รวมดารา-คนดังทุกรุ่น ร่วมปิดวาระสุดท้ายมหาพุทธาภิเษก’เหนือเมฆ’ใจกลางศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช

รวมดารา-คนดังทุกรุ่น ร่วมปิดวาระสุดท้ายมหาพุทธาภิเษก'เหนือเมฆ'ใจกลางศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช

รวมดารา-คนดังทุกรุ่น ร่วมปิดวาระสุดท้ายมหาพุทธาภิเษก’เหนือเมฆ’ใจกลางศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

ปิดวาระสุดท้ายของพิธีมหาพุทธาภิเษก “เหนือเมฆ” รวมพลังศรัทธาที่รวมดารา-ศิลปินทุกรุ่น มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ในวันพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นำทีมโดยตำนานรุ่นใหญ่ของวงการ ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี นำทัพดาราสายมู อาทิ บอล กัมมัญญ์, กุ้ง สุธิราช, อู๋ นวพล, ต๊ะ บอยสเก๊าท์, อรอนงค์ ปัญญาวงค์, วิทย์ ภูธฤทธิ์, เอ็กซ์ ธิตินันท์, ฌาร์ม ไอยวริญท์, เปรี้ยว อนุสรา, วาม จิรกิตติ์ และอีกมากมาย รวมไปถึงเซียนพระชื่อดังลงใต้ตรงดิ่งไปที่ศาลหลักเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทำพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญรุ่นเหนือเมฆ (จตุคามรามเทพ) วาระสุดท้าย ของพระครูรัตนสิกขการ (พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม) วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) โดยมี เฮียโป๋-ธีรพล  นพรัมภา เป็นประธานจัดสร้างวัตถุมงคล และ มาดามเดียร์-ปฐมาภรณ์  เตมียเวส ประธานดำเนินการสร้างวัตถุมงคลเหรียญเหนือเมฆที่ขึ้นชื่อลือชาว่าใครได้ไปบูชาบุญวาสนาจะพาลอยเหนือเมฆ

โดยบรรยากาศในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญรุ่นเหนือเมฆและการเจริญพุทธมนต์ต่อองค์พ่อจตุคามรามเทพ ในครั้งนี้ถือเป็นวาระที่ 7 (วาระสุดท้าย) ที่จัดได้ยิ่งใหญ่และสุดขลัง เพราะมีการนิมนต์พระเกจิคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมปรกจิต สวดคาถาจุดเทียนชัย ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ กรวดน้ำ รับพร และจุดประทัดจำนวนกว่า 200,000 นัด ณ มณฑลพิธี ศาลหลักเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความพิเศษยิ่ง เพราะเป็นที่ประดิษฐานของ “องค์พ่อจตุคามรามเทพ” สิทธาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงไว้ซึ่งความเมตตาและอิทธิฤทธิ์อันสูงส่ง การได้เข้าร่วมพิธี ณ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นการเพิ่มพูนพลังบุญบารมีและได้รับพรจากองค์พ่อไปพร้อมกัน สมชื่อเหนือเมฆ เหนือปาฏิหาริย์ ที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ที่น่าอัศจรรย์ ณ ขณะประกอบพิธีท้องฟ้าและดวงอาทิตย์เปล่งประกายเจิดจรัสเฉิดฉาย เสริมความขลังปลุกเสกให้เหรียญรุ่นเหนือเมฆ ซึ่งจะมีพุทธคุณหนุนดวงให้คนที่นำไปบูชาเฮงและปัง มาเหนือใครลอยเหนือเมฆ ตามหลักจตุคามศาสตร์ ก่อนที่จะส่งวัตถุมงคลให้กับผู้ที่ได้เช่าบูชาต่อไป 

โดยภายในงานยังร่วมแจกทานข้าวสาร 2,000 ถุง และวัตถุมงคลรุ่นเหนือเมฆ พูดจริง ทำจริง  แจกจริง ที่เต็มเปี่ยมด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เสริมดวงหนุนดวงให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองสมปรารถนาตามที่ท่านตั้งจิตอธิฐาน

ทั้งนี้ยังได้ร่วมบุญใหญ่ซึ่งการจัดสร้างในครั้งนี้เพื่อนำรายได้ถวายเงินให้วัดในเตาเพื่อไปจัดสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองประมาณ 50 นาที ที่จังหวัดตรัง  และสามารถติดตามรายละเอียดและอัพเดทข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่ เวปไซด์ เหนือเมฆ.com  (https://xn--62c1bya2bl3d2ce.com/)

‘เจมี่ บูเฮอร์’เผยสั่งเสียก่อนตาย หลังพบก้อนเนื้อที่หน้าอก ขอธีมงานศพใช้สีชมพู

'เจมี่ บูเฮอร์'เผยสั่งเสียก่อนตาย หลังพบก้อนเนื้อที่หน้าอก ขอธีมงานศพใช้สีชมพู

‘เจมี่ บูเฮอร์’เผยสั่งเสียก่อนตาย หลังพบก้อนเนื้อที่หน้าอก ขอธีมงานศพใช้สีชมพู

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.17 น.

กลายเป็นที่ฮือฮาในแอป ตต ที่ไลฟ์สดในทุกวัน จนมีแฟนๆ เข้าไปถามไถ่ กับแม่หมอ ”เจมี่ บูเฮอร์“ เพราะนอกจากให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตแล้ว ยังมีการดูดวงให้กับผู้ที่สนใจ เจ้าตัวยืนยันผ่านการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องOne 31 ว่าตนเองไม่ใช่ผู้พิเศษ ด้วยเงินที่หลายคนฝากมา เจ้าตัวได้เป็นสะพานบุญเอาไปต่อยอดบริจาคในสถานที่ต่างๆ พร้อมอัพเดทอาการล่าสุดหลังจากพบก้อนเนื้อที่บริเวณหน้าอก จนเจ้าตัวได้สั่งเสียกับญาติว่า ถ้าจะต้องมีงานศพ ขอเป็นธีมสีชมพู

เริ่มเรื่องแรกเลย เห็นว่าเจอเหตุการณ์ระทึก?

“คือเราคลำที่หน้าอก แล้วมันเหมือนมีก้อน ซึ่งทั้งสองข้างมันไม่เหมือนกัน รับรู้ได้จากการคลำ ตอนแรกก็ปลอบใจตัวเองว่ามันคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่สักพักมันเริ่มไม่สบายใจ แต่รู้สึกว่ามันไม่มีก้อน ที่หน้าอกข้างขวา ตัดสินใจว่าจะไปหาคุณหมอ ซึ่งพอเราไปพบคุณหมอ สีหน้าคุณหมอไม่ค่อยดี ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นก้อนเนื้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซ็น ซึ่งพอเราได้ยินขนาดนี้ คิดอย่างเดียวว่าคือมะเร็ง และระหว่างที่รอผลจากซีทีสแกน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าชีวิตเราดิ่งสุด แต่ผลมันยังไม่ออกนะ และใน 4 วันที่รอผล คือเราก็สั่งเสียที่บ้าน ว่าถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ งานศพเราจะเป็นแบบไหน ห้ามใส่สีดำ เพราะมันจะดูเศร้า ให้ใส่สีชมพู อย่าแห่เหมือนงานศพทั่วไป อยากให้มีกลองยาว สนุกสนาน แต่กลับกันเราก็เศร้า เราก็กลัวเหมือนกัน แต่พอผลออกมา ไม่ใช่ซีส์ ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นผลจากซิลิโคลนรั่ว”

การที่ซิลิโคลนรั่ว มันอันตรายในระดับไหน?

“คือในร่างกายของเรา มันไม่ควรมีอะไรแปลกปลอมเข้าไป มันจะทำให้ร่างกายเรามีพังผืด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้เลย ถ้าเรารู้ปุ๊บ เราควรจะผ่าตัดออกไปทันที ซึ่งคุณหมอบอกว่ามันเริ่มรั่วมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว ใหญ่เท่าฝ่ามือ แล้วปกติซิลิโคนมันหนามาก แต่มันอาจจะมีรูรั่วเล็กๆ ซึ่งเกิดหนึ่งในร้อย มันเป็นการซึมออกมาทีละนิด แต่ถ้าปล่อยไว้นานพังผืดมันก็จะกลายเป็นเนื้อหน้าอก มันอาจจะยากขึ้นในการผ่าตัดออก การผ่าตัดเอาอันเก่าออก แล้วเอาอันใหม่เข้ามา ซึ่งมันขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของหมอ”

แต่เห็นว่าการผ่าตัดครั้งนี้ เราก็จัดใหญ่จัดเต็ม?

“ก็คือเอาเราเสียขวัญแล้ว ก็เลยให้รางวัลตัวเองตัวเอง นอกจากการเปลี่ยนหน้าอกแล้ว จัดเซ็ตใหญ่เลย ดูดไขมัน ทำมินิเฟซลิฟ ดึงหน้าฉบับเล็กขึ้น พอทำเสร็จแล้วเราก็รู้สึกว่าเราสวยขึ้น เราก็ชื่นใจ”

ขอย้อนกลับไปตอนเข้าวงการแรกๆ เริ่มจากการที่เราฝันอยากจะเป็นดาราตั้งแต่เด็ก?

“ตั้งแต่จำความได้เลยว่า ฉันจะเป็นดารา ตอนเด็กๆ เราจะบอกคนรอบข้างว่าหนูจะเป็นดารา อย่างเวลาเราไปไหว้พระ เราก็อธิษฐานจิตอย่างเดียวว่าขอให้หนูเป็นดารา พ่ออายุ 12 เราไปเจอโมเดลลิ่งที่สยาม เริ่มจากการแคสโฆษณา และแคสหนัง พอได้เล่นหนังแล้ว เราก็มาเล่นละครที่กันตนา คือในยุคเนี่ยมันต้องเป็นกระแสถึงจะมีงาน แต่ในยุคนั้นมันคือชิ้นงานจริงๆ พิสูจน์ด้วยผลงาน ถ้าเรื่องนี้ยูเล่นไม่ดี เรื่องหน้ายูไม่ได้เล่นแล้ว ในยุคนั้นวัดฝีมือกันด้วยงาน“

และผลงานชิ้นไหนที่ทำให้ ถนนโล่ง เพื่อไปดู?

”เรื่องเงาอโศก ถือว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดของเจมี่ เป็นเรื่องที่เรตติ้งสูงอันดับ 6 ตลอดกาล ซึ่งยุคนั้นมันไม่มีโซเชียลมีเดีย แต่พอในยุคนี้ทุกคนมีมือถือในมือ ก็สามารถดูผ่านทางมือถือได้เลย และสิ่งที่คุณจำเราได้คือเสียงกรี้ด แต่ตอนนั้นที่เราเล่นคือต้องร้ายลึก ร้ายแบบมีอินเนอร์ เพราะมันต้องกรี๊ดแบบมีอารมณ์“

แม้ตอนนั้นเราดังมาก  แต่เราก็มีกฎว่ารับละครทีละหนึ่งเรื่อง?

”ยุคนั้นกับยุคนี้ไม่เหมือนกัน  ยุคนั้นมันต้องโฟกัสที่ตัวผลงาน นักแสดงที่เป็นเซียนๆ ในสมัยนั้น เค้าจะต้องโฟกัสละครทีละเรื่อง อยู่กับคาแรกเตอร์นั้น 7 วันเลย“

แต่อยู่ดีก็อิ่มตัวกับการเล่นละคร ? 

”มันเริ่มจากที่เราเล่นเรื่องปริศนา เราคิดว่านี่จะเป็นเรื่องสุดท้ายของเรา มันเป็นการเล่นแบบสุดตัว คือเราชอบเรื่องนี้มาก เราทุ่มเทกับมันมาก พอสุดกับเรื่องนี้ เราก็เลยถามตัวเองว่าหรือว่าเราจะเลิกเล่นละครดีไหม หนูก็ไปบอกพี่โอ๋ฐาปกรณ์ ว่าหนูจะไม่เล่นละครแล้วนะ หนูจะไปขายไก่ทอด ตอนนั้นอายุ 18 ซึ่งตอนนั้น เราชอบกินไก่กับข้าวเหนียวมาก อีกอย่างตอนนั้น บทที่เราได้รับมันก็เป็นไดอะล็อคเดิมๆ เพราะเราคิดว่าเราอยากจะมีชีวิตด้านอื่นด้วย ซึ่งเพื่อนเรามีชีวิตปกติ แต่เราไม่มีอะไรเลย ชีวิตอยู่แค่กองถ่าย จากนั้นเราก็เดินสายไปทำบุญ หาเงินทำผ้าป่า มันก็เป็นความสุขอีกแบบนึง มันทำให้เรามีความสุขจากการทำบุญ“

ชีวิตมันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ? 

”มันเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนเคยฝันว่าอยากตื่นสายๆ กินกาแฟสวยๆ อยู่บ้าน แล้วตอนนั้นทุกอย่างที่เราเคยคิดมันก็จะเกิดขึ้นจริง มันทำให้รู้สึกว่าการที่เราใช้ชีวิตอยู่ มันไม่จำเป็นที่เราต้องมีเงินมากมาย“

นอกจากเราทำบุญแล้ว  เรายังไปเรียนศาสตร์ การเป็นหมอดูเพิ่มเติม? 

”เราเดินสายทำบุญแล้ว มันก็มีค่าใช้จ่าย เราก็ต้องหาอาชีพ เพื่อหารายได้ คือเราสามารถดูไพ่ยิปซีได้ เราเริ่มดูตั้งแต่อายุ 14 เริ่มจากตอนเราไปแคสงาน แล้วเราเจอคนที่เขามาดูดวงให้เรา ซึ่งเขาดูแล้วมันแม่น เราก็ไปเริ่มศึกษา เราก็ดูเป็น เราก็เอาไพ่ไปอยู่ในกองถ่าย มันเคยมีเหตุการณ์ที่เราดูคนในกองถ่าย เรื่องครอบครัวเขา อีกอาทิตย์นึงถัดมาเค้าก็มาถามเราว่าเอาไพ่มาไหม เราก็คิดว่า ไม่อยากดูให้เขาแล้ว เพราะกลัวมันจะเกิดดราม่า ตั้งแต่นั้นมาเราก็เลยหยุดดู จากนั้นอายุ 18 ก็มาดูไพ่ยิปซี แต่พอมาทำอาชีพจริงๆ จำไม่ได้ว่าอายุ 25 หรือ 26 ไปดูให้คนไทยที่เมืองนอก คนมาดูเยอะมาก ค่าดูไม่ถึง 1000 บาท สามารถเก็บเงินได้ภายใน 2-3 แสนบาทภายในสองอาทิตย์ ซึ่งใครอยากอยู่กับเราให้ไปตามที่ช่อง TikTok สวีทไลฟ์เลม่อน ของเราได้ ซึ่งการที่บางคนเค้าฝากเงินเรามาทำบุญ เราก็เป็นสะพานบุญต่อยอดไปให้เขา เจมี่ไม่ใช่ผู้วิเศษนะคะ เรียกไอ้ เรียกอี ได้เหมือนเดิมนะคะ(ยิ้ม)“

และเห็นว่าไปเจอเรื่องราวลี้ลับ ไปเจอตอนอายุเท่าไหร่?

”เรียกว่าเป็นการเจอผี ครั้งแรกตอนอายุ 12 เราไปซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษ ที่ต่างประเทศถ้าเราไม่มีรถ เราต้องเดิน เราต้องเดินผ่านสุสานซึ่งเป็นถนนยาวๆ สุสานบ้านเขาจะเป็นแบบสวยๆ จะตกแต่งเหมือนปราสาท เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มันยังไม่เจริญเท่านี้ บรรยากาศมันดูน่าเที่ยว เราก็เลยแวะเดินเข้าไปดู เราก็อ่านคำจารึกที่ป้ายหลุมศพ เรากำลังเดินอยู่ แต่เรารู้สึกว่ามีคนกระชากเราไปข้างหลัง  คือตอนนั้นบรรยากาศท้องฟ้ายังเหมือนเดิม แต่เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันดูหดหู่ เรามีความรู้สึกว่ามีผู้หญิงสองคนอยู่ข้างหลัง เหมือนเราโดนกระชากไปอยู่ในมิติอีกมิติหนึ่ง มันเทามาก แม้อากาศจะเย็น แต่เหงื่อเราไหลมาเป็นเม็ดๆ ในใจเราคิดว่าเราต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะออกประตูหน้า จากนั้นเราก็ไม่เคยเข้าไปอีกเลย ซึ่งถามว่าเรามีเซ้นไหม มันก็มีบ้าง แต่เค้าครอบครัวของเราไม่อินกับเรื่องพวกนี้เลย อย่างตอนเด็กๆ เราอยู่กลางบ้าน เราก็ชี้ไปหน้าบ้านว่ามีผู้ชายอยู่ตรง ซึ่งถามว่าเราเห็นตั้งแต่เด็กไหมก็น่าจะใช่ ยังอีกเรื่องนึง เราเจอคุณยายหลังค่อม มาในรูปแบบของฝัน คือเรากำลังเดินขึ้นไปบนบันได แล้วเรากำลังเข้าห้อง กำลังจะเข้าถึงขั้นสุดท้าย มีคุณยายคนนึงมาจับแขน เราหันไปมอง แม้จะเป็นบ้านเรา แต่มันจะดูเป็นโทรมๆ เราก็กระชากมือกลับแล้วก็เดินเข้าห้องไป แล้วเราก็ตื่น“

เท่กร้าวใจ! ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ หนึ่งเดียวจากเมืองไทย ชมแฟชั่นโชว์ Ferrari ณ กรุงมิลาน

เท่กร้าวใจ! ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ หนึ่งเดียวจากเมืองไทย ชมแฟชั่นโชว์ Ferrari ณ กรุงมิลาน

เท่กร้าวใจ! ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ หนึ่งเดียวจากเมืองไทย ชมแฟชั่นโชว์ Ferrari ณ กรุงมิลาน

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.05 น.

สตาร์ทความหล่อไม่มีเบรก! พระเอกหนุ่มสุดฮอต “กลัฟ  คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” เดินหน้าโกอินเตอร์ต่อเนื่อง ล่าสุดบินลัดฟ้าสู่เมืองแห่งแฟชั่น เพื่อร่วมงาน Milan Fashion Week กับแบรนด์ระดับโลก FERRARI ในโชว์คอลเลกชัน Spring-Summer 2026 ณ Teatro Alcione, Piazza Vetra 7

โดยกลัฟเป็นนักแสดงไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับทั่วโลก คือการปรากฏตัวนั่งมากับรถหรูจาก FERRARI รุ่น 12cilindriพร้อมลุคหล่อคูลใน FERRARI ที่เข้ากับตัวตนของหนุ่มกลัฟกับลุค Effortless ลงตัวเข้ากับแบรนด์ทุกมิติ ท่ามกลางสื่อและช่างภาพสาดแสงแฟลชรัวๆ เดินเข้างานแบบเท่สะเทือนมิลาน!!

เล่าครั้งแรก! ‘แคทรียา อิงลิช’ถูกแฟนฝรั่งล่มงานหมั้นฟ้าผ่า

เล่าครั้งแรก! 'แคทรียา อิงลิช'ถูกแฟนฝรั่งล่มงานหมั้นฟ้าผ่า

เล่าครั้งแรก! ‘แคทรียา อิงลิช’ถูกแฟนฝรั่งล่มงานหมั้นฟ้าผ่า

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.11 น.

“แคทรียา อิงลิช” เปิดใจครั้งแรกและครั้งเดียว ถูกแฟนฝรั่งล่มงานหมั้น – บอกเลิก ลั่นอนาคตแต่งงานก็จะไม่เปิดตัวสามี  

“แคทรียา อิงลิช” วันนี้ขอเปิดใจเรื่องสุดแซด โดนแฟนเก่าบอกเลิกครั้งแรก ทั้งที่ซื้อแหวนหมั้นเตรียมหมั้นกันแล้ว พร้อมย้อนเล่ามรสุมข่าวฉาว โดนกล่าวหาเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งตอนนี้ก้าวสู่วัยทองแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

มีเหตุการณ์กำลังจะหมั้น แต่โดนเทเฉย มันเป็นยังไง?

แคท : “จริงๆ ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัว มันมีความรู้สึกว่าเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัวจริงๆ เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตคนสองคนก็อยู่ที่เราสองคน แต่ด้วยสมัยนี้ด้วยโซเชียลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือเซเลบ หรือคนปกติทั่วไปก็เหมือนกัน มันเหมือนกับชีวิตเรามันขึ้นอยู่กับสังคม เลยรู้สึกว่าเราจะไม่เป็นทาสสังคม การตัดสินใจก็อยู่ที่ตัวตนของเรา หรืออีกคนนึง การตัดสินใจในชีวิตเราก็คือตัวเรา คนข้างนอกไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชม. บางคนก็ไม่ได้รู้จักเรา” 

ตอนนี้พร้อมเปิดใจกับเรื่องนี้?

แคท : “เป็นครั้งเดียวค่ะที่จะเปิดใจ (หัวเราะ) เขาเป็นคนนอกวงการ ชอบสายฝออยู่แล้ว ชอบฝรั่ง เจอในงานแล้วก็คลิกกัน ติ๊กถูกๆๆ ใช่ๆๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่เท่าไหร่ก็ตัดสินใจว่าเขาขอหมั้น ไม่ถึงปี ซึ่งก็ไม่นานนะ เร็วไป จริงๆ ต้องคบกันเป็นปีๆ ค่ะ (หัวเราะ) มันก็ลงล็อกในช่วงระยะสั้น แต่อย่าลืมว่าการคบใครกับเราสักคน สำหรับเราถ้าคบใครต้องคบนาน ถ้าใช่ก็ตลอดชีวิตไปเลย เราก็ตกใจตื่นเต้นมีคนขอหมั้นแล้ว ดีไซน์แหวนไปแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้รับ” 

โมเมนต์เจอเขาครั้งแรก ความรู้สึกเป็นยังไง?

แคท : “ไม่ได้รู้สึกมาก แต่เออ คนนี้ดูดีนะ ดูผู้ดี เป็นฝรั่ง” 

 ติ๊กถูกมีอะไรบ้าง?

แคท : “จากแรกเห็น รู้สึกว่าคนนี้ดูดีนะ รูปร่างดี ดูสมาร์ทหน้าตาดี อายุมากกว่าเรา แต่ก็ดูดีสำหรับอายุ อายุมากกว่าเรา 5-6 ปี ไม่เยอะ ก็รู้สึกว่าเขาใช้ได้ เขาอยู่เมืองไทย”

 น่ากินมั้ย?

แคท : “(หัวเราะถูกใจ) ก็นิดนึง คนนี้เขาเป็นคนที่ดูแลตัวเอง พอได้คบกัน ก็มีความรู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างที่ใช่ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ด้วยความรวดเร็ว เขาก็ขอหมั้น เขาบอกอยากได้แหวนแบบไหน ดีไซน์มาเลย”

ระหว่างทางเกือบปี สวีตกี่เปอร์เซ็นต์?

แคท : “เขาเป็นคนเปิดประตูให้ ให้เราเดินเข้าประตูก่อน เป็นเจนเทิลแมนมาก เป็นผู้ดีเก่า (หัวเราะ) มีความรู้สึกว่าอุ้ย คนนี้มีมารยาท เป็นคนสุภาพมาก”

 เขาเคยแต่งงาน มีลูกมาก่อน?

แคท : “เขาเคยมีครอบครัวมาก่อนค่ะ ซึ่งก็ไม่ได้ติด ถือว่าเขาจบกับครอบครัวนานแล้ว ทุกอย่างรวดเร็วค่ะ”

 เขาขอหมั้น ดูบุก?

แคท : “เร็วมากนะ เขาไม่ได้คุกเข่าขอ แต่พูดว่าแต่งงานกันมั้ยเราก็บอกว่าได้ ก็คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้คุกเข่า ให้แหวน มันเหมือนมาคุยกันว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง จะมีครอบครัว จะอยู่ที่ไหน ตอนนั้นเราก็โอเค มันไม่ได้อยู่ดีๆ คุกเข่า แต่งงานกับผมมั้ย เหมือนคุยกันแล้วก็โอเคได้ ยูดีไซน์แหวนที่อยากได้ เราก็โอเค ตามนั้น ตอนนั้นก็ตกใจ แต่ก็โอเค คุยเรื่องอนาคต กลายเป็นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่”

 ตั้งแต่เจอเขา จนเขาขอหมั้น  อะไรทำให้เราตอบไปว่าเยส?

แคท : “เขาเหมือนทำให้เราเห็นถึงอนาคต ว่าจะอยู่กันยังไง คล้ายๆ ขายฝันหรือเปล่า (หัวเราะ) ประมาณนั้นแหละ เหมือนฝันเป็นจริง เวลามันสั้นมากๆ แต่คุยกันยาวนานมากๆ เขาก็อยากให้เราเบาเรื่องการทำงานลง เพื่อที่จะเป็นภรรยาที่ดูแลเขา”

ไม่บอกใครเลย ไม่บอกเพื่อนสนิท เก็บเงียบคนเดียว ทำไมไม่บอกใคร?

แคท : “กะว่าแต่งแล้วค่อยบอกค่ะ มันรู้สึกว่าถึงจะหมั้นก็มีโอกาสเลิกกันได้ มันเรียลลิสติก มันบอกไม่ถูก มันรวดเร็ว จริงเหรอเนี่ย จะบอกว่าไม่มั่นใจก็ไม่เชิง แต่รู้สึกว่าจริงเหรอเนี่ยพร้อมบอกทุกคนแล้วเหรอ เราก็มีความรู้สึกไม่มั่นใจเพราะมันรวดเร็วมาก เป็นคนที่ชอบศึกษา คบแฟนแต่ละคนที่เคยผ่านมา ที่ไม่เคยบอกใคร (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ไม่เคยต่ำกว่า 5 ปี บางทีคนก็ไม่รู้ซะด้วยซ้ำ”

 เป็นคนดัง เก็บยังไง?

แคท : “เป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องนี้ เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว จะแบ่งแยกเลย เราเป็นคนอยู่ในวงการ แต่งานก็คืองาน ส่วนตัวก็คือส่วนตัว เรื่องของคนสองคนไม่ใช่เรื่องของคนอื่น รู้สึกว่าคนอื่นที่อยู่นอกเหนือจากเราสองคน ไม่รู้จักเราสองคนมากเท่าเราสองคน ไม่งั้นเราจะรู้สึกว่าเราต้องฟังคนนั้น ฟังคนนี้หรือใครพูดอะไรก็มีผลกระทบกับคนสองคน มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย คนข้างนอกเขาไม่ได้รู้จักเราจริงๆ”

เจอกันแล้วระยะสั้นๆ แต่รู้สึกว่าใช่ คิดว่าอาจเป็นแบบนั้นก็ได้ เขาเลยขอเราแต่งงาน?

แคท : “ก็เป็นไปได้ เวลานั้นก็คิดว่าเป็นไปได้ แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ นานา มันไม่ใช่ (หัวเราะ)”

จากที่ชัวร์แล้วจะหมั้น ทำไมมันถึงล่มได้?

แคท : “พอคบไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เขาเป็นคนไม่ดีนะ เขาก็เป็นคนดี แต่อาจจะไม่ใช่คนของเรา ด้วยไลฟ์สไตล์หรือนิสัย พอคบจริงๆ รู้สึกว่ามันเหมือนเราเป็นคนที่ชอบถาม ชอบเคลียร์ ถ้ามีอะไรอยู่ในใจ อยากคุยและเคลียร์ เป็นคนคิดมากอยู่แล้ว ยิ่งเราไม่ได้คุยกับเขา เราก็ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ มันก็จะยิ่งพังไปใหญ่ เราก็จะเป็นคนที่ชอบสื่อสาร ฉันรู้สึกอย่างนี้ เป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่กลายเป็นว่าพอเราพยายามคุยกับเขา เขาจะชัตดาวน์ทันที โอ้โน ไอฟังไม่ได้ กลายเป็นแพนิค ถ้าฉันมีปัญหาฉันคุยกับเธอไม่ได้แล้ว มีช่วงนึงเขาเดินทางไปต่างประเทศ พอไปแล้วเขาก็หายไปเลย (หัวเราะ) เขามีธุระต้องบินกลับไปต่างประเทศ แล้วติดต่อมาอาทิตย์ละครั้ง เราเปิดใจคุยกับเขาไม่ได้ เราบอกเขาว่าถ้ามีปัญหาอะไร หรือเครียดเรื่องอะไร ไอคือเซฟโซนของยูนะ ยูคุยกับไอได้ทุกเรื่อง พี่เป็นคนไม่จัสคน เพราะโดนมาเยอะแล้ว อยู่ในวงการมันถูกจัสโดยคนไม่รู้จักเราเยอะ มันก็เหมือนสอนเราเหมือนกันว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าคนนี้เป็นยังไง ถ้าเราไม่รู้จักหรือสัมผัสกับเขาจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าเราคือเซฟโซนของเขา คุยได้ทุกเรื่อง แต่กลายเป็นว่าเขาไม่เปิด เขาปิดกั้นทุกอย่าง เขาเครียดอะไรเขาก็ไม่เล่า”

 ตอนเขาบินกลับไปประเทศของเขา เป็นจุดเปลี่ยนทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง?

แคท : “แย่เลย เขาไม่สื่อสารอะไรเลย พอเขาหายไปหลายๆ วันก็จะถาม โทรแล้วเขาไม่รับ ต้องรอให้เขาโทรกลับมาเอง แมสเซสไปก็ไม่อ่านเป็นวันๆ เราเป็นโรคแพนิคเหมือนกัน ยิ่งเขาทำแบบนี้ก็จะรู้สึกว่าฉันทำอะไรผิด จะโทษตัวเองแล้ว ไม่ได้โทษเขา เป็นอะไร ทำไม แค่หายไปไม่กี่ชม. เราก็เริ่มแพนิคแล้ว แต่นี่หายไปเป็นวันๆ เราก็เอาแล้ว เป็นอะไร ก็พยายามคุยกับเขา เขาก็ไม่พูด บอกว่าไอเครียดอยู่ แค่นี้ก่อนนะ แล้วก็หายไป แล้วก็หายไปเลย กลับมาเมืองไทยก็ไม่บอก”

เขาหายไปกี่วัน กี่เดือน?

แคท : “ตอนแรกก็อาทิตย์นึงได้ข่าวเขาสองครั้ง อาทิตย์ถัดไปก็ครั้งเดียว จากนั้นก็สองอาทิตย์ได้ข่าว แล้วก็จางไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ข่าวอะไรเลย ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”

ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับเขา?

แคท : “ไม่ได้คุย เขาก็ถามว่านึกว่าเรามูฟออนไปแล้ว อ้าว ก็เรายังไม่ได้เลิก”

เขากลับไปประเทศเขากี่เดือน?

แคท : “6 เดือนค่ะ ติดต่อกันได้เพียง 4-5 ครั้ง แล้วเราก็รอ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 มารู้อีกทีว่าเขากลับมา?

แคท : “เขาส่งรูปมา เราก็เอ๊ะ รูปอะไร อยู่เมืองไทย กลับมาได้ 2 เดือนแล้ว ก็ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ) เขาก็ขอนัดเจออีก พอนัดเจอ เขาก็บอกว่า 6 เดือนที่ผ่านมาห่างกันนานมากแล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไป ก็เลยจบ เลิกไปอย่างนั้นเลย”

ช่วง 6 เดือน แคทยังสับสน?

แคท : “สับสน แพนิค ทุกสิ่งอย่างเลย เขาคงมีอะไรแหละ เขาถึงมีสเปซของตัวเอง พยายามคิดแง่บวก บางครั้งคิดแง่ลบก็พยายามคิดบวก และรอคำตอบว่าคืออะไร ได้คำตอบแล้วก็คือจบ” 

โทษตัวเองมั้ย?

แคท : “ช่วงที่เขาหายไป โทษตัวเอง แต่ก็คิดไปคิดมาจะโทษตัวเองทำไม เราไม่ได้ทำอะไรให้เขารู้สึกกังวลใจ หรือรู้สึกว่าคุยกับเราไม่ได้แต่ถือว่าเป็นบทเรียนที่ดี ถ้าคนนี้ไม่ใช่ เขาก็อาจเจอคนที่ใช่สำหรับเขา ส่วนตัวเราเองก็จะเจอคนที่ใช่สำหรับเราเหมือนกัน เหมือนเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ว่าดีแล้วแหละที่ไม่ได้ไปต่อ”

ได้ปรึกษาเพื่อนมั้ย?

แคท : “มีนิดๆ หน่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คุยกับใครเรื่องนี้”

ตอนโดนบอกเลิก แคทมีน้ำตาด้วย?

แคท : “ใช่ อาจด้วยเวลาที่ห่างกันไป มันเหมือนทำใจไว้บ้างแล้ว พอรู้ว่าเลิกแล้ว ก็ร้องไห้วันนั้น แล้วก็โอเค ฉันมูฟออนแล้วล่ะ ฉันจะใช้ชีวิตของฉันแล้ว”

 ร้องไห้ฟูมฟายเบอร์ไหน?

แคท : “จะปล่อยออกมาให้เต็มที่ แทบขาดใจ แต่ขอครั้งเดียว ร้องให้สุดเต็มที่เลย แล้วร้องไห้แค่นั้นจบ ไม่เอาแล้ว”

 ความรักครั้งนี้กับผู้ชายที่เทเราไป ได้บทเรียนอะไร?

แคท : “อย่ารีบด่วนตัดสินใจ (หัวเราะ) รู้สึกว่าระยะเวลาที่สั้นมาก แล้วหมั้นแล้ว มันก็เร็วไปจริงๆ เราไม่ทันได้ศึกษาจริงจัง ด้วยนิสัยเราเริ่มจะเห็นหลังๆ ก็เริ่มเอ๊ะแล้ว แต่สำหรับตัวแคทเอง แคทต้องศึกษานานๆ ถึงอายุขนาดนี้ก็ไม่รีบ ครั้งนี้มันรีบไปนิดนึง”

ณ จุดนี้เจอใครพร้อมเปิดใจ หรืออยู่ของเราได้?

แคท : “เปิดใจได้ แต่ก็อยู่ของเราได้เหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าชีวิตฉันต้องพึ่งผู้ชายคนนึงถึงอยู่ได้ เราอยู่ด้วยตัวเราเองได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีเพื่อน มีคนอยู่ข้างเรา มันก็ไม่เหงาเนอะ”  

อะไรทำให้ความรักของเราหลายๆ ครั้ง ออกมาในรูปแบบไม่ประสบความสำเร็จ?

แคท : “ทุกๆ ครั้งเป็นบทเรียนแหละ ทำให้เราเป็นตัวเราในปัจจุบัน ตอนนั้นจะมีความรู้สึกว่าโอ้โห เสียใจ ร้องไห้ แต่พอมันผ่านไปแล้ว มันก็รู้สึกว่าเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับตัวเรา ที่เข้ามาในชีวิตของเรา และผ่านไป เขาไม่ใช่คนของเรา จะไปยึดติดกับเขา ถ้าเขาไม่ใช่ อนาคตเขาก็จะไม่ใช่ของเราอยู่ดี จะรั้งเอาไว้เพื่อเสียใจในวันข้างหน้าเพื่ออะไร”

โดนข่าวเป็นมือที่สามบ่อยมาก?

แคท : “เหมือนจังหวะ เราอาจเป็นที่ปรึกษาของเขาหรือเปล่าในช่วงตอนนั้น คืออยู่ในเหตุการณ์คนนี้หย่ากับภรรยา หรือเลิกกับแฟน”

โดนมากี่คู่?

แคท : “2-3 คู่ แล้วเป็นจังหวะถ่ายละครอยู่กับคนๆ นี้ ซึ่งขอโทษด้วยนะ ไม่ใช่แนวดิฉันเลย ไม่ใช่สเปกเราด้วย”

 ทำไมข่าวออกว่าเราเป็นมือที่สาม?

แคท : “เพราะไม่ค่อยได้พูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองว่ามีแฟนหรือคบใคร บางจังหวะก็มีคนคุย แต่เผอิญไม่มีใครรู้เรื่อง เราก็ไม่ได้พูดว่าเฮ้ย ฉันก็มีนะ”

หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนแล้ว?

แคท : “ไม่ ฉันก็อยู่ในที่ของฉันเหมือนเดิม (หัวเราะ) ฉันไม่ใช่สไตล์นั้น เป็นจังหวะอยู่ตรงนั้นพอดี เราก็เอาอีกแล้วเหรอ ทั้งที่เราก็มีคนคุย แต่ก็ปล่อยไป ช่างมัน เป็นข่าวที่เราช่วยไม่ได้ แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจ คนที่อยู่ใกล้ตัวเขาก็รู้ โดนด่าบ่อยจนชินแล้ว”

พอโดนข่าวมือที่สาม แอ็กชั่นยังไง?

แคท : “ก็ปล่อย คิดว่าเดี๋ยวข่าวก็เงียบไปเอง เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราใช้ชีวิตของเราตามปกติ คนที่ไม่รู้จักเรา ไม่รู้เรื่องชีวิตของเรา อยากพูดอะไรก็ปล่อยเขา”

ภาษาชาวบ้าน ข่าวต้องมีมูล ใช้กับแคทไม่ได้ แล้วไม่แก้ด้วย?

แคท : “บางทีออกมามันก็เหมือนร้อนตัว ก็เลยอยู่เฉยๆ นิ่งๆ เดี๋ยวมันก็เงียบไป เดี๋ยวก็มีข่าวอื่นๆ มากลบ”

สองสามคู่ที่ผ่านมา มีใครโทรมาขอโทษมั้ย ทั้งที่เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย?

แคท : “มี ไม่รู้เรื่องด้วยนะว่ามีข่าว เฮ้ย ขอโทษว่ะ เราก็ถามเรื่องไร เนี่ย มีเรื่องนี้ๆ เราก็อ้าว อีกแล้วเหรอ ช่างมัน ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย ไม่เป็นไร ก็ปล่อยไป อย่างที่บอกเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแต่ถ้าคนๆ นั้น มาทำให้เราเดือดร้อน หรือทำให้เราเสียชื่อ เราก็ไม่ยอมเหมือนกันนะ การที่เราอยู่นิ่งๆ คือไม่ล้ำเส้น แต่คุณล้ำเส้นเมื่อไหร่ฉันก็ไม่ยอมนะ”

มีล้ำเส้นมั้ย?

แคท : “ก็มี แต่เขาก็ไม่กล้ามากกว่านั้น อาจด้วยความที่เราไม่ยุ่ง เอาจริงๆ ถ้าเก็บมาคิดมากๆ หรือทำให้ซีเรียสมากเกินไป ชีวิตเราจะไม่มีความสุข เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็มีความสุข” 

เรื่องคนที่ขอหมั้นจบไปนานหรือยัง?

แคท : “พักนึงแล้ว” 

ตอนนี้สถานะหัวใจเป็นยังไง?

แคท : “ไม่รู้” 

 แสดงว่ามี?

แคท : “(หัวเราะ) แหม ก็มีคนคุยแหละ”

 ถ้ามีแฟนแล้วอยากเปิดตัวแฟนตอนไหน?

แคท : “ถ้าแต่งงานแล้วอาจจะเปิด แต่คิดไปคิดมา แต่งแล้วก็อาจไม่เปิดด้วย อย่างที่บอก มันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าเห็นเดินกับหนุ่มลูกครึ่งนี่คือน้องชายนะ (หัวเราะ)”

 ถ้ามีแฟนแล้วแต่งงาน ก็จะไม่จัดงานแต่งด้วยเหรอ?

แคท : “ไม่จัด ข้อแรกคือเปลืองตังค์ (หัวเราะ) จัดงานเพื่อใคร รู้สึกว่าปาร์ตี้กันสองคนก็พอแล้วนะ หรือกับเพื่อนๆ อาจจัดปาร์ตี้ขึ้นมาแล้วเพื่อนๆ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คืองานแต่ง อยากให้เหมือนอยู่บ้านจัดปาร์ตี้ หรือไปทะเลจัดปาร์ตี้”

ไม่แต่งงานแล้วคนที่คบด้วยจะโอเคเหรอ?

แคท : “ก็ต้องคุยกันก่อนสิ” 

“นีโน่ เมทินี” มาเซอร์ไพรส์ในรายการ แคทเข้าไปจุ๊บ?

นีโน่ : “ธรรมดา เขาจุ๊บกันมาร่วม 40 ปีแล้ว ถ้าคบแต่งงาน แล้วไม่จัดงานแต่งงาน จัดทำไม เปลือง เคยจัดมาแล้ว โคตรเปลืองเลยครับ จัดครั้งเดียว ที่ไม่ได้จัดนับครั้งไม่ถ้วนครับ สนิทตั้งแต่แคท 17-18 เรา 20 กว่า เล่นละครด้วยกัน จริงๆ เป็นเรื่องแรกที่เล่นกับแคท เราเปลี่ยนจากพระเอกเป็นดาวตลก สกาวเดือน ก็เลยสนิทกัน เจอตามงานข้างนอก ทักทายเป็นยังไงบ้าง”

รู้สึกยังไงกับข่าวที่เขาโดนผู้ชายเท?

นีโน่ : “ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ปัจจุบัน น้องไม่ต้องแต่งหรอก ใช้ชีวิตแบบนี้เขามีความสุขแล้ว เวลาเขารักเขาทุ่มเท เหมือนให้ทุกอย่าง จริงจังกับสิ่งที่เขารัก ฉะนั้นเวลาเขาผิดหวัง รู้เลยว่าผิดหวัง แต่ก็แป๊บเดียว ร้องไห้วันเดียว หลังจากนั้นจะกลับมาเข้มแข็งทำงานต่อ แต่คนแบบนี้ลึกๆ ก็จะนึกถึงเรื่องพวกนี้ ไม่มีทางหายหรอก ก็ไม่อยากให้ซีเรียสกับมันมาก ถึงตอนนี้แต่งไม่แต่งไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ มีคู่ใจหรือไม่มีคู่ใจไม่เกี่ยว ถ้าแต่งเพราะเดี๋ยวญาติพี่น้องจะมาแย่งสมบัติ ก็โอเค แต่ง หาคนแต่งให้เป็นทางกฎหมาย เหมือนมีสินสมรสไป แต่เก็บไว้ใช้เองดีกว่า”

เรื่องราววัยทอง เป็นยังไง?

แคท : “กำลังจะเข้า ผ่านหลัก 4 แล้ว กำลังจะเข้าพระราม 5 แล้ว ตอนแรกไม่รู้ตัวด้วย รู้ว่าร้อนวูบวาบ ร้อนระอุจากข้างใน มีพัดพกด้วยนะ อยู่ดีๆ จะร้อนแล้วเหงื่อจะท่วม ผ่านไปจะหนาว เป็นอย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่พอศึกษาเรื่อยๆ อ้าว มันเริ่มเข้าแล้ว เขาเรียกว่าเข้าก่อนวัยทอง ก่อนประจำเดือนจะเริ่มหมด ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง ไม่มาตามนัดแล้ว มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น บางทีก็มาเดือนละสองสามครั้ง หรือสองสามเดือนมาที อย่างแรกเลยเหงื่อออกตอนกลางคืน เหงื่อท่วมตัว จากนั้นความวูบวาบจะมาทั้งวัน มาๆ หายๆ ทั้งวัน”

วัยทองจะอยู่กับเรากี่เดือน?

แคท : “แล้วแต่คน บางคน 30 กว่าๆ ก็เป็นได้ เป็นได้สิบปีเลย หรือบางคนก็ 40 กว่า 43 45 49 แต่จะเป็นหลายปีเลย”

รับมือยังไง?

แคท : “ก็อยู่ที่อาหารการกิน ซึ่งสำคัญมาก อาหารเสริมสำคัญมาก พวกโปรตีน เนื้อสัตว์ต้องกินมากขึ้น อาหารการกินเราต้องเปลี่ยนเลย”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ฟ้องแน่! ต้นสังกัด’ออม กรณ์นภัส’ลั่นเอาผิดโพสต์หมิ่นประมาท

ฟ้องแน่! ต้นสังกัด'ออม กรณ์นภัส'ลั่นเอาผิดโพสต์หมิ่นประมาท

ฟ้องแน่! ต้นสังกัด’ออม กรณ์นภัส’ลั่นเอาผิดโพสต์หมิ่นประมาท

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.18 น.

หลังจากที่เกิดดราม่าร้อนของนักแสดงสาว ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ จากเหตุการณ์ที่เจ้าตัวขึ้นไปประกาศรายชื่อนักแสดงที่ได้รับรางวัล และมีพฤติกรรมที่ชาวเน็ตมองว่าไม่เหมาะสม ดูติดเล่นจนเกินไป ทำให้ดูเหมือนว่าไม่ให้เกียรติกับผู้ที่ได้รับรางวัลนั้น 

ล่าสุดวันนี้ (28 ก.ย.) เพจ Ch3Thailand ได้ร่อนจดหมายจาก บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแคปชันเขียนว่า “บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ขอประกาศให้ทราบตามรายละเอียดดังนี้” ซึ่งในตัวจดหมายได้มีเนื้อหาระบุเอาไว้ว่า

“ตามที่บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) พบว่ามีผู้กระทำความผิดหลายรายที่แสดงความคิดเห็นในโพสต์หรือแชร์ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ “ออม กรณ์นภัส” (“ศิลปิน”) ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัดของบริษัท ในลักษณะที่เป็นการใช้ข้อความแสดงความเห็นเชิงสาธารณะ การวิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ดูถูกเหยียดหยามซึ่งเป็นการประทุษร้ายต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของศิลปิน โดยพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดโดยการหมิ่นประมาทศิลปินใส่ความผู้อื่นด้วยการกระจายหรือทำให้ศิลปินเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเป็นการกระทำความผิดทั้งตามกฎหมายแพ่ง อาญา และความผิดเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ โดยไม่ว่าผู้กระทำจำนวนกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น

บริษัทจึงขอประกาศให้ทราบโดยแน่ชัด ณ บัดนี้ว่า บริษัทได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่มีการกระทำดังกล่าวและขอเตือนให้ผู้ที่ยังคงกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวโดยเขียนหรือวิจารณ์ในเชิงที่ไม่สร้างสรรค์ต่อศิลปิน ให้หยุดการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวโดยทันที หากท่านยังคงฝ่าฝืนหรือทำลายบริษัทมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาดำเนินการทั้งทางการฟ้องร้องให้ศาลมีคำพิพากษา หรือตามกระบวนการยุติธรรมทางอื่น ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตามหากมีผู้ใดมีหลักฐานเพิ่มเติมของการโพสต์หรือการให้ข้อมูลที่ทำให้ศิลปินได้รับความเสียหายสามารถส่งหลักฐานการกระทำมาที่กล่อง Inbox FB: Ch3Thailand ทั้งนี้บริษัทจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568″

ช่อนี้ใครให้น้า? ‘ต่าย ชุติมา’อวดโมเมนต์หวานฉลองครบรอบ 5 ปี

ช่อนี้ใครให้น้า? 'ต่าย ชุติมา'อวดโมเมนต์หวานฉลองครบรอบ 5 ปี

ช่อนี้ใครให้น้า? ‘ต่าย ชุติมา’อวดโมเมนต์หวานฉลองครบรอบ 5 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.07 น.

ยังคงครองใจแฟน ๆ อย่างเหนียวแน่น สำหรับ “ต่าย ชุติมา” นักแสดงสาวเจ้าของบทบาทนางเอกในภาพยนตร์ดัง Seasons Change ซึ่งแม้ปัจจุบันจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้ว แต่ความสวยใสและเสน่ห์ก็ไม่เคยลดน้อยลง จนหลายคนยกให้เธอเป็นหนึ่งใน “คุณแม่ยังสวย” ที่น่าติดตามในโซเชียล

ล่าสุด (26 กันยายน 2568) ต่าย ชุติมา ก็ทำเอาหัวใจแฟนๆ พองโตอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพรอยยิ้มหวานสดใส ขณะถือช่อดอกไม้สีสันสดใสสุดอลังการ ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อฉลอง ครบรอบ 5 ปี กับใครบางคนที่ดูจะมีความหมายมากเป็นพิเศษ

โดยเธอได้เขียนแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า “You have a way of making me feel extraordinary Thank you so much ka #Happy5th #จริงๆคือขอบคุณค่าขโน๋ม” ซึ่งแปลได้ว่า “คุณมีวิธีทำให้ฉันรู้สึกพิเศษ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ”

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตสงสัยว่า ต่าย ชุติมา จะไม่โสดแล้ว? เพราะทั้งภาพทั้งแคปชั่นดูหวานแบบสุดๆ จึงเข้ามาคอมเมนต์รูปหัวใจกันแบบรัวๆ

เพจดังแฉแรง! ฉะนักร้องสาวทำหนังสือสวดมนต์มั่ว ลั่นคนซื้อจน-คนขายรวย

เพจดังแฉแรง! ฉะนักร้องสาวทำหนังสือสวดมนต์มั่ว ลั่นคนซื้อจน-คนขายรวย

เพจดังแฉแรง! ฉะนักร้องสาวทำหนังสือสวดมนต์มั่ว ลั่นคนซื้อจน-คนขายรวย

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.24 น.

28 กันยายน 2568 โลกโซเชียลร้อนฉ่าอีกครั้ง เมื่อเพจชื่อดังอย่าง “บิ๊กเกรียน” ออกมาแฉแรงกรณี นักร้องสาวทรงเพียว รายหนึ่ง ที่เคยทำธุรกิจขาย หนังสือสวดมนต์ แต่กลับถูกจับโป๊ะว่า เนื้อหาในเล่มผิดเพี้ยนจากต้นฉบับอย่างหนัก

โดยระบุว่า “โป๊ะ ! นักร้องสาวทรงเพียว ทำหนังสือสวดมนต์​ขายเป็นหมื่น ๆ เล่ม มั่วบทสวดผิดเพี้ยน อย่ามารำมวยไทยใส่ บิ๊กเกรียน นะคะ”

พร้อมกันนั้นยังเปิดภาพบางส่วนจากหนังสือสวดมนต์ให้ได้ดูกัน รวมถึงโพสต์เพิ่มเติมว่า “#บทสวดแล้วเอามาจากไป จี้หน่วยงานที่ผู้เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบ #หนังสือสวดมนต์ผิดเพี้ยน คนซื้อจน-คนขายพลิกชีวิตรวย พิสูจน์อักษรเป็นพระ ป.ธ.๙ บทสวด— เอามาจากคน ต ไปแล้ว ตัวนักร้องสาวทรงเพียวนำบทสวดมายำ ผิด-ถูก รวมเล่มขาย”

พร้อมทั้งได้โพสต์ข้อความอีกรัวๆ ว่า “หยุดตั้งสติ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ คนซื้อจน ไม่ได้สวดแล้วพลิกชีวิตรวย แต่ คนขายหนังสือสวดมนต์ บทสวดมั่วๆเค้ารวย ค่ะ”

ที่มา : บิ๊กเกรียน

‘ลีน่าจัง’เตือนสติ’เบียร์ เดอะวอยซ์’ ลั่น’หนุ่มถอนฟ้องเพราะเมตตา’

'ลีน่าจัง'เตือนสติ'เบียร์ เดอะวอยซ์' ลั่น'หนุ่มถอนฟ้องเพราะเมตตา'

‘ลีน่าจัง’เตือนสติ’เบียร์ เดอะวอยซ์’ ลั่น’หนุ่มถอนฟ้องเพราะเมตตา’

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

หลังจากที่มีกระแสข่าวใหญ่ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ถอนฟ้อง “เบียร์ เดอะวอยซ์” จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ ล่าสุดเรื่องนี้ยิ่งทวีดราม่า เมื่อ “ลีน่าจัง” อีกหนึ่งบุคคลในวงการที่เคยมีคดีความกับพิธีกรชื่อดังรายนี้ ออกมาเปิดใจถึงเบื้องหลัง พร้อมฝากคำเตือนไปถึงน้องเบียร์ด้วยความหวังดี

“กรณีของ หนุ่ม กรรชัย ที่ไปถอนฟ้อง เบียร์ เดอะวอยซ์ จริงๆ เขาเมตตา เบียร์ เดอะวอยซ์ นะ เขามองว่าเบียร์เป็นเด็ก เขาเป็นผู้ใหญ่ เขาก็เมตตา ไม่อยากให้เบียร์มีคดีความ เพราะคดีมีมูลอยู่แล้ว ถ้าโชคไม่ดีศาลตัดสินมันก็จะมีประวัติ แม้จะรอลงอาญา เสียแค่ค่าปรับ แต่มีประวัติไม่ดี แล้วเขาก็ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้อีก

เพราะฉะนั้น ในกรณีของแม่ลีน่า พี่หนุ่มก็เคยฟ้องแม่ลีน่า มี ทนายตุ๋ย เป็นทนายให้เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท พอถึงวันไต่สวนมูลฟ้อง พี่หนุ่มเขาก็เมตตาแม่ ให้ทนายตุ๋ยมาถามแม่ลีน่าเอายังไงดี แม่ก็บอกไม่เป็นไร ต่างคนต่างถอน แล้วแถลงต่อศาล 

พี่หนุ่มเขาก็ถอนฟ้องแม่ลีน่า โดยที่ยังไม่ไต่สวน ด้วยความเมตตาของพี่หนุ่ม และความน่ารักของทนายตุ๋ย เป็นทนายที่ดีมาก เขาน่ารักมาก มีมารยาทของการเป็นทนายความและ ให้เกียรติคน ฉันก็ใจอ่อน ต่างคนต่างถอนก็เงียบไป ไม่เคยจะมาลงข่าวอะไรให้พี่หนุ่มเสียหาย พี่หนุ่มก็เงียบ ต่างคนต่างเงียบ

อันนี้คือความหวังดีของแม่นะ เบียร์ เดอะวอยซ์ ผู้ใหญ่เขาเมตตาเราแล้ว เราอย่าเอาประเด็นนี้มาเล่นข่าว ว่าที่เขาถอนฟ้องเพราะกลัวแพ้ สู้ไม่ได้ ผูกมิตรไว้ดีกว่า เพราะสักวันหนึ่งเธออาจจะได้พึ่งพารายการโหนกระแส มาออกรายการของหนุ่ม กรรชัย ดังเปรี้ยงอีกครั้ง เชื่อแม่ลีน่าดีกว่านะจ๊ะ”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7554727057649929490?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F917342

‘ปู มัณฑนา’ซัดเจ้าพ่อสื่อใช้อำนาจเบี่ยงเบนความจริง ใช้เพจมืดทำลายคนอื่น

'ปู มัณฑนา'ซัดเจ้าพ่อสื่อใช้อำนาจเบี่ยงเบนความจริง ใช้เพจมืดทำลายคนอื่น

‘ปู มัณฑนา’ซัดเจ้าพ่อสื่อใช้อำนาจเบี่ยงเบนความจริง ใช้เพจมืดทำลายคนอื่น

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.06 น.

28 กันยายน 2568 กลายเป็นมหากาพย์ร้อนแรงบนโลกออนไลน์อย่างมาก หลังจากที่ “ปู มัณฑนา” นักแสดงชื่อดัง ที่ออกมาโพสต์ข้อความดุเดือดผ่านโซเชียลอย่างต่อเนื่อง โดยพุ่งเป้าไปที่บุคคลปริศนาที่เธอเรียกว่า “เจ้าพ่อสื่อ” จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง

ล่าสุด ปู มัณฑนา ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก Pou Mantana อีกครั้ง ระบุว่า “แม่ปู มีเรื่องเล่า เมื่อสังคมยังเลือกที่จะหลับตา เราก็ปล่อยให้ตัวเองถูกครอบงำด้วยอำนาจของ ‘เจ้าพ่อสื่อ’ ผู้ซึ่งถนัดนักในการเบี่ยงเบนความจริง โทรศัพท์ไปเคลียร์หลังบ้าน ขอให้ลบโพสต์ได้เสมอ แต่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดสักครั้ง สิ่งที่เขาถนัดที่สุด คือการชี้นิ้วตัดสินให้คนอื่นผิดแทนตัวเอง โดยมีเครือข่ายสื่อ และเพจอวตารมืดอยู่ในมือใช้เป็นศาลเตี้ยตัดสินผู้อื่น โดยไร้ซึ่งความเมตตาและจริยธรรม

ความผิดของตัวเอง เขากลับมองไม่เห็น แต่พอเป็นความผิดของใครสักคน เขากลับขยายให้ใหญ่โต ราวกับความทุกข์ของผู้อื่นคือเชื้อเพลิงให้เขาสร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มเขา เพื่อแลกเป็นชื่อเสียงและเงินทอง

ทว่า… ความสำเร็จที่ได้มาจากความทุกข์ของคนอื่น มันสวยงามจริงหรือคะ? ลูกที่เติบโตขึ้นมาจะภูมิใจได้อย่างไร เมื่อเห็นพ่อร่ำรวยอยู่บนหยดน้ำตาของผู้อื่น

สิ่งที่โหดร้ายที่สุด คือการใช้เพจมืด เพจอวตารไร้ตัวตน ออกมาทำลายล้างครอบครัวคนอื่นโดยไม่เคยคิดถึงผลกระทบ ซึ่งเขาเหล่านั้น ก็มีลูกหลาน ครอบครัวและญาติที่ได้รับผลกระทบไปด้วย

สังคมเกรียนคีย์บอร์ดอาจยังมืดบอดอยู่ แต่สังคมผู้ใหญ่… หลายคน เขาตาสว่างกันไปหมดแล้วค่ะ

“ความจริงไม่เคยต้องการเสียงดัง แต่คนที่กลัวความจริง มักสร้างเสียงรบกวนเพื่อกลบมันเสมอ”

“ความสำเร็จที่แลกมาด้วยน้ำตาคนอื่น ไม่มีวันที่จะเป็นเกียรติให้กับครอบครัวได้”

“ลูกหลานจะไม่จดจำความร่ำรวยที่สร้างจากความทุกข์ของผู้อื่น แต่จะจดจำว่าพ่อแม่เคยใจร้ายเพียงใด”

“สังคมอาจถูกปิดตาชั่วคราวด้วยสื่อ แต่สุดท้ายความจริงจะเปิดตาทุกคนได้เสมอ”

“อวตารเพจมืดอาจทำลายชื่อเสียงใครสักคนได้ชั่วคราวแต่ไม่อาจลบคำถามในใจลูกเมียของคุณได้ตลอดไป”

ไม่จบง่ายๆ! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’โพสต์แรง หลัง’หนุ่ม กรรชัย’ถอนฟ้อง

ไม่จบง่ายๆ! 'เบียร์ เดอะวอยซ์'โพสต์แรง หลัง'หนุ่ม กรรชัย'ถอนฟ้อง

ไม่จบง่ายๆ! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’โพสต์แรง หลัง’หนุ่ม กรรชัย’ถอนฟ้อง

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.02 น.

ยังไม่จบง่ายๆ สำหรับประเด็นดราม่าระหว่างพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” และ “เบียร์ เดอะวอยซ์” ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนุ่ม กรรชัย ตัดสินใจ ถอนฟ้อง เบียร์ ก่อนที่ศาลจะประทับรับฟ้อง โดยระบุว่า ไม่ต้องการให้เบียร์ต้องเผชิญชะตากรรมในเรือนจำหรือมีประวัติคดีอาญา พร้อมยืนยันว่าคดีมีมูล และมั่นใจว่าจะได้รับการประทับรับฟ้องแน่นอน แต่เลือกที่จะจบอย่างสงบและแยกย้ายกันด้วยดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’โพสต์แบบนี้ หลัง’หนุ่ม กรรชัย’ประกาศถอนฟ้อง
‘หนุ่ม กรรชัย’พูดแล้วปมถอนฟ้อง’เบียร์ เดอะวอยซ์’ ไม่อยากเห็นเด็กไปอยู่ใต้ถุนศาลที่มีลูกกรง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเบียร์ เดอะวอยซ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ความจริงและความยุติธรรม ไม่ได้ต้องการความเมตตา ขอบคุณค่ะ”

พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “พูดว่ามีมูลแน่นอนได้ไง ในเมื่อถอนก่อน???”

และยังไปกดอีโมจิหัวเราะใต้คอมเมนต์ที่ระบุว่าหนุ่ม “ออกแนวพ่อพระ รับจบ”