‘IT’S TIME’ นิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุด ของกลุ่ม จปภ.36 หลังห่างหายไป 7 ปี

'IT’S TIME' นิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุด ของกลุ่ม จปภ.36 หลังห่างหายไป 7 ปี

‘IT’S TIME’ นิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุด ของกลุ่ม จปภ.36 หลังห่างหายไป 7 ปี

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.04 น.

กลุ่ม จปภ.36 จัดเปิดตัวนิทรรศการศิลปะครั้งที่ 7 โดยให้ชื่องานครั้งนี้ว่า “ได้ที่ละ” (IT’S TIME) : The 7th Art Exhibition of PSG.36 โดยมี คุณ เยาวนี นิรันดร นักธุรกิจและผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ ผู้ก่อตั้ง 129 Art Museum เป็น ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศิลปิน และนักสะสม เข้าร่วมงานมากมาย ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯกลุ่ม จปภ.36 คือ การรวมตัวของอดีตนักศึกษา “คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์” ที่เคยเรียนร่วมกันในรุ่น 36 ของ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาร่วมกันจัดนิทรรศการ โดยจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และจัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเป็นครั้งที่ 7 จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โดยในครั้งนี้จะเป็นการแสดงผลงานจากศิลปินจำนวนทั้งหมด 19 ท่าน ในสาขาต่าง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ นำโดย จารุพงษ์ จันทรเพชร มาในคอนเซป “รอยยิ้มที่หายไป” (The Missing Smile), เดชา สายสมบูรณ์ มาในคอนเซป “ด้วยรักและห่วงใย” (With Love And Care), ทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์ มาในคอนเซป “คลื่น” (Wave), ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ มาในคอนเซป “นักบริโภค เราทุกคนต่างเป็นนักบริโภค”, ประสาทศิลป์ รัตนสิริลักษณ์ มาในคอนเซป “สลัด” (Salad), ประเสริฐ พิชยะสุนทร มาในคอนเซป “ประสบการณ์”, ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน์ มาในคอนเซป “S.O.S” (Symbols Of Symbiosis), ปราโมช บุญนาค มาในคอนเซป “ชีวิตไทย” (Thai Life), พัฒนพงศ์ สังข์แก้ว มาในคอนเซป “เวลาของชีวิต” (Life Timeline), รังสิต มามารต์ มาในคอนเซป รูปทรงจักรกลและพื้นที่ว่าง (Mechanical Form and Space), ศิริรัตน์ เอี่ยมสกุลเดชะ มาในคอนเซป “ทำอะไรก็ได้ที่อย่างทำ”, อนุพันธ์ น้ำทิพย์ มาในคอนเซป “Happiness Movement”, อาคม อบรม มาในคอนเซป “จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติและมรดกแห่งแผ่นดิน” (Spirit Of Nature & The Legacy Of The Land), วิวิชชา ยอดนิล มาในคอนเซป “Wave 2026”,   และศิลปินอีกมากมาย อาทิ ดินหิน รักพงษ์อโศก, ธีรยุทธ จั่นฝังเพชร,ประสงค์ ธงธวัช, ไพศาล ธีรพงศวิษณุพร, มานพ สุวรรณปันฑะ, เป็นต้น

จารุพงษ์ จันทรเพชร กล่าวว่า “การรวมตัวจัดนิทรรศการของกลุ่ม จปภ.36 ในครั้งนี้ห่างจากครั้งที่แล้วถึง 7 ปี เนื่องด้วยมีเหตุการณ์หลายๆอย่างทำให้เราไม่สามารถจัดงานได้ หนึ่งในนั้นคือ ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค19 มาในครั้งนี้เพื่อนๆในกลุ่มจึงร่วมนำผลงานมาแสดงกันอย่างมากมาย หลากหลาย ในส่วนของผมมาในคอนเซป “รอยยิ้มที่หายไป” ซึ่งเป็นเหมือนบันทึกเรื่องราวในเวลาที่คนทั้งโลกหยุดยิ้มในช่วงโควิด 19  เพราะโควิดไม่ได้

พรากแค่ชีวิต แต่มันขโมยรอยยิ้ม ความหวัง และความสัมพันธ์ของมนุษย์ไปพร้อมๆกัน  สำหรับงานชุดนี้ไม่ได้ต้องการแค่ให้ดู แต่นำรอยยิ้มที่กลับมาไปส่งต่อให้คนอื่น และรายได้บางส่วนจากการจัดแสดงหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะบริจาคให้กับ มูลนิเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ สมทบทุนช่วยการรักษาเพราะสำหรับบางคนรอยยิ้มไม่ใช่เรื่องเล็กและสำหรับโลกใบนี้ “รอยยิ้ม … ไม่ควรหายไปอีก””

สำหรับงาน “ได้ที่ละ” (IT’S TIME) : The 7th Art Exhibition of PSG.36 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน ถึง วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (หัวมุมแยกปทุมวัน ตรงข้ามสยามสแควร์) ห้องสตูดิโอ ชั้น 4  

LIFE & HEALTH : รู้จัก RAMAAI (ระไม) CXR Solution: AI สัญชาติไทยอ่านฟิล์มเอกซเรย์ปอด

LIFE & HEALTH : รู้จัก RAMAAI (ระไม) CXR Solution: AI สัญชาติไทยอ่านฟิล์มเอกซเรย์ปอด

LIFE & HEALTH : รู้จัก RAMAAI (ระไม) CXR Solution: AI สัญชาติไทยอ่านฟิล์มเอกซเรย์ปอด

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การ เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เป็นการตรวจพื้นฐานที่แพทย์ใช้บ่อยมาก เพราะช่วยเห็นภาพรวมของปอด หัวใจ และโครงสร้างในทรวงอกได้รวดเร็ว ประโยชน์ของการเอกซเรย์ปอด เช่น ตรวจหาโรคปอด เช่น วัณโรค หรือ ปอดบวม, ดูความผิดปกติของหัวใจและทรวงอก, ตรวจหาก้อนเนื้อหรือมะเร็งปอด, ประเมินอาการไอ เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงชญานิน นิติวรางกูร ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ภาพเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray หรือ CXR) เป็นการตรวจทางรังสีที่ทำบ่อยที่สุดในโลก และเป็นด่านแรกของการวินิจฉัยโรคปอด หัวใจ และภาวะฉุกเฉินทางทรวงอกแทบทุกชนิด แต่ในประเทศไทย ภาพจำนวนมหาศาลนี้กลับต้องรอการอ่านจากรังสีแพทย์ที่มีไม่ถึง 2,000 คนทั่วประเทศ และกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่เป็นหลัก

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะเพิ่มจำนวนรังสีแพทย์ได้เร็วพอหรือไม่ แต่คือเราจะออกแบบระบบอย่างไรให้ “ความเชี่ยวชาญ” เดินทางไปหาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างทั่วถึง และนี่คือจุดที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เร่งให้วงการแพทย์ไทยต้องหาคำตอบอย่างเป็นรูปธรรม และ โครงการ RAMAAI (ระไม) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งวิกฤตนั้น

RAMAAI CXR Solution หรือที่ทีมผู้พัฒนาเรียกสั้นๆว่า “ระไม” คือ AI สัญชาติไทยที่นำการพัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดจากความร่วมมือของแพทย์ วิศวกร และนักวิจัยไทย ภายใต้เป้าหมายที่ใหญ่กว่าการสร้างผลิตภัณฑ์หนึ่งตัว นั่นคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ที่ประเทศไทย “เป็นเจ้าของ” ได้จริง

RAMAAI ไม่ใช่การซื้อสิทธิ์ใช้งาน AI จากต่างประเทศ แต่คือองค์ความรู้แบบครบวงจรที่สร้างขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การพัฒนาโมเดล การตรวจสอบทางคลินิก ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์

  • โจทย์ที่ AI ต้องตอบ: ไม่ใช่แค่ “อ่านฟิล์มเก่ง” แต่ต้อง “เหมาะกับคนไทย”

ข้อจำกัดสำคัญของระบบ AI ทางการแพทย์ที่พัฒนาในต่างประเทศ คือการถูกฝึกด้วยข้อมูลจากประชากรกลุ่มอื่นที่มีลักษณะทางกายวิภาค ความชุกของโรค และรูปแบบการให้บริการสุขภาพต่างจากประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ “วัณโรค” ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วพบน้อยมากจนข้อมูลฝึกสอนไม่เพียงพอ แต่ในประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อสำคัญที่ต้องคัดกรองเป็นประจำ การนำ AI จากต่างประเทศมาใช้กับบริบทไทยโดยตรงจึงอาจพลาดในจุดที่สำคัญที่สุด

RAMAAI CXR solution ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ภาพเอกซเรย์ทรวงอกมากกว่าสองล้านภาพจากผู้ป่วยไทย ผ่านการตรวจสอบและยืนยัน (verification) โดยรังสีแพทย์เฉพาะทางในประเทศ ความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือหลักการพื้นฐานของ AI ทางการแพทย์ที่เรียกว่า data representativeness หาก AI ไม่เคยเห็นโรคในรูปแบบที่ผู้ป่วยจริงเป็น ย่อมไม่สามารถตรวจจับได้อย่างน่าเชื่อถือ

  • ·ขีดความสามารถของ RAMAAI CXR Solution: จากคัดกรองโรคทั่วไปสู่ “Zero TB”

RAMAAI CXR Solution ในเวอร์ชันปัจจุบันสามารถช่วยคัดกรองและชี้แนะความผิดปกติบนภาพเอกซเรย์ทรวงอกได้ถึง 16 ภาวะ ครอบคลุมกลุ่มโรคที่พบบ่อยและมีความสำคัญเชิงสาธารณสุขของประเทศไทย อาทิ วัณโรคปอด ที่เป็นจุดบอดของ AI ต่างชาติส่วนใหญ่, ก้อนและรอยโรคที่สงสัยมะเร็งปอด ซึ่งการตรวจพบในระยะแรกส่งผลโดยตรงต่ออัตราการรอดชีวิต, ภาวะปอดอักเสบและการติดเชื้อในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของผู้สูงอายุไทย, ภาวะหัวใจโตและสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว, ภาวะถุงลมโป่งพองและภาวะปอดแฟบ, ภาวะลมรั่วและน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด

จุดที่ทำให้ RAMAAI แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ AI CXR ในตลาดโลก คือโมดูลที่เรียกว่า “Zero TB Module” ความสามารถในการตรวจจับวัณโรคในระยะแพร่กระจาย (active tuberculosis) ซึ่งเป็นภาวะที่แม้แต่รังสีแพทย์ที่มีประสบการณ์ก็ยังวินิจฉัยยาก และเป็นช่องว่างที่ระบบ AI เชิงพาณิชย์จากต่างประเทศแทบไม่มีใครเข้าไปแตะ เพราะข้อมูลฝึกสอนในประเทศต้นทางไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ทีมพัฒนายังให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล เช่น IEC 62304 สำหรับวงจรชีวิตซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ และระบบบริหารคุณภาพเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นหาก RAMAAI CXR solution จะถูกใช้ในระบบบริการสุขภาพระดับประเทศ หรือส่งออกไปยังต่างประเทศในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่จริง ๆ แล้วเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “โครงการวิจัยที่น่าภูมิใจ” กับ “ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนระบบสาธารณสุขได้จริง

  • จากห้องวิจัยสู่เตียงผู้ป่วย: ปัจจัยสู่การใช้งานจริง

บทเรียนสำคัญของ AI ทางการแพทย์ทั่วโลกคือ การพัฒนาโมเดลที่ให้ค่าความแม่นยำสูงในห้องวิจัยเป็นเพียงก้าวแรก ก้าวที่ยากกว่าคือการนำไปใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมคลินิก ซึ่งต้องผ่านด่านทั้งด้านการขึ้นทะเบียน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การเชื่อมต่อกับระบบ PACS และ HIS ของโรงพยาบาล การอบรมบุคลากร และการสร้างความไว้วางใจจากผู้ใช้

RAMAAI CXR solution ได้ผ่านด่านเหล่านี้และขยายการติดตั้งไปยังหน่วยบริการในหลายระดับ ตั้งแต่ รพ.รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ไปจนถึง รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็น รพ.ชุมชนในพื้นที่ชายแดน การกระจายตัวแบบนี้เองที่สะท้อนเจตนารมณ์ของโครงการได้ชัดที่สุด

ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือการขยายผลผ่าน Medical AI Consortium โดย RAMAAI CXR solution จะได้รับการติดตั้งใน รพ. ในความดูแลของกรมการแพทย์ กว่า 14 แห่งอย่างเป็นระบบ การดำเนินการนี้ไม่ใช่เพียงการกระจายเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ทางการแพทย์ระดับประเทศที่ทำให้ รพ. ทุกแห่งในเครือข่ายสามารถเข้าถึงเครื่องมือช่วยวินิจฉัยในระดับเดียวกัน

รูปแบบการใช้งานมีหลากหลาย ตั้งแต่การเชื่อมต่อตรงกับระบบ PACS ของโรงพยาบาล ไปจนถึงการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และแอปพลิเคชันที่แพทย์ไทยคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เป็นการออกแบบที่ตระหนักถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลขนาดเล็ก และช่วยให้ AI ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่

  • มิติเชิงระบบ: AI กับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการวินิจฉัย

หัวใจของการวิเคราะห์ผลกระทบของ RAMAAI CXR solution อยู่ที่มิติของความเท่าเทียม ในขณะที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่มีรังสีแพทย์เฉพาะทางทรวงอกพร้อมอ่านฟิล์มได้ตลอด 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลชุมชนจำนวนมากมีรังสีแพทย์เพียง 1 ท่าน หรือไม่มีเลย ทำให้ผู้ป่วยอาจต้องรอผลวินิจฉัยเป็นวัน ๆ

เมื่อ AI สามารถให้การประเมินเบื้องต้นได้ภายในไม่กี่วินาที บทบาทของเทคโนโลยีจึงเปลี่ยนจาก “เครื่องมือในเมือง” เป็น “สะพานเชื่อมความเชี่ยวชาญ” สู่พื้นที่ห่างไกล แพทย์ทั่วไปในโรงพยาบาลชุมชนไม่ได้ถูกบังคับให้ตัดสินใจโดยลำพังอีกต่อไป แต่มีเครื่องมือช่วยจัดลำดับความสำคัญของผู้ป่วย (triage) และชี้จุดที่ควรให้ความสนใจ ขณะที่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของมนุษย์เช่นเดิม

ในมุมนี้ บทบาทของแพทย์ไม่ได้ถูก “แทนที่” แต่ถูก “ขยาย” ให้ครอบคลุมผู้ป่วยได้มากขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งด้านการตีความผลจาก AI ด้านจริยธรรม และด้านการสื่อสารกับผู้ป่วยในยุคที่การตัดสินใจทางคลินิกมีเครื่องจักรเข้ามาร่วมด้วย

  • ข้อกังวลที่ต้องพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา

ต้องยอมรับว่า AI ทางการแพทย์ยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ข้อกังวลสำคัญประกอบด้วย ความเสี่ยงต่อการพึ่งพา AI มากเกินไป (automation bias) ที่อาจทำให้แพทย์ละเลยการตรวจซ้ำ, ความเสี่ยงต่อประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อนำไปใช้ในประชากรหรือเครื่องเอกซเรย์ที่ต่างจากชุดฝึกสอน (performance drift), คำถามด้านความรับผิดชอบทางกฎหมายเมื่อ AI ให้ผลผิดพลาด

แนวทางที่ทีม RAMAAI ได้พยายามป้องกันคือการปฏิบัติตามกรอบธรรมาภิบาล AI ทางการแพทย์ที่สอดคล้องกับหลักจริยธรรมสากล รวมถึงการสร้างระบบติดตามประสิทธิภาพของ AI หลังเริ่มใช้งาน (post-deployment surveillance) เพื่อให้มั่นใจว่าโมเดลยังคงทำงานได้ตามมาตรฐานเมื่อบริบทของข้อมูลและประชากรเปลี่ยนแปลงไป

  • จากโรงเรียนแพทย์สู่ประชาชน: แบบอย่างการถ่ายทอดนวัตกรรม

หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของ RAMAAI CXR Solution คือการพิสูจน์ว่าการวิจัยในโรงเรียนแพทย์สามารถก้าวข้ามขอบเขตของ “งานวิจัยในห้องเรียน” และสร้างนวัตกรรมคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยในระดับประเทศ เส้นทางจากห้องปฏิบัติการไปสู่เตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมชนห่างไกล แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างของการ “แปลงนวัตกรรม” ที่ประเทศไทยสามารถทำได้

การที่ RAMAAI เริ่มต้นจากทีมงานในโรงเรียนแพทย์และขยายสู่ Medical AI Consortium ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ทั่วประเทศ เป็นตัวอย่างของ “ระบบนวัตกรรมที่เชื่อมต่อกัน” ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างนวัตกรรมที่มีผลกระทบอย่างยั่งยืน

  • โอกาสของไทยในเวทีภูมิภาคและอธิปไตยทางเทคโนโลยี

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ประเทศที่พึ่งพา AI ทางการแพทย์จากต่างประเทศทั้งหมดย่อมเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านต้นทุน ความต่อเนื่องของการให้บริการ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ป่วย การที่ประเทศไทยสามารถพัฒนา RAMAAI CXR Solution ได้สำเร็จจนถึงระดับใช้งานจริง จึงมีนัยสำคัญเกินกว่าการเป็นผลงานวิชาการ แต่เป็นการยืนยันว่าประเทศกำลังพัฒนาก็สามารถเป็น “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีขั้นสูงได้ ไม่ใช่เพียง “ผู้ใช้”

บริบทของโรคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นวัณโรค ปอดอักเสบ หรือโรคจากมลพิษทางอากาศ มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยมากกว่าบริบทของยุโรปหรืออเมริกาเหนือ RAMAAI จึงมีโอกาสขยายตัวสู่ประเทศเพื่อนบ้านในฐานะแพลตฟอร์ม AI ทางการแพทย์ที่ “เข้าใจโรคในภูมิภาค” ได้อย่างแท้จริง และอาจเป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างระบบนิเวศ AI ทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางจากประเทศพัฒนาแล้ว

  • บทสรุป: เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องของ “คน”

RAMAAI CXR Solution ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ แต่เป็นกรณีศึกษาของการนำเทคโนโลยีมาตอบปัญหาเชิงระบบ ปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการวินิจฉัย และปัญหาการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้ RAMAAI น่าจับตามอง ไม่ใช่เพราะเป็น AI ที่เก่งที่สุดในโลก แต่เพราะเป็น AI ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทย ด้วยข้อมูลคนไทย โดยทีมคนไทย และสำหรับระบบสุขภาพไทย

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คุณแหน : 22 เมษายน 2569

คุณแหน : 22 เมษายน 2569

คุณแหน : 22 เมษายน 2569

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดงานกตเวทิตาคุณ ส่วนบุญคืนสู่เหย้า ประจำปี 2569 จัดโดย สมาคมศิษย์เก่ารร.ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน..
  • วงการสาธารณสุข อาลัย นพ.วัลลภ ไทยเหนือ อดีต รมช.สธ. เสียชีวิตในวัย 81 ปี นับเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการสาธารณสุขไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวางรากฐานนโยบายด้านสุขภาพ..
  • ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการ รองผอ.ใหญ่ ดีป้า เดินหน้าผลักดันโครงการ AI Transformation มุ่งยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดร่วมกับ ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ขยายการดำเนินงานสู่กลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ ส่งเสริมการเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Digital และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเสริมศักยภาพการแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่..
  • สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์ฯ จัดการแข่งขัน “โครงการการแข่งขันพัฒนานวัตกรรมสุขภาพสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ และการพัฒนาศักยภาพนวัตกรด้านสุขภาพรุ่นใหม่ ประจําปี 2568” ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ได้มาร่วมประชันไอเดียและนําเสนอนวัตกรรมด้านสุขภาพ..
  • ยินดีกับ บจ.ไอครีเอทีฟซิสเตมส์ ที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Digital Awards 2025 สาขา Digital Hardware of the Year..
  • นพ.สุทธิภาศ พงศ์มณี รอง ผอ.ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้การต้อนรับ มารีย์ โอภาสเสถียร พร้อมคณะ Digital CEO#9 กว่า 40 คนที่มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีของศูนย์ศรีพัฒน์..
  • คนึง คงสมจิตต์ มอบเงินบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ..
  • ชื่นชม สยามโกลบอลเฮ้าส์ ผู้นำศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านแบบครบวงจร มอบอุปกรณ์สิ่งของการสนับสนุนการศึกษาให้เด็กพิเศษ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ โดยมี วรรณวนัช กันพรม รับมอบ..
  • ดร.สักกเวท ยอแสง ช่วงวันเกิดได้ฝากคนรู้จักทำอาหารไปถวาย หลวงปู่สมคิด อจโล ที่จ.อุดร แล้วไปเหมาปลาหน้าเขียงไปปล่อยอีกด้วย..
  • ส่วน ปวริศร์ เอี่ยมอ่ำ วันเกิดปีนี้พาครอบครัวไปฉลองที่ซีดนีย์ 10 วัน..
  • ยินดีกับ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) ที่ วง Starburst Band มีสมาชิกนักเรียนชั้น ม.3 (ห้อง 37) คือ ภณณัฏฐ์ โสภิตานนท์รัตน์, ชยุตพล อุติศยพงศา, นภนธ อภิรัตน์โชติกุล, เขมภัทร สมจิตต์, ศุภกร เหมยากร ได้รับรางวัล Platinum Award ในการแข่งขันดนตรี Stars of Asia International Music Competition 2026 ณ นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น..
  • สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แสดงความเสียใจกับการจากไปของ ภก.สุวิทย์ เลิศจรรยารักษ์ ศิษย์เก่า เภสัช มช. รุ่น 14..
  • สวด สมพร หอมเกษร ศาลา 5 วัดโพธิ์แจ้ จ.สมุทรสาคร 18-22 เม.ย.19.00 น. ..23 เม.ย.เคลื่อนร่างสู่สุสานบัวทอง จ.สระบุรี ..

น้องใหม่

ศูนย์คุณธรรม เชิญชวนร่วมส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ จุดประกายเมืองไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

ศูนย์คุณธรรม เชิญชวนร่วมส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ จุดประกายเมืองไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

ศูนย์คุณธรรม เชิญชวนร่วมส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ จุดประกายเมืองไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เดินหน้าขยายผลสื่อสร้างสรรค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมความดีสู่สังคม จัดแถลงข่าวเปิดตัวรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ประเภทสื่อ โดยเปิดรับสมัครผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวความดีผ่านการเล่าเรื่องที่ทรงพลังและสะท้อนคุณค่ารวม 8 สาขา พร้อมเปิดพื้นที่รางวัลประเภทบุคคล ชุมชน และองค์กร ให้แก่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนงานร่วมกับศูนย์คุณธรรมมาตลอด 15 ปี เพื่อเชิดชูเกียรติ สร้างกำลังใจ และเสริมสร้างเครือข่ายความดีให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เปิดเผยว่า ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มุ่งหน้าสนับสนุนการส่งเสริมคุณธรรมในสังคม ผ่านการขับเคลื่อนด้านคุณธรรมที่หลากหลาย ขานรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนในทุกมิติ และในทุกช่วงวัยให้เป็นทั้งคนดี เก่ง และมีคุณภาพ เสริมสร้างความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสุขภาวะที่ดี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคดิจิทัลที่มีความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับ “คุณธรรม” หรือ “ความดี” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเป็นมนุษย์ อันนำมาซึ่งความสันติสุข ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน

ศูนย์คุณธรรมได้จัดการมอบรางวัลระดับประเทศ THAILAND MORAL AWARDS มาตั้งแต่ปี 2564 ภายใต้แนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นต้นแบบคุณธรรมในด้านต่าง ๆ เช่น ความซื่อสัตย์ ความพอเพียง ความสุจริต จิตอาสา ความกตัญญู และการทำความดีในทุกแง่มุม ให้เป็นแบบอย่างของสังคม เพิ่มพื้นที่ความดีให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในสังคมไทยและนานาประเทศ

สำหรับการคัดเลือกรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ศูนย์คุณธรรมจะดำเนินการพิจารณาจากสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมที่มีแนวคิด เนื้อหาและรูปแบบที่ส่งเสริมคุณธรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สร้างแรงบันดาลใจและเป็นที่ประจักษ์แก่ชุมชน สังคม หรือสื่อสาธารณะ จำนวน 8 สาขา ประกอบด้วย ละคร ภาพยนตร์ โฆษณา บทเพลง หนังสือ รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล

ทั้งนี้ ในวาระการครบรอบ 15 ปี ของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) การดำเนินรางวัลประเภทบุคคล ประเภทชุมชนและองค์กร จึงมุ่งเน้นการยกย่องเชิดชู และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายคุณธรรมทั่วประเทศ โดยจะพิจารณาคัดเลือกจากเครือข่ายทางสังคมที่ดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของศูนย์คุณธรรม 6 เครือข่าย ประกอบด้วย เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายศาสนา เครือข่ายชุมชนและประชาสังคม และเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อเป็นการให้กำลังใจ ยกย่องผู้ทำงานด้านคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง และสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

“ศูนย์คุณธรรมเชื่อมั่นว่า ความดีสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และคนดีมีส่วนสร้างสังคมให้สงบสุขและยั่งยืนได้ ศูนย์คุณธรรมจึงมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองดีของคนไทย ให้เกิดการยึดมั่นในศีลธรรม เคารพกฎหมายและสิทธิผู้อื่น มีจิตสาธารณะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม มีความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อหน้าที่ และส่งต่อพลังบวกด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รางวัล THAILAND MORAL AWARDS นอกจากจะยกย่องและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ยึดมั่นในการทำความดีแล้ว ยังถือเป็นการจุดประกายให้ทุกคนตระหนักถึงความดี สร้างพื้นที่ให้คนดีมีที่ยืน ให้ความดีมีพื้นที่ในสังคม สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจสู่สาธารณชน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม ให้ประเทศไทยมีความสันติสุขพร้อมการพัฒนาที่ยั่งยืน” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

ในงานแถลงข่าวรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ยังมีกิจกรรมเสวนา จากผู้ได้รับรางวัลในปี 2024 ผู้แทนรางวัลประเภทบุคคล คุณวิชญาดา รักกสิกร ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Heart 2 Heart Charity ที่ชวนเยาวชนทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ผู้แทนรางวัลประเภทชุมชนและองค์กร จากฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คุณเอื้องพร เผ่าเจริญ ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลด้านทรัพยากรบุคคล และผู้แทนรางวัลประเภทสื่อ โดย คุณพรวิรุณ แก้วทอง Director of learning business บริษัท T&B Media Global Thailand จาก แอนิเมชันซีรีส์ สติมา “เณรน้อยอัจฉริยะ”

รางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ประกาศผลการคัดเลือกในเดือนสิงหาคม 2569 และมีพิธีมอบรางวัล ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ขอเชิญชวนผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ทั้ง 8 สาขาร่วมส่งผลงานชิงโล่รางวัล และเกียรติบัตร รางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ได้ที่ http://www.thailandmoralawards.com หรือสมัครด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ หรือ Facebook ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โทร. 061 615 6652, 063 335 5746 , 0 2644 9900 ต่อ 510-512 และ 0 2184 2728-32

ควันหลงสงกรานต์สุดประทับใจทัวริสต์ สัมผัสเสน่ห์ไทยร่วมสมัยที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำ Cultural & Tourism Hub แลนด์มาร์กศิลปวัฒนธรรมใจกลางกรุง

ควันหลงสงกรานต์สุดประทับใจทัวริสต์ สัมผัสเสน่ห์ไทยร่วมสมัยที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำ Cultural & Tourism Hub แลนด์มาร์กศิลปวัฒนธรรมใจกลางกรุง

ควันหลงสงกรานต์สุดประทับใจทัวริสต์ สัมผัสเสน่ห์ไทยร่วมสมัยที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำ Cultural & Tourism Hub แลนด์มาร์กศิลปวัฒนธรรมใจกลางกรุง

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.21 น.

แม้เทศกาลสงกรานต์จะผ่านไปแล้ว แต่ความประทับใจยังคงอบอวลไม่จางหาย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK Center) ได้สร้างปรากฏการณ์ช่วงเวลาอันน่าจดจำ ผ่านการถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยในมุมที่แตกต่าง “ไม่ต้องเปียก ก็ชุ่มฉ่ำใจได้” อย่างงดงามและร่วมสมัย ภายใต้กิจกรรม “MBK Songkran Thai Cultural Celebration 2026” ที่จัดขึ้นบริเวณลาน SkyWalk ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การแสดง “โขน” ชุด “ศึกวานร รบ อสุรา” จากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ถ่ายทอดฉากการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างกองทัพวานรและยักษ์ ผ่านท่วงท่านาฏศิลป์อันอ่อนช้อย ผสานเครื่องแต่งกายวิจิตรตระการตา สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยได้อย่างทรงคุณค่า

อีกหนึ่งการแสดงที่เรียกเสียงฮือฮา คือ “ศิลปะป้องกันตัวมวยไทย และ การต่อสู้มวยไทยแบบโบราณ” ที่ถ่ายทอดลีลาอันทรงพลังของแม่ไม้มวยไทย รวมถึง การต่อสู้ด้วยอาวุธดาบไทย ทั้งความแข็งแกร่ง ความงดงาม และ จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

บรรยากาศภายในงานยิ่งคึกคักมากขึ้น ด้วยการแสดง MBK International Folklore “Colors of Songkran” การแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย, รัสเซีย, ศรีลังกา, บังคลาเทศ และ คีร์กีซสถาน เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่ถ่ายทอดผ่านการแต่งกาย ดนตรี และ การแสดงพื้นบ้านอันโดดเด่น สร้างสีสันและเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ชมได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากนานาชาติอย่างใกล้ชิด สะท้อนการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับสีสันจากทั่วโลกได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังจัดขบวนพาเหรดสร้างสีสันภายในศูนย์การค้าฯ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากลูกค้า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา บริเวณลาน SkyWalk ด้านหน้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จึงกลายเป็นพื้นที่รวมเสน่ห์ความเป็นไทยไว้อย่างครบครัน โดยเฉพาะการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก ซึ่งทั้งลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจร่วมชมอย่างคึกคัก พร้อมเก็บภาพความประทับใจกับนักแสดงอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์สมเด็จจากวัดท่าซุง มาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจ ควบคู่ความสนุกสนานจากขบวนรำวงกลองยาว รื่นเริง เถลิงศกใหม่ ที่มาร่วมสร้างสีสันทั่วศูนย์การค้าฯ โดยมีการต้อนรับลูกค้า ทั้งชาวไทยและทัวริสต์ด้วยพวงมาลัยคล้องคอและ พัดสาน MBK (MBK Bamboo Fan Limited Edition) ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยผลงานหัตถกรรมจากชุมชนบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่ “Global Souvenir” ที่สร้างความประทับใจตลอดเส้นทาง ท่ามกลางความสนใจจากลูกค้าคนไทย และ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร่วมปรบมือและรำวงไปกับจังหวะกลองยาวอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ นอกจากส่งเสริม Soft Power ความเป็นไทยแล้ว ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังเติมเต็มประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ด้วยโปรโมชัน “MBK CENTER SUMMER SUNNIVA ช้อปคลายร้อนรับความคุ้ม” ช้อปสนุก ลุ้นรางวัลที่พักสุดหรู และรับของที่ระลึกสุดลิมิเต็ด ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและความสนุกในที่เดียว

กิจกรรม MBK Songkran Thai Cultural Celebration 2026 ของ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของย่านสยาม ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลัก กลุ่มสยามพิวรรธน์ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการผลักดันมหกรรม “มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569” (SIAM SONGKRAN FESTIVAL 2026) ให้กลายเป็นเทศกาลระดับโลก ซึ่งกิจกรรม “MBK Songkran Thai Cultural Celebration 2026” ไม่เพียงสร้างสีสันและความคึกคักให้กับย่านใจกลางกรุง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมยกระดับ “สยาม” สู่การเป็น Global Songkran Landmark ที่ผสานวัฒนธรรมไทยเข้ากับความบันเทิงร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งช้อปปิ้ง แต่ยังเป็น “ประตูสู่ศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย” ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้เข้าถึงเสน่ห์ความเป็นไทยในรูปแบบที่สนุก มีชีวิตชีวา และน่าประทับใจ โดยการแสดง “โขน” จากวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ และ MBK Center Muay Thai Fight Night มหกรรมมวยไทยนานาชาติที่จัดแสดงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ดังนี้

โดยเปิดม่านการแสดง “โขน” จากวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน เปิดการแสดงวันละ 2 รอบ ในเวลา 15.00 น. และ 18.00 น. บริเวณลาน SkyWalk ซึ่งปี 2569 นี้เพิ่มดีกรีความพิเศษจัดยิ่งใหญ่เปิดมหากาพย์ “มหาศึกวานร 11 ขุนพลแห่งรามเกียรติ์” ถ่ายทอดเรื่องราววีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าทหารเอกวานรทั้ง 11 ตน ฟันเฟืองสำคัญในศึกแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ ซึ่งตารางการแสดงครั้งถัดไปจะจัดขึ้น ดังนี้

  • วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน ตอนที่ 4 องคตทูตหาญ กล้าท้าลงกา (องคต)
  • วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ตอนที่ 5 วีรกรรมชมพูพานผู้หาญกล้า (ชมพูพาน)
  • วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ตอนที่ 6 นิลนนท์จอมกำลังแกร่งกล้าในสมรภูมิ (นิลนนท์)
  • วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม ตอนที่ 7 ชามพุวราช วานรผู้จงรัก (ชามพูวราช)
  • วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ตอนที่ 8 นิลพัทผู้ทรนง (นิลพัท)
  • วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ตอนที่ 9 วานรสมุทร บุตรหนุมาน (มัจฉานุ)
  • วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม ตอนที่ 10 อสุรผัด วานรศึก 2 เผ่า (อสูรผัด)
  • วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน ตอนที่ 11 ท้าวมหาชมพูเจ้าแห่งวานร (ท้าวมหาชมพู)
  •  วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2569 ตอนที่ 12 ขุนศึกวานรพิชิตอสุรา (บทสรุปมหากาพย์)

กิจกรรม MBK Center Muay Thai Fight Night มหกรรมมวยไทยนานาชาติ พบกับการแข่งขัน 6 คู่มวยไฮไลต์ นักชกชาวไทยปะทะนักชกต่างชาติ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมือง เปิดให้ชมฟรี ทุกวันพุธแรกและวันพุธสุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. ณ ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A โดยศึกสังเวียนในครั้งถัดไป จะจัดขึ้นใน 6 และ 27 พฤษภาคม, 3 และ 24 มิถุนายน, 8 และ 29 กรกฎาคม, 5 และ 26 สิงหาคม, 2 และ 30 กันยายน, 7 และ 28 ตุลาคม, 4 และ 25 พฤศจิกายน, 2 และ 30 ธันวาคม 2569

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นแลนด์มาร์กศิลปวัฒนธรรมใจกลางกรุง (Cultural & Tourism Hub) เชื่อมโยงเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

Levi’s® ต่อยอดมรดกแบรนด์กับโลกกีฬา ประกาศความร่วมมือในมหกรรมฟุตบอลโลก

Levi’s® ต่อยอดมรดกแบรนด์กับโลกกีฬา ประกาศความร่วมมือในมหกรรมฟุตบอลโลก

Levi’s® ต่อยอดมรดกแบรนด์กับโลกกีฬา ประกาศความร่วมมือในมหกรรมฟุตบอลโลก

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

Levi’s® เป็นแบรนด์ที่ยืนอยู่บนจุดตัดของกีฬา สไตล์ และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน โดยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิธีที่นักกีฬาและแฟนกีฬาใช้แฟชั่นเพื่อแสดงตัวตนของตนเองข้ามผ่านหลายยุคสมัย ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในชุมชนกีฬา ไปจนถึงการปรากฏตัวบนเวทีระดับโลก Levi’s® ยังคงมีบทบาทในการหล่อหลอมวัฒนธรรมของวงการกีฬาอย่างต่อเนื่อง

 เพื่อต่อยอดมรดกดังกล่าว แบรนด์ได้ประกาศความร่วมมือระดับโลกกับ 4 สหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุด ได้แก่ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ความร่วมมือนี้ซึ่งมีรากฐานจากมรดกของแบรนด์และขับเคลื่อนด้วยแนวคิดของการแสดงออกถึงตัวตน ถือเป็นบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่าง Levi’s® กับโลกของกีฬา พร้อมนำเสนอแฟชั่นสำหรับแฟนฟุตบอลในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของ Levi’s®

ความร่วมมือครั้งนี้เปิดตัวในช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลโลก โดยเริ่มต้นในเดือนเมษายน นี้ เริ่มจากเม็กซิโกในวันที่ 16 เมษายน ตามด้วยสหรัฐอเมริกาในวันที่ 23 เมษายน อังกฤษในวันที่ 7 พฤษภาคม และฝรั่งเศสในวันที่ 14 พฤษภาคม คอลเลกชันจากแต่ละสหพันธ์ประกอบด้วยเสื้อแจ็กเก็ต Trucker กางเกงขาสั้นทรง Baggy และผ้า Bandana ซึ่งออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลยุคใหม่ ขณะที่แคมเปญประกอบคอลเลกชันจะถ่ายทอดพลัง ความตื่นเต้น และพิธีกรรมของช่วงเวลาก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ช่วงเวลาที่แฟนฟุตบอลถูกปลุกให้มีชีวิตผ่านการรวมตัว ความคิดสร้างสรรค์ และคอมมูนิตี้ของแฟนกีฬา

แม้ว่าความร่วมมือครั้งนี้จะถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดของ Levi’s® ในโลกฟุตบอลระดับโลกจนถึงปัจจุบัน แต่ความสัมพันธ์ของแบรนด์กับกีฬาได้เริ่มต้นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ตั้งแต่การจัดชุดให้กับทีมเบสบอลของพนักงาน Levi Strauss & Co. ครั้งแรกในปี 1886 ไปจนถึงการปรากฏตัวบนเวทีระดับโลกในฟุตบอลโลก FIFA World Cup ปี 1978 ซึ่ง Levi’s® ได้ออกแบบชุดให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติเม็กซิโก แบรนด์ได้ฝังรากลึกอยู่ในวงการกีฬา ทั้งในระดับชุมชนและระดับโลกมาโดยตลอด

มรดกนี้ยังคงต่อเนื่องผ่านช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของวงการกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนนักกีฬาสหรัฐอเมริกาในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก รวมถึงการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับลีกกีฬาและทีมกีฬาระดับอาชีพทั่วโลก

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา Levi’s® ยังคงเป็นผู้นำในจุดตัดระหว่างกีฬาและวัฒนธรรม ผ่านการร่วมมือระดับโลกและกิจกรรมที่ขับเคลื่อนโดยแฟนกีฬา ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับ McLaren Racing หรือแพลตฟอร์มวัฒนธรรมอย่าง Home Turf ซึ่งจัดขึ้นในช่วงการแข่งขัน Super Bowl เพื่อเฉลิมฉลองพิธีกรรมและคอมมูนิตี้ที่สะท้อนตัวตนของแฟนกีฬาในยุคปัจจุบัน

หลายประเภทกีฬา ตั้งแต่ฟุตบอล มอเตอร์สปอร์ต ไปจนถึงโรดีโอและอื่น ๆ Levi’s® ยังคงปรากฏตัวในช่วงเวลาสำคัญที่กำหนดทิศทางของโลกกีฬา และตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ไม่เพียงในฐานะผู้มีส่วนร่วม แต่ยังเป็นพลังสำคัญทางวัฒนธรรมภายในวงการกีฬา

ศาลสั่งจำคุก ‘ปู มัณฑนา’ 2 ปี ‘ลูกหมี’ ฟาดนิ่มๆ ถ้าไม่หยุดแซะ เจอกันใหม่คดีหน้า

ศาลสั่งจำคุก ‘ปู มัณฑนา’ 2 ปี ‘ลูกหมี’ ฟาดนิ่มๆ ถ้าไม่หยุดแซะ เจอกันใหม่คดีหน้า

ศาลสั่งจำคุก ‘ปู มัณฑนา’ 2 ปี ‘ลูกหมี’ ฟาดนิ่มๆ ถ้าไม่หยุดแซะ เจอกันใหม่คดีหน้า

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

กลายเป็นมหากาพย์ที่สังคมจับตามองมาอย่างยาวนาน สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่างนางแบบชื่อดัง “ลูกหมี รัศมี” และ “ปู มัณฑนา” ล่าสุดมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เมื่อศาลมีคำสั่งตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี ในคดีฉ้อโกง ทำเอาลูกหมีถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เปิดใจต่อสื่อมวลชนถึงความอัดอั้นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า

“ที่ผ่านมาลูกหมีถูกบิดเบือนเรื่องราวมาตลอด ถูกทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเรามีเจตนาไม่ดี ทั้งที่เราทำทุกอย่างตามความถูกต้องวันนี้เมื่อศาลมีคำตัดสินออกมาแล้วมันคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่าความจริงคืออะไร”แม้ศาลจะมีคำสั่งจำคุกออกมาแล้ว แต่ลูกหมีระบุชัดเจนว่าเธอยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ หากหลังจากนี้ยังมีการโพสต์ข้อความหรือกระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายทำให้เธอได้รับความเสียหายอีกเธอพร้อมที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้นพร้อมเดินหน้าทวงความยุติธรรมจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างเต็มที่ ในช่วงท้ายของการเปิดใจ ลูกหมีได้ฝากข้อคิดที่เรียกได้ว่าฟาดแรงถึงคู่กรณีและเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคม โดยระบุว่าคนเราหากขาดสิ่งพื้นฐานอย่าง “จิตสำนึก” ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จหรือเติบโตได้อย่างสง่างาม“คนเราหากมีจิตสำนึก ชีวิตย่อมเดินไปในทางที่ดี แต่หากไม่มี ก็ยากจะเติบโตอย่างแท้จริง” ลูกหมีกล่าวทิ้งท้าย บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และทางฝั่งของ ปู มัณฑนา จะมีการยื่นอุทธรณ์หรือเคลื่อนไหวอย่างไร ต้องรอติดตามชมตอนต่อไปของคดีที่ร้อนแรงที่สุดในวงการบันเทิงขณะนี้

วงการบันเทิงสุดชื่นมื่น’พลอย หอวัง’ควงแขน ‘เต Three Man Down’เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

วงการบันเทิงสุดชื่นมื่น'พลอย หอวัง'ควงแขน 'เต Three Man Down'เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

วงการบันเทิงสุดชื่นมื่น’พลอย หอวัง’ควงแขน ‘เต Three Man Down’เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.06 น.

ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงยิ้มตามกันทั้งประเทศ เมื่อนักแสดงและแฟชั่นไอคอนสาวสุดชิค พลอย หอวัง ควงคู่แฟนหนุ่มมือกลองสุดฮอต เต-เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค หรือ เต Three Man Down เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความเรียบง่าย

บรรยากาศภายในงานพิธีถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์ที่สะดุดตาคือชุดเจ้าสาวของพลอยที่มาในชุดกี่เพ้าลูกไม้สีฟ้าอ่อน ดีไซน์ทันสมัยแต่ยังคงความคลาสสิกตามสไตล์ตัวแม่แฟชั่น ส่วนเจ้าบ่าวอย่างหนุ่มเต มาในชุดสูทสีน้ำตาลดีไซน์เรียบเท่ พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขตลอดทั้งงานภายในงานมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย รวมถึงเพื่อนสนิทที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญนี้ ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่ใช้โทนสีแดงและฟ้า สื่อถึงความสดใสและการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบเส้นทางความรักคู่รัก พลอย-เต ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ที่แฟนๆ ต่างลุ้นและให้กำลังใจมาโดยตลอด ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ทั้งเรื่องแฟชั่น ดนตรี และความขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ ทำให้งานแต่งงานครั้งนี้กลายเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำและถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็วเสียงยินดีจากแฟนคลับทันทีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศงานแต่งงาน เหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีผ่านแฮชแท็กบนโซเชียลมีเดีย โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในความน่ารักและความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ พร้อมอวยพรให้ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวใจตลอดไป

‘นุสบา’โพสต์ซึ้งอวยพรวันเกิด 60 ปี’บอย ถกลเกียรติ’ขอบคุณผู้สร้างชีวิตในวงการบันเทิง

'นุสบา'โพสต์ซึ้งอวยพรวันเกิด 60 ปี'บอย ถกลเกียรติ'ขอบคุณผู้สร้างชีวิตในวงการบันเทิง

‘นุสบา’โพสต์ซึ้งอวยพรวันเกิด 60 ปี’บอย ถกลเกียรติ’ขอบคุณผู้สร้างชีวิตในวงการบันเทิง

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนละครยุค 90 ยิ้มไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงสาวเจ้าบทบาทอย่าง นุสบา ปุณณกันต์ ได้โพสต์ภาพคู่และภาพบรรยากาศสุดอบอุ่นในงานฉลองวันเกิดครบ 60 ปี ของ “บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ” บิ๊กบอสแห่งค่ายเอ็กแซ็กท์ (Exact)

โดย ‘นุสบา’ได้ระบุข้อความสุดซึ้งถึงความผูกพันที่มีมาอย่างยาวนาน โดยใจความสำคัญระบุว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “พี่บอย” ยังคงเป็นพี่ชายที่แสนดีและคอยส่งกำลังใจให้เธอเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต “ขอบคุณที่สร้างนุสบา จากเด็กนิสิตธรรมดาคนหนึ่ง นุสได้เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรก คนแรกในวงการที่นุสรู้จักคือพี่บอย เป็นนางเอกคนแรกของเอ็กแซ็กท์ และทำให้นุสมีวันนี้”ภายในงานยังมีเหล่าศิลปินนักแสดงในสังกัดและคนดังร่วมงานกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง จนเจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการนอกจากโมเมนต์ซึ้งๆ แล้ว นุสบา ยังได้เผยภาพการรวมตัวของเหล่ายอดฝีมือและเพื่อนพ้องคนสนิทในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น อ้อม พิยดา, พิม พิมพ์มาดา, แป้ง อรจิรา,บี น้ำทิพย์, เจี๊ยบ โสภิตนภา,กัปตัน ภูธเนศ, และเพื่อนๆ อีกหลายท่าน โดยเจ้าตัวได้ลงแคปชันหยอกล้อถึงความสนุกสนานในค่ำคืนนั้นว่า “ขอบคุณที่เมื่อคืนทำให้ขำหนักจนเกือบกลับบ้านไม่ถูก… แต่ละคน” แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ยังคงเหนียวแน่นและเป็นกันเองของเหล่านักแสดงระดับตำนานที่แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปี ความเฮฮาและความรักที่มีให้กันก็ไม่เคยลดน้อยลง

‘ป้าจี๊’ แฮปปี้ไลฟ์เปิดวาร์ปวันว่างสุดชิค สไตล์แฟชั่นนิสต้าหัวใจรักษ์โลก

‘ป้าจี๊’ แฮปปี้ไลฟ์เปิดวาร์ปวันว่างสุดชิค สไตล์แฟชั่นนิสต้าหัวใจรักษ์โลก

‘ป้าจี๊’ แฮปปี้ไลฟ์เปิดวาร์ปวันว่างสุดชิค สไตล์แฟชั่นนิสต้าหัวใจรักษ์โลก

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.39 น.

กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากเกษียณแบบมีคุณภาพ! เมื่อ ป้าจี๊ อัจฉราพรรณ  แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ในลุคผมบ๊อบหน้าม้าสุดเป๊ะ ออกมาแชร์โมเมนต์วันว่างที่ดูแล้วต้องอมยิ้มตาม กับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับสไตล์ส่วนตัวได้อย่างลงตัว

ในวันหยุดสุดผ่อนคลาย ป้าจี๊ดเลือกเช็กอินที่ร้านอาหารและคาเฟ่ท่ามกลางลำธารธรรมชาติ โดยไฮไลต์อยู่ที่การนั่งแกว่งชิงช้าเอาเท้าจุ่มน้ำเย็นฉ่ำในชุดพื้นเมืองประยุกต์สีขาวตัดกับผ้าซิ่นสีเข้ม เสริมความเท่ด้วยแว่นกันแดดทรงกลมคู่ใจ เรียกว่าเป็นลุคที่ “น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้” ของจริง

นอกจากความเก๋ในคาเฟ่แล้ว ป้าจี๊ดยังเผยโหมดอบอุ่นด้วยการเล่นกับแก๊งน้องหมาเจ้าถิ่นอย่างเป็นกันเอง รวมถึงการเดินเลือกซื้อของแห้งและพืชผักในตลาดพื้นบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนชุมชนและความสุขที่หาได้ง่ายๆ รอบตัวไม่ว่าจะไปไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือไอเทมสุดชิคอย่าง กระเป๋าผ้า และ ผ้าพันคอพื้นเมือง ที่ช่วยคอมพลีทลุคให้ดูทันสมัยแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยมป้าจี๊พิสูจน์ให้เราเห็นว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” และความสุขที่แท้จริงคือการได้เป็นตัวเองในทุก ๆ วัน