“บิ๊กอู่” เร่งช่วยแรงงาน หนีภัยสงครามหัวละ1.5หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/330079

“บิ๊กอู่” เร่งช่วยแรงงาน หนีภัยสงครามหัวละ1.5หมื่น

แรงงานไทยในลิเบีย,สงคตรามในลิเบีย,สงเคราะห์,หัวละ 15 หมื่น

“บิ๊กอู๋”สั่งเร่งช่วยเหลือแรงงานไทย กลับจากภัยสงครามในลิเบีย ระบุ กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เผยสงเคราะห์เป็นเงินรายละ 15,000 บาท ย้ำพร้อมดูแล

          นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.แรงงาน) สั่งเร่งติดตามช่วยเหลือแรงงานไทย

ที่เคยเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบียและกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาจ้างเนื่องจากเกิดภัยสงคราม ให้ได้รับสิทธิประโยชน์หรือความคุ้มครองช่วยเหลือ

 

นายอนุรักษ์  กล่าวอีกว่า ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมการจัดหางานได้แจ้งให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเร่งติดตามรายชื่อ ที่อยู่คนงานที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือด้านค่าจ้างค้างจ่ายและสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากนายจ้างในต่างประเทศ

 

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันได้เร่งรัดให้บริษัทที่จัดส่งแรงงานไทยไปลิเบียตรวจสอบการคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้แก่คนงานพร้อมทั้งประสานนายจ้างที่ลิเบียให้จ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายและสิทธิประโยชน์ให้แก่แรงงานไทย

 

"บิ๊กอู่" เร่งช่วยแรงงาน หนีภัยสงครามหัวละ1.5หมื่น

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.แรงงาน

อธิบดีกรมการจัดหางาน  กล่าวย้ำว่า อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยที่ยื่นคำร้องทุกข์ขอค่าบริการและค่าใช้จ่ายคืนจากบริษัทที่จัดส่ง ส่วนหนึ่งได้ข้อยุติเรื่องร้องทุกข์และได้รับการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว บางส่วนยังไม่ได้คืน อยู่ระหว่างฟ้องร้องธนาคารผู้ค้ำประกันให้แก่บริษัทจัดหางานผู้จัดส่ง เพื่อหักหลักประกันคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้กับแรงงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง

 

 

นายอนุรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยบริษัทจัดหางานจัดส่งจะต้องเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ สำหรับประเทศลิเบียจ่ายค่าสมาชิกฯ ในอัตรา 400 บาทต่อคน ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว แต่คุ้มครองตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง ซึ่งกรณีที่ต้องเดินทางกลับประเทศไทยจากการประสบปัญหาจากภัยสงคราม จะได้รับการสงเคราะห์รายละ 15,000 บาท

 

โดยแรงงานทุกคนที่ได้ยื่นคำร้องได้รับเงินสงเคราะห์เรียบร้อยแล้ว สำหรับการติดตามค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้างที่ประเทศลิเบียนั้น เรื่องยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากสถานการณ์ในประเทศลิเบียยังไม่สงบ และยังไม่มีความคืบหน้าในการเปิดสถานทูตไทย

 

"บิ๊กอู่" เร่งช่วยแรงงาน หนีภัยสงครามหัวละ1.5หมื่น

 

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ในประเทศลิเบียมีความสงบแล้ว จะได้ประสานสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานเพื่อดำเนินการต่อไป โดยแรงงานจะได้รับค่าจ้างที่ค้างจ่ายคืนตามสัดส่วนของระยะเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ตาม หากแรงงานที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือยังไม่ได้ร้องทุกข์ สามารถยื่นคำร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/330074

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

ครมสัญจร,ภาคเหนือตอ,วัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน,นายวีระ โรจน์พจนรัตน,รมววัฒนธรรม

ครม.ไฟเขียว 4 แนวทางพัฒนากลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 2 ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน มุ่งพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์-ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม-ศิลปินพื้นบ้าน

         เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุมพระบาง ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)

         กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 2 ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบแนวทางพัฒนางานวัฒนธรรมเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตรและกำแพงเพชร)

        ตามที่ วธ.เสนอ พร้อมนำเสนอวีดิทัศน์แนวทางพัฒนางานวัฒนธรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้วและแผนงานที่กำลังดำเนินการในระยะต่อไป โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายส่งเสริมคนดี สังคมดี สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน 4 ด้าน ระหว่างปี 2561-2564

       ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพแหล่งประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยพัฒนาศักยภาพอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานเมืองเก่าพิจิตร โบราณสถาน ศาสนสถานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้นไม้สำคัญที่เป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน ชุมชนท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

       โดยปรับปรุงทั้งด้านกายภาพ ภูมิทัศน์สิ่งอำนวยความสะดวก นำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้ รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวในแหล่งประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งเสนอจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พิจิตร พิพิธภัณฑ์เมืองนครสวรรค์และอุทัยธานี

       แนวทางตามแผนพัฒนาที่ 2 พัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการพัฒนาและขยายผลตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม เทศกาลประเพณี กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน สินค้า ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกชุมชนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

       รวมทั้งพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมทั้งในชุมชนท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง 3.ส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านโดยส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านให้รวมกลุ่มจัดตั้งชมรม สมาคมเพื่อดำเนินงานร่วมกัน จัดให้มีลานวัฒนธรรมและเวทีการแสดงให้กับศิลปินพื้นบ้าน ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างศิลปินรุ่นใหม่ส่งเสริมชุมชนลิเกให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่

       รวมทั้งมีข้อเสนอเชิงนโยบายให้จังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์ เป็นเมืองแห่งลิเก และ4.ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมโดยพัฒนาและขยายผลจังหวัดคุณธรรม องค์กรคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนในทุกระดับ

        นายวีระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม. มีข้อสั่งการในส่วนของ วธ. ที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับพัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดังนี้ 1.สั่งการให้กรมการท่องเที่ยว และกรมศิลปากร (ศก.) กรมป่าไม้ หารือเรื่องจัดทำรายละเอียดโครงการพัฒนาอุทยานเมืองเก่าพิจิตร อาทิ การจัดทำป้ายบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ทางลาดรองรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล เป็นต้น

        2.ให้ ศก. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และจังหวัด พัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น 3.ให้ สวธ. และสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินผลการดําเนินงานตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม ตามโครงการตลาดประชารัฐ เพื่อนําข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาการดําเนินงาน

ครม.ชูงานวัฒนธรรมสร้างอาชีพ-รายได้สู่ชุมชน

      4. ให้ ศก. ติดตามและศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาอุทยานเมืองเก่าพิจิตร เพื่อให้การพัฒนา ด้านอาคารสถานที่และการจัดกิจกรรมมีความกลมกลืนและคํานึงถึงผลกระทบต่อโบราณสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ ศก.ให้คําปรึกษาทางวิชาการ ด้านการจัดแสดงเนื้อหาต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ให้เหมาะสมและน่าสนใจ

       5. ให้ จ.พิจิตรหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบและกําหนดแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน

       6.ให้ ศก. ขุดค้นแหล่งโบราณสถานเพิ่มเติม และพิจารณาความเหมาะสมในการสร้างศูนย์บริการข้อมูลนําเสนอภาพการจําลองสภาพวัดโพธิ์ประทับช้างที่มีความสมบูรณ์ในอดีต โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้สั่งการให้กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของที่ประชุม ครม.ต่อไป

เทรนด์ใหม่..สวยแบบธรรมชาติสไตล์ “หมอเกรซ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329127

เทรนด์ใหม่..สวยแบบธรรมชาติสไตล์ “หมอเกรซ”

หมอเกรว

สวยแบบธรรมชาติสไตล์ “หมอเกรซ”เทรนด์ใหม่..หน้าสวย หุ่นดี ไม่ต้องศัลยกรรม

จัดว่าเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่นอกจากจะสะกดความสวยได้อยู่หมัด ยังเป็นนักบริหาร นักธุรกิจ นักลงทุน และนักมาร์เก็ตติ้ง ที่หาตัวจับยากอีกเช่นกัน สำหรับ “หมอเกรซ – พญ. เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร” เจ้าของ Doctor Grace Clinic      (Diploma in Dermatology, Cardiff University, UK., Fellowship in Cosmetic Dermatology, Mount Sinai Hospital, USA.) แพทย์ที่ปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม
วันนี้กับช่วงเบรคงานด้านต่างๆ “หมอเกรซ” ให้เกียรติร่วมพูดคุยถึงหลักการบริหารงาน รวมถึงอัพเดทเทคโนโลยีนวัตกรรมความงามล่าสุด พร้อมเปิดเผยถึงเคล็ดลับการดูแลครอบครัวให้อบอุ่น

เทรนด์ใหม่..สวยแบบธรรมชาติสไตล์ "หมอเกรซ"

 

“สำหรับเทรนด์ความงามที่ผ่านมาและปีนี้ ยังคงหนีไม่พ้นกับการที่สาวๆ อยากมีใบหน้ารูปไข่ดูเป็นวีเชฟ และมีหุ่นที่ดี แต่ในความเป็นจริงพื้นฐานรูปหน้าของคนเราไม่เหมือนกัน เดี๋ยวนี้มีหลากหลายวิธีในการปรับเปลี่ยนรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมผ่าตัด หรือวิธีการปกปิดด้วยเทคนิคอื่นๆ ที่ผ่านมาเราอยู่ในวงการความงามมาตลอด มีหลายเคสที่เข้ามาขอคำปรึกษา อยากสวยแต่กลัวการทำศัลยกรรม ซึ่งหมอจะแนะนำให้กลบจุดด้อยและเสริมด้วยจุดเด่น เพื่อเสริมความงามให้สวยในแบบฉบับของเรา ซึ่งหมอมองว่าความสวยไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น หลายครั้งที่เราอยากได้ใบหน้า จมูก ตา แบบคนอื่น แต่พอมาประกอบกันอาจไม่เข้ากับใบหน้าของเราและเมื่อทำไปอาจทำให้เราดูแปลก ที่ผ่านมาการศัลยกรรมทำให้เกิดปัญหาใบหน้าสวยเหมือนเป็นบล็อกเดียวกันหมด เหตุการณ์นี้หมอไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะสุดท้ายเราก็จะไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง”
‘หมอเกรซ’ กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจุบันในด้านเทคโนโลยีได้มีการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เข้ามาช่วย ในส่วนของหมอจะเป็นเรื่องการปรับรูปหน้าแบบไม่พึ่งศัลยกรรม หมอจะทำการดีไซน์รูปหน้าให้กับคนไข้ โดยจะให้คนไข้นั่งตัวตรง หลังไม่พิง แล้วดูกระจกว่าตัวเองบกพร่องตรงจุดไหนบ้าง และจะทำอะไรได้แค่ไหน ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับรูปหน้า อายุ และปัญหาของแต่ละคน เช่น ช่วงกรามใหญ่แก้ปัญหาโดยการฉีดโบทูลีนั่มท็อกซินช่วยลดกราม ร้อยไหมช่วยกระชับใบหน้าส่วนที่หย่อนคล้อย หากมีแก้มเยอะใช้เทคนิคเมโสแฟตช่วยสลายไขมันเฉพาะจุด ฟิลเลอร์ช่วยสร้างมิติให้ใบหน้าบริเวณจมูกและคาง ช่วยหลอกตาให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น เป็นต้น
สำหรับเทคโนโลยีล่าสุด ‘หมอเกรซ’ เปิดเผยให้ฟังว่า ตอนนี้หมอมี ULTRAFORMER III  คือเทคโนโลยีกระชับผิวหน้าและสลายไขมันใต้ชั้นผิว ที่สามารถผลิตคลื่นเสียงความถี่สูง ที่มีความเข้มข้นสูงและเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ที่เรียกว่า MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound (เอ็มเอ็มเอฟยู: ไมโครแอนด์แมคโครโฟกัสอัลตร้าซาวน์) สามารถปล่อยพลังงานไปยังตำแหน่งความลึกที่ต้องการได้อย่างจำเพาะเจาะจง (Selective delivery of acoustic energy depth) สามารถลงลึกได้ทุกระดับใต้ชั้นผิว ทำให้ Ultraformer III เป็นเครื่องมือแพทย์ที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว (Tissue lifting) ลดริ้วรอย และสลายไขมันกระชับสัดส่วนของร่างกายได้ในเครื่องเดียว ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นและมีความปลอดภัยสูงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพในการรักษาเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-30 นาที และไม่ทำให้เกิดบาดแผล หลังการทำสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น ยิ่งไปกว่านั้น Ultraformer III เป็นที่ยอมรับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยจาก องค์การอาหารและยาของ ประเทศยุโรป (European CE) ประเทศออสเตรเรีย (Australian TGA) ประเทศใต้หวัน (Taiwan FDA) ประเทศญี่ปุ่น (Japan FDA) ประเทศเกาหลี (Korea FDA) และ ประเทศไทย เป็นต้น
ดังนั้น MMFU จึงเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหนังใบหน้าและลำคอหย่อนคล้อย คิ้วตก, หนังตาตก, ขอบตาล่างหย่อนยาน, แก้มหย่อนคล้อย, ร่องแก้มลึก, มุมปากตก, มีเนื้อใต้คางเป็นชั้นๆ และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น V Shape โดยที่ไม่ต้องการและไม่คิดจะทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการกระชับสัดสวนในบริเวณหน้าท้อง, ต้นแขน, ท้องแขน, ต้นขา, บริเวณ Bra Line, Love Handle, ผิวส่วนเกินบริเวณรอบหัวเข่า เป็นต้น
“นอกจากการรักษาด้วยเครื่องแล้ว ยังมีอีกหลากหลายวิธีในการดูแล และปัจจุบันมีคลินิคเกิดขึ้นมากมาย หมอแนะนำว่าควรพิจารณาหาข้อมูลก่อนทำการรักษา คลินิคที่ดีควรมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ต้องมีรูปและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชัดเจน ที่สำคัญไม่อยากให้พิจารณารักษาด้วยราคา เพราะแต่ละคลินิคมีต้นทุนยาไม่ต่างกันมากนัก หากราคาถูกอย่างน่าตกใจตัวยาอาจไม่ได้มาตรฐานก็เป็นได้ เพื่อความปลอดภัยควรหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนดีที่สุดค่ะ” หมอเกรซ กล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดเผยถึงผลประกอบการที่ผ่านมาว่า ปี 60 ถือว่าดี แต่สำหรับปี 61 ในช่วงครั้งปีแรกนี้ ถือว่าดร๊อปลงไปบ้าง ดังนั้นแพลนการทำมาร์เก็ตติ้ง เน้นทำ Information บวกกับเน้นเซเลบควบคู่กันไป เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นไปอีก ในเรื่องของตัวเลขผลกำไรสุทธิ ‘หมอเกรซ’ บอกว่า จำไม่ได้แน่ชัด แต่ทุกปี ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจแน่นอน
ด้านเคล็ดลับการดูแลครอบครัว ‘หมอเกรซ’ กล่าวว่า พยายามจัดสรรเวลาเพื่อดูแล และอยู่กับลูกให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันลูกอายุได้ 4 ปีแล้ว โดยตั้งแต่ที่รู้่ว่าตั้งท้อง ได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะเลี้ยงลูกเอง ไปรับไปส่งลูกเอง รวมถึงสอนการบ้านลูกเองด้วย
สำหรับตารางการทำงานของ ‘หมอเกรซ’ ตรวจคนไข้อาทิตย์ละ 3 วัน คือ พฤหัสบดี – ศุกร์ – เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันของครอบครัว จะไม่มีการพูดถึงเรื่องธุรกิจหรืองานแต่อย่างใด ให้เวลากับลูกและสามีอย่างเต็มที่ส่วน วันจันทร์เป็นวันสำหรับจัดการเรื่องเอกสารหรือเซ็นต์เอกสารทั้งหมด วันอังคารและวันพุธ เป็นวันสำหรับนัดคุยงานที่ไม่ซีเรียสอะไรมาก
“การดูแลลูกของหมอคือ อย่างแรก ต้องไปรับลูกจากโรงเรียน จากนั้นก็สอนการบ้านลูก หมอไม่อยากให้ลูกไปเรียนพิเศษ เพราะมีความรู้สึกว่าไม่มีใครใจเย็นหรือสอนลูกเราได้ดีเท่ากับคนเป็นแม่หรอก ดังนั้นอยากสอนอะไร หรืออยากเสริม เพิ่มเติมเรื่องอะไร ก็ทำได้เต็มที่ ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อ ว่าลูกจะได้เลื่อนห้อง ไปอยู่ห้องที่เก่งขึ้นได้” หมอเกรซ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Doctorgrace Clinic รามคำแหง 65 โทร.092-278-9841 หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/doctorgraceclinic/หรือwww.doctorgraceclinic.co.th

“กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้”ดูแลผู้สูงวัย กับ รพ.จุฬาลงกรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329124

 “กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้”ดูแลผู้สูงวัย กับ รพ.จุฬาลงกรณ์

รพจุฬา

 “กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้”ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้สูงวัย กับ รพ.จุฬาลงกรณ์

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ชวนชาวไทยร่วมเป็นหนึ่งในพลังแห่งการให้ครั้งสำคัญ กับโครงการ“กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้” ร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ใน “อาคาร ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศูนย์การดูแลรักษาผู้สูงวัยแบบบูรณาการและครบวงจร เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้สูงวัย ยกระดับสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

 

 "กดด้วยใจ...ใครๆ ก็ทำได้"ดูแลผู้สูงวัย กับ รพ.จุฬาลงกรณ์

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว โครงการ “กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้” เชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งการให้ ด้วยวิธีการกดบริจาคผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครือข่าย ทางหมายเลข *948*4848*100# กดโทรออก บริจาคครั้งละ 100 บาท เข้าโครงการ “กองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย” สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ใน “อาคาร ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศูนย์การดูแลรักษาผู้สูงวัยแบบบูรณาการและครบวงจร
ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “โครงการกดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้” เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการต้องการจัดหาทุนเพื่อสนับสนุน การจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ของอาคาร ส.ธ. ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์การดูแลผู้สูงวัยแบบบูรณาการและครบวงจร เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มตัวใน ปี 2568 ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ จึงได้ดำเนินการสร้างอาคาร ส.ธ. เพื่อเป็นศูนย์การดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการขึ้น โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี พ.ศ.2558 ได้มีการดำเนินการจัดเตรียมความพร้อม ในเรื่องการจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและเพียงพอในการดูแลรักษาโรคเฉพาะทางให้กับผู้สูงอายุอย่างครบวงจร

 "กดด้วยใจ...ใครๆ ก็ทำได้"ดูแลผู้สูงวัย กับ รพ.จุฬาลงกรณ์

ในการนี้จึงได้จัดตั้งโครงการ “กดด้วยใจ…ใครๆ ก็ทำได้” เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ มารวมหัวใจกันให้สมกับชื่อโครงการที่ใครๆ ก็ทำได้ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันด้วยหัวใจ โดยการสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ ทางการแพทย์ อาคาร ส.ธ. เพื่อการรักษาผู้สูงวัยอย่างครบวงจร โดยเปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ทางหมายเลข *948*4848*100# กดโทรออก ร่วมบริจาคครั้งละ 100 บาท  ผ่าน “กองทุน ส.ธ.เพื่อผู้สูงวัย” เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้  และเพียงพอต่อการดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้สูงอายุทุกคนได้รับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม
อาคาร ส.ธ. และคลินิกสุขภาพมีความพร้อมดูแลรักษาผู้สูงอายุแบบองค์รวม เพื่อเสริมสร้างให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตในทุกด้านอย่างมีความสุข  เรามีศูนย์การดูแลรักษาผู้สูงอายุในทุกด้าน ทั้งคลินิกผู้สูงวัย ให้คำปรึกษากับผู้สูงวัยในด้านต่างๆ ศูนย์พาร์กินสัน, ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ, ศูนย์การเดินและเคลื่อนไหว, ศูนย์ฝึกสมอง, ศูนย์ฟื้นฟูสมอง,  ศูนย์สุขภาพชาย, ศูนย์ฝึกทักษะการพูด การได้ยิน การกลืน การทรงตัวและการมองเห็น เป็นต้น เพื่อเป็นต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยเน้นการเสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันกลุ่มอาการเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น ภาวะหกล้มบ่อย สำลัก ปัญหาการมองเห็น การได้ยิน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า รวมถึงโรคหรือภาวะร่วมที่เรียกว่าโรคเรื้อรังแบบไม่ติดต่อ ได้แก่ เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง  เพื่อเสริมสร้างให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตในทุกด้านได้อย่างมีความสุข

 

“จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการให้การดูแลผู้สูงอายุ ผู้เป็นต้นแบบสำคัญของสังคมครอบครัวของไทย ด้วยการเตรียมความพร้อมไปกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทั้งในเรื่องการพัฒนาการแพทย์ การดูแล รักษา การเตรียมความพร้อมและการป้องกันโรค เพื่อผู้สูงอายุทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความสุขอย่างแท้จริง เพื่อให้สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ผ่านโครงการ “กดด้วยใจ ใครๆ ก็ทำได้” ไปด้วยกันนะครับ”

TCAS ปีนี้สปอยเด็กเกินไปหรือไม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329075′

TCAS ปีนี้สปอยเด็กเกินไปหรือไม่?

TCAS,ออ๊อด,สละสิทธิ์,ทีแคส,5 มิถุนายน 2561,สปอย

TCAS ปีนี้สปอยเด็กเกินไปหรือไม่?…โดย อ.อ๊อด – รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES

        วันนี้(วันที่ 5 มิถุนายน 2561) เป็นวันประกาศผล TCAS รอบ 3/2 เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งเด็กๆมีเวลาในการที่จะต้องสละสิทธิ์และเลือกในคณะสาขาที่ตัวเองต้องการภายในวันที่

        10 มิถุนายน 2561 นี้ จากผลการสอบระบบ tcas ในรอบ 3 ซึ่งเด็กในรอบแรก 3/1 มีข่าวว่ามีการกั๊กที่ แต่ก็ต้องปล่อยที่ออกมาภายในวันที่ 3 มิถุนายน กินระยะเวลาในการกั๊กที่เพียงแค่ 6 วัน

      และผลจากการที่เด็กเลือกใช้สิทธิ์เข้าคณะสาขาที่เด็กชอบในวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมาจะเห็นว่า มีเด็กสละสิทธิ์กว่า 40% และในรอบที่ 3/2 นี้ก็มีเด็กยืนยันสิทธิ์เข้าไปไม่ครบ ทำให้ TCas รอบ 3 นี้มีที่นั่งว่างเหลือมากพอ ที่จะโอนที่นั่งที่ว่างหลักหลายหมื่นที่ ไปที่การสอบแอดมิชชั่นในรอบที่ 4

       คำถามก็คือว่า จะประท้วงกันไปทำไมครับ ในเมื่อสอบติดแล้วก็ไม่เอา สอบติดแล้วก็สละสิทธิ์ หรือสอบติดแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไร ก็เลยไปเสี่ยงดวงในรอบที่ 4 รอบที่ 5 อีกครั้ง

      อาจารย์อ๊อด คิดว่าปัญหาของระบบ tcas ไม่น่าจะมาจากที่ระบบแล้ว เพราะว่าทุกอย่างเกื้อหนุนเด็กในการสอบถึง 5 รอบ และการเปิดรอบพิเศษ ในรอบ 3/2 นี้ถือว่าเป็นรอบที่ 6 ของปีนี้ก็ว่าได้ จะสปอยเด็กไปถึงไหน และเด็กสอบได้ก็ไม่เอา สละสิทธิ์ บางคนอยากจะได้ก็ไม่ได้ เพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ถึงในคณะที่ตัวเองต้องการ

       ดังนั้นปัญหาของ Tecas น่าจะมาจาก ความไม่พอใจของเด็กๆและผู้ปกครองหรือไม่ หรือเกิดจากการไม่ยอมรับกติกา ซึ่งเด็กเหล่านี้ ที่มากับระบบที่สปอยมากเกินไปในปีนี้ จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ออกมารับใช้สังคม ภายในระยะเวลา 4 ถึง 6 ปีข้างหน้า

       คำถามกลับไปที่สังคมไทย จะเกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าไม่ยอมรับกติกาและประท้วงไปเรื่อยๆ หรือว่าสอบไปรอบที่ 5 รอบที่ 6 แล้วยังไม่ติดคณะที่ตัวเองอยากจะได้ก็ประท้วง ให้ ทปอ เปิดสมัครสอบรอบที่ 7 แล้วที่ 8 อีกหรือไม่ ถามใจตัวเองดูนะครับว่าปัญหาของระบบคืออะไรกันแน่

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

ด่วน!! ทำงาน”มาเก๊า”รับกว่า5.7หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329062

ด่วน!! ทำงาน”มาเก๊า”รับกว่า5.7หมื่น

ทำงานที่มาเก๊า,รายได้ดีรับ57หมื่น,13อัตรา,ข่าวดี,รับสมัครฟรี,นายอนุรักษ์ ทศรัตน์,อธิบดีกกจ

ข่าวดี! กกจ. รับสมัครแรงงานไทย ไปทำงานด้านการบริการ 13 อัตรา ที่ “มาเก๊า” ระบุรับรายได้ สูงสุดเดือนละกว่า 57,000 บาท สมัครถึง 7 มิ .ย.นี้ ฟรีไม่มีค่าบริการ

 

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงานแจ้งว่า กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครพนักงานเพื่อไปทำงานที่มาเก๊า กับบริษัทWynn Palaceจำนวน 4 ตำแหน่ง

13 อัตรา คือ 1. ตำแหน่งF&B Server Team Leader (หัวหน้างานบริการ) จำนวน 3 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 14,000PATACAมาเก๊า (MOP)หรือประมาณ 57,312 บาท คุณสมบัติมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

 

2. ตำแหน่งF&B Hostperson (พนักงานต้อนรับ) จำนวน 3 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,000PATACAมาเก๊า (MOP)หรือประมาณ 45,031 บาท คุณสมบัติ มีอายุ 21 ปีขึ้นไป สูง 168 เซนติเมตรขึ้นไป ทำงานเป็นกะได้

 

ด่วน!! ทำงาน"มาเก๊า"รับกว่า5.7หมื่น

 

3. ตำแหน่งF&B server (พนักงานเสิร์ฟ) จำนวน 4 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 9,000PATACAมาเก๊า (MOP)หรือประมาณ 36,843 บาท คุณสมบัติ มีอายุ 21 ปีขึ้นไป สูง 160 เซนติเมตรขึ้นไป

 

4. ตำแหน่งF&B Busperson (พนักงานบริกร) จำนวน 3 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 8,000PATACAมาเก๊า (MOP)หรือประมาณ 32,750 บาท คุณสมบัติ มีอายุ 19 ปีขึ้นไป สูง 160 เซนติเมตรขึ้นไป

 

 

ด่วน!! ทำงาน"มาเก๊า"รับกว่า5.7หมื่น

 

ทั้งนี้ ทุกตำแหน่งรับผู้จบการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป ในสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม การจัดการงานบริการ หรือภาษาจีนกลาง สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีมากหรือภาษาจีนได้ดี มีทักษะในการสื่อสารดี มีบุคลิกภาพดี และทำงานเป็นทีมได้

นอกจากนี้ หากมีประสบการณ์การทำงานด้านอาหารและเครื่องดื่มจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เงื่อนไขในการจ้างงาน คือ ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน วันละ 8 ชั่วโมง สัญญาจ้างงาน 2 ปี นายจ้างจัดหาที่พัก อาหาร ชุดทำงานและรถรับส่งให้ในระหว่างปฏิบัติงาน นายจ้างรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง

 

นายอนุรักษ์    กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สนใจยื่นประวัติการทำงาน (ResumeหรือCurriculum Vitae)ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 สมัครฟรีไม่เสียค่าบริการใดใด สำหรับวิธีการคัดเลือกนั้น นายจ้างจะคัดเลือกจากประวัติของคนหางานในรอบแรก และรอบสองจะคัดเลือกโดยนายจ้างเดินทางมาสอบสัมภาษณ์ด้วยตนเอง

 

 

ด่วน!! ทำงาน"มาเก๊า"รับกว่า5.7หมื่น

 

อธิบดีกรมการจัดหางาน  กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างว่าสามารถจัดส่งไปทำงานได้ โดยหลอกให้เสียเงินเป็นค่าสมัคร ค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย เพราะอาจเสียเงินฟรีแล้วไม่ได้ไปทำงาน

 

 

ด่วน!! ทำงาน"มาเก๊า"รับกว่า5.7หมื่น

 

สอบถามข้อมูลและสมัครได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน ชั้น 10 อาคารสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 และทางE-mail : iom_overseas1@outlook.comหรือโทร. 02-245-1034 และสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ “พลาสติก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329032

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ “พลาสติก”

กระทรวงสาธารณสุข,ลดการใช้พลาสติก,5 มิถุนายน,วันสิ่งแวดล้อมโลก

สธ.รณรงค์ลดใช้ “พลาสติก”วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนเพื่อเราในวันนี้ เปลี่ยนเพื่อโลกของเราในวันหน้า”ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

        เมื่อวันที่ 5มิถุนายน2561  ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก”

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการโรงพยาบาลให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (GREEN & CLEAN Hospital) ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน มีระบบบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ ลดการใช้กระดาษ ลดการใช้ถุงพลาสติกเปลี่ยนเป็นการใช้ถุงผ้าใส่ยา เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ "พลาสติก"

       ในปีนี้ ได้จัดโครงการรณรงค์ลดปัญหาจากขยะพลาสติกด้วยแนวคิด“เปลี่ยนเพื่อเราในวันนี้ เปลี่ยนเพื่อโลกของเราในวันหน้า” (We change World Change) ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขสนใจและตระหนักถึงการช่วยลดการใช้พลาสติก ซึ่งทั่วโลกกำลังพบปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีต้นทุนการผลิตต่ำ

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ "พลาสติก"

        ข้อมูลสถาบันวิจัยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์พลาสติกจะเพิ่มขึ้นจาก 2.05 ล้านตันในปี 2560 และ 2.44 ล้านตันในปี 2565 รวมทั้ง พลาสติกบางชนิดมีสารประกอบที่อันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หากใช้งานไม่ถูกวิธีอาจเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้โดยลดการใช้แก้วและบรรจุภัณฑ์พลาสติก หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

     “และขอความร่วมมือร้านค้าภายในกระทรวงฯมอบส่วนลดให้กับเจ้าหน้าที่ที่นำแก้วส่วนตัวหรือภาชนะบรรจุอาหารส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มและอาหารภายในโรงอาหาร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้ซ้ำและการลดใช้ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เป็นการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติตนในการดูแลตนเองอย่างถูกต้องเหมาะสมและเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าว

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ "พลาสติก"

       ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษพบว่าไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นปีละ 2 ล้านตัน แต่มีการนำกลับมาใช้เฉลี่ยปีละ 0.5 ล้านตัน ปัญหาสำคัญมาจากการใช้พลาสติกที่เป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารและเครื่องดื่ม ทำให้พลาสติกถูกผลิตขึ้นมากกว่าร้อยละ 70 ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญกับการใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้

เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก สธ.รณรงค์ลดใช้ "พลาสติก"

      เช่น การนำกล่องข้าวจากบ้านไปใช้ที่ทำงาน นอกจากนั้นหากขาดความตระหนักและไม่ให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะ จะทำให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้น เป็นภาระในการจัดเก็บและทำลาย

       โดยเฉพาะพลาสติกบางชนิดที่มีคุณสมบัติไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และยากต่อการย่อยสลาย ทำให้คงอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ เนื่องจากพลาสติกต้องใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายตามธรรมชาตินานถึง 450 ปีอีกด้วย

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/328093

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

มาแล้ว TCAS3,เพิ่ม 2 รอบ,นักเรียน,ทปอ,ประกาศทปอ,ออ๊อด วีรชัย

ทปอ.ประกาศผลTCAS 3/2 รอบนี้ไม่ต้องสมัครใหม่ คล้ายเรียกตัวสำรองเพื่อความเป็นธรรม “อ.อ๊อด” แนะยืนยันสิทธิ์ก่อน10 มิ.ย.นี้ หวั่นเด็กสละสิทธิ์อื้อ!!

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เมื้่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561ได้ออกประกาศสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เรื่อง การจัดการรอบยืนยันสิทธิ์ใน

         ระบบ TCAS รอบ 3 ครั้งที่ 3/2561 โดยมีเนื้อหาระบุว่า..ากการประกาศผลการสอบคัดเลือก ระบบ TCAS รอบ 3 และเกิดข้อโต้แย้งกรณีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ได้รับ การคัดเลือกทั้ง 4 แห่ง และเมื่อนักเรียนยืนยันสิทธิ์ไปแล้ว ส่งผลให้ที่นั่งในสาขาอื่นว่างลง และมหาวิทยาลัยจะได้จำนวนรับเข้าไม่ครบตามเป้าหมาย ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติทั้งมหาวิทยาลัยและนักเรียนที่สมัคร

         สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เห็นว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และรักษาประโยชน์ของนักเรียน จึงกำหนดแนวปฏิบัติการยืนยันสิทธิ์ในรอบที่ 3 ดังนี้

        1.สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจะเพิ่มการ Clearing house (CH) ในรอบ 3 เป็น 2 ครั้ง คือ CH3/1 และ CH3/2 โดยให้มีการสอบสัมภาษณ์พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 10-11 มิถุนายน 2561 ตามปฏิทินการดำเนินการ

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

        1-3 มิถุนายน 2561 นักเรียนเข้าดำเนินการเลือกในระบบ Clearing house ครั้งที่ CH3/1

      4 มิถุนายน 2561 ทปอ.ส่งจำนวนที่นั่งว่างให้กับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อคัดเลือกเพิ่มเติมสำหรับครั้งที่ CH3/2

      5 มิถุนายน 2561 ทปอ. ส่งรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์ครั้งที่ CH3/1 ให้สถาบันอุดมศึกษาเพื่อสัมภาษณ์

         สถาบันอุดมศึกษาส่งรายชื่อนักเรียนที่จะเข้าระบบ Clearing house ครั้งที่ CH3/2 ให้ทปอ. และประกาศรายชื่อทาง website ของสถาบันอุดมศึกษา

        6 มิถุนายน 2561 13.00 น. ระบบ Clearing house ครั้งที่ CH3/2 เปิดให้นักเรียนเข้าดำเนินการเลือก

        7 มิถุนายน 2561 18:00 น. ระบบ Clearing house ครั้งที่ CH 3/2 ปิด

        8 มิถุนายน 2561 12.00 น. ทปอ. ส่งรายชื่อนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ CH 3/2 ให้สถาบันอุดมศึกษาเพื่อสัมภาษณ์10-11 มิถุนายน 2561

     นักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ CH3/1 และ CH3/2 สอบสัมภาษณ์ที่สถาบันอุดมศึกษา

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

     12 มิถุนายน 2561 สถาบันอุดมศึกษาส่งรายชื่อผู้ผ่านสัมภาษณ์ให้ ทปอ. 14 มิถุนายน 2561 ทปอ. ประกาศผลการสอบสัมภาษณ์

       2. การดำเนินการสำหรับนักเรียนที่ได้รับการประกาศชื่อดำเนินการต่อได้ดังนี้

 (1) ยืนยันสิทธิ์

 (2) ไม่ยื่นยันสิทธิ์ใน 3 กรณีจะถือว่านักเรียนขอสละสิทธิ์ได้แก่

 – “สละสิทธิ์/Decline”

 – “ไม่เลือกสาขาวิชาที่ได้รับสิทธิ์ตาม CH3/1”

 – “ไม่เข้าทำการใดๆ ในระบบ”

        อย่างไรก็ตามการสละสิทธิ์สาขาวิชาที่ได้รับสิทธิ์ใน CH3/1 นักเรียนจะไม่มีสิทธิ์ในการเลือกสาขาวิชานั้นๆที่เคยได้รับเลือกในการคัดเลือกเพิ่มเติมใน CH3/2 และจะมีสิทธิ์เลือกสาขาวิชาใน CH3/2 ตามจำนวนที่ตนเองไม่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนได้รับการประกาศชื่อจำนวน 2 สาขาที่สอบติด แต่ไม่ยื่นยันสิทธิ์นั้น นักเรียนจะมีสิทธิ์ในการเลือก CH3/2 เพียง 2 สิทธิ์ที่เหลือเท่านั้น

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

                             รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์

ด้าน รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES ใัห้สัมภาษณ์“คมชัดลึกออนไลน์”ว่า มาแล้วรอบ 3/2 ทปอ.ได้เพิ่มเข้ามาในระบบเรียบร้อยแล้ว รอบนี้ไม่เชิงจะต้องสมัครใหม่ เรียกง่ายๆว่าเหมือนเป็นการเรียกตัวสำรองมาเพิ่ม นักเรียนและพ่อปม่ผู้ปกครองเกาะติดข่าวนี้ผ่านไลน์ ไลน์ : https://line.me/R/ti/p/@lkc6847z  หรือกลุ่มเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/groups/1998166837169733/

 

ทั้งนี้ รศ.ดร. วีรชัย  หรืออ.อ๊อด  กล่าวกับ”คมชัดลึกออนไลน์”เมื่อวันนี้(5 มิถุนายน 2561)ว่า ทปอ.จะประกาศผลTCAS รอบ 3/2 ในช่วงค่ำวันนี้ จากนั้นผู้มีสิทธิเข้าเรียนใน4 คณะที่สอบติด  จะต้องเร่งดำเนินการยืนยันสิทธืเพียงแห่งเดียว ก่อนวันที่ 10 มิถุนายน 2561 นี้

“ผมเกรงว่าเด็กจะสละสิทธิกันเยอะมา ดูจาก TCAS รอบ 3/1 เด็กสอบติดจำนวนเยอะมาก แต่สละสิทธิจำนวนมากเช่นกัน อย่างที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เด็กสละสิทธิ TCAS รอบ 3/1 ถึงร้อยละ40 มีจำนวนที่มายืนยันสิทธิจะเข้าเรียนเพียงร้อยละ 60 ที่น่าเศร้าใจบางมหาวิทยาลัยเด็กยืนยันสิทธิเข้าเรียนเพียงร้อยละ10 เท่านั้น”รศ.ดร. วีรชัย กล่าว

 

รศ.ดร.วีรชัย  ตั้งข้อสังเกตว่า เด็กที่สอบติดในระบบบ TCAS  มีพฤติกรรมที่น่าเป้นห่วง หากจะดีแต่เรียกร้องสิทธิแต่ไม่าเคารพกกกติกา แบบนี้ก็ย่าเป้นห่วงหากเรียนจบแล้วจะเป็นพลเมืองแบบไหน อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็มีส่วนทำให้เด็กมีพฤติกรรมเช่นนี้

 

“ผมยืนยัน เด็กมีที่เรียนกันทุกคน  พ่อปม่ผู้ปกครองไม่ต้องเครียด  เพราะหากไม่ติดTCASรอบ3 ก็มี TCAS รอ4 และTCAS รอบ5 เฉพาะ TCASรอบ4 มีที่นั่งเรียนกว่า 8.6 หมื่น รองรับนักเรียนได้แน่นอน” รศ.ดร.วีรชัย กล่าว ในที่สุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 TCAS ปีนี้สปอยเด็กเกินไปหรือไม่?

 

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

   มึนอะ! TCAS คืออะไรหว่า!!!

 

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

  เลิกเถอะ!! TCAS ฟื้น”ENTRANCE”ระบบเดียว

 

 

รู้ผล!! TCAS รอบ3/2แล้ว-ยืนยันสิทธิก่อน10มิ.ย.

“บิ๊กอู๋”ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329006

“บิ๊กอู๋”ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

ILO,พลตออดุลย์ แสงสิงแก้ว,รมวแรงงาน,คุ้มครองสิทธิแรงงาน,สู่มาตรานสากล

“บิ๊กอู๋”ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน มุ่งยกระดับสู่มาตรฐานสากล มีมาตรการป้องกัน บังคับใช้กม. เน้นความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/329006?auto-play=1&video_url=http://videostream.nationchannel.com/hls/data/5/2018/06/05/ebga7dacek67c7dbhb59a.mp4&news_id=329006&title=%26quot%3B%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B9%8B%26quot%3B%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%ADILO+%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B3%21%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99&section_nav=edu-health

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน ได้เข้าพบ นายกาย ไรเดอร์ (Mr.Guy Ryder) ผู้อำนวยการใหญ่ ILO เพื่อยื่นจดทะเบียน

สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ปี ค.ศ.1930 ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 24 ของรัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันพิธีสารนี้ และเป็นประเทศแรกในเอเชียแปซิฟิก

พลตำรวจเอก อดุลย์กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เข้ามาบริหารประเทศกว่า 4 ปี ได้มีการแก้ไขปัญหาของประเทศมากมาย ซึ่งรวมถึงการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว

"บิ๊กอู๋"ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

“โดยรัฐบาลมุ่งมั่นในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นสากล มีมาตรการป้องกัน การบังคับใช้กฎหมาย คำนึงถึงด้านทรัพยากรมนุษย์ ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ในส่วนของกฎหมายที่รองรับ P29 ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยรัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางในการให้ความคุ้มครองแรงงาน”รมว.แรงงานกล่าว

"บิ๊กอู๋"ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเป็นรัฐสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง ILO และได้กล่าวขอบคุณ ILO ที่ได้สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการกับกระทรวงแรงงานมาโดยตลอด และกระทรวงแรงงานพร้อมที่จะร่วมดำเนินการด้านแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปี การก่อตั้ง ILO ด้วย

"บิ๊กอู๋"ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

ทั้งนี้ นายกาย ไรเดอร์ (Mr.Guy Ryder) ผู้อำนวยการใหญ่ ILO ได้กล่าวขอบคุณประเทศไทย ที่ได้แสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาแรงงาน และให้พื้นที่ในการจัดตั้ง ILO ในระดับภูมิภาค รวมทั้งได้ให้ความร่วมมือการเป็นภาคีของอนุสัญญาต่าง ๆ

"บิ๊กอู๋"ยื่นจดสัตยาบันสารต่อILO ย้ำ!ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ ILO ยังขอให้ประเทศไทยพิจารณาการให้สัตยาบันอนุสัญญาเพิ่มเติม โดยเฉพาะ C87 และ C98 รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่างานที่มีคุณค่าซึ่งหวังว่าจะเป็นความสำเร็จร่วมกันต่อไปในอนาคต

สปส.ช่วยผู้ประกันตนตลอดลูกตายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/328899

 สปส.ช่วยผู้ประกันตนตลอดลูกตายแล้ว

นพสุรเดช,สปส,ประกันตน,กว่า12 แสนบาท,คลอดลูกตาย,จังหวัดอำนาจเจริญ

ประกันสังคม เร่งจ่ายเงินให้ทายาทผู้ประกันตน ที่เสียชีวิตจากการคลอดลูกจังหวัดอำนาจเจริญกว่า 1.2 แสนบาท ย้ำดูแลสิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกเต็มที่

         นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวนางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เสียชีวิตจากการผ่าตัดคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในจังหวัดอำนาจเจริญ

จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่า นางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคม รวมทั้งหมด 129,896.08 บาท ได้แก่

1. ค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร จำนวน 27,107.50 บาท

2. ค่าทำศพ จำนวน 40,000 บาท

3. เงินสงเคราะห์กรณีตาย จำนวน 18,813.20 บาท

4. เงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 43,975.38 บาท

 

 สปส.ช่วยผู้ประกันตนตลอดลูกตายแล้วนพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล

เลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวขอแสดงความเสียใจ กับญาติของผู้เสียชีวิตโดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทน จากกองทุนประกันสังคม และให้จ่ายเงินตามสิทธิเพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตสำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนแม้ในยามที่เกิดเหตุโดยไม่คาดคิด ได้รับความเดือดร้อนเป็นหลักประกันที่มั่นคง เป็นที่พึ่งของผู้ประกันตน    หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการ 24 ชั่วโมง