ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

1 เม.ย. 2569 11:55 น.

ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะแถลงสดต่อประชาชนในคืนวันพุธนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือ 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาในไทย เพื่ออัปเดตการตัดสินใจล่าสุดเกี่ยวกับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า เขาคาดว่าสงครามกับอิหร่านอาจสิ้นสุดภายในสองสัปดาห์ พร้อมเน้นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงในช่วงเวลานั้น

ขณะเดียวกัน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐกำลังแลกเปลี่ยนข้อความกับอิหร่าน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการประชุมโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า ทรัมป์จะไม่ยอมให้อิหร่านแสร้งเจรจา เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อซื้อเวลา

รูบิโอยังชี้ว่า สหรัฐได้ทำลายกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านไปมากแล้ว และกำลังทำลายโรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรน รวมถึงระบบปล่อยขีปนาวุธในประเทศไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายทั้งสี่ข้อ และสามารถมองเห็นเส้นชัย ไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่กำลังจะมาถึง รูบิโอกล่าว พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐดำเนินภารกิจด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวอเมริกันและภูมิภาคระบุว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังแลกเปลี่ยนข้อความทางอ้อมกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ซึ่งคาดว่าสามารถมีอิทธิพลต่อ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่.

ที่มา : CNN

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

1 เม.ย. 2569 10:25 น.

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

ชาวอเมริกันฮือฮา ประติมากรรมส้วมทองคำ ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังศิลปินนำผลงานเสียดสีการเมืองไปติดตั้งที่เนชันแนล มอลล์ ใกล้กับอนุสรณ์สถานลินคอล์น ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปถ่ายภาพจำนวนมาก

ประติมากรรมดังกล่าวถูกออกแบบเป็น “บัลลังก์หรูสีทอง” แต่แทนที่ที่นั่งด้วยโถส้วม พร้อมป้ายข้อความว่า “A Throne Fit for a King” หรือ “บัลลังก์ที่เหมาะสำหรับกษัตริย์” โดยมีเนื้อหาเสียดสีการทำงานของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

ข้อความบนป้ายยังระบุว่า ในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญความขัดแย้งและปัญหาเศรษฐกิจ ผู้นำกลับให้ความสำคัญกับการปรับปรุงห้องน้ำในทำเนียบขาว พร้อมประชดว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่กลบปัญหาด้วยการทาให้เป็นสีทอง

ผลงานชิ้นนี้เป็นของกลุ่มศิลปินเชิงเคลื่อนไหวชื่อ Secret Handshake ซึ่งก่อนหน้านี้เคยติดตั้งงานศิลปะเชิงการเมืองในพื้นที่เดียวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล

บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากหยุดชมผลงาน พร้อมหยิบกระดาษชำระที่จัดวางไว้เป็นของที่ระลึก ซึ่งมีการพิมพ์ชื่อกลุ่มศิลปินไว้ด้วย

ทั้งนี้ ประเด็นการปรับปรุงทำเนียบขาวของทรัมป์ยังคงถูกจับตา โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ มูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์ ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานวางผังเมืองของรัฐบาลกลาง

หากโครงการดังกล่าวได้รับไฟเขียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา.

ที่มา :AP

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

1 เม.ย. 2569 08:58 น.

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

องค์การยูเนสโก (UNESCO) เปิดเผยว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน ได้สร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปแล้วอย่างน้อย 132 แห่ง หวั่นความเสียหายขยายวง

ฮัสซัน ฟาร์ตูซี เลขาธิการคณะกรรมาธิการแห่งชาติยูเนสโกของอิหร่าน ระบุว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง จนอิหร่านต้องยื่นคำร้องขอเพิ่มรายชื่อแหล่งมรดกที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

ยูเนสโก (UNESCO) ยืนยันความเสียหายในหลายสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระราชวังโกเลสถาน พระราชวังหรูสมัยราชวงศ์กอญัรในกรุงเตหะราน ซึ่งพบความเสียหายต่อเพดานกระจก ผนังโมเสก และโครงสร้างบางส่วน

รวมถึงพระราชวังเชเฮลโซตูน พระราชวังในศตวรรษที่ 17 และมัสยิดจาเมห์แห่งอิสฟาฮาน มัสยิดโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายในพื้นที่ใกล้ หุบเขาคอร์รามะบาด ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนหลังไปถึงราว 63,000 ปีก่อนคริสตกาล

เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ความเสียหายเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้ และไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ พร้อมกล่าวหาว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการจงใจ เนื่องจากทั้งสหรัฐและอิสราเอลมีเทคโนโลยีที่สามารถระบุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ด้านยูเนสโกชี้แจงว่า ได้ส่งข้อมูลพิกัดของแหล่งมรดกให้ทุกฝ่ายล่วงหน้า เพื่อให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการทางทหารแล้ว

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อแหล่งมรดกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอิหร่าน แต่ยังกระจายไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง โดยยูเนสโกกำลังติดตามความเสียหายในหลายพื้นที่.

ที่มา : AP

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

1 เม.ย. 2569 08:33 น.

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อกรุงเตหะรานต่อไป พร้อมย้ำว่าจะบดขยี้ระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน และยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด

ในการแถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวันอังคาร เนทันยาฮูระบุว่าการรณรงค์ยังไม่จบ เราจะเดินหน้าบดขยี้ระบอบก่อการร้ายพร้อมย้ำว่า อิสราเอลจำเป็นต้องลงมือ และได้ดำเนินการแล้ว

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นไม่นาน หลัง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านมีเจตจำนงที่จำเป็น ในการยุติสงครามกับอิสราเอลและสหรัฐ แต่ต้องการหลักประกันว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งซ้ำอีก

เนทันยาฮูยังกล่าวว่า อิสราเอลยังคงยืนหยัดในภารกิจ และสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางได้ พร้อมยืนยันว่า แม้สงครามยังดำเนินอยู่ แต่อิสราเอลได้ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ เนทันยาฮู และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้เปิดฉากสงครามครั้งใหม่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และจุดชนวนการตอบโต้รุนแรงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเยช อาทิด ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำปราศรัยของเนทันยาฮู โดยระบุว่า เป็นคำพูดที่หยิ่งผยอง และตั้งคำถามต่อคำกล่าวอ้างว่าอิสราเอลได้เปลี่ยนแปลงตะวันออกกลางจริงหรือไม่.

ที่มา : channelnewsasia

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

1 เม.ย. 2569 06:23 น.

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

(ภาพจาก Shelly Kittleson/Instagram)

สื่อสหรัฐฯ ยืนยัน นักข่าวหญิงชาวอเมริกันถูกลักพาตัวขณะอยู่ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก พร้อมเรียกร้องให้คนร้ายปล่อยตัวเธออย่างรวดเร็วและปลอดภัย

Al-Monitor องค์กรข่าวที่มีฐานในสหรัฐฯ ยืนยันเหตุการณ์ลักพาตัว เชลลี คิตเทิลสัน ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันซึ่งทำงานในฐานะผู้สื่อข่าวสมทบให้กับพวกเขาในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันอังคารที่ 31 มี.ค. 2569 พร้อมเรียกร้องให้มีการ “ปล่อยตัวเธออย่างปลอดภัยในทันที”

Al-Monitor ระบุว่าทางสำนักข่าวรู้สึก “ตกใจอย่างยิ่ง” ต่อเหตุลักพาตัวคิตเทิลสัน ซึ่ง “เราขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธออย่างปลอดภัยและทันที เราขอสนับสนุนการทำหน้าที่รายงานข่าวที่สำคัญยิ่งของเธอในภูมิภาคนี้ และขอให้ปล่อยตัวเธออย่างรวดเร็ว เพื่อให้เธอสามารถสานต่องานที่สำคัญของเธอได้” แถลงการณ์ระบุเสริม

กระทรวงมหาดไทยของอิรักระบุในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ผู้สื่อข่าวหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่งถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวไปในย่านใจกลางกรุงแบกแดดเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร และขณะนี้กองกำลังความมั่นคงได้เริ่มปฏิบัติการติดตามตัวผู้ก่อเหตุและเร่งช่วยเหลือเพื่อให้เธอได้รับอิสรภาพแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขากำลัง “ติดตามรายงานเหล่านี้อย่างใกล้ชิด” แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม “เนื่องจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและข้อพิจารณาอื่นๆ” พร้อมกล่าวเสริมว่า “รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความมั่นคงของชาวอเมริกัน”

คณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) ระบุว่า “กังวลอย่างยิ่ง” ต่อรายงานการลักพาตัวคิตเทิลสัน และกระตุ้นให้ทางการอิรักทำทุกวิถีทางเพื่อระบุตำแหน่งของเธอ และ “นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้”

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Al-Monitor ระบุว่า คิตเทิลสันเป็นผู้สื่อข่าวที่มีความเชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและอัฟกานิสถาน โดยมีผลงานตีพิมพ์ในสื่อระดับนานาชาติ ทั้งในสหรัฐฯ และอิตาลี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

1 เม.ย. 2569 05:56 น.

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย จะถอนตัวออกจากเรื่องอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมย้ำว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซควรเป็นปัญหาของประเทศอื่นๆ ที่ใช้งานช่องแคบนั้น

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐอเมริกาน่าจะเสร็จสิ้นภารกิจสงครามกับอิหร่านภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ และเป็นไปได้ว่าจุดจบของสงครามอาจมาถึงเร็วกว่านั้น หากสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

“สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือถอนตัวออกมาจากอิหร่าน และเรากำลังจะทำแบบนั้นในเร็วๆ นี้” ทรัมป์กล่าว หลังถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันในประเทศที่กำลังพุ่งสูงขึ้น รวมถึงแผนการของเขาในการดึงราคาให้กลับลงมา

ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะ “ถอนตัว” จากอิหร่านภายใน 2 หรือ 3 สัปดาห์ โดยกล่าวว่าเขามี “เป้าหมายเดียว” คือการทำให้อิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และระบุว่าเป้าหมายนั้นบรรลุผลสำเร็จแล้ว

“เรากำลังปิดจ๊อบนี้” เขากล่าว และว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกไป “ภายในอาจจะ 2 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้นอีกแค่ไม่กี่วันเพื่อจบงาน”

“เราต้องการกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีให้สิ้นซาก — แต่ตอนนี้มันก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะบรรลุข้อตกลงกันก่อนหน้านั้น” เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขาอาจจะได้ข้อตกลง แต่ “มันไม่สำคัญหรอก” ว่าฝ่ายนั้นจะ “ยอมรับการเจรจา” หรือไม่ (เพราะงานใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว)

ทรัมป์ระบุว่าด้วยขณะนี้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว โดยกล่าวว่ากลุ่มผู้นำอิหร่านชุดใหม่นั้น “มีความสุดโต่งน้อยกว่าเดิมมาก” และเป็นกลุ่มคนที่ “มีเหตุมีผล” มากขึ้น หากฝรั่งเศสหรือประเทศอื่นต้องการน้ำมัน พวกเขาก็สามารถล่องเรือเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซและ “ดูแลตัวเองกันเอาเอง” โดยย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกต่อไป

จากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ก็ย้ำว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าระบอบการปกครองนี้จะไม่สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ไปอีกหลายปี “พวกเขาต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง” การจะทำข้อตกลงหรือไม่นั้น “ไม่เกี่ยวกัน” กับกำหนดการที่สหรัฐฯ จะออกจากอิหร่าน

เมื่อถูกถามกรณีที่อิหร่านออกมาข่มขู่จะโจมตีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรัมป์ก็ตอบโต้ด้วยท่าทีไม่แยแส โดยเขาตั้งคำถามว่าอิหร่านจะทำอะไรได้ จะใช้ “ปืนอัดลม” (BB guns) มาสู้หรืออย่างไร

ทรัมป์ระบุว่า ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการได้โดย ไร้การต้านทานโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างถูกระเบิดทำลายไปหมดแล้ว ระบอบอิหร่านไม่มีแม้แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศหลงเหลืออยู่แล้ว

“พวกเขาไม่ได้ขัดขืนเลย ไม่แม้แต่จะยิงใส่เราด้วยซ้ำ” ทรัมป์อ้าง พร้อมระบุว่านั่นเป็นเพราะ “ยุทโธปกรณ์ของพวกเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น” และ “ไม่มีอะไรจะเหลือให้ใช้ยิงแล้ว”

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ตอนนี้อิหร่านไม่มีทั้งกองทัพเรือหรือกองกำลังทหารหลงเหลืออยู่แล้ว “พวกเขากำลังแพ้ และพวกเขาก็ยอมรับว่าแพ้ ตอนนี้พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลงกับเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

1 เม.ย. 2569 03:01 น.

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนยุโรปไม่ให้เข้ามาแทรกแซงในสงครามครั้งนี้ มิฉะนั้นจะเกิดผลกระทบที่อันตรายตามมา พร้อมกล่าวโจมตีสหรัฐฯ ด้วยว่า ไม่มีความมุ่งมั่นที่แท้จริงต่อวิธีทางการทูต

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน หารือทางโทรศัพท์กับนายอันโตนิโอ กอสตา ประธานสภายุโรป โดยนายเปเซชเคียนกล่าวเตือนบรรดาผู้นำยุโรปว่า การแทรกแซงใดๆ ในสงครามครั้งนี้จะนำไปสู่ “ผลกระทบที่อันตราย”

ในระหว่างการพูดคุย เปเซชเคียนได้วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นจุดยืน “เชิงลบและมีอคติ” ของสหภาพยุโรปในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่าน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายสากลและหลักการอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุโรปมักกล่าวอ้างว่าตนเองปกป้องมาโดยตลอด

จนถึงขณะนี้ กลุ่มประเทศในยุโรปได้พยายามรักษาระยะห่างจากสงคราม โดยปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในปฏิบัติการเชิงรุก แม้ว่าบางประเทศจะให้ความสนับสนุนด้านการป้องกันภัยแก่กลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับก็ตาม โดยเมื่อเช้าวันอังคาร (31 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เพิ่งโพสต์ข้อความโจมตีชาติยุโรปที่ไม่ช่วยเหลือในการโจมตีอิหร่าน

นายเปเซชเคียนยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านได้เข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ “ด้วยความจริงใจ” แต่กลับถูกโจมตีอีกครั้งในระหว่างการหารือ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าวอชิงตันไม่มีความมุ่งมั่นที่แท้จริงต่อวิธีทางการทูต

ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนด้วยว่า “การแทรกแซงเพิ่มเติมใดๆ จากต่างชาติ” ในความขัดแย้งนี้ “ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดก็ตาม” จะส่งผลกระทบที่อันตรายตามมา

ด้านนายกอสตาได้โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันอังคารว่า เขาได้เรียกร้องให้เกิด “การลดระดับความรุนแรงและการใช้ความอดทนอดกลั้น” ในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับเปเซชเคียน

“ต้องมีพื้นที่สำหรับการทูต” นายกอสตากล่าว พร้อมเสริมว่า ในขณะเดียวกันก็ต้อง “จัดการกับความกังวลด้านความมั่นคงในวงกว้างที่เกิดจากอิหร่านด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลประกาศ หยุดซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส ฉุนไม่ให้เครื่องบินผ่าน

อิสราเอลประกาศ หยุดซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส ฉุนไม่ให้เครื่องบินผ่าน

1 เม.ย. 2569 02:17 น.

อิสราเอลประกาศ หยุดซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส ฉุนไม่ให้เครื่องบินผ่าน

กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศว่า จะระงับการจัดซื้อจัดจ้างด้านกลาโหมทั้งหมดจากฝรั่งเศส หลังฝรั่งเศสประกาศห้ามเครื่องบินอิสราเอลที่บรรทุกยุทโธปกรณ์บินผ่านน่านฟ้า

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า อิสราเอล “ได้ตัดสินใจลดการจัดซื้อด้านกลาโหมจากฝรั่งเศสลงจนเหลือศูนย์ เนื่องจากฝรั่งเศสดำเนินมาตรการที่ “ส่งผลเสียต่อความมั่นคงของอิสราเอล” โดยจะเปลี่ยนไปใช้การจัดซื้อภายในประเทศอิสราเอลเอง หรือซื้อจากกลุ่มประเทศพันธมิตรแทน”

แถลงการณ์ดังกล่าวอ้างถึงการที่ฝรั่งเศสให้การรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์เมื่อเดือนกันยายน 2568 และรายงานข่าวที่ว่าฝรั่งเศสไม่อนุญาตให้อากาศยานของอิสราเอลที่บรรทุก “ยุทโธปกรณ์” บินผ่านน่านฟ้าของฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในสาเหตุของการตัดสินใจในครั้งนี้

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาตำหนิฝรั่งเศส ที่ไม่ยอมให้เครื่องบินขนยุทโธปกรณ์บินผ่าน โดยอ้างว่าฝรั่งเศส “ไม่ให้ความร่วมมืออย่างมาก” ตลอดช่วงระยะเวลาของสงครามกับอิหร่าน และสหรัฐฯ จะ “จดจำ” เอาไว้

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม (SIPRI) ซึ่งติดตามการจัดส่งอาวุธทั่วโลก รายงานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ฝรั่งเศสเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาวุธ โดยมีสัดส่วนการส่งออกอาวุธคิดเป็นประมาณ 1 ใน 10 ของการส่งออกทั่วโลกในช่วงปี 2564-2568

ข้อมูลจาก SIPRI ระบุว่า ผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของอิสราเอลในช่วงเวลาเดียวกันคือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และอิตาลี โดยผลิตภัณฑ์จากสหรัฐฯ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศทั้งหมดของอิสราเอล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปธน.อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ ต้องรับประกันไม่โจมตีอีก เพื่อยุติสงคราม

ปธน.อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ ต้องรับประกันไม่โจมตีอีก เพื่อยุติสงคราม

1 เม.ย. 2569 00:58 น.

ปธน.อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ ต้องรับประกันไม่โจมตีอีก เพื่อยุติสงคราม

นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยัน ข้อตกลงใดๆ ต้องรับประกันความมั่นคงและรักษาผลประโยชน์ของอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางซึ่งเข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน แถลงระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่า การตัดสินใจใดๆ เพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล จะต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของประชาชนชาวอิหร่านเป็นอันดับแรก

เปเซชเคียนกล่าวว่า อิหร่านไม่ได้แสวงหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ แต่จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่ไม่มีการรับประกันที่มั่นคง เขาระบุว่าการตัดสินใจใดๆ เพื่อยุติสงครามจะต้อง “รับประกันความมั่นคงและผลประโยชน์ของประชาชนชาวอิหร่าน”

เขายังเน้นย้ำอีกว่า อิหร่านพร้อมที่จะเดินหน้าไปสู่การลดความตึงเครียด หากมีหลักประกันที่จับต้องได้ว่าจะไม่มีการรุกรานเกิดขึ้นซ้ำรอย “เรามีความมุ่งมั่นที่จำเป็นในการยุติสงครามโดยปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรา โดยเฉพาะเรื่องการรับประกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรุกรานซ้ำอีก” เปเซชเคียนกล่าว

เขายืนยันด้วยว่าการต่อสู้ขัดขืนของกองทัพควบคู่ไปกับความสามัคคีของสาธารณชน คือกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศผ่านพ้นสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “สถานการณ์วิกฤต” ในปัจจุบันมาได้

“การต่อสู้ขัดขืนโดยกองทัพ พร้อมด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ประชาชนชาวอิหร่านแสดงให้เห็นในช่วงสงคราม ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวข้ามสภาวะวิกฤตในขณะนี้” เปเซชเคียนกล่าวตามรายงานของสำนักข่าว IRNA

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมตัวสนับสนุนรัฐบาลในเมืองต่างๆ โดยระบุว่าเป็นองค์ประกอบที่มีค่าในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของเตหะราน “การรวมตัวของประชาชนในช่วงเย็นมีคุณค่ามหาศาล” เขากล่าวเสริม พร้อมระบุว่าอิหร่านยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ขบวนการกู้เสรีภาพต่างๆ ด้วย

ถ้อยแถลงของเปเซชเคียนมีขึ้นในขณะที่การเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล กำลังเข้าสู่เดือนที่สอง โดยปฏิบัติการทางทหารที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,900 ศพ รวมถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด

ด้านเตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล จอร์แดน อิรัก และกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการค้าโลกและการสัญจรทางอากาศในขณะนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : moneycontrol , yenisafak

จีน-ปากีสถาน เรียกร้องหยุดยิงในตะวันออกกลาง จี้เปิดเจรจาสันติภาพ

จีน-ปากีสถาน เรียกร้องหยุดยิงในตะวันออกกลาง จี้เปิดเจรจาสันติภาพ

1 เม.ย. 2569 00:19 น.

จีน-ปากีสถาน เรียกร้องหยุดยิงในตะวันออกกลาง จี้เปิดเจรจาสันติภาพ

รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานกับจีน เรียกร้องร่วมกันให้มีการหยุดยิงในตะวันออกกลาง และเปิดเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือต่างๆ สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 นายอิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน หารือระดับทวิภาคีที่กรุงปักกิ่ง โดยทั้งคู่ได้หารือเกี่ยวกับความขัดแย้งที่กำลังบานปลายไปทั่วตะวันออกกลาง

หลังการหารือ รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองออกแถลงการณ์ร่วมกัน เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในตะวันออกกลางทันที และขอให้เปิดการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในอิหร่าน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ทุกฝ่ายร่วมกันจัดเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับการเดินเรือพาณิชย์และเรือพลเรือนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และคุ้มครองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือ ที่ติดค้างอยู่ในน่านน้ำดังกล่าวด้วย

“จีนและปากีสถานขอเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในทันที และใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวออกไป” กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศระบุในแถลงการณ์ร่วม “อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน เอกราชของชาติ และความมั่นคงของอิหร่านรวมถึงกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ ควรได้รับการปกป้อง”

ปัจจุบัน ปากีสถานได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวกลางสำคัญ โดยใช้ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ในการส่งผ่านแผนสันติภาพ 15 ประการของวอชิงตันให้รัฐบาลเตหะราน ก่อนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสี่ฝ่ายระหว่างปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และตุรกี เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้

ในความพยายามทางการทูตล่าสุด ทั้งปากีสถานและจีนได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดโจมตีพลเรือนและ “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ แหล่งพลังงาน โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล โรงไฟฟ้า และสถานประกอบการนิวเคลียร์เพื่อสันติ” ในทันที

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังสนับสนุนให้ยึดถือความสำคัญขององค์การสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ “ยั่งยืน” ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn