ทัพอิสราเอลเผย สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

ทัพอิสราเอลเผย สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

27 มี.ค. 2569 05:48 น.

ทัพอิสราเอลเผย สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

กองทัพอิสราเอลเผย สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน 1 ราย ในขณะที่ทหารอิสราเอลกำลังขยายขอบเขตการโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพอากาศได้โจมตีและสังหารนาย ฮัสซัน โมฮัมหมัด บาชีร์ ผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเขตฮาจีร์ ของเลบานอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 มี.ค.)

อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงขีปนาวุธเข้าสู่อิสราเอล เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านจนมีผู้เสียชีวิต

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลขยายขอบเขตการโจมตีในภาคใต้ของเลบานอนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่ม “เขตกันชน” (Buffer zone) เพื่อผลักดันกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ให้ออกห่างจากชายแดน และเพื่อปกป้องชุมชนชาวอิสราเอล

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ ของภูมิภาคตะวันออกกลาง กองกำลังอิสราเอลยังได้โจมตีพื้นที่ในจังหวัดเคอร์มานชาห์ ทางตะวันตกของอิหร่าน รวมถึงในเมืองเดซฟูล ทางตอนใต้ด้วย

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ทำลายคลังเก็บอาวุธและฐานยิงขีปนาวุธนำวิถี รวมถึงระบบป้องกันทางอากาศ” พร้อมเสริมว่าการโจมตีคลังขีปนาวุธของอิหร่านนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “ลดขอบเขตการยิงโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนอิสราเอล”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ประกาศ เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน ออกไปอีก 10 วัน

ทรัมป์ประกาศ เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน ออกไปอีก 10 วัน

27 มี.ค. 2569 03:38 น.

ทรัมป์ประกาศ เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน ออกไปอีก 10 วัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ารัฐบาลของเขาจะยังคงชะลอการโจมตีภาคพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน โดยอ้างว่ารัฐบาลอิหร่านขอร้อง ท่ามกลางข่าวเรื่องการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน หลังจากก่อนหน้านี้เลื่อนมาแล้ว 5 วัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า กำลังมีการเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางยุติสงคราม

“ตามคำร้องขอของรัฐบาลอิหร่าน ขอให้แถลงการณ์นี้เป็นตัวแทนประกาศว่า ข้าพเจ้าจะระงับช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างโรงผลิตพลังงานออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET)”

“การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และแม้จะมีแถลงการณ์ที่ผิดพลาดจากพวกสื่อข่าวปลอม (Fake News Media) และคนอื่นๆ ที่กล่าวในทางตรงกันข้าม แต่การเจรจานั้นกำลังดำเนินไปด้วยดีมาก” ประธานาธิบดีระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social

ทั้งนี้ คำสั่งระงับการโจมตีเดิม (5 วัน) ที่มีผลอยู่ในขณะนี้ มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์ โดยโพสต์ของประธานาธิบดีมีขึ้นไม่นานหลังจากที่ตลาดหุ้นปิดทำการในช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

27 มี.ค. 2569 02:29 น.

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า มีความคืบหน้าเกิดขึ้นแล้วในการเจรจากับอิหร่าน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด และระบุด้วยว่าเขาไม่กังวลในการเข้าร่วมการประชุม G7 ท่ามกลางบรรยากาศสงคราม

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวก่อนออกเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ที่ฝรั่งเศส ว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้น” ในการเจรจากับอิหร่าน แต่ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดว่าเขาได้หารือกับผู้ใดบ้าง

“มีประเทศตัวกลางที่กำลังส่งผ่านข้อความ และความคืบหน้าได้เกิดขึ้นแล้ว—เป็นความคืบหน้าที่เห็นผลชัดเจนในบางส่วน” รูบิโอกล่าว และเสริมว่า การเจรจานั้นเป็น “กระบวนการที่ดำเนินอยู่และมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา”

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นายสตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินการเจรจากับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูตโดยมี ปากีสถาน เป็นตัวกลาง

เมื่อถูกถามว่าเขาจะร้องขอให้ประเทศกลุ่ม G7 อื่นๆ ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหรือไม่ รูบิโอตอบว่า “การให้ความช่วยเหลือนั้นเป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเอง” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “ประเทศอื่นๆ ได้รับเชื้อเพลิงจากที่นั่นเยอะกว่าเรามาก”

และเมื่อถูกถามว่าเขากังวลเกี่ยวกับการต้อนรับที่จะได้รับท่ามกลางสถานการณ์สงครามหรือไม่ รูบิโอกล่าวว่า “ผมไม่กังวลเรื่องนั้นเลย … ผมไม่ได้ไปที่นั่นเพื่อทำให้พวกเขาพอใจ ผมเข้ากับทุกคนได้ดีในระดับบุคคล และเราทำงานร่วมกับรัฐบาลเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง แต่คนที่ผมสนใจจะทำให้มีความสุขจริงๆ คือประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

จำคุก 17 ปี อดีตนายกเทศมนตรีไทเป ข้อหาคอร์รัปชัน

จำคุก 17 ปี อดีตนายกเทศมนตรีไทเป ข้อหาคอร์รัปชัน

27 มี.ค. 2569 01:41 น.

จำคุก 17 ปี อดีตนายกเทศมนตรีไทเป ข้อหาคอร์รัปชัน

อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไทเปของไต้หวัน และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 17 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีในข้อหารับสินบนและใช้เงินบริจาคทางการเมืองในทางที่ผิด

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 นาย เค่อ เหวินเจ๋อ (Ko Wen-je) ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นขั้วการเมืองที่สามในไต้หวัน ถูกศาลแขวงกรุงไทเปตัดสินว่ามีความผิดในข้อหารับสินบนและใช้เงินบริจาคทางการเมืองในทางที่ผิด โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากมารวมตัวกันที่หน้าศาล

นายเค่อ วัย 66 ปี ถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชันเมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงไทเป

นอกจากนี้ เขายังถูกฟ้องร้องในข้อหาใช้เงินบริจาคของพรรค TPP และมูลนิธิการกุศลในทางที่ผิด รวมถึงข้อหาละเมิดความไว้วางใจ (Breach of Trust)

ศาลระบุว่า นอกเหนือจากโทษจำคุกรวม 17 ปีแล้ว นายเค่อ ยังถูกสั่งห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 6 ปีอีกด้วย

ทั้งนี้ เดิมทีพนักงานอัยการเรียกร้องให้ศาลลงโทษนายเค่อด้วยการจำคุกรวมเป็นเวลา 28 ปี 6 เดือน ขณะที่นายเค่อ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีไทเป 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2557-2565 ยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด

เรื่องอื้อฉาวด้านอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาพื้นที่ใหม่ ซึ่งมีการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมขึ้นอย่างมาก โดยได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกรุงไทเปภายใต้การบริหารของนายเค่อ ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้พัฒนาโครงการ

นายเค่อได้รับเงินสินบนเป็นจำนวนมากกว่า 17 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 17.5 ล้านบาท) และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินบริจาคทางการเมืองที่มอบให้แก่พรรค TPP และบริษัทที่เชื่อมโยงกับพรรค เป็นจำนวนมากกว่า 68 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 70 ล้านบาท)

นอกจากนี้ เขายังใช้เงินบริจาคของมูลนิธิสวัสดิการสังคมในทางที่ผิดอีกประมาณ 8.27 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 8.5 ล้านบาท) เพื่อนำไปใช้ในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของตนเอง

นายเค่อได้ก้าวลงจากตำแหน่งประธานพรรค TPP ในเดือนมกราคม 2568 ไม่กี่เดือนหลังจากที่เขาถูกควบคุมตัว โดยนาย หวง กั๋วชาง (Huang Kuo-chang) ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ทั้งนี้ นายเค่อได้รับการประกันตัวออกมาด้วยวงเงิน 70 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 72 ล้านบาท) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

26 มี.ค. 2569 23:47 น.

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแล้ว ว่าของขวัญจากอิหร่านที่เขาพูดถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน คือการให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้อิหร่านกำลังพยายามแสดงความจริงใจในการเจรจา

ในวันที่ 26 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยแล้วว่า “ของขวัญ” ปริศนาที่เขาเคยบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ว่าอิหร่านมอบให้สหรัฐฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจานั้น คือการให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญระดับโลกได้สำเร็จ

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ระบุว่าการแสดงเจตจำนงที่ดีนี้มีส่วนช่วยในความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงคราม แม้ว่าในตอนนั้นเขาจะยังสงวนท่าทีและไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่า “ของขวัญ” ที่เขาพูดถึงคืออะไรกันแน่

“มันเป็นของขวัญที่ใหญ่มาก มีมูลค่ามหาศาล และผมจะไม่บอกพวกคุณหรอกว่ามันคืออะไร แต่มันเป็นรางวัลที่สำคัญยิ่ง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันอังคาร

ล่าสุดในวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ ได้มีส่วนร่วมในการ “หารือที่สำคัญมาก” กับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อ และการที่เรือบรรทุกน้ำมันสามารถเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบได้นั้น ถือเป็นหลักฐานที่แสดงว่าผู้เจรจามีความจริงจัง

“พวกเขากล่าวว่า “เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าเราจริงใจ มั่นคง และเราพร้อมเจรจา เราจะยอมให้เรือน้ำมัน 8 ลำเดินทางผ่าน เป็นเรือ 8 ลำ ลำใหญ่ๆ เลย”” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า “พวกเขาทำตามคำพูดและทำจริง” โดยเรือเหล่านั้นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้ธงชาติปากีสถาน

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางอิหร่านยังได้ส่งเรือมาเพิ่มอีก 2 ลำ “เพื่อเป็นการขอโทษสำหรับบางสิ่งที่พวกเขาเคยพูดไว้” ซึ่งเหตุการณ์นี้ช่วยพิสูจน์ให้สหรัฐฯ เห็นว่า “เรากำลังเจรจาอยู่กับคนที่ใช่”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังถูกถามว่าเขาคิดว่าอิหร่านควรจะมีสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบหรือไม่ นายทรัมป์ตอบว่า “พวกเขาไม่ควรจะทำได้ แต่ตอนนี้พวกเขาก็แอบทำอยู่บ้างนิดหน่อย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

26 มี.ค. 2569 23:05 น.

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

รัฐสภาของเยอรมนีกำลังเดินหน้าผ่านร่างมาตรการควบคุมราคาน้ำมันที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นเพราะสงครามอิหร่าน โดยรวมถึงมาตรการอนุญาตให้ปั๊มน้ำมันต่างๆ ปรับราคาได้เพียงวันละ 1 ครั้ง

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนีผ่านร่างมาตรการเบื้องต้นในชุดนโยบายด้านเชื้อเพลิง เพื่อมุ่งยับยั้งราคาที่พุ่งสูงอันเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงข้อบังคับที่จำกัดให้สถานีบริการน้ำมันต่างๆ สามารถปรับขึ้นราคาได้เพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น

นโยบายชุดใหม่นี้เสนอโดยพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) และพรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และได้รับอนุมัติจากสภาล่างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

หากมาตรการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเยอรมนี จะมีผลบังคับใช้กับน้ำมันเบนซินและดีเซลทุกประเภท โดยแถลงการณ์ของรัฐสภาระบุว่า สถานีบริการน้ำมันจะได้รับอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาได้เพียงครั้งเดียวต่อวันในช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น

กฎระเบียบใหม่นี้ดำเนินตามแบบอย่างของประเทศออสเตรีย ที่จำกัดให้ปั๊มน้ำมันขึ้นราคาได้เพียงวันละครั้งในเวลา 12.00 น. ซึ่งออสเตรียได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2554

ในเดือนนี้ ออสเตรียได้ยกระดับมาตรการคุมเข้มมากขึ้นอีก เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน โดยปัจจุบันอนุญาตให้สถานีบริการน้ำมันปรับขึ้นราคาที่เวลาเที่ยงวันได้เพียง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือในวันจันทร์ พุธ และศุกร์เท่านั้น

ขณะเดียวกัน บางประเทศในยุโรปได้ประกาศมาตรการเยียวยาระดับประเทศหลายอย่าง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นที่มีต่อผู้บริโภค โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ได้อนุมัติชุดมาตรการด้านพลังงานมูลค่า 5 พันล้านยูโร เพื่อชดเชยต้นทุนที่เกิดจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน

ทางด้านนายกรัฐมนตรี คิเรียกอส มิตโซทากิส ของกรีซ ระบุว่าประเทศของเขาจะให้เงินอุดหนุนสำหรับน้ำมันและปุ๋ย รวมถึงส่วนลดตั๋วเรือเฟอร์รี่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

26 มี.ค. 2569 22:30 น.

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความกังขาในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน โดยเรียกร้องให้อิหร่านทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ เพื่อเปิดเส้นทางใหม่ และว่า สงครามกระทบต่อราคาพลังงานไม่หนักเท่าที่เขาคิด

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว โดยแสดงความคลางแคลงใจต่อโอกาสในการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน โดยกล่าวเตือนว่า การจะหยุดยั้งสงครามได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำอิหร่านจะสามารถโน้มน้าวใจเขาได้สำเร็จหรือไม่

ในช่วงเริ่มต้นของการประชุมคณะรัฐมนตรี ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า เขากระตือรือร้นที่จะหาวิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูตเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน โดยยืนยันว่าฝ่ายผู้นำเตหะรานต่างหากที่เป็นฝ่ายพยายามขอเปิดการเจรจาใหม่

“พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลง … ผมไม่รู้ว่าเราจะทำแบบนั้นได้ไหม และไม่รู้ว่าเราเต็มใจจะทำอย่างนั้นหรือเปล่า” นายทรัมป์กล่าว “ตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะทำข้อตกลงแล้ว แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง” ทรัมป์ระบุ “เราจะรอดูว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เหมาะสมได้หรือไม่”

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ได้บอกเป็นนัยว่าตอนนี้อาจสายเกินไปที่จะบรรลุข้อตกลงใดๆ แล้ว “พวกเขาควรจะทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน” ทรัมป์กล่าวทิ้งท้าย

นายทรัมป์ยังเรียกร้องให้อิหร่านละทิ้งความทะเยอทะยานในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร พร้อมเตือนว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าแคมเปญทางทหารต่อไปหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม

“แต่ตอนนี้พวกเขามีโอกาสแล้ว หมายถึงอิหร่านน่ะนะ ที่จะละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์อย่างถาวร และสร้างเส้นทางใหม่เดินไปข้างหน้า” ทรัมป์กล่าว “เราจะรอดูว่าพวกเขาอยากทำไหม ถ้าไม่ เราจะเป็นฝันร้ายที่สุดของพวกเขา ในระหว่างนี้ เราก็จะเดินหน้าถล่มพวกเขาต่อไปอย่างราบคาบ โดยไม่มีอะไรขัดขวางหรือหยุดยั้งได้”

นายทรัมป์ยังพยายามลดทอนความสำคัญของผลกระทบจากสงครามที่มีต่อราคาน้ำมันและตลาดหุ้น โดยระบุว่าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้

“พูดตามตรง ผมคิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงกว่านี้ และคิดว่าตลาดหุ้นจะร่วงหนักกว่านี้เสียอีก แต่มันไม่ได้รุนแรงเกือบเท่าที่ผมคิดไว้เลย” ทรัมป์กล่าว “ผมคิดว่าพวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีอเมริกัน และอาจจะรวมถึงกลุ่มคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะนี้ด้วย”

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ AAA ระบุว่า ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินธรรมดาในระดับประเทศจ่อแตะระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน โดยอยู่ที่ 3.981 ดอลลาร์ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 1 ดอลลาร์จากเมื่อเดือนก่อน และอาจกลายเป็นภาระทางการเมืองครั้งสำคัญสำหรับพรรครีพับลิกันในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทรัมป์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมัน “อาจจะ… พุ่งสูงขึ้นอีกนิดหน่อย” แต่เขากล่าวว่า “ทุกอย่างจะกลับลงมาอยู่ในจุดเดิม และอาจจะต่ำกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

26 มี.ค. 2569 21:36 น.

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

(ภาพจาก AFP PHOTO / IRAN’S REVOLUTIONARY GUARD VIA SEPAH NEWS)

กองทัพอิสราเอลอ้าง สังหารหนึ่งในผู้บัญชาการของกองทัพเรืออิหร่าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางทุ่นระเบิด และปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

เมื่อ 26 มี.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลออกมาอ้างว่า ได้สังหารนายอาลีเรซา ทังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) โดยระบุว่าชายคนนี้เป็นบุคคลสำคัญในการวางทุ่นระเบิดและปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก

ด้านทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ เรื่องข่าวการเสียชีวิตของนายทังซีรี

“เมื่อคืนที่ผ่านมา ในปฏิบัติการที่แม่นยำและรุนแรง กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้กำจัดผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC คือ ทังซีรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองบัญชาการกองทัพเรือรายอื่น ๆ” นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี

“กองทัพอิสราเอลได้กำจัดผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อปฏิบัติการก่อการร้ายในการวางทุ่นระเบิดและปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว” นายคัตซ์ย้ำ “เราจะเดินหน้าปฏิบัติการในอิหร่านด้วยกำลังทั้งหมดที่มี เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของสงคราม”

นอกจากนี้ นายคัตซ์ยังเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่าเป็น “การส่งข้อความสำคัญถึงพันธมิตรชาวอเมริกันของเรา ซึ่งสะท้อนถึงความช่วยเหลือของกองทัพอิสราเอลในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง”

ทั้งนี้ นายทังซีรีเริ่มมีบทบาทและปรากฏตัวต่อสาธารณะมากขึ้นนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเขาถือเป็นตัวจักรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปิดล้อมการจราจรทางน้ำในช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด

เขามีความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียตลอดช่วงสงคราม โดยโพสต์ข้อความล่าสุดบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าการผ่านทางของเรือทุกลำในช่องแคบต้องมีการประสานงานอย่างเต็มรูปแบบกับหน่วยงานทางทะเลของอิหร่าน นอกจากนี้ เขายังมักจะโพสต์ความคืบหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพเรือ IRGC ในอ่าวเปอร์เซียอยู่เสมอด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหพันธ์ขนส่งฯ เรียกประชุมด่วน ขึ้นค่าน้ำมัน 6 บาท รอมติเคลื่อนไหว “ม็อบสิบล้อ”

สหพันธ์ขนส่งฯ เรียกประชุมด่วน ขึ้นค่าน้ำมัน 6 บาท รอมติเคลื่อนไหว “ม็อบสิบล้อ”

26 มี.ค. 2569 21:15 น.

สหพันธ์ขนส่งฯ เรียกประชุมด่วน ขึ้นค่าน้ำมัน 6 บาท รอมติเคลื่อนไหว “ม็อบสิบล้อ”

สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ เรียกประชุมสมาชิกด่วน หลังขึ้นค่าน้ำมัน 6 บาท เตรียมขอมติที่ประชุมเคลื่อนไหว “ม็อบสิบล้อ”

ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เตรียมประชุมสมาชิกเพื่อพิจารณาการปรับขึ้นค่าขนส่งให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพราะไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้แล้ว โดยจะมีการแจ้งมติที่ประชุมและแนวทางการดำเนินงานต่อประชาชนให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ด้วยตอนนี้ต้นทุนค่าน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45-50% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด ซึ่งตามหลักเกณฑ์ หากราคาน้ำมันปรับขึ้นทุก 1 บาท จะส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

สำหรับมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งจากภาครัฐนั้น ทางสหพันธ์ฯ เห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐจะใช้การช่วยเหลือแบบผ่านการโอนเงินชดเชยเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง เหมือนกับโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า

ส่วนประเด็นการส่งเสริมให้ใช้น้ำมัน B20 ที่มีราคาถูกกว่า B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตรนั้น มองว่ามาตรการนี้อาจไม่จูงใจและไม่สามารถช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งได้จริง เนื่องจากน้ำมัน B20 มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีราคาสูง การนำของแพงมาผสมกับของแพงจึงไม่น่าจะทำให้ราคาถูกลงได้

และยังมีข้อจำกัดด้านเทคนิคของเครื่องยนต์ โดยน้ำมัน B20 อาจใช้ได้กับรถรุ่นเก่าที่เป็นยูโร 1 หรือยูโร 2 แต่สำหรับรถบรรทุกรุ่นใหม่โดยเฉพาะมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5) จะไม่สามารถใช้งานได้เลยเพราะส่งผลกระทบต่อระบบการสันดาปภายในเครื่องยนต์และสร้างความเสียหายตามมา

น้ำมัน B20 จึงอาจช่วยได้เพียงภาคอุตสาหกรรม การเกษตร หรือพาณิชยกรรมบางส่วนเท่านั้น แต่สำหรับภาคการขนส่งทางบกถือว่าไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในครั้งนี้

ย้อนวิกฤตราคาน้ำมัน 6 ยุค โจทย์เดิมไทยเผชิญอีกครั้ง

ย้อนวิกฤตราคาน้ำมัน 6 ยุค โจทย์เดิมไทยเผชิญอีกครั้ง

26 มี.ค. 2569 18:35 น.

ย้อนวิกฤตราคาน้ำมัน 6 ยุค โจทย์เดิมไทยเผชิญอีกครั้ง

ย้อนมองวิกฤตราคาน้ำมัน 6 ยุค ท่ามกลางแรงกระแทกจากสงครามอิหร่าน ดันราคาพลังงานพุ่งสูง โจทย์เดิมไทยเผชิญอีกครั้ง

วิกฤตราคาน้ำมันและพลังงานแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย หากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งในอดีต วันนี้ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากผลกระทบของสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูง จากต้นสัปดาห์ 198 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ ณ วันที่ 23 มี.ค. สูงขึ้น 242 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และล่าสุดประเทศไทยมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

หากย้อนกลับไปมองอดีตที่ผ่านมา จะพบว่าประเทศไทยเคยเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันมาแล้วหลายครั้ง และแทบทุกครั้งล้วนมีจุดร่วมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลก และโครงสร้างการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศของไทยเอง

ปี 2516-2524 ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร

วิกฤตน้ำมันครั้งแรกเริ่มต้นในปี 2416 ยุคของรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึงประมาณ 4 เท่า

บริบทในขณะนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังขยายตัว ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจึงเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาหรับกับอิสราเอลยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ด้านอุปทานพลังงานให้ตึงตัวมากขึ้น ประกอบกับก่อนหน้านั้น ในปี 2514 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ได้ประกาศยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่และปล่อยให้ค่าเงินลอยตัว ส่งผลให้หลายประเทศอุตสาหกรรมดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกัน ไทยเองก็ต้องปรับตัวตามด้วยการลดค่าเงินบาท

ผลลัพธ์คือแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรง เงินเฟ้อพุ่งสูงถึงประมาณร้อยละ 24 ในช่วงปลายปี ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงปี 2516-2517 น้ำมันเบนซินเพิ่มจาก 2.30 บาทต่อลิตร เป็น 3.62 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นราว 57% ส่วนดีเซลเพิ่มจาก1.05 บาท เป็น 2.33 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นถึง 122%

ขณะที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 เพื่อให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกมาตรการควบคุมการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม มาตรการส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะขอความร่วมมือมากกว่าการบังคับใช้จริงทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

ปี 2522 ยุคพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ในยุคของพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เกิดวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งสูงเป็นครั้งที่ 2 เมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียม (OPEC) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ผลกระทบในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ลุกลามไปถึงค่าไฟฟ้า ราคาสินค้า และค่าครองชีพโดยรวม ในบางช่วงเกิดปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน จนถึงขั้นมีการแต่งเพลงกล่าวถึงวิกฤตการณ์น้ำมันแพงในครั้งนี้

อีกทั้ง แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นได้สะสมจนกลายเป็นแรงกดดันทางการเมือง และในที่สุดมีส่วนทำให้รัฐบาลในขณะนั้นต้องยุติบทบาทลงในปี พ.ศ. 2523

ปี 2533 ยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

ในปี 2533 ยุคของพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจากการปะทุของสงครามอ่าวเปอร์เซียทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 18.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม เป็น 31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายในเวลาไม่กี่เดือน

ผลกระทบมาถึงประเทศไทยทันที ราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นจาก 8.45 บาท เป็น 11.05 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 31% ขณะที่ดีเซลเพิ่มจาก 6.10 บาท เป็น 8.40 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 38%

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงข้อจำกัดสำคัญของไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศได้

ปี 2551 ยุคพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 147 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2551 ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลก ขณะที่กำลังการผลิตไม่สามารถตอบสนองได้เพียงพอ

อีกทั้ง ยังมีบทบาทของกองทุนเก็งกำไรและเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเร่งให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นถึง 44.24 บาทต่อลิตร และเบนซินอยู่ที่ 42.89 บาทต่อลิตร ก่อนที่ราคาจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี

ปี 2557 ยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในช่วงปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประเทศไทยเผชิญราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเบนซินแตะระดับ 49.15 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลอยู่ที่ประมาณ 29.99 บาทต่อลิตร แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ปัจจัยภายในประเทศมีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภาษี การจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน การยกเลิกเบนซิน 91รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ปี 2565 ยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การปะทุของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่จำกัดการส่งออกและการค้ากับรัสเซีย ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แรงกระแทกดังกล่าวสะท้อนมาถึงประเทศไทย ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งทะลุ 49 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาดีเซลถูกตรึงไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร

จากวิกฤตราคาน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา จะเห็นได้ว่าแม้สาเหตุจะเปลี่ยนไปตามบริบทของโลก ตั้งแต่สงคราม ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงกลไกตลาดและการเก็งกำไร แต่สิ่งที่ยังคงเดิมคือความเปราะบางของไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ผลกระทบจึงวนซ้ำในรูปแบบเดิม ทั้งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ลุกลามไปสู่การเมือง

วิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้จึงกลายเป็นเป็นโจทย์สำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถหลุดพ้นจากวงจรวิกฤตนี้ได้หรือไม่