24 กุมภาพันธ์ คืนวันมาฆบูชา ‘ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788597

24 กุมภาพันธ์ คืนวันมาฆบูชา 'ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี'

24 กุมภาพันธ์ คืนวันมาฆบูชา ‘ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี’

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.46 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยคืนวันมาฆบูชา 24 กุมภาพันธ์ 2567 จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี” หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon) ส่งผลให้ดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าปกติเล็กน้อย สังเกตการณ์ได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร.เปิดเผยว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ดวงจันทร์เต็มดวงโคจรอยู่ในระยะไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือเรียกว่า “ไมโครฟูลมูน” (Micro Full Moon) เวลาประมาณ 19:32 น. มีระยะห่างจากโลกประมาณ 405,909 กิโลเมตร คืนดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กกว่าปกติเพียงเล็กน้อย เวลาที่เหมาะสมในการสังเกตการณ์ คือ ช่วงเย็นของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:22 น. เป็นต้นไป ทางทิศตะวันออก

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันขึ้น 15 ค่ำ หรือ วันเพ็ญ คือวันที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หันด้านที่ได้รับแสงอาทิตย์เข้าหาโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เต็มดวง เมื่อดวงอาทิตย์ลับของฟ้าทางทิศตะวันตก ดวงจันทร์เต็มดวงจะขึ้นทางทิศตะวันออก ดังนั้น ในวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง จะไม่สามารถสังเกตดวงอาทิตย์ในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 29.5 วัน ดวงจันทร์จึงจะกลับมาเต็มดวงอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี 1 รอบ ใช้เวลา 27.3 วัน ส่งผลให้ในแต่ละเดือนจะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ใกล้โลกและไกลโลก แต่ทว่า ณ ขณะที่ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ตำแหน่งใกล้โลกที่สุด หรือไกลโลกที่สุด อาจไม่ใช่วันที่ดวงจันทร์เต็มดวงก็ได้ นักดาราศาสตร์จึงใช้ “ช่วงที่สามารถเห็นดวงจันทร์เต็มดวง” มากำหนดวันเกิดปรากฏการณ์ ที่เกี่ยวกับตำแหน่งการโคจรของดวงจันทร์ใกล้โลก และไกลโลกที่สุดซึ่งตำแหน่งที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร และตำแหน่งที่ดวงจันทร์ไกลโลกที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร การที่ผู้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าปกติในคืนไกลโลกนั้น นับเป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

สำหรับปีนี้ ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) จะเกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษา 17 ตุลาคม 2567 มีระยะห่างจากโลกประมาณ 357,358 กิโลเมตร เวลา 18:28 น. ดวงจันทร์จะปรากฏสว่างเด่นเต็มดวง และมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย สามารถติดตามข้อมูลได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

– 006

‘เสมา 1’เร่งยกระดับคะแนน PISA พร้อมพัฒนาการจัดการศึกษาในภาพรวม ลดความเหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788548

'เสมา 1'เร่งยกระดับคะแนน PISA พร้อมพัฒนาการจัดการศึกษาในภาพรวม ลดความเหลื่อมล้ำ

‘เสมา 1’เร่งยกระดับคะแนน PISA พร้อมพัฒนาการจัดการศึกษาในภาพรวม ลดความเหลื่อมล้ำ

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร ศธ.ว่า ที่ติดตามความคืบหน้าการยกระดับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA โดยได้เร่งรัดให้คณะทำงานยกระดับคะแนน PISA ที่มี ดร.ธงชัย ชิวปรีชา อดีตผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นประธาน ให้มีการขับเคลื่อน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตั้งคณะทำงานในแต่ละหน่วย โดยรับแนวทางการทำงาน จากคณะทำงานของ ดร.ธงชัย เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นเอกภาพเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแผนการดำเนินการ รวมถึงมีการวิเคราะห์แนวทางการดำเนินการ

“ที่ประชุมหารือเรื่องการยกระดับคะแนน PISA  เป็นประเด็นหลัก ทั้งนี้ PISA เป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่จะมาบอกว่า มาตรฐานการศึกษาของเรายังมีความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการ เพื่อทำให้มาตรฐานการศึกษามีความใกล้เคียงกัน โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่จะต้องประสานการทำงานร่วมกัน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการยกระดับ PISA จะมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะยาว จะต้องมีการปรับหลักสูตร ส่วนระยะสั้น จะให้มีโรงเรียนวิทยาศาสตร์เป็นพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยโรงเรียนใกล้เคียง จัดหลักสูตรออนไลน์ เข้าไปช่วยอัพสกิล รีสกิล การจัดการเรียนการสอนให้กับครู ซึ่งโดยหลักการแล้ว ก็คงทำในลักษณะไฮบริด ทั้งระบบออนไลน์ ในภาพกว้างเพื่อให้การดำเนินการเห็นผลอย่างรวดเร็ว และหากยังมีครูกลุ่มใดที่ยังไม่แตกฉานก็อาจต้องมีการพัฒนาในรูปแบบออนไซต์อีกครั้ง ส่วนระยะสั้น คงไม่ใช่การจัดติวให้กับเด็กกลุ่มที่จะสอบในปี 2025 เป็นพิเศษ แต่จะดำเนินการพัฒนาการจัดการศึกษาในภาพรวม โดยตนพยายามย้ำมาตลอดว่า PISA เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่ต้องช่วยกัน คือ ทำอย่างไรให้เด็กทุกคน ได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพดีขึ้น ตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้อนุมัติให้จัดทำแผนเสนอของงบประมาณในการจัดทำแพลตฟอร์ม ในปี 2568 ถือเป็นการดำเนินการระยะที่สอง หากมีความสมบูรณ์ก็คิดว่ามาตรฐานการศึกษาของเราจะดีขึ้นแน่นอน

“ผมขอย้ำเตือนผู้บริหาร ศธ.ทุกคน ช่วยกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ซึ่งต้องยอมรับว่า ทุกคนมีความตื่นตัว และพยายามทำให้มีความเป็นธรรม โดยดำเนินการทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายครู ที่มีการปรับปฏิทินจากเดิมที่จะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 พฤษภาคม มาเป็นวันที่ 1 เมษายน เพื่อให้ครูมีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับจัดการเรียนการสอนทันเปิดภาคเรียนในวันที่ 16 พฤษภาคม เชื่อว่าการทำงานจะมีความเป็นระบบมากขึ้น ถือเป็นการทำงานที่เป็นระบบ และมีความเป็นเอกภาพ” รมว.ศธ.กล่าว

‘อรรถพล ใหญ่สว่าง’อดีตอัยการสูงสุด นำสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรฯจัดงานถวายพระพร‘ในหลวง ร.10’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788528

‘อรรถพล ใหญ่สว่าง’อดีตอัยการสูงสุด นำสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรฯจัดงานถวายพระพร‘ในหลวง ร.10’

‘อรรถพล ใหญ่สว่าง’อดีตอัยการสูงสุด นำสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรฯจัดงานถวายพระพร‘ในหลวง ร.10’

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.39 น.

“อรรถพล ใหญ่สว่าง”อดีตอัยการสูงสุด นำสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรฯจัดงานถวายพระพร แสดงความจงรักภักดี เนื่องในวโรกาสในหลวง ร.10 ครบ 6 รอบ 72 พรรษา

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนสามเสน แขวงดุสิต กรุงเทพฯ ได้จัดงานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 ครบรอบ 124 ปี โดยปีนี้ ศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ในฐานะนายกสมาคมฯ , พล.อ.อ.วีรพงษ์ นิลจินดา อุปนายก , พล.ท.เจิมโชค ทุมมานนท์ อุปนายกฯ , นายเกษม เกียรติสูงส่ง เลขาธิการ และ รศ.ดร.นพ.พิทยา จารุพูนผล อดีตนายกสมาคมฯ นำชาวสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรฯ ร่วมกันถวายพระพร เนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคล ครบ 6 รอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศ.พิเศษ อรรถพล เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร และสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับอนุญาตจดทะเบียนตั้งเป็นสมาคมนิติบุคคลก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2475 โดยใช้ชื่อ เบญจมบพิตรสมาคม มีวัตถุประสงค์เป็นหลักเพื่อส่งเสริม และธำรงรักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ การกุศล และส่งเสริมการศึกษานักเรียนโรงเรียนเบญจมบพิตร หรือโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร , พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ความช่วยเหลือต่อกัน ในระหว่างสมาชิกสมาคม นอกจากการถวายพระพรในช่วงรอบปีที่ผ่านมาทางสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรได้จัดกิจกรรมมากมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อาทิ บันทึกเทปถวายพระพรสมเด็จพระพระราชินี , บันทึกเทปถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , ให้การสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาเเละวิชาการ รวมถึงแจกทุนการศึกษาจำนวนมาก และกิจกรรมทำบุญเพื่อทำนุบำรุงศาสนาตามวัดต่างๆ และกิจกรรมการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความสามัคคี

สำหรับ ศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาแล้ว 2 สมัย ตั้งแต่ช่วงปี 2554 – 2556 และสมัยที่ 2 ช่วงปี 2556 – 2558 โดยวาระที่ได้รับเลือกล่าสุดเป็นสมัยที่ 3 จะอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่ปี 2566 – 2568

นอกจากนี้ ศ.พิเศษ อรรถพล เคยดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 11 และต่อมาได้รับเลือกจากอัยการทั่วประเทศให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการ (ประธาน ก.อ.) จากการเลือกตั้งคนแรกตามกฎหมายใหม่ ยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอัยการ นายกสมาคมชาวฉะเชิงเทรา , นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหลายหน่วยงาน บุคคลดีเด่นต้านคอร์รัปชั่นประจำปี 65 จากสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หลังผลักดันร่างระเบียบสอบวินัย ระดับรอง อสส.

– 006

วศ.อว.เดินหน้าศูนย์ทดสอบ T-CAV ยกระดับความปลอดภัยยานยนต์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788356

วศ.อว.เดินหน้าศูนย์ทดสอบ T-CAV  ยกระดับความปลอดภัยยานยนต์ไทย

วศ.อว.เดินหน้าศูนย์ทดสอบ T-CAV ยกระดับความปลอดภัยยานยนต์ไทย

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นที่พึ่งของประชาชน และแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของประเทศโดยล่าสุดมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เร่งเดินหน้าผลักดันโครงการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (T-CAV) ณ EECi วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง เพื่อพร้อมให้บริการอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล หวังดึงดูดการลงทุนของบริษัทชั้นนำระดับโลกทางด้านFuture mobility และเป็นตัวเร่งให้เกิดระบบนิเวศของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวง อว. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมการก่อสร้างสนามทดสอบ CAV สำหรับใช้ทดสอบระบบนำทางของรถอัตโนมัติ จำลองลักษณะของถนนในประเทศไทย โดยเฉพาะถนนในเขตเมือง สัญญาณจราจร ป้ายจราจร อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เช่น รั้วกันชน พื้นที่อับสัญญาณ เช่น อุโมงค์หรือหลังคา พื้นที่รบกวนสัญญาณภาพ เช่น พื้นที่มีเงารบกวนจากต้นไม้ พร้อมทั้งทดสอบระบบขับเคลื่อนของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV รวมไปถึงระบบสื่อสารและโทรคมนาคมแบบ WiFi, 4G LTE, 5G 2600MHz เพื่อตรวจสอบสมรรถนะการทำงานของโปรแกรมการนำทางและโปรแกรมเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ รวมทั้งทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างศูนย์ควบคุมกับรถอัตโนมัติหรือระหว่างรถอัตโนมัติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมาตรฐานของสนามได้รับการรับรองจาก IDIADA ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรรมชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานทางด้านการทดสอบยานยนต์มากกว่า 25 ปี

ในปี 2566 วศ.อว. ได้ให้บริการทดสอบเพื่อยืนยันสมรรถนะระบบAutomatic Emergency Braking (AEB) ให้กับผู้ประกอบการ 3 ราย ได้แก่ BMW (Thailand), GPSC และ Horizon Plus โดยร่วมมือกับ วศ. ในการเตรียมขั้นตอนการทดสอบระบบ advance driver assistance system (ADAS) และระบบ autonomousdriving (AD) โดยการผลิตดังกล่าวจะอยู่ที่โรงงานผลิตยานยนต์ของ Horizon Plus ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นอกจากนี้ยังได้ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ มุ่งเน้นที่การทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัยของระบบช่วยขับขี่และระบบ ขับขี่อัตโนมัติlevel 3-4 จำนวน 4 นวัตกรรม ได้แก่ รถไฟฟ้าอัตโนมัติ (BYD e6) ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) รถกอล์ฟไฟฟ้าอัตโนมัติของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ระบบเก็บข้อมูลการเคลื่อนที่แบบใช้ GNSS แม่นยำสูง และหุ่นยนต์ส่งของระดับความอัตโนมัติ Level 4 ยี่ห้อ NEOLIX

ดังนั้น เมื่อโครงการนี้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ วศ.อว. มั่นใจว่าจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และหุ่นยนต์ของประเทศให้ได้มาตรฐานระดับสากล สามารถกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่ EEC และในประเทศโดยคาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ถึง 200,000 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของไทยให้สามารถสร้างนวัตกรรมที่ขายได้ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค มีผู้ประกอบการทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในไทยเพิ่มขึ้นและสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์รถอัตโนมัติ ยานยนต์ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ (ADAS) ของไทยได้เอง

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติอาชีวศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788358

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติอาชีวศึกษา

สอศ.ประกาศสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติอาชีวศึกษา

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีปิดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปี 2566 โดยมีนายอาคม จันทร์นาม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา นายอิทธิพล ภู่โกสีย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซียร์ พร๊อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) ผู้แทนมูลนิธิ
อาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค 5 ภาค คณะกรรมการดำเนินงาน ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้บริหารสำนัก ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากร นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี

นายยศพล กล่าวว่า งานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2566 เป็นความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของคณะกรรมการฯและระดับภาค 5 ภาค ตลอดจนคณะกรรมการดำเนินงานทุกท่าน ซึ่งงานสุดยอดนวัตกรรมฯ นำมาสู่ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา2566 จำนวน 30 ผลงาน ใน 6 ประเภทการแข่งขัน โดยมีสถานศึกษาและผลงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมสมัยใหม่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานเครื่องกรอเส้นฝ้ายสำหรับถักทอด้วยระบบไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคลำพูน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานเครื่องใส่คอถุงและฝาจุกก้อนเชื้อเห็ดแครงระบบกึ่งอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงานอุปกรณ์วัดความอ่อน-แก่ ของทุเรียน NIR KTL-TC01 วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงานเครื่องคั่วกาแฟด้วยโอ่งดินชนิดไร้ควันระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานแคชเชียร์อัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้อัจฉริยะ เวอร์ชั่น 2.0 วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานชุดเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นอัจฉริยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงานเครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบ AI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงานเครื่องระบุตำแหน่งถนนชำรุดด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพระบบ AI วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี

ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชุดเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานเครื่องพ่นไอน้ำกรองอากาศอัตโนมัติด้วยระบบเทคโนโลยีพลังงานโซลาร์เซลล์ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ตัดแปลง EV Green Energy วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงานตู้อบและรมควันประหยัดพลังงานสำหรับแปรรูปปลาเม็ง วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานยำหยา ข้าวยำใบยอกึ่งสำเร็จรูป วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานเพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานเครื่องดื่มเยลลี่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ผสมเม็ดบีดส์จุลินทรีย์โพรไบโอติกวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงานผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากแป้งปลายข้าวหอมไชยาพันสาหร่ายเทียมจากใบชะคราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงานเพรทเซลโพสไบโอติก วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา

ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Care) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานลุคล้ม วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน เครื่องฝึกสหสัมพันธ์ของมือและตา วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ รางวัลรองชนะเลิศอันคับ 3 ได้แก่ ผลงาน สมาร์ท บ๊อกซ์ เฮลแคร์ (Smart Box Health care) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน วีลแชร์ แอนด์ วอล์คเกอร์ (Wheelchair and walker) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แผ่นแว็กซ์กำจัดขนจากน้ำผึ้งชันโรงเสริมสารเหนียว ด้วยไมโครคริสตัลไลน์แว็กซ์ วิทยาลัยเทคนิคสตูล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน แฮร์โทนิค เอ็กซ์ตร้า 6 พลัส (HAIR TONIC EXTRA 6 PLUS) วิทยาลัยการอาชีพพิชัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานผลิตภัณฑ์มูสโฟมล้างมือเสริมยูจีนอลสกัดจากสมุนไพร วิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทางจากผ้าทอเกาะยอ (รักษ์ยอ Bag) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา รางวัล HONOR AWARD ได้แก่ ผลงาน SUPANNIKA COSMETICS การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้ำหอม จากน้ำนมข้าวและสารสกัดธรรมชาติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด

“นับเป็นเรื่องดีๆ ที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ได้ใช้ความรู้ทางความสามารถจากการเรียนในสายวิชาชีพ รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ศึกษา มาพัฒนาผลงานนวัตกรรม และการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่ชุมชน สู่เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกรางวัล ทุกสิ่งประดิษฐ์ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ให้เราร่วมกันพัฒนา และส่งต่อถึงรุ่นน้องๆ ให้ช่วยกันชูผลงานจากสิ่งประดิษฐ์ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งการเรียนสายอาชีวะจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้อย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กอศ. กล่าว

ศธ.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเสมอภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788359

ศธ.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเสมอภาค

ศธ.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเสมอภาค

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ PISA แห่งชาติ ว่า มีมติแต่งตั้ง ดร.ธงชัย ชิวปรีชา อดีตผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับ PISA โดยมีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วม และจะมีคณะทำงาน ในมิติ ศธ.อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรุงเทพมหานคร และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการทำงาน ทั้งนี้ ในส่วนของ สช. เท่าที่ดูผลคะแนนประเมินค่อนข้างต่ำ จึงต้องไปดูรายละเอียดในการทำงานให้รอบด้าน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในการทำงานจะมีทั้ง ระยะสั้น และระยะยาว โดยระยะสั้น คือ การรับมือกับการสอบ PISA ในปี 2025 ให้มีผลการประเมินที่ดี ส่วนระยะยาว จะต้องมีการวางแผนในการยกระดับคุณภาพ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้มากขึ้น เพราะจากการประเมิน จะเห็นได้ชัดเจนว่า โรงเรียนสายวิทยาศาสตร์ต่างๆ จะได้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก ในขณะที่โรงเรียนขยายโอกาส หรือโรงเรียนสังกัดท้องถิ่น จะมีคะแนนประเมินPISA และคะแนนการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ค่อนข้างต่ำดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษาในภาพรวมทั้งระบบ

“การประเมิน PISA ทำให้เห็นว่ามาตรฐานการศึกษาของประเทศไทยยังไม่เท่าเทียมกัน โดยจะมีการกำหนดระยะเวลาการดำเนินการที่ชัดเจนเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการ ส่วนการสอบในปี 2025 คะแนน PISA จะขยับมากขึ้นหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ แต่จะทำเต็มความสามารถ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่ตัวเด็กดังนั้นเราต้องทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการสอบ PISA ซึ่งจากการลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่โรงเรียนต่างๆ ผมก็พยายามบอกกับเด็กๆ ให้เห็นความสำคัญและบอกเด็กเก่งๆ ต้องไปสอบ PISA เพื่อให้ตัวชี้วัดการสอบ PISA ของกระทรวงฯและของประเทศดีขึ้น เพราะนักลงทุนจะมาลงทุน ดังนั้น ผมก็หวังว่าผลการสอบ PISA ครั้งหน้าจะดีขึ้นแน่นอน” รมว.ศธ. กล่าว

‘ศุภมาส’ สั่งวิจัย ‘ปลาพญานาค’ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการสัตว์ทะเลหายาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788360

‘ศุภมาส’ สั่งวิจัย ‘ปลาพญานาค’  พร้อมจัดแสดงนิทรรศการสัตว์ทะเลหายาก

‘ศุภมาส’ สั่งวิจัย ‘ปลาพญานาค’ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการสัตว์ทะเลหายาก

วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 05.30 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ว่า NSM ได้รับซาก “ปลาออร์” (Oarfish) หรือ “ปลาพญานาค” ตัวที่ 2 หลังจากพบซากติดอวนเรือประมง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาและ NSM ได้เดินทางไปรับซากปลาพญานาคเมื่อวันที่ 18 ก.พ.โดยตนได้กำชับให้ ผศ.ดร.รวิน ศึกษาวิจัยทั้งด้านอนุกรมวิธานและพันธุกรรม ซึ่งถือว่ามีความสำคัญทางวิชาการอย่างยิ่งเพราะปลาพญานาค ถือเป็นตัวอย่างสัตว์ทะเลหายาก ดังนั้น เป็นโอกาสที่ดีที่นักวิชาการด้านธรรมชาติวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญของNSM จะได้ทำการศึกษาปลาชนิดนี้เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูล จะได้เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่เราจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต และที่สำคัญจะได้มีโอกาสนำไปจัดแสดงให้กับประชาชนและเยาวชนได้ดูสัตว์ทะเลหายากที่พบในทะเลไทยด้วย

ขณะที่ ดร.วีระ วิลาศรี ผอ.กองวิชาการสัตววิทยา สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา NSM เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ในการพบ “ปลาออร์” (Oarfish) ในประเทศไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ซากปลาดังกล่าวเนื้อหนังอยู่ในสภาพดี แต่ส่วนหัวมีความเสียหายเล็กน้อยอาจจะเกิดจากตอนเก็บซากขึ้นมา แต่โดยรวมซากมีความสมบูรณ์ประมาณ 70% ซึ่งวัดขนาดความยาวได้ 2.85 เมตรน้ำหนัก 8.6 กิโลกรัม นับว่าเป็นการพบปลาชนิดนี้ตัวแรกที่ จ.ภูเก็ต โดยไต๋เล็ก เรือ ป.มัสยานำโชค 4 หน่วยงานประมงจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเเละพัฒนาประมงทะเลจังหวัดภูเก็ต และศูนย์ PIPO ได้ทำการตรวจสอบและนำมาส่งมอบให้กับ NSM เพื่อให้ทำการศึกษา โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา NSM ก็เพิ่งได้รับซากตัวแรกมาจาก จ.สตูล แต่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์มากนักและถูกนำมาเก็บรักษาด้วยเทคนิคการดองเพื่อการศึกษาด้านอนุกรมวิธาน ซึ่งครั้งนี้เราได้รับมาอีก 1 ตัว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่นักวิชาการด้านธรรมชาติวิทยาจะได้ทำการศึกษาปลาชนิดนี้ โดยเราจะศึกษาในแง่ลักษณะกายภาพของปลา สัณฐานวิทยา ลักษณะการกินอาหารของปลาชนิดนี้

ด้าน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.NSM กล่าวว่า หลังจากทำการศึกษาซาก“ปลาออร์” เสร็จ ทั้ง 2 ตัว NSM จะนำไปเก็บรักษาด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด เพราะถือเป็นสมบัติของชาติ และเตรียมนำไปจัดแสดงผ่านนิทรรศการเพื่อให้คนไทยได้เห็นตัวจริงกันต่อไป

‘นายกสภาทนายความ’จัดงานวันทนายความประจำปี 2567 มอบโล่ทนายความดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788398

'นายกสภาทนายความ'จัดงานวันทนายความประจำปี 2567 มอบโล่ทนายความดีเด่น

‘นายกสภาทนายความ’จัดงานวันทนายความประจำปี 2567 มอบโล่ทนายความดีเด่น

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 18.51 น.

“นายกสภาทนายความ”จัดงานวันทนายความประจำปี 2567 มอบโล่ทนายความดีเด่น มอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความรุ่นที่ 60 และมอบโล่รางวัลชนะเลิศให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันโต้วาทีภาคภาษาอังกฤษ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ เป็นประธานจัดงานวันทนายความ โดยในช่วงเช้าได้จัดพิธีสงฆ์ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทนายความผู้ล่วงลับและได้มีการมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด อดีตกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ ผู้มีจิตศรัทธา มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 103116 ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จำนวน 1 ไร่ 1 งานเศษ ให้แก่สภาทนายความ

พร้อมทั้งได้มอบโล่ให้แก่ทนายความดีเด่น ประจำปี 2567 และมอบโล่รางวัลชนะเลิศให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันโต้วาทีภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งในปีนี้ ผู้ชนะเลิศได้แก่ นางสาวทอปัด พยุงธรรม นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะนิติศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ , นางสาวปัณฑารีย์ รัตนสัมพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ และนายอาร่อน ลู้ค เรเยส นูกี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ ทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ

รองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่ นายธนกิตต์ แซ่จู นักศึกษาชั้นปีที่ 3 นางสาวกานต์พิชชา ราชสีหา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 และนางสาวอินจิน ไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (ทีมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ)

รองชนะเลิศอันดับสองได้แก่ นางสาวปัณฑารีย์ รัตนสัมพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ และนายอาร่อน ลู้คเรเยสนูกี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะบริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ

สำหรับการจัดงานวันทนายความปีนี้ ได้จัดพิธีมอบใบอนุญาตให้เป็นทนายความ รุ่นที่ 60 โดย ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ซึ่งถือว่าเป็นการจัดพิธีมอบใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทนายความเป็นครั้งแรก

– 006

สานฝันของเยาวชนคนรักดนตรี ในงานTHE GRAND STAGE AKARAKITA ปราจีนบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788258

สานฝันของเยาวชนคนรักดนตรี ในงานTHE GRAND STAGE AKARAKITA ปราจีนบุรี

สานฝันของเยาวชนคนรักดนตรี ในงานTHE GRAND STAGE AKARAKITA ปราจีนบุรี

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 13.43 น.

‘ร.ร.ดนตรีอัครคีตา-โรบินสัน ไลฟ์สไตล์’สานฝันของเยาวชนคนรักดนตรี ในงานTHE GRAND STAGE AKARAKITA ปราจีนบุรี

อาจารย์อัครพงษ์  รัตนวราห ผู้อำนวยการโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี และสนับสนุนโดยโรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดปราจีนบุรี  เมื่อช่วงวันที่ 17 -18 กุมภาพันธ์  2567 ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์อาหาร ชั้น 2 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์จังหวัดปราจีนบุรี THE GRAND STAGE AKARAKITA ได้เปิดเวทีทำ กิจกรรมดนตรีดีๆ เพื่อเยาวชน ชุมชน และท้องถิ่น ในจังหวัดปราจีนบุรี  โดยมีการแสดงความสามารถทางดนตรีของคุณครูโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี คุณครูหนึ่ง เปียโน  คุณครูป่าน ซอด้วง  คุณครูมะปราง ไวโอลีน   คุณครูโอ๋ ไวโอลีน  “บรรเลงเพลง….ในบทเพลงพระจันทร์แทนใจ” เล่นผสมผสานเครื่องดนตรีสากลกับเครื่องดนตรี

ทั้งนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุคคลสำคัญที่มุ่งหวังจะทำให้ดนตรีเข้าถึงเยาวชนทุกคน  และทำให้ทุกคนเข้าถึงดนตรี  ซึ่งผ่านการเรียนการสอนจากผู้รู้เกี่ยวกับดนตรี และมีประสบการณ์ เล่นเครื่องดนตรี จากโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงความสามารถทางดนตรีที่ หลากหลายรูปแบบ ทั้งการเล่น การบรรเลง การขับร้อง  และการเต้น  อาทิ   กีต้าร์ ไวโอลิน กลอง เปียโน  แซกโซโฟน  ขับร้อง  เต้น โดยนักเรียนโรงเรียนดนตรีอัครคีตา จังหวัดปราจีนบุรี  จำนวน 350 ท่าน และทีมคุณครูผู้สอนทุกท่าน คือความฝันอันยิ่งใหญ่ ของคนรุ่นใหม่ในอนาคต ที่พร้อมเปิดโลกความสุขสู่ประตูแห่งเสียงดนตรีไทย

ปลัด มท.เชิญชวนคนไทยแสดงความจงรักภักดี แชร์เพลง’ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788221

ปลัด มท.เชิญชวนคนไทยแสดงความจงรักภักดี แชร์เพลง'ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง'

ปลัด มท.เชิญชวนคนไทยแสดงความจงรักภักดี แชร์เพลง’ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง’

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 10.02 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนคนไทย แชร์ Music Video เพลง “ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง” ทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

20 กุมภาพันธ์ 2567  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ได้มีการเสนอเรื่องที่มีบุคคลได้ขับรถยนต์บีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะเสด็จผ่านทางร่วมต่างระดับมักกะสัน โดยมีพฤติการณ์ขับรถยนต์ด้วยความเร็วเพื่อไปให้ทันขบวนเสด็จซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดกั้นรถยนต์คันดังกล่าวจนได้มีการโต้เถียง ซึ่งต่อมาได้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าว และเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ศาลอาญาได้ออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว

“กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจึงได้จัดทำ Music Video เพลง “ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง” ถวายกำลังใจด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียงเสียงประสานโดย ดร.จุมพล ทองตัน หรือโกไข่ มี คุณไก่ พรรณนิภา จิระศักดิ์ เป็นผู้ขับร้อง และรับการสนับสนุนอำนวยการผลิตโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคุณคนคีตา พรหมสุวรรณ ในการช่วยร้อยเรียงตัดต่อวิดีโอ ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดูแลการผลิตทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงออกในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2567 โดยสามารถดูคลิปได้ที่ลิงก์ https://youtu.be/BPoLGRE0088?si=A_PZBi_OzTN9xxLj พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้คนไทยช่วยเผยแพร่เพลงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และทุกช่องทาง และขอให้ช่วยกันสนองแนวพระราชดำริในโครงการต่าง ๆ อาทิ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างรากฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชจริยาวัตรที่ประชาชนทั่วไปได้เห็นประจักษ์ คือ พระเมตตาและความเอาพระทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงมีพระราชปณิธานที่จะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากเดือดร้อนโดยเท่าเทียมทุกหมู่เหล่า ไม่เลือกเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา พสกนิกรต่างยกย่อง และชื่นชมในพระบารมี พระองค์ทรงได้รับการขนานนามว่า “เจ้าฟ้านักพัฒนา” ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเล่าเรียน ทรงเป็นทั้งทูลกระหม่อมอาจารย์ และมีโครงการในพระราชดำริเพื่อการพัฒนาหลายโครงการ ใส่ใจการศึกษาโดยการมอบทุนแก่เด็กนักเรียน โครงการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน สร้างป่า สร้างรายได้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร หน่วยแพทย์พระราชทาน ความร่วมมือกับต่างประเทศ และอีกมากมาย เพื่อการพัฒนาในทุกมิติแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ทั่วโลก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนประเทศไทยที่ยั่งยืน พระองค์ทรงให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เเละยารักษาโรค ด้วยการส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักสวนครัว ตามโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และส่งเสริมให้ทุกพื้นที่สาธารณะมีพืชผลที่สามารถรับประทานได้ ตามโครงการทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ด้วยเหตุนี้กระทรวงมหาดไทย จึงขอพระราชทานน้อมแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และขอแสดงจุดยืนด้วยชีวิต ในการพิทักษ์ รักษา ปกป้องมิให้บุคคลใดมาดูหมิ่นพระเกียรติของพระองค์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งในประเทศ เเละต่างประเทศได้รวมพลังกันในการแสดงความจงรักภักดี ด้วยการเผยแพร่คลิป Music Video เพลง “ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง” ที่กระทรวงมหาดไทยจัดทำเพื่อถวายกำลังใจด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่านลิงค์ https://youtu.be/BPoLGRE0088?si=A_PZBi_OzTN9xxLj ทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้คนไทยช่วยกันสนองแนวพระราชดำริในโครงการต่าง ๆ อาทิ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างรากฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และขยายผลต่อ ๆ ไปด้วยการทำผ่านมือเล็ก ๆ ทั้งสองมือของพวกเราให้เกิดพลังการเปลี่ยนเเปลงอันยิ่งใหญ่่ ร่วมกันทำความดีถวายพระพร ทำให้แนวพระราชดำริเกิดผลลัพธ์ที่ทวีความสมบูรณ์พูนสุข สร้างคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม สร้างความรัก ความสามัคคีให้แก่ชาติบ้านเมือง อันเป็นการปฏิบัติบูชาน้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยไปด้วยกัน.012