คุณแหน : 2 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • กองทัพภาคที่ 2 ส่งข่าวขอบคุณ ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) และทหารพราน นักรบชุดดำ ผู้ปิดทองหลังพระ ที่ร่วมสู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ตั้งแต่เริ่มปะทะ ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ เพื่ออธิปไตยของชาติ วีรกรรม และความดีของท่าน จะถูกยกย่องเชิดชูและกล่าวถึงไปชั่วลูกสืบหลาน จะเป็นตำนานเล่าขานตลอดกาล และที่สำคัญ บุคคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. และจิตอาสาทุกท่าน ที่ร่วมกันทำงานทั้งวันทั้งคืน เพื่อดูแลรักษาประชาชนและกองทัพ ความดี ความเสียสละของท่าน จะอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป…
  • เห็นข่าวแล้ว ชื่นชมมาก…นับถือหัวใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ที่ประกาศสละเงินเดือนของท่าน เป็นค่าใช้จ่ายให้ญาติพี่น้องของทหารที่บาดเจ็บจากแนวชายแดนมาพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งหากมีญาติมาเฝ้าไข้ ท่านผู้ว่าฯชัยวัฒน์ ได้จัดโรงแรม ที่พัก-อาหารทุกมื้อไว้ให้ จะพักกี่คืน จะมากี่คนก็ได้ ท่านจะดูแลจนกว่าการักษาจนหายดีเลยทีเดียว…ทั้งนี้ ท่านผู้ว่าฯชัยวัฒน์ มีข้อความถึงทหารที่บาดเจ็บว่า”ท่านดูแลชาติบ้านเมืองมามากแล้ว ขอให้เราได้ดูแลท่านบ้าง”…ซาบซึ้งใจจริงๆ…
  • กลับมารายงานข่าวสังคมตามหน้าที่ …ขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนา“พิพิธพญาไท” และนำชมพระราชวัง ในโอกาส 100 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวังพญาไท ในวันนี้ (2 ส.ค.)13.30 – 16.00 น…
  • สมใจนึก เองตระกูล จัดคอนเสิร์ตนักร้องกลุ่ม ยุค 60s-70s “The Platters” มาเล่นที่ ESC Hall โรงแรมเอสปาร์ค รังสิต วันที่ 13 ก.ย.เวลา 17.00 น…สนใจจองบัตรได้ที่Thai Ticket Major ทุกสาขา…
  • ขอแสดงความยินดีกับ ชลวิทย์ สุขอุดม นายกสมาคมศิษย์เก่าสื่อสารมวลชน มช. ที่เรียนจบ ปริญญาเอก โดยสมบูรณ์จาก มหาวิทยาลัยหอการค้า โดยได้ทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ “ทักษะผู้ประกอบการเพื่อความยั่งยืน: แนวทางการพัฒนาความยั่งยืนในธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมของไทย” ตีพิมพ์บทความวิชาการที่ดูไบ…
  • หลังจากเดือนก่อนลูกชาย น้องแวม พาไปท่องเที่ยวอิตาลี เมื่อกลับถึงเมืองไทย ไฉไล โกมารกุล ณ นคร ก็รีบไปดูแล ไฉไลเกรซ ที่เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทันที เพราะต้นไม้เขียวขจี ดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง รับฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง โดยแขกทั้งเก่าและใหม่ได้เข้าคิวรอเข้าพักในปีนี้…
  • เพราะหมดวาระจากตำแหน่งผู้บริหารเรียบร้อยแล้ว แต่ยังทำการสอนอยู่ และสอนออนไลน์ได้ ดังนั้นเมื่อเป็นวันหยุดยาว รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ จะบินกลับลำปางทันที เพื่อดูแล เจ้าป้ากาญจนา ประชาพิพัฒน์ มารดาวัย 90 ปี ที่ตอนนี้ต้องนั่งวิลแชร์ไปไหนมาไหนแล้ว …
  • กิดเหตุแข้ง-ขาไม่สามัคคี จู่ๆ ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล ก็ก้าวขาไม่ออกซะเฉยๆ ขณะไปเที่ยวสิงคโปร์กับครอบครัว เมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา ทำให้ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ที่กรุงเทพฯ หลังเยียวยาเป็นที่เรียบร้อย แพทย์แนะให้ขยันเดินออกกำลังกายทุกวันๆละครึ่งชั่วโมง…ขยันเดินเข้าไว้ สุขภาพดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมถึง…
  • สุขุมวิทโมเดล ของ กระทรวงมหาดไทย จะได้เรื่องได้ราวแค่ไหน หลัง รมช.มท. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ไปเดินตรวจงานกับ ผู้ว่ากทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้คนก็รอเฝ้ามองอยู่ด้วยความหวัง แต่เร็วๆนี้ ขอนำร่องง่ายๆ กับ ผอ.เกศจริน สามิภักดิ์ แห่งเขตคลองเตยเดินไปแก้โจทย์ สุขุมวิท 38-36 พื้นที่เว้าริมฟุตบาทข้างคอนโดสโคปทองหล่อ หน้าห้าง 7-11 ที่มั่วซั่วมากว่าจะเป็นพื้นที่อะไร จะเป็นที่จอดรถ รับ- ส่งผู้โดยสาร เพื่อขึ้นบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ หรือที่จอดรถมอเตอร์ไซต์ริมถนน หรือที่วางขายของหาบเร่ ถ้ายังตัดสินใจอะไรไม่ได้ แฮปปี้ฟองดูร์ก็ยังไม่รับทราบปัญหา ขอแนะนำทำฟุตบาทให้เต็มพร้อมสัญญลักษณ์ทางเดินผู้พิการ จะได้ไม่ดูขัดหูขัดตาผู้ใช้ทาง !!…
  • สวด จีระพงษ์ สิวายะวิโรจน์ ศาลา 9 วัดมกุฎฯ 1-5 ส.ค.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 6 ส.ค.17.00 น..

บารอนเนส

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ เสด็จไปทรงเปิดงาน ‘สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ เสด็จไปทรงเปิดงาน ‘สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ เสด็จไปทรงเปิดงาน ‘สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล’

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2025 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสืบสานงานหัตถศิลป์และ ผ้าไทย เชิดชูมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ นางอัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโสเดอะมอลล์ กรุ๊ป เฝ้าฯ รับเสด็จและทูลเกล้าฯ ถวายมาลัย ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ โอกาสนี้ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรมชุมชนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายทันสมัย เช่น ลายดาว ลายคลื่นทะเล และลายยามเย็น ซึ่งมีความเป็นสากล ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สีสันเรียบง่าย รวมทั้งผ้าไหมพิมพ์ลายพระราชทาน ปี 2568 “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ซึ่งผลิตมาจำนวนจำกัด โดยนำมาจำหน่ายเป็นที่แรก, ผ้าขนแกะ ผลงานสมาชิกศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งมีรับสั่งเมื่อครั้งเสด็จไปทรงงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ ให้นำดอกวิสทีเรีย ดอกลาเวนเดอร์ เอื้องผึ้ง เอื้องม่อนไข่ และเอื้องช้างน้าว มาทำเป็นดอกไม้ประดิษฐ์

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเคลือบดินเผา ชุดรับประทานอาหารสำรับไทย และสำรับข้าวแช่, ไอศกรีมสามมิติ จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ลายประตูพระบรมมหาราชวัง รสมะพร้าวอ่อนและรสนมอัดเม็ดจิตรลดาเคลือบชิ้นช็อกโกแลต, ลายกระเบื้องวัดพระแก้ว รสมังคุด และรสกะทิมะม่วง, ลายช้าง รสทุเรียนและชาไทย รวมทั้งของเบ็ดเตล็ด และของที่ระลึกจากร้านพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เช่น พวงกุญแจรูปสัตว์จากเศษผ้าไหมและผ้าฝ้าย, กระเป๋าจากผ้าไหมและเชือกลีซู, หมวก, เครื่องประดับ และของที่ระลึกแบบต่าง ๆ

จากนั้น เสด็จไปยังเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 14 พระราชทานประกาศเชิดชูพระเกียรติ และเหรียญสดุดีพระกรณียกิจ “ด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม และการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย” ซึ่งทรงได้รับการถวายฯ จากนางโอเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 แก่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำหรับเก็บรักษาไว้ เพื่อจัดแสดงในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป

ต่อมา ทอดพระเนตรการแสดงแฟชั่นโชว์ “THE SYMPHONY OF THAI TEXTILES” นำเสนอผลงานการออกแบบจาก 14 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือพระนิพนธ์ Thai Textiles Trend Book โดยนำผ้าไหมลายพระราชทาน ปี 2568 “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์”, ผ้าไทยจากชุมชนต่าง ๆ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสร้างสรรค์ชุดแฟชั่นโชว์ เพื่อสะท้อนคุณค่าของผ้าไทยที่ทันสมัย ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และพระปณิธานที่ทรงพัฒนา ต่อยอด และสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทย และงานศิลปหัตถกรรม ทรงมีส่วนในการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายและผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถชมนิทรรศการ THAI TEXTILES EXHIBITION จาก 14 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำ ภายใต้แนวคิด “THE SYMPHONY OF THAI TEXTILES” ณ เอ็ม สเตชั่น ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรมชุมชนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รายได้จากการจำหน่ายจะสมทบทุนสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2025 รวมทั้งการแสดงโขนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่จัดแสดงในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 2 รอบ ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม นี้

ป.ป.ส. จัดงาน ‘มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน 2568’ ชูแนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานขจัดภัยยาเสพติด

ป.ป.ส. จัดงาน ‘มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน 2568’  ชูแนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานขจัดภัยยาเสพติด

ป.ป.ส. จัดงาน ‘มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน 2568’ ชูแนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานขจัดภัยยาเสพติด

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.33 น.

เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นปกป้องคุ้มครองลูกหลานไทยให้พ้นจากภัยยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมจัด “งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568” ซึ่งในปีนี้นับเป็นวาระพิเศษแห่งการก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของการดำเนินงาน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” โดยกำหนดจัดขึ้น ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นวาระสำคัญยิ่งที่การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 แห่งการขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชน ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กองทุนแม่ของแผ่นดินได้เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้แก่หมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถจัดการปัญหายาเสพติดด้วยแนวทางสันติวิธี มีการส่งเสริมการประกอบสัมมาชีพตามความถนัด รวมทั้งมีการดูแลช่วยเหลือ ให้โอกาสผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ให้กลับเข้ามาอยู่ร่วมกันในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วยความสงบสุข ควบคู่การจัดระบบกลไกการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ

“โดยงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินในปี 2568 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินให้แก่หมู่บ้านชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 จำนวน 1,528 แห่ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทาน พร้อมผู้แทนภาคประชาชนกองทุนแม่ของแผ่นดินจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ปัจจุบันมีหมู่บ้านชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 28,646 แห่ง ส่งผลให้มีจำนวนหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งสิ้น 30,174 แห่ง   ซึ่งนับเป็นการดำเนินงานเชิงคุณภาพ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดย สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งหวังให้การจัดงานมหกรรมในครั้งนี้ เป็นเวทีสำหรับการเสริมสร้างพลังใจ การสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคีเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความอบอุ่นในสถาบันครอบครัว และความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อการขจัดปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, นิทรรศการผลการดำเนินงานของหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินและนิทรรศการรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดต้นแบบ  12 จังหวัด เพื่อถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณตลอดจนการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 20 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและสร้างพลังความร่วมมือจากคนในชุมชนและหมู่บ้านทั่วประเทศให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด  

ทั้งนี้ ประชาชนชาวไทยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ด้วยการแจ้งเบาะแสยาเสพติด ผ่านสายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386

‘อั๋น ภูวนาท’ฉะยับ! ภาพAI ‘ฮุนเซน-มาลี’ ทำลายความน่าเชื่อถือประเทศ

'อั๋น ภูวนาท'ฉะยับ! ภาพAI 'ฮุนเซน-มาลี' ทำลายความน่าเชื่อถือประเทศ

‘อั๋น ภูวนาท’ฉะยับ! ภาพAI ‘ฮุนเซน-มาลี’ ทำลายความน่าเชื่อถือประเทศ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

อั๋น ภูวนาท โพสต์ข้อความเดือดผ่านอินสตาแกรม unpuwanart โดยระบุว่า “เฟคนิวส์บ่อยครั้ง ไม่ได้มาจากคนอื่น! แต่คือคนไทยกันเอง! สติเถิด ตลกเหรอ?!? ทั้งสื่อและปัจเจก ลบได้ลบนะครับผม “

ในเมื่อเราตั้งใจจะ… #TruthfromThailand เพื่อบอกความจริงให้โลกรู้ คนไทยและสื่อไทยก็ต้องไม่แชร์ FakeNews เสียเอง

แย่มากๆที่เห็นคนแชร์… “ภาพAIของฮุนเซนกับมาลี” อย่าเอาแต่สะใจ และสนุก คุณกำลังทำลายความน่าเชื่อของตัวคุณเอง และประเทศชาติครับ

ขณะที่โพสต์นี้ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ตอนแรกเห็นยังตกใจ ทำไปทำไม อ่ะนะ , เห็นด้วยมากๆๆค่ะ , อันนี้เห็นด้วยมากๆๆค่ะ , เห็นด้วยค่ะ ทุกวันนี้เริ่มงงกับภาพในโซเชียล ภาพไหนจริงบ้าง ภาพAIเยอะมากค่ะ , พี่อั๋น ผมทำงานสื่อ ผมก็ปวดหัวกับเรื่องนี้มากๆ ขอบคุณที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงนะครับ

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘นากรักมาก ม๊ากมาก’

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'นากรักมาก ม๊ากมาก'

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘นากรักมาก ม๊ากมาก’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความรักของ แม่นากกับพี่มาก กลับมาอีกครั้ง ในหนังใหม่ เรื่องล่าสุดของ ค่ายทรานฟอร์เมชั่น กับ แบล็คดราก้อน ที่กำกับโดย โหน่ง ชะชะช่า-ชูศักดิ์ เอี่ยมสุขเมื่อ ปี๊ด ผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง ร่วมมือกับ อังเคิล ผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า ลุยสร้าง นากรักมาก ม๊ากมากหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ นางนาก หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ นางนากตัวจริง โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ มาก ที่กลับชาติมาเกิดเป็น คริส ซุปตาร์ขวัญใจมหาชน! เมื่อกองถ่ายมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?

นากรักมาก ม๊ากมาก ไม่ใช่ การรีบู๊ด/รีเมค หรือนำ แม่นาคพระโขนง กลับมาสร้างใหม่ หรือตีความใหม่ แต่ เป็น การนำเอา ตัวละครหลักๆ มาเดินเรื่องใหม่ๆ ฉีกไปจาก หนังแม่นาก ที่เคยดูกันมา นากรักมาก ม๊ากมาก ไม่ใช่ หนังผีน่ากลัว หรือหนังผีตลก แต่ เป็น หนังรักโรแมนติก ใสๆ สบายๆ ของ ผีนางนาก กับ พี่มาก ที่มาเกิดใหม่ ในยุคนี้ ผ่านทาง กองถ่ายหนังนากรักมาก ม๊ากมาก คือ หนังรักโรแมนติก ข้ามภพข้ามชาติมาในยุคปัจจุบัน เป็นหนังซ้อนหนัง ขำๆ ไปกับ กองถ่ายหนัง

เส้นเรื่องหลักของ นากรักมาก ม๊ากมาก อยู่ที่ การตามลุ้น คอยดู ผีแม่นาก ใน ร่าง บะจ่าง ที่ต้องทำให้ พี่มาก หรือ คริส ใน ชาตินี้ บอกรัก ภายใน้วลา 30 วัน หนังทำได้ดี สดใสน่ารักๆ ต้องชม ญดา ที่น่า รัก ม๊ากมาก จับคู่ได้แบบลงตัวกับ คริส พีรวัส หนังซ้อนหนัง..ของ นากรักมาก ม๊ากมาก ทำออกมาได้น่ารักๆ 

ตอนเปิดเรื่อง นากกับมาก ..โทนหนัง บรรยากาศ ภาพของหนังผี มาแบบชัดเจน พอๆ กับ ในส่วนของ ผู้กำกับหนัง ก็ชัดเจน ดูดี สนุก ไปกับ การหาทุน ทำหนัง ตั้งแต่การ ให้ โหน่ง-เท่ง เทิดเถิง มา รับบท คู่หูผู้กำกับ ปี๊ด กับ อังเคิล  ที่ถอดบุคลิก ของ สองผู้กำกับดัง ปี๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล กับ อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา ก็ฮาแล้ว (สำหรับ แฟนๆ หนังไทย สนุกแน่นอน แต่ กับ แฟนหนังรุ่นใหม่ ถ้าไม่ รู้จักหรือไม่ทันผลงานของ ทั้งคู่ อาจจะเฉยๆ)

ช่วงต้น ที่ ล้อเลียน หนังดังๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะบรรดาใบปิดหนังดังๆ ทำได้ดีทีเดียว แม้แต่ ชื่อ ค่าย มาเร็ว ก็ล้อ มาร์เวล ได้แบบน่ารัก รวมทั้งชื่อ เจ้าของค่าย สง่า ก็เป็น ชื่อเดียวกับบิ๊กบอส ทรานฟอร์เมชั่น เพียงแต่ ตัวจริง อาจจะไป ฮา เหมือนในหนัง

บรรยากาศในกองถ่าย ในหนัง ทำออกมาได้ดี เน้นความสนุกสนานขำๆ ทีมงานในกองถ่ายเป็นแบบ ในหนังจริงๆ เลยดูเพลินๆ ไปกับ การที่ หนัง หยิบเอา สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในกองถ่าย มาสร้างความสนุกให้กับ ตัวหนัง

ด้วยความที่ หนังกำกับโดย โหน่ง มี เพื่อนแก๊งค์สามช่า แสดงนำ เลยทำให้ ภาพของหนัง ถูกมองว่า จะออกไปโทนตลกสามช่า หรือ งานที่ผ่านๆ มาของแก๊งนี้ ที่ อาจจะสนุกสนานไปกับแฟนคลับ แต่ก็อาจจะ ไม่ขำ ไม่โดน ไปกับ คนที่ไม่ชอบ มุข สไตล์นี้ แต่บอกเลย.. นากรักมาก ม๊ากมาก ไม่ใช่ หนังตลก แบบที่หลายคนคิดเอาจากหน้าหนัง  นากรักมาก ม๊ากมาก สนุกกว่าที่คิด 

ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร น่ารัก ม๊ากมาก..จริงๆ สีหน้าท่าทาง ดูสวยใส น่ารัก อดรักเธอไม่ได้จริงๆ แม้!! จะเป็นผี ก็ไม่น่ากลัว ยังดูน่ารัก (หลายๆ มุมในชุดไทยๆ แบบ แม่นาก อดนึกถึง ความสวยของ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ที่เคย เป็น แม่นาก ไม่ได้)

คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ ดูใสๆ สบายๆ ไปกับ คริส พระเอกวัยรุ่นในยุคนี้ หล่อแบบรุ่นใหม่ เล่นเรื่อยๆ บทส่วนใหญ่จะสบายๆ มี ดราม่า ได้แสดงสีหน้าเศร้า มีน้ำตา นิดๆ ในช่วงท้าย

โหน่ง กับ เท่ง เทิดเถิง (พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ)เป็น ปี๊ดกับ อังเคิล  รับส่งบทไปมา ในแบบ น่ารักๆ ขำๆ โดยมี หม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) มาเพิ่มความสนุก เป็นช่วงๆ กับบท เคน นักแสดงประกอบ (บทตัวประกอบชื่อเคน อดนึกถึง ก้อง-สหรัถ สังขปรีชา ที่ เล่นเป็นตัวประกอบ ใน คู่แท้สองโลก ที่เป็น หนังซ้อนหนัง แถม เรื่องรักของคนกับผี เหมือนกัน อีก555)

โหน่ง-เท่ง-หม่ำ คือ ส่วนของ ความสนุกสนานของเรื่อง ยังคงเล่นกันได้แบบเข้าขาความสนุก เหมือนเดิมไม่มีตก

ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ เล่นได้น่ารักๆ ในบท สาลี่ เพื่อนซี้เพื่อนสนิท ของ นากในชื่อ บะจ่าง เป็นลูกคู่ เข้าขากับ ญดา ได้อย่างลงตัว ดูไปขำไป ในทุกๆ ตอน พอๆ กับ นุ้ย เชิญยิ้ม-ชูเกียรติ เอี่ยมสุข รับบท สตันท์โค้ชในกองถ่าย ก็เป็นตัวเรียกเสียง เข้ามาช่วยขยี้ ดันบทตลกให้กับ หม่ำ ในแบบที่กำลังดี หัวเราะยิ้มไปกับ กับ มุข ที่กำลังพอดี

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ร้ายทั้ง หน้าตา สีหน้า ท่าทาง ในบท ผู้จัดการส่วนตัวของ คริส ร้ายเน้นๆ ร้ายคนเดียวในเรื่อง ดูไปอินไป ฉากที่ ห้าม!! พระเอก กินบะจ่าง แล้ว เอาบะจ่าง ทิ้งถังขยะ เล่นได้แบบ น่าโดนตบ

ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ มารับบท แม่ของคริส เล่นกำลังดี น่ารักๆ สบายๆ 

นาย เดอะคอมเมเดี้ยน-มงคล สะอาดบุญญพัฒน์ ฟอร์ม-ชลพิพรรธน์ ชูแสง  และ ซัน-วงศธร สมศรี  ที่คุ้นหน้ากันดี ในช่อง เวิร์คพอยท์ มาสวมบท อ่ำ-หุ้ย-ศร สามหนุ่มเพื่อนซี้ของ มาก ในชาติที่แล้ว มาชาตินี้ มาสวมบทในหนังที่มาแบบเสียของ ไม่ขำ..แทบจะไม่มีความสำคัญใดๆ เป็นตัว..ประก๊อบ..ประกอบ จริงๆ 

และต้องชม บรรดา นักแสดงสมทบ ที่มารับบท เด็กในกองถ่าย ที่เรียกเสียงฮา ได้ทีเดียว โดยเฉพาะ ทีมกล้อง ที่ตาแหล่ พูดไม่ชัด เด็กอุปกรณ์ประกอบฉาก แม้แต่ เด็กสาวทีมงานที่ยื่นข้างผู้กำกับโหน่ง ก็ยังดูดี(แต่ก็มีลอยๆ อาทิ  แจ็คการีน ในบท ทีมแต่งหน้า หรือ สาวสองร่างยักษ์ คุมเครื่องแต่งกาย ..ดูลอยๆ )

รวมทั้ง ยังมี นักแสดงตลกที่คุ้นๆ กันดี มาร่วมแสเง รับเชิญหลายคน

โหน่ง ทำ นากรักมาก ม๊ากมาก ออกมา ดูสบายๆ ชัดเจนในความเป็นหนังรักโรแมนติก ที่ สดใส น่ารักๆ ขำๆ ไปกับ ส่วนเฮฮา ในกองถ่าย โดยไม่จำเป็นต้อง มีฉากผีหลอกน่ากลัวๆ ไม่ผีตลกวิ่งหนีผี ไม่จำเป็นต้อง มีดราม่า มาแย่งซีนหนัง มุขตลกต่างๆ กำลังดี เรียบๆ ง่ายๆ แต่สนุก ไม่เลอะเทอะ ไม่นอกเรื่องนอกราว ไม่ลามก ไม่หยาบโลน ไม่สกปรก ไม่สองแง่สามง่าม ไม่ออกไปในทางตลกคาเฟ่ หรือ แนวสามช่า ไม่เน้นตลกสังขาร/ตลกเจ็บตัว 

เอาเข้าจริงๆ มุขตลก ในหนัง ตลกจากข้างในตัวของ โหน่ง-เท่ง-หม่ำ มี ใบเฟิร์น กับ นุ้ย มาช่วยเสริม กับ มุขขำๆ แบบน่ารักๆ ของ พระนาง ที่เนียนๆ กลมกลืน ไปกับ ตัวหนัง

ต้องชม งานด้านโปรโมชั่น ที่ออกมาดูดี ทั้งงานด้านภาพ  การตัดต่อ เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าหน้าผม ที่เด่นมากๆคือ ดนตรีประกอบ ที่ฟังแล้วรื่นหู เข้ากับตัวเรื่อง ให้อารมณ์ความเป็น ไทยโบราณกับสมัยใหม่ และเพลงประกอบ ที่เพราะ ฟังสบายๆ ทั้งสองเพลง 

เพลงนากรักมาก  เสียงร้อง ของ ญดา กับเพลง ไกลหัวใจ ที่ คริสร้องคู่กับ ญดา คือสอง เพลงประกอบ ที่เพราะ ฟังสบายๆ ทั้งสองเพลง ทำให้ หนังดูดีขึ้นมากทีเดียว บทหนัง เรียบๆ ง่ายๆ มาตามสูตร พอเดาเรื่องออก แทบจะไม่มีการหักมุม ใดๆ แต่ ด้วยความสดใสความสนุกของ ตัวหนังนักแสดง พอที่จะ ข้าม ตวามธรรมด้าธรรมดา ของ บทหนังไปได้(ตอนจบหนัง บทสรุป เหมือน หนัง รักข้ามภพข้ามชาติ ง่ายๆ แต่เอาน้า..จบแบบนี้ ทำให้ คนดูเดินยิ้ม ออกจากโรง)มีที่ไม่ชอบ..มากๆ คือ โฆษณาแฝง ล้อตเตอรี่ ออนไลน์ มันดูโดด ออกจากหนัง มากเกินไปและเป็น ธรรมดา ในหนังทุกเรื่อง ที่ ทีม นี้กำกับ แล้วดึง เพื่อนๆ มารับเชิญ ทั้งที่มาบท หรือเดินผ่าน จะต้องมี เบื้องหลัง แซวกัน/ด่ากัน/ว่ากัน บ่นน้อยอกน้อยใจ  ใน กองถ่ายทำ ในช่วง ท้าย เอนเครดิตนากรักมาก ม๊ากมาก อาจจะไม่ใช่ หนังดีสุดๆ โดนใจสุดๆ แต่ก็ เป็น หนังไทยน่ารักๆ ที่ดูสบายๆ ดูไปยิ้มไป ขำไป ได้แบบไม่มีเบื่อตลอดเรื่อง สนุกโดนใจ ม๊ากมาก.. ในระดับ 8/10 คะแนน

‘จตุพร’ บอก ‘ทักษิณ’ขอให้โชคดี หวังเห็น โผล่ศาลฎีกา ฟังคำสั่งคดีชั้น 14

'จตุพร' บอก 'ทักษิณ'ขอให้โชคดี หวังเห็น โผล่ศาลฎีกา ฟังคำสั่งคดีชั้น 14

‘จตุพร’ บอก ‘ทักษิณ’ขอให้โชคดี หวังเห็น โผล่ศาลฎีกา ฟังคำสั่งคดีชั้น 14

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

‘จตุพร‘ บอก”ทักษิณ” ขอให้โชคดี หวังเห็น โผล่ศาลฎีกา ฟังคำสั่งคดีชั้น 14

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลา 16.10 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งนัดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มาฟังคำสั่งบังคับโทษ ในคดีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ทิศทางจะเป็นอย่างไร ว่า “ผมวาดหวังว่าจะเห็นคุณทักษิณในวันที่ 9 กันยายน ขอให้คุณทักษิณโชคดี“ 

‘จตุพร’จัดหนัก! บอกไทยไม่ได้แพ้สงคราม แต่แพ้เพราะตัวแทนรัฐบาลโง่

'จตุพร'จัดหนัก! บอกไทยไม่ได้แพ้สงคราม แต่แพ้เพราะตัวแทนรัฐบาลโง่

‘จตุพร’จัดหนัก! บอกไทยไม่ได้แพ้สงคราม แต่แพ้เพราะตัวแทนรัฐบาลโง่

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.33 น.

”จตุพร“ อัด”ภูมิธรรม” ตัวแทนรัฐบาลทำตัวโง่ เจรจารับเงื่อนไขหยุดยิง ทำไทยเสียดินแดนปราสาทตาควาย แม้ทหารไม่แพ้ศึก ระบุ ยังไม่นัดชุมนุมทำเนียบ รอศาลรธน.นัดวินิจฉัย ปมคลิปเสียง

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 2 ส.ค.68  ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิบไตยไทย ว่า เป็นการให้กำลังใจบรรดาทหารทุกส่วนในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ภารกิจหลักคือการปกป้องอธิปไตย แต่สถานการณ์เดินมาถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด เราเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้พรรครัฐบาลถอนตัว แต่ก็เป็นข้อเรียกร้องที่มีความเลื่อนลอย เพราะไม่มีการแสดงความรู้สึกรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงความตายของประชาชนและทหาร และการเสียดินแดนที่ปราสาทตาควาย ถือว่าได้สร้างความเสียหายขั้นสูงสุด ดังนั้น การที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่บินไปเจรจาหยุดยิง เป็นการเจรจาหยุดยิงโดยที่ไม่ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับทหารนั้น แม้ว่าเราจะได้คืนหลายยุทธภูมิ แต่ก็ยังเหลือรอยด่าง ซึ่งจากสิ่งที่เราประกาศกันมาคือ ในแผ่นดินของรัชกาลที่ 10 จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว การไปเจอจาหยุดยิงที่ไม่มีเงื่อนไข จึงนำไปสู่การเสียดินแดนที่ปราสาทตาควาย ซึ่งตนนำเรื่องนี้ปราศรัยปิดท้ายในเวลา 21.00 น. 

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าไม่มีการยึดประสาทตาควายและช่องอานม้า เพราะรัฐบาลกดดันให้ทหารถอนทัพออกมา นายจตุพร กล่าวว่า ใครจะพูดยังไงก็ได้ แต่เราวัดผลที่การกระทำ การไปเจรจาที่ประเทศมาเลเซียถือว่าเป็นความผิดพลาด เราไม่ควรให้ชาติที่ 3 เข้ามายุ่งเกี่ยวตั้งแต่ต้น และคู่เจรจาต้องรู้สถานการณ์ในสมรภูมิทุกที่ โดยเฉพาะที่ประสาทตาควาย เมื่อกัมพูชาไม่ยอมหยุดยิงในเวลา 18.00 น. จนต้องขยายเวลาเป็น 24.00 น. รัฐบาลก็ต้องรู้ว่ากัมพูชามีภารกิจพิเศษ ต้องไม่รับเงื่อนไขดังกล่าว อีกทั้งหลังจากนั้น ก็ยังมีสถานการณ์ปะทะประปราย ดังนั้น เมื่อกัมพูชาไม่ทำตามข้อตกลง และเราเสียปราสาทตาควาย ก็ต้องยกเลิกข้อตกลงทั้ง 3 ข้อ เพราะกัมพูชาละเมิดข้อตกลง

นายจตุพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายังไม่เห็นคือความรับผิดชอบจากรัฐบาล การที่นายภูมิธรรมบินไปเจรจาการหยุดยิง เป็นการไปเสียที ประเทศอื่นจับมือกันทำให้ไทยเสียเปรียบ จนนำไปสู่การเสียประสาทตาควาย

“เราไม่ได้แพ้ในสงครามนี้เลย เราแพ้เพราะตัวแทนรัฐบาลได้แสดงความโง่ จะจงใจหรือไม่ก็ตาม นำไปสู่สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น” นายจตุพร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ระบุว่าปัญหาในประเทศขอให้พัก และจัดการปัญหานอกประเทศก่อน นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ยังไม่เข้าใจอะไรอีก หาก น.ส.แพทองธารทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่นำชาติไปเสียดินแดน ใครจะออกมาชุม แต่ น.ส.แพทองธารผิดพลาดตั้งแต่ถูกบันทึกเสียงโทรศัพท์ วันนี้คนไทยจึงต้องรวมพลังเพื่อให้กำลังใจกองทัพและประชาชนที่อยู่ชายแดน 

เมื่อถามอีกว่า น.ส.แพทองธาร ระบุว่าปัญหาชายแดนไม่ใช่เรื่องระหว่างสองตระกูล แต่เกิดจากการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ นายจตุพร กล่าวว่า เห็นพึ่งมาพูดทีหลัง ขอถามว่าในคลิปเสียงหลุด มีคำว่าคอลเซ็นเตอร์สักคำหรือไม่ ตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามามีการจัดการอะไรหรือไม่ แต่พอมีปัญหาก็หยิบเรื่องแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์มาอธิบาย ไม่ว่าจะแต่งนิทานอย่างไร วันนี้คนติดตามข่าวสารกันทั้งหมด 

เมื่อถามว่า การจะยกระดับม็อบไปปักหลักชุมนุมใกล้ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือกัน ขอให้ใจเย็นๆ เพราะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่จำกัดอยู่แล้ว เพราะสถานการณ์ตอนนี้ น.ส.แพทองธาร มีเวลาทำคำชี้แจงไปถึงศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา ขยายไปถึง 4 สิงหาคม และกำหนดการของศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งเราคาดว่า จะรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนัดอ่านคำวินิจฉัยวันไหนอย่างไร 

“เขามีเวลาอยู่แล้ว หาความสำราญได้ตามสบาย นั่งอยู่ทำอะไรกับแผ่นดินบ้างล่ะปัญหาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นยังไม่มีความจำเป็น ยกเว้นว่าก่อกวนจนไม่ไหวกันจริงๆ ก็ไปกันที่นั่น แต่ว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือกระทรวงไหน ทำงานได้ตามสบาย“ นายจตุพร กล่าว

‘สุชาติ’ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารสิรวิชญ์ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว 1 ล้าน

'สุชาติ'ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารสิรวิชญ์ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว 1 ล้าน

‘สุชาติ’ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารสิรวิชญ์ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว 1 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.23 น.

‘สุชาติ’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘พลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข’ ที่ขอนแก่น ให้กำลังใจครอบครัวพร้อมเป็นตัวแทนรบ.มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยจากการสู้รบไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีงานพระราชทานเพลิงศพ พลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข ณ วัดสายทอง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันชายแดนไทย-กัมพูชา 

นายสุชาติได้ให้กำลังใจครอบครัว และขอบคุณความเสียสละของพลทหารสิรวิชญ์ พร้อมกันนี้ ยังเป็นตัวแทนรัฐบาลมอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยจากการสู้รบ เหตุปะทะ ชายแดนไทยกัมพูชา ให้แก่ครอบครัวพลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข จำนวน 1,000,000 บาท ด้วย

เสมา 2 ‘ลิณธิภรณ์’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก‘ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

เสมา 2 ‘ลิณธิภรณ์’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก‘ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

เสมา 2 ‘ลิณธิภรณ์’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก‘ ทหารไทยปะทะกัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.21 น.

เสมา 2 ‘ลิณธิภรณ์’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘ส.อ.อัมรินทร์  ผาสุก‘ ทหารไทยปะทะกัมพูชา ย้ำรัฐบาล ‘แพทองธาร‘ ไม่ทอดทิ้ง พร้อมเยียวยา-เคียงข้างประชาชน 

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 รัฐบาลมอบหมายให้ ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก ทหารผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ ปษ.พิเศษ ทบ. (๑) เป็นประธาน และ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วม ณ วัดบูรพาราม ต.คูเมือง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ส.อ.อัมรินทร์ คือหนึ่งในวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อชาติ รัฐบาลขอยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวผู้สูญเสีย โดยดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งในด้านสิทธิสวัสดิการ เงินช่วยเหลือเบื้องต้น และการดูแลสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง 

“รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยทุกคน เราจะร่วมกันผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ และรัฐบาลจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างมั่นคงและรอบคอบ” ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ดร.ลิณธิภรณ์ หลังเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยังได้เดินทางไปยังห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการให้บริการ และรับฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนต่อการให้บริการ และบรรณารักษ์ผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่  โดยพบว่าสถานที่มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ แต่ยังสามารถพัฒนาต่อยอดด้านวัสดุอุปกรณ์ หนังสือใหม่ และพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ได้เพิ่มเติม

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ห้องสมุดประชาชนไม่ควรเป็นแค่ที่เก็บหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของทุกวัย เด็กเล็กต้องได้อ่าน ผู้สูงวัยต้องได้ทบทวน และคนวัยทำงานต้องได้เติมทักษะ รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการมีแผนสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ห้องสมุดกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง

เปิดภาพบรรยากาศ! การชุมนุมของมวลชน กลุ่ม’รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย’

เปิดภาพบรรยากาศ! การชุมนุมของมวลชน กลุ่ม'รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย'

เปิดภาพบรรยากาศ! การชุมนุมของมวลชน กลุ่ม’รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.10 น.

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 บรรยากาศการชุมนุมของมวลชนกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่ทยอยเข้ามาในพื้นที่อนุสาวรีย์อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ร่วมชุมนุมต่างนำธงชาติมาโบกสะบัดเพื่อให้กำลังใจทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมกับมีการรับบริจาคสิ่งของเพื่อมอบให้ทหารและประชาชนที่ยังอยู่ภายในศูนย์อพยพฯ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร