2 รัฐออสเตรเลีย ให้ขึ้นรถสาธารณะฟรี หลังสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

2 รัฐออสเตรเลีย ให้ขึ้นรถสาธารณะฟรี หลังสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

30 มี.ค. 2569 05:58 น.

2 รัฐออสเตรเลีย ให้ขึ้นรถสาธารณะฟรี หลังสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

2 รัฐในออสเตรเลียให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ฟรี เพื่อจูงใจให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ท่ามกลางภาวะสงครามในตะวันออกกลางซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 ทางการรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเมลเบิร์น ระบุว่า จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะทั้ง รถไฟ รถราง และรถประจำทาง ได้ฟรีตั้งแต่วันอังคารนี้ (31 มี.ค.) ไปจนตลอดเดือนเมษายน

“สิ่งนี้อาจไม่ได้แก้ทุกปัญหา แต่เป็นขั้นตอนที่ทำได้ทันทีเพื่อช่วยเหลือชาววิกตอเรียในขณะนี้” จาซินตา อัลลัน หัวหน้ารัฐบาลรัฐวิกตอเรียกล่าว

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลแทสเมเนีย ซึ่งเป็นรัฐเกาะนอกชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลีย ประกาศว่าประชาชนจะสามารถใช้บริการรถโค้ช รถประจำทาง และเรือข้ามฟากได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันจันทร์นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

“เราทราบดีว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจดำเนินการอย่างเด็ดขาดอีกครั้งเพื่อปกป้องชาวแทสเมเนีย” เจเรมี ร็อกลิฟฟ์ หัวหน้ารัฐบาลรัฐแทสเมเนียกล่าว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของแทสเมเนียยังระบุว่า รถโรงเรียนที่เคยต้องเสียค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนมาให้บริการฟรี ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินให้ผู้ใช้บริการได้ถึง 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 450 บาท) ต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลในรัฐอื่น ๆ ยังคงปฏิเสธที่จะดำเนินตามมาตรการนี้ โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครซิดนีย์ ระบุว่าทางรัฐกำลังสำรองงบประมาณไว้เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น

ด้านรัฐเซาท์ออสเตรเลียระบุว่า กำลังขยายจำนวนบัตรโดยสารสำหรับผู้สูงอายุพร้อมกับแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่โฆษกของรัฐควีนส์แลนด์ให้สัมภาษณ์กับ SBS News โดยชี้ให้เห็นว่าทางรัฐได้เริ่มใช้ค่าโดยสารราคาคงที่ 50 เซนต์มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

ส่วนนาย โรเจอร์ คุก หัวหน้ารัฐบาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าวว่ารัฐของเขาได้ลดค่าโดยสารลงไปก่อนหน้านี้แล้ว และค่าโดยสารในตอนนี้ก็ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ยุค 80

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เผชิญกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานเรื่องการแห่ซื้อน้ำมันด้วยความตื่นตระหนก (Panic-buying) และสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งเริ่มไม่มีน้ำมันเหลือให้จำหน่าย

ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นเป็น 2.38 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อลิตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2.09 ดอลลาร์ออสเตรเลียในช่วงที่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตามข้อมูลจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งออสเตรเลีย

รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนสินค้า แต่เป็นการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาเชื้อเพลิงที่กลั่นออกมาจากน้ำมันดิบเหล่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สะเทือนอิตาลี ภาพวาดฝีมือ 3 ศิลปินดัง ถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์

สะเทือนอิตาลี ภาพวาดฝีมือ 3 ศิลปินดัง ถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์

30 มี.ค. 2569 05:26 น.

สะเทือนอิตาลี ภาพวาดฝีมือ 3 ศิลปินดัง ถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์

ไอ้โม่ง 4 คนบุกขโมยภาพวาดฝีมือเรอนัวร์ (Renoir), เซซาน (Cézanne) และมาติส (Matisse) มูลค่าหลายล้านยูโรไปจากพิพิธภัณฑ์ใกล้เมืองปาร์มา ประเทศอิตาลี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายสวมหน้ากาก 4 คน บุกเข้าไปในวิลล่าของมูลนิธิมาญญานี รอกก้า (Magnani Rocca) และขโมยภาพ “Les Poissons” โดยปีแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์, ภาพ “Still Life with Cherries” โดยพอล เซซาน และภาพ “Odalisque on the Terrace” โดยอ็องรี มาติส ไป

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 22 มี.ค. 2569 แต่เพิ่งมีการเปิดเผยออกมาในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) โดยสื่ออิตาลีรายงานว่า แก๊งคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 3 นาทีเท่านั้น ก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยระบบสัญญาณกันขโมยของพิพิธภัณฑ์ ทำให้พวกเขาไม่สามารถขโมยผลงานชิ้นอื่นเพิ่มไปได้มากกว่านี้

สถาบันศิลปะแห่งนี้ถือเป็นเหยื่อรายล่าสุดของการโจรกรรมระดับโลก ตามหลังเหตุการณ์ปล้นอัญมณีล้ำค่าที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า หัวขโมยในเหตุการณ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วบุกเข้าไปทางประตูหลักของวิลล่า “Villa dei Capolavori” ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางชนบทของเมืองปาร์มา ก่อนจะตรงเข้าฉกภาพวาดจาก “ห้องฝรั่งเศส” (French Room) บนชั้นหนึ่งของอาคาร

ทางมูลนิธิให้ข้อมูลว่า แก๊งนี้ดูมี “โครงสร้างและแผนงานที่เป็นระบบ” และดูเหมือนตั้งใจจะขโมยภาพไปมากกว่านี้ หากสัญญาณกันขโมยของคอลเลกชันส่วนตัวไม่ดังขึ้นและมีการแจ้งตำรวจเสียก่อน

TGR สถานีโทรทัศน์สาธารณะระดับภูมิภาคของอิตาลีรายงานว่า คนร้ายหลบหนีไปได้ด้วยการปีนข้ามรั้ว โดยมีการประเมินว่าภาพวาดที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ารวมกันถึง 9 ล้านยูโร (ราว 340 ล้านบาท) โดยเฉพาะภาพ Les Poissons เพียงภาพเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านยูโร ทำให้นี่เป็นหนึ่งในการโจรกรรมงานศิลปะครั้งใหญ่ที่สุดในอิตาลี

ขณะนี้ คาราบินิเอรี (Carabinieri) หรือตำรวจสารวัตรทหารของอิตาลี และหน่วยคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมแห่งโบโลญญา กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ เพื่อตามล่าตัวคนร้ายต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านผุดแคมเปญรับอาสาสมัครความมั่นคง-สนับสนุน อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

อิหร่านผุดแคมเปญรับอาสาสมัครความมั่นคง-สนับสนุน อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

30 มี.ค. 2569 04:46 น.

อิหร่านผุดแคมเปญรับอาสาสมัครความมั่นคง-สนับสนุน อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

สื่ออิหร่านผุดแคมเปญรับอาสาสมัครเพื่อมาช่วยเหลือในด้านต่างๆ รวมถึงความมั่นคงและการสนับสนุน เช่น หน่วยลาดตระเวน โดยจะรับตั้งแต่ผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป

สำนักข่าว Defa Press ซึ่งเป็นสื่อในเครือกองทัพอิหร่าน เผยแพร่แคมเปญลงทะเบียนอาสาสมัครระลอกใหม่ในกรุงเตหะราน ซึ่งอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป สามารถลงชื่อเข้าร่วมบทบาทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านความมั่นคงและการสนับสนุนได้

Defa Press โพสต์ในสัปดาห์นี้ระบุว่า โครงการริเริ่มนี้ประกาศโดยกองกำลังกึ่งทหารของอิหร่านที่รู้จักกันในชื่อ “บาซิจ” (Basij) ภายใต้หัวข้อ “นักรบผู้พิทักษ์มาตุภูมิเพื่ออิหร่าน” โดยมีการประชาสัมพันธ์แคมเปญภายใต้สโลแกนหลักว่า “เพื่ออิหร่าน”

เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ความพยายามนี้เป็นวิธีการระดมความช่วยเหลือจากสาธารณชนและดึงเอาความสามารถของพลเมืองมาใช้ในหลายด้าน รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ การสนับสนุนด้านการขนส่ง และงานบรรเทาทุกข์

Defa Press รายงานว่าบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญนี้ได้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอที่แชร์โดย Tasnim News สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นช่วงหนึ่งจากสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) ของรัฐบาลที่กำลังหารือเกี่ยวกับโปรแกรมดังกล่าว โดยมีการระบุถึงบทบาทที่เป็นไปได้หลายอย่างสำหรับอาสาสมัคร

ในบรรดาตำแหน่งที่กล่าวถึงนั้น รวมถึงการเข้าร่วมใน “หน่วยลาดตระเวนข่าวกรอง” หน่วยลาดตระเวนปฏิบัติการ และการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาสาสมัครบางส่วนอาจมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังหรือการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในท้องถิ่น

ที่ผ่านมา อิหร่านเคยพึ่งพาโครงสร้างการระดมพลมวลชนที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายกึ่งทหาร โดยเฉพาะกลุ่มบาซิจ ซึ่งดำเนินงานภายใต้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มาแล้ว และมีประวัติในการรับสมัครอาสาสมัครทั้งในช่วงสงครามและเพื่อบทบาทด้านความมั่นคงภายในประเทศมาอย่างยาวนาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถานพร้อมจัดเวทีเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ปากีสถานพร้อมจัดเวทีเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

30 มี.ค. 2569 02:22 น.

ปากีสถานพร้อมจัดเวทีเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

รัฐมนตรีของปากีสถานประกาศว่า ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างแสดงความเชื่อมั่นให้ปากีสถานเป็นผู้อำนวยการความสะดวกในการเจรจา ซึ่งปากีสถานก็พร้อมที่จะจัดเวทีเจรจาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 ปากีสถานระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพและอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน “ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสี่ฝ่าย ณ กรุงอิสลามาบัด ร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ เพื่อหาทางลดระดับความรุนแรงและยุติสงครามในตะวันออกกลาง

“ปากีสถานรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้เป็นเจ้าภาพและอำนวยความสะดวกในการเจรจาที่มีความหมายระหว่างทั้งสองฝ่ายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหาข้อตกลงที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่” นายอิสฮาค ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานระบุในแถลงการณ์

นายดาร์ยังระบุด้วยว่า เขาได้สรุปข้อมูลให้รัฐมนตรีที่มาเยือนได้รับทราบเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ในกรุงอิสลามาบัด พร้อมเสริมว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ ต่างแสดงความ “สนับสนุนอย่างเต็มที่” ต่อความคิดริเริ่มนี้

นายดาร์กล่าวอีกว่า ทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกา “ต่างแสดงการสนับสนุนและความมั่นใจอย่างเต็มที่ต่อความพยายามของเรา” ในการอำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจา

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุว่าทางอิหร่านหรือสหรัฐฯ ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ว่าจะเข้าร่วมในการเจรจาสันติภาพดังกล่าว

นอกจากนั้น นายดาร์ยังเปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน และนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติแล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างให้การสนับสนุนความคิดริเริ่มของปากีสถานในครั้งนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

30 มี.ค. 2569 01:30 น.

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

มหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ หลายแห่งตัดสินใจเปลี่ยนไปปฏิบัติงานผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด หลังเตหะรานขู่โจมตีเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีสถานศึกษาในอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าจะ มุ่งเป้าโจมตีมหาวิทยาลัยในเครือข่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีศูนย์การศึกษาระดับอุดมศึกษาของอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้

ล่าสุด อธิการบดีมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุต ในเลบานอน ระบุในแถลงการณ์ว่า เนื่องจากคำขู่ของ IRGC ทางมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบการเรียนการสอนและการทำงานแบบทางไกลอย่างเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้และวันอังคาร “เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด”

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเลบานอนอเมริกันในเบรุตประกาศผ่านเว็บไซต์ว่า จะเปลี่ยนไปใช้ “การดำเนินงานออนไลน์เต็มรูปแบบ” ในวันจันทร์และอังคารนี้เช่นกัน โดยระบุว่าเป็น “มาตรการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากมีการข่มขู่ในวงกว้างต่อสถาบันการศึกษาในภูมิภาค”

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งในภูมิภาคได้เปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่สงครามในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน

กระทรวงศึกษาธิการของกาตาร์ได้ประกาศตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่สงครามเริ่มต้นขึ้นว่า โรงเรียนอนุบาล โรงเรียน ศูนย์การศึกษา และมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศจะ เปลี่ยนไปใช้การเรียนรู้ทางไกล จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในกาตาร์, มหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม ในกาตาร์ และวิทยาลัยศิลปะแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย คอมมอนเวลธ์ ในกาตาร์ ต่างประกาศว่าการเรียนการสอนจะดำเนินผ่านระบบออนไลน์จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งคูเวต, มหาวิทยาลัยอเมริกันในดูไบ และมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งราสอัลไคมาห์ ก็ได้ประกาศเปลี่ยนไปใช้การเรียนออนไลน์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถานจัดประชุม 4 ฝ่าย เร่งหาทางออกวิกฤตตะวันออกกลาง

ปากีสถานจัดประชุม 4 ฝ่าย เร่งหาทางออกวิกฤตตะวันออกกลาง

30 มี.ค. 2569 00:00 น.

ปากีสถานจัดประชุม 4 ฝ่าย เร่งหาทางออกวิกฤตตะวันออกกลาง

ปากีสถานจัดการประชุม 4 ฝ่ายระหว่าง อียิปต์ ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน เพื่อหาทางออกจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง โดยการประชุมจบลงก่อนกำหนด 1 วัน

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 การประชุมสี่ฝ่ายซึ่งเข้าร่วมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากอียิปต์ ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน ณ กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ได้สิ้นสุดลงก่อนกำหนดหนึ่งวัน โดยคาดว่าจะมีการออกแถลงการณ์ร่วมตามมา

เจ้าชายไฟซัล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าพบ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสี่ฝ่าย โดยสำนักนายกรัฐมนตรีระบุในแถลงการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีได้ “แสดงความชื่นชมต่อความอดกลั้นอย่างยิ่งที่ซาอุดีอาระเบียยึดถือท่ามกลางวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน”

นอกจากนี้ นายชารีฟยังได้ “ให้ความมั่นใจ” แก่รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียว่า “ปากีสถานจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับซาอุดีอาระเบียเสมอ”

อนึ่ง ปากีสถานซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ในเอเชียใต้ ได้ลงนามในสนธิสัญญาป้องกันประเทศกับซาอุดีอาระเบียเมื่อปีที่แล้ว และแม้ว่าปากีสถานจะพยายามแสดงบทบาทเป็นผู้สร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน แต่ก็มีความกังวลว่าปากีสถานอาจถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเข้าร่วมสงครามเพื่อต่อต้านอิหร่าน

รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียได้แบ่งปัน “มุมมองล่าสุดของซาอุดีอาระเบียต่อสถานการณ์ในภูมิภาค” และทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะ “ประสานงานจุดยืนอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค”

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย นายโมฮัมหมัด อิสฮาค ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน รวมถึงที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และพลโท มูฮัมหมัด อาซิม มาลิก ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของปากีสถาน

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN รายงานว่า พลโทมาลิกเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ปากีสถานที่มีส่วนร่วมหารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ ผู้แทนจากสหรัฐฯ เพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยสถานการณ์ในอิหร่าน

นอกจากนี้ นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี และ ดร. บัดร์ อับเดลอาตี รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ ก็ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีปากีสถานเช่นเดียวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเผย ใกล้ทำลาย “เป้าหมายสำคัญสูงสุด” ในอิหร่านได้ทุกจุดแล้ว

อิสราเอลเผย ใกล้ทำลาย “เป้าหมายสำคัญสูงสุด” ในอิหร่านได้ทุกจุดแล้ว

29 มี.ค. 2569 22:44 น.

อิสราเอลเผย ใกล้ทำลาย “เป้าหมายสำคัญสูงสุด” ในอิหร่านได้ทุกจุดแล้ว

อิสราเอลอ้างว่า กองทัพใกล้จะโจมตีเป้าหมายในอิหร่านที่มี “ความสำคัญสูงสุด” ได้ครบทุกจุดภายในไม่กี่วันข้างหน้า แต่โฆษกกองทัพยังย้ำว่า ยังมีเป้าหมายการโจมตีอื่นๆ อยู่อีก

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 นายนัดดาฟ โชชานี โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อธิบายว่า เป้าหมายการโจมตีในอิหร่านถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น ขีปนาวุธทิ้งตัว, แหล่งผลิต (อาวุธ), นิวเคลียร์, ศูนย์บัญชาการและควบคุม และอื่นๆ โดยในแต่ละกลุ่มยังมีการแบ่งหมวดหมู่ย่อยเป็น “เป้าหมายหลัก, เป้าหมายสำคัญ และเป้าหมายเพิ่มเติม”

นายโชชานีบอกอีกว่า ภายในไม่กี่วันข้างหน้า “เราจะสามารถเสร็จสิ้นภารกิจต่อเป้าหมายความสำคัญสูงสุดในกลุ่มโรงงานการผลิตได้” พร้อมระบุเสริมว่า “นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะหมดเป้าหมายในการโจมตี… แต่หากพูดถึงระดับความสำคัญสูงสุดตามที่เราได้กำหนดไว้ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ภายในไม่กี่วัน”

อย่างไรก็ตาม โชชานีปฏิเสธที่จะระบุรายละเอียดของกรอบเวลาที่แน่ชัด เนื่องจาก “เงื่อนไขการปฏิบัติงาน” อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา IDF โจมตีโรงงานเหล็กสองแห่งในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงแห่งหนึ่งที่มีการใช้สารกัมมันตรังสี ตามรายงานของหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ รวมถึงโรงงานผลิตน้ำมวลหนักในเมืองอารัก (Arak) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญสำหรับแร่พลูโตเนียม

นายโชชานีกล่าวอีกว่า IDF เคยโจมตีโรงงานน้ำมวลหนักแห่งนี้ไปแล้วระหว่างการบุกโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว “แต่หน่วยข่าวกรองตรวจพบความพยายามที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่”

นอกเหนือจากการทำลายเป้าหมายทางทหารแล้ว ข้อมูลจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุว่า การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,900 ราย และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนจำนวนมาก รวมถึงสถานพยาบาลและโรงเรียนหลายร้อยแห่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

บาห์เรนประกาศห้ามเดินเรือตอนกลางคืน หวั่นโดนอิหร่านโจมตี

บาห์เรนประกาศห้ามเดินเรือตอนกลางคืน หวั่นโดนอิหร่านโจมตี

29 มี.ค. 2569 21:54 น.

บาห์เรนประกาศห้ามเดินเรือตอนกลางคืน หวั่นโดนอิหร่านโจมตี

ทางการบาห์เรนประกาศเคอร์ฟิว ห้ามสัญจรทางทะเลในเวลากลางคืนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อความปลอดภัยหลังอิหร่านดำเนินการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 บาห์เรนประกาศคำสั่งเคอร์ฟิว ห้ามสัญจรทางทะเลในเวลากลางคืน โดยระบุว่าจะบังคับใช้จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อปกป้องชายฝั่งของประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ท่ามกลางการโจมตีจากอิหร่านที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนแถลงในวันนี้ว่า คำสั่งห้ามดังกล่าวจะครอบคลุมถึงผู้ที่ใช้เรือประมงและเรือเพื่อการสันทนาการ โดยจะเริ่มบังคับใช้ในทุกๆ วัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. จนถึง 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มาตรการใหม่นี้ถูกนำมาใช้เนื่องจาก “การรุกรานที่ชัดเจนของอิหร่าน” และ “ความเสี่ยงร้ายแรง” ที่มีต่อความปลอดภัยของพลเมืองและผู้อยู่อาศัย

นอกจากนี้ รัฐบาลบาห์เรนยังได้ย้ำเตือนให้ “ผู้สัญจรทางน้ำทุกคนปฏิบัติตามช่วงเวลาของคำสั่งห้ามสัญจรทางทะเล และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชายฝั่ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดทางกฎหมาย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปธ.สภาอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ กำลังแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน

ปธ.สภาอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ กำลังแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน

29 มี.ค. 2569 21:26 น.

ปธ.สภาอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ กำลังแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน

ประธานรัฐสภาอิหร่านเผยว่า ประเทศของเขากำลังรอ “การโจมตีภาคพื้นดิน” ของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าอเมริกากำลังวางแผนโจมตีอย่างลับๆ แม้ว่าปากจะพูดถึงเรื่องการเจรจาก็ตาม

เมื่อ 29 มี.ค. 2569 ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกากำลังวางแผนโจมตีภาคพื้นดิน แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะกำลังพูดถึงการเจรจาทางการทูตก็ตาม หลังจากที่เรือรบของสหรัฐฯ พร้อมด้วยบุคลากรทางทหารประมาณ 3,500 นาย เดินทางมาถึงตะวันออกกลาง

คำแถลงของ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน มีขึ้นหลังจากที่มีการทิ้งระเบิดทางอากาศใส่ประเทศอิหร่านโดยกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน และเกิดขึ้นก่อนการเจรจาระหว่างตัวละครสำคัญในภูมิภาคที่จะมีขึ้นในวันจันทร์นี้

สงครามได้ลุกลามจนกลายเป็นการสู้รบระดับภูมิภาค เนื่องจากอิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลด้วยการยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ ส่งผลให้ตลาดพลังงานปั่นป่วนอย่างหนักและคุกคามเศรษฐกิจโลก

“ศัตรูส่งข้อความเรื่องการเจรจาและการหารือต่อหน้าสาธารณชน แต่กลับแอบวางแผนโจมตีภาคพื้นดินอย่างลับๆ” กอลิบาฟกล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวทางการ IRNA “คนของเรากำลังรอคอยการมาถึงของทหารอเมริกันบนภาคพื้นดิน เพื่อที่จะแผดเผาพวกเขาและลงโทษพันธมิตรในภูมิภาคของพวกเขาให้สิ้นซากไปเสียที”

ทั้งนี้ เรือ ยูเอสเอส ตริโปลี ซึ่งเป็นเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกที่บรรทุกเหล่านาวิกโยธินและทหารเรือประมาณ 3,500 นาย ได้เดินทางมาถึงตะวันออกกลางเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามประกาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ

ขณะที่หนังสือพิมพ์ The Washington Post รายงานว่าเพนตากอนกำลังเตรียมแผนการปฏิบัติการภาคพื้นดินนานหลายสัปดาห์ ซึ่งอาจรวมถึงการบุกโจมตีเกาะคาร์ก (Kharg Island) และพื้นที่ใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่ได้อนุมัติการส่งกำลังพลใดๆ ก็ตาม

อิหร่านระบุว่า พวกเขาทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เพื่อไม่ให้เรือของศัตรูสามารถสัญจรผ่านได้

ที่ผ่านมา ทรัมป์พูดซ้ำหลายครั้งว่ากำลังมีการติดต่อทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ฝ่ายรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธ ขณะที่นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ ระบุว่าการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งผลักดันแผนการ 15 ประการที่วอชิงตันกล่าวว่า “สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด”

ขณะที่ปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างวอชิงตันและเตหะราน กำลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ ณ กรุงอิสลามาบัด เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์

โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์

29 มี.ค. 2569 12:17 น.

โจรดักปล้นรถบรรทุกฉก KitKat ไปกว่า 4 แสนชิ้น เนสท์เล่เตือนส่อขาดตลาดช่วงอีสเตอร์

บริษัทเนสท์เล่เปิดเผยว่า ช็อกโกแลตคิทแคทจำนวนกว่า 413,000 แท่ง ถูกขโมยจากรถบรรทุกระหว่างการขนส่งในยุโรป โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างเส้นทางจากอิตาลีไปยังโปแลนด์ คาดอาจทำให้สินค้าขาดตลาดก่อนเทศกาลอีสเตอร์

บริษัท เนสท์เล่ เจ้าของแบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดัง คิทแคท (KitKat) เปิดเผยเหตุการณ์โจรกรรมครั้งใหญ่ โดยระบุว่ารถบรรทุกที่กำลังขนส่งคิทแคทจำนวน 413,793 แท่ง หรือคิดเป็นน้ำหนักกว่า 12 ตัน ได้ถูกโจรกรรมหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างเส้นทางขนส่งจากประเทศอิตาลีมุ่งหน้าไปยังโปแลนด์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โฆษกของคิทแคทกล่าวติดตลกว่า “เราสนับสนุนให้ทุกคนหยุดพัก (Have a break) กับคิทแคทเสมอมา แต่ดูเหมือนหัวขโมยกลุ่มนี้จะรับสารของเราตรงตัวเกินไปหน่อย เลยตัดสินใจ ฉวยโอกาสขโมยช็อกโกแลตเราไปกว่า 12 ตัน” อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทระบุว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่ธุรกิจทุกขนาดกำลังเผชิญ เนื่องจากขบวนการโจรกรรมสินค้ามีการวางแผนที่ซับซ้อนและแยบยลมากขึ้นเรื่อยๆ

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณสินค้าในตลาด โดยเนสท์เล่เตือนว่าอาจเกิดสภาวะ “คิทแคทขาดตลาด” ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการช็อกโกแลตพุ่งสูงขึ้น

ในขณะนี้ยังไม่ทราบเบาะแสของทั้งรถบรรทุกและตัวหัวขโมย แต่ทางเนสท์เล่เชื่อว่าสินค้าล็อตนี้อาจถูกนำไปกระจายขายผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการทั่วยุโรป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมระบบตรวจสอบผ่าน “รหัสล็อตการผลิต” ซึ่งหากมีการสแกนพบรหัสที่ตรงกับล็อตที่ถูกขโมย ระบบจะแจ้งเตือนไปยังบริษัทเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทันที

เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับรายงานจากสมาคมคุ้มครองสินทรัพย์ขนส่ง (TAPA) ที่ระบุว่า ปัจจุบันปัญหาการฉ้อโกงและโจรกรรมสินค้าในยุโรปและตะวันออกกลางมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล.

ที่มา ITV News