
คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก ‘คิม จู แอ’ ตัวเต็งผู้นำหญิงคนแรกของเกาหลีเหนือ
วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.14 น.
คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันแห่งชัยชนะของจีนที่กรุงปักกิ่งของจีนในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพา คิม จู แอ บุตรสาวเดินทางไปด้วย นับเป็นครั้งแรกที่บุตรสาวสุดที่รักของผู้นำเกาหลีเหนือปรากฏตัวต่อสาธารณชนในการเดินทางไปต่างประเทศ โหมกระพือข่าวลือเรื่องเธอได้รับการวางตัวให้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของเกาหลีเหนือ
.jpg)
ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะ คือ คิม จู แอ วัย 12-13 ปี เดินตามหลัง คิม จอง-อึน วัย 41-42 ปี ผู้เป็นบิดา ลงจากขบวนรถไฟกันกระสุนที่ใช้เดินทางข้ามคืนจากกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ ถึงกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันอังคารที่๋่ผ่านมา (2 ก.ย.) โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนต้อนรับและนำเขาเดินไปบนพรมแดง ทางการเกาหลีเหนือไม่เคยเปิดเผยชื่อหรืออายุของเธอ ขณะที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเกาหลีใต้เชื่อว่า เธอคือบุตรสาวชื่อ จู แอ ตามที่ เดนนิส รอดแมน อดีตนักบาสเก็ตบอลชื่อดังชาวอเมริกัน เคยบอกกับหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน ว่า เคยอุ้มเธอตอนเป็นทารกในช่วงที่เขาไปเป็นแขกของผู้นำเกาหลีเหนือในปี 2556
ทว่า ขณะที่ คิม จอง-อึน เดินบนพรมแดงปูลาด ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนพิธีสวนสนามจะเริ่มขึ้น ไม่มีใครเห็น คิม จู แอ แม้แต่เงา
ที่ผ่านมาสื่อ ทางการเกาหลีเหนือไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับทายาทของ คิม จอง-อึน จนกระทั่งมีการรายงานข่าว คิม จู แอ เป็นครั้งแรก เป็นภาพเธอจูงมือบิดาอย่างสนิทสนมขณะไปเปิดตัวขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปในปี 2565 หลังจากนั้น เธอเริ่มออกงานใหญ่มากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นงานเกี่ยวข้องกับกองทัพรวมถึง งานที่สถานทูตรัสเซียในกรุงเปียงยางเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ และงานเปิดตัวเมืองท่องเที่ยวริมชายทะเลเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
.jpg)
ไมเคิล แมดเดน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือของศูนย์สทิมสัน (Stimson Center) ในสหรัฐฯ มองว่า คิม จู แอ คือ ตัวเต็งผู้นำสูงสุดคนต่อไปของเกาหลีเหนือ จากการที่เธอได้ออกงานในต่างประเทศเคียงข้างบิดาที่เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นโอกาสที่แม้แต่บิดาของเธอ หรืออาสาวอย่าง คิม โย-จอง ไม่เคยได้รับมาก่อน แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คิม จอง-อิล นั้น ‘หวาดกลัวการนั่งเครื่องบิน’ อย่างไรก็ดี คิม จอง-อิล ซึ่งเป็นปู่ของ จู แอ เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 พร้อมกับ คิม อิล-ซุง ปู่ทวดผู้ก่อตั้งประเทศ ซึ่งเมื่อเขาถึงแก่อสัญกรรม ก็ได้มอบอำนาจให้ คิม จอง-อิล ในปี 2537 กระทั่งมาถึง คิม จอง-อึน ซึ่งเป็นลูกของ คิม จอง-อิล แมดแดนยังจับสังเกตการนำเสนอข่าวของสื่อเกาหลีเหนือในช่วงที่ผ่านมา ที่เรียกขาน จู แอ อย่างเคารพยกย่องเป็นพิเศษ โดยใช้คำว่า “ลูกสาวที่ ‘น่าเคารพ’ ซึ่งคำคุณศัพท์นี้ สงวนไว้สำหรับบุคคลที่เป็นที่รักและเคารพที่สุดของเกาหลีเหนือเท่านั้น
หลังเปิดตัวลูกสาวได้ไม่นาน เรดิโอ ฟรี เอเชีย รายงานเมื่อ ก.พ. 2023 ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้สั่งให้ประชาชนทุกคนในเกาหลีเหนือที่มีชื่อว่า คิม จู แอ ให้เปลี่ยนชื่อของตน โดยรัฐบาลเกาหลีเหนืออ้างว่านี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติพื้นฐานสำหรับตระกูลของผู้นำสูงสุด
แต่ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนยังมีความเห็นแตกต่างออกไปในประเด็นนี้
เจนนี ทาวน์ ผู้อำนวยการโครงการเกาหลีของศูนย์สติมสัน ให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อปี 2567 ว่า การปรากฏตัวของลูกสาวเคียงข้าง คิม จอง-อึน อาจเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำคิมในฐานะ ‘พ่อผู้รักครอบครัว’ (Family Man) ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่อย่างฝังลึก และลูกสาวคนนี้น่าจะทำได้ดีกว่าลูกชาย ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากเท่ากับเธอ รายงานของหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ในปี 2017 ระบุว่า คิมและรี ซอล-จู ภรรยาของเขา มีลูกด้วยกัน 3 คน ได้แก่ ลูกชายที่เกิดในปี 2010 ลูกสาวที่เกิดในปี 2013 ซึ่งคาดว่าเป็น จู แอ และในปี 2017 ลูกที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเพศ
.jpg)
ราเชล มินยอง อี นักวิจัยอีกคนของศูนย์สทิมสันตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงหลายปีมานี้ จู แอ ได้ขยายขอบเขตการปรากฏตัวต่อสาธารณะ จากที่ตั้งทางทหารไปยังงานทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า การที่เธอไปเปิดตัวบนเวทีสากลที่จีนจะหมายความว่าเธอคือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป วิธีการที่สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานข่าวของเธอในจีนอาจช่วยให้เห็นภาพได้ดีขึ้น
ขณะที่ ฮง มิน นักวิจัยอาวุโส สถาบันเกาหลีเพื่อการรวมชาติในเกาหลีใต้ มองต่างออกไปว่า หาก คิม จู แอ ได้รับการวางตัวให้เป็นผู้นำคนต่อไปจริง เกาหลีเหนือคงจะทำให้เป็นทางการผ่านกระบวนการอนุมัติภายในของพรรคแรงงานที่เป็นพรรครัฐบาล
ในปี 2024 หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้รายงานว่า จู แอ กำลังเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเป็นผู้นำ แม้ว่ายังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรและเมื่อใด เนื่องจากผู้นำในอนาคต รวมถึง คิม จอง-อึน มักจะทำงานอย่างหนักเพื่อก้าวผ่านโครงสร้างอำนาจของระบอบการปกครอง โดยจะดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายตำแหน่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐ นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าชนชั้นนำในพรรครัฐบาลและกองทัพจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการแต่งตั้ง ‘ผู้หญิง’ ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด เพราะต้องไม่ลืมว่า เกาหลีเหนือยึดถือวัฒนธรรมที่ผู้ชายและกองทัพเป็นใหญ่
.jpg)
ด้าน ฟีโอดอร์ เทอร์ทิตสกีย์ เชื่อว่า คิม จอง-อึน กำลัง “โยนหินถามทางกับสังคม รวมถึงความเห็นของชนชั้นนำ ว่าจะยอมรับว่าที่ผู้สืบทอดอำนาจคนนี้ได้หรือไม่” ด้วยการพา คิม จู-แอ ออกงานสาธารณะ เนื่องจากการพาตัวลูกสาวมาปรากฏตัวต่อสาธารณะบ่อย ๆ เช่นนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในภาวะที่ยังเคาะตัวว่าที่ผู้นำคนใหม่ไม่แล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม เขาเห็นด้วยว่า ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องผู้สืบทอดต่อจาก คิม จอง-อึน เพราะหากเขาถึงแก่อสัญกรรมตอนอายุเดียวกับบิดา คือ 70 ปี นั่นก็คือปี 2054 และหากเรามองว่า รัฐเกาหลีเหนือจะอยู่รอดจนถึงวันนั้นในสภาวะแบบปัจจุบัน สังคมก็อาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

.jpeg)
.jpg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)

.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)















.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)





.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)