มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2567

มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2567

มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2567

วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้องประชุมอาคารสตางค์มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท  คัดเลือกจากผลงานของคณาจารย์ นักวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิชาการ และประชาชน โดยผู้ได้รับคัดเลือกจะเข้ารับพระราชทานรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา 2567 จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 137 ปี ซึ่งได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงจะทำหน้าที่ด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีพันธกิจสำคัญในการต่อยอดการศึกษาและการวิจัยไปสู่ผลสำเร็จใน Real World Impact ด้วยการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม (Holistic Well Being) ในระดับโลก โดยนำความเชี่ยวชาญสหสาขาวิชา มาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงเพื่อมุ่งผลประโยชน์ต่อสังคม  ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งเป็นปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า ‘ประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้เท่านั้น แต่อยู่ที่การนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติได้อย่างไร’ ดังนั้น บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นส่วนสำคัญและมีค่าที่สุดที่จะสานต่อพลังและผลักดันให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรที่มีความวิริยอุตสาหะ และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพจนมีผลงานดีเด่นในสาขาต่าง ๆ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และมีการพิจารณามอบรางวัลมาอย่างต่อเนื่องทุกปี  โดยในปีการศึกษา 2567 มีผู้ได้รับรางวัลประเภทดีเด่นเฉพาะทางสาขาต่าง ๆ ดังนี้

1.รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการวิจัย ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.พงศกร  กาญจนบุษย์ กลุ่มสาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัยเรื่อง “ฟิล์มระบายความร้อนแบบแผ่รังสีที่เกิดจากจุดร้อนอินฟาเรดคล้ายหยด โดยกระบวนการเคลือบสเปรย์ที่มีต้นทุนต่ำและขยายขนาดได้ สำหรับภูมิภาคเขตร้อน” และรองศาสตราจารย์ ดร.คนางค์  คันธมธุรพจน์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผลงานวิจัยเรื่อง “โครงการแนวทางการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย”

2. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการประดิษฐ์และนวัตกรรม ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พญ.อุไรวรรณ  พานิช ภาควิชาเภสัชวิทยา และ ศาสตราจารย์ ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลผลงานแรก ผลงาน “การศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้เซลล์ ไฟโบรบลาสต์กับฟิลเลอร์ กรดไฮยาลูโรนิก ในการรักษาริ้วรอยร่องแก้ม”,  รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์  ศรีจันทราพันธุ์ ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผลงาน “นวัตกรรมถังขยะสำหรับคัดแยกขยะสำหรับทุกคน”

3. รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาความเป็นครู  ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.เกศินี  โชติวานิช  ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน  คณะเวชศาสตร์เขตร้อน, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศักดิ์  ร่มแสง  ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ  คณะวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลมีความพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง อีกทั้ง ยังแสดงถึงศักยภาพในการนำองค์ความรู้จากการประสานพลัง (Synergy) ของทุกส่วนงานไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างผลกระทบจริงในชีวิตประจำวัน (Real World Impact) ของสังคมไทยและสังคมโลก และต่อยอดสู่เวทีโลกในฐานะ “มหาวิทยาลัยผู้นำสุขภาวะ” ชี้นำสังคมไทยและโลกสู่ความยั่งยืน

กรมวิทย์ฯ เผยโควิดสายพันธุ์สเตรตัสระบาดทั่วโลกแต่อาการไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยโควิดสายพันธุ์สเตรตัสระบาดทั่วโลกแต่อาการไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยโควิดสายพันธุ์สเตรตัสระบาดทั่วโลกแต่อาการไม่รุนแรง

วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์โควิด 19 พบว่า สายพันธุ์ “XFG” หรือที่เรียกว่า สเตรตัส (Stratus) กำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดทั่วโลก โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยตรวจพบ สายพันธุ์ XFG ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 และจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2568 มีรายงานสะสมแล้ว 33 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 13 จำนวน 23 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และปวดศีรษะ และยังไม่มีรายใดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 1 เมษายน – 24 กันยายน 2568 ได้ทำการถอดรหัสแล้ว 608 ตัวอย่าง พบว่าเป็น สายพันธุ์ NB.1.8.1* ร้อยละ 73.7 สายพันธุ์ XEC* ร้อยละ 8.7  สายพันธุ์ JN.1* ร้อยละ 6.4  สายพันธุ์ XFG* ร้อยละ 5.4 สายพันธุ์อื่น ๆ รวมร้อยละ 5.7 นับตั้งแต่เริ่มการระบาดในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้เผยแพร่ข้อมูลจีโนมของเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ฐานข้อมูลสากล GISAID แล้วกว่า 48,865 ราย เพื่อสนับสนุนระบบเฝ้าระวังโรคระดับโลก

นายแพทย์ยงยศ เน้นย้ำว่า แม้สายพันธุ์ XFG ยังไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง แต่ประชาชนควรป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม

คุณแหน : 5 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 5 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 5 ตุลาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.58 น.

๐๐พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ ได้รับเสียงแซ่ซร้องสรรเสริญที่ประกาศไม่ต้องจัดงาน ไม่ต้องเลี้ยงเฉลิมฉลอง ผบ.ทอ.คนใหม่ หลังพิธีส่งมอบหน้าที่จบลง ก็ถอดเข็มวางตำแหน่ง เปลี่ยนเป็นชุดทหาร ลงพื้นที่สั่งให้ลูกน้องเตรียมพร้อมปฎิบัติภารกิจทันที ด้วยปฎิภาณที่ตั้งไว้ว่า “ตราบใดที่พี่น้องทหารยังอยู่ตามแนวชายแดนทุกวันทุกคืน กองทัพอากาศก็จะพร้อมตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้แผ่นดินนี้ต้องยืนหยัดเพียงลำพัง“..๐๐

๐๐ดร.สุรชัย สุทธิวรชัย ประธานมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา พร้อมกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมพิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการะทุนด้านทุนการศึกษา นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยมี รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ เป็นประธาน..๐๐

๐๐อนุโมทนาบุญกับ อุรภา สุทธิพงษ์ชัย ที่มอบ เครื่องมือการแพทย์ให้ภาควิชาจักษุวิทยา รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มศว. โดยมี ผศ.พญ.สุมาลี บุญยะลีพรรณ รับมอบ..๐๐

๐๐ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส ชวนเพื่อนๆไปทานอาหารเหนือไฟน์ไดนิ่งสุดหรู การันตีด้วยดาวมิชลินไกด์ ณ ร้าน North สุขุมวิท 33 งานนี้ ชยันต์ ศิริมาศ, ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ณรงค์ แผ้วพลสง,ดร.นิพนธ์ นาชิน, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์, อรอุมา มั่นศิลป์, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, อดิศร ใจชอบชื่น, ณภัทร รัตนกุล ไม่พลาด..๐๐

๐๐ขอแสดงความยินดีกับ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ได้รับตำแหน่ง District Governor (ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค17 ) ของ Zonta International บนเวทีระดับโลก อย่างเป็นเอกฉันท์ และเป็นที่น่ายินดียิ่งที่หญิงไทยคนเก่ง ได้รับเกียรตินี้ ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละ ซื่อสัตย์ และเชื่อถือได้ ซอนเชี่ยนทุกคนต้อง ยึดถือปฏิบัติตาม..๐๐

๐๐สายพิณ พหลโยธิน หกล้ม เจ็บปวดแต่อดทนทั้งๆ ที่ข้อมือหลุด ด้วยใจเกินร้อยไม่เว้นว่างจากงานกุศลที่เรียงรายเข้ามาตลอด..๐๐

๐๐ พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา แจ้งงานสวดพระอภิธรรมศพคุณพ่อพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่บ้านอัษฎางค์ ทุกวันอาทิตย์ 12,19,26 ต.ค.19.00 น. ทำบุญสมทบกองทุนเพื่อการศึกษาดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี..๐๐

๐๐ ยินดีกับ รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ได้รับแต่งตั้งจากสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 ๐๐

๐๐งานสวดพระอภิธรรมศพ นิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ ที่วัดธรรมมงคลเถาบุญนนท์วิหาร สุขุมวิท 101 สีดา ชุมสาย สั่งปาท่องโก๋เจ้าอร่อยมาแจกเพื่อนๆ ทำเอาขนมจีบซาลาเปากล่องใหญ่จาก HongBoa ที่เจ้าภาพอภิญญา แจ้งอริยวงศ์ นำมาบริการชิดซ้ายเลย ๐๐

คุณแหน

คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

คุยกัน 7 วันหน : กัมพูชายังอยู่ Tier 3 สหรัฐฯ ชี้ ‘สนับสนุนค้ามนุษย์’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

หลังจากปล่อยให้รอมานานหลายเดือน ล่าสุด เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้ฤกษ์เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report: TIP Report) ประจำปี 2025 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เริ่มด้วยการแจกแจงนิยามคำว่า trafficking in persons และ human trafficking ว่าเป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้หมายถึงการก่ออาชญากรรมที่ผู้ค้ามนุษย์แสวงประโยชน์และได้กำไรจากผู้ใหญ่หรือเด็ก ด้วยการบังคับให้ใช้แรงงานหรือค้าประเวณี ถือเป็นการก่ออาชญากรรมไม่ว่าจะมีการใช้กำลัง หลอกหลวง หรือข่มขู่ก็ตาม รัฐบัญญัติคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ (TVPA) และพิธีสารว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์ของสหประชาชาติ (UN TIP Protocol) ที่มี 183 ประเทศให้สัตยาบันหรือลงนาม ได้ให้คำนิยามการค้ามนุษย์คล้ายคลึงกัน โดยมีกรอบในการพิจารณา 3 ประการประกอบด้วย การกระทำ วิธีการ และเจตนา พร้อมกับย้ำว่า ในการก่ออาชญากรรมที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ เหยื่อไม่จำเป็นต้องถูกเคลื่อนย้ายจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง

รายงานฉบับนี้ ยังคงจัดกัมพูชาอยู่ระดับที่ 3 (Tier 3) ของกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ในระดับต่ำที่สุด หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไข ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและการค้า

รายงานยังระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาล้วนได้ประโยชน์ทางการเงินจากการค้ามนุษย์  ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า ฝ่ายรัฐบาลได้ขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายเสียเอง กัมพูชาไม่เคยจับกุมหรือดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องหรือเจ้าของศูนย์หลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งมีทั้งวุฒิสมาชิกและที่ปรึกษารัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นว่า กัมพูชาไม่ได้รายงานเกี่ยวกับการตัดสินความผิดใดๆ มาตั้งแต่ปี 2022 ตอกย้ำว่าพวกเขาล้มเหลวในการทำตามมาตรฐานขั้นต่ำของการกำจัดการค้ามนุษย์

ถือเป็นครั้งแรกที่มีการระบุชื่อกัมพูชาไว้ในกลุ่มรัฐสนับสนุนการค้ามนุษย์ 13 ประเทศที่มีนโยบายหรือรูปแบบที่มีการบันทึกเป็นหลักฐานเรื่องการค้ามนุษย์ โครงการค้ามนุษย์ที่รัฐบาลสนับสนุน การบังคับใช้แรงงานในภาคส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือของรัฐบาล การบังคับเป็นทาสกามในค่ายของรัฐบาล และการจ้างหรือเกณฑ์ทหารเด็ก กลุ่มรัฐเหล่านี้ประกอบด้วยอัฟกานิสถาน, เบลารุส, พม่า (เป็นชื่อที่สหรัฐฯใช้เรียกเมียนมา), กัมพูชา, จีน, คิวบา, เอริเทรีย, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ, รัสเซีย, เซาท์ซูดาน, ซูดาน และซีเรียในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด

คณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติของกัมพูชาเอง ได้ยอมรับเมื่อช่วงต้นปี ว่ามีเหตุค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นในปี 2024 พร้อมระบุจนถึงวันที่ 21 สิงหาคมปีนี้ พวกเจ้าหน้าที่ได้เล็งเป้าสถานที่ต่างๆ 72 แห่ง ทั่ว 18 จังหวัด ควบคุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 3,000 คน ที่มาจากประเทศต่างๆ 19 ชาติ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ยอมรับในเดือนธันวาคม 2024 ว่ากัมพูชากำลังถูกใช้เป็นฐานสำหรับการค้ามนุษย์ และรับปากจะไม่อดทนกับอาชญากรรมข้ามชายแดนทุกรูปแบบ แต่ถึงกระนั้นเมื่อปีที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้อายึดทรัพย์ ลี ยงพัด นักธุรกิจและวุฒิสมาชิกจากพรรครัฐบาล และธุรกิจของเขาหลายอย่างตกอยู่ภายใต้มาตรการควาบาตร ตามคำกล่าวหาค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ใช้แรงงานบังคับ และฉ้อโกงทางออนไลน์

เมื่อมีการเเฉออกมาแบบนี้ สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ก็ไม่รอช้า แชร์ข้อมูลและข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNN ที่รายงานข่าวเรื่องนี้ทันที พร้อมข้อความว่า นอกจากรัฐบาลกัมพูชาจะละเลย ไม่จัดการกับการค้ามนุษย์ แต่ยังมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบในการสนับสนุนและอํานวยความสะดวกในอาชญากรรมการค้ามนุษย์ รวมถึงการปราบปรามสิทธิของชาวกัมพูชาเองด้วย

สำหรับไทย ยังคงอยู่ในระดับที่ 2 (Tier 2)  ซึ่งไทยอยู่ในระดับนี้มาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว รายงานระบุว่า รัฐบาลได้แสดงความพยายามเพิ่มขึ้น รวมถึงปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอาชญากร และศูนย์หลอกลวงตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม การทุจริตคอร์รัปชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐยังคงบั่นทอนความพยายามปราบปรามการค้ามนุษย์โดยเฉพาะตามแนวพรมแดนกับเพื่อนบ้าน

โพสต์ในเฟซบุ๊กของของสถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี อธิบายว่า สหรัฐฯ จัดระดับประเทศต่าง ๆ ในเรื่องนี้ทั้งหมด 4 ระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับที่ 1 (Tier 1) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ ระดับที่ 2 (Tier 2) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ แต่มีความพยายาม ระดับที่ 2 ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (Tier 2 Watch List) คล้ายกับระดับที่ 2 โดยมีจำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลเพิ่มความพยายามดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์

สุดท้ายคือระดับที่ 3 (Tier 3) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไข ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและการค้า  นอกจากนี้ ยังอาจไม่ให้งบประมาณสนับสนุนแก่ลูกจ้างรัฐบาลในการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม รวมทั้งอาจคัดค้านความช่วยเหลือที่รัฐบาลประเทศนั้น ๆ อาจได้รับจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกด้วย

รายงาน TIP Report  ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทิศทางการค้ามนุษย์ทั่วโลก ในแต่ละปีรวบรวมสถานการณ์การค้ามนุษย์ในเกือบ 190 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เว็บไซต์เดอะการ์เดียนของอังกฤษระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน TIP ฉบับล่าสุด ล่าช้าและเงียบเชียบ ทั้งที่มีหน้าที่จัดทำรายงานเพื่อเสนอต่อรัฐสภาภายในวัน 30 มิถุนายนของทุกปี หลังจากถูกเดอะการ์เดียนขุดคุ้ยและถูกรัฐสภาสหรัฐฯ กดดัน เดอะการ์เดียนเคยย้ำเรื่องการออกรายงานล่าช้าในบทความวันที่ 17 กันยายนว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลดความพยายามของหน่วยงานรัฐบาลกลางลงอย่างมากในเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์

ดาโน โทนาลี

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

อิมแพ็คฯ ชวนเหล่าเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเช็กอิน จัดศึก ‘นักรบหางยาว’ ลงสนามประลองความเร็ว อุ่นเครื่องก่อนงานใหญ่ Pet Variety 2025

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันหยุดที่ผ่านมา พื้นที่ชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่าเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ที่ควงคู่มากับคุณพ่อคุณแม่ ออกมาใช้เวลาร่วมกันอย่างคึกคักในบรรยากาศอบอุ่นภายใต้ธีม “ANNYEONG เพื่อนรัก…นัด Check In”งานนี้เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งเสียงหัวเราะ  ความน่ารัก และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาและสะกดสายตาที่สุดคือ การแข่งขัน “Come Here Baby” กับการวิ่งแข่งของ มอนิเตอร์ลิซาร์ด หรือที่หลายคนคุ้นกันว่า “ตัวเงินตัวทอง”  ที่พร้อมใจกันลงสนาม สร้างโมเมนต์ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูให้แฟนสัตว์เลี้ยงได้ปรบมือเชียร์กันสนั่นพร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย งานนี้ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยความสนุก ก่อนถึงงานใหญ่ SmartHeart presents Thailand Pet Variety Exhibition 2025 ที่เตรียมจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 9 – วันอาทิตย์ ที่12 ตุลาคม 2568 ณ อาคาร 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

การแข่งขันกระต่ายปะทะเต่า

การแข่งขัน Come Here Baby

การแข่งขันหมาเลีย แมวเลีย

กิจกรรมเวิร์กช้อปภายในงาน

เสียงเฮดังสนั่นทันทีที่เปิดสนาม Come Here Baby กิจกรรมที่ทำเอาผู้ชมทั้งงานต้องเบิกตากว้างเมื่อผู้เข้าแข่งขันที่พากันวิ่งลงสนามคือ มอนิเตอร์ลิซาร์ด หรือที่หลายคนคุ้นชื่อว่า “ตัวเงินตัวทอง” เหล่าเพื่อนรักสายเลื้อยที่พร้อมใจกันออกวิ่งสุดแรงเกิด แม้จะดูยึกยัก แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ทุกก้าวที่เคลื่อนไปข้างหน้าทำเอาคนดูทั้งขำ ทั้งเอ็นดู พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจไม่ขาดปาก กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ไฮไลท์ที่ใครได้อยู่ตรงนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ารักเกินต้าน! ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมที่เรียกเสียงหัวเราะและความประทับใจจากผู้ร่วมงานคือ คู่แข่งต่างสายพันธุ์ในตำนาน “กระต่ายปะทะเต่า” ที่ถูกยกจากนิทานคลาสสิกมาโลดแล่นบนสนามจริง กระต่ายตัวจิ๋ววิ่งปรู๊ดปร๊าดสวนทางกับเต่าที่ค่อย ๆ เดินอย่างมั่นคง เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่เห็นภาพความต่างสุดขั้วที่ลงตัวอย่างน่าเอ็นดู ที่สำคัญคือผลการแข่งขันไม่ได้มีใครแพ้ใครชนะขาด เพราะแต่ละรอบต่างผลัดกันคว้าชัย สร้างสีสันแบบ ไม่มีใครน้อยหน้าใคร กลายเป็นเวทีแห่งความสุขที่ทุกคนปรบมือให้ทั้งกระต่ายและเต่าอย่างเท่าเทียม ความสนุกยังต่อเนื่องกับการประกวดสุดครีเอตทั้ง หมาเลียไวได้ใจโอปป้า และ แมวเลียแดนกิมจิ ที่เหล่าเพื่อนรักสี่ขาต่างแต่งตัวจัดเต็มในสไตล์เกาหลี พร้อมโชว์ความน่ารักและแข่งขันกินขนมกันอย่างสนุก สนานจนผู้ชมอดยิ้มตามไม่ได้ งานนี้บอกได้คำเดียวว่า สนุกจนลืมเวลา!

เวทีความสนุกไม่ได้หยุดอยู่แค่การแข่งขัน แต่ยังต่อเนื่องด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ทำเอาทั้งครอบครัวและสายมูต้องยิ้มแก้มปริ เริ่มตั้งแต่การทำ เครื่องรางนำโชคสไตล์เกาหลี ที่ครั้งนี้ไม่เพียงให้คุณพ่อคุณแม่ผู้เลี้ยงพกติดตัวไว้เป็นขวัญกำลังใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ ลูกๆ สัตว์เลี้ยง ได้มีเครื่องรางคู่ใจของตัวเอง  ตามมาด้วย Love Key Ceremony ฉบับนัมซานทาวเวอร์ ที่ชวนครอบครัวมาทำกุญแจแห่งรักคู่กับสัตว์เลี้ยง เหมือนสัญลักษณ์แห่งความผูกพันที่ไม่มีวันขาดหาย และปิดท้ายด้วยความสนุกแบบหวานๆ อย่าง ทำเจลลี่สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ทั้งเจ้าของและลูกๆ ได้ลงมือเพ้นท์ถ้วยเจลลี่ด้วยกัน ก่อนจะส่งต่อความสุขให้เพื่อนรัก ลูกรักได้ลิ้มลองจริงๆ

ภายในงานยังอบอวลไปด้วยความน่ารักของเหล่าสัตว์เลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์ที่พากันมาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นงู กระต่าย มอนิเตอร์ลิซาร์ด นกแก้วมาคอว์ น้องหมา น้องแมว เต่า และอีกมากมาย ทุกตัวต่างควงคู่มากับคุณพ่อคุณแม่ผู้เลี้ยง เพื่อใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ร่วมกันอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน และทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงบรรยากาศเรียกน้ำย่อยเท่านั้น เพราะของจริงกำลังจะเกิดขึ้นในงาน SmartHeart presents Thailand Pet Variety Exhibition 2025  ครั้งที่ 15 ระหว่างวันพฤหัสบดี ที่ 9 –วันอาทิตย์ ที่12 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคาร 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มหกรรมที่รวบรวมสัตว์เลี้ยงทุกสายพันธุ์ไว้ในงานเดียว อัดแน่นด้วยการประกวดสุดครีเอต โซนสัตว์หายาก และกิจกรรมอีกมากมาย  

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน Tower of Babel

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Tower of Babel ที่มักเป็นหัวข้อในงานจิตรกรรมนั้นมีต้นกำเนิดในพระคัมภีร์ไบเบิล นั่นคือสิ่งก่อสร้างในดินแดนบาบิโลนที่ถูกกล่าวถึงใน ปฐมกาล 11:1-9 ว่าเป็นหอคอยที่ถูกสร้างขึ้นโดยชนชาติที่มีภาษาเดียวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและต้องการป้องกันความแตกแยก พวกเขาจึงตั้งเป้าว่าจะสร้างเมืองของตัวเองและสร้างหอคอยให้ไปถึงจุดสูงสุดของสวรรค์เพื่อประกาศศักดาของชนชาติตน ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจแตกกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ บนโลก พระเจ้าเลยทำโทษความไร้สาระของพวกเขาด้วยการทำให้พวกเขาสับสนกับภาษาที่ใช้ระหว่างกันเกิดเป็นหลากหลายภาษาจนไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้

The Tower of Babel เป็นหัวข้อที่ศิลปินนิยมรังสรรค์งานมาแต่โบราณ ศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดที่รังสรรค์งานชื่อนี้คือ Peter Bruegel the Elder เขาเกิดในปี 1525 ในครอบครัวช่างฝีมือและศิลปิน เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาก็แต่งงานกับศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีพรสวรรค์มากและร่วมกันสร้างสรรค์งานร่วมกันนับจากนั้นมา ผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาวนาและทิวทัศน์โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Hieronymus Bosch  ผลงานชิ้นแรกของเขาที่ใช้ชื่อ Tower of Babel นี้รังสรรค์ขึ้นบนงาช้างขนาดเล็ก ในระหว่างปี 1552-3 แต่ได้สูญหายไป ส่วนผลงานอีก 2 ชิ้นของศิลปินคนเดียวกันปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ Kunsthistoriesches Museum ในกรุงเวียนนา ออสเตรีย และ Museum Boijmans Van Beuningen ในเมืองรอตเทอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ แม้งานจิตรกรรมทั้งสองชิ้นจะมีส่วนคล้ายกัน แต่ชิ้นที่จัดแสดงที่เวียนนาถือเป็นชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุด มีรายละเอียดมากที่สุดและถูกเลียนแบบมากที่สุดด้วย 

สำหรับ Tower of Babel ฉบับสวีเดนนั้นเป็นผลงานที่เป็นความร่วมมือของศิลปินหลายคนที่เรียกว่ากลุ่ม Hofbrigaden ประกอบด้วย Ulf Rahmberg, Stefan Teleman, Cilla Ericson, Julie Leonardsson และ Ingrid Olsson โดยมี Cilla Ericson เป็นศิลปินที่โดดเด่นสุด ผลงานชิ้นนี้เกิดจากจิตรกรรม 2 ชิ้นประกอบโดยชิ้นแรกชื่อ The Emperor’s New Clothes แต่ Stockholm Lokaltrafik ไม่ยินยอมให้จัดแสดงผลงานนี้ในนิทรรศการ “Brigadmåleri 1978” พวกเขาจึงนำมันไปจัดแสดงอยู่ที่ระเบียงที่มหาวิทยาลัย Lulea University of Technology อยู่ 40 ปี แต่เนื่องจากการปรับปรุงมหาวิทยาลัย ผลงานชิ้นนี้จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอีกครั้ง  กลุ่ม Hofbrigaden เลยตัดสินใจวาด Tower of Babel ทับผลงานชิ้นเดิมนี้ด้วยเรื่องราวที่ล้อเลียนนักการเมืองทั้งในสวีเดนและต่างประเทศจนกลายเป็นภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน การจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวของ Cilia Ecicson ใน Royal Academy of Fine Arts ภัณฑรักษ์จึงได้นำผลงานร่วมชิ้นนี้ของศิลปินมาจัดแสดงไว้ด้วย นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานชิ้นนี้ใช้สีสันที่สดใส มีเรื่องราวที่ดูแปลกตายากที่จะเข้าใจ แต่เป็นไปในเชิงล้อเลียนแน่นอน อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทั้งโบราณ และปัจจุบันสังเกตุได้จากชุดแต่งกายซึ่งก็ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับผู้ชมได้อย่างดีเลยทีเดียว

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธรณีพิโรธขนาด 6.9 เขย่าภาคกลางฟิลิปปินส์

ประมวลภาพความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดเซบู ในภูมิภาควิซายาส ทางภาคกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย.) ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 72 รายแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปีเสียหายหนัก กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านหลายพันครอบครัวยังต้องอาศัยอยู่ตามที่โล่งแจ้งหรือข้างถนน เพราะยังกลัวว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเตือนว่า อาจมีศพผู้เสียชีวิตอีกมากถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนที่พังถล่ม

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

ปิดฉาก ‘ARDA AGRINEXT THAILAND 2025’ หลังขน 100 ผลงานวิจัย พลิกอนาคตเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานมหกรรมวิจัยและนวัตกรรมการเกษตรแห่งปี “ARDA AGRINEXT THAILAND 2025” ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 – 28 ก.ย.68 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด“นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ : พลิกโฉมการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในเวทีโลก”

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA เปิดเผยว่า ตลอด 4 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน และมีผู้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์นับล้านครั้ง การจัดงานนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานวิจัย แต่ยังพิสูจน์ว่างานวิจัยไทยสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง ซึ่งงานวิจัยถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวได้ จากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ เมื่อประเมินภาพรวมผลงานวิจัยของ ARDA จำนวน 3,042 โครงการ พบว่าสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมแล้วกว่า 19,000 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าการลงทุนวิจัยของ ARDA นั้น ไม่ได้หยุดอยู่ในห้องแล็บ แต่ได้ให้ความสำคัญกับการขยายผลสู่เศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเและเพิ่มขีดความสามารถให้กับเกษตรกรไทยได้พร้อมรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ

สำหรับไฮไลท์ที่น่าสนใจแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน ARDA Showcase : พบกับผลงานวิจัยที่ใช้ได้จริง เปลี่ยนชีวิตเกษตรกรได้จริง อาทิ ปุ๋ยพลาสมาไนโตรเจน ลดการใช้ปุ๋มเคมีกว่า 50% ลดต้นทุนการผลิตผักสลัดเหลืองเพียง 7-10 บาท/กก. เทคโนโลยีผลิต “ผำ” เชิงอุตสาหกรรม ปลอดภัย ได้มาตรฐาน การเลี้ยงแมลงโปรตีน BSF ทางเลือกใหม่ในการผลิตอาหารสัตว์ ลดต้นทุนกว่า 50% และสร้างรายได้ต่อเนื่องกว่า 4 ล้านบาทต่อปี

โซน Agri Tech : เทคโนโลยีเกษตรล้ำยุค ยกระดับประสิทธิภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม อาทิ โดรนกำจัดศัตรูมะพร้าว เทคโนโลยีฉีดพ่นสุดล้ำ พ่นใต้ใบได้ทุกจุด ลดความเสียหายผลผลิต–เพิ่มกำไร 20% พันธุ์ข้าวทนเค็ม ปลูกได้ในพื้นที่นำเค็ม ผลผลิตเพิ่มขึ้น จาก 300 – 400 กก./ ไร่ เป็น 650 – 750 กก./ ไร่

โซน Agri Next : เกษตรดิจิทัล อาหารอนาคต และนวัตกรรมแม่นยำสูง อาทิ ระบบเฝ้าระวังฝนตกน้ำท่วม  ระบบแม่นยำแจ้งเตือนไว ลดความเสียหายผลผลิตเกษตรกร 20-30 % มูลค่ารวมกว่า 15 – 20 ล้านบาท/ปี  MunBOT แอปเฝ้าระวังและเตือนภัยโรคมันสำปะหลัง 

โซน Agri Colorful : ดื่มด่ำสีสันความหลากหลายของสินค้าเกษตรไทย ทั้งแปลกใหม่ หลากหลาย และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เกินคาด อาทิ มะละกอพันธุ์ปลักไม้ลาย ทนโรค เพิ่มผลผลิต 750 กก./ ไร่ สร้างรายได้ 84,694 บาท / ปี เทคโนโลยีและนวัตกรรมขยายพันธุ์ปะการังอ่อนฟื้นทะเลไทยแห่งแรก แห่งเดียวของประเทศไทย

นอกจากจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัยแล้ว การจัดงานครั้งนี้ ARDA ยังได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผลงานวิจัยและบุคลากรผู้สร้างคุณูปการต่อเกษตรไทย ประจำปี 2568 เพื่อเป็นกำลังใจและยกย่องความมุ่งมั่นและความสำเร็จของนักวิจัยไทย แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.โครงการวิจัยดีเด่น ได้แก่ การวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืนกรณีศึกษาลุ่มน้ำคลองสวนหมาก โดยมี รศ.ดร.สมชาย ดอนเจดีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ

2.รางวัลนักวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ได้แก่ รศ.ดร.น.สพ.ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ  สังกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 3.รางวัลนักเรียนทุน สวก. ที่มีผลงานวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ประเภทนักวิชาการ ได้แก่ ดร.ประกอบกิจ ดังไธสง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมการข้าว , 4.รางวัลนักเรียนทุน สวก. ที่มีผลงานวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น ประเภท Young Smart Farmer  ได้แก่ นายธนกร นันติ  5.รางวัลผู้ประกอบการ สวก. ดีเด่น ที่นำผลงานวิจัยด้านการเกษตรไปใช้ประโยชน์ ได้แก่  องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ที่นำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

“ARDA ขอขอบคุณเครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และเกษตรกรทุกท่าน ที่ร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ แน่นอนว่าความสำเร็จของงาน ARDA AGRINEXT THAILAND 2025 นอกจากจะสะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ชุมชน และนโยบาย ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป” ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย       

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

Science Update : ยานอวกาศจีนถ่ายรูปเซลฟีคู่โลก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เปิดเผยภาพถ่ายยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 (Tianwen-2) เคียงคู่โลก ซึ่งกล้องสังเกตการณ์ที่ติดตั้งบนแขนกลของยานฯ บันทึกได้ระหว่างเดินทางในอวกาศห้วงลึก โดยจุดเด่นของภาพคือธงแดงดาวห้าดวงหรือธงชาติจีนและแคปซูลส่งกลับสีขาว พร้อมโลกสีฟ้าที่อยู่ห่างไกลเป็นฉากหลัง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 อยู่ห่างจากโลกราว 43 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดาวเคราะห์น้อย 2016เอชโอ3 (2016HO3) ราว 45 ล้านกิโลเมตร สามารถทำการทดสอบในวงโคจรหลายรายการ อาทิ ใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่างและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง โดยทุกระบบทำงานเป็นปกติและเครื่องมือบนยานฯ เริ่มต้นเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมอวกาศ

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเลไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานการณ์สัตว์น้ำทะเลของไทยในปัจจุบันมีความน่าเป็นห่วง หลังพบปริมาณสัตว์น้ำขนาดเล็กลดลง จากการป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมถึงปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว จึงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด นำทีมพนักงานจิตอาสาที ลีสซิ่ง กว่า 100 คน ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางน้ำ รวมถึงส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำธรรมชาติ ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี

ทั้งนี้ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ ที ลีสซิ่ง ร่วมกับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร  ก่อเกิดประโยชน์หลายด้านทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา เพราะการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ  ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ  รักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำท้องถิ่น  ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ปรับปรุงคุณภาพน้ำและลดการพังทลายของพื้นที่ชายฝั่งหรือป่าชายเลน  ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้  สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติ  เพิ่มแหล่งอาหารและรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นจากการประมงพื้นบ้านในระยะยาว  และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กล่าวว่า ในฐานะองค์กรธุรกิจ เรายึดมั่นว่าการเติบโตต้องควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ สร้างความสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นแหล่งอาหารให้แก่ชุมชนในอนาคต “เราได้ร่วมกันปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน สังคม และส่งต่อคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไป บริษัทฯ เชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน และคงความงดงามไว้ให้ลูกหลานในอนาคต”

ด้าน กมลลฎา ขาวสว่าง เจ้าหน้าที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า การปล่อยสัตว์น้ำเหล่านี้คืนสู่ธรรมชาติ เป็นเสมือนการฟื้นฟูระบบนิเวศของท้องทะเล ให้วัฏจักรการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำสามารถดำรงอยู่ “ทุกคนเป็นนักอนุรักษ์ได้โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่นไปตลาดเห็นปูที่มีไข่อยู่นอกกระดอง เราควรซื้อมาปล่อยแทนการนำไปรับประทาน เพราะปูหนึ่งตัวมีลูกปูมากกว่า 700,000-800,000 ตัว ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ต่อให้คนรุ่นหลังได้ สำหรับอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร พร้อมต้อนรับทุกหน่วยงานที่ต้องการทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืนค่ะ”