TO BE NUMBER ONE และ CEYDA ผนึกกำลัง RoV สร้างทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตการศึกษาระดับชาติวางรากฐานเยาวชนไทยสู่เส้นทางอาชีพอีสปอร์ต อย่างยั่งยืน ผ่าน “RoV x Buff to Build Number One”
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.16 น.
โครงการ TO BE NUMBER ONE และสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการ “RoV x Buff to Build Number One” เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมอีสปอร์ตและการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ และการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานการพัฒนาเยาวชนสู่โลกอนาคต
โดยจะนำร่องโครงการ “RoV x Buff to Build Number One” ด้วยการแข่งขันอีสปอร์ตบนเกม Arena of Valor (RoV) ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะเปิดรับสมัครตัวแทนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา มากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหานักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่สู่ระดับกึ่งอาชีพ (Semi-Pro) ซึ่ง 2 ทีมที่ทำผลงานดีที่สุดจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขัน TEPL Wildcard Tournament 2026 เพื่อต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในวงการอีสปอร์ต
หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE กล่าวว่า “เรามุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพในพื้นที่ที่เหมาะสม อีสปอร์ตเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถต่อยอดสู่อนาคตที่สร้างสรรค์ได้”
วราวุธ โพธิ์ยิ้ม (ตั้ม) CEO – TO BE NUMBER ONE Esports กล่าวเสริมว่า “เราทำหน้าที่เติมเต็ม Ecosystem รองรับเยาวชนจากโครงการนี้ ตั้งแต่การพัฒนา การแข่งขันระดับสูง ไปจนถึงการผลักดันสู่เส้นทางอาชีพจริง”
ภวิษย์พร เจียรประเสริฐ Country Head ประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การีนาเชื่อมั่นในการพัฒนาความชอบให้เป็นทักษะที่ใช้ได้จริง ความร่วมมือในโครงการนี้จึงเป็นความมุ่งมั่นที่จะ ‘Buff’ หรือเสริมพลังให้เยาวชนไทยกล้าแสดงออกและได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มที่เพื่อบ่มเพาะนักกีฬาอีสปอร์ตหน้าใหม่จากระดับโรงเรียนสู่ระดับมืออาชีพ ภายใต้สังคมเกมที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน”
วรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ วาทยกร นักประพันธ์เพลงเจ้าของรางวัล Best Original Score จากดนตรีภาพยนตร์เรื่อง Dream! และ Grand Prize Winner จาก SCG Young Thai Artist in Composition และผู้ช่วยวาทยกร ณ Bangkok Opera ในฐานะวาทยกรประจำการแสดงเรควีมของโมซาร์ทครั้งนี้ จะบรรเลงบทเพลงฉบับผสมที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ ผ่านการรวบรวมและขัดเกลาแนวคิดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของบทเพลงนี้หลายฉบับ มุ่งแสวงหาความสมดุลและความเป็นเอกภาพ โดยให้ความสำคัญการเรียบเรียงเครื่องดนตรี เพื่อให้บทเพลงบรรเลงได้ใกล้เคียงกับสำนวนดนตรีช่วงปลายชีวิตของโมซาร์ทมากที่สุด และเป็นการฟื้นคืนบทเพลงที่โมซาร์ทร่างไว้แต่ยังแต่งไม่เสร็จสมบูรณ์ให้ยิ่งลึกซึ้งและน่าจดจำ
ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และ เศรษฐกิจไทย หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถฝ่าคลื่นเศรษฐกิจ พงษ์ทิพย์ เทศะภู ประธานสายงานสื่อสาร และศูนย์จัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้นำด้าน ด้าน AI-Data Driven Technology และ AI Transformation ในฐานะที่ปรึกษาด้านการบริหารประเด็นและจัดการวิกฤตให้กับกลุ่ม ธุรกิจ ให้ความเห็นในการบริหารจัดการประเด็นและการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจว่า การที่เศรษฐกิจในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล และเอไอ (Digital & AI Economy) ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อมูลและข่าวสารมีความรวดเร็วในแบบเรียลไทม์ ทุกคนสามารถสื่อสาร และแสดงความเห็นของตัวเองผ่าน Social Media ทำให้มีการแสดงความเห็นทั้งเชิงบวกและลบ เกิดเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรภาครัฐ และภาคธุรกิจต่างๆ เป็นจำนวนมาก
กลุ่มธุรกิจหลายกลุ่มต้องพัฒนาและบริหารธุรกิจเพื่อตอบสนองกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (Stakeholders) ไม่ว่า จะเป็นธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต สถาบันการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ บ่อยครั้งเรื่องที่เราพบในฐานของมูลของ เรียล สมาร์ท ผ่านระบบ Social Listening และ Social Monitoring มีข้อมูลและข้อความใน Social Media ปี 2568 จำนวนกว่า 1,000 ล้านข้อความ พบกรณีที่เป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายให้กับองค์กรเป็นจำนวนมาก และแนวโน้มของจำนวนข้อความที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการประเด็นที่เกิดขึ้น ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤตขององค์กร
การจัดการกับประเด็นที่ถูกโจมตีใน Social Media ได้อย่างทันท่วงทีจะทำให้แต่ละองค์กรสามารถที่จะบริหารจัดการปัญหาได้ก่อนที่ประเด็นต่างๆ จะกลายเป็นวิกฤต ที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ขององค์กร ยิ่ง Social Media เติบโต การบริหารประเด็นก่อนที่จะเกิดวิกฤตยิ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วย ดิจิทัล และ AI