เกาหลีใต้คุมเข้ม ออกคู่มือ 3ภาษาเตือนนทท.ต่างชาติ เที่ยวเกาะเชจู ห้ามทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เกาหลีใต้คุมเข้ม ออกคู่มือ 3ภาษาเตือนนทท.ต่างชาติ เที่ยวเกาะเชจู ห้ามทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

21 ส.ค. 2568 09:19 น.

เกาหลีใต้คุมเข้ม ออกคู่มือ 3ภาษาเตือนนทท.ต่างชาติ เที่ยวเกาะเชจู ห้ามทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เกาหลีใต้จัดพิมพ์คู่มือ 3 ภาษาแจกนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังถูกชาวบ้านร้องเรียนนักท่องเที่ยวบนเกาะเชจู ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งทิ้งขยะ ปล่อยลูกขับถ่ายริมถนน จากนี้ไปหากใครฝ่าฝืนเจอปรับสูงสุด 200,000 วอน หรือประมาณ 5,000 บาท

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้รายงานว่า ตำรวจท่องเที่ยวบนเกาะเชจู ของเกาหลีใต้ ได้ออกคู่มือแนะนำการปฏิบัติตัวแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลังชาวบ้านร้องเรียนกรณีต่างชาติทิ้งขยะเรี่ยราด และปล่อยให้เด็กถ่ายอุจจาระกลางถนน

พล.ต.ท.คิม ซู-ยอง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจเชจู เปิดเผยว่า คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวนี้ถูกจัดทำเป็น 3 ภาษา ได้แก่ จีน อังกฤษ และเกาหลี พิมพ์รอบแรก 8,000 ฉบับ แจกจ่ายตามจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดย จุดประสงค์เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิดทางภาษาและวัฒนธรรม  และเพิ่มความเข้าใจต่อกฎหมายเกาหลี

โดยคู่มือยังระบุพฤติกรรมต้องห้ามที่ถือเป็นความผิดเล็กน้อย แต่มีโทษปรับ อาทิ สูบบุหรี่ในที่ห้าม ทิ้งขยะไม่เป็นที่ เมาอาละวาด ข้ามถนนในที่ห้าม หนีไม่จ่ายเงินร้านอาหาร ปัสสาวะหรืออุจจาระในที่สาธารณะ ใช้บัตรประชาชนปลอม รวมถึงบุกรุกเข้าไปในบ้านร้าง โดยผู้กระทำผิดครั้งแรกจะถูกตักเตือน แต่หากทำซ้ำอาจถูกปรับสูงสุดถึง 200,000 วอน หรือ 5,250 บาท)

ทั้งนี้ เกาะเชจูถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเกาหลีใต้ ปีนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วกว่า 7 ล้านคน โดยเกือบ 70% มาจากจีน ขณะที่ปี 2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 9.26 ล้านล้านวอน สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด-19.

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

21 ส.ค. 2568 09:13 น.

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

อัมสเตอร์ดัมเปิดฉากเทศกาลเรือโบราณ “SAIL 2025” สุดยิ่งใหญ่ ฉลอง 750 ปีเมืองหลวงเนเธอร์แลนด์

ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปจับจองพื้นที่ริมคลองสายหลักในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (20 ส.ค.) เพื่อชมขบวนพาเหรดเรือประวัติศาสตร์หลายร้อยลำที่แล่นเข้าสู่เมือง ในพิธีเปิด SAIL 2025 เทศกาลทางทะเลครั้งใหญ่ที่จัดขึ้น 5 วัน เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การเดินเรือของเมืองหลวงเนเธอร์แลนด์

เรือจากนานาประเทศ ตกแต่งด้วยธงหลากสีสันตามเสากระโดงและเชือกใบเรือ ออกเดินทางจากเมืองชายฝั่ง ไอจ์เมาเดิน บนทะเลเหนือ ใช้เวลาหลายชั่วโมงล่องผ่านคลอง North Sea Canal ก่อนเข้าสู่แม่น้ำไอจ์ใจกลางอัมสเตอร์ดัม

สัญญาณเปิดงานเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือใบ “Stad Amsterdam” แบบสามเสากระโดง แล่นผ่านประตูน้ำพร้อมเสียงแตรเรือก้องกังวาน และหมอกควันสีส้มพวยพุ่งขึ้นฟ้า เรือแต่ละลำที่เข้าสู่ท่าเรือจะได้รับการต้อนรับด้วยการยิงปืนใหญ่ 2 นัด และบรรเลงเพลงชาติของประเทศเจ้าของเรือ

นอกจากนั้น ยังมีเรือเล็กหลายร้อยลำที่บรรทุกผู้ชมแล่นเคียงข้างเรือที่มาเยือนจากต่างประเทศ สร้างภาพบรรยากาศคึกคักทั่วคูคลอง

งาน SAIL จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี และดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายแสนคนจากทั่วโลก โดยในปี 2020 ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่มีการจัดงาน

 คริส ยันส์เซนหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของงาน SAIL ยอมรับว่า การกลับมาจัดอีกครั้งหลังถูกยกเลิก ทำให้ต้องเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่รู้จักงานนี้มาก่อน

พิธีพาเหรดเมื่อวันพุธปิดท้ายด้วยการแสดงพลุไฟยามค่ำคืน โดยเรือทั้งหมดจะจอดเทียบท่าอยู่ในอัมสเตอร์ดัมตลอดสุดสัปดาห์ โดยหลายลำเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้

เทศกาล SAIL จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1975 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 700 ปีกรุงอัมสเตอร์ดัม และในปีนี้ยังตรงกับโอกาสครบรอบ 750 ปีของเมือง อีกด้วย.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าว เรือโบราณ

ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

21 ส.ค. 2568 08:59 น.

ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นเผย พบหารือทวิภาคีกับตุรกีเพื่อเตรียมจัดซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพ หลังเดินทางเยือนกรุงอังการา พบหารือผู้นำกลาโหมและอุตสาหกรรมกลาโหมของตุรกี

วันที่  20 สิงหาคม 2568 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า นายนากาทานิ เก็น รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เดินทางเยือนตุรกีเป็นเวลา 2 วัน โดยได้พบกับนายยาซาร์ กูเลอร์ รัฐมนตรีกลาโหม และประธานสำนักงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกี พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงาน Turkish Aerospace Industries บริษัทผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับชั้นนำของตุรกี

ภายหลังการหารือ นายเก็นระบุว่า ญี่ปุ่นและตุรกีได้ตกลงจัดตั้งคณะทำงานระดับเจ้าหน้าที่ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการซื้อและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโดรน ซึ่งถือเป็นการเสริมขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่โดรนของตุรกีได้รับความสนใจจากนานาชาติจากการพิสูจน์สมรรถนะในหลายสมรภูมิ.

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

21 ส.ค. 2568 08:57 น.

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

ศูนย์พยากรณ์อากาศสหรัฐฯ คาด พายุเฮอริเคนเอริน กำลังกลับมาทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง และอาจพัฒนาเป็นเฮอริเคนระดับรุนแรงในไม่กี่วันข้างหน้า

พายุเฮอริเคนเอรินกำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้าสู่ชายฝั่งแถบมิด-แอตแลนติก  พร้อมก่อคลื่นขนาดใหญ่และอันตราย ส่งผลให้ชายหาดตั้งแต่แคโรไลนาไปจนถึงนิวยอร์กซิตี้ต้องปิดให้บริการ

คาดว่าพายุจะทวีกำลังถึงจุดสูงสุดภายใน 48 ชั่วโมง แต่มีแนวโน้มว่าจะไม่ขึ้นฝั่งโดยตรงในชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และจะเบี่ยงตัวออกสู่ทะเล

อย่างไรก็ตาม ทางการเตือนว่า คลื่นยักษ์จากเอรินอาจตัดขาดเส้นทางบน Outer Banks ของรัฐนอร์ทแคโรไลนา และทำให้เกิดกระแสน้ำวนดูดอันตรายที่เป็นภัยถึงชีวิต ตั้งแต่รัฐฟลอริดาไปจนถึงนิวอิงแลนด์

ขณะเดียวกัน ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติยังติดตามความเคลื่อนไหวของคลื่นความกดอากาศเขตร้อนอีก 2 ลูกที่อยู่ทางตะวันออกของพายุเอรินด้วย.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าว เฮอริเคน

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

21 ส.ค. 2568 08:47 น.

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานทูตฯ เดินทางไปเยี่ยมบ้านครูบุญชูฯ เพื่อชมความสำเร็จของโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี 

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านครูบุญชูฯ เพื่อชมความสำเร็จของโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งมอบให้มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมในโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่นี้  โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณครูบุญชู ม่วงไหมทอง ประธานมูลนิธิฯ บุคลากรของมูลนิธิฯ  ข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งสมาชิกชุมชน  และในโอกาสนี้สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้ร่วมสนับสนุนโครงการด้วยการมอบหนังสือจำนวนมาก 

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับประชาชน

บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษเริ่มต้นในปีพ.ศ.2559 เมื่อนางบุญชู ม่วงไหมทอง หรือ “คุณครูบุญชู” ได้มอบบ้านของตนเองเพื่อจัดตั้งเป็นสถานที่ดูแลเด็กพิเศษภายใต้การบริหารของมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ตั้งแต่นั้นมาบ้านครูบุญชูฯ ได้ดูแล อุปการะ และจัดการศึกษาแก่เด็กพิเศษอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเด็กพิเศษที่อยู่ในการดูแลของครูบุญชูจำนวน 250 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศลต่างๆ และการบริจาคของชุมชน

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาของเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ทั้งนี้ โครงการในวันนี้เป็นโครงการที่ 2 ซึ่งประสบผลสำเร็จในปีนี้ ต่อจากโครงการแรกที่ดำเนินการกับโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม

ในระหว่างการเยี่ยมชมบ้านครูบุญชูฯ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ได้กล่าวว่า “เด็กแต่ละคนเปรียบเสมือนดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเมื่อมาอยู่รวมกันก็จะกลายเป็นสวนดอกไม้ที่งดงาม เด็กพิเศษจะเบ่งบานในเวลาของเขา ด้วยวิถีของแต่ละคน สมควรได้รับความเข้าใจ ความรัก และโลกที่มองเห็นคุณค่าของพวกเขา ประเทศอิสราเอลมีความชำนาญอย่างถ่องแท้ด้านการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ และดิฉันรู้สึกภูมิใจที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในโครงการดีๆ เช่นนี้”.

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

21 ส.ค. 2568 06:25 น.

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

รัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรผู้พิพากษากับอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพิ่มอีก 4 คน เพื่อตอบโต้ที่ ICC ออกหมายจับนายกฯ อิสราเอล และเคยสืบสวนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อผู้พิพากษา 2 คน กับอัยการอีก 2 คนของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อตอบโต้ที่ศาลแห่งนี้ออกหมายจับผู้นำอิสราเอล และเคยสืบสวนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในอดีต

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ศาลแห่งนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำสงครามทางกฎหมายที่มุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ กับอิสราเอล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝรั่งเศสกับองค์การสหประชาชาติ โดยปารีสเรียกร้องให้วอชิงตันถอนการคว่ำบาตร ขณะที่ ICC ระบุว่า รู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ และว่านี่เป็น “การโจมตีอย่างโจ่งแจ้ง” ต่อความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ 4 คนล่าสุดของ ICC ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรคือ ผู้พิพากษา นิโคลาส์ ยานน์ กียู ชาวฝรั่งเศส, อัยการนาแชต ชามีม ข่าน ชาวฟิจิ, อัยการ มาเม มันดิอาเย เนียง ชาวเซเนกัล และ ผู้พิพากษา คิมเบอร์ลี โพรสต์ โดยทั้ง 4 คนล้วนเกี่ยวข้องกับการทำคดีที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผู้พิพากษาของ ICC ออกหมายจับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล, นายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และนายอิบราฮิม อัล-มาสรี ผู้นำกลุ่มฮามาสเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการทำสงครามในฉนวนกาซา

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2563 อัยการของ ICC เปิดการสืบสวนคดีในอัฟกานิสถาน โดยรวมถึงการตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะมีการก่ออาชญากรรมโดยฝีมือของทหารอเมริกัน แต่หลังจากปี 2564 ICC ก็ลดบทบาทของสหรัฐฯ ลง และหันไปมุ่งเน้นการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่กระทำโดยรัฐบาลอัฟกันกับทหารตาลีบันแทน

การคว่ำบาตร ICC ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์จากการคว่ำบาตรรอบแรก โดยในตอนนั้นรัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจคว่ำบาตรผู้พิพากษาของ ICC 4 คน

คาดกันว่า การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของทั้งศาลและสำนักงานอัยการ ในขณะที่พวกเขากำลังจัดการคดีใหญ่มากมาย รวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในการรุกรานยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

21 ส.ค. 2568 05:11 น.

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นตามแผนการยึดเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซาแล้ว โดยเข้าควบคุมพื้นที่ชายขอบและเตรียมสั่งอพยพประชาชนไปที่อื่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของอิสราเอลเปิดเผยในวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 ว่าพวกเขาเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นในแผนการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อยึดและควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซาแล้ว และสามารถยึดพื้นที่ชายขอบของเมืองได้แล้วด้วย

โฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารเริ่มปฏิบัติการในเขตเซตูน (Zeitoun) กับจาบาเลีย (Jabalia) แล้ว เพื่อวางรากฐานสำหรับการโจมตีที่นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอนุมัติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีความมั่นคงในช่วงปลายสัปดาห์นี้

พลจัตวา เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า กองกำลังของพวกเขาไม่รีรอที่จะเริ่มปฏิบัติการ “เราเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นไปแล้ว และตอนนี้ ทหารของ IDF ก็กำลังควบคุมพื้นที่ชายขอบของกาซาซิตี้อยู่”

ขณะเดียวกัน ทหารกองกำลังสำรองประมาณ 60,000 นายจะถูกเรียกมารายงานตัวในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อเตรียมกำลังพลที่ประจำการอยู่ให้พร้อมสำหรับปฏิบัติการนี้

นายพลเดฟรินบอกด้วยว่า หลังจากนี้อิสราเอลจะออกคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนในกาซาซิตี้อพยพและมุ่งหน้าไปยังศูนย์หลบภัยในภาคใต้ของฉนวนกาซา เพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด

ชาติพันธมิตรของอิสราเอลหลายประเทศออกมาประณามแผนยึดเมืองดังกล่าว โดยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตือนในวันพุธว่า แผนการนี้มีแต่จะนำไปสู่หายนะสำหรับประชาชนทั้งสองฝ่าย และเสี่ยงทำให้ทั้งภูมิภาคตกสู่วัฏจักรสงครามถาวร

ด้านคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ระบุว่า การพลัดถิ่นเพิ่มเติมกับการเพิ่มความเป็นศัตรู เสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ของชาวกาซากว่า 2.1 ล้านคนกับเหล่าตัวประกันที่เลวร้ายอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก

ทั้งนี้ อิสราเอลประกาศความตั้งใจที่จะยึดพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด หลังจากการเจรจาทางผ่านตัวกลางกับกลุ่มฮามาสเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันพังทลายลงเมื่อเดือนก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

21 ส.ค. 2568 04:04 น.

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

โดรนของรัสเซียบินข้ามพรมแดนเข้าไปตกและระเบิดในไร่ข้าวโพดของประเทศโปแลนด์ ทำให้รัฐมนตรีโปแลนด์ออกมาประณามว่า รัสเซียพยายามยั่วยุนาโต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวลาดิสลาฟ โคซีเนียก-คามีซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโปแลนด์กล่าวว่า วัตถุบินซึ่งตกและระเบิดในทุ่งข้าวโพดทางตะวันออกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา (20 ส.ค. 2568) ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นโดรนของรัสเซีย พร้อมประณามรัสเซียว่านี่เป็นการยั่วยุ

ที่งานแถลงข่าวในกรุงวอร์ซอ นายโคซีเนียก-คามีซ กล่าวหารัสเซียว่าพยายามยั่วยุนาโตในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนกำลังดำเนินอยู่ “รัสเซียกำลังยั่วยุเราอีกครั้ง ในขณะที่การเจรจาสันติภาพกำลังให้ความหวังว่าสงครามครั้งนี้มีโอกาสที่จะยุติลง”

ทั้งนี้ ตำรวจโปแลนด์ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 2.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พวกเขาได้รับรายงานว่า พบเศษซากโลหะกับพลาสติกถูกไฟลุกไหม้อยู่ในทุ่งข้าวโพด ใกล้หมู่บ้านโอซินี (Osiny) โดยแรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างของบ้านเรือนใกล้เคียงแตก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ศูนย์บัญชาการปฏิบัติการกองทัพของโปแลนด์เปิดเผยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันพุธว่า เมื่อคืนวันอังคารไม่มีการละเมิดน่านฟ้าของโปแลนด์จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูเครนและเบลารุส

ด้านนายเกรกอร์ซ ตรูเชวิช อัยการเขตลับลิน (Lublin) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนหลายคน ทั้งฝ่ายพลเรือนและกองทัพ เดินทางไปตรวจสอบจุดตกของโดรนแล้ว

อนึ่ง นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 อากาศยานของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์หลายครั้ง สร้างความตื่นตระหนกให้แก่สหภาพยุโรปและนาโต เนื่องจากนี่เป็นสิ่งย้ำเตือนว่า พวกเขาอยู่ใกล้กับสงครามมากแค่ไหน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

21 ส.ค. 2568 03:22 น.

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวชายคนหนึ่งมาสอบปากคำ ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังมีการพบร่างผู้เสียชีวิตจมอยู่ในแม่น้ำแซนถึง 4 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวชายคนหนึ่งมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม เมื่อวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 หลังจากมีการพบร่างผู้เสียชีวิต 4 ศพในแม่น้ำแซน ใกล้กรุงปารีส แต่ตำรวจไม่เปิดเผยว่าชายคนนี้ถูกสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยกี่คดี

ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกถูกพบโดยผู้ที่สัญจรผ่านมาใกล้กับสะพานสายหนึ่งในเขตชัวซี-เลอ-รัว (Choisy-le-Roi) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีสเมื่อ 13 ส.ค. หลังจากนั้น ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ และพบศพจมอยู่ในแม่น้ำใกล้ๆ อีก 3 ราย

อัยการระบุว่า ศพแรกที่พบเพิ่งอยู่ในน้ำเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น และถูกระบุว่าเป็นร่างของชายท้องถิ่นอายุ 40 ปี ส่วนอีก 3 ศพถูกพบในสภาพเน่าเปื่อยอย่างมากแล้ว โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตมีร่องรอยของการถูกรัดคอ และอีกรายมีบาดแผลจากการถูกใช้ความรุนแรง

อัยการย้ำด้วยว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงศพทั้ง 4 เข้าด้วยกัน และมีโอกาสที่พวกเขาอาจถูกทิ้งลงแม่น้ำต่างที่กันแต่ถูกกระแสน้ำพัดมาใกล้สะพานชัวซีแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

21 ส.ค. 2568 01:05 น.

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

รถบัสชนผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานที่ถูกเนรเทศจากอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่นจนเกิดไฟลุกท่วม ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 79 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถบัสซึ่งกำลังขนผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานที่ถูกเนรเทศจากอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะและจักรยานยนต์จนเกิดไฟลุกท่วม ในจังหวัดเฮรัต ทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เมื่อคืนวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 79 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 17 ราย

นายอาห์มาดุลเลาะห์ มอตตาคี ผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศและวัฒนธรรมของรัฐบาลตาลีบัน ยืนยันกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ผู้โดยสารทุกคนบนรถบัสเสียชีวิตทั้งหมด เช่นเดียวกับอีก 2 คนจากยานพาหนะอีก 2 คัน

นายโมฮัมหมัด ยูซุฟ ซาอีดี โฆษกของผู้ว่าราชการจังหวัดเฮรัต บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้โดยสารรถบัสทุกคนเป็นผู้อพยพซึ่งเดินทางมาจากเมืองอิสลาม กาลา (Islam Qala) บริเวณชายแดนอัฟกานิสถานกับอิหร่าน และกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงคาบูล

ด้านตำรวจจังหวัดเฮรัตกล่าวว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะคนขับรถบัสขับรถด้วยความเร็วสูง และขับรถโดยประมาท

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อิหร่านยกระดับการเนรเทศผู้อพยพชาวอัฟกันที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง หลังจากพวกเขาทำสงคราม 12 วันกับอิสราเอลในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อิหร่านพยายามหาแพะรับบาปสำหรับความล้มเหลวในการต่อต้านการโจมตีของอิสราเอล

ตามการเปิดเผยขององค์การสหประชาชาติ นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีชาวอัฟกันถูกเนรเทศออกจากอิหร่านแล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อัฟกานิสถานในตอนนี้มีขีดความสามารถไม่เพียงพอรองรับชาวอัฟกันจำนวนมากที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีชาวอัฟกันหลายแสนคนถูกบังคับกลับจากปากีสถานด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc