนไขให้กัมพูชาต้องมาถอนทุ่นระเบิดออกไปให้หมด ฉะนั้น การกระทำของรัฐบาลเป็นการปกป้องประเทศไทย หรือปกป้องผลประโยชน์ของใครกันแน่

เมื่อถามว่า รัฐบาลมีความเห็นว่าการจัดชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากดดันรัฐบาล  นายพิชิต กล่าวว่า ความรับผิดชอบจะต้องมีตลอดเวลา เราพูดมาก่อนการจะมีสงคราม เราไม่ได้ขัดขวางการสู้รบของทหารตามแนวชายแดน แต่ต้องการมาสื่อสารและบริจาคสิ่งของเพื่อส่งไปชายแดน ซึ่งเราต้องจัดการไส้ศึกของเราด้วยเช่นกัน

นายพิชิต กล่าวว่า การที่ น.ส.แพทองธาร พูดกับสมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เสมือนให้กำลังใจกัมพูชา เหมือนเป็นไส้ศึก จุดอ่อนทางความมั่นคงคือรัฐบาล  กัมพูชาถือไพ่เหนือกว่า มีคลิปเสียงที่สามารถข่มขู่รัฐบาลไทยได้ ดังนั้นจุดอ่อนของความมั่นคงของประเทศเป็นรัฐบาล ไม่ใช่กองทัพและประชาชน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้จะต้องกำจัดจุดอ่อน ด้วยการที่นางสาวแพทองธารต้องลาออก

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากสองตระกูล แต่เป็นเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายพิชิต กล่าวว่า เราไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นรูปธรรมในกัมพูชา ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตยังไม่ตัด การอ้างถึงการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และคลิปหลุดที่ถามถึงความต้องการของสมเด็จฮุนเซนแสดงว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวในตอนนั้นยังดีอยู่ ไม่ได้ทะเลาะกัน

“ผมว่าเป็นข้ออ้างเอาสงครามมาเป็นนโยบายของตนเอง แปลกประหลาดมาก สู้รบกันแทนที่รัฐบาลจะรับผิดชอบกลับไปเคลมว่าเป็นผลงานปราบคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาล กลายเป็นว่านางสาวแพทองธารยืนอยู่บนซากศพของทหารและประชาชน โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง ภูมิใจขนาดไหนที่กล้ายืนบนเลือดของพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิต” นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวต่อว่า น.ส.แพทองธารต้องออกมาขอโทษ ไม่ใช่เกิดการสู้รบแล้วอ้างว่าเป็นผลงานเด่นของรัฐบาล นี่คือความอัปยศที่สุดที่นางสาวแพทองธารทำต่อประชาชนคนไทย อย่างไรก็ตามการชุมนุมในวันนี้คาดว่าประชาชนจะเดินทางเข้ามาเต็มพื้นที่เหมือนการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา โดยไฮไลต์สำคัญคือการปราศรัยและจะมีการประกาศทิศทางโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เราหารือกันอยู่ว่าจากนี้ไปจะต้องมีการขยับชุมนุมที่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล หรือการพักค้าง

นายพิชิต กล่าวว่า ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เราไม่เห็นด้วยกับการที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี บินไปเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขที่ประเทศมาเลเซีย ขณะที่ทหารไทยรบได้เปรียบและกัมพูชาวางทุ่นระเบิด แต่ไทยกลับไปเจรจาหยุดยิงเท่ากับยอมรับว่าทุ่นระเบิดนั้นถูกกฎหมาย เราเห็นด้วยการเจรจาทวิภาคี แต่ไทยจะต้องเป็นผู้นำและเจ้าภาพในการเชิญกัมพูชามาพูดคุย เราไม่เห็นด้วยที่จะให้ประเทศอื่นเป็นตัวกลางในการเจรจา เพราะไทยต้องแสดงศักยภาพในเรื่องนี้

นายพิชิต กล่าวว่า ส่วนที่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่าเรื่องปัญหาคนในประเทศให้รอก่อน ขอเคลียร์ กับคนนอกประเทศก่อนนั้น นายพิชิต ย้ำว่าปัญหาภายในประเทศก็รุนแรงเช่นกัน เพราะการสู้รบครั้งนี้เกิดจากคลิปเสียง การสู้กับข้าศึกภายนอกประเทศเป็นหน้าที่ของทหารไทย แต่การจัดการไส้ศึกภายในก็เป็นหน้าที่ของประชาชน

‘สว.ตัวตึง’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100 ล้าน มีแต่‘หนังสือสั่งการ’ไร้ตัวเงิน ‘อบจ.’ใกล้ถังแตก

‘สว.ตัวตึง’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100 ล้าน มีแต่‘หนังสือสั่งการ’ไร้ตัวเงิน ‘อบจ.’ใกล้ถังแตก

‘สว.ตัวตึง’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100 ล้าน มีแต่‘หนังสือสั่งการ’ไร้ตัวเงิน ‘อบจ.’ใกล้ถังแตก

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

‘สว.ตัวตึง’โวยแหลกงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100 ล้านบาท ยังไม่ได้สักจังหวัด ซัดมีแต่‘หนังสือสั่งการ’ ไร้ตัวเงินลงพื้นที่ ‘อบจ.’ใกล้ถังแตก สำรองงบช่วยเหลือไม่ไหว เผย‘ศูนย์อพยพ’ยังต้องการรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ อีกจำนวนมาก เหตุแนวชายแดนยังมีปะทะ ประชาชนไม่กล้ากลับบ้าน

2 สิงหาคม 2568 นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวว่า ขณะนี้ตามศูนย์อพยพต่างๆที่มีชายแดนติดต่อกับกัมพูชา ยังไม่ได้รับงบประมาณจากส่วนกลางเลย สิ่งที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลอนุมัติงบช่วยเหลือให้จังหวัดละ 100 ล้านบาท และยืนยันไม่มีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณนั้น เป็นเพียงแค่หนังสือสั่งการถึงการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ตัวเงินยังไม่มีจังหวัดใดได้เลย

ทั้งนี้ ศูนย์อพยพต่างๆต้องใช้เงินจากตัวจังหวัด และอบจ.ต่างๆรองรับไปก่อน จนท้องถิ่นก็แทบไม่มีเงินเหลือ แล้วยังติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่หน่วยราชการไม่ทำงานอีก ไม่รู้งบจะมาถึงศูนย์อพยพเมื่อใด ส่วนเรื่องสิ่งของบริจาคตามศูนย์อพยพนั้น ได้รับการประสาน สิ่งที่ยังขาดแคลนคือ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง  ไข่ไก่ รวมถึงผ้าอนามัย ที่ยังต้องการในปริมาณมาก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังอยู่ในศูนย์อพยพ

“ไม่มีใครกล้ากลับบ้าน แม้จะเจรจาหยุดยิงแล้ว แต่พื้นที่ชายแดนยังมีการปะทะเป็นจุดๆ เพื่อความปลอดภัย จึงอยู่ที่ศูนย์อพยพก่อน” นายอลงกต กล่าว

‘กกต.’ยกคำร้อง‘สว.ระดับประเทศ’ ให้ช่วยหาคะแนน แลกเก้าอี้‘ผู้เชี่ยวชาญ’

‘กกต.’ยกคำร้อง‘สว.ระดับประเทศ’ ให้ช่วยหาคะแนน แลกเก้าอี้‘ผู้เชี่ยวชาญ’

‘กกต.’ยกคำร้อง‘สว.ระดับประเทศ’ ให้ช่วยหาคะแนน แลกเก้าอี้‘ผู้เชี่ยวชาญ’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.40 น.

‘กกต.’ยกคำร้องเลือก‘สว.ระดับประเทศ’ ปมให้ช่วยหาคะแนนแลกตั้งเป็น‘ผู้เชี่ยวชาญ’ชี้ถ้อยคำผู้ร้อง-พยานแตกต่าง มีพิรุธน่าสงสัยจริงหรือไม่

2 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.สั่งยกคำร้องกรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 ที่อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ซึ่งนายสงบ จินะแปง ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ กลุ่มที่ 17 ประชาสังคม หมายเลข 119 ถูกร้องว่า ได้แนะนำตัวและพูดกับผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในการลงคะแนนเลือกบุคคลกลุ่มเดียวกันว่า หากหาคนมาลงคะแนนให้นายสงบได้ 5 คะแนนแล้ว และถ้านายสงบได้เป็นสว.จะให้ผู้ร้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ผู้ร้องกับพยานของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ กลุ่มที่ 13 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ เห็นนายสงบ กำลังสนทนาอยู่กับบุคคลกลุ่มหนึ่ง จึงได้เข้าไปร่วมสนทนาด้วยโดยพยานของผู้ร้องได้พูดทำนองว่า “แนะนำตัวกันอยู่เหรอขอผมเข้าร่วมด้วย “ซึ่งผู้ร้องได้ยินนายสงบพูดว่า “อยู่กลุ่มไหนกัน หากเราจับสลากมาอยู่ในสายเดียวกัน จะได้ช่วยกันเลือก”

อีกทั้งช่วงเวลาที่รอการลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน ผู้ร้องและพยานของผู้ร้องเดินเข้าไปในห้องน้ำชายเห็นนายสงบ และบุคคลกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันเกี่ยวกับการแลกคะแนน โดยได้ยินนายสงบพูดว่า “ผมสงบ กลุ่ม 17 ช่วยเลือกผม ถ้าผมได้ผมจะชวนไปทำงานด้วยกัน” ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ตน เพื่อจูงใจให้ตนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่นายสงบ อันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 77 (1)

กกต.เห็นว่า แม้ผู้ร้องยื่นร้องว่านายสงบพูดกับผู้ร้องว่า หากหาคนมาลงคะแนนให้ตนได้ 5คะแนนแล้ว และหากนายสงบได้เป็นสว. จะตั้งผู้ร้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ในชั้นไต่สวน ผู้ร้องให้ถ้อยคำว่า นายสงบเพียงแต่พูดว่า อยู่กลุ่มไหนกัน หากเราจับสลากมาอยู่ในสายเดียวกัน จะได้ช่วยเลือกกัน ซึ่งเป็นถ้อยคำที่แตกต่างไปจากคำร้อง ประกอบกับพยานผู้ร้องให้ถ้อยคำว่า นายสงบพูดว่า ผมสงบ กลุ่ม 17และพูดต่อว่า ช่วยเลือกผม ถ้าผมได้ ผมจะชวนไปทำงานด้วยกัน เมื่อพิจารณาการให้ถ้อยคำของผู้ร้อง และพยานผู้ร้อง ยังปรากฏข้อพิรุธและน่าสงสัยว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากผู้ร้องและพยานของผู้ร้อง ให้ถ้อยคำแตกต่างกัน ทั้งที่ผู้ร้องและพยานผู้ร้องอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งเป็นการแตกต่างกันในข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญต่อการวินิจฉัยว่านายสงบได้กระทำการดังที่ผู้ร้องได้กล่าวหาหรือไม่ อีกทั้งไม่ปรากฏ พยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า นายสงบกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) ตามคำร้อง

‘พล.อ.ณัฐพล’รับเงื่อนไขกัมพูชา ให้‘สหรัฐ-จีน’ส่งผู้สังเกตการณ์ประชุมจีบีซีเฉพาะ 7 ส.ค.

‘พล.อ.ณัฐพล’รับเงื่อนไขกัมพูชา ให้‘สหรัฐ-จีน’ส่งผู้สังเกตการณ์ประชุมจีบีซีเฉพาะ 7 ส.ค.

‘พล.อ.ณัฐพล’รับเงื่อนไขกัมพูชา ให้‘สหรัฐ-จีน’ส่งผู้สังเกตการณ์ประชุมจีบีซีเฉพาะ 7 ส.ค.

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.32 น.

‘พล.อ.ณัฐพล’รับเงื่อนไขกัมพูชา ให้‘สหรัฐ-จีน’ส่งผู้สังเกตการณ์ประชุมจีบีซีได้เฉพาะ 7 ส.ค. เหตุ‘สมช.’ประเมิน ถ้าไทยปฏิเสธอาจถูกมองมีลับลมคมใน

2 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่สื่อกัมพูชา เผยแพร่เอกสารกระทรวงกลาโหม พร้อมระบุรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งชาติ  ประเทศไทย ได้ยอมรับคำร้องของกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาให้ตัวแทนจากมาเลเซีย สหรัฐอเมริกาและจีน เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการประชุมวิสามัญของคณะกรรมการทั่วไปชายแดน (GBC) ได้นั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่า รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยอมรับคำร้องขอของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา จริง โดยให้ผู้สังเกตการณ์มาเฉพาะการประชุม GBC ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยที่มีผู้สังเกตการณ์จากสหรัฐอเมริกา และจีน เนื่องจากเป็นการเจรจาทวิภาคี ซึ่งเป็นกลไกปกติที่คุยกัน 2 ประเทศ แต่ในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มองว่าถ้าประเทศไทยปฏิเสธอาจถูกมองว่ามีลับลมคมใน จึงตัดสินใจยอมรับกับข้อเสนอนี้ของกัมพูชา

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ณัฐพล  นาคพาณิชย์  รักษาการ รมว.กลาโหม ได้ทำหนังสือตอบรับการให้  3 ประเทศ จีน สหรัฐฯ และ มาเลเซีย เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาจริง โดยระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. จะเป็นการประชุมฝ่ายเลขาฯ เพื่อเตรียมข้อมูล ประเด็นหารือ และงานด้านธุรการ   วาระสำคัญคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้เรียบร้อย โดยจะเป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากการหารือระหว่าง ผบ.หน่วยทหาร 2 ฝ่าย โดยฝ่ายไทยขออเวลาคุยกันก่อน 3 วันเพราะเนื้อหาค่อนข้างมาก เพื่อเตรียมการก่อนประชุมหลักในวันที่ 7 ส.ค. นี้   ครั้งนี้เป็นการยกระดับมาคุยกันระดับนโยบาย และ ไม่กระทบหลักการการหารือทวิภาคี  

มวลชนรวมพลังแผ่นดิน เกาะติดแกนนำปราศรัย ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ (ประมวลภาพ)

มวลชนรวมพลังแผ่นดิน เกาะติดแกนนำปราศรัย ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ (ประมวลภาพ)

มวลชนรวมพลังแผ่นดิน เกาะติดแกนนำปราศรัย ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มมวลชน รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย โดยตั้งแต่เวลา 12.00 น. ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน แต่มวลชนเริ่มทยอยเดินทางเข้าพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อจับจองหาที่นั่งฟังปราศรัยจากแกนนำบนเวที โดยมวลชนส่วนใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อเหลือง และเสื้อสีขาว มีการผูกผ้าสัญลักษณ์ริบบิ้นลายธงชาติ 

ขณะที่การจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังไม่มีการปิดการจราจรทุกเส้นทาง โดยเวทีปราศรัยหันหน้าไปยังทิศทางเส้นถนนพหลโยธิน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกในพื้นที่และรัศมีบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการ มันหมายชุมนุมวันนี้จะเริ่มตั้งแต่ 12.00 น. เรื่อยไปจนถึงเวลา 21.00 น. โดยมีแกนนำคนสำคัญสลับขึ้นมาปราศรัย ซึ่งเป็นจะเน้นประเด็นพุ่งเป้าไปในเรื่องของ กรณีคลิปเสียง ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ในการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา สถานการณ์การปะทะกันที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา รวมถึงคดี ชั้น14 ของนายทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

โดยแกนนำคนสำคัญที่จะขึ้นปราศรัย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธ์  อ.เจษฎ์ โทณะวณิก   นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายนิติธร ล้ำเหลือ นายวีระ สมความคิด นายพิชิต ชัยมงคล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวศ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อัญชลี ไพรีรัก นายจิตกร บุษบา นายปรเมษฐ์ ภู่โต นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บุญระดม จิตรดรอน