“บัณฑิตหนุ่ม” ขายปาเต ฟันรายได้วันละหมื่น(คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318432

“บัณฑิตหนุ่ม” ขายปาเต ฟันรายได้วันละหมื่น(คลิป)

“บัณฑิตหนุ่มอุดร”เมินงานประจำ หันมาเปิดร้าน”อิ่มปาเต”ขายปาเตอาหารฝรั่งเศสแต่ปรับสูตรให้ถูกลิ้นคนไทย ฟันรายได้ตกวันละ1หมื่นบาท

         ถ้าเดินทางมา จ.อุดรธานี จะต้องชิมก๋วยจั๊บญวน แกงเส้น ข้าวเปียก โจ๊ก ไข่กระทะ ส้มตำ แหนมเนือง อาหารอร่อยขึ้นชื่อของเมืองอุดรฯ แต่วันนี้จะพาไปกิน“ปาเต”อาหารฝรั่งเศส ที่บัณฑิตหนุ่มชาวอุดรธานี ปรับสูตรให้เข้ากับลิ้นของชาวไทย ขายดีวันละ 200 ชิ้น สร้างรายได้กว่า 1 หมื่นบาท

         เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561- ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้าน“อิ่มปาเต”ตั้งอยู่เลขที่109/6 ถนนราชพัสดุเขตเทศบาลนครอุดรธานี เป็นอาคารพาณิชย์ 1 คูหา หน้าร้านขายขนมปัง“ปาเต”ส่วนภายในร้านที่ตกแต่งน่ารัก จะมีกาแฟขายเพื่อกินร่วมกับปาเต ซึ่งนายจิรสิน อนันธิกุลชัย อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ร่วมกับพ่อและพี่สาว กำลังทำปาเตไส้ต่างๆ ให้กับลูกค้า

         เมื่อเอ่ยชื้อ“ปาเต”หลายคนอาจจะไม่รู้จัก ความจริงปาเตนั้น เป็นขนมปังยัดไส้ ที่เป็นขนมปังแท่งยาวแบบฝรั่งเศส นำมาผ่ากลาง ทาด้วยตับบดที่ปรุงรสแล้ว น้ำสลัด เส้นมะละกอ เส้นแครอท ใส่ไส้ต่างๆ มีทั้งไส้หมูยอ ไส้หมูแดง ไส้ทูน่า ไส้ไก่เทอริยากิ ไส้พริกเผาทรงเครื่อง ก่อนนำไปอบ 5 นาที เสร็จแล้วเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ขายราคาชิ้นเล็ก 25 บาท ชิ้นกลาง 30 บาท ชิ้นใหญ่ 50 บาท ตามขนาด

          นายจิรสิน เปิดเผยว่า“ปาเต”เป็นอาหารฝรั่งเศสแปลว่า“ตับบด”ที่ชาวลาวและเวียดนาม รับวัฒนธรรมมา และเป็นอาหารที่หากินได้ทั่วไปใน สปป.ลาว ก่อนหน้านี้ครอบครัวของตนเปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้าสำเร็จรูป ส่งให้พี่สาวและตนเรียนหนังสือ จนกระทั่งตนและพี่สาวเรียนจบมหาวิทยาลัยออกมาทำงาน

       “ส่วนผมจบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ผมไม่ชอบทำงานตามที่ได้เรียน แต่อยากค้าขายมากกว่า จึงปรึกษาพ่อแม่ว่าจะเปิดร้านขายอาหาร แต่ไม่รู้ว่าจะขายอะไรที่แตกต่างออกไปจากที่มีอยู่ใน จ.อุดรธานี ดีที่พวกผมมีอาคารพาณิชย์ตั้งในทำเลที่เหมาะสม เมื่อพ่อบอกว่า มีเพื่อนขาย“ปาเต”อยู่ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว และพ่อได้อาสาเดินทางไปเรียนวิธีทำขนมปังและตับบดกับเพื่อน ที่เป็นสูตรลับเฉพาะไม่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อนำมาเปิดร้านขาย” นายจิรสิน ระบุ

         นายจิรสิน เผยต่อว่า หลังจากพ่อเรียนวิธีทำ“ปาเต”จบและกลับมา ต้นปี 2561 พ่อได้เปิดขายปาเตหน้าร้าน และถ่ายทอดสูตรทำขนมปังและวิธีปรุงตับบดให้ตนและพี่สาวด้วย โดยพวกเราได้ปรับปรุงรสให้เข้ากับคนไทย ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ส่วนตับบดต้องอุ่นในหม้อไฟฟ้าตลอดเวลา เพื่อให้รสชาติไม่เปลี่ยน ส่วนไส้สูตรของเวียงจันทน์ จะมีเพียงตับบด เส้นมะละกอ แครอท และหมูยอเท่านั้น แต่พวกเราเพิ่มไส้ หมูแดง ไส้ทูน่า ไส้ไก่เทอริยากิ ไส้พริกเผาทรงเครื่อง ให้เข้ากับลิ้นคนไทย ซึ่งขายดีมากในช่วงเช้าและค่ำ เพราะคนไทยยังคิดว่า“ปาเต”เป็นอาหารเช้ากินกับกาแฟ แต่จริงๆ แล้วกินได้ทุกเวลาและอิ่มด้วย มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ส่วนวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวมาแวะซื้อชิม และซื้อไปเป็นของฝาก“ปาเต”จะเก็บในตู้เย็นได้ 2 วัน

           นายจิรสิน  เล่าอีกว่า  หลังจากเปิดร้านขาย“ปาเต”ได้ประมาณ 6 เดือน มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ตนจึงให้พี่สาวเลิกทำงาน ไปเรียนชงกาแฟเพื่อมาต่อยอด เปิดเป็นร้านปาเต และกาแฟ พร้อมกับตกแต่งร้านให้น่านั่ง ซึ่งตนจะขายปาเตได้วันละ 200-300 ชิ้น เสิร์ฟพร้อมกับกาแฟ ทำให้ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะใน จ.อุดรธานี มีขายเพียงไม่กี่ร้าน แถมยังสูตรไม่เหมือนกันอีกด้วย

        “เพราะขนมปังที่ร้านของผมจะไม่เหมือนใคร ทำใหม่ ๆ ทุกวัน เมื่อเข้าเตาอบแล้วจะตัวขนมปังจะกรอบนอกนุ่มใน ลูกค้าจะมีทั้งมากินที่ร้าน และห่อกลับบ้านเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยแล้วตนจะขายปาเตได้วันละ 8,000-10,000 หมื่นบาท เลยทีเดียว”นายจิรสิน เล่าด้วยรอยยิ้ม

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318373

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

สวมผ้าไทย,รวมใจศิลปศาสตร์,มทรธัญบุรี,ออเจ้า,ละครดัง

ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี สวมใส่ผ้าไทย สนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

          กระแสออเจ้า…ละครดัง”บุพเพสันนิวาส” จุดประกายให้สถานศึกษาหลายสถาบัน สวมใส่ผ้าไทย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ได้ส่งผลดีต่อการอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิตความเป็นไทยในอดีตให้กลับมาบรรเจิดอีกครั้ง

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์นางมธุรา  สวนศรี

            นางมธุรา สวนศรี อาจารย์ประจำสาขาการท่องเที่ยว งานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะศิลปศาสตร์ เปิดเผยว่า จัดโครงการ“เสน่ห์ผ้าไทยรวมใจศิลปศาสตร์”เชิญชวนให้คณาจารย์ บุคลากรของคณะร่วมกันแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าท้องถิ่นในทุกวัน เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และอนุรักษ์สืบสานความเป็นไทย         

          “ตลอดจนเชื่อมโยงภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน โดยได้รับการตอบรับจากอาจารย์ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 80 ในการสวมใส่ เพื่อเป็นแบบอย่างในการแต่งกายให้กับนักศึกษา และในขณะนี้ทางสาขาการท่องเที่ยวได้มีการดำเนินโครงการ“เสน่ห์ผ้าไทยเสน่ห์ท่องเที่ยว”ในการรณรงค์ให้นักศึกษาสวมใส่ผ้าไทยทุกวันพฤหัสบดี”นางมธุรา กล่าว

          นางสาวฐิญาภา เสถียรคมสรไกร อาจารย์ประจำสาขาการท่องเที่ยว เล่าว่า ทางสาขาได้จัดการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยว มีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาติไทย ทางสาขาจึงได้จัดโครงการ“เสน่ห์ผ้าไทยเสน่ห์ท่องเที่ยว”ขึ้นมา

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

น.ส.ฐิญาภา เสถียรคมสรไกร

           โดยริเริ่มที่นักสาขาการท่องเที่ยว เนื่องจากต้องการปลูกฝังการแต่งกายสวมใส่ภาษาไทย เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์ เนื่องจากนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาต้องออกไปทำงานในส่วนของทูตมัคคุเทศก์สำหรับชุดในการสวมใส่ เป็นเสื้อม่อฮ่อมที่ทางสาขาออกแบบโดยอาจารย์มธุรา สวนศรี ส่วนผ้าถุงที่สวมใส่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของนักศึกษาแต่ละคน

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

 น.ส.ปรียาพร  รัศมี

         “ดรีม”นางสาวปรียาพร รัศมี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการท่องเที่ยว เล่าว่า ชอบโครงการนี้มาก ได้มีโอกาสสวมใส่ผ้าไทยเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย ซึ่งผ้าไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ผ้าม่อฮ่อมที่สวนใส่เป็นผ้าพื้นเมือง น้อยครั้งที่ตนเองจะได้สวมใส่ กลายเป็นเอกลักษณ์ของนักศึกษาสาขาการท่องเที่ยวไปแล้ว ถือเป็นโครงการที่ดี นักศึกษาทุกคนของสาขาให้ความร่วมมือในการสวมใส่ผ้าไทย

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

นายจิรายุ  ปีกขาว

        เช่นเดียวกับ“แม็กกี้”นายจิรายุ ปึกขาว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการท่องเที่ยว เล่าว่า ส่วนตัวอยากสวมใส่อาทิตย์ละ 2 วัน เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่สวมใส่ผ้า ผ้าไทยที่สวยใส่สบาย ตนเองใส่เสื้อม่อฮ่อม และกางเกงสแลคสีดำ“มันดูคล่องตัวและดูสุภาพ”การปลูกฝังในเรื่องของการแต่งกายของสาขาเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งทางสาขาจะมีกฎระเบียบให้นักศึกษาแต่งกายเรียบร้อยเป็นการฝึกตัวนักศึกษาในการออกไปทำงานในอนาคต

         “การปลูกฝังจิตสำนึกคณาจารย์ และนักศึกษาสาขาการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสานความเป็นไทยด้วยการแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าท้องถิ่น” นายจิรายุ กล่าว

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

เสน่ห์ผ้าไทย รวมใจศิลปศาสตร์

สธ.เตือน!! กินไข่แมงดาหน้าร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318364

สธ.เตือน!! กินไข่แมงดาหน้าร้อน

ไข่แมงดาทะเล,ระวังกินไข่แมงดา,โฆษกกระทรวงสาธารณสุข,นพโอภาศ

สธ.เตือนประชาชนกินไข่แมงดาหน้าร้อนระวัง มีพิษรุนแรงเหมือนพิษปลาปักเป้า ปี61พบป่วยแล้ว7 ราย แนะหากมีอาการลิ้นชา ชารอบปาก อาเจียน หน้ามืด ให้รีบพบแพทย์ทันที

 

29 มีนาคม 2561-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในรอบ5ปีที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการรับประทานไข่แมงดาทะเล จำนวน33ราย เสียชีวิต3ราย

“ล่าสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี2561นี้ พบผู้ป่วย 7 ราย จากการนำไข่แมงดาทะเลเผาที่ซื้อจากตลาดมาปรุงอาหารรับประทานด้วยกัน หลังจากนั้นทุกรายมีอาการชามือ ชาเท้า ชาปลายลิ้น อาเจียน บางรายมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากพิษของไข่แมงดาถ้วยหรือเห-รา ที่นำมารับประทานเพราะคิดว่าเป็นแมงดาจานซึ่งรับประทานได้สารพิษนี้ทนทานความร้อนสูงมากการต้ม ทอด ปิ้ง หรือย่าง ไม่สามารถทำลายพิษได้”นพ.โอภาส ระบุ

นพ.โอภาส  กล่าวต่อว่า แมงดาทะเลมี 2 ชนิดคือ แมงดาจาน หรือแมงดาทะเลหางเหลี่ยมไม่มีพิษ รับประทานได้ มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทรายและแมงดาถ้วย ซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อได้แก่ แมงดาทะเลหางกลม หรือเห-ราหรือแมงดาไฟจะมีพิษ รับประทานไม่ได้ ตัวมีสีส้มหรือน้ำตาลเข้มขนาดเล็กกว่าแมงดาจาน อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน

นพ.โอภาส  กล่าวอีกว่า ซึ่งแมงดาถ้วยมีพิษที่ชื่อ เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) และเซซิทอกซิน (Sasitoxin) ชนิดเดียวกับปลาปักเป้า เป็นพิษที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ของแมงดาถ้วยหรือเกิดจากการกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษหรือกินหอยหรือหนอนที่มีแพลงตอนพิษ ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่

“ผมจึงขอย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการกินไข่แมงดาในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ซึ่งมักพบการแพร่พันธุ์ของแพลงก์ตอนพิษจำนวนมากทำให้อาจเกิดอาการป่วยรุนแรงและรวดเร็ว ภายใน 10-45นาทีหลังรับประทานไข่แมงดาเข้าไป”โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุ

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข   กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่รับประทานไข่แมงดาทะเลหากพบว่ามีอาการชาที่ปากและลิ้นวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนหายใจไม่ออกให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด และแจ้งแพทย์ว่ารับประทานไข่แมงดาทะเลจะช่วยให้การรักษาเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษจากแมงดาทะเลประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422ตลอด 24ชั่วโมง

ม.รามฯมุ่งขยายโอกาส-พัฒนาบุคลากรท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318281

ม.รามฯมุ่งขยายโอกาส-พัฒนาบุคลากรท้องถิ่น

 ม.รามคำแหง รับสมัครป.โท ส่วนภูมิภาคปีการศึกษา 2561 มุ่งขยายโอกาส พัฒนาความรู้ทางการศึกษาสู่บุคลากรในท้องถิ่น เปิดรับสมัครบัดนี้-6 มิ.ย.นี้

 

มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เข้าศึกษาต่อชั้นปริญญาโท ส่วนภูมิภาค ประจำปีการศึกษา2561ใน 2 หลักสูตร ได้แก่หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จัดการเรียนการสอน ณสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดตรังและหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจจัดการเรียนการสอน ณ สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดสุโขทัยจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดตรัง

 

โดยทั้ง 2 หลักสูตร จัดการเรียนการสอนในวันศุกร์ เวลา 17.00 – 21.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.00 – 21.00 น. เป็นหลักสูตรแผน ข (ไม่ทำวิทยานิพนธ์) คัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์

 

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่http://www.grad.ru.ac.thหรือขอรับใบสมัครและสมัครได้ด้วยตนเองที่สาขาวิทยบริการฯที่เปิดรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ – 6 มิถุนายน2561โดยชำระเงินค่าสมัครผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา (จำนวน 800 บาท) และให้นำหนักฐาน/เอกสารการสมัครมายื่นต่อคณะกรรมการผู้ทำการสอบสัมภาษณ์ด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง โทร. 0-2310-8563-4 หรือที่www.grad.ru.ac.th

ทอดผ้าป่าการเพื่อศึกษาเด็ก1.5ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318231

ทอดผ้าป่าการเพื่อศึกษาเด็ก1.5ล้าน

การศึกษา,ทอดผ้าป่าการศึกษา,พิจิตร,เพื่อเด็กด้อยโอกาส,ประจิน จั่นตอง

พิจิตร – “ประจิน”พร้อมด้วยคณะฯ ประกอบพิธีมอบโครงการเสริมคุณภาพชีวิตของนักเรียน ในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส-ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาของเด็กพิการ 1,5 ล้านบาท

            28 มีนาคม 2561- ที่ศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตร พล.อ.อ.ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะฯ ประกอบพิธีมอบโครงการเสริมคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส และทอดผ้าป่าการศึกษาของเด็กพิการ

          โดยคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร ร่วมกับพุทธศาสนิกชน ร่วมนำเงินจัดทำผ้าป่าสามัคคีเพื่อมอบให้ศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตรโดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์

        ในโอกาสนี้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ร่วมงานบุญอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมีพระราชสิทธิเวที เจ้าคณะพิจิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์และได้รับองค์ผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาของเด็กพิการได้เป็นจำนวน1,555,559บาท

        และมอบให้ศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตร และ พล.อ.อ.ดร.ประจิน ได้ส่งมอบรถยนต์ของ ปปส. ให้แก่ศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตร

      สำหรับศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตร เป็นโรงเรียนสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษเพื่อ การศึกษาสำหรับคนพิการ

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318196

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

เทรนครูฝึก,กพร,สร้างโมบายแอพ,สปก,สุทธิ สุโกศล

กพร. ก้าวล้ำยุคไซเบอร์ เทรนครูฝึก เรียนรู้การสร้างโมบายแอพ ต่อยอดไปยังสถานประกอบกิจการ รองรับ ไทยแลนด์ 4.0

         นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า โลกในยุคดิจิตอลทุกวันนี้ ช่วยอำนวยให้การใช้ชีวิตในปัจจุบันง่ายขึ้น จากการเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แค่โทรศัพท์เครื่องเดียวก็ทำให้มนุษย์เดินทางรอบโลกได้ไม่ยาก “แอพพลิเคชั่น” (Application) ที่เรียกกันติดปากว่า แอพ นั้น คือ ตัวช่วยที่สำคัญในการใช้ชีวิตของคนในโลกออนไลน์เข้าถึงบริการต่างๆได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

 

หากแอพนี้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ต่างๆ อาทิ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค ก็จะเรียกว่า “เดสก์ทอป แอพพลิเคชั่น” (Desktop Application) หากทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ก็จะเรียกว่า “โมบายแอพพลิเคชัน” (Mobile Application)

 

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

 

เหตุนี้ กพร. จึงได้นำเทคโนโลยีนี้มาจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการสร้างโมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อพัฒนาบุคลากรฝึกของกรม ให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญด้าน “โมบาย แอพพลิเคชั่น” และนำไปขยายผลการฝึกอบรมให้แก่กำลังแรงงานของผู้ประกอบกิจการ ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการข้อมูล เพื่อตอบสนองการสร้างอาชีพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ โดยเป็นการฝึกยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ตามนโยบายเร่งด่วนของพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

 

 

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

 

หลักสูตรการสร้างโมบายแอพพลิเคชัน เป็นการอบรมให้กับครูฝึกต้นแบบของ กพร. ซึ่งเป็นการให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ จำนวน 30 ชั่วโมง อาทิ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชัน การตั้งค่าอุปกรณ์ซอฟแวร์ การเขียนโปรแกรมการสร้างแอพพลิเคชัน สำหรับการคำนวณสินค้า (Point of Sale) การออกแบบหน้าจอกำหนดการใช้งาน (propertier) การสแกนบาร์โค้ต การเก็บข้อมูลบนคลังข้อมูล (Data Storage and Cloud) เป็นต้น

 

 

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

 

ทั้งนี้เพื่อการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ของหน่วยงานบนโมบายโฟน รวมถึงอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ให้นำไปสู่การใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ พัฒนาแพลตฟอร์ม (ฐานข้อมูลที่รองรับการปฏิบัติการ) สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชัน การกรอก การจัดเก็บ การบันทึกข้อมูล การเขียนโค้ตสินค้า จำหน่ายสินค้า คลังสินค้า การจัดทำแอพพลิเคชันของภาคบริการ อาทิ การสั่งอาหารและเสิร์ฟอาหาร รวมถึงการนำไปใช้ในการติดตามระบบการขนส่งสินค้า โดยก่ารใช้แอพพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์แอนดรอยด์แบบง่ายๆ ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาปรับใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป

 

 

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

 

การฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกพร. ในโครงการนี้ จะเป็นการนำความรู้และทักษะไปขยายผลให้แก่ผู้รับการฝึกของสถานประกอบกิจการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในหลักสูตรเตรียมเข้าทำงาน และหลักสูตรยกระดับฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างแรงงานให้มีความรู้ และทักษะด้านการสร้างโมบายแอพพลิเคชัน ที่สามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพาต่างๆ รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิตอลของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย
 

เทรนครูฝึก ต่อยอด สปก. สร้างโมบายแอพ

 

หากสถานประกอบกิจการใดสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทุกแห่ง หรือ สายด่วน 1506 กด 4 อธิบดี กพร. กล่าว

ว้าว!! “วลัยลักษณ์เดย์ 2018”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318127

ว้าว!! “วลัยลักษณ์เดย์ 2018”

26 ปี มวล,วลัยลักษณ์เดย์ 2018,งานวลัยลักษณ์เดย์ 2018,ดรสมบัติ ธำรงธัญวงศ์,อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์,29 มีนาคม

“วลัยลักษณ์” จัดงานใหญ่ “วลัยลักษณ์เดย์ 2018″ในโอกาสครบปีที่ 26 แห่งการสถาปนา”มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ภายใต้แนวคิด “วลัยลักษณ์ดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์

        ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบปีที่ 26 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยกำหนดจัดงาน “วลัยลักษณ์เดย์ 2018” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 31 มีนาคม 2561 ภายใต้แนวคิด“วลัยลักษณ์ดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์ : Walailak Land of Glory”

      โดยในวันที่ 29 มีนาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย จะเป็นกิจกรรมพิเศษ เริ่มจากพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล และกิจกรรมมอบโล่เชิดชูเกียรติบุคลากรดีเด่น ตามภารกิจมหาวิทยาลัย พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของธนาคารในการขับเคลื่อน นวัตกรรมกับระบบการศึกษาในประเทศไทย” โดยนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย

       ภายในงาน“วลัยลักษณ์เดย์ 2018” ยังมีกิจกรรมมหกรรมวิชาการ “เปิดบ้านวลัยลักษณ์” เพื่อต้อนรับพี่น้องประชาชนให้ได้รับทราบถึงพัฒนาการความก้าวหน้าในด้านต่างๆของมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านการจัดการศึกษา ด้านการวิจัย การบริการวิชาการ ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการและผลงานของนักศึกษาใน 3 กลุ่มสำนักวิชา กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กลุ่มสังคมศาสตร์และหลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ และวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี

         นอกจากนี้มหาวิทยาลัยจะมีพิธีเปิดโรงพยาบาลสัตว์เล็ก เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์นานาชาติ ในวันที่ 29 มีนาคม 2561 ทั้งยังมีการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ อาทิ SAH Expo 2018 , 2nd Work Integrated Learning Conference, 2nd Living Will and Palliative Care Conference ,Symposium of International Languge and Knowlwdge 2018 การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” การประชุมวิชาการระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 1 และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 12 การประชุม ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล

        ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวถึงงานวลัยลักษณ์เกษตรแฟร์ 2561 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงาน “วลัยลักษณ์เดย์ 2018” โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่นวัตกรรมการเกษตร ” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเกษตร 4.0 ของรัฐบาล ในงานมีการแสดงนิทรรศการความก้าวหน้าทางการเกษตรของสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร การแสดงผลงานวิจัยของศูนย์วิจัย หน่วยวิจัย และกลุ่มวิจัย การสัมมนาวิชาการทางการเกษตร นิทรรศการมีชีวิตทางด้านการเกษตรของหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน

        รวมถึงการประกวด/แข่งขัน การสาธิต-อบรมอาชีพ การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และการประกวดขับร้องเพลงลูกทุ่งชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

       โอกาสนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงขอเชิญชวนร่วม “งานวลัยลักษณ์เดย์ 2018” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 31 มีนาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช

เด็กสองแคว สอบโอเน็ตเต็ม”คณิต-อังกฤษ”(คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317930

เด็กสองแคว สอบโอเน็ตเต็ม”คณิต-อังกฤษ”(คลิป)

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  26 มี.ค. 2561

เด็กเก่งเมืองพิษณุโลก สอบโอเน็ตป.6 และม.3 ได้คะแนนเต็ม วิชา “คณิต-อังกฤษ”เกือบ100 คน

26 มีนาคม 2561- นายประพฤทธิ์ สุขใย ศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนในจังหวัดพิษณุโลก ที่ได้ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า มีนักเรียนของจังหวัดพิษณุโลก ทั้ง 2 ระดับได้คะแนนในวิชาคณิตศาสตร์และวิชาภาษาอังกฤษเต็มเกือบร้อยคน ในนี้เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 38 คน แบ่งเป็นวิชาคณิตศาสตร์ 31 คน และวิชาภาษาอังกฤษ 7 คน

ในขณะที่วันนี้ที่ห้องประชุมโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก นายศักดา สินมา ผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 39 ได้ทำการมอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 11 คนของโรงเรียน ที่สามารถได้คะแนนเต็ม 100 ในวิชาคณิตศาสตร์ จากนักเรียนที่เข้าสอบจำนวน 94 คน โดยมีคณะผู้บริหาร อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ฝ่ายวิชาการ ร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียน

 

 

เด็กสองแคว สอบโอเน็ตเต็ม"คณิต-อังกฤษ"(คลิป)

เด็กหญิงกมลภัทร อินต๊ะวงศ์ กล่าวว่า โรงเรียนมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาการเรียนของเด็ก ตั้งแต่อยู่ในหอพัก ส่วย มีการสอนเสริมต่าง ๆ มากมาย ช่วยเติมพื้นฐานของเราให้แน่นขึ้น โรงเรียนพาไปแข่งในรายการต่างๆ มีการจัดสอนเสริมในโรงเรียน ช่วยให้เราสามารถต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นค่ะ

เด็กหญิงธนารีย์ ประเสริฐพรศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บอกว่า ?ขอขอบคุณอาจารย์ที่สอนคณิตศาสตร์ ที่คอยทบทวนคอยสอนเสริม คอยทบทวนข้อสอบให้ค่ะ?

ด้าน เด็กชายเมธาสิทธิ์ นิตตา บอกว่า ?ทราบผลเมื่อคืนก็ดีใจ ได้อาจารย์ได้คุณแม่ที่บ้านค่อยช่วยเหลือ ที่บ้านค่อนข้างเข้มในเรื่องคณิตศาสตร์ ก็ทำเต็มที่ และมีอาจารย์คอยสอนเสริมนอกชั่วโมงให้ครับ?

 

 

เด็กสองแคว สอบโอเน็ตเต็ม"คณิต-อังกฤษ"(คลิป)

ด้านนางขวัญพัฒน์ พันธ์เพ็ชร ผู้ปกครองมารดาของเด็กหญิงมาณวี เต็งชัชวาล กล่าวว่า ลูกสาวเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน ดูหนังสือเอง คุณแม่ไม่ต้องเคยเขี้ยวเข็ญ กลับบ้านก็แบ่งเวลาเล่นและอ่านหนังสือ ในการเรียนพิเศษ ก็จะเรียนในช่วงปลาย ๆ ม. 3 ในการดูแลลูกในช่วยวัยรุ่นเราต้องเป็นทั้งคุณแม่และเป็นทั้งเพื่อนในเวลาเดียวกัน ให้เล่นเกมส์ได้ แต่ต้องแบ่งเวลาในการดูหนังสือ โชคดีที่น้องได้เรียนที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก ทางโรงเรียนดูแลดีมาก ทั้งการเอาใจใส่ ทั้งครูหอ การติวอะไรอาจารย์ก็เพิ่มให้สนับสนุนนักเรียนตลอด?

สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ทั้งจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุตรดิตถ์ มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้คะแนนเต็มร้อยในวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 18 คน นอกจากนี้ยังมีนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ได้คณิตศาสตร์เต็มร้อย 8 คน ภาษาอังกฤษ 5 คน นักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ได้คณิตศาสตร์เต็มร้อย 1 คน นักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ได้ภาษาอังกฤษเต็มร้อย 1 คน

อ.ก.พ.ศธ. ชี้ชะตาโทษ”ซี8ศธ.”โกงเงิน118ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317795

อ.ก.พ.ศธ. ชี้ชะตาโทษ”ซี8ศธ.”โกงเงิน118ล้าน

อ.ก.พ.ศธ. พิจารณาโทษวินัยร้ายแรง “ให้ออก หรือ ไล่ออก” “รจนา สินที ข้าราชการ ” ซี8ศธ.” ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 118 ล้านบาท

26 มีนาคม 2561- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(26มีนาคม 2561)คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จะพิจารณาโทษวินัยอย่างร้ายแรง กรณี “รจนา สินที” วัย 59 ปี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด ศธ. กรณีถูกกล่าวหาทุจริตเงินงบประมาณในโครงการ“กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต”ช่วงเวลา 10 ปี(ปี 2551-2561) จำนวนกว่า 118 ล้านบาท

(อ่านข่าวเกี่ยวข้อง) มติเอกฉันท์ ไล่ออก! “รจนา สินที” ซี8 ทุจริตทุนเสมาฯ
ทั้งนี้  อ.ก.พ.ศธ. จะพิจารณาโทษโทษวินัยอย่างร้ายแรง การลงโทษมี 2 กรณีคือ “ปลดออก หรือ “ไล่ออก” ขณะที่”4บิ๊กศธ.”ยังอยู่ระหว่างสอบหาข้อมูล

อนึ่ง จากการสอบในเบื้องต้นพบว่า “รจนา สินที” มีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต จำนวน”ช่วงเวลา 10 ปี(ปี 2551-2561) ที่ไปหน่วยตรวจสอบภายในกระทรวงศึกษาธิการพบว่ามีแอบอ้างนำเลขบัญชีบุคคลอื่น มาแทนเลขบัญชีสถานศึกษาของนักเรียนในโครงการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จำนวน 22 บัญชี และล่าสุดป.ป.ท. บุกตรวจที่บ้านพักของ“รจนา สินที” พบหลักฐานที่เชื่อมโยงการการทุจริตเงินในโครงการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต อีก 30 ล้านบาท รวมมูลค่าที่ “รจนา สินที”ทุจริตเงินหลวง จำนวน “118 ล้านบาท”

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต”กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต”เบื้องต้นมีผู้เกี่ยวข้อง 5  ราย  1 รายที่สารภาพต่อปลัด ศธ. “การุณ สกุลประดิษฐ์” ว่าทำจริงคือ “รจนา สินที” นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด ศธ.

สปส.แจงรัฐค้างชำระเงินสมทบ2แสนล้าน ไม่จริง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317711

สปส.แจงรัฐค้างชำระเงินสมทบ2แสนล้าน ไม่จริง!!

่ บิ๊กตู่,นพสุรเดช,ปฏิเสธ,รัฐบาล,เงินสมทบกองทุนประกันสังคม,3ปี2แสนล้านบาท

ประกันสังคมชี้แจงกรณีปูดข่าวว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายถึง 200,000 ล้านบาท มา 3 ปีแล้ว “เลขาฯสปส.”ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

         24 มีนาคม 2561-นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม  (สปส.)ชี้แจงกรณีมีข่าวว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายถึง 200,000 ล้านบาท มา 3 ปีแล้ว

        “ผมยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะรัฐบาลปัจจุบันตั้งงบประจำปีครบทุกปี หนี้ที่เกิดขึ้นตามข่าว มีการสะสมกันมาหลายรัฐบาลแล้ว และรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความจำเป็นที่จะต้องจัดสรรงบให้ทุกภาคส่วนอย่างสมดุลย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนจน ส่วนรัฐบาลใดจะรับผิดชอบและปฏิบัติตามกฎหมายมากน้อยแค่ไหน ขอให้ประชาชนพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”นพ.สุรเดช ระบุ

          เลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ตั้งแต่พฤษภาคม 2557 ได้ให้ความสำคัญกับระบบประกันสังคมเป็นอย่างมาก โดยจัดสรรงบเงินอุดหนุนเพื่อเป็น เงินสมทบกองทุนประกันสังคมฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นในปี 2558-2561 อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันรัฐบาลมีเงินค้าง ในระบบประกันสังคม จำนวนประมาณ 66,000 ล้านบาท และสำนักงานประกันสังคมขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมากกว่ารัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา

         นพ.สุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีเพจดังกุข่าวรัฐบาลยืมเงินประกันสังคม 2 แสนล้านบาท สำนักงานประกันสังคมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ในความผิดฐานหมิ่นประมาทแล้ว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561