Unknown's avatar

About SoClaimon

สุทิน คล้ายมนต์; Sootin Claimon; สอ คล้ายมนต์; SoClaimon; Bangkok Thailand; KU23,1963; NCSU USA,1974; SoilFertilizer; ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ; ทำบล็อกแรก วันที่ 26 กันยายน 2552 เวลา 17.48 น.

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ ศุภชัย ซัด ไอซ์ รักชนก กลาง กมธ.ติดตามงบฯ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.50 น.

ไทย-เอไอเดือดลามสภาฯ! ’ศุภชัย‘ ซัด ‘ไอซ์ รักชนก’ กลาง ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ ชงเองกินเอง ยัดวาระตรวจสอบ ‘โครงการ TH-AI’ ตามใจชอบ  ‘ซ้ำซ้อน-ไร้อำนาจ’ แนะให้ ’ปธ.สภาฯ‘ ชี้ขาด กรรมาธิการฯชุดไหนมีอำนาจกันแน่ ก่อนลุกวอล์คเอ้าท์ขอไม่ร่วมสังฆกรรม

18 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา09.45น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมกมธ.ฯ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ยังมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน ทั้งนี้มีการเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาให้ข้อมูล แต่นายไชยชนก ไม่มาชี้แจง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มาให้ข้อมูลแทน ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ในการประชุมแต่ละครั้งก็จะให้มีการบันทึกการประชุมอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

รักชนก ศรีนอก

อย่างไรก็ตามภายหลัง น.ส.รักชนก ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทักท้วงว่า กรรมาธิการทั้งหมดนั้นยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใด และเห็นว่ากรรมาธิการในชุดนี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจในการพิจารณา มีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่น ก็จะทำให้ผู้ชี้แจงมีความสับสน

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.ฯ เสริมว่า ได้มีความสงสัยว่าในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่เพราะตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันนั้นไม่ว่าจะกี่วาระก็ตาม จะต้องมีการยื่นไปที่ประธานคณะกรรมาธิการในชุดนั้นๆ เพื่อให้พิจารณาว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายๆคณะหรือไม่ โดยส่วนตัวได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ของคณะกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่าไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องไปหรือไม่

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือ หากมีการประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ โดยเฉพาะวาระในวันนี้คาดว่าน่าจะเป็นกมธ.ฯชุดที่รับผิดชอบมากกว่า ซึ่งจะเป็นกมธ.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ ตนสงสัยว่าได้ยื่นเรื่องไปยังกมธ.ชุดนี้หรือไม่ ส่วนตัวก็ได้รับคำยืนยันว่ามีการยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า และเมื่อมีการประชุมในสัปดาห์หน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุม เนื่องจากจะเป็นการเสียเวลาในการชี้แจง

นายศุภชัย ชี้แจงต่อว่า แม้กมธ.จะมีการบรรจุเข้าที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า เป็นการดำเนินการโดยความเห็นของประธานฯเท่านั้น ในความเป็นจริง กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และไม่ควรเอาความเห็นประธานเพียงคนเดียวมาบรรจุเป็นวาระ ทุกอย่างมีขั้นตอน และกระบวนการพิจารณาอยู่ หากมีข้อสงสัย ก็จะต้องให้มีชี้ขาดโดยสส.ว่าโครงการ TH AI Passport อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของกมธ.ชุดใด จึงไม่อยากทำเรื่องนี้ให้ผิดกระบวนการ

TH-AI

อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ยังไม่สามารถตกลงในเรื่องนี้ได้ชัดเจน ทำให้นายศุภชัย รวมถึงกมธ.บางส่วนได้ออกจากห้องประชุม และไม่ร่วมสังฆกรรมในตรงนี้ โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจึงควรให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดว่ากมธ.ฯชุดใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ

รัชนก ศรีนอก
โรม
ศุภชัย

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

พรรคส้มกัดไม่ปล่อย ไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.

’พรรคส้ม‘ ผนึกกำลังไล่บี้เค้นพิรุธโครงการ ‘TH-AI Passport’ ส่อเค้าทุจริต ด้าน ’ไอซ์ รักชนก‘ แซะ ‘นายกฯ‘ ดูข้อมูลให้ครบก่อน เหน็บตอบเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประขาชน ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึงท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งแสดงท่าทีว่าจะดำเนินโครงการนี้ว่า ตนตั้งคำถามว่า นายกฯ ไม่ติดเคยติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะไม่มีใครรายงาน ตนเข้าใจว่านายกฯงานเยอะ แต่ก่อนนายกฯจะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร อยากให้ท่านมีความมั่นใจกับข้อมูล เหมือนก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการไทยช่วยไทยและหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งตนมั่นใจว่านายกไม่ทราบรายละเอียด โดยเชื่อว่าโครงการนี้นายกฯก็ไม่ทราบรายละเอียดเช่นกัน จึงอยากให้คนที่อยู่ใกล้ชิดให้ข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะตอบออกมาเหมือน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เมื่อถามว่าสัปดาห์ที่แล้วมีการทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าวโดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์นั้นอาจจะถูกเกณฑ์มาร่วมรับฟัง น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนมองว่า ประชาชนไม่ว่าจะภาคส่วนไหน สามารถเริ่มเข้าฟังประชาพิจารณ์ได้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการต้องสอบถาม ในการทำประชาพิจารณ์นี้ มีการใช้งบประมาณเดียวกันกับงบประมาณที่จะใช้ในการเปิดตัวหรือไม่ เพราะว่าตาม TOR ระบุไว้ว่า ต้องจัดงานเปิดตัวโครงการที่มีผู้ร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งตนจะสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันนี้

เมื่อถามถึงขั้นตอนหลังจากการประชุมในวันนี้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วมประชุม เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง. ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตนคิดว่าหลังการประชุมในวันนี้จะได้รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่มีอยู่ยื่นตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนในฐานะพรรคประชาชนได้ชี้ให้เห็นถึง ความน่าสงสัยในโครงการนี้มาโดยตลอด ความคาดหวังคืออยากให้ยกเลิกโครงการ ซึ่งถ้าหากอยากจะทำจริงๆ จะต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณในปีถัดไป เพื่อทำให้โครงการทุกอย่างถูกต้องไร้ข้อครหานี่คือธงหลักเป็นเป้าหมายของพรรค

“แต่ถ้านายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ดิฉันคิดว่ามีราคาที่ต้องจ่าย” น.ส.รักชนก กล่าว

ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างกมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมายฯ ที่เปิดให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับได้ฟังตลอด ซึ่งจะได้เห็นท่าทีของแต่ละหน่วยงานต่อโครงการ TH-AI Passport ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการนี้มีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองโดยมีภาคประชาชนและกลุ่มคนหลายฝ่ายออกมาคัดค้านเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโครงการนี้มีปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำคือนี่ไม่ใช่เพียงแค่โครงการอย่างเดียว แต่มีปัญหาเรื่องการทุจริต

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังจากนี้หากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงสิ่งที่ตามมาคือการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาด และไหลเข้าสู่วงการเมือง รูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ต่อการทุจริต แต่เป็นการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับโครงการ TH-AI Passport คือการมีผู้ร้อง ร้องมาว่าอาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเถื่อน ซึ่งจะต้องดูข้อมูลของผู้ร้องอีกครั้ง แต่ตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งพวกเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมให้ DSI ตรวจสอบ ปม Forex รอ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลพรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.34 น.

‘ไอซ์-โรม’ เชื่อ ‘ภาวุธ’ พร้อมถูก DSI ตรวจสอบ หากมีชื่อเอี่ยวคดี Forex รับข้อมูลยังไม่ 100 % รอ ‘รมว.ยุติธรรม’ แถลงพรุ่งนี้ ลั่นไม่มีอำนาจล็อบบี้ใคร หลังลือขอเปิดชื่อหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ หวังไม่ใช่เกมการเมือง-เอาคืน ‘ฝ่ายค้าน’ รุกเข้มตรวจสอบ TH-AI Passport

18มิ.ย.2569 เมื่อเวลา09.30น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกรณีกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมเปิดรายชื่อนักการเมือง และนักแสดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการชักชวนลงทุน และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังได้เข้าตรวจค้นเครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าจำนวนมาก และพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลหลากหลายวงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะปรากฏชื่อของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

โดยน.ส.รักชนก กล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่า การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ หากมีความเกี่ยวข้องกับคนในพรรคประชาชน ทุกคนพร้อมเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่มีรายงานข่าวเรื่องนายภาวุธ ออกมามานั้น ตนมองว่า นายภาวุธ ก็เป็นคนหนึ่งที่ขยันขันแข็ง และได้ติดตามเรื่องโครงการ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อวานตนก็เพิ่งพูดคุยกับนายภาวุธ เรื่องดังกล่าวอยู่ และยังคงทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า สุดท้ายพวกเราทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ และเชื่อว่า นายภาวุธ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม ภาคส่วนการเงิน จะเป็นหนึ่งในคนที่เป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูล และแก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

เมื่อถามว่า มีรายงานว่าพรรคประชาชน จะล็อบบี้ ให้หน่วยงานรัฐเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคดี Forex หลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนมองว่า ในแง่ความเป็นไปได้ พวกเราทำไม่ได้อยู่แล้ว และตั้งแต่เช้าเรื่องของนายภาวุธ ก็อยู่ในหน้าโซเชียลมีเดียเต็มไปหมดแล้ว ดังนั้นความพยายามในการปล่อยข่าวว่า เราจะล็อบบี้ จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หลังจากที่เรื่องนี้ เชื่อว่า นายภาวุธ จะเข้าสู่กระบวนการ และย้ำว่า พวกเราไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ทำได้คือ ให้ความร่วมมือ และการที่ตนออกมาพูดแบบนี้ ไม่ได้ต้องการปกป้องใคร เพราะเราก็อยากเห็นกระบวนการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเกมการเมืองเพื่อมากลบข่าว ประเด็นของรัฐบาลที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนางสาวรักชนก หรือใครอีกหลายคนก็ตามที่ออกมาตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่งก็คือ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตนไม่รู้ และไม่อยากไปต่อจิ๊กซอว์ว่า เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ แต่ตนคาดหวังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการปล่อยชื่อนายภาวุธ ออกมานั้น จะไม่ใช่เกมการเมือง จึงรอดูการแถลงของพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมว่า จะมีรายละเอียดอย่างไร เมื่อเราเห็นรายละเอียดของแถลง จะสามารถตอบสนองต่อคำถามของสื่อมวลชน และประเด็นทางสังคม เพราะถึงตอนนี้ยังไม่ชัวร์ 100 % ว่า จะมีรายชื่อของนายภาวุธ หรือไม่ และตอนนี้ยังไม่เห็นข้อกล่าวหา หรือแผนผัง ดังนั้นการให้ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่ตนยืนยันไปถึงประชาชนได้คือ พรรคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีอะไรไปแตะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะถูกโจมตีด้วยนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ตนตอบได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำไปหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกย้าย หรือโครงการต่าง ๆ มันเกี่ยวพันกับเรื่องงบประมาณ และเงินภาษีของเรา รวมถึงหลักคุณธรรมการบริหารราชการ หากไม่มีระบบคุณธรรม คนทำดีไม่ได้ดี คนทำชั่วเติบโต กลายเป็นระบบบ้านใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่บ้านใหญ่ของจังหวัด และรวมไปถึงการโกงเงินภาษีของประชาชนไปสู่การการฟอกเงิน ถามว่า เราอยากเห็นประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ วันนี้สิ่งที่เราต้องช่วยคือ การตรวจสอบ ตนจึงยังไม่สามารถสรุป หรือตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ตกลงแล้วคือ ความแก้แค้นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบ พวกตนเป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องว่า กันตามพยานหลักฐาน อย่างโครงการ TH-AI Passport มีความชัดเจนแล้ว ถ้าประเทศนี้มีหลัก นิติรัฐ นิติธรรม ตนไม่แน่ใจว่า โครงการแบบนี้ไปต่อได้อย่างไร

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ 'อนุทิน' เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.33 น.

นายกฯ ‘อนุทิน’ เยือนคาซาน ผลักดันความร่วมมือ รัสเซีย-อาเซียน ยุคใหม่

นายกฯ อนุทิน ร่วมประชุมธุรกิจ รัสเซีย-อาเซียน ที่ IT Park Bashir Rameev

บรรยากาศการประชุมระดับผู้นำที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย เริ่มคึกคักขึ้นทันที เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองคาซานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน ครั้งสำคัญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาค

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางถึงเมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย

การต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ โดยมีนายรุสตัม มินนิคานอฟ (Rustam Minnikhanov) ผู้นำสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมมอบขนมพื้นบ้าน “ชัค-ชัค” และขนมปังท้องถิ่นอันเลื่องชื่อของชาวตาตาร์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่แสดงถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น

บรรยากาศการประชุมสุดยอด รัสเซีย-อาเซียน ครั้งที่ 35 ณ เมืองคาซาน

ก่อนเปิดฉากการหารืออย่างเป็นทางการ นายยูริ อูชาคอฟ (Yury Ushakov) ผู้ช่วยประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะประธานการจัดงาน ได้เผยถึงไฮไลต์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ว่า จะมีการลงนามในเอกสารประวัติศาสตร์หลายฉบับ โดยเฉพาะ “ปฏิญญาคาซาน” (Kazan Declaration) ที่จะเป็นเข็มทิศสำคัญในการกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอาเซียนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสำคัญอย่าง “แผนปฏิบัติการแบบครอบคลุมเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและอาเซียน” สำหรับปี พ.ศ. 2569–2573 รวมถึงแถลงการณ์ร่วมด้านพลังงานและวัฒนธรรม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่ารัสเซียและอาเซียนพร้อมเดินหน้ากระชับมิตรภาพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ปฏิญญาคาซานไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษ แต่คือแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ ซึ่งจะระบุขั้นตอนการทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ความมั่นคง การค้า และการลงทุน ตลอดจนสาขาที่โลกกำลังให้ความสนใจอย่างเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน การคมนาคมขนส่ง และการเกษตร เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงร่วมกันในระยะยาว

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ภารกิจสำคัญได้เริ่มขึ้นที่ IT park Bashir Rameev เมืองคาซาน กับการประชุมธุรกิจรัสเซีย-อาเซียน ภายใต้แนวคิด “รัสเซีย-อาเซียน : ความร่วมมือไร้พรมแดน” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำและนักธุรกิจได้ร่วมกันก้าวข้ามข้อจำกัด เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ผู้นำอาเซียนร่วมงานครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์ รัสเซีย-อาเซียน
พิธีต้อนรับคณะผู้แทนไทยในการประชุมสุดยอด รัสเซีย-อาเซียน 2026

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.49 น.

“อนุชา” ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง เร่งแก้คมนาคม-สาธารณสุข พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เริ่มต้นที่ตลาดเอซี สายไหม โดยมี นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม เบอร์ 3 นำลงพื้นที่ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับ นายไกรศักดิ์ เสาเวียง ผู้สมัคร ส.ก. เขตดอนเมือง เบอร์ 2

นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากชาวบ้านในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกว่า เรื่องการคมนาคมขนส่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อยและรอนานเป็นชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งนักเรียน ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และคนวัยทำงาน 

“ผมจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัสเข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของ กทม. เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายอนุชากล่าว

นอกจากนี้ ในพื้นที่เขตดอนเมือง นายอนุชายังชูแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบครบวงจร เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาจราจรที่ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้น้ำระบายสู่คลอง แม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทยได้อย่างเป็นระบบมากที่สุด

ในประเด็นการเมืองโปร่งใส นายอนุชาได้ย้ำถึงการใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการกว่า 93% จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” ซึ่งไม่มีการแข่งขันด้านราคา และยังพบว่ามีบางบริษัทได้รับงานซ้ำซ้อนกว่า 500 โครงการ รวมถึงมีการเชื่อมโยงรายชื่อคณะกรรมการในโครงการกับบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน

“ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องงบประมาณภาษีของทุกคน ปัญหาทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องสร้างให้ข้าราชการและคนทำงานไม่ยอมรับการโกงกิน ผมตั้งใจนำนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองสะอาด ชีวิตที่ปลอดภัย เศรษฐกิจดีขึ้น และการตรวจสอบได้ทุกกรณี มาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว

ช่วงท้าย นายอนุชายังเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5” และ ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต บัตรสีชมพู เพื่อให้การบริหารงานกรุงเทพมหานครสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องรอผลสำรวจร้อยวันแรก เพราะทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เกาะติดพื้นที่และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอด

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง  ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

2 รมช.มหาดไทย บุกป่าตอง ตั้งเป้า ปลดล็อกกฎเก่า สร้างภูเก็ตน่าลงทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.55 น.

”2 รมช.มหาดไทย“ ลงพื้นที่ Walking Street ป่าตอง รับฟังปัญหาธุรกิจ เตรียมมอบนโยบายขับเคลื่อนภูเก็ต ตั้ง“เป้าปลดล็อกกฎเก่าสร้างภูเก็ตน่าลงทุน“ ยอมรับกฎหมายบางฉบับไม่ทันโลก เร่งหาทางปรับให้สอดรับธุรกิจภูเก็ตยุคใหม่

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดิน (Walking Street) ย่านป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 17 มิ.ย. 69 เพื่อพบปะและสอบถามปัญหาจากผู้ประกอบการในพื้นที่

Walking Street

นายวรศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจสถานการณ์จริงและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการมอบนโยบายแก่ข้าราชการในวันพรุ่งนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตสามารถทำงานและดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับความเดือดร้อน พร้อมผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อจังหวัดภูเก็ต

เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หลายประเด็นยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่บางเรื่องมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา โดยมีเป้าหมายทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

Walking Street

นายวรศิษฎ์ กล่าวยอมรับว่า กฎหมายและกฎกระทรวงบางฉบับยังมีความล้าสมัย เนื่องจากถูกใช้มาเป็นเวลานานกว่า 10-20 ปี จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น และทำให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องมากที่สุด

Walking Street
Walking Street
Walking Street
Walking Street
Walking Street

อรรถวิชช์ ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้กระทรวงอุตฯ สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

อรรถวิชช์ ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้กระทรวงอุตฯ สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

อรรถวิชช์ ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้กระทรวงอุตฯ สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.41 น.

“อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก “ซิน เคอ หยวน” จี้กระทรวงอุตฯ สุ่มตรวจเตาหลอมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อผลตรวจที่แท้จริง ลุ้น! ปรับมาตรฐานทุกโรงงานต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก-ยกเลิกเตา IF ผลิตเหล็กข้ออ้อยสร้างตึกสูง”  

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตรวจสอบมาตรฐานเหล็กของ บริษัท ซิน เคอ หยวน หลังพบว่าเหล็กกว่า 40,000 เส้นถูกจำหน่ายออกจากโรงงานในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แม้คณะกรรมการสอบสวนจะกำหนดให้สุ่มตรวจทุกเตา แต่เมื่อมีการอนุญาตเปิดโรงงานกลับพบว่ามีการตรวจเพียงบางเตาเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการนำตัวอย่างเหล็กไปตรวจสอบกับสถาบันยานยนต์และสถาบันไทย-เยอรมัน ทั้งที่การขออนุญาตเดิมดำเนินการผ่านสถาบันเหล็ก จึงเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งติดตามเหล็กกว่า 40,000 เส้นที่จำหน่ายออกไป ด้วยการสุ่มตรวจตามร้านค้าปลายทางอย่างเข้มงวด พร้อมย้ำเรื่องสำคัญว่า “หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าตรวจด้วยวิธีการสุ่มตรวจเตาหลอมโดยไม่มีการแจ้งโรงงานเหล็กล่วงหน้า” โดยบังคับใช้กับโรงเหล็กทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ ซิน เคอ หยวน เพื่อให้ได้ผลตรวจที่สะท้อนความเป็นจริง หากพบว่าไม่ได้มาตรฐานต้องดำเนินการตามกฎหมาย  

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม มีผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมเหล็ก กลุ่มผู้ผลิตเหล็ก IF และ EAF สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าร่วมรับฟังและชี้แจงข้อมูล โดยทุกฝ่ายรับทราบข้อกังวลเกี่ยวกับการสุ่มตรวจ และเห็นตรงกันว่าต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับถึงปลายทาง

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมด้านเหล็ก ซึ่งต้องจับตาว่าจะมีการปรับมาตรฐานการผลิตหรือไม่ โดยตนได้เสนอ 2 เรื่องสำคัญคือ ต้องกำหนดให้โรงงานต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก” เพื่อควบคุมคุณภาพ และพิจารณาห้ามใช้เทคโนโลยีเตา IF ผลิตเหล็กข้ออ้อยสำหรับเสาและคาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาคารในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับพิรุธ ปล่อยผ่าน ซิน เคอ หยวน ไม่ได้ตรวจทุกเตา ยันเปิดได้ก็ปิดได้ อรรถวิชช์ รับปากลุยสุ่มตรวจทั่วประเทศ

อนุชา ลุยหาเสียงบางขุนเทียน-จอมทอง ชี้ปัญหาชาวบ้านถูกลืม เร่งแก้น้ำกัดเซาะ-สร้างถนนเชื่อมชุมชน

อนุชา ลุยหาเสียงบางขุนเทียน-จอมทอง ชี้ปัญหาชาวบ้านถูกลืม เร่งแก้น้ำกัดเซาะ-สร้างถนนเชื่อมชุมชน

อนุชา ลุยหาเสียงบางขุนเทียน-จอมทอง ชี้ปัญหาชาวบ้านถูกลืม เร่งแก้น้ำกัดเซาะ-สร้างถนนเชื่อมชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.02 น.

“อนุชา” เดินสายบางขุนเทียน-จอมทอง ชี้ปัญหาชาวบ้านถูกลืม เร่งแก้น้ำกัดเซาะ-สร้างถนนเชื่อมชุมชน 

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และ น.ส.เนตรสกาว ชาหอม ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางขุนเทียน เบอร์ 1 ลงพื้นที่สะพานรักษ์ทะเลบางขุนเทียนในช่วงเย็น โดยขับขี่จักรยานยนต์สามล้อ สำรวจเส้นทางรอบพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนใน 6 ชุมชนหลัก ได้แก่ ชุมชนชายทะเลบางขุนเทียน, ชุมชนแสนตอ, ชุมชนวัดหลวงพ่อเต่า, ชุมชนเสาธง, ชุมชนศรีกุมาร และชุมชนคลองพิทยาลงกรณ์

นายอนุชา กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่า ได้เห็นถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งซึ่งเผชิญกับวิกฤตการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ซึ่งสร้างความสูญเสียที่ดินไปแล้วกว่า 2,700 ไร่ ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือปัญหาโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลหนุนสูงรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในยามฉุกเฉิน การเดินทางไปเรียนหนังสือของเด็กนักเรียน ตลอดจนการขนส่งสินค้าประมงและผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งปัจจุบันความไม่สะดวกด้านเส้นทางคมนาคมทำให้การขนอาหารทะเละส่งล่าช้า ส่งผลต่อความสดใหม่และมูลค่าของสินค้า 

“ผมจึงมองว่า การพัฒนาพื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในพื้นที่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคและขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผมจึงมีแนวคิดจะเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างสะพานเข้าสู่ตัวบ้านและถนนที่เชื่อมต่อจากถนนสายหลักเข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างมีมาตรฐาน”นายอนุชา กล่าว

ด้าน น.ส.เนตรสกาว กล่าวเสริมถึงความต้องการของชาวบ้านว่า ประเด็นสำคัญที่ประธานชุมชนสะท้อนมาคือการเรียกร้องให้ย้ายงานเทศกาล “กินปูดูทะเล” ซึ่งเดิมเคยจัดในพื้นที่ชุมชนชายทะเล ให้กลับมาจัด ณ พื้นที่เดิม แทนการไปจัดที่ศูนย์การค้าย่านพระราม 2 เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่รายได้ของคนในชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ชาวบ้านยังต้องการให้มีการก่อสร้างสะพานและปรับปรุงถนนเพื่อเชื่อมต่อการสัญจรเข้าถึงตัวบ้านพักอาศัยในชุมชนที่อยู่ในน้ำได้โดยสะดวก เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากการเดินทางที่ไม่คล่องตัว

จากนั้น นายอนุชาและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์รุ่นใหม่ได้เดินทางต่อไปยังเขตจอมทอง เพื่อพบปะประชาชนที่ตลาดอินดี้ โดยมี นายเจริญ เพ็ชรกิจ ผู้สมัคร ส.ก. เขตจอมทอง เบอร์ 4 มาร่วมสำรวจปัญหาในพื้นที่ด้วย สำหรับพื้นที่เขตจอมทองนั้นเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่นและมีตลาดอินดี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก 

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายอนุชาได้เข้าทักทายผู้ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย เพื่อสอบถามปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ตลาด ระบบระบายน้ำที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน และปัญหาการจราจรติดขัดในซอยย่อย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นที่รวดเร็วและจับต้องได้

นายอนุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า “การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจนำนโยบายเดินทางสะดวก เมืองสะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดี มายกระดับคนกรุงเทพฯ โดยยึดหลักการทำงานที่ตรวจสอบได้และโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าทุกนโยบายที่นำเสนอจะช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวบางขุนเทียน จอมทอง และคน กทม. ทุกเขต ได้อย่างแท้จริง เพราะผมเชื่อมั่นว่ากรุงเทพมหานครเป็นได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน”

‘ภาวุธ’ สส.พรรประชาชน ยันไม่เกี่ยวข้อง Forex ยังไม่ให้ความเห็น รอดูหมายก่อน

‘ภาวุธ’ สส.พรรประชาชน ยันไม่เกี่ยวข้อง Forex  ยังไม่ให้ความเห็น รอดูหมายก่อน

‘ภาวุธ’ สส.พรรประชาชน ยันไม่เกี่ยวข้อง Forex ยังไม่ให้ความเห็น รอดูหมายก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.42 น.

วันที่ 18  มิถุนายน 2569 จากกรณี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมแถลงข่าว เปิดแผนผังรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเครือข่ายหลอกลงทุน Forex ซึ่งทั้งนักการเมืองคนดัง และคนดังในวงการบันเทิง โดยมีรายงานว่า นักการเมืองคนดังที่เกี่ยวข้อง เป็นนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านนั้น

ล่าสุด มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า หนึ่งในบุคคลที่ถูกตรวจสอบในส่วนของนักการเมืองคือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ว่า “รอดูหมายก่อน” และเมื่อถูกสอบถามกรณีกระแสเชื่อมโยงเส้นเงินกับขบวนการ Forex เจ้าตัวกล่าวว่า “ยังไม่มีความเห็น ขอรอข้อมูลอย่างเป็นทางการ” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เอี่ยวนักการเมือง-ดารา? ค้น 24 จุด เครือข่าย Forex ยึดเงินสด-รถหรู-ทองคำแท่ง

จับตา 19 มิ.ย. นี้ รมว.ยุติธรรม จ่อแฉเครือข่าย Forex เถื่อน เปิดชื่อนักการเมือง-คนดังบันเทิงเอี่ยวเพียบ

เปิด 5 ความฝัน ‘ฮุนเซน’ หวังงัดไทย ‘อดีตบิ๊ก ศรภ.’ชี้กัมพูชาเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลวทุกมิติ

เปิด 5 ความฝัน 'ฮุนเซน' หวังงัดไทย 'อดีตบิ๊ก ศรภ.'ชี้กัมพูชาเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลวทุกมิติ

เปิด 5 ความฝัน ‘ฮุนเซน’ หวังงัดไทย ‘อดีตบิ๊ก ศรภ.’ชี้กัมพูชาเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลวทุกมิติ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.02 น.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  กัมพูชาเป็นตัวอย่างของประเทศ ที่ประชาธิปไตยล้มเหลว อย่างชัดเจน ทุกมิติ นับตั้งแต่การโกงเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ 

ที่มอบต่อประชาชนตัวเอง งบประมาณประเทศไร้การตรวจสอบ ประชาชนขาดสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชนถูกปิดปาก การอุ้มหายคู่แข่งทางการเมือง แบบง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก อยู่ในไทยยังตามมายิงจนตายได้ ถ้าต้องการสร้างความปั่นป่วนให้ทหารไทย ใครหนีไปอยู่กัมพูชาก็อุ้มหายให้เข้าใจว่าทหารไทยทำ (นายฮวดตัวการ) 

การเวรคืนที่ดินของประชาชน มาเป็นของตัวเอง หรืออ้างมาเป็นของรัฐ  ก็ทำได้ตลอดเวลา ฯลฯ  กิจกรรมผิดกฏหมายเอาทุกรูปแบบ ตั้งแต่บ่อนขึ้นไปถึงกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งส่วนใหญ่พี่ไทยก็รู้ๆกันดีอยู่ ฯลฯ 

▪️ตอนนี้ ฮุนเซน ก็เหลือชัยภูมิสำคัญ สำหรับต่อรองกับนาๆชาติเพียงแห่งเดียว คือ ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งกำลังใช้ต่อรองกับชาติมหาอำนาจ 2 ชาติ คือ สหรัฐฯ กับ จีน เท่านั้น จีนจึงต้องยอมปล่อยอาวุธออกมาให้กัมพูชาเป็นระยะๆ  ซึ่งอาวุธเหล่านี้ ยังไม่มีสมรรถนะพอที่จะกระทบต่อขีดความสามารถในการตอบโต้ทำลายล้างจากกองทัพไทย หากมีความจำเป็นต้องใช้กำลังในสถานการณ์ความขัดแย้ง และ จีนยังสั่งห้ามฮุนเซนไว้หนักหนา ว่าอย่าไปยั่วยุไทยอีกด้วย

▪️ฮุนเซนมักจะเข้าใจตัวเองผิดว่ามีอำนาจต่อรองเหนือไทยอยู่เหมือนในอดีต  ซึ่งมาจากสินบน นานาชนิด ที่ข้าราชการไทยชอบกันนักหนา และยังมีเงินร่วมลงทุนธุรกิจสีเทาของคนไทยบางส่วนอีกด้วย ฯลฯเรื่อง แบบนี้เองที่ทำให้ฮุนเซนยอมรับสถานการณ์ที่ตัวเองพ่ายแพ้ไม่ค่อยได้ 

▪️ความฝันของฮุนเซนตอนนี้คือ (1) การเอารถถังรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ที่เพิ่งจะได้รับจากจีน มาวางกำลังเผชิญหน้าข่มขวัญไทยทางแนวชายแดนด้านจันทบุรี ตราด ซึ่งน่ากลัวเหมือนกัน (2)การไปปรับความเข้าใจกับคุณทักษิณ (3) การได้เปรียบจากการเจรจาในกรอบของ  UNCLOS   (4) การลดกระแสร์ต่อต้านจากประชาชนของตนเองลงเป็นผลสำเร็จ ตอนนี้ประชาชนกัมพูชาส่วนใหญ่ถูกล้างสมองให้เชื่อว่าการเจรจาในกรอบของUNCLOS กัมพูชาชนะแน่นอน และ (5)ต้องการให้พรรค ประชาชน ของไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาล จะได้คู่กับพรรคประชาชนกัมพูชา ของฮุนเซนพอดี 

◾️ความฝันส่วนใหญ่นั้น มักจะทำให้ทุกคนเคลิ้มกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ

แต่เมื่อตื่นขี้นมาก็ต้องเผชิญกับ “ โลกแห่งความเป็นจริง ”  ซึ่งจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากสำหรับ จอมเผด็จการฮุนเซน