สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

14 มี.ค. 2569 05:51 น.

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัวผู้นำอิหร่าน ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงโผล่ร่วมชุมนุมวันกุดส์ ในเตหะราน

สหรัฐฯ ประกาศรางวัลนำจับผู้นำและผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านหลายราย รวมถึงผู้นำสูงสุดคนใหม่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านยังคงออกมาปรากฏตัวในกิจกรรมวันกุดส์ ที่จัดขึ้นกลางกรุงเตหะราน แม้เกิดเหตุระเบิดใกล้พื้นที่ชุมนุม

วันที่ 13 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศตั้งเงินรางวัลสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 360 ล้านบาท สำหรับผู้ให้ข้อมูลที่นำไปสู่การระบุตัวหรือจับกุมผู้นำสำคัญของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ของอิหร่าน

โดยประกาศฉบับนี้ ระบุรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบัญชาการและควบคุมกำลังของ IRGC รวม 10 คน แม้จะเปิดเผยชื่อเพียง 6 คน บุคคลที่ถูกกล่าวถึงรวมถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน และอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งปรากฏตัวในการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลในกรุงเตหะราน

ด้านสื่ออิหร่านเผยแพร่ภาพและวิดีโอของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนที่เข้าร่วมการชุมนุม วันกุดส์ (Quds Day) ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีเพื่อแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และผู้ที่ปรากฏตัวในงานรวมถึง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ตามด้วยนายอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ตลอดจนนายอาห์มัดเรซา ราดาน ผู้บัญชาการตำรวจ และนายโกลัมโฮสเซน โมห์เซนี เอเจอี ประธานฝ่ายตุลาการ

ในคลิปวิดีโอหนึ่งจะเห็นว่า นายโมห์เซนี เอเจอี กำลังให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ของรัฐ ขณะที่เกิดเสียงระเบิดขึ้นใกล้พื้นที่ชุมนุม ส่วนอีกคลิปหนึ่งเผยให้เห็นนายเปเซชเคียน เดินทักทายประชาชนและถ่ายเซลฟีกับผู้ร่วมชุมนุมบนท้องถนน ขณะที่ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรมวันกุดส์ เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง.

ที่มา CNN

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

14 มี.ค. 2569 05:01 น.

ยูเอ็นเรียกร้องเปิดทางขนส่งความช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนผู้คนนับล้านเสี่ยงเดือดร้อน

หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามตะวันออกกลางเปิดทางให้เรือบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย หลังการสู้รบทำให้การเดินเรือเกือบหยุดชะงัก

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรมและผู้ประสานงานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน แถลงเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลางเปิดทางให้เรือบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย หลังการสู้รบทำให้การเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ถูกรบกวนอย่างหนัก

แถลงการณ์ระบุว่า การขนส่งความช่วยเหลือต้องได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย พร้อมเตือนว่า หากการหยุดชะงักยังคงดำเนินต่อไป ประชาชนหลายล้านคนอาจเผชิญความเสี่ยงด้านอาหารและเวชภัณฑ์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ 

นายเฟลตเชอร์ระบุว่า ปัจจุบันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักจากสถานการณ์การสู้รบ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนขนส่งพุ่งสูงและสร้างอุปสรรคต่อการลำเลียงสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารและยา โดยย้ำว่า ขณะนี้กำลังติดต่อโดยตรงกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกดดันให้เปิดทางเดินเรือสำหรับการขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยไม่ถูกขัดขวาง

ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและความขัดแย้งลุกลามทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย.

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

14 มี.ค. 2569 04:39 น.

ทรัมป์เผย สงครามอิหร่านจะจบ “เมื่อผมรู้สึกว่าถึงเวลา” เตรียมโจมตีหนักเพิ่ม

ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อ ระบุสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดเมื่อเขา “รู้สึกได้เองว่าถึงเวลา” พร้อมเตือนสัปดาห์หน้าจะโจมตีหนักขึ้น ขณะประเมินผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจยังมีชีวิตอยู่

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะสิ้นสุดลง “เมื่อผมรู้สึกว่ามันถึงเวลา”

เมื่อถูกถามว่าทรัมป์จะรู้ได้อย่างไรว่าสงครามจบลงแล้ว ทรัมป์ตอบว่า “เมื่อผมรู้สึกได้ โอเคมั้ย” และบอกว่า “ผมรู้สึกมันได้จากข้างใน” โดยทรัมป์ยังระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่านตอนนี้รุนแรงมากจนต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นตัวได้ แต่ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า สหรัฐฯ จะเพิ่มการโจมตีอิหร่านอย่างหนักขึ้นไปอีก

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยประเมินว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีชีวิตอยู่

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทรัมป์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ พร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบหากมีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี.

ที่มา BBC

ผู้นำคิวบาเผย เปิดเจรจากับสหรัฐฯ หาทางคลายวิกฤตพลังงาน หลังทรัมป์กดดันหนัก

ผู้นำคิวบาเผย เปิดเจรจากับสหรัฐฯ หาทางคลายวิกฤตพลังงาน หลังทรัมป์กดดันหนัก

14 มี.ค. 2569 00:20 น.

ผู้นำคิวบาเผย เปิดเจรจากับสหรัฐฯ หาทางคลายวิกฤตพลังงาน หลังทรัมป์กดดันหนัก

ประธานาธิบดีคิวบาระบุ รัฐบาลได้หารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางแก้ความขัดแย้งและวิกฤตพลังงานจากมาตรการปิดกั้นน้ำมันของสหรัฐฯ ขณะประเทศเผชิญไฟฟ้าดับและขาดเชื้อเพลิงหนัก 

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายมิเกล ดิอาซ กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลคิวบาได้จัดการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทวิภาคี และวิกฤตพลังงานที่กำลังทำให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดหนัก โดยการพูดคุยมีเป้าหมายเพื่อ หาทางออกผ่านการเจรจา สำหรับความแตกต่างระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่ามีปัจจัยระหว่างประเทศบางอย่างที่เอื้อให้เกิดการหารือครั้งนี้ 

ผู้นำคิวบายังเปิดเผยว่า ไม่มีน้ำมันนำเข้ามายังประเทศเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว โดยกล่าวโทษมาตรการปิดกั้นด้านพลังงานของสหรัฐฯ ว่าเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตเชื้อเพลิงในประเทศ และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงหลังสหรัฐฯ โจมตีและจับกุมนายนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญและผู้ส่งออกน้ำมันรายหลักให้คิวบา ส่งผลให้การส่งน้ำมันมายังคิวบาถูกระงับ ซึ่งผลกระทบจากการขาดเชื้อเพลิงทำให้หลายพื้นที่ของประเทศต้องเผชิญ ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยภูมิภาคตะวันตกของคิวบาเพิ่งเกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้

ผู้นำคิวบาระบุว่า แม้คิวบาจะผลิตน้ำมันได้เองราว 40% ของความต้องการ และพยายามผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้พลังงานของประเทศ โดยภาวะขาดไฟฟ้ายังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคหลายด้าน ทั้งการสื่อสาร การศึกษา และการขนส่ง รวมถึงภาคสาธารณสุข โดยมีผู้ป่วยหลายหมื่นคนต้องรอการผ่าตัด เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีไฟฟ้า

ขณะที่การเปิดเผยเรื่องการเจรจาครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมคิวบาอย่างเป็นมิตร ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลคิวบา.

ที่มา Aljazeera

เพนตากอนเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ “บาดเจ็บหนัก-อาจเสียโฉม” ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ

เพนตากอนเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ “บาดเจ็บหนัก-อาจเสียโฉม” ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ

13 มี.ค. 2569 19:53 น.

เพนตากอนเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ “บาดเจ็บหนัก-อาจเสียโฉม” ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ระบุผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ได้รับบาดเจ็บและอาจเสียโฉม หลังการโจมตีช่วงต้นสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านได้รับบาดเจ็บและอาจมีอาการเสียโฉมจากบาดแผล หลังการโจมตีช่วงต้นสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน

นายเฮกเซธกล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่าสหรัฐฯ ทราบว่าผู้นำคนใหม่ที่เรียกกันว่า ผู้นำสูงสุด นั้นได้รับบาดเจ็บ และมีแนวโน้มว่าจะเสียโฉม

คำกล่าวของนายเฮกเซธมีขึ้นหลังจากคาเมเนอีเพิ่งออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดี นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม คาเมเนอียังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดาของเขา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุโจมตีทิ้งระเบิดในกรุงเตหะราน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ทางการอิหร่านยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้รับบาดเจ็บจริง แต่ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการหรือความรุนแรงของบาดแผล ขณะที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งเพิ่มกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับสุขภาพและความสามารถในการบริหารประเทศของผู้นำสูงสุดคนใหม่ ในช่วงที่อิหร่านกำลังเผชิญสงครามในตะวันออกกลาง.

ที่มา Reuters

สหรัฐฯ ยืนยันทหารดับ 4 ศพ เครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก

สหรัฐฯ ยืนยันทหารดับ 4 ศพ เครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก

13 มี.ค. 2569 17:08 น.

สหรัฐฯ ยืนยันทหารดับ 4 ศพ เครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยทหารเสียชีวิต 4 นาย จากทั้งหมด 6 นาย หลังเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 ตกในอิรัก ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจในช่วงความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและสอบสวนสาเหตุของเหตุการณ์

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (Centcom) แถลงยืนยันเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันทางทหารรุ่น KC-135 Stratotanker ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ประเทศอิรัก ส่งผลให้ลูกเรือ 4 รายจากทั้งหมด 6 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าภารกิจกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจรอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

เซนต์คอมระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องบิน 2 ลำที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเครื่องบินลำที่สองสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย และในเบื้องต้นทางกองทัพยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการถูกโจมตีโดยฝ่ายศัตรูหรือเกิดจากอุบัติเหตุยิงกันเองแต่อย่างใด

แม้กองทัพสหรัฐฯ จะยืนยันว่าเหตุเกิดในน่านฟ้าของฝ่ายพันธมิตร แต่จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ในอิรักที่มีกลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านเคลื่อนไหวอยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดกองทัพอิหร่านได้ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอ้างว่า กลุ่มพันธมิตรของตนได้ใช้ขีปนาวุธยิงเป้าหมายจนเครื่องบินลำดังกล่าวตก

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน เพิ่มขึ้นเป็น 7 นายแล้ว และถือเป็นเครื่องบินลำที่ 4 ของสหรัฐฯ ที่สูญเสียไปในสงครามครั้งนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 3 ลำเพิ่งถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าคูเวตจากอุบัติเหตุยิงกันเอง

สำหรับเครื่องบิน KC-135 Stratotanker ผลิตโดยบริษัทโบอิ้งในช่วงปี 1950 ถึงต้นปี 1960 ถือเป็น “กระดูกสันหลัง” ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการทำหน้าที่เติมน้ำมันกลางอากาศ เพื่อเพิ่มระยะการปฏิบัติการให้กับเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดโดยไม่ต้องลงจอด

โดยปกติแล้วเครื่องบินรุ่นนี้จะมีลูกเรืออย่างน้อย 3 ราย ประกอบด้วย นักบิน, นักบินผู้ช่วย และเจ้าหน้าที่ควบคุมคานเติมน้ำมัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้มีลูกเรืออยู่บนเครื่องถึง 6 ราย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อบุคลากรทางการทหารครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา BBC

จีนบริจาค 6 ล้านบาท เยียวยาครอบครัวเหยื่อขีปนาวุธถล่มโรงเรียนอิหร่าน

จีนบริจาค 6 ล้านบาท เยียวยาครอบครัวเหยื่อขีปนาวุธถล่มโรงเรียนอิหร่าน

13 มี.ค. 2569 16:36 น.

จีนบริจาค 6 ล้านบาท เยียวยาครอบครัวเหยื่อขีปนาวุธถล่มโรงเรียนอิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า รัฐบาลจีนเตรียมบริจาคเงินจำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.45 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่และครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่โรงเรียนประถมหญิงอิหร่านในช่วงเริ่มต้นของสงครามในตะวันออกกลาง 

นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สภากาชาดจีนจะส่งมอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมฉุกเฉินนี้ให้แก่สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน โดยระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเพื่อเป็นการ “แสดงความเสียใจและเยียวยา” ครอบครัวของผู้สูญเสียโดยเฉพาะ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างรุนแรง “การโจมตีโรงเรียนและเด็กถือเป็นการละเมิดที่ร้ายแรงยิ่งกว่า และเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดสูงสุดของมโนธรรมและศีลธรรมของมนุษย์” พร้อมยืนยันว่าจีนพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ประชาชนชาวอิหร่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่า ได้มีการจัดพิธีศพให้แก่ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 165 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก โดยทางการเตหะรานได้กล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้นในวันแรกของสงคราม

ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ผลการสอบสวนของกองทัพสหรัฐฯ พบว่าขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก”  ของสหรัฐฯ ได้พุ่งเป้าไปที่โรงเรียนดังกล่าวเนื่องจากความผิดพลาดในการกำหนดเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิสราเอลได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องหรือการรับรู้ใดๆ เกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความเห็นที่สร้างความสับสน โดยในตอนแรกเขาตั้งข้อสังเกตว่าอิหร่านอาจเป็นผู้ลงมือโจมตีเอง ทั้งที่อิหร่านไม่มีขีปนาวุธโทมาฮอว์กในคลังแสง และเมื่อถูกถามถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ เกี่ยวกับความผิดพลาดของกองทัพสหรัฐฯ ทรัมป์กลับตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่รู้เรื่องนี้”.

ที่มา AFP

บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า

บ.สร้าง "ศาลาไทย" งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" กับงานระบบไฟฟ้า

13 มี.ค. 2569 15:41 น.

บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า

บริษัท JV RMA 110 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสร้าง “ศาลาไทย” ในงานเอ็กซ์โป 2025 ที่นครโอซากา ชี้บริษัท DIO ที่ปรากฏในข่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้าในโครงการแต่อย่างใด โดยผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้า รวมถึงงานระบบอื่น ๆ เป็นบริษัทก่อสร้างที่ญี่ปุ่น มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นครบถ้วนทุกประการ

บริษัท JV RMA 110 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสร้าง “ศาลาไทย” ในงานเอ็กซ์โป 2025 ที่นครโอซากา ออกแถลงการณ์ชี้แจงบริษัท DIO ที่ปรากฏในข่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้าในโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

“ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในไทยรัฐออนไลน์เกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เข้าตรวจค้นบริษัทก่อสร้างที่รับงานระบบไฟฟ้า โดยมีการระบุหรือทำให้เกิดความเข้าใจว่าบริษัทดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานระบบไฟฟ้าในอาคาร Thailand Pavilion ภายในงาน Expo 2025 Osaka, Kansai นั้น

บริษัท JV RMA 110 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสร้างอาคารนิทรรศการ Thailand Pavilion ขอเรียน ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้องดังต่อไปนี้โครงการก่อสร้างอาคาร Thailand Pavilion ได้มีการว่าจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้า รวมถึงงานระบบอื่น ๆ โดยเป็นบริษัทก่อสร้างที่ญี่ปุ่น มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นครบถ้วนทุกประการ บริษัทผู้รับเหมาดังกล่าวได้ดำเนินการตามสัญญาจ้าง และได้รับการชำระเงินตามเงื่อนไขของสัญญาเรียบร้อยแล้ว บริษัทที่ปรากฏในข่าวว่าอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบหรือถูกกล่าวหา มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ ก่อสร้างอาคาร Thailand Pavilion และไม่ได้เข้ามาดำเนินการติดตั้งหรือปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้าในโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ บริษัท JV RMA 110 ยังได้แนบเอกสารหลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัทผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา ได้แก่

1. ใบอนุญาตประกอบกิจการ บริษัท TUFF’S CORPORATION (งานก่อสร้าง)

2. ใบอนุญาตประกอบกิจการ บริษัท อคาลา จำกัด (งานระบบไฟฟ้า)

3. ใบอนุญาตประกอบกิจการ บริษัท Yamamoto Co., Ltd. (Landscape)

อ่านข่าว ตำรวจโอซากาบุกค้น บ.ก่อสร้าง รับงานระบบไฟฟ้า “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โป 2025 โดยไม่มีใบอนุญาต

รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

13 มี.ค. 2569 14:54 น.

รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

รัฐสภาไต้หวันอนุมัติให้รัฐบาลลงนามข้อตกลงจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท หลังเจ้าหน้าที่เตือนว่าหากไม่ดำเนินการภายในกำหนด ไต้หวันอาจถูกผลักไปอยู่ท้ายแถวการผลิตและส่งผลต่อความมั่นคงแห่งชาติ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงกับจีน

รัฐสภาไต้หวันมีมติอนุมัติให้รัฐบาลสามารถลงนามข้อตกลงจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ จำนวน 4 โครงการ หลังเจ้าหน้าที่เตือนว่าหากไม่ดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด ไต้หวันอาจถูกเลื่อนลำดับการผลิตและส่งมอบอาวุธ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยประธานสภา ฮัน กั๋วอวี่ ระบุระหว่างอ่านมติว่า รัฐสภายึดหลักให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเป็นอันดับแรก และมุ่งปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างมั่นคง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบอาวุธเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาหลังการลงนาม

อาวุธที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยขีปนาวุธต่อต้านรถถัง TOW 2B, ปืนใหญ่อัตตาจร M109A7, ขีปนาวุธ Javelin ที่ผลิตโดยบริษัทล็อกฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) และระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจอาวุธมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.55 แสนล้านบาท ที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ พยายามผลักดันงบประมาณกลาโหมเพิ่มเติมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่พรรคฝ่ายค้านซึ่งครองที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาแสดงความกังวลเกี่ยวกับรายละเอียดของแผน และระบุว่าไม่สามารถอนุมัติงบประมาณขนาดใหญ่โดยไม่มีข้อมูลชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ตกลงกันในที่สุดว่าความมั่นคงของชาติรอไม่ได้ จึงอนุญาตให้มีการลงนามล่วงหน้าก่อนที่การตรวจสอบงบประมาณจะเสร็จสิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าระบบอาวุธสำคัญเหล่านี้จะไม่ถูกยกเลิกหรือล่าช้าออกไป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไต้หวัน เตือนว่าหนังสือตอบรับสำหรับระบบ HIMARS จำนวน 82 ระบบ ที่สหรัฐฯ ขายให้แก่ไต้หวัน จะหมดอายุในวันที่ 26 มีนาคม ขณะที่ข้อตกลงอื่นๆ มีกำหนดต้องลงนามภายในวันที่ 15 มี.ค. นี้ มิฉะนั้นจะสูญเสียลำดับในสายการผลิต

การอนุมัติอย่างเป็นทางการของรัฐสภาเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากสมาชิกสภาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านตกลงกันว่า รัฐบาลสามารถลงนามในข้อตกลงล่วงหน้าได้ แม้กระบวนการพิจารณางบประมาณจะยังไม่เสร็จสิ้น

กระทรวงกลาโหมไต้หวันแสดงความขอบคุณต่อการตัดสินใจของรัฐสภา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่ระบุว่าแผนดังกล่าวขาดความโปร่งใส โดยยืนยันว่าการจัดซื้อผ่านกระบวนการอนุมัติโครงการอย่างเข้มงวดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพ

ด้านสมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ระบุว่าการอนุญาตให้ลงนามข้อตกลงล่วงหน้ามีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้การจัดหาอาวุธสำคัญของไต้หวันต้องล่าช้าหรือถูกยกเลิก

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้กดดันพันธมิตรให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ให้การสนับสนุนแนวทางดังกล่าว ท่ามกลางการซ้อมรบและการเคลื่อนไหวทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีนรอบเกาะไต้หวัน

ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือไต้หวันมาโดยตลอด แต่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตนเอง.

ที่มา Reuters

ทรัมป์พูดง่าย ยุส่งเรือบรรทุกน้ำมันให้แสดงความกล้าฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์พูดง่าย ยุส่งเรือบรรทุกน้ำมันให้แสดงความกล้าฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ

13 มี.ค. 2569 14:12 น.

ทรัมป์พูดง่าย ยุส่งเรือบรรทุกน้ำมันให้แสดงความกล้าฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยุส่งให้ลูกเรือบรรทุกน้ำมันอย่าไปกลัว เดินเรือฝ่าช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้จะเสี่ยงถูกโจมตี หลังสถานการณ์ความตึงเครียดกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง

ทรัมป์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับไบรอัน คิลมีด ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันควรแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและแสดงความกล้าหาญ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว

โดยผู้นำสหรัฐกล่าวว่า “ไม่มีอะไรต้องกลัว อิหร่านไม่มีแม้แต่กองทัพเรือ และเราทำลายเรือของพวกเขาไปหมดแล้ว” 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในอุตสาหกรรมการเดินเรือได้เรียกร้องให้กองทัพเรือของสหรัฐฯ จัดเรือคุ้มกันสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ทางเพนตากอน ยังคงปฏิเสธคำร้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าภารกิจคุ้มกันมีความเสี่ยงสูงเกินไปในสถานการณ์ปัจจุบัน

ข้อมูลจาก United Kingdom Maritime Trade Operations หรือ UKMTO ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มีเรือบรรทุกน้ำมัน เรือสินค้า และเรือประเภทอื่น ๆ อย่างน้อย 16 ลำ ถูกโจมตีในและรอบพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงอ่าวอาหรับ และอ่าวโอมาน 

รายงานยังระบุว่า การโจมตีในช่วงต้นสัปดาห์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และสามารถช่วยชีวิตลูกเรือได้ 38 คน

สถานการณ์ตึงเครียดในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านซึ่งมีอิทธิพลควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ได้สั่งปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าว หลังจากสหรัฐและอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางทหารร่วมกันต่ออิหร่านเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของการค้าพลังงานทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและตลาดพลังงานโลก.

ที่มา : CNN