สกร.ดันจัดสอบเทียบเด็กอัจฉริยะ เพิ่มโอกาสคนทุกกลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788131

สกร.ดันจัดสอบเทียบเด็กอัจฉริยะ เพิ่มโอกาสคนทุกกลุ่ม

สกร.ดันจัดสอบเทียบเด็กอัจฉริยะ เพิ่มโอกาสคนทุกกลุ่ม

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างใหม่ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ว่า ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าหน่วยงานภายใน สกร. ในส่วนกลาง มี 12 กอง ประกอบด้วย 1.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 2.กลุ่มตรวจสอบภายใน 3.กลุ่มกฎหมายและนิติการ 4.สำนักงานเลขานุการกรม 5.กองบริหารการคลัง 6.กองบริหารทรัพยากรบุคคล 7.กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ 8.กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง 9.กองยุทธศาสตร์และแผนงาน 10.กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 11.กองมาตรฐานความรู้และรับรองวุฒิ และ 12.ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์  

รักษาราชการแทนอธิบดี สกร. กล่าวต่อว่า สำหรับระดับพื้นที่จะมีหน่วยงานการศึกษา/สถานศึกษา กระจายอยู่ทั่วประเทศประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาค สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถาบันการศึกษาทางไกล และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ โดยภายใต้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด จะมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล และศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ โดยมีการกำหนดกรอบอัตรากำลังของ สกร.ทั้งหมด ดังนี้ เป็นข้าราชการ 4,980 อัตรา พนักงานราชการ 15,139 อัตรา และ ลูกจ้างประจำ 248 อัตรา ซึ่งโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ และการกำหนดกรอบอัตรากำลังใหม่นี้จะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายนนี้

นายธนากร กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันก็เร่งดำเนินการในส่วนของกฎหมายลำดับรองที่ต้องออกตามความใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 และได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง เช่น การกำหนดสถานที่ตั้งของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร/ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอและเขต (กทม.)/ศูนย์การเรียนรู้ตำบลและแขวง (กทม.) การกำหนดอำนาจหน้าที่ของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” การประกาศให้จัดตั้งศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ ซึ่งกำหนดให้เป็นสถานศึกษาไปแล้วจำนวน 39 แห่ง และการกำหนดให้หน่วยจัดการเรียนรู้มีอำนาจในการรับรองคุณวุฒิให้แก่ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษา โดยมีการออกเป็นประกาศนียบัตร หรือ วุฒิบัตร หรือ หนังสือรับรองความรู้ เพื่อนำไปสะสมในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ

“ในส่วนของการจัดการศึกษาเพื่อเด็กอัจฉริยะ สกร.กำลังดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสอบเทียบ เพื่อรองรับเด็กกลุ่มนี้ และเพื่อให้การศึกษาขั้นพื้นฐานมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สกร.จึงได้ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการจัดทำหลักสูตรมาตรฐานของชาติมาจัดสอบ และมอบสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ออกข้อสอบ นอกจากนี้จะหารือกับมหาวิทยาลัย ให้ช่วยจัดทำหลักสูตรนักส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ครูและบุคลากรเข้ารับการอบรม โดยเรียนที่มหาวิทยาลัยเพียง 1-2 วัน และศึกษาทำงานในพื้นที่ให้มาก 3-6 เดือน จบแล้วได้รับหน่วยกิตไปสอบเทียบระดับปริญญาโทได้ เพื่อเตรียมบุคลากรได้ปรับตัวและพร้อมปฏิบัติงานใหม่ๆ ตามภารกิจในกฎหมายและโครงสร้างใหม่ของ สกร.ซึ่งผมมองว่างานของ สกร. คือ แผนที่เพิ่มโอกาสคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย” นายธนากร กล่าว

มจพ.จัดประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788132

มจพ.จัดประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8

มจพ.จัดประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้จัดการประชุมใหญ่เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 ภายใต้ “Theme : Actions toward a carbon neutral society” โดยมี ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นประธานกล่าวต้อนรับ โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปีเครือข่ายฯ พร้อมด้วย ดร.ชนะ ภูมี Vice President Sustainability SCG นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) นายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง ประธานคณะกรรมการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย 2566 ผศ.ดร.กฤษชัย ศรีบุญมา รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 3 อาคาร 50 ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.นนทบุรี

ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มจพ. กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย และเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคส่วนการศึกษา โดยเป็นต้นแบบให้กับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมไทย และการประกาศเจตนารมณ์ของสมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบาย Carbon Neutrality โดยตั้งเป้าหมายการดำเนินการภายในปี ค.ศ.2040 ร่วมกัน

“ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงมาก และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและขยะ ส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงถือกำเนิดเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยในขณะนั้น มีมหาวิทยาลัยจำนวน 16 แห่ง เป็นสมาชิกและเป็นมหาวิทยาลัยผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันมีเครือข่ายรวมทั้งหมด 47 มหาวิทยาลัยที่ผ่านมาเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง” อธิการบดี มจพ. กล่าว

ศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อไปว่า การจัดประชุมเครือข่ายฯ ครั้งนี้ทีมงาน Green KMUTNB และเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้เกิดการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ มีกิจกรรมจัดการประชุมเครือข่ายและนำเสนอผลงานด้านความยั่งยืน การประกวดโครงงานและนวัตกรรมความยั่งยืนของ นิสิต นักศึกษา กิจกรรมการบรรยายเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมการพัฒนาที่ยั่งยืนจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และกิจกรรมการศึกษาดูงานตามเส้นทาง “โครงการ 3 คลอง 3 ราชธานี” และมีพิธีปิดการประชุม เพื่อส่งมอบธงให้กับเจ้าภาพการจัดประชุมวิชาการประจำปีเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9 เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของชาติ และ Sustainable Development Goals, SDGs ขององค์การสหประชาชาติ และยังเป็นการช่วยให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero CO2 2050) ตามนโยบายของประเทศไทยและสหประชาชาติ ในปีค.ศ.2050 เพื่อให้เป็นต้นแบบแก่สังคมและประเทศชาติต่อไป

‘รมช.สุรศักดิ์’ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี เกาะติดการศึกษา รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาอุปสรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788122

'รมช.สุรศักดิ์'ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี เกาะติดการศึกษา รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาอุปสรรค

‘รมช.สุรศักดิ์’ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี เกาะติดการศึกษา รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาอุปสรรค

วันจันทร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.12 น.

“รมช.สุรศักดิ์”ลงพื้นที่เกาะติดการศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาอุปสรรค ลั่นเรื่องไหนขับเคลื่อนเร่งด่วนได้ ทำทันที พร้อมเปิด“อาคารหิรัญราษฎร์” ชี้ออกแบบสอดคล้องบริบทพื้นที่ ตอบโจทย์นโยบาย“เรียนดี มีความสุข”

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดอาคารเรียนแบบพิเศษ “อาคารหิรัญราษฎร์” ณ โรงเรียนวัดศรีสุวรรณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายพิชัย ชมภูพล ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 นายบุญยิ่ง ย้งลี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตอำเภอท่าชนะ นายโชคดี ศรัทธากาล ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายศิริ ศักดิ์ศรี ที่ปรึกษารมว.แรงงาน นางสุชาดา ลิ่มสวัสดิ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุราษฎร์ธานี เขต 2 ผอ.โรงเรียนทุกโรงเรียน บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียนแบบพิเศษ “อาคารหิรัญราษฎร์”ของโรงเรียนวัดศรีสุวรรณในวันนี้ จากการรับฟังคำกล่าวรายงาน จะเห็นได้ว่าอาคารและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน เนื่องจากสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ดีจะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียนเป็นอย่างมาก สำหรับอาคารเรียนแบบพิเศษหลังนี้ มีความพิเศษเพราะมีการออกแบบที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยอาคารเรียนแบบพิเศษเป็นอาคารหลังแรกของ สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานด้วยว่า อาคารเรียนแห่งนี้ กระแสไฟฟ้าที่จะใช้ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการขยายหม้อแปลงไฟฟ้าและโรงเรียนยังขาดงบประมาณอีกจำนวนหนึ่ง ในฐานะ รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.ให้มารับฟังเสียงสะท้อนต่างๆเมื่อรับทราบถึงปัญหาก็พร้อมที่จะให้การดูแลช่วยเหลือเพื่อทำให้ลูก ๆ นักเรียนของเราทุกคนได้ใช้อาคารเรียนอย่างเต็มศักยภาพ

“ผมได้เห็นอาคารเรียนแล้ว รู้สึกยินดีกับทางโรงเรียนวัดศรีสุวรรณเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้ใช้ประโยชน์จากอาคารเรียน ในการแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ ทั้งยังหวังว่าอาคารเรียนหลังนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน มีความสะดวกสบาย ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านผู้บริหาร คณะครูตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผมยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานของท่านในทุกโอกาส จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” รมช.ศธ.กล่าว

จากนั้น รมช.ศธ.ได้เดินทางไปยังโรงเรียนไชยาวิทยา อำเภอไชยา เพื่อมอบนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” พร้อมรับฟังการขับเคลื่อนนโยบายและรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากตัวแทนผู้อำนวยการโรงเรียน ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ตัวแทนผู้บริหารอาชีวศึกษา ตัวแทนสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายสุรศักดิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ เพราะเห็นว่าการลงพื้นที่เป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างยิ่ง ที่จะทำให้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้บริหาร และที่สำคัญคือได้รับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆจากพื้นที่ ได้เห็นสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้รับฟังสภาพปัญหาที่ตรงจุด ดังนั้นหากเรื่องไหนที่ได้รับการสะท้อนปัญหามาแล้ว สามารถขับเคลื่อนแก้ไขได้ก็พร้อมที่จะนำกลับไปดำเนินการขับเคลื่อนและแก้ไขในทันที​ เราจะร่วมใจกันจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

– 006

‘ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย’ร่วมสมโภชอุโบสถ160ปี รับประกาศจากสมเด็จพระสังฆนายกเมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788017

‘ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย’ร่วมสมโภชอุโบสถ160ปี รับประกาศจากสมเด็จพระสังฆนายกเมียนมา

‘ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย’ร่วมสมโภชอุโบสถ160ปี รับประกาศจากสมเด็จพระสังฆนายกเมียนมา

วันจันทร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.44 น.

‘ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย’ร่วมสมโภชอุโบสถ160ปี รับประกาศจากสมเด็จพระสังฆนายกเมียนมา

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.67 สิตากู สยาดอร์ ดร.ภัททันตะ ญานิสสระ อภิธชมหารัฐคุรุ สมเด็จพระสังฆนายกแห่งนิกายชเวจิน นายกสภาสถาบันพระพุทธศาสนานานาชาติสิตากู เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายมหาสังฆทานในโอกาสสมโภชพระอุโบสถไม้สัก ณ วัดมหาธรรมิกยามะ ชเวจิน ไตมาจี เมืองมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ในการนี้พระเดชพระคุณพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในนามคณะสงฆ์ประเทศไทย เข้ารับประกาศเกียรติคุณยกย่องหลวงพ่อธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก พร้อมทั้งกล่าวปสาทนียกถา จากนั้นคณะศิษยานุศิษย์ได้น้อมถวายมหาสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 200 รูป

พระอุโบสถไม้สักอายุกว่า 160 ปีหลังนี้ สร้างขึ้นจากพระราชดำริของพระเจ้ามินดง กษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบอง มีพุทธศิลป์แบบเมียนมาที่งดงาม โดดเด่นด้วยลวดลายการสลักไม้อย่างวิจิตร อลังการ และได้พระราชทานถวายแด่สะยาดอร์ จาการะ พระมหาเถระผู้ก่อตั้งนิกายชเวจิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้านิกายหลักของประเทศเมียนมา

ในปี 2561 ชเวจิน สยาดอร์ ภัททันตะ ทุติวาระ เจ้าอาวาสวัดมหาธรรมิกยามะ ชเวจิน ไตมาจี รูปปัจจุบันได้เล็งเห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้ริเริ่มโครงการบูรณะพระอุโบสถทั้งหลัง วัดพระธรรมกาย และคณะศิษย์ยานุศิษย์ ตระหนักและซาบซึ้งถึงความเมตตาของคณะสงฆ์เมียนมาที่มีต่อวัดพระธรรมกาย ประเทศไทยมาโดยตลอด จึงได้ถวายการอุปถัมภ์โครงการด้วยการถวายพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ปลียอดพร้อมทั้งส่งอุบาสกถาวร พรหมถาวร ผู้เชี่ยวชาญงานไม้มาเป็นหัวหน้างานปฏิสังขรณ์พระอุโบสถหลังนี้ จนกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2566 เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เป็นธรรมบูชา เทิดทูนพระสัทธรรม และเป็นสังฆบูชา ตอบแทนในความเมตตา ปรารถนาดี เป็นอนุสรณ์แห่งสังฆไมตรี และสังฆสามัคคีอันดีระหว่างกันและกันสืบไป

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787914

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระดับชาติอาชีวศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 21.45 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีปิดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมี นายอาคม จันทร์นาม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา คุณอิทธิพล ภู่โกสีย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซียร์ พร๊อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) ผู้แทนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค 5 ภาค คณะกรรมการดำเนินงาน ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้บริหารสำนัก ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากร นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี

นายยศพล กล่าวว่า งานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 เป็นความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของคณะกรรมการฯและระดับภาค 5 ภาค ตลอดจนคณะกรรมการดำเนินงานทุกท่าน ซึ่งงานสุดยอดนวัตกรรมฯ นำมาสู่ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 30 ผลงาน ใน 6 ประเภทการแข่งขัน โดยมีสถานศึกษาและผลงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมสมัยใหม่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน เครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน เครื่องกรอเส้นฝ้ายสำหรับถักทอด้วยระบบไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคลำพูน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องใส่คอถุงและฝาจุกก้อนเชื้อเห็ดแครงระบบกึ่งอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์วัดความอ่อน-แก่ ของทุเรียน NIR KTL-TC01 วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์  รางวัล HONOR AWARD ได้แก่  ผลงาน เครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน แคชเชียร์อัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน ระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้อัจฉริยะ เวอร์ชั่น 2.0 วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน ชุดเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นอัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน เครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบAI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน เครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบ AI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี

ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ชุดเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องพ่นไอน้ำกรองอากาศอัตโนมัติด้วยระบบเทคโนโลยีพลังงานโซล่าเซลล์ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ตัดแปลง EV Green Energy วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน ตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ยำหยา ข้าวยำใบยอกึ่งสำเร็จรูป วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน เพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องดื่มเยลลี่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ผสมเม็ดบีดส์จุลินทรีย์โพรไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากแป้งปลายข้าวหอมไชยาพันสาหร่ายเทียมจากใบชะคราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน เพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา

ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Care) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ลุคล้ม วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องฝึกสหสัมพันธ์ของมือและตา วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ รางวัลรองชนะเลิศอันคับ 3 ได้แก่ ผลงาน สมาร์ท บ๊อกซ์ เฮลแคร์ (Smart Box Health care) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แผ่นแว็กซ์กำจัดขนจากน้ำผึ้งชันโรงเสริมสารเหนียว ด้วยไมโครคริสตัลไลน์แว็กซ์ วิทยาลัยเทคนิคสตูล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน แฮร์โทนิค เอ็กซ์ตร้า 6 พลัส (HAIR TONIC EXTRA 6 PLUS) วิทยาลัยการอาชีพพิชัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์มูสโฟมล้างมือเสริมยูจีนอลสกัดจากสมุนไพร วิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทางจากผ้าทอเกาะยอ (รักษ์ยอ Bag) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน SUPANNIKA COSMETICS การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้ำหอม จากน้ำนมข้าวและสารสกัดธรรมชาติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด

“นับเป็นเรื่องดี ๆที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ได้ใช้ความรู้ทางความสามารถจากการเรียนในสายวิชาชีพ รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ศึกษา มาพัฒนาผลงานนวัตกรรม และการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่ชุมชน สู่เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกรางวัล ทุกสิ่งประดิษฐ์ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ให้เราร่วมกันพัฒนา และส่งต่อถึงรุ่นน้องๆ ให้ช่วยกันชูผลงานจากสิ่งประดิษฐ์ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งการเรียนสายอาชีวะจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้อย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

– 006

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787884

'สมเด็จพระสังฆราชฯ'เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

‘สมเด็จพระสังฆราชฯ’เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.41 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ และเหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมฐานรากอาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม การนี้ ทรงเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ และเหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมฐานรากอาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานสวดพระพุทธมนต์ และพระคณาจารย์นั่งปรก ทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ พระราชวชิรโมลี รองเจ้าคณะภาค 14 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ) วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม พระครูธรรมธรอดิเรก อนุตฺตโร เจ้าคณะตำบลหนองราชวัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองทราย จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดถึงศิษย์เก่า และนิสิตปัจจุบัน ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายสักการะ ถวายจตุปัจจัย ไทยธรรม ถวายแผ่นทอง จากนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หย่อนแผ่นทอง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และโปรยข้าวตอกดอกไม้ ประธานฝ่ายฆราวาส ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระคณาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต คณะกรรมการอำนวยการสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร เป็นอันเสร็จพิธี

อนึ่ง เมื่อเวลา 08.09 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดธูปเทียนบูชาฤกษ์หน้าโต๊ะเครื่องบวงสรวง แล้วนำผู้ร่วมพิธี ปักธูปหางบูชาเครื่องบวงสรวง โหรอ่านโองการบูชาฤกษ์อัญเชิญเทวดา และในเวลา 08.39 น. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ตามลำดับ จากนั้น นายกสมาคมฯ จุดเทียนน้ำมนต์ แล้วนิมนต์พระคณาจารย์ 4 รูป นั่งปรกอธิษฐานจิตประจำทั้ง 4 ทิศ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่หอพระของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสิงห์ดำ”

“การจัดสร้างพระบูชาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อระดมทุนในโครงการปรับปรุงช่อมแซมฐานราก อาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของคณะรัฐศาสตร์ฯ ให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม ปลอดภัยต่อคณาจารย์ นิสิต และผู้ใช้งาน ซึ่งพระบูชาได้จำลองแบบมาจาก พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ มาปรับรายละเอียดบริเวณฐานให้มีความสง่างามขึ้น ประกอบด้วย ผ้าทิพย์ ได้รับพระเมตตาประทานพระอนุญาตเชิญตราอักษรพระนาม “ออป.” ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ส่วนฐานด้านหลังประดับตราสัญลักษณ์ของสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.ร.จ.) ประกอบกับฐานบัวสองชั้นล้อมรอบด้วยพระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า โดยใช้ชนวนมวลสารโลหะจากการสร้างครั้งแรกและชนวนมวลสารจากพิธีสำคัญต่าง ๆ มาเป็นส่วนผสมในเนื้อโลหะของพระพุทธรูปที่สร้างในครั้งนี้” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายการวัตถุมงคลที่เปิดให้สั่งจอง ได้แก่ 1. พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว บูชาองค์ละ 15,000 บาท 2. เหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เนื้อทองคำลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 99,000 บาท เนื้อทองคำ บูชาองค์ละ 95,000 บาท เนื้อเงินลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 2,500 บาท เนื้อเงิน บูชาองค์ละ 2,000 บาท เนื้อนวโลหะ บูชาองค์ละ 1,500 บาท และเนื้อทองแดง บูชาองค์ละ 300 บาท โดยวัตถุมงคลทุกรายการจัดสร้างตามยอดสั่งจอง ซึ่งจะมีโค้ดและหมายเลขกำกับทุกองค์

“พี่น้องชาวสิงห์ดำทุกรุ่น และผู้สนใจ สามารถบูชาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2567 โดยสามารถติดต่อสั่งจองวัตถุมงคล 2 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางที่ 1 สั่งจอง Online ผ่าน QR Code ตามโบรชัวร์ ติดต่อสอบถาม นางสาวธิศวรรณ กรรณรงค์ รุ่น 67 โทร. 09-8261-6977 นายทัชมินทร์ ปากจั่น รุ่น 74 โทร. 08-0574-0008 และช่องทางที่ 2 สั่งจอง On-site ได้ที่ อาคารเกษมอุทยานิน (รัฐศาสตร์ 60 ปี) ชั้น 12 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดต่อสอบถาม นายนิรันดร์ จินดาวรรณ ผู้จัดการ ส.ร.จ. รุ่น 36 โทร. 08-1344-4455 มีช่องทางการชำระเงินสั่งจองทางบัญชีเลขที่ 006-0-25454-8 ชื่อบัญชี จัดสร้างพระเชียงแสนสิงห์หนึ่งเพื่อสาธารณกุศล ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนวิสุทธิกษัตริย์” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787875

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

‘ป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ตรุษจีน67 ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน-หลวงปู่ไต้ฮง

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.12 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง

วานนี้ (วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการ  คณะผู้ช่วยกรรมการ คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง (มะโรง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับชาวจีนแล้ว   ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว  และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มีทั้งการสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ร่วมลงชื่อทำบุญ “พะเก่ง”  คือการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา โดยพระสงฆ์อนัมนิกาย  เพื่อ สะเดาะเคราะห์  เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา  รับประทาน “สาคูสิริมงคล” รวมทั้งรับ “ฮู้แดง” ประทับยันต์หลวงปู่ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย เพื่อความเป็นสิริมงคล เฮง ๆ ตลอดปีใหม่จีน

ซินเจียยู่อี่   ซินนี้ฮวดไช้ …  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณ ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ร่วมทำบุญในเทศกาลตรุษจีน ขอให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ตลอดปี ตลอดไป

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787809

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

เลขาฯคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ

วันเสาร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.47 น.

เลขาธิการคุรุสภา ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบตั๋วครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ ครั้งที่ 1/2567 พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าสอบ 16 แห่งทั่วประเทศ  28,678 คน 

วันนี้ (17 ก.พ. 2567) ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายวิชาครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พบว่าการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสำหรับการจัดการทดสอบฯในครั้งนี้ คุรุสภาจัดการทดสอบฯ จำนวนทั้งสิ้น 16 แห่ง พร้อมกันทั่วประเทศ

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวว่า การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 คุรุสภาจัดขึ้น จำนวน 2 วัน รวมจำนวน 6 รอบ แบ่งเป็นวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ในรอบที่ 1 (ระบบกระดาษ) รอบที่ 2 (ระบบกระดาษ) และรอบที่ 3 (ระบบอิเล็กทรอนิกส์) และในวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ในรอบที่ 4 (ระบบกระดาษ) รอบที่ 5 (ระบบกระดาษ) และรอบที่ 6 (ระบบอิเล็กทรอนิกส์) มีผู้เข้ารับการทดสอบฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 28,678 คน ใน 16 สนามสอบ ดังนี้

สนามสอบภาคกลาง 3 แห่ง จำนวน 9,447 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 1,032 คน , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) 8,056 คน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 359 คน

สนามสอบภาคเหนือ 3 แห่ง จำนวน 4,294 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 1,588 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 1,180 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 1,526  คน

สนามสอบภาคตะวันออก 1 แห่ง จำนวน 453 คน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 453 คน

สนามสอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง จำนวน 10,771 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น 1,380 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 3,805 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 1,869 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 3,717 คน

และสนามสอบภาคใต้ 5 แห่ง จำนวน 3,713 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ 312 คน , มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1,021 คน, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 645 คน, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ 1,093 คน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 642  คน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ แบ่งเป็นผู้เข้ารับการทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5,003 คน และเข้ารับการทดสอบด้วยระบบกระดาษ จำนวน 23,675 คน

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อว่า การตรวจเยี่ยมสนามทดสอบฯ ณ  ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันนี้ เป็นการตรวจดูความเรียบร้อยของสนามทดสอบฯ ซึ่งจัดการทดสอบทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระดาษ การจัดสอบทั้งสองรูปแบบเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการทดสอบที่มีความต้องการสมัครสอบเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดการสอบระบบกระดาษควบคู่กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับผู้เข้าสอบได้มากขึ้น โดยภาพรวมของการจัดการทดสอบฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ มีรายงานจากสนามสอบอื่น ๆ พบว่า การจัดการทดสอบดำเนินการด้วยความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน และทุกสนามสอบปฏิบัติตามมาตรการการเข้ารับการทดสอบอย่างเคร่งครัด เป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและปลอดทุจริต

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบทั้ง 6 รอบแล้ว คุรุสภาจะประกาศผลการทดสอบฯ ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์คุรุสภา  https://www.ksp.or.th และ https://ksp67.thaijobjob.com และหากประสงค์ที่จะพิมพ์ผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเป็นรายบุคคล ให้ผู้เข้ารับการทดสอบดำเนินการด้วยตนเองผ่านระบบ “KSP Self-Service” ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเท่านั้น

‘กยศ.’ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787692

'กยศ.'ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

‘กยศ.’ปรับโครงสร้างหนี้วันแรก ผู้กู้ยืมทำสัญญาแล้วกว่า 1 พันราย-ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 19.30 น.

กยศ.เปิดปรับโครงสร้างหนี้วันแรก มีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย เผยหลังทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด

16 ก.พ.67 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดให้ผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันแรก มีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย ปลดภาระผู้ค้ำประกันหลังจากทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทันที ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนนัดหมายวันเข้าทำสัญญาล่วงหน้าทางเว็บไซต์ กยศ. และกองทุนฯจะทยอยทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้กู้ยืมจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 กองทุนฯได้เปิดให้ผู้กู้ยืมที่ลงทะเบียนนัดหมายเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นวันแรก โดยมีผู้กู้ยืมเข้ามาทำสัญญากว่า 1,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสิทธิ์เข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้แก่ ลูกหนี้ทุกกลุ่ม โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กู้ยืมผ่อนชำระเงินคืนกองทุนฯเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ให้ส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้น และผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดหลังจากทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนนัดหมายเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ ทางเว็บไซต์ http://www.studentloan.or.th โดยจะเปิดให้เข้ามาทำสัญญาทุกวันไม่เว้นวันหยุด เวลา 09.00 – 20.00 น. และกองทุนฯจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้กู้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน รวมถึงลดกระบวนการดำเนินคดี/บังคับคดี ซึ่งคาดว่าจะมีเงินกลับเข้ามาที่กองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง และทำให้มีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา รุ่นน้องต่อไป

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้’วิมลวิทยานุกูล’ชนะเลิศสุดยอดการแสดง’การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787609

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้'วิมลวิทยานุกูล'ชนะเลิศสุดยอดการแสดง'การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต'ประจำปี 2566

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้’วิมลวิทยานุกูล’ชนะเลิศสุดยอดการแสดง’การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ประจำปี 2566

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.18 น.

เยาวชนไทยต้านคอรัปชัน! โรงเรียนเสาไห้”วิมลวิทยานุกูล”ชนะเลิศสุดยอดการแสดง”การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต”ประจำปี 2566 ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาที่สำคัญของชาติที่สร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การต่อต้านการทุจริต มิใช่ภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นภาระหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างสังคมไทยที่ไม่ทนต่อการทุจริต…ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต โดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ  และกระทรวงวัฒนธรรม โดย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นางรงค์รุจา สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัด “การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2566” โดยผ่านการคัดเลือกจากผลงานทั่วประเทศ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ทีมสุดท้าย ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ภูมิใจคัดเลือกทีมชนะเลิศสุดยอดการแสดงต่อต้านคอรัปชัน ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี คว้าถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

โครงการประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต” ประจำปี 2566  เปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศ สร้างสรรค์ผลงานโดยนำบทเพลงรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของมูลนิธิฯ ทั้ง 10 เพลง มาต่อยอดเรียงร้อยเป็นละครเพลงผ่านการแสดงที่รวมความสามารถในด้านต่าง ๆ ของเยาวชนไทย ทั้งการร้องเพลง และการแสดงเพื่อส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนทั่วประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักรู้ถึงผลเสียหายความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนเป็นส่วนหนี่งในการสร้างเครือข่ายในการร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการประกวดฯ มีดังนี้

– รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชื่อ : โจโรโถโลโปตี จาก ทีม เสาไห้การละคร  โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ.สระบุรี  รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 50,000 บาท

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานชื่อ : มือกร้าน เลือดกล้า จาก ทีม RS.B. DRAMA  โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน กรุงเทพฯ รับถ้วยเกียรติยศ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต พร้อมเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 40,000 บาท และยังได้รับเลือกเป็นทีมขวัญใจมหาชน รับทุนการศึกษา 20,000 บาท

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  ผลงานชื่อ : BEST SELLER จาก ทีม ฅนญ้อ โรงเรียนอุเทนพัฒนา จ.นครพนม รับถ้วยเกียรติยศ จากกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเกียรติบัตรจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และทุนการศึกษา 30,000 บาท

ทุกผลงานแสดงออกถึงการตระหนักรู้และเข้าใจในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันที่จะส่งผลร้ายต่อสังคมและประเทศชาติ โดยมีความร่วมสมัย เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศ  ผู้สนใจติดตามชมเทปบันทึกภาพ ‘การประกวดละครเพลงต่อต้านการทุจริต’ ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 23 และ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 เวลา 15.00 – 16.00 น. ทางช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ระบบ HD ช่อง 111 ระบบ SD ช่อง 37 และทั้ง 6 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้รับการนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ และสื่อต่าง ๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีจัดทำสปอตสรุปผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศเพื่อเผยแพร่ความสามารถของเยาวชนไทย โดยจะนำออกอากาศทางช่องรายการต่าง ๆ ของทรูวิชันส์ทั้ง 19 ช่องอีกด้วย

– 006