เปิด!! “บริหารธุรกิจอินเตอร์” รองรับ”ม.ดิจิทัล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317258

เปิด!! “บริหารธุรกิจอินเตอร์” รองรับ”ม.ดิจิทัล”

อินเตอร์บริหาร,ราชมงคลพระนคร,ผุดหลักสูตรบริหารธุรกิจ,มหาวิทยาลับดิจิทัล,รศสุภัทรา โกไสยกานนท์,อธิการบดี มทรพระนคร

ราชมงคลพระนคร เขย่านโยบาย “มหาวิทยาลัยดิจิทัล”  ผุดหลักสูตร “อินเตอร์บริหารธุรกิจ” รองรับประเทศไทย 4.0

          21 มีนนาคม 2561- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีนโยบายของการเป็น Digital University โดยขับเคลื่อนการเรียนการสอน รวมถึงการบริหารจัดการต่างๆ ให้ตอบสนองต่อมหาวิทยาลัยดิจิทัล เพื่อมุ่งสร้างนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ด้วยการพัฒนาพื้นฐานองค์ความรู้ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่เข้ามาเป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน ที่สามารถขับเคลื่อนการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล ตามนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

           รศ.สุภัทรา โกไสยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร)กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะความรู้ทางด้านบริหารธุรกิจเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เข้าสู่ประชาคมอาเซียนและสากล

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

          โดยเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ 4 ปี) หรือ Bachelor of Business Administration Program in International Business ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก University of Applied Sciences Wurzburge-Schweinfurt,FHWS ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพรนคร อีกมากมายในการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และพัฒนาการเรียนการสอน

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

           ด้านดร.รัตนาวลี ไม้สัก หัวหน้าสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ กล่าวว่า สำหรับหลักสูตรนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สามารถเลือกในรายวิชาและมีแผนการเรียนที่เหมาะสมทั้งการพัฒนาความรู้ ทักษะการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้มีการเรียนการสอน รู้เท่าทันการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงทางการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้ารูปแบบใหม่ๆ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

          โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ และเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมุมมองของโลกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างเปิดกว้างมากขึ้น ทางหลักสูตรฯ จึงเตรียมพร้อมในด้านของทักษะ ทฤษฎี และอาจารย์ผู้สอนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ฯลฯ

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

           เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานของความเป็นนานาชาติ ที่จำเป็นต้องมีความพร้อมที่ไม่ใช่แค่ในระดับภูมิภาคแต่รวมไปถึงในระดับสากลเลยที่เดียว เมื่อจบการศึกษานักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น ประสานธุรกิจระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์งานด้านต่างประเทศ ที่ปรึกษากลยุทธ์ โดยหลักสูตรนี้เริ่มเปิดรับในปีการศึกษา 2562

เปิด!! "บริหารธุรกิจอินเตอร์" รองรับ"ม.ดิจิทัล"

           ขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังเปิดรับสมัครนักเรียนทั่วไปเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ผ่านระบบทีแคส (TCAS) ประจำปีการศึกษา2561 ผู้สนใจสมัครผ่านเว็บไซต์http://admis.rmutp.ac.th หรือ http://bus.rmutp.ac.th/ib/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน (สวท.) โทร.0 2665 3777ต่อ6305 หรือ 6409”

“บิ๊กตู่” เผยสั่งจัดระเบียบ” กองทุนการศึกษา”ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317261

“บิ๊กตู่” เผยสั่งจัดระเบียบ” กองทุนการศึกษา”ใหม่

กองทุนการศึกษา,กยศ,กองทุนเสมา,่ บิ๊กตู่,พลอประยุทธ์,จัดระเบียบ,20 มีนาคม 2561,ทำเนียบ

“บิ๊กตู่” เผย สอบทุจริตทำมาตลอด หลายคดีได้ข้อยุติ บางคนหนีไปแล้ว เผย สั่งยุบกองทุนการศึกษาเพื่อกลับไปพิจารณาจัดระเบียบกองทุนด้านการศึกษาใหม่ทั้งหมด

          เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2561 – ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวภายหลังการประชุมครม. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตในโครงการของรัฐหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ว่า เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นดำเนินการมาโดยตลอด อยากให้มองว่าไม่ใช่แย่ลงหรือเพิ่มขึ้นหรือดีขึ้น เรายังไม่รู้ทั้งหมด เพราะกลไกการทุจริตมีมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา

"บิ๊กตู่" เผยสั่งจัดระเบียบ" กองทุนการศึกษา"ใหม่

          “ก็อยากให้เปรียบเทียบดูว่าการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตในช่วงรัฐบาลนี้ทำมากน้อยเพียงใด ถึงแม้มันจะมีอยู่แต่ก็ดำเนินการต่อเนื่องไป หลายคดีก็มีข้อยุติออกมาแล้ว และมีการพิจารณาใหม่ ทั้งหมดเป็นคดีที่ส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ได้รับการให้ความสนใจ แต่ก็อยู่ในการตรวจสอบจนมีผลสำเร็จหลายราย มีการหลบหนีไปหลายราย ต้องไปเปรียบเทียบตรงนี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่" เผยสั่งจัดระเบียบ" กองทุนการศึกษา"ใหม่

         นายกฯ กล่าวอีกว่าท สำหรับกรณีของ 2-3 กระทรวงได้สั่งการไปแล้ว เบื้องต้นให้พ้นจากหน้าที่ให้หมดและให้ไปสอบสวนโดยเร็วทั้งในส่วนของกระทรวงและในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.) ซึ่งก็เข้มงวดมาตลอด มันอยู่ที่การดำเนินการข้างล่างของผู้ที่ใช้จ่ายงบประมาณ

"บิ๊กตู่" เผยสั่งจัดระเบียบ" กองทุนการศึกษา"ใหม่

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องกองทุนต่างๆ ก็เหมือนกัน ตนพยายามไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หลายกองทุนก็ยุบเลิกไป หลายกองทุนก็ไปพิจารณาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) คณะกรรมการการศึกษาพิเศษ หรือกองทุนเรียนฟรี 15 ปี ที่ต้องหาวิธีการไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงที่สามารถกำหนดได้ว่าเงินที่ใช้ในกองทุนฯ จะมาใช้ประโยชน์อย่างไร มีคนกี่คน ทำงานที่ไหน

"บิ๊กตู่" เผยสั่งจัดระเบียบ" กองทุนการศึกษา"ใหม่

         “วันนี้ก็ให้ติดตามผลสัมฤทธิ์ทุกวัน และกำลังจัดระเบียบทั้งหมด ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ทำมาทุกอย่าง ทั้งนี้ เป็นกลไกลภายในที่ทุกคนต้องหารือร่วมกัน หลายคนยังไม่อยากมีการเปลี่ยนแปลงมันก็ยังมีอยู่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่" เผยสั่งจัดระเบียบ" กองทุนการศึกษา"ใหม่

       พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ฉะนั้น หากเราตัดสินใจอะไรลงไปท่ามกลางความขัดแย้งบางทีมันก็ไปไม่ได้ เหมือนกฎหมายทุกฉบับที่ออกมาบางทีใช้ยังไม่ได้ เพราะคนของเรายังไม่พร้อม แต่ด้วยความหวังดีการออกกฎหมายเพื่อให้ใช้รองรับในระยะยาวจะได้ไม่ต้องแก้ไขบ่อย ถึงเวลาต้องมีการผ่อนผันใช้กฎหมายพิเศษเพิ่มเติมไปบ้างเพื่อให้เวลาในการเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยไม่ต้องไปแก้ไขกฎหมายใหญ่

ร่ำไห้ส่งศพ’ครูเจี๊ยบ’เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317130

ร่ำไห้ส่งศพ’ครูเจี๊ยบ’เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี

ครูเจี๊ยบ,นักเรียนชาวเขา,โรคระบบน้ำเหลือง,ส่งศพ,ปกาเกอะญอ,ครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี,สอนเด็กชาวเขามา20ปี

ลูกศิษย์ เพื่อนครูร่ำไห้ระงม ส่งศพ “ครูเจี๊ยบ” สอนนักเรียนชาวเขากว่า 20 ปี หลังเสียชีวิตด้วยโรคระบบน้ำเหลือง

 

วันที่ 20 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนชาวเขา เชื้อสายปกาเกอะญอ และครูในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ต่างร่ำไห้เสียใจและเศร้าโศก ต่อการจากไปของนางนฤมล แก้วสัมฤทธิ์ หรือครูเจี๊ยบ อายุ 53 ปี ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านกรูโบ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สังกัดการศึกษานอกโรงเรียนอำเภออุ้มผาง  (กศน.) หลังจากที่มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับระบบน้ำเหลืองและได้ประคองตนเองรักษาตัวมาตลอด จนเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลอุ้มผาง

 

ร่ำไห้ส่งศพ'ครูเจี๊ยบ'เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี 

ครูเจี๊ยบท่ามกลางอุ่นไอรักจากนักเรียนชาวเขา

ซึ่งเพื่อนครู คนสนิท ได้นำศพไปสวดอภิธรรมที่ วัดพาณิชย์นิรมล ตำบลอุ้มผาง อำภออุ้มผาง และขณะนี้ทางญาติ ได้นำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดทับทิมแดง คลองสามวา จังหวัดปทุมธานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยระหว่างขบวนรถบรรทุกศพออกไปจากอำเภออุ้มผาง คนรู้จัก และลูกศิษย์ เพื่อนครู ต่างร่ำไห้เศร้าระงม

 

 

ร่ำไห้ส่งศพ'ครูเจี๊ยบ'เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี 

 

ร่ำไห้ส่งศพ'ครูเจี๊ยบ'เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี 

 

สำหรับครูเจี๊ยบ หรือนางนฤมล แก้วสัมฤทธิ์ ครูผู้อุทิศตนเพื่อการศึกษาในผืนป่ามรดกโลก มุ่งมั่นสอนวิชา “ชีวิต” สร้าง “คนดี” นำความรู้กลับมาพัฒนาชุมชน ได้รับรางวัล“คุณากร” ประจำปี 2560 จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

 

 

ร่ำไห้ส่งศพ'ครูเจี๊ยบ'เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี 

โดยเป็นครูเพียงคนเดียวของ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านกรูโบ ที่ยืนหยัดดูแลช่วยเหลือพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับสอนเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ป.6 จำนวน 60 คน เพียงลำพังมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ในชุมชนกะเหรี่ยงหมู่บ้านสุดท้ายที่อยู่ลึกสุดในเขตผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

 

ร่ำไห้ส่งศพ'ครูเจี๊ยบ'เสียสละสอนเด็กชาวเขากว่า20ปี 

ครูเจี๊ยบเมื่อครั้งยังมีชีวิต

 “คมชัดลึกออนไลน์” ร่วมไว้อาลัยกับการจากไปชั่วนิจนิรันทร์ แต่ครูอยู่ในใจของลูกศิษย์เสมอ…หลับให้สะบายนะ”คุณครูนฤมล แก้วสัมฤทธิ์ “ครูผู้เสียสละ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  อาลัยแด่ครู“นฤมล แก้วสัมฤทธิ์”

เชิดชู 3 นายตำรวจ EOD จาก 3 จังหวัดภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/317126

 เชิดชู 3 นายตำรวจ EOD จาก 3 จังหวัดภาคใต้

 ม.รามคำแหง เชิดชู 3 นายตำรวจ EOD จาก 3 จังหวัดภาคใต้ อนุมัติปริญญา “นิติศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์”

          การเสียสละเป็นพื้นฐานการทำความดีที่เราทุกคนสามารถทำได้โดยง่าย ซึ่งแต่ละบุคคลมีความเสียสละที่แตกต่างกัน บางคนเสียสละเงินทอง บางคนเสียสละพละกำลัง หรือบางคนเสียสละชีวิต ดังจะเห็นจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่เสี่ยงชีวิตเพื่อประชาชนโดยไม่คำนึงถึงสิ่งตอบแทน

หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (Explosive Ordnance Disposd) หรือ EOD เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ป้องกันและเก็บกู้ระเบิดเพื่อความสงบสุขของคนในพื้นที่และประชาชนทุกคน เป็นการทำงานที่มีความเสี่ยงถึงชีวิตสูงและเป็นผู้เสียสละ

ด้วยเหตุผลที่ผู้ปฏิบัติงานหน่วย EOD เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงมีมติเอกฉันท์อนุมัติปริญญานิติศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ 3 นายตำรวจ EOD จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ร้อยตำรวจเอกพงษ์ศักดิ์ เพชรกำโต ดาบตำรวจเอกชัย สมอคำ และดาบตำรวจกฤตธนา เอกกิตติขจร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่าการมอบปริญญานิติศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้กับตำรวจหน่วย EOD ทั้ง 3 นาย เป็นเพราะเล็งเห็นถึงความเสียสละ ความรับผิดชอบ และการอุทิศตนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันก่อให้เกิดเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทั้งที่ผ่านมาและสืบไป

จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ผู้ผ่านการปฏิบัติงานสำคัญที่เสี่ยงอันตราย อาทิ เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ตรวจสถานที่เกิดเหตุตรวจสอบพื้นที่ปลอดภัย ถวายอารักขาแด่พระบรมวงศานุวงค์ ตลอดจนรักษาความปลอดภัยแก่บุคคลสำคัญ ทุกนายเอ่ยถึงการเสียสละในแนวทางเดียวกันคือ “เพียงได้ทำความดี ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นประโยชน์แก่ประชาชนก็มีความสุขแล้ว”

ร้อยตำรวจเอกพงษ์ศักดิ์ เพชรกำโต รอง.ส.ว.ตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สส.จชต. ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จังหวัดปัตตานี เล่าถึงประสบการณ์ทำงาน ว่าครั้งหนึ่งเคยไปยืนบนระเบิดขนาดใหญ่ ระเบิดที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อและมีอนุภาพร้ายแรง แต่โชคดีที่ไม่เกิดการระเบิดจนมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งหน่วย EOD ได้ทำการเก็บกู้ระเบิดได้ทัน พร้อมทั้งยังให้กำลังใจผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและเต็มใจ เป็นความสุขที่หาได้รอบตัวเรา

        “ผมสมัครตำรวจหลังจากปลดประจำการทหารเกณท์ ผมคิดว่าการเสียสละเป็นความสุขในการทำงาน แม้ไม่ได้ทำในพื้นที่ใกล้บ้านแต่ที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านของผมไปแล้ว ด้วยอายุทำงาน 20 ปี ทำให้มีความผูกพันและประสบการณ์ที่มากพอจะช่วยเหลือผู้คนต่อไปได้ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายคนกำลังปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและตั้งใจ ขอให้กำลังใจและยึดมันความดี ความเสียสละเป็นที่ตั้ง จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขในทุกๆวัน”

ดาบตำรวจเอกชัย สมอคำ ผู้บังคับหมู่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลาปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมพ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน เล่าถึงประสบการณ์ทำงานว่า เคยได้รับอุบัติเหตุจากการเก็บกู้ระเบิด ต้องใช้เวลารักษากว่า 6 เดือน และปัจจุบันยังคงใส่เหล็กดามที่แขนอยู่ ทว่าความเจ็บปวดครั้งนี้ไม่ได้สร้างความหวัดกลัว แต่เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เสียสละเพื่อประชาชนอีกหลายคน และยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเช่นเดิมในทุกๆ วัน

“ผมตัดสินใจสมัครตำรวจเพราะอยากทำให้ทุกชีวิตปลอดภัยด้วยความรู้ความสามารถที่มี ทั้งยังได้รับใช้บ้านเกิดที่ยะลาในช่วงที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างเต็มที่..จากสิบตำรวจจนถึงตำแหน่งดาบตำรวจในปัจจุบัน การได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ม.รามคำแหงเห็นความสำคัญของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจ ขอบคุณและดีใจมากๆที่ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจทั้งของผมและครอบครัว”

ดาบตำรวจกฤตธนา เอกกิตติขจร ผู้บังคับหมู่กองกำกับการปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ส่วนหน้า ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จังหวัดนราธิวาส เล่าถึงประสบการณ์ทำงานว่า ครั้งหนึ่งได้เข้าเก็บกู้ระเบิดน้ำหนักรวม 120 กิโลกรัมในรถโดยสารที่ถูกขโมยมา เป็นการกู้ระเบิดในเขตชุมชนที่มีความเสี่ยงและอันตรายแก่คนบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมา สามารถกู้ระเบิดได้สำเร็จ และตั้งใจจะอยู่ช่วยเหลือคนในพื้นที่ต่อไป แม้จะไม่ใช่บ้านเกิดก็ตาม

“หน่วย EOD จังหวัดนราธิวาส รวมถึงจังหวัดอื่นชายแดนภาคใต้ ไม่มีวันทิ้งประชาชนแน่นอน ผมไม่ได้ทำดีเพื่อใคร แต่จะใช้ใจทำดีทุกวัน ฝากถึงทุกคนให้ที่ทำความดีโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น และมีความสุขในการทำสิ่งนั้น การลงมือทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจะทำให้เราสบายใจ วันนี้ผมภูมิใจมากที่ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ เหมือนได้รับกำลังใจจากสังคม เพราะการทำงานของผมมีความเสี่ยง ไม่มีใครคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้ มีเพียงสติ ความรู้ ประสบการณ์ และความตั้งใจในการทำงานเท่านั้น”

มหาวิทยาลัยรามคำแหง เชิดชูการทำความดีของทุกคน และพร้อมยกย่องการเสียสละและอุทิศตนเพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ของนายตำรวจ EOD ทั้ง 3 นาย ให้เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการทำความดีเพื่อสังคมต่อไป

อึ้ง!! บัณฑิต PRE-DEGREE สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316892

อึ้ง!! บัณฑิต PRE-DEGREE สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี

แพรพลอย,มหาวิทยาลัยรามคำแหง,ทหารอากาศ,วัย 19 ปี,Pre-degree,บัณฑิต,นางสาวแพรพลอย วิไลลักษณ์ มิ้ม

“แพรพลอย” บัณฑิต Pre-degree ม.รามคำแหง สอบเป็นทหารอากาศวัยเพียง 19 ปี พร้อมเรียนต่อชั้นปริญญาโท สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เผยตามฝันเป็นทหารตามแบบฉบับคุณพ่อ

            นางสาวแพรพลอย วิไลลักษณ์ ‘มิ้ม’ ปัจจุบันอายุ 19 ปี เธอสมัครเรียนระบบ Pre-degree ช่วงที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหอวัง อายุตอนนั้นแค่ 16 ปี เมื่อจบชั้น ม.ปลายแล้ว สะสมหน่วยกิตได้ 132 หน่วยกิต เกือบครบหลักสูตรที่กำหนดไว้ เมื่อมาเทียบโอนหน่วยกิตแล้วได้ 126 หน่วยกิต เรียนต่ออีก 1 เทอม เธอจบปริญญาตรีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น แพรพลอย ยังสอบแอดมิชชั่นติดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีน ครินทรวิโรฒ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเพียงแห่งเดียวจนจบ เพื่อที่จะเรียนต่อระดับปริญญาโท และเธอก็ทำสำเร็จในวัย 19 ปี ปัจจุบันเธอกำลังเรียนชั้นปริญญโท สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และยังสอบผ่านและเข้าบรรจุเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ที่กองทัพอากาศ ในสายงานด้านกำลังพลอีกด้วย

 

 

อึ้ง!! บัณฑิต Pre-degree สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี 

แพรพลอย เล่าว่า หลังจากที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเรียน Pre-degree ได้ปรึกษากับพ่อแม่ และตัดสินใจสมัครเข้าเรียนคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตอนที่เรียน ม.4 คิดว่าหากเรียนจบสาขานี้แล้ว เมื่อจบชั้น ม.ปลาย ถ้าสอบได้ในสาขาอื่นๆจนประกอบวิชาชีพ จะสามารถนำวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปปรับใช้ได้กับทุกอาชีพ และพัฒนาคนได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งในอนาคตหากมีความก้าวหน้าในอาชีพ จนอยู่ในระดับผู้บริหาร ความรู้ด้านนี้มีความจำเป็นอย่างมากในการพัฒนาคนและพัฒนาองค์กร

          “เรียนระบบ Pre-degree เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้น ม.ปลายได้มีโอกาสศึกษาต่อควบคู่ไปกับการเรียนในโรงเรียน เป็นการใช้เวลาว่างที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ และศึกษาสาขาที่ตนเองสนใจล่วงหน้า ทำให้การตัดสินใจเลือกหนทางศึกษาต่อในอนาคตมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น”

บัณฑิตแพรพลอย เผยถึงเทคนิคการจัดสรรเวลาเรียนว่า ช่วงที่เรียนอยู่ได้จัดทำตารางอ่านหนังสือ จัดลำดับความสำคัญไม่ให้สับสน วิชาในโรงเรียนจะตั้งใจ ทำความเข้าใจ และอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้อง จัดทำสรุปแต่ละวิชา เพื่อการสอบในโรงเรียน และเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่น

 

 

อึ้ง!! บัณฑิต Pre-degree สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี 

              การเรียนที่รามคำแหง ส่วนมากจะใช้เวลาช่วงปิดเทอมของมัธยม อ่านหนังสือ สรุปเนื้อหา โดยค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ตรวมด้วย หากมีข้อสงสัย และมีเวลาก็จะเข้าคณะเพื่อขอคำแนะนำจากอาจารย์ในแต่ละวิชา ซึ่งท่านอาจารย์คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ประจำคณะพร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำ ด้วยความเป็นกันเอง

แพรพลอย บอกด้วยว่า ระบบ Pre-degree นอกจากทำให้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี อายุ 18 ปี ทำให้มีเวลาวางแผนชีวิตมากขึ้น เมื่อสอบเข้าทำงานแล้ว ทำให้มีระยะเวลาการปฏิบัติงานมาก การเจริญเติบโตในสายงานก็จะมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้นตามระยะเวลาที่มีอยู่ รวมทั้งการเรียนควบคู่กันไปในระดับมัธยม ทำให้มีความรับผิดชอบสูงขึ้น รู้จักจัดสรรเวลา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสร้างวินัยในตนเองด้วย

 

 

อึ้ง!! บัณฑิต Pre-degree สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี 

ด้วยความตั้งมั่น “ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง” เราต้องกำหนดเป้าหมาย มุ่งมั่น และทุ่มเท เพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย รวมทั้งต้องเป็นคนพัฒนา ศึกษา และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

วันนี้เรียนจบด้วยวัย 18 ปี สร้างความภูมิใจ ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุข และมีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาโทได้อย่างต่อเนื่อง และความภูมิใจสูงสุด คือ เมื่อจบการศึกษาแล้วยังสามารถสอบเข้ารับราชการในระดับนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้ทันที ขณะนี้รอบรรจุเพื่อเข้าราชการอย่างเต็มตัว ประมาใฃณเดือนมีนาคมนี้ โดยมีแรงบันดาลใจจากคุณพ่อ คุณปู่ และคุณตาที่รับราชการทหารอากาศด้วย

 

 

อึ้ง!! บัณฑิต Pre-degree สอบเป็นทหารอากาศ วัย19 ปี 

 ความสำเร็จของ “บัณฑิตแพรพลอย วิไลลักษณ์ “คงจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆน้องๆอีกหลายคนที่กำลังตามความฝันอยู่ อายุน้อยไม่ใช่อุปสรรค ขอให้ขยัน วางแผนชีวิต และก้าวไปให้ถึงจุดหมายด้วยความมุ่งมั่น ความฝันเดินหน้าด้วยความหวัง คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม…

สธ.พบ“วัคซีนพิษสุนัขบ้า”ไร้มาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316783

สธ.พบ“วัคซีนพิษสุนัขบ้า”ไร้มาตรฐาน

สธ,พิษสุนัขบ้า,อย,กรมปศุสัตว์,17จวภาคเหนือ,นายสุชาติ จองประเสริฐ,วัคซีนไร้มาตรฐาน

สธ.เผยผลสำรวจของ”กรมวิทย์-อย.-กรมปศุสัตว์”ในพื้นที่17 จว. ภาคเหนือ นำเข้าบริษัทต่างประเทศ 7- 8 แห่ง พบบริษัท 1 แห่ง นำเข้าวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไร้มาตรฐาน

         กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่ควบคุมไม่ได้ นอกจากเรื่องติดขัดการเบิกงบซื้อวัคซีนฉีดในสัตว์แล้ว ยังมีสาเหตุที่คาดว่าอาจเป็นเพราะวัคซีนในสัตว์ไม่ได้คุณภาพ นั้น

สธ.พบ“วัคซีนพิษสุนัขบ้า”ไร้มาตรฐาน

          วันนี้ (16 มี.ค.2561) นางสุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายบังคับต้องตรวจสอบวัคซีนในสัตว์ โดยเชื่อใบรับรองจากประเทศต้นทาง เพราะคิดว่ากว่าจะออกมาจำหน่ายได้ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานมาแล้ว ดังนั้นเมื่อมีใบรับรองจากประเทศต้นทางก็จะดูเรื่องของการผลิตต่างๆ

สธ.พบ“วัคซีนพิษสุนัขบ้า”ไร้มาตรฐาน

           ต่อมามีการติดเชื้อในแถบภาคเหนือมากขึ้น ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องคุณภาพวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ขึ้นมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงร่วมมือกับ อย.และกรมปศุสัตว์ สำรวจคุณภาพของวัคซีนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งตอนนั้นมีการนำเข้าจากบริษัทต่างประเทศ 7-8 แห่ง ก็พบว่ามีวัคซีนจาก 1 บริษัทไม่ได้มาตรฐาน โดยมีความไวในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 2.5 ไอยู (IU/ML) จึงส่งเรื่องให้ อย.เรียกคืนในปี 2559 – 2560

สธ.พบ“วัคซีนพิษสุนัขบ้า”ไร้มาตรฐาน

             ด้านนายสุชาติ จองประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ทาง อย. ได้ไปเก็บตัวอย่างจากรุ่นดังกล่าวมาตรวจสอบซ้ำอีกรอบก็พบว่าไม่ได้มาตรฐานจริง จึงได้สั่งเรียกคืนจากท้องตลาดทั้งหมด เนื่องจากปริมาณการตกมาตรฐานเยอะมากและเข้าข่ายว่าเป็นวัคซีนปลอมซึ่งในวันนี้ทางคณะผู้บริหาร อย. ได้เรียกประชุมหารือเร่งด่วน เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316793

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

ละคร,บุพเพสันนิวาส,ภาค2,นายวีระ,กระทรวงวัฒนธ,รอมแพง,ผู้แต่ง,พี่หมื่น

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2 มอบ”สวธ.”นำกระแสละครไปต่อยอดให้”เด็ก-เยาวชน”หันมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ หวังสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย

          นายวีระ  โรจนพจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวว่าวธ.ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)นำกระแสละครไปต่อยอดให้เด็กนักเรียนเยาวชนรุ่นปัจจุบัน และประชาชนทั่วไป หันมาเรียนรู้และให้ความสำคัญศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติอย่างถูกต้อง ต่อเนื่องและจริงจังทั้งในด้านการใช้ภาษา ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อและวิถีชีวิตรวมถึงอาหารการกิน ที่ถือเป็นการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อไป

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

        นายวีระ ยังบอกด้วยว่า หากทางผู้จัดละครบุพเพสันนิวาส จะทำภาคต่อ จะให้การสนับสนุน ด้วยเงินจากกองทุนสื่อปลอดภัย ที่ กสทช.จัดสรรให้กระทรวงวัฒนธรรม 400 ล้านบาท

         ด้านกรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น จำกัด นางสาวอรุโณชา ภาณุพันธุ์ ยอมรับว่าตั้งแต่ทำละครโทรทัศน์มาหลายสิบปี ประสบความสำเร็จกับละครบุพเพสันนิวาสมากที่สุด ตอนเลือกบทประพันธ์มาสร้างละครก็คิดว่าเรื่องนี้แปลกมากเพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีนางร้าย ตัวละครทุกตัวกลมๆ มีความเป็นมนุษย์สูง อีกด้านก็ต้องชื่อชมอาจารย์แดง ผู้เขียนบทละครโทรทศัน์ ที่แปลงจากบทประพันธ์ในหนังสือมาเป็นบทพูดของตัวละครได้อย่างมีศิลปะ สนุกสนาน

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

         เมื่อถามว่า ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมเพราะคล้ายกับซีรี่ย์เกาหลีที่พระเอกจริงจัง ส่วนนางเอกจะโก๊ะๆแบบการะเกดใช่หรือไม่ นางสาวอรุโณชา ตอบว่า มีความคล้ายคลึงกันจริงๆ และหลังจากประสบความสำเร็จจากละครแนวนี้ก็วางแผนทำต่อ โดยจะมีภาคต่อจากละครบุพเพสันนิวาส ที่คุณรอมแพงกำลังเร่งมือประพันธุ์บทอยู่ ใช้ชื่อว่า “พรหมลิขิต”

          ด้าน นางสาวจันทร์วีร์ สมปรีดา หรือ รอมแพง ผู้ประพันธ์นิยาย เรื่อง บุพเพสันนิวาส บอกว่าใช้เวลากว่า 3 ปี ในการศึกษาหาข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์ ทั้งจดหมายเหตุลาลูแบร์ ประวัติการค้าไทยของเจ้าพระยาพระคลังหน พงศาวดาร หนังสือประวัติศาสตร์อีกหลายเล่ม เป็นข้อมูลเขียนนิยาย และใช้เวลาในการแต่งนิยายเพียง 1 เดือนเสร็จสมบูรณ์

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

      ส่วนภาค 2 ของบุพเพสันวาส ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า “พรหมลิขิต” วางพลอตเรื่องให้เป็นแนวโรแมนติกคอมมิดี้สอดแทรกประวัติศาสตร์ เพิ่มเข้าไปอีก เช่น ความเชื่อคนสมัยก่อน มีทั้งเวทมนต์ คาถาโบราณ ตำนาน สำหรับเนื้อเรื่องภาคสอง อยู่ในช่วง ปลายสมัยสมเด็จพระเพทราชาและสมเด็จพระเจ้าเสือ เพราะภาคแรกในนิยายเล่าจบถึงช่วงสมัยพระเพทราชา แล้วก็จะยาวไปถึงเรื่องช่วงปลายอยุธยา สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศต้นรัตนโกสินทร์

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

      ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร บอกว่า กรมศิลปากรกำลังจัดกิจกรรมชวนออเจ้า นุ่งโจง ห่มสไบไปบ้านพี่หมื่น เรียนรู้ประวัติศาสตร์ภาษาและวรรณกรรม สมัยอยุธยาเยี่ยมชมโบราณสถานตามรอยละคร บุพเพ่สันนิวาส ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 รอบในวันที่ 17-18 มีนาคม  2561 นี้

วธ.หนุนงบ สร้างละครบุพเพสันนิวาส ภาค 2

       “ซึ่งขณะนี้มีประชาชนให้ความสนใจจองจนเกินจำนวนที่รับได้ จึงกำลังพิจารณาจะเพิ่มรอบ หรือเพิ่มจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมตามรอย ซึ่งจะมีการขยายเส้นทางการนำชมจากอยุธยาถึงเมืองละโว้ หรือลพบุรี ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์เพิ่มขึ้นด้วย และยังมีแนวคิดที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมสถานที่สำคัญๆฟรี หากแต่งกายชุดไทยมาเข้าชม”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

2บิ๊กกพร.”จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316736

2บิ๊กกพร.”จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

กพร,อธิบดีกพร,นายสุทธิ,นายธีระพล,บริษัทเอเชียน อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด,โรงเรียนครัววันดี,อาจารย์วันดี ณ สงขลา,แรงงานไทย,ร้านอาหาร200แห่ง,ราได้ดีตกเดิอนละ6หมื่นบาท

“2บิ๊กกพร.”จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์ นองนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล“ธีระพล”เผยญี่ปุ่นมีร้านอาหารไทย 200 แห่ง ต้องการกุ๊กไทยจำนวนมาก

          16 มีนาคม  2561 – นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน   กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน13 กทม.ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานสาขาผู้ประกอบอาหารไทย และพัฒนาภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ กับภาคเอกชนประกอบด้วยบริษัทเอเชียน อินเตอร์เซอร์วิส จำกัดโรงเรียนครัววันดี รวมทั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะกุ๊กไทย เพื่อไปทำงานต่างประเทศอย่างมั่นคง

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

          โดยพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานด้านการประกอบอาหารไทย ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

          รวมทั้งเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่นิยม และคงความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย เนื่องจากต่างประเทศ นิยมชมชอบอาหารไทยเป็นอย่างมาก   โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งขณะนี้มีความต้องการผู้ประกอบอาหารไทยเป็นจำนวนมาก

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

           “โรงเรียนครัววันดี โดยอาจารย์วันดี ณ สงขลาในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน จะจัดฝึกอบรมพัฒนาความรู้ความสามารถ ให้ตรงกับความต้องการของนายจ้าง โดยร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อการันตีความเป็นมืออาชีพด้ว “อธิบดี กพร.ระบุ

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

          อธิบดี กพร.  กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีบริษัทเอเชียน อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมีนายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นกรรมการผู้จัดการมีบทบาทในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการคัดสรรกุ๊กเพื่อไปทำงานต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมทักษะด้านภาษาควบคู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างประเทศด้วย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมั่นคง ซึ่งจะให้การดูแลตั้งแต่ก่อนไปทำงาน และระหว่างไปทำงานในต่างประเทศ ตลอดจนเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างก็จะประสานผู้ประกอบการการอื่น เพื่อสามารถทำงานอย่างต่อเนื่องด้วย

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

2บิ๊กกพร."จับมือสร้างกุ๊กไทยโกอินเตอร์

           นายธีรพล กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยจำนวนกว่า 200 ร้าน มีทั้งที่คนไทยเป็นเจ้าของและชาวญี่ปุ่นเป็นเจ้าของกิจการ ดังนั้นจึงมีความต้องการผู้ประกอบอาหารไทย ที่มีคุณภาพเป็นจำนวนอย่างมาก ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากทำให้แรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกต้องมีสวัสดิการที่ดี มีรายได้ที่สูงขึ้นตกประมาณเดิือนละ 60,000 บาทแล้ว ยังเป็นการสนองนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาลด้วย

“ไทย-ญี่ปุ่น”ร่วมพัฒนางานวิจัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316634

“ไทย-ญี่ปุ่น”ร่วมพัฒนางานวิจัย

ไทย-ญี่ปุ่น,ร่วมมือ,มวลัยลักษณ์,รุกพัฒนางานวิจัย,นานาชาติ

วิทยาลัยนานาชาติมวล.ลงนามร่วมมือทางวิชาการกับสถาบัน IIAI ประเทศญี่ปุ่น เน้นดำเนินงานด้านวิจัย บริการวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม หวังพัฒนาทัดเทียมนานาชาติ

         เมื่อเร็วๆนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.จิตติมา ศังขมณี รักษาการแทนคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ และ Prof. Dr. Tokuro Matsuo, CEO of International Institute of Applied Informatics (IIAI) ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย Prof. Dr. Kiyota Hashimoto ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการ ระหว่างวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสถาบัน IIAI ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวิทยาลัยนานาชาติจัดขึ้น โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้สนใจเข้าร่วม ณ ห้องระเบียงบรรณ 1 อาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

 "ไทย-ญี่ปุ่น"ร่วมพัฒนางานวิจัย

 

ดร.จิตติมา ศังขมณี กล่าวหลังจากการลงนามความร่วมมือว่า วิทยาลัยนานาชาติจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เพื่อจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ รวมทั้งดำเนินงานด้านวิจัย บริการวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทุกด้านให้มีความพร้อมทัดเทียมสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ

 

 

 "ไทย-ญี่ปุ่น"ร่วมพัฒนางานวิจัย

โดยการลงนามกับสถาบัน IIAI ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางด้าน ICT ในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ รวมถึงส่งเสริมและร่วมมือให้เกิดผลงานจากการวิจัย และความร่วมมือในรูปแบบอื่นที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต โดยข้อตกลงมีระยะเวลา 5 ปี

 

 

 "ไทย-ญี่ปุ่น"ร่วมพัฒนางานวิจัย

ดร.จิตติมา  ศังขมณ๊

ดร.จิตติมา กล่าวต่อไปอีกว่า สถาบัน IIAI เป็นองค์กรสนับสนุนการศึกษาที่ไม่มุ่งหวังผลกำไรของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นสากลในสาขา Applied Informatics มุ่งหวังให้คนมีชีวิตและสังคมที่ดีกว่า และเป็นสถาบันที่ส่งเสริมการจัดการศึกษา เน้นการทำวิจัย สนับสนุนให้นักศึกษามีความชำนาญทางด้าน Computer Science and Engineering ซึ่ง IIAI มีเครือข่ายนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก ในอนาคต วิทยาลัยนานาชาติ มวล.จะมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ และร่วมมือทางวิชาการในด้านอื่นๆ ต่อไปด้วย

 

 

 "ไทย-ญี่ปุ่น"ร่วมพัฒนางานวิจัย

 

 

 "ไทย-ญี่ปุ่น"ร่วมพัฒนางานวิจัย

ทั้งนี้นอกจากการลงนามความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้แล้ว วิทยาลัยนานาชาติจะเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือไปยังประเทศอื่นๆ อีกด้วย เช่น อยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือกับ Coventry University London ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัย Hong Kong Polytechnic และมหาวิทยาลัย Indiana ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในระดับอินเตอร์ ร่วมจัดทำหลักสูตร แลกเปลี่ยนนักศึกษา เชิญศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาเป็น visiting professors สอนนักศึกษาของวิทยาลัย เป็นต้น

เร่งมือ!! ตีทะเบียนต่างด้าวโค้งสุดท้าย ทัน 31 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316674

เร่งมือ!! ตีทะเบียนต่างด้าวโค้งสุดท้าย ทัน 31 มี.ค.นี้

บิ๊กอู๋,ตีทะเบียน,่ แรงงานต่างด้าว,ให้ทัน 31 มีนาคม นี้,ตรวจคนเข้าเมือง,กระทรวงสาธารณสุข,มหาดไทย

“บิ๊กอู๋”นัดถกมหาดไทย สาธารณสุข กทม. ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อปรับศูนย์ OSS เร่งมือตีทะเบียนต่างด้าวโค้งสุดท้าย ทัน 31 มีนาฯ

                “รัฐมนตรีแรงงาน” นัดหารือ ก.แรงงาน ในฐานะหน่วยเจ้าภาพ พร้อม มหาดไทย สาธารณสุข กทม. ตรวจคนเข้าเมือง ได้ข้อสรุปแนวทางปรับศูนย์ OSS แบ่งต่างด้าว 2 กลุ่ม กลุ่มพิสูจน์สัญชาติแล้ว ให้มารายงานตัว ลงตราวีซ่าอยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง 31 มีนา 2563 ออกใบรับอนุญาตทำงานชั่วคราวถึง 30 มิ.ย. 2561 และให้ไปตรวจสุขภาพ ทำทะเบียนประวัติทำงานได้ถึง 31 มี.ค.2563 ส่วนกลุ่มยังไม่พิสูจน์สัญชาติให้มาดำเนินการที่ศูนย์ OSS ทุกขั้นตอนภายใน 31 มี.ค.61 เพื่อให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้ถึง 31 มี.ค.63 ตามขั้นตอน

                 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมปรับปรุงการดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน

                นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย

              สำหรับแนวทางการปรับปรุงการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) โดยที่ประชุมเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว จะต้องมารายงานตัวที่ศูนย์ OSS เพื่อลงตราวีซ่าให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง 31 มีนาคม 2563 และจะได้ใบอนุญาตทำงานชั่วคราวถึง30 มิถุนายน 2561 ซึ่งเมื่อแรงงานต่างด้าวไปตรวจสุขภาพและทำทะเบียนประวัติแล้วเสร็จ จะได้ใบอนุญาตทำงานถึง 31 มีนาคม 2563 ส่วนแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติจะต้องมาดำเนินการที่ศูนย์ OSS ในทุกขั้นตอนภายใน 31 มีนาคม 2561 และจะต้องเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2561 เพื่อให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้จนถึง 31 มีนาคม 2563 ต่อไป

           ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่จะต้องดำเนินการที่ศูนย์ OSS จำนวน 1,687,473 คน ดำเนินการแล้ว 489,910 คน คงเหลือที่ต้องดำเนินการ 1,197,563 คน โดยแบ่งเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 988,798 คน มาดำเนินการที่ศูนย์ OSS จำนวน 437,108 คน คงเหลือ 551,690 คน และแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติจำนวน 698,675 คน โดยได้ดำเนินการ ที่ศูนย์ OSS แล้วจำนวน 52,802 คน คงเหลือ 645,873 คน