“แชมป์สุดยอดแผนการตลาดดิจิทัล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/316235

“แชมป์สุดยอดแผนการตลาดดิจิทัล”

“แชมป์สุดยอดแผนการตลาดดิจิทัล”

หลังจากการเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์แผนการตลาดดิจิทัลอย่างเข้มข้นกว่า 687 ผลงาน จากกว่า 60 สถาบันทั่วประเทศ

        “ทีม Marketing Committee มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากแบรนด์กีโต้” คว้ารางวัลชนะเลิศ ขณะที่ทีม Wanna One จากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม Five Stars จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในโครงการ “U Power Digital Idea Challenge Season 2” จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDE) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำ และ 8 องค์กร ที่ได้ให้การสนับสนุนร่วมสร้างเวทีให้แก่นักศึกษาได้นำเสนอแผนการตลาดดิจิทัล แสดงความรู้ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาใช้สร้างผลงาน

“แชมป์สุดยอดแผนการตลาดดิจิทัล”

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่าโครงการ U Power Digital Idea Challenge ปีนี้ เป็นครั้งที่ 2 โดยโครงการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันสามารถเลือกโจทย์ในการแข่งขันจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้วยตนเอง และนับเป็นเวทีสำคัญในการจุดประกายความคิด ได้แสดงออก และสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้เริ่มต้นเรียนรู้และมีแนวทางในการทำธุรกิจ การตลาดที่ถูกต้องชัดเจน สามารถผนึกเอาดิจิทัลเทคโนโลยี มาพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด และได้ทดลองปฏิบัติจริงตามแผน เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานนั้นสามารถใช้งานได้จริง รวมไปถึงป้อนบุคลากรที่มีคุณภาพสู่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย และรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล

คุณพิศาล กิจกำจาย Assistant Marketing Manager (Kito) กล่าวว่า กลุ่มนักศึกษา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่จะกลายเป็นแรงผลักดันในการทำไอคอนเกี่ยวกับคน ที่จะนำพาคนกลุ่มอื่นๆ มาเป็นจุดเหนี่ยวนำให้แบรนด์ Kito ได้ รวมถึงนักศึกษารู้จักการประยุกต์ใช้ดิจิทัลค่อนข้างดี เข้าใจรูปแบบของแบรนด์ สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้

“แชมป์สุดยอดแผนการตลาดดิจิทัล”

คุณ มนัส เมธีวรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสผลิตภัณฑ์เอเวอร์เซ้นส์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (Eversense) กล่าวว่า เมื่อเราได้ดูกลุ่มเป้าหมายในโครงการ U Power ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษา ก็สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่ทางแบรนด์ต้องการนำเสนอสินค้า และอยากทำการตลาดกับกลุ่มนี้ โดยที่ผ่านมาทางแบรนด์มีการทำการตลาดอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองคิดได้สร้างสรรค์แผนการตลาดดิจิทัลกับกลุ่มนักศึกษาเอง และช่วยให้องค์กรภาคเอกชนได้เห็นศักยภาพ มุมมองความคิดของนักศึกษามากยิ่งขึ้น

“ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปเยอะมาก ซึ่งเด็กไทยมีไอเดียอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยมีเวทีให้ได้แสดงออก โครงการนี้เป็นเวทีให้เด็กได้แสดงความสามารถ เปิดโอกาสได้อย่างเต็มที่ ในโครงการนี้ น้องๆ ได้ส่งแผนการตลาดดิจิทัลมานำเสนอมากมาย และส่วนใหญ่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง โดยได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ Eversense มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมาให้ความรู้ เพื่อให้ผลงานออกมาดี และการที่น้องๆ มาเข้าร่วมโครงการไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไร แต่ได้มาทดลองไอเดียว่าดีหรือไม่ ได้รับประสบการณ์จริง และได้เตรียมพร้อมนำองค์ความรู้มาปรับใช้ได้จริง ซึ่งหากปีหน้ามีกิจกรรมนี้อีกก็อาจจะเข้าร่วม และอยากให้น้องๆ นักศึกษาเข้าร่วมโครงการนี้”

คุณสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูน ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายภาพลักษณ์ตราสินค้า และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (Yamaha) กล่าวว่า โครงการ U Power ทำให้ได้เห็นความสามารถของเด็ก ซึ่งเด็กมีความคิดเป็น 360 องศา สามารถทำแผนการตลาดดิจิทัลที่ผสมผสานระหว่างเรื่องออนไลน์ และลงไปในพื้นที่จริงๆ มาใช้ได้เป็นอย่างดี ใช้สื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่ผ่านมาเขาอาจจะมีข้อจำกัดหลายด้าน จึงไม่ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ทำให้แบรนด์ Yamaha ได้มีช่องทางในการเข้าไปสู่มหาวิทยาลัยชัดเจนมากขึ้น”

ติดตามโครงการ ได้ที่ Website : http://upowerdigitalideachallenge.com/ Facebook : U Power Digital Idea Challenge

โปรด!!เลี่ยงเส้นทางรอบ “ม.สวนดุสิต” 8-9 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315847

โปรด!!เลี่ยงเส้นทางรอบ “ม.สวนดุสิต” 8-9 มี.ค.นี้

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต,8-9มีนาคม2561,ซ้อมใหญ่พระราชทานปริญญาบัตร,รศพัชรี สวนแก้ว

“รศ.พัชรี”รองอธิการบดี มสด. ฝากประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางรอบ ม.สวนดุสิต ระหว่าง”8-9 มี.ค.นี้” ช่วงเวลา 06.00 – 17.00 น. เพราะมีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

          8 มีนาคม 2561- รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มีกำหนดการซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ในวันที่ 8-9 มีนาคม 2561 ณ อาคารรักตะกนิษฐ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 17.00 น. อาจส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรในถนนราชวิถี ถนนนครราชสีมา ถนนอู่ทองนอก และถนนสามเสน ซึ่งเป็นถนนบริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เนื่องจากคาดว่าจะมีญาติ ของบัณฑิตมาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

“ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตามวันและเวลาดังกล่าว และขอแสดงความยินดีกับ บัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต ปีการศึกษา 2558 – 2559 ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่จะเข้ารับพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วันที่ 11 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมพระปกเกล้า อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช”รศ.พัชรี ระบุ

 

โปรด!!เลี่ยงเส้นทางรอบ "ม.สวนดุสิต" 8-9 มี.ค.นี้

รศ.พัชรี  กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ ขอแจ้งกำหนดการ ว่า พิธีพระราชทานปริญญาบัตรเขตภาคกลาง เริ่มในวันที่ 4 – 11 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมพระปกเกล้า อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี จึงฝากความห่วงใยในสภาพการจราจรเช่นเดิม คาดว่าการจราจรติดขัด แนะนำให้นักศึกษา และประชาชนทั่วไปใช้บริการรถสาธารณะ ซึ่งมีรถตู้ที่มาจากจุดสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บีทีเอสจตุจักร

ทั้งนี้ หากนำรถมาสามารถนำรถไปจอดได้ตามที่ทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกำหนด และนั่งรถชัตเติลบัสต่อเข้ามาภายในบริเวณมหาวิทยาลัย โดยจะมี รถรับ – ส่ง ตั้งแต่เวลา 08.00 -23.00 น. ทั้งนี้ นักศึกษาควรศึกษาเส้นทางเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลผ่านทาง http://www.dusit.ac.th หรือ SDU Service Center โทร 02 244 5555 และกองพัฒนานักศึกษา โทร 02 244 5192 ถึง 3

คนครัวบนเรือเฮ!! กพร.เปิดติว20แห่งทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315822

คนครัวบนเรือเฮ!! กพร.เปิดติว20แห่งทั่วไทย

คนครัวบนเรือ,กพรเดินหน้า,อบรม20แห่ง,นายสุทธิ สุโกศล,อธิบดีกพร,กทม,ขอนแก่น

กพร.เดินหน้าเต็มอัตรา เปิดติวคนครัวบนเรือ 20 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะกทม. 6 รุ่น 6 เดือน เปิดรับสมัครแล้ว!! สนใจโทรสายด่วน 1506 กด 4

          8 มีนาคม 2561- นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการที่พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดฝึกอบรมในหลักสูตรการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ (Food and Catering) ให้แก่คนครัวบนเรือ เพื่อให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานในกิจการทางทะเล ค.ศ.2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 ที่กำหนดให้คนครัวบนเรือต้องผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองอย่างเช่นกพร.

 

คนครัวบนเรือเฮ!! กพร.เปิดติว20แห่งทั่วไทย

นายสุทธิ  สุโกศล อธิบดี กพร.

“และสอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงแรงงานด้านการยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว นำรายได้ส่งกลับประเทศนั้น”นายสุทธิ กล่าว

นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่ากพร. ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) 20 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ดำเนินการฝึกอบรมในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ในต่างจังหวัดได้กำหนดโปรแกรมการฝึกอบรมออกมาแล้ว

“เช่น สพร. 6 ขอนแก่น เปิดฝึกอบรมระหว่าง 26 มีนาคม – 3 เมษายน 2561 สนพ.ตรัง ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ตรัง เปิดฝึกอบรม 2 รุ่น ระหว่าง 23-28 เมษายน 2561 และ 30 เมษายน -5 พฤษภาคม 2561 สพร. 3 ชลบุรี เปิดฝึกอบรม 21-26 พฤษภาคม 2561 สพร. 11 สุราษฎร์ธานี เปิดฝึกอบรม 4-10 มิถุนายน 2561 และสพร. 7 อุบลราชธานี เปิดฝึกอบรมในช่วงเดือนกรกฎาคม2561นี้”อธิบดีกพร.ระบุ

อธิบดีกพร. กล่าวอีกว่า สำหรับในกรุงเทพมหานคร เปิดฝึกอบรมเต็มอัตรา 6 รุ่น 6 เดือน ได้แก่ รุ่นที่ 1 19-24 มีนาคม 2561 รุ่นที่ 2 23-28 เมษายน 2561 รุ่นที่ 3 21-26 พฤษภาคม 2561 รุ่นที่ 4 18-23 มิถุนายน 2561 รุ่นที่ 5 23-28 กรกฎาคม 2561 และรุ่นที่ 6 20-25 สิงหาคม 2561 จะดำเนินการโดยสำนักงานวิทยาลัยการแรงงาน สพร. 13 กรุงเทพมหานคร โดยในช่วงเดือนมกราคม 2561 มีการฝึกอบรมเช่นกัน มีผู้ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 19 คน

 

คนครัวบนเรือเฮ!! กพร.เปิดติว20แห่งทั่วไทย

“ใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม 42 ชั่วโมง จะฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ภายใต้หัวข้อความปลอดภัยและสุขภาพในการปฏิบัติงาน สุขลักษณะส่วนบุคคลและอาหาร ทักษะการประกอบอาหาร การป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ โภชนาการและสุขภาพ การจัดการและการควบคุมดูแลครัว การจัดการของเสียงในครัว มุมมองด้านศาสนาและวัฒนธรรม การวัดและประเมินผล เป็นต้น”อธิบดี กพร. กล่าว

 

คนครัวบนเรือเฮ!! กพร.เปิดติว20แห่งทั่วไทย

อธิบดีกพร. กล่าวด้วยว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ มีไม่ต่ำกว่า 18 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่า ม.3 หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์การทำงานบนเรือเดินทะเลไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในช่วงเวลา 5 ปี ก่อนเข้ารับการฝึกอบรม หรือสำเร็จการศึกษาด้านคหกรรมศาสตร์ อาหารและโภชนาการ หรือวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ หรือมีประสบการณ์ฝึกอบรมการประกอบอาหารไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง หรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับการประกอบอาหารไม่น้อยกว่า 1 ปี ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดรับสมัครรุ่นละ 20 คน

สนใจเข้ารับการฝึกอบรม สามารถสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1506 กด 4 หรือสอบถามที่ กองสื่อสารองค์กร กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 0 2245 4035” อธิบดีกพร.กล่าวในที่สุด

ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า เบิกประกันสังคมได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315818

ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า เบิกประกันสังคมได้

สปส,ใช้สิทธิประกันสังคมได้,สิทธิผู้ประกันตน,นพสุรเดช,เลขาธิการสปส

ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า “นพ.สุรเดช”แนะเบิกประกันสังคมได้ หากไม่เข้ารพ.ตามบัตรฯ ให้นำใบเสร็จรับเงินที่สำรองจ่ายไปพร้อมใบรับรองแพทย์มาเบิกคืนได้ที่สปส.

         8 มีนาคม 2561- นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (พื้นที่สีแดงตามประกาศกรมปศุสัตว์) ใน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ชลบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา น่าน บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เชียงราย ร้อยเอ็ด สงขลา ระยอง ตาก และศรีสะเกษ

         “และพื้นที่เฝ้าระวังโรคระบาดพิษสุนัขบ้าในอีก 42 จังหวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขแล้ว ว่าสำนักงานประกันสังคมในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด”นพ.สุรเดช ระบุ

         นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมโดยประสานให้สถานพยาบาลคู่สัญญาและเครือข่ายทั่วประเทศเตรียมรับผู้ประกันตน หากผู้ประกันตนประสบเหตุถูกสุนัขกัดในกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามสำนักงานประกันสังคมขอแนะนำให้ผู้ประกันตนที่ถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

         “โดยใช้สิทธิประกันสังคมได้ และผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ตนเองเลือกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ตนเองเลือกได้ ควรรีบเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยฉีดวัคซีนเข็มแรก ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วนำใบเสร็จรับเงินที่สำรองจ่ายไปก่อน พร้อมใบรับรองแพทย์มาเบิกคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งที่สะดวก”นพ.สุรเดช กล่าว

         นพ.สุรเดช  กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของรัฐ ประเภทผู้ป่วยนอกสามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์ได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น กรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการ ทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลเอกชนประเภทผู้ป่วยนอก สามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินครั้งละ 2,000 บาท และจ่ายเพิ่มตามรายการการรักษาที่กำหนดตามหลักเกณฑ์

         ทั้งหากผู้ประกันตน มีปัญหาข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม 1506 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315816

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

วันสตรีสากล,8 มีนาคม 2561,กรทรวงแรงงาน,29 รางวัล,พลตออดุลย์,จรินทร์,กสร

กระทรวงแรงงาน จัดงาน “วันสตรีสากล 61”ภายใต้แนวคิด “พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” พร้อมรับประทานโล่รางวัลสตรีทำงานดีเด่น 29 รางวัล

         8 มีนาคม 2561- พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า บทบาทของสตรีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าในอดีตอย่างมาก ผู้หญิงได้รับการยอมรับมากขึ้นในแวดวงการประกอบการ สำหรับข้อมูลการส่งออก ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศนั้น พบว่าอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม และแปรรูปอาหาร ล้วนแต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานหญิงเข้มข้น

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

        “กระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงความสำคัญของสตรีทำงานทุกคนว่าเป็นกำลังสำคัญในการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งและยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้า จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้แรงงานสตรีได้รับการคุ้มครองสิทธิเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ มีความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการส่งเสริม สนับสนุนบทบาทสตรี และความเสมอภาคชายหญิง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน”พล.ต.อ.อดุลย์ ระบุ

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

        นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ. 2561 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” เพื่อให้สตรีทำงานทุกคน ตระหนักถึงการพัฒนาตนเองและสามารถนำเทคโนโลยี่ดิจิทัลเข้ามาช่วยในการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างความพร้อมในการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้สามารถแข่งขัน กับนานาชาติได้ โดยกิจกรรมหลัก คือ พิธีประทานโล่รางวัลสตรีทำงานดีเด่น ซึ่งในปีนี้มีสตรีเสนอผลงานเข้ารับการคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น 115 คน ซึ่งมีสตรีที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2561 รวม 8 ประเภท จำนวน 29 รางวัล

พลังแรงงานสตรีไทย ก้าวไกลสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

         “โดยกระทรวงแรงงานได้รับพระกรุณาคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาประทานโล่รางวัลสตรีทำงานดีเด่น นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ทอล์คโชว์ เรื่อง โอกาสสตรีไทยก้าวไกลให้ทันเศรษฐกิจดิจิทัล นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นิทรรศการสตรีทำงานดีเด่นประจำปี 2561 บูธแสดงผลิตภัณฑ์ คลินิกแรงงาน และการตรวจสุขภาพ”ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

ชวนคนไทยเดิน-วิ่งการกุศล 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315809

ชวนคนไทยเดิน-วิ่งการกุศล 2018

เดินวิ่งการกุศล

ดัชมิลล์ ผนึก6 ภาคีเครือข่ายสุขภาพ ชวนเดิน-วิ่งการกุศล สร้างเสริมสุขภาพดี Healthy Lifestyle Run 2018 ส่งเสริมสุขภาพคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 5 จังหวัด

       สุขภาพดี แข็งแรง และมีHealthy Lifestyle  เป็นวีถีสุขภาพดีมีความสุข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรค  กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพ  มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ,มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ,เครือข่ายคนไทยไร้พุง ,มูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ และสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ จัดงานเดิน-วิ่งการกุศล สร้างเสริมสุขภาพดี Healthy Lifestyle Run2018 ใน 5 จังหวัด 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย

 นายพรชัย สวัสดิ์สุขสบชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ดัชมิลล์ จำกัด กล่าวว่าการนำพาสุขภาพที่ดี และวิถีชีวิตที่ดีสู่สุขภาพไทย เป็นหนึ่งในโครงการที่กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ได้ดำเนินการมา ซึ่งเป็นความตั้งใจทำให้คนไทยตื่นตัวอยู่ในวิถีสุขภาพที่ดี  สร้างภูมิคุ้มกันห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ในปี 2561 นี้ บริษัทได้เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพดี ภายใต้โครงการ Dutch Mill Healthy Lifestyle ตั้งเป้า 200000 คน  โดยเข้าร่วมสนับสนุนงานวิ่งต่างๆ ทั่วประเทศ  และโครงการเดิน-วิ่งการกุศล สร้างเสริมสุขภาพดี Healthy Lifestyle Run 2018 จัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพใน 5 สวนสวย 5 จังหวัดใน5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ (25มี.ค.2561) ,สวนศรีเมือง จ.ระยอง (22 เม.ย.2561) , สวนสาธารณะหาดใหญ่ จ.สงขลา (13 พ.ค.2561), สวนสุขภาพบึงทุ่งสร้าง จ.ขอนแก่น (3 มิ.ย.2561) และสวนหลวง ร.9 กรุงเทพฯ (29 ก.ค.2561)

“เราเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มสุขภาพ อย่าง นม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้คนส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยได้มีพื้นที่ มีโอกาสในการออกกำลังกาย และมีวิถีชีวิตที่ดีและมีความสุข ใช้ชีวิตในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ในการออกกำลังกาย จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพ จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อต่อยอดการรับรู้คนไทยตระหนักการดูแลสุขภาพตัวเอง โดยมีเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  อีกทั้งถ้าคนไทยมีสุขภาพที่ดีก็สามารถลดภาระของโรงพยาบาลต่างๆได้ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะสมทบทุนมอบให้โรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อต่อยอดใช้ในการกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชน”นายพรชัย กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้คน ทำให้มีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ อันดับ3 ของประเทศ ที่มีอัตราผู้เสียชีวิตสูงและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น หรือโรคเบาหวาน ขณะนี้เกิดในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้น ซึ่งการที่วงการผลิตอาหารทั่วประเทศช่วยกันผลิตอาหารคุณภาพ ลดปริมาณน้ำตาลลงเป็นสิ่งที่ดี แต่เรื่องอาหารเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม เป็นกิเลสที่บางคนอาจตัดไม่ได้ ดังนั้น หากตัดไม่ได้ก็ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น การเดิน-วิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่สามารถช่วยแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ และโรคกระดูกพรุน ทุกคนควรรักษามวลกระดูกไว้ให้ดีที่สุด  ลดของหวาน มัน เค็ม  เข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะสุขภาพเป็นของตัวเองไม่มีใครทำแทนได้ อย่าเคยชินกับไลฟ์สไตล์ปกติ จนลืมนึกถึงอนาคต

 อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล สร้างเสริมสุขภาพดีในครั้งนี้ ระยะวิ่งมี 2ประเภท คือ ประเภทมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร และประเภทฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร สนใจสมัครท่านละ 400 บาท/สนาม ผู้สมัครจะได้รับเสื้อที่ระลึกและเหรียญที่ระลึก สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ที่เว็บไซต์ www.rundidi.com หรือ เฟสบุ๊คแฟนเพจ Dutch Mill Healthy Lifestyle Run  และสอบถามโทร.02-881-2222

รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ บริการผู้ป่วยโรคเอ็นซีดีครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315763

รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ บริการผู้ป่วยโรคเอ็นซีดีครบวงจร

เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,พลอากาศเอก ชลิตพุกผาสุข,องคมนตรี,นายแพทย์โสภณ เมฆธน,โรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ ให้บริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบครบวงจร รองรับประชาชนอ้วนลงพุงร้อยละ 26 รวมทั้งผู้ป่วย/เบาหวาน ความดันโลหิตสูงร้อยละ20

           วันนี้ (7 มีนาคม 2561) ที่อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง พลอากาศเอก ชลิตพุกผาสุข  องคมนตรี และรองประธานกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมีนายแพทย์โสภณ เมฆธน ที่ปรึกษารัฐมนรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยนายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 คณะผู้ริหาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ให้การต้อนรับ

นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า โรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็น 1 ใน 10 โรงพยาบาลชุมชนที่กระทรวงสาธารณสุขสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร โดยมีอัตลักษณ์ของการดำเนินงาน “โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล” (More than Hospitals)ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ดูแลประชาชนในพื้นที่ 23,864 คน ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 200 คนต่อวันโดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมดูแลพัฒนาโรงพยาบาลในรูปแบบคณะกรรมการพัฒนา

 

รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ บริการผู้ป่วยโรคเอ็นซีดีครบวงจร

ในการจัดบริการประชาชน เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรคเอ็นซีดี ซึ่งเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่สำคัญในพื้นที่โดยจัดบริการเชิงรุกตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชน คัดแยกเป็น 3กลุ่ม คือ กลุ่มสุขภาพดีกลุ่มเสี่ยงป่วย และกลุ่มผู้ป่วย เพื่อจัดบริการที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ ผลการตรวจคัดกรองในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปพบผู้มีภาวะอ้วนลงพุง 2,233 คนจาก 8,590 คน คิดเป็นร้อยละ 26 ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปพบเสี่ยงป่วยและป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 13ส่วนโรคความดันโลหิตสูงพบร้อยละ 7 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หวาน มัน เค็ม และการออกกำลังกายไม่พอเพียง

 

รพ.เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติฯ บริการผู้ป่วยโรคเอ็นซีดีครบวงจร

นอกจากนี้ได้เปิดโครงการคลินิกไร้พุง (Diet & Physical Activity Clinic)รองรับโรคอ้วนลงพุง ดำเนินการครอบคลุมทั้งในโรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ ฯ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 6 แห่ง ดูแลประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่มีภาวะอ้วนลงพุง ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่มาจากภาวะอ้วนลงพุง ด้วยกิจกรรม 1.การให้คำปรึกษาในการดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหาร การควบคุมน้ำหนัก2.ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์)2 ส. (สุรา บุหรี่) งดทานหวานมัน เค็ม 3.ส่งเสริมการออกกำลังกายทุกวัน ประเมินผลทุก 3 เดือน

รวมทั้งติดตามคัดกรองความสุ่มเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง อย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานพบว่า สามารถป้องกันไม่ให้กลุ่มป่วยมีโรคแทรกซ้อนเพิ่ม ส่วนกลุ่มเสี่ยงสามารถป้องกันการพัฒนาไปเป็นผู้ป่วยโรคเอ็นซีดีรายใหม่ได้

วิจัย”ผมบางศีรษะล้าน”คว้ารางวัลระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315758

วิจัย”ผมบางศีรษะล้าน”คว้ารางวัลระดับโลก

ผมบาง,ศรีษะล้าน,เปิดผลวิจัย,รศพิเศษพญรัชต์ธร ปัญจประทีป,วิจัย

“รศ.(พิเศษ)พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป” แพทย์ไทย คว้ารางวัลบทความวิจัย “ผมบางศีรษะล้าน”ในเวทีระดับโลก

        เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ในการจัดส่งบทความพิเศษ เพื่อการนำเสนองานวิจัย (ประเภทโปสเตอร์) ในหัวข้อวิจัย“Proteomic Analysis in Dermal Papilla from Male Androgenetic Alopecia After Treatment with Low Level Laser Therapy”

          โดย รศ.(พิเศษ)พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และตัวแทนของแพทย์จากประเทศไทย เข้าร่วมส่งผลงานวิจัยในงานISHRS Poster Awards 2017 (International Society of Hair Restoration Surgery(ISHRS) หรือสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ ซึ่งเป็นสมาคมด้านการแพทย์ระหว่างประเทศแห่งแรกในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและการศึกษาสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการผ่าตัดฟื้นฟูเส้นผม

          โดยจะมีการจัดงานประชุมทางวิชาการขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการปลูกผมให้เกิดประโยชน์กับคนไข้สูงสุด) ซึ่งในปีนี้แพทย์ไทยสามารถคว้ารางวัลที่1ในประเภทงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรูปแบบของโปสเตอร์ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกในเอเชีย ในการยืนยันประสิทธิภาพของกระบวนการยิงด้วยเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ เพื่อขจัดปัญหาโรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม

          รศ.(พิเศษ) พญ.รัชต์ธร  ปัญจประทีป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยเปิดเผยกับ”คมชัดลึกออนไลน์”ว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาวิธีในการรักษาโรคผมบางศีรษะล้านที่เกิดจากพันธุกรรม(Androgenetic alopecia, AGA)ซึ่งปกติแพทย์จะใช้2วิธีในการรักษา คือ การให้ยากิน หรือยาทา แต่วิธีใหม่ล่าสุดที่ได้นำเข้ามาใช้คือLow Level Laser Therapy(LLLT) หรือการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำในการกระตุ้นให้หนังศีรษะสร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีการเริ่มใช้มานานแล้ว แต่ในต่างประเทศเพิ่งจะได้ตีพิมพ์งานวิจัยถึงประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างเส้นผมออกมาในปี2017นี้เอง

         ” แต่สำหรับประเทศไทย และแถบเอเชียเองยังไม่มีงานวิจัยออกมา ซึ่งด้วยสีผมของคนเอเชียที่ต่างออกไปจากงานวิจัยตัวดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้ชายไทยที่เป็นโรคผมบางศีรษะล้าน ที่เกิดจากพันธุกรรมมาเพื่อศึกษาว่าการให้เลเซอร์ความเข้มข้นต่ำนั้นมีผลต่อส่วนใดของผมในระดับโมเลกุล โดยการตัดรากผมไปตรวจก่อนเริ่มการรักษา”รศ.(พิเศษ)พญ.รัชต์ธร ระบุ

          รศ.(พิเศษ)พญ.รัชต์ธร  แจกแจงขั้นตอนต่อไปว่า หลังจากนั้นก็จะให้คนไข้เริ่มทำการรักษาและตัดชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจสอบว่ามีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำในการกระตุ้นให้หนังศีรษะสร้างเส้นผมนั้นให้ผลดีที่24สัปดาห์ โดยความสำเร็จครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของการศึกษาในประเทศไทย

          “งานวิจัยชิ้นนี้สามารถยืนยันประสิทธิภาพในการรักษาด้วยเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำแล้ว ยังมีงานวิจัยต่อยอดนำเอาเซลล์เส้นผมมาเพาะเลี้ยงต่อ เพื่อศึกษาว่าแสงดังกล่าวมีผลต่อเซลล์ที่เพาะเลี้ยงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการทดลองลึกลงไปถึงระดับโมเลกุลต่อไป” รศ.(พิเศษ) พญ.รัชต์ธร ระบุ

“จุฬาฯ” ครองอันดับ 1 “มหาวิทยาลัยไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315707

“จุฬาฯ” ครองอันดับ 1 “มหาวิทยาลัยไทย”

จุฬาฯ,อันดับ1,มหาวิทยาลัยไทย,มหาวิทยาลัยโลก,มหาวิทยาลัยมหิดล,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,QS World University Rankings,สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ MIT,มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด,มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี นันยาง NTU,หาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ NUS,Tsinghua University,สองมหาวิทยาลัยหลักในประเทศสิงค

“จุฬาฯ” ครองอันดับ 1 “มหาวิทยาลัยไทย” และอันดับ 50 ของเอเชีย ขณะที่มหาวิทยาลัยอันดับ1-3 ของโลกมาจากอเมริกา ระบุ “MIT” อันดับ1 สแตนฟอร์ด และฮาร์วาร์ด อันดับ 2-3

               7 มีนาคม 2561- ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2018 ของ QS World University Rankings ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ได้จัดให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย ในการพิจารณาระดับโลก โดยอยู่ในอันดับนี้เป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่องกันมาแล้ว (ปี ค.ศ. 2014 – 2018) และอยู่ในอันดับที่ 245 ของโลก ซึ่งขยับอันดับดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่อันดับที่ 252

สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับในระดับโลกมีดังนี้มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 334 ของโลก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 551-600 ของโลกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 601 – 605 ของโลก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 751-800ของโลก และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อยู่ในอันดับที่ 801-1,000 ของโลก ตามลำดับ

 

"จุฬาฯ" ครองอันดับ 1 "มหาวิทยาลัยไทย"

ขณะเดียวกัน ในการจัดอันดับสำหรับระดับภูมิภาค (QS World University Rankings by Region 2018) ได้จัดให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน (ปี ค.ศ. 2017 – 2018) และอยู่ในอันดับที่ 50 ของเอเชีย

โดยมหาวิทยาลัย ชั้นนำอื่นๆของไทยที่ได้รับการจัดอันดับมีดังนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 58 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 97 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 112ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 149 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 171 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับที่ 178 ของเอเชีย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับที่ 188 ของเอเชีย ตามลำดับ

 

 

"จุฬาฯ" ครองอันดับ 1 "มหาวิทยาลัยไทย"

เกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS ประเมินจากการสำรวจความคิดเห็น (Global Survey) 50% ความมีชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic reputation)40% จำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์(Student per faculty) 20% การอ้างอิงผลงานของคณาจารย์ (Citations per faculty) 20% และชื่อเสียงของผู้จ้างงาน (Employer reputation) 10% ในระดับโลก

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้นๆ ที่ประเมินโดย  QS ได้แก่อันดับ 1 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) อันดับ 2มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และอันดับ 3 มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมด

 

 

"จุฬาฯ" ครองอันดับ 1 "มหาวิทยาลัยไทย"

สำหรับมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 1 และอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นสองมหาวิทยาลัยหลักในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี นันยาง (NTU) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ซึ่งติดอันดับ 11 และ 15 ของโลก ตามลำดับ ส่วนมหาวิทยาลัยอันดับที่ 3 ของเอเชีย ได้แก่Tsinghua University  จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งติดอันดับที่ 25 ของโลก

ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแยกตามสาขาวิชา จากการประเมินของ QS World University Rankings by Subject 2018 ปรากฏว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดอันดับ 150 ของโลก จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (Engineering & Technology) และสังคมศาสตร์และการบริหารจัดการ (Social Sciences & Management)

นอกจากนี้จุฬาฯยัง ติดอันดับ 200 ของโลก ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Arts & Humanities) ติดอันดับ 250 ของโลก ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์ (Life Sciences & Medicine) และติดอันดับ 300 ของโลก ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences)

 

 

"จุฬาฯ" ครองอันดับ 1 "มหาวิทยาลัยไทย"

ในภาพรวมของสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับดีขึ้น 3 สาขาวิชา ได้แก่สาขาวิชาสังคมศาสตร์และการบริหารจัดการ ติดอันดับที่ 139 ซึ่งดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่ได้อันดับ 159 สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี อันดับที่ 140 ซึ่งปีที่ผ่านมาได้อันดับที่ 147 และสาขาวิชาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ อันดับที่ 197 ขยับดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ได้อันดับที่ 210

ในขณะที่สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์ ตกจากอันดับที่ 203 มาอยู่อันดับที่ 215 และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ตกจากอันดับที่ 256 มาอยู่อันดับที่ 266

อินทรีปะการัง สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315673

อินทรีปะการัง สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ปูนอินทรี,บ้านปะการัง,ยงยุทธ สง่างาม,ปูนซีเมนต์นครหลวง,นิพนธ์ ทองอยู่,วินัย เสาวฤทธิ์,ชัยวัฒน์ สวัสดิภูมิ

ปูนอินทรี ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ส่งมอบบ้านปะการังสู่ธรรมชาติ ผ่านโครงการ “อินทรีปะการังสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน”

            เมื่อเร็ว ๆ นี้  ยงยุทธ สง่างาม (ที่ 3 จากซ้าย) Head of Corporate Reputation บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี และ เฉลิมพล กิติศักดิ์ไชยกุล (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท นครหลวงคอนกรีต จำกัด จัดกิจกรรมส่งมอบบ้านปะการัง โครงการอินทรีปะการังสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งกิจกรรมในการช่วยฟื้นฟูดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล

 

อินทรีปะการัง สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

โดยนำคอนกรีตผสมเสร็จที่เหลือคืนจากลูกค้ามาทำเป็นบ้านปะการังเทียม เพื่อทำเป็นแหล่งฟื้นฟูปะการังธรรมชาติให้มีมากขึ้น และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์ทะเล ส่งเสริมความเป็นอยู่ชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการประมงและการท่องเที่ยว

โดยได้รับเกียรติจาก นิพนธ์ ทองอยู่ (ที่ 4 จากขวา) รักษาการผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ วินัย เสาวฤทธิ์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับมอบบ้านปะการังจำนวน 110 แท่ง โดยมี ชัยวัฒน์ สวัสดิภูมิ (ขวาสุด) ปลัดอาวุโสอำเภอแกลง ให้เกียรติร่วมงาน ณ ลานอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันก่อน

 

อินทรีปะการัง สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

บ้านปะการัง

 

อินทรีปะการัง สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

บ้านปะการัง