‘สมศักดิ์’ สั่งการ สธ. ให้เกาะติดน้ำท่วม ‘สุโขทัย’ เผยน้ำมีแนวโน้มลดลง

'สมศักดิ์'  สั่งการ สธ. ให้เกาะติดน้ำท่วม 'สุโขทัย' เผยน้ำมีแนวโน้มลดลง

‘สมศักดิ์’ สั่งการ สธ. ให้เกาะติดน้ำท่วม ‘สุโขทัย’ เผยน้ำมีแนวโน้มลดลง

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

“สมศักดิ์” เผยสถานการณ์น้ำท่วมสุโขทัย น้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องจับตาต่อเนื่อง สั่งการ สธ. ให้เกาะติด จัดเวชภัณฑ์ยาอย่าให้ขาด มอบ สส. เข้าพื้นที่ช่วยตรวจสอบความเสียหาย – บ้านเรือน รับฟังความความเดือดร้อนประชาชนคู่ขนานกับหน่วยงานราชการ 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลกระทบให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายอำเภอและมีน้ำท่วมขัง ซึ่งในขณะนี้มีรายงานว่า มี 4 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบมากสุด ประกอบด้วย อ.เมืองสุโขทัย อำเภอสวรรคโลก  อำเภอศรีสำโรง อำเภอศรีสัชนาลัย โดยทั้ง 4 พื้นที่ น้ำมีแนวโน้มที่จะลดลง แม้ว่าบางแห่งยังมีน้ำมากวิกฤตอยู่ก็ตาม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและจะดูแลจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ที่ผ่านมามีประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้รับความช่วยเหลือ 942 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้พิการ มีการส่ง ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิ MERT และ  Mini MERT เข้าให้บริการทางการแพทย์ จากการให้บริการตรวจรักษาพบว่าประชาชนเป็นโรคน้ำกัดเท้า โรคผิวหนัง ผื่นคัน ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ขณะเดียวกัน มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงไปแล้ว 17 แห่งแห่ง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ปัจจุบันบางแห่งสถานการณ์คลี่คลายก็ได้ทยอยปิดไป 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังได้เน้นย้ำเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ทั้งหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ การเตรียมยาและเวชภัณฑ์ให้พร้อม ตรียมความพร้อมด้านการสื่อสาร โดยใช้ Telemedicine และแอพพลิเคชั่น สอน.บัดดี้  คลินิกเฉพาะโรคให้เพิ่มช่องทางสื่อสาร กรณีผู้ป่วยไม่สามารถมาตามนัดหมายได้ หากน้ำลด สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็ให้เร่งตรวจสอบความเสียหายของสถานพยาบาล เพื่อรับการบูรณะซ่อมแซมต่อไป 

“นอกจากด้านสาธารณสุขแล้ว ยังได้ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ทั้ง อบต.อบจ.และสส. เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนร่วมกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้ขอให้ สส. ช่วยเร่งสำรวจความเสียหายประชาชน เข้ารับฟังความเดือดร้อนประชาชนที่อยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขให้ โดยเป็นการทำงานคู่ขนานกับหน่วยงานราชการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน”นายสมศักดิ์กล่าว

รัฐบาลจัดไว้อาลัย ปชช.ผู้บริสุทธิ์ เหตุเขมรยิงBM-21 เข้าใส่พลเมืองไทย

รัฐบาลจัดไว้อาลัย ปชช.ผู้บริสุทธิ์ เหตุเขมรยิงBM-21 เข้าใส่พลเมืองไทย

รัฐบาลจัดไว้อาลัย ปชช.ผู้บริสุทธิ์ เหตุเขมรยิงBM-21 เข้าใส่พลเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

รัฐบาล..จัดไว้อาลัยพร้อมชาวกันทรลักษ์ สื่อมวลชน ร่วมวางดอกไม้แด่ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต จากการยิงจรวด BM-21 ของกัมพูชา อย่างโหดเหี้ยมเข้าใส่พลเรือน ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กันทรลักษ์  ศรีสะเกษ

เมื่อเวลา 09.30 น วันที่ 2 ส.ค.  ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์  จังหวัดศรีสะเกษ มีการจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมวางดอกไม้แสดงความอาลัย และร่วมส่งดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต โดยมีนางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์   รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร และ
ประชาชนชาวอำเภอกันทรลักษ์ สื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศ  สื่อท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนที่ทราบข่าว
หลังจากที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย เรื่องวางดอกไม้ส่งดวงวิญญาณ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ถูกกัมพูชาถล่มร้านสะดวกซื้อ ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมาวางดอกไม้เพื่อร่วมส่งดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ จำนวนมาก
         
ทั้งนี้วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กองทัพกัมพูชา โจมตีพื้นที่พลเรือน ได้ยิงจรวด BM-21  ตกบริเวณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กันทรลักษ์  ศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ทันที 8 ศพ ซึ่งรวมถึงเด็กอายุ 8  ขวบด้วย 

โดยชาวเน็ตหลายคนยังร่วมบรรยายถึงความรู้สึกที่ยังคงเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว อาทิ “ขอแสดงความอาลัยและบันทึกไว้สำหรับการสูญเสีย สาเหตุเกิดจากความไร้ซึ่งมนุษยธรรมของผู้นำประเทศกัมพูชา ”

อย่างไรก็ตามวานนี้(1 ส.ค.) รัฐบาล โดย ศบ. ทก. กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบกและกรมประชาสัมพันธ์ นำคณะเอกอัครราชทูต ทูตทหาร จาก 23 ประเทศ  พร้อมด้วยสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ  150 คน กว่า 40 สำนักข่าวทั่วโลก ลงพื้นที่เพื่อได้รับกระทบจากสถานการณ์ และได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ทำให้ผู้แทนประเทศรับทราบข้อเท็จจริง และเห็นภาพความเสียหายและผลกระทบด้วยตัวเอง  โดยผู้แทนหลายประเทศแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนแนวทางของไทยในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

.-008

เริ่มแล้ว! รวมพลังประชาชน จากแนวหลังสู่แนวหน้า ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

เริ่มแล้ว! รวมพลังประชาชน จากแนวหลังสู่แนวหน้า ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

เริ่มแล้ว! รวมพลังประชาชน จากแนวหลังสู่แนวหน้า ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

2 ส.ค. 68 เวลา 12.00 น. บรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีมวลชนเริ่มเข้าพื้นที่เตรียมความพร้อมสำหรับการชุมนุมใหญ่ นำโดยกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดยบรรยากาศภายในม็อบจะมีการแสดงพลัง รวมพลังประชาชน จากแนวหลังสู่แนวหน้า รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย

.-008 

รู้ทันเขมร! ‘ทบ.’เปิดทาง OHCHR – ICRC ตรวจสอบความเป็นอยู่‘18 เชลยศึกกัมพูชา’

รู้ทันเขมร! ‘ทบ.’เปิดทาง OHCHR – ICRC ตรวจสอบความเป็นอยู่‘18 เชลยศึกกัมพูชา’

รู้ทันเขมร! ‘ทบ.’เปิดทาง OHCHR – ICRC ตรวจสอบความเป็นอยู่‘18 เชลยศึกกัมพูชา’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

‘ทบ.’เปิดทาง OHCHR– ICRC ตรวจสอบความเป็นอยู่‘18 เชลยศึกกัมพูชา’ ชี้เป็นตามคาด‘กัมพูชา’บิดเบือน หวังทำหลายความน่าเชื่อถือฝ่ายไทย

ตามกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าทหารไทยได้ทำร้ายร่างกายเชลยศึกก่อนการส่งตัวกลับประเทศ ภายหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองฝ่ายนั้น ในวันนี้ (2 สิงหาคม 2568) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

1.ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชา ซึ่งไม่เป็นความจริง

2.แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงอย่างฉับพลัน แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมีความตึงเครียดและยังไม่ยุติการใช้อาวุธโดยสมบูรณ์ ดังนั้น ภายใต้กฎหมายสากล กระบวนการของฝ่ายทหารในการควบคุมตัวบุคคลในลักษณะนี้จึงยังสามารถดำเนินการได้ตามหลักของอนุสัญญาเจนีวา

3.กองทัพบกมีความพร้อมเต็มที่ในการเปิดให้หน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าตรวจสอบความเป็นอยู่ของเชลยศึกที่อยู่ในการควบคุมของไทย ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของอนุสัญญาเจนีวาอย่างครบถ้วน หากมีความกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชน หน่วยงานอย่างสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และ ICRC สามารถยื่นขอเข้าตรวจสอบผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในกฎหมายสากลได้ตามปกติ

4.ประเทศไทยขอยืนยันว่า กองทัพบกได้ดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักปฏิบัติสากลอย่างเคร่งครัด

วันนี้‘เขมร โกหกอะไร’หลังพบสื่อกัมพูชาบิดเบือนบอกสวีเดน ยกเลิกขายเครื่องบินขับไล่ Gripen

วันนี้‘เขมร โกหกอะไร’หลังพบสื่อกัมพูชาบิดเบือนบอกสวีเดน ยกเลิกขายเครื่องบินขับไล่ Gripen

วันนี้‘เขมร โกหกอะไร’หลังพบสื่อกัมพูชาบิดเบือนบอกสวีเดน ยกเลิกขายเครื่องบินขับไล่ Gripen

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.09 น.

วันนี้‘เขมร โกหกอะไร’หลังพบสื่อกัมพูชาบิดเบือนบอกสวีเดน ยกเลิกขายเครื่องบินขับไล่ Gripen ให้ทัพฟ้า ย้ำสวีเดนยืนยันเอง ไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใดหลังไทยใช้ปฏิบัติการรักษาอธิปไตยชายแดน อย่างแม่นยำ ไม่กระทบพลเรือน

2 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า กองทัพอากาศ และสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงกรณีการเผยแพร่และที่นำเสนอข่าว ที่ว่า “สวีเดนได้ยกเลิกการขายเครื่องบินขับไล่ Gripen ให้กับประเทศไทยแล้ว”นั้นไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น”

โดยสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามที่ปรากฏข่าวที่แพร่หลายไปในขณะนี้เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen โดยกองทัพอากาศไทย ขอเรียนว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เพื่อระงับการจำหน่ายเครื่องบินขับไล่ให้แก่ประเทศไทย

ขณะที่  ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศไทย ก็ได้โพสต์โต้ระบุว่า กองทัพอากาศ ยืนยัน ว่าข่าวดังกล่าวเป็น“ข่าวบิดเบือนความจริง” กรณี สื่อกัมพูชาอ้างว่า สวีเดนระงับการขาย Gripen เพิ่มเติม ให้กับกองทัพอากาศไทย ซึ่งข้อมูลที่ทางสื่อกัมพูชากล่าวอ้าง เป็นการนำข้อมูลมาบิดเบือนข้อเท็จจริง โกหกอย่างไม่มีจริยธรรมจรรยาบรรณของสื่อ

หนึ่งในต้นตอข่าวปลอมดังกล่าวมาจาก สื่อกัมพูชา “สำนักข่าวพนมเปญ โพสต์” ที่รายงานว่า สวีเดนระงับการขายเครื่องบินขับไล่ Gripen เพิ่มเติมให้แก่ประเทศไทย หลังกองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าว ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยไม่มุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน เหมือนกับกัมพูชา

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า “ทั้งหมดยังไม่เปลี่ยนแปลง เป็นการโกหกรายวันของสื่อกัมพูชา ที่ต้องตรวจสอบก่อนเชื่อและแชร์ ขอบคุณประชาชนที่ใช้สื่อโซเชียล ไม่หลงเชื่อข่าวบิดเบือนต่าง ๆ   ทั้งนี้ ขอให้ช่วยกันแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ภาพอินโฟกราฟิกของหน่วยงานรัฐ ไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ” นายจิรายุกล่าว

-005

‘ธนกร’ห่วงไทยเปิดนำเข้า 0% ให้สหรัฐ แนะอัดงบช่วยเหลือก่อนเป็น‘สึนามิเศรษฐกิจ’

‘ธนกร’ห่วงไทยเปิดนำเข้า 0% ให้สหรัฐ แนะอัดงบช่วยเหลือก่อนเป็น‘สึนามิเศรษฐกิจ’

‘ธนกร’ห่วงไทยเปิดนำเข้า 0% ให้สหรัฐ แนะอัดงบช่วยเหลือก่อนเป็น‘สึนามิเศรษฐกิจ’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

‘ธนกร’ห่วงไทยเปิดนำเข้า 0% ให้สหรัฐ ซัดอาจซ้ำเติมเกษตรกร ชี้‘ข้าวโพด-หมูไทย’เสี่ยงขาดทุนยับ แนะวางโควตาชัด อัดงบช่วยเหลือก่อนกลายเป็น‘สึนามิเศรษฐกิจ’

2 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงความห่วงใยกรณีไทยเตรียมยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็น 0% ในหลายรายการ พร้อมเตือนว่าอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรมไทย โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผู้เลี้ยงสุกร

นายธนกร ระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเป็น 19% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับเวียดนามที่ถูกเก็บ 20% แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ เงื่อนไขการตอบโต้ที่ไทยจะเปิดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็น 0% มากกว่า 10,000 รายการ ซึ่งในนั้นมีสินค้าการเกษตรสำคัญที่อาจกระทบภาคเกษตรของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งไทยต้องการใช้ปีละราว 10 ล้านตัน แต่ผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือมักนำเข้าจากเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนมา หากเปิดให้นำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 0% โดยไม่มีกรอบหรือโควตาชัดเจน อาจทำให้ราคาข้าวโพดในประเทศตกต่ำจนเกษตรกรไทยกว่า 420,000 รายเดือดร้อนหนัก

นายธนกร กล่าวอีกว่า ในประเด็นเนื้อหมู ไทยมีผู้เลี้ยงสุกรมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อหมูราคาต่ำจากสหรัฐ หากไม่มีมาตรการคุ้มครองและกำหนดปริมาณนำเข้าอย่างเข้มงวด อย่าลืมว่าเกษตรกรไทยมีต้นทุนสูงกว่าสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ถ้าเปิดนำเข้าเสรีแบบไม่ระวัง มันจะไม่ใช่แค่ผลกระทบรายบุคคล แต่มันจะลุกลามเป็นวิกฤตในภาคเกษตร กระทบทั้งห่วงโซ่ผลิตอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงเสนอให้รัฐบาล วางกรอบการเปิดนำเข้าให้ชัดเจนด้วยระบบโควต้า พร้อมจัดทำ แนวปฏิบัติที่รัดกุมและเร่งรัดการเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยใช้งบกลางปี 2569 และงบฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

“ผมขอเตือนว่าถ้าเราเปิดภาษี 0% แบบไร้ทิศทาง ยุทธศาสตร์ และมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างรอบคอบ มันจะกลายเป็น สึนามิเศรษฐกิจซัดซ้ำประชาชนและภาคเกษตรกรรมที่ยังไม่ฟื้นตัวดีจากโควิด-เงินเฟ้อ เราไม่ควรยอมให้วิกฤตนี้ลุกลามไปมากกว่านี้” นายธนกรกล่าว

ประณาม‘กัมพูชา’ไม่ใส่ใจศพทหารของตนเอง ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศสดุดีวีรกรรม

ประณาม‘กัมพูชา’ไม่ใส่ใจศพทหารของตนเอง ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศสดุดีวีรกรรม

ประณาม‘กัมพูชา’ไม่ใส่ใจศพทหารของตนเอง ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศสดุดีวีรกรรม

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.10 น.

ประณาม‘กัมพูชา’ไม่ใส่ใจศพทหารของตนเอง ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศสดุดีวีรกรรมพร้อมเชิดชูทหารไทยคือศักดิ์ศรีของชาติ

2 สิงหาคม 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงตึงเครียด ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ ซึ่งสะท้อนผ่านพลังของประชาชนที่พร้อมยืนหยัดร่วมกัน สนับสนุน รัฐบาลโดยกองทัพไทย บุคลากรทุกหน่วย  และให้เกียรติแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดินอย่างสูงสุดสมเกียรติ

“สิ่งที่ประเทศไทยมี และเป็นจุดแข็งที่ไม่มีใครพรากไปได้ คือความรักชาติของคนไทย ความสามัคคีของคนในชาติที่ไม่สั่นคลอน และความศรัทธาอย่างลึกซึ้งต่อทหารผู้เสียสละในแนวหน้า ซึ่งเป็นเกราะปกป้องประเทศในยามวิกฤต” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว

ทั้งนี้ การที่กัมพูชาปฏิเสธว่าร่างทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน “ไม่ใช่ทหารของตน” เป็นการลดทอนเกียรติภูมิของผู้เสียสละอย่างไร้ยางอาย ต่างจากประเทศไทยที่ยึดมั่นในคุณค่าของความเสียสละ และเชิดชูเกียรติทหารในฐานะผู้ปกป้องแผ่นดิน ผู้เป็นหลักชัยแห่งศักดิ์ศรีของชาติ

“รัฐบาลขอยืนยันว่า ทหารไทยทุกนาย และประชาชนผู้เสียสละ คือสัญลักษณ์ของเกียรติภูมิ ความมั่นคง และเอกราชของชาติ การยืนหยัดของพวกเขาคือพลังของประเทศ และจะได้รับการยกย่องด้วยเกียรติยศสูงสุดจากแผ่นดินไทยอย่างสมศักดิ์ศรี” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

‘สว.ชญาน์นันท์’พร้อมนักศึกษาปปร.รุ่นที่ 20 เยี่ยมให้กำลังใจอสม.-ทหารแนวหน้า

‘สว.ชญาน์นันท์’พร้อมนักศึกษาปปร.รุ่นที่ 20 เยี่ยมให้กำลังใจอสม.-ทหารแนวหน้า

‘สว.ชญาน์นันท์’พร้อมนักศึกษาปปร.รุ่นที่ 20 เยี่ยมให้กำลังใจอสม.-ทหารแนวหน้า

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.51 น.

‘สว.ชญาน์นันท์’พร้อมนักศึกษาปปร.รุ่นที่ 20 เยี่ยมให้กำลังใจอสม.-ทหารแนวหน้า

2 สิงหาคม 2568 ดร.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมนักศึกษาหลักสูตร ปปร.รุ่นที่ 20 สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับมูลนิธิต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท เทพผดุงพร จำกัด บริษัท ไพโอเนียแอร์คาร์โก้ จำกัด และโรงแรมแคปปิตอล-เจ ร่วมกันบริจาคเงิน อาหาร และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น 40 ตัน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้อง-อสม.-ทหารหาญที่อยู่แนวหน้า ณ ศูนย์พักพิงเสิงสาง และค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา ก่อนเข้าเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 38 นาย จากการต่อสู้ปกป้องอธิปไตยของไทยที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี พร้อมขอบคุณแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลทหารหาญ

ฟันเปรี้ยง! ‘เขากระโดง’เอฟเฟกต์เขย่า‘สีน้ำเงิน’ ดันเรตติ้ง‘ลุงป้อม-พปชร.’

ฟันเปรี้ยง! ‘เขากระโดง’เอฟเฟกต์เขย่า‘สีน้ำเงิน’ ดันเรตติ้ง‘ลุงป้อม-พปชร.’

ฟันเปรี้ยง! ‘เขากระโดง’เอฟเฟกต์เขย่า‘สีน้ำเงิน’ ดันเรตติ้ง‘ลุงป้อม-พปชร.’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.22 น.

ฟันเปรี้ยง! ‘เขากระโดง’เอฟเฟกต์เขย่า‘สีน้ำเงิน’ ดันเรตติ้ง‘ลุงป้อม-พปชร.’

2 สิงหาคม 2568 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

เอาแล้วไง

เมื่อบ่ายวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า

1. ที่อธิบดีกรมที่ดิน เคยตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่ดินเขากระโดง แล้วมีมติว่า ไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง ตามคำพิพากษาของศาล และเรื่องจบแล้ว นั้น เป็นคำสั่งที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะศาลยุติธรรมได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า ที่ดินเขากระโดงเป็นของการรถไฟ เพราะเป็นที่ดินที่พระราชทาน ให้แก่การรถไฟ ทั้งกรมที่ดินและการรถไฟก็ได้เดินรังวัดสำรวจ ร่วมกันชัดเจนแล้วว่าที่ดินอยู่ตรงไหนดังนั้น จึงต้องเพิกถอน การออกโฉนดที่ดินให้แก่เอกชน ตามกฎหมายที่ดิน

2. จะรีบทำการ ริเอถอนสนามแข่งรถและสนามฟุตบอล ออกจากที่ดินเขากระโดง เพราะเป็นการก่อสร้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะมีคำสั่งเพิกถอน ที่ดินในวัน ที่ 2 สิงหาคม 68 นี้

3. มีรายงานข่าวที่ไม่เป็นทางการว่า กระทรวงมหาดไทย จะย้ายอธิบดีกรมที่ดินออกจากตำแหน่ง อาจมีการดำเนินคดีอาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือโดยทุจริต ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจต้องรับผิดด้วยเช่นเดียวกัน

การเพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง ต้องถือว่า เป็นการโจมตีที่หัวใจของกลุ่มสีน้ำเงิน ที่รุนแรงที่สุด และเป็นสัญญาณว่า พรรคแดงและพรรคน้ำเงินได้แตกหักกันไม่เหลือเยื่อใยอีกแล้ว

ดังนั้นในยามที่การเมืองอ่อนไหว จึงทำให้พรรคพลังประชารัฐ คึกคักเต็มที่ ล่าสุดมีการระดมอดีตผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ ติดตามลุงป้อม ไปเยือนกองกำลังสุรนารี เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เหล่าทหารทั้งหลาย ทำให้ได้คะแนน นิยม ที่ประชาชน ไม่วางใจฝ่ายการเมืองในรัฐบาลปัจจุบัน ได้โขทีเดียว และทำให้เกิดข่าวใหญ่ว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือลุงป้อม!!!!

‘จิรายุ’เผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ วันนี้ไม่มีเหตุปะทะ

‘จิรายุ’เผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ วันนี้ไม่มีเหตุปะทะ

‘จิรายุ’เผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ วันนี้ไม่มีเหตุปะทะ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.08 น.

‘จิรายุ’เผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ วันนี้ไม่มีเหตุปะทะ

2 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน  ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ยังคงปฏิบัติหน้าที่เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอย่างต่อเนื่อง