“คิม จองอึน” คุมทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธแรงสูงรุ่นใหม่ เร่งยกระดับศักยภาพโจมตี

“คิม จองอึน” คุมทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธแรงสูงรุ่นใหม่ เร่งยกระดับศักยภาพโจมตี

30 มี.ค. 2569 12:29 น.

“คิม จองอึน” คุมทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธแรงสูงรุ่นใหม่ เร่งยกระดับศักยภาพโจมตี

“คิม จองอึน” คุมการทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งรุ่นใหม่ แรงขับเพิ่มแตะ 2,500 กิโลนิวตัน เดินหน้าแผน 5 ปีเสริมกำลังเชิงยุทธศาสตร์

วันที่ 30 มีนาคม 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่ควบคุมการทดสอบภาคพื้นของเครื่องยนต์ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งแรงขับสูงรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิต โดยเครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้มีแรงขับสูงสุด 2,500 กิโลนิวตัน โดยเครื่องยนต์รุ่นใหม่น่าจะถูกพัฒนาเพื่อนำไปใช้กับขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-20” (Hwasong-20) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ไม่ได้เปิดเผยวันเวลาและสถานที่ทดสอบในครั้งนี้

ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้ตรวจสอบการทดสอบระบบป้องกันของรถถังหลักรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถสกัดอาวุธต่อต้านรถถังได้จากหลายทิศทาง โดยรายงานระบุว่าการทดสอบประสบความสำเร็จ 100%

รายงานข่าวระบุว่า การทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากลาโหมระยะ 5 ปี ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการโจมตีเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า ศักยภาพทางทหารของประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญในการสร้างกองกำลังเชิงยุทธศาสตร์

ทั้งนี้ การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปีที่แล้ว โดยครั้งก่อนเครื่องยนต์มีแรงขับประมาณ 1,971 กิโลนิวตัน สะท้อนการพัฒนาที่ก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ.

ที่มา Yonhap 

เมียนมาเสนอชื่อ “มิน อ่อง หล่าย” เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

เมียนมาเสนอชื่อ "มิน อ่อง หล่าย" เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

30 มี.ค. 2569 12:07 น.

เมียนมาเสนอชื่อ “มิน อ่อง หล่าย” เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

สภาผู้แทนราษฎรเมียนมาเสนอชื่อ “พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย” ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี จ่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีเต็มตัวในการลงมติวันอังคารนี้ ขณะที่กองทัพขยับแถวตั้ง “พล.อ. เย วิน อู” อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองคนสนิท ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่แทน

สภาผู้แทนราษฎรเมียนมาภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร ได้มีมติเลือก พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้เผด็จการ ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี โดยไม่มีผู้คัดค้าน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถบรรลุความฝันในการก้าวขึ้นเป็น “ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง” อย่างเป็นทางการ

ตามรัฐธรรมนูญฉบับทหารปี 2008 กระบวนการเลือกประธานาธิบดีจะประกอบด้วยตัวแทนจาก 3 กลุ่ม คือ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และกลุ่มตัวแทนจากกองทัพ โดยแต่ละกลุ่มจะเสนอชื่อรองประธานาธิบดีกลุ่มละ 1 คน จากนั้นรัฐสภารวมจะลงมติเลือกผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วนอีก 2 ท่านจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ 2 ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในวันอังคารนี้

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งทางการเมือง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จำเป็นต้องสละตำแหน่งทางทหาร โดยในวันเดียวกันได้มีการจัดพิธีส่งมอบตำแหน่งสำคัญในกองทัพ ณ กรุงเนปิดอว์ โดยพลเอก เย วิน อู (Ye Win Oo) อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองและคนสนิทที่ใกล้ชิดที่สุดของมิน อ่อง หล่าย ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทนที่มิน อ่อง หล่าย

ส่วนพลโท จ่อ สวา ลิน (Kyaw Swar Lin) ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพลโท โก โก อู (Ko Ko Oo) ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการทหารสูงสุด ที่ดูแลทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

สำหรับ พลเอก เย วิน อู ถือเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็น “หูเป็นตา” ให้กับมิน อ่อง หล่าย มาโดยตลอด ผ่านการคุมกลไกหน่วยข่าวกรอง การสอดแนมกลุ่มต่อต้าน และดูแลศูนย์สอบสวนที่มีรายงานเรื่องการทรมานผู้เห็นต่างอย่างทารุณ

การขยับสถานะของมิน อ่อง หล่าย จากผู้นำรัฐประหารสู่ประธานาธิบดีในครั้งนี้ ถูกนักวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงการ “ผลัดใบ” เพื่อสืบทอดอำนาจในคราบรัฐบาลพลเรือน หลังจากที่เขาทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2021 จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่การเลือกตั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็ถูกประณามจากนานาชาติว่าเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อให้กลุ่มสนับสนุนกองทัพได้รับชัยชนะ.

ที่มา AFP / The Irrawaddy

รีพับลิกันเสียงแตก สส.เรียกร้องสภาคองเกรสตัดสินใจ หากสหรัฐฯ จะส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน

รีพับลิกันเสียงแตก สส.เรียกร้องสภาคองเกรสตัดสินใจ หากสหรัฐฯ จะส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน

30 มี.ค. 2569 11:35 น.

รีพับลิกันเสียงแตก สส.เรียกร้องสภาคองเกรสตัดสินใจ หากสหรัฐฯ จะส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน

ส.ส.รีพับลิกันเรียกร้องให้สภาคองเกรส มีสิทธิ์ตัดสินใจหากสหรัฐฯจะส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน สะท้อนความเห็นต่างในพรรค

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นางแนนซี เมซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN หลังเข้าร่วมการบรรยายสรุปลับในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน โดยแสดงความกังวลต่อแผนการของรัฐบาล ระบุว่า การตัดสินใจส่งทหารภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน ควรต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส  

โดยระบุว่า หากจะมีปฏิบัติการภาคพื้นดินด้วยนาวิกโยธินหรือกองพล 82nd Airborne นั่นคือสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่าสภาคองเกรสต้องมีส่วนตัดสินใจพร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการส่งทหารลงภาคพื้นดิน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังรายงานของวอชิงตันโพสต์ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดขอบเขตในอิหร่าน อาทิ การโจมตีเกาะคาร์ก และพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ในพรรครีพับลิกันเองเริ่มมีเสียงคัดค้านมากขึ้น โดยอดีตสมาชิกสภาคองเกรส เตือนว่า การบุกภาคพื้นดินจะทำให้สหรัฐฯ ยากจนลงและไม่ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมชี้ว่าจะทำให้ราคาพลังงานและอาหารพุ่งสูง

ด้าน โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า เพนตากอนมีหน้าที่เตรียมทางเลือกหลากหลายให้ประธานาธิบดีพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการตัดสินใจแล้ว ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลาง โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า มีทหารราว 3,500 นายเดินทางถึงภูมิภาคล่าสุด และอาจมีการส่งเพิ่มอีกหลายพันนาย.

 ที่มา CNN

“โป๊ปเลโอ” ลั่นพระเจ้าไม่รับฟังคำอธิษฐานผู้นำก่อสงคราม ที่ “มือเปื้อนเลือด”

"โป๊ปเลโอ" ลั่นพระเจ้าไม่รับฟังคำอธิษฐานผู้นำก่อสงคราม ที่ "มือเปื้อนเลือด"

30 มี.ค. 2569 11:24 น.

“โป๊ปเลโอ” ลั่นพระเจ้าไม่รับฟังคำอธิษฐานผู้นำก่อสงคราม ที่ “มือเปื้อนเลือด”

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอประทานโอวาทเนื่องในวันอาทิตย์ใบลาน ประณามสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สอง ระบุพระเจ้าทรงปฏิเสธคำวิงวอนของผู้ที่ “มือเปื้อนเลือด” พร้อมเตือนสติผู้นำโลก อย่าใช้ความเชื่อทางศาสนามาสร้างความชอบธรรมให้แก่การนองเลือด

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ทรงประกอบพิธีมิสซาเนื่องในวันอาทิตย์ใบลาน (Palm Sunday) ต่อหน้าคริสต์ศาสนิกชนหลายหมื่นคน ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครวาติกัน เพื่อเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนถึงเทศกาลอีสเตอร์ โดยพระองค์ได้ประทานโอวาทที่ดุดันและตรงไปตรงมาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น

พระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งทรงเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรก ตรัสท่ามกลางแสงแดดอันสดใสว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็น “กษัตริย์แห่งสันติภาพ” ผู้ทรงปฏิเสธสงคราม และไม่มีใครสามารถนำพระนามของพระองค์มาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การสู้รบได้

โป๊ปเลโอตรัสโดยอ้างอิงจากบทบัญญัติในคัมภีร์ไบเบิลว่า “พระองค์ไม่ทรงสดับคำอธิษฐานของผู้ที่ทำสงคราม แต่ทรงปฏิเสธคนเหล่านั้น โดยตรัสว่า ‘แม้พวกเจ้าจะอธิษฐานมากมายเพียงใด เราก็จะไม่ฟัง เพราะมือของพวกเจ้าเต็มไปด้วยเลือด’” 

แม้พระองค์จะไม่ได้ระบุชื่อผู้นำโลกคนใดเป็นการเฉพาะ แต่การส่งสาส์นครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่พระองค์ทรงเพิ่มการวิพากษ์วิจารณ์สงครามอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทรงแสดงความเสียใจต่อชาวคริสต์ในตะวันออกกลางที่ต้องเผชิญกับ “ความขัดแย้งอันโหดร้าย” จนอาจไม่สามารถเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ได้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และชี้ว่าการโจมตีทางอากาศแบบไม่เลือกหน้าควรถูกสั่งห้าม

ท่าทีของวาติกันในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ บางราย พยายามใช้ภาษาทางศาสนาคริสต์มาสร้างความชอบธรรมให้กับการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ที่เพิ่งจัดพิธีสวดมนต์ในเพนตากอนและกล่าวขอพรให้เกิด “ความรุนแรงอย่างล้นเหลือต่อผู้ที่ไม่สมควรได้รับความเมตตา”

ในตอนท้ายของเทศนา โป๊ปเลโอทรงหยิบยกเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ตอนที่พระเยซูทรงห้ามสาวกไม่ให้ใช้ดาบต่อสู้ขณะกำลังถูกจับกุม โดยระบุว่าพระองค์ทรงเผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนโยนของพระเจ้าผู้ปฏิเสธความรุนแรงเสมอมา และทรงเลือกที่จะยอมถูกตรึงกางเขนแทนการจับอาวุธขึ้นสู้เพื่อปกป้องตนเอง.

ที่มา Reuters

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันตอบรับคำเชิญ “สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนจีนแผ่นดินใหญ่

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันตอบรับคำเชิญ "สี จิ้นผิง" เตรียมเยือนจีนแผ่นดินใหญ่

30 มี.ค. 2569 10:42 น.

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันตอบรับคำเชิญ “สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนจีนแผ่นดินใหญ่

ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน ยืนยันตอบรับคำเชิญ “สี จิ้นผิง” เดินทางเยือนจีนช่วงวันที่ 7-12 เมษายนนี้ หวังสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และลดความตึงเครียด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนักจากพรรครัฐบาลและการจับตามองเรื่องงบประมาณกลาโหม

พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน และสื่อทางการจีนรายงานตรงกันว่า นางเฉิง ลี่หวัน ประธานพรรค KMT ได้ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการนำคณะผู้แทนเดินทางเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างวันที่ 7-12 เมษายนนี้

แถลงการณ์จากพรรค KMT ระบุว่า นางเฉิง “ยินดีรับคำเชิญ” และคาดหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบอย่างสันติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยน และสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนทั้งสองฝั่ง แม้จะยังไม่มีการระบุรายละเอียดชัดเจนว่าการพบปะกับผู้นำจีนจะเกิดขึ้นที่ใด

นางเฉิง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ยืนกรานที่จะพบกับสี จิ้นผิง ก่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเธอมีท่าที “เอนเอียงเข้าหาจีน” มากเกินไป อย่างไรก็ตาม เธอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่า การพูดคุยกับสี จิ้นผิง มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ และจะเป็นรากฐานสู่สันติภาพ

นางเฉิงกล่าวว่า “ฉันไม่เชื่อว่าการพบกันเพียงครั้งเดียวจะแก้ปัญหาที่สะสมมาเกือบคตวรรษได้ทั้งหมด แต่ฉันหวังว่าจะสามารถสร้างสะพานเชื่อมนั้นได้สำเร็จ” 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเมืองไต้หวันกำลังร้อนแรง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) กำลังผลักดันงบประมาณกลาโหมพิเศษมูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.28 ล้านล้านบาท) เพื่อเสริมศักยภาพกองทัพรับมือภัยคุกคามจากจีน ขณะที่พรรค KMT เสนองบประมาณที่ต่ำกว่า โดยนางเฉิงมองว่าลำพังเพียงการเพิ่มงบทางการทหารไม่สามารถสร้างสันติภาพได้ แต่ต้องใช้ “ความพยายามทางการเมือง” เป็นกุญแจสำคัญ

ทั้งนี้ จีนได้ตัดการติดต่อระดับสูงกับไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2016 หลังจากพรรค DPP ขึ้นครองอำนาจ โดยรัฐบาลจีนมองว่าประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เป็นพวก “แบ่งแยกดินแดน” การเดินทางไปเยือนจีนของผู้นำฝ่ายค้านในครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะส่งผลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวันที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีหรือไม่.

ที่มา AFP

ราคาน้ำมันเมียนมาพุ่งเกือบ 30% ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564

ราคาน้ำมันเมียนมาพุ่งเกือบ 30% ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564

30 มี.ค. 2569 10:05 น.

ราคาน้ำมันเมียนมาพุ่งเกือบ 30% ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564

ราคาน้ำมันเมียนมาพุ่งเกือบ 30% ทะยานสูงสุดนับแต่ปี 2564 หลังรัฐสั่งจำกัดการเติมเข้มงวด ปั๊มขาดสต๊อก ประชาชนเดือดหนัก กระทบค่าครองชีพและการเกษตร

วันที่ 30 มีนาคม 2569 สำนักข่าวอิระวดี รายงานว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันในเมียนมายังคงปรับเพิ่มต่อเนื่อง ราคาพุ่งทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 พร้อมปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงที่ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยอ้างอิงข้อมูลจากสื่อภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหารระบุว่า ราคาดีเซลพรีเมียมในนครย่างกุ้งเพิ่มขึ้นจาก 4,820 จัต เป็น 6,085 จัตต่อลิตร หรือประมาณ 47 บาท ภายในข้ามคืน ขณะที่เบนซินออกเทน 95 เพิ่มจาก 3,850 เป็น 4,975 จัต หรือประมาณ 38 บาท และออกเทน 92 จาก 3,610 เป็น 4,450 จัต หรือประมาณ 34 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงก่อนรัฐประหาร ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนมกราคม 2564 เบนซินออกเทน 95 อยู่ที่ 765 จัตต่อลิตร และดีเซลพรีเมียมเพียง 705 จัต คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 29-30%

ทั้งนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาเพิ่มมาตรการควบคุมตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จำกัดการเติมน้ำมันของรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รวม 45 ลิตร ขณะที่แท็กซี่ได้รับโควตา 110 ลิตร รถบรรทุก 150 ลิตร และรถแทรกเตอร์ 250 ลิตรต่อสัปดาห์ ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถพยาบาลได้รับการยกเว้น

แม้มีมาตรการควบคุมเข้มงวด แต่สถานการณ์หน้าปั๊มน้ำมันยังวุ่นวาย มีรายงานว่าประชาชนต้องต่อคิวยาวหลายชั่วโมงหรือข้ามคืน ขณะที่น้ำมันหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดให้บริการ.

ที่มา Irrawaddy

ทรัมป์อ้างสหรัฐฯ เปลี่ยนระบอบในอิหร่านแล้ว หลังผู้นำถูกสังหารหลายราย

ทรัมป์อ้างสหรัฐฯ เปลี่ยนระบอบในอิหร่านแล้ว หลังผู้นำถูกสังหารหลายราย

30 มี.ค. 2569 09:40 น.

ทรัมป์อ้างสหรัฐฯ เปลี่ยนระบอบในอิหร่านแล้ว หลังผู้นำถูกสังหารหลายราย

โดนัลด์ ทรัมป์ ชี้โครงสร้างอำนาจอิหร่านถูกกระทบหนัก หลังผู้นำหลายรายถูกสังหาร เชื่อดีลสหรัฐฯ-อิหร่านมีโอกาสเกิด แม้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน โดยระบุว่า โครงสร้างผู้นำเดิมของอิหร่านถูกทำลายไปเกือบทั้งหมด จากการสู้รบตลอดช่วงสงคราม 1 เดือนที่ผ่านมา

โดยเขาระบุว่า “ผมคิดว่าเราได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนระบอบแล้ว หากดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะผู้นำชุดแรกถูกทำลายหมด ชุดต่อมาก็เกือบทั้งหมด และตอนนี้เรากำลังเผชิญกับกลุ่มคนใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง” 

ทรัมป์ยังอ้างว่า ผู้นำระดับสูงของอิหร่านจำนวนมากถูกสังหาร เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมระบุว่าระบอบเดิมเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีจนไม่รู้จะดีกว่านี้ได้ยังไงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังเปิดช่องถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายยังมีโอกาสสูง ที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน แม้จะยอมรับว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน และการเจรจากับอิหร่านยังคงคาดเดาได้ยาก.

ที่มา : BBC

“ทรัมป์” จุดชนวนอีก เสนอแผนยึดน้ำมันอิหร่าน-เกาะคาร์ก ชี้ทำได้ง่ายมาก

"ทรัมป์" จุดชนวนอีก เสนอแผนยึดน้ำมันอิหร่าน-เกาะคาร์ก ชี้ทำได้ง่ายมาก

30 มี.ค. 2569 09:19 น.

“ทรัมป์” จุดชนวนอีก เสนอแผนยึดน้ำมันอิหร่าน-เกาะคาร์ก ชี้ทำได้ง่ายมาก

ทรัมป์ เผยแนวคิดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วโลก โดยระบุกับสื่อว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณายึดน้ำมันของอิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้าควบคุมเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สหรัฐฯ มีอยู่ โดยกล่าวว่า “บางทีเราอาจยึดเกาะคาร์ก หรืออาจไม่ยึด เรามีหลายทางเลือก” พร้อมย้ำว่าหากดำเนินการจริง สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องประจำกำลังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง

เมื่อถูกถามถึงศักยภาพการป้องกันของอิหร่านบนเกาะดังกล่าว ทรัมป์แสดงความเห็นว่า อิหร่านอาจไม่มีระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง และสหรัฐฯสามารถยึดได้อย่างง่ายดาย

คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,500 นายเข้าสู่ภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดการตอบโต้จากอิหร่านต่อฐานทัพหรือกองกำลังของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีปากีสถาน เป็นตัวกลางนั้น กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และข้อตกลงอาจเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว แม้จะยังไม่ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงจะเกิดขึ้นในเร็ววันหรือไม่.

ที่มา : BBC

นาซาเตรียมส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ในรอบ 50 ปี ลุ้นเริ่มภารกิจ “อาร์เทมิส 2” ต้นเมษายนนี้

นาซาเตรียมส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ในรอบ 50 ปี ลุ้นเริ่มภารกิจ “อาร์เทมิส 2” ต้นเมษายนนี้

30 มี.ค. 2569 08:57 น.

นาซาเตรียมส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ในรอบ 50 ปี ลุ้นเริ่มภารกิจ “อาร์เทมิส 2” ต้นเมษายนนี้

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ เดินหน้าภารกิจสำคัญ “อาร์เทมิส 2” (Artemis II) เตรียมส่งนักบินอวกาศเดินทางสู่ดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

ลูกเรือทั้ง 4 คนในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ได้เดินทางถึงฐานปล่อยจรวดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดาแล้ว ท่ามกลางความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนการปล่อยจริง

ภารกิจนี้นำโดย รีด ไวส์แมน ผู้บัญชาการ พร้อมลูกเรือรวม 4 คน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองฮิวสตัน โดยถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการอาร์เทมิส ที่มุ่งพามนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง นับตั้งแต่ภารกิจอพอลโล 17 (Apollo 17) ในปี 1972

อย่างไรก็ตาม การปล่อยจรวดต้องเผชิญความล่าช้ากว่า 2 เดือน จากปัญหาการรั่วไหลของเชื้อเพลิง รวมถึงข้อขัดข้องทางเทคนิคอื่น ๆ ส่งผลให้ต้องมีการนำจรวดเข้า-ออกโรงเก็บหลายครั้ง ขณะนี้ NASA ตั้งเป้าหมายปล่อยจรวดโดยเร็วที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยมีกรอบเวลาในช่วง 6 วันแรกของเดือน ก่อนจะต้องเลื่อนออกไปเกือบ 1 เดือนหากไม่สามารถปล่อยได้ทัน

สำหรับภารกิจ “อาร์เทมิส 2” จะใช้จรวด Space Launch System (SLS) พร้อมยานโอไรออน ในการนำลูกเรือบินอ้อมดวงจันทร์ในลักษณะ “สลิงช็อต” หรือการเหวี่ยงผ่านแรงโน้มถ่วง ก่อนเดินทางกลับโลก โดยจะใช้เวลารวมประมาณ 10 วัน และลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก

แม้ภารกิจนี้จะไม่เข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์เหมือนภารกิจอพอลโล 8 ในปี 1968 แต่ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยมากขึ้น คล้ายกับเส้นทางของอพอลโล 13 ที่ใช้วิธีบินอ้อมแล้วกลับโลก

อีกหนึ่งจุดเด่นของภารกิจนี้ คือการสะท้อนความหลากหลายของสังคมยุคใหม่ โดยลูกเรือประกอบด้วยผู้หญิง ผู้มีเชื้อสายหลากหลาย และนักบินอวกาศจากแคนาดา นับเป็นก้าวสำคัญของการเปิดโอกาสในวงการอวกาศระดับโลก

ทั้งนี้ ภารกิจ “อาร์เทมิส 2” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแผนระยะยาวของ NASA ที่จะนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในอนาคต และปูทางสู่การสำรวจอวกาศลึก รวมถึงภารกิจไปยังดาวอังคารในระยะถัดไป.

ที่มา : CBSnews

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดขึ้นช่วงเปิดตลาดเอเชีย แตะ115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านขู่ขยายการโจมตี

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดขึ้นช่วงเปิดตลาดเอเชีย แตะ115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านขู่ขยายการโจมตี

30 มี.ค. 2569 08:57 น.

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดขึ้นช่วงเปิดตลาดเอเชีย แตะ115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านขู่ขยายการโจมตี

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดขึ้นช่วงเปิดตลาดเอเชีย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านขู่ขยายการโจมตีไปยังมหาวิทยาลัย และบ้านพักเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ-อิสราเอล

วันที่ 30 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเปิดการซื้อขายฝั่งเอเชีย โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 115.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 4,170 บาท เพิ่มขึ้น 2.9% โดยหากเทียบกับก่อนเกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งราคาอยู่ที่ราว 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,590 บาท จะเห็นว่าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมากภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย และกลับมาปรับขึ้นอีกครั้งตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ยังดำเนินต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน

ขณะเดียวกัน ล่าสุดอิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้รุนแรงขึ้น โดยนายเอห์บราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการคาทัม อัล-อันบิยา ระบุว่า อาจขยายการโจมตีไปยังมหาวิทยาลัย ตลอดจนบ้านพักของเจ้าหน้าที่และผู้นำทางการเมืองของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค เพื่อตอบโต้การโจมตีที่เกิดขึ้นก่อนหน้า.

ที่มา BBC