ชวนร่วมเดินทาง”บนเส้นทางวิศวกรรม” มก.26-28 ม.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310069

ชวนร่วมเดินทาง”บนเส้นทางวิศวกรรม” มก.26-28 ม.ค.นี้

วิศวกรรมศาสตร์ มก., นวัตกรรมเพื่อการเกษตร

วิศวะมก.ชวนร่วมงานโชว์นวัตกรรมด้านการเกษตร “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEERING 2018” 26-28 มกราคม 2561 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก.

          คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จัดงานยิ่งใหญ่โชว์นวัตกรรมด้านการเกษตร “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEERING 2018” ภายใต้แนวคิด “เพื่อวันนี้และวันหน้า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”  ระดมผลงานสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่เกิดจากผสมผสานเทคโนโลยี และการเกษตรเข้าด้วยกันจนได้นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ และใช้งานได้จริง 39 ผลงาน พร้อมสาธิตการใช้งานจากเจ้าของผลงาน

รศ.ดร.พีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มก.กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า งานบนเส้นทางวิศวกรรม ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 11 โดยปีนี้เป็นวาระพิเศษที่ครบรอบ 80 ปี ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรามีความตั้งใจที่อยากเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัย และสิ่งประดิษฐ์ ตลอดจนนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในเชิงการเกษตร สามารถใช้ได้จริงและไม่ซับซ้อน เพื่อการพัฒนาชีวิตได้อย่างยั่งยืนออกสู่สาธารณชน เราจึงใช้คอนเซ็ปต์ “AGRINNOVATION ENGINEERING 2018”

ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้

ทั้งนี้ เลือกจัดช่วงงานเกษตรแฟร์ โดยเน้นผลงานที่สอดคล้องกับทางด้านเกษตรกรรม ให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไปได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิศวกรรมในการช่วยต่อยอด และสร้างรายได้ ตลอดจนการช่วยพัฒนาประเทศที่กำลังเข้าสู่ยุค 4.0  ที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้แก่นิสิตได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่สามารถต่อยอดเป็นผลงานที่มีประโยชน์ในอนาคตได้ และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่มีความพร้อมที่จะนำวิศวกรรมไปใช้ในงานเกษตรในอนาคตอีกด้วย”

รศ.ณัฐวุฒิ ขวัญแก้ว รองคณบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวว่า “ผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานจากอาจารย์ที่ลงมือทำร่วมกับเกษตรกร โดยมุ่งเน้น นวัตกรรมเกี่ยวกับการเกษตร  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย และจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืนนอกจากผลงานเกี่ยวกับด้านการเกษตรแล้ว ยังมีนวัตกรรมเพื่อการใช้งานในอนาคต เช่น หุ่นยนต์ เพื่อการเรียนการสอนที่ไม่ใช่เป็นเพียงผลงานเพื่อการเรียนรู้เท่านั้นแต่ยังเป็นผลงานที่สามารถสร้างประโยชน์ สร้างคุณค่า และเป็นความภาคภูมิใจของวิศวกรในการประดิษฐ์คิดค้นให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ และสอดรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน สำหรับงานนี้คาดว่าจะมีผู้ประกอบการ เกษตรกร ตลอดจนบุคคลทั่วไป เข้าชมงานกว่า 10,000 คน เพื่อพบกับนวัตกรรมและงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของด้านการเกษตร และนวัตกรรมแห่งอนาคต”

ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้
สำหรับสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่นับเป็นไฮไลต์ในงาน “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEERING 2018 ได้แก่ เครื่องอบปลาและเนื้อสัตว์แดดเดียวโดยไม่ง้อแสงอาทิตย์ เป็นเครื่องอบที่ออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนด้วยไฟฟ้า แก้ปัญหาพลังงานความร้อนจากธรรมชาติ
ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เคลื่อนย้ายได้สะดวกและสามารถต่อยอดเป็นสินค้า OTOP เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ในชุมชน รวมทั้งผลงานฝูงบินอากาศยานไร้คนขับ สำหรับภารกิจฝนหลวง และการบินเกษตร  ซึ่งจะช่วยเกษตรกรในด้านพยากรณ์อากาศและการทำฝนหลวง ติดตามความสมบูรณ์ของพืช ตลอดจนให้ปุ๋ยแก่พืช และเครื่องตรวจสอบและคัดแยกไข่ที่มีโอกาสฟักอัตโนมัติ เครื่องที่จะช่วยระบุไข่ใบที่เสีย และคัดออกก่อนที่จะนำเข้า  ตู้ฟักไข่
ต่อไป

ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้ชวนร่วมเดินทาง"บนเส้นทางวิศวกรรม" มก.26-28 ม.ค.นี้

นอกจากนี้ยังมีผลงานการพัฒนาหุ่นยนต์ นวัตกรรมเพื่ออนาคต เช่น ซีซาร์บอท หุ่นยนต์เพื่อพัฒนาการคิดแบบมีตรรกะ ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาขึ้นไป Fento หุ่นยนต์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก
สื่อในการเรียนรู้เชิงตรรกะและเชิงคำนวณสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป โดยใช้หุ่นยนต์เพื่อฝึกฝนเด็กในการเขียนโปรแกรมเชิงรูปธรรม (Tangible Programming) โดยใช้หลักหุ่นยนต์เห็นได้ด้วยกล้อง (Machine Vision) ในการอ่านสัญลักษณ์เพื่อควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์

ผู้สนใจเข้าชมงาน “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEERING 2018” สามารถเข้าชมงานได้ ระหว่างวันที่ 26 – 28 มกราคม 2561 เวลา 09.30 – 17.30 น. ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน  นอกจากจะได้พบกับนวัตกรรมเพื่องานด้านการเกษตรแล้ว ยังได้พบกับนวัตกรรม
เพื่ออนาคตอีกหลายผลงาน สามารถติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/vidsavaku หรือ Facebook เปิดบ้าน
วิศวะ มก. หรือ โทร 0 2797 0952 

ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310085

ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9

ต้นตะโกดัด, ศธ.

มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบต้นตะโกดัด 2 ต้น แก่ศธ.จากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9

        ช่วงเช้าที่ผ่านมา (20 มกราคม 2561) มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบต้นตะโกดัด 2 ต้น ซึ่งนำมาจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อมอบให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ในการตกแต่งภูมิทัศน์ ตามโครงการบูรณะ ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคารราชวัลลภ (วังจันทรเกษม)

โดยในวันอังคารที่ 30 มกราคมนี้ คณะกรรมการโครงการบูรณะวังจันทรเกษมจะเรียนเชิญ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานพิธีปลูก ณ บริเวณด้านหน้าอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9ชมต้นตะโกดัดจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9


ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้ @มิวเซียมสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310079

ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้ @มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยาม

  มิวเซียมสยาม ชวนผู้สนใจร่วม กิจกรรม “มิวเซียม อินโฟกัส” ประจำเดือน มกราคม

          มิวเซียมสยาม ชวนผู้สนใจร่วม กิจกรรม “มิวเซียม อินโฟกัส” ตลอดเดือนนี้ การเสวนา “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบบแผนพระราชพิธี ตลอดจนคติความเชื่อทางศาสนาที่มีอิทธิพลกับการประกอบพระราชพิธี การเสวนา “วิวัฒนาการพระปรางค์ในศิลปะไทย” วิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทย ที่ได้รับอิทธิพลจากคติความเชื่อทางศาสนา  การเสวนา “พระเมรุมาศพิมานนฤมิต : นิทรรศการสัมผัสพระสุเมรุ” เรียนรู้แนวคิดการออกแบบนิทรรศการพระเมรุมาศที่เน้นการสัมผัสวัตถุเพื่อผู้พิการทางสายตา และการเสวนา “นิทรรศการ ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย : พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” เรียนรู้แนวคิดในการออกแบบเรื่องราวจากงานพระเมรุมาศเพื่อความเข้าใจศาสตร์แห่งสถาปัตยกรรมไทย

ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้  @มิวเซียมสยาม

ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้  @มิวเซียมสยาม

ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้  @มิวเซียมสยาม

ไม่รู้จะไปไหน มาที่นี้  @มิวเซียมสยาม

กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2561 เวลา 13.30 – 18.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมได้สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://goo.gl/3iAEGx สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 431 หรือดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/museumsiamfan

กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310074

กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

สาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า, สจล., เปิดโควตารับตรง

สจล.เปิดโควตารับตรงนักเรียนโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KM IDS) นำร่อง 4 คณะ รวมกว่า 100 ที่นั่ง เริ่มปีการศึกษา 2561

            ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2561 สจล. มีนโยบายให้โควตารับตรง แก่นักเรียนโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การบริหารจัดการของสถาบันฯ ที่มุ่งเป็นแล็บวิจัยและสร้างนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างนักเรียนที่มีคุณภาพและมีคุณสมบัติเหมาะสม เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและจบออกไปเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ

โดยนำร่องเปิดโควตา 4 คณะ รวมกว่า 105 ที่นั่ง แบ่งเป็น 1. คณะวิศวกรรมศาสตร์  จำนวน 40 ที่นั่ง 2. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 15 ที่นั่ง  3. คณะวิทยาศาสตร์ 10 ที่นั่ง และ 4. วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ 40 ที่นั่ง แบ่งเป็นหลักสูตรวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ 30 ที่นั่ง และหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ 10 ที่นั่ง และเมื่อนักเรียนกลุ่มนี้เข้าศึกษาต่อในสถาบันฯ จะมีการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการศึกษาและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสม สำหรับสร้างนักเรียนที่มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ต่อไป โดยโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป และในอนาคตยังจะมีคณะอื่นๆ เข้าร่วมในโครงการนี้เพิ่มเติมอีกด้วย

 กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

 กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

ทั้งนี้ นอกจากโควตาสำหรับนักเรียนโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้าแล้ว ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาของ สจล. ยังได้เปิดโควตาสำหรับนักศึกษาทั่วไปที่มีคุณสมบัติและความสามารถพิเศษ แบ่งตามประเภทโควตา อาทิ โควตาช้างเผือก โควตามูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา (สอวน.) โควตาผู้มีความสามารถดีเด่นทางกีฬา โควตาสถานศึกษาที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือจังหวัดในภาคตะวันออก และโควตาความร่วมมือระหว่าง สจล. กับโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น โดยนักเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด สามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ตามกำหนดการ ผ่านระบบรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ www.reg.kmitl.ac.th

 กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า กว่า100ที่นั่ง อย่าพลาดสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์  02-329-8111หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th

นิทรรศการอาชีพในฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310063

นิทรรศการอาชีพในฝัน

มฟล., ธุรกิจการบิน

สำนักวิชาการจัดการ มฟล.จัดกิจกรรม Open House เปิดนิทรรศการอาชีพในฝัน ฉลองครบรอบ 10 ปี สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน (Aviation)

         มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดกิจกรรม Open House ฉลองครบรอบ 10 ปี สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน (Aviation) เปิดนิทรรศการเกี่ยวกับอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะเป็น สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน จัดแสดงส่วนประกอบจำลองภายในเครื่องบิน และโปรแกรมจำลองการบังคับเครื่องบิน ให้ผู้สนใจได้ทดสองบังคับเครื่องบินลงจอด, สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมากนั่นคือการขนส่ง, สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมการบริการ เปิดห้อง Mock up ห้องโดยสารเครื่องบินจำลองให้น้องๆ ได้ทดลองใช้บริการ และสอบถามเรื่องราวที่สนใจเกี่ยวกับอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันอย่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

นิทรรศการอาชีพในฝันนิทรรศการอาชีพในฝัน

3 สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน เปิดบ้านให้น้องๆ ในระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนใกล้เคียงเข้าเยี่ยมชม โดยมี รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมฟล.ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย นับเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ทำให้หลายคนได้รู้จักและเห็นศักยภาพของสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินและสาขาที่เกี่ยวข้องของ มฟล. ที่เติบโตและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน สร้างบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานมาตลอด 10 ปีเต็ม

นิทรรศการอาชีพในฝัน

นิทรรศการอาชีพในฝันนิทรรศการอาชีพในฝันนิทรรศการอาชีพในฝันนิทรรศการอาชีพในฝันนิทรรศการอาชีพในฝัน


ENGLISH FOR ALL กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309974

ENGLISH FOR ALL กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ

ร.ร.สพฐ., อังกฤษ, English For All

“หมอธี”มอบสพฐ.ขยายผลโครงการ English For All นำร่องในโรงเรียนเล็ก-ขาดครูตำบลละ 1 แห่งรวม 7,000 โรงปีการศึกษา 61 หลังพบร.ร.สะพาน3 พิษณุโลก นำมาใช้ได้ผลดี

         เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังติดตามการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสะพานที่ 3 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงเรียนเเรกที่ได้เข้าร่วมโครงการ English For All ว่า เตรียมนำโครงการ English For All ไปใช้กับโรงเรียนของรัฐบาล หลังพบว่ามีรูปแบบการสอนที่น่าสนใจ กระตุ้นให้เด็กได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษ โดยมีรูปแบบการสอนที่ดี ให้เด็กได้เรียนภาษาอังกฤษวันละ 2 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์ เเละเริ่มสอนตั้งเเต่ระดับชั้นอนุบาล 1  โดยสรรหาครูชาวฟิลิบปินส์หรือครูไทยที่มีทักษาะภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยมมาสอน เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษของนักเรียน ให้มีโอกาสเรียนจากเจ้าของภาษา

English For All กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ

” เดิมทีโรงเรียนเเห่งนี้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำ นักเรียนสอบได้คะเเนนโอเน็ตวิชาภาษาอังกฤษต่ำกว่ามาตรฐาน เเต่เมื่อเข้าร่วมโครงการเมื่อปี 2557 พบว่าปี 2558 นักเรียนสอบได้คะเเนนโอเน็ตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนขนาดกลางในจังหวัดพิษณุโลก เเละตลอดการดำเนินการต่อเนื่อง 4 ปีพบเด็กมีทักษะภาษาอังกฤษ กล้าพูดกล้าเเสดงกับชาวต่างชาติ ที่สำคัญต้องทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า “ต้องมีครู” เพราะการเรียนกับเทคโนโลยีอย่างเดียวจะทำให้เด็กเบื่อ “นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

English For All กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นได้หารือร่วมกับเลขาธิการ กพฐ.เเล้ว จะนำรูปแบบการสอนไปใช้ ซึ่งน่าจะดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2561 โดยเริ่มกับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความยากจนเเละขาดเเคลนครูก่อน ตำบลละ 1 โรงเรียน หรือกว่า 7,000 โรงเรียน ส่วนครูผู้สอนส่วนหนึ่งจะเป็นครูไทยที่มีความรู้ ความสามารถ และมีครูจากต่างประเทศ ซึ่งเร็วๆนี้จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์เพื่อหารือเเละทำความร่วมมือในการจัดหาครูที่มีคุณภาพเพื่อส่งมาสอนแต่จำนวนเท่าใดนั้นต้องหารือกันก่อน สำหรับงบประมาณ ในภาคการเรียนที่ 1จะของกลางปีของสพฐ. ส่วนในภาคเรียนที่2จะจัดสรรงบของการปีการศึกษา 2562 โดยคาดว่ารายละเอียดในหลักการจะชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า

English For All กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ

สำหรับโครงการ English For All เป็นโครงการขององค์กรเอกชนที่ไม่เเสวงหากำไร ที่จะคัดเลือกโรงเรียนที่ขาดเเคลนครูเเละมีนักเรียนยากจนในชนบท เพื่อส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ ปฏิรูปให้เด็กไทยรุ่นใหม่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ ภายใต้โครงการเรียนฟรี ที่จะนำเงินบริจาคมาอุดหนุนเด็ก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสที่ดีแก่เด็กไทยทั้งหมด เเละเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต โดยนำรูปแบบการสอนภาษาที่สองของสิงคโปร์ และมาประยุกต์การสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กไทย เเละได้เลือกโรงเรียนแห่งนี้เพื่อนำร่องเพราะมีเด็กด้อยโอกาสจำนวนมาก

English For All กระตุ้นเด็กเก่งอังกฤษ


“ไม่ได้บอกว่าใครทำไม่ดี”เพียงปกป้องสิทธินิสิตนศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309972

“ไม่ได้บอกว่าใครทำไม่ดี”เพียงปกป้องสิทธินิสิตนศ.

หลักสูตรมหาวิทยาลัยไม่ผ่านการรับรอง, กกอ., สกอ.

“หมออุดม” ยันสกอ.ทำตามมติกกอ.เป็นไปตามกฎหมาย ฝากมหาวิทยาลัยทบทวนหลักสูตร ไม่มีผู้เรียนหรือมีเพียง 5- 10 คนให้ปิดได้ ม.อ.แจงทุกหลักสูตรแก้ไขแล้ว มีคุณภาพ

         ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดเผยข้อมูลรายชื่อหลักสูตรของมหาวิทยาลัยทั้งระดับปริญญาตรี โทและเอก ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) 182 หลักสูตร  40 สถาบันอุดมศึกษา ส่งผลให้ทั้งทางมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึง ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ก็ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

           ศ.นพ.อุดม  คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าการที่สกอ.ออกมาเปิดเผยข้อมูลรายชื่อหลักสูตรของมหาวิทยาลัยนั้นเป็นไปตามหลักสากล และกฎหมาย พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540  ซึ่งบังคับใช้มานานแต่หน่วยงานราชการส่วนใหญ่ไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายชัดเจนให้เปิดเผยข้อมูลหลักสูตรต่อสาธารณะ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้รู้ข้อมูล เพื่อเป็นการตรวจสอบและติดตามการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเบื้องต้นด้วย

    “มหาวิทยาลัยต้องมีอิสระในการบริหารงาน และการเปิดหลักสูตร แต่กกอ มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐาน โดยใช้การประกันคุณภาพภายใน  และแนวทางการทำงานของกกอ. ที่กำหนดไว้ คือ มหาวิทยาลัยต้องรายงานการจัดการศึกษาในแต่ละหลักสูตรให้กกอ. รับทราบทุกปี และกกอ.ต้องแจ้งผลการประเมินหลักสูตรให้สาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งที่ผ่านมา กกอ.ไม่เคยทำ ฉะนั้น การเปิดเผยข้อมูล ครั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าใครทำไม่ดี แต่เป็นการประกันมาตรฐานหลักสูตร และเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ เพราะต้องปกป้องสิทธินิสิต นักศึกษา หากปล่อยให้มีปัญหาจนเรียนจบจะเกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา กกอ.เองก็จะถูกมองว่าไม่ทำหน้าที่  และถ้าหลักสูตรไม่มีคุณภาพไม่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกมาได้ เมื่อไม่มีคุณภาพจบออกมาก็ตกงาน ประเทศสูญเสียโอกาส”ศ.นพ.อุดมกล่าว

สำหรับกรณีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับสกอ. นั้น ศ.นพ.อุดมกล่าวต่อไปว่า สกอ. ทำตามมติกกอ. และเป็นการดำเนินการในเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยควรถือเป็นโอกาสในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ  ทุกมหาวิทยาลัยต้องสร้างความเข้มแข็งในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การใช้งบประมาณของแต่ละหน่วยงานจะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องทบทวนหลักสูตร ถ้าหลักสูตรใดไม่มีผู้เรียน หรือมีเพียง 5 -10คน ให้ปิดได้ โดยหลังจากนี้ คงต้องหารือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอบเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

ขณะที่ ดร.ภัทร อัยรักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับคุณภาพของทุกหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเดิมหลังการประเมิน ในระหว่างช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา  ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงหลักสูตรเหล่านี้แล้ว โดย หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม และหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาภาวะผู้นำและนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นหลักสูตรที่ผ่านการประเมินแล้ว ส่วนหลักสูตรอื่นๆ ได้มีการปรับปรุงแก้ไข และขอปิดหลักสูตรไปแล้ว ซึ่งทุกหลักสูตรไม่มีผลกระทบต่อนักศึกษาและคุณภาพของบัณฑิต เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินการให้มีการศึกษาต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษา

      “ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงคุณภาพทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 50 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย จนได้รับการยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศและเอเชีย ติดอันดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง และมีหลักสูตรคุณภาพสูงกว่า 300 หลักสูตร ที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขต ที่สนองตอบต่อการพัฒนาประเทศ และมหาวิทยาลัยขอขอบพระคุณสำหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อนำสู่การปรับปรุงคุณภาพให้สูง ๆ ยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต”ดร.ภัทร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน

สกอ.ขึ้นเวบ182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานแจ้งยุติรับนศ.

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ม.รามอันดับ1หลักสูตรไม่มาตรฐานแจงบ่าย2วันนี้

ลั่น!!เด็กต้องได้รู้หลักสูตรที่เรียนผ่านมาตรฐาน(มีคลิป)

(คลิป)จ่อฟ้องสกอ.ม.รามยันหลักสูตรมีมาตรฐานและคุณภาพ

สกอ.ตั้งโต๊ะแจงหลักสูตรที่เปิดเผย 18 ม.ค.นี้

“สุภัทร”ยืดอกแมนๆ ฟ้องผมอย่าฟ้องลูกน้อง

“สุภัทร” เชื่อมั่นมติกกอ.เป็นสิ่งที่ควรทำและถูกต้อง

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309956

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

อาลูเอสไออาร์เอ็นเอ, นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

นักวิจัย สกว. แพทย์จุฬาฯ สานฝันคนไม่อยากแก่ คิดค้นยาลดความชรา “อาลูเอสไออาร์เอ็นเอ” ที่ทำให้เซลล์ทนต่อสารทำลายดีเอ็นเอ

     ศาสตราจารย์ ดร. น.พ.อภิวัฒน์ มุทิรางการ ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในอนาคตวิทยาศาสตร์อาจจะทำให้ฝันของทุกคนเป็นจริง เมื่อคณะวิจัยของตนโดย ดร.มธุรดา เพชรสังข์ นิสิตผู้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ของ สกว. ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ หลังจากทำการวิจัยเรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพดีเอ็นเอโดยใช้อาลูเอสไออาร์เอ็นเอเติมหมู่เมททิล” และได้ข้อค้นพบในการคิดค้นสารที่สามารถลดรอยโรคที่ดีเอ็นเอของเซลล์มนุษย์ที่เลี้ยงในหลอดทดลอง ทำให้ดีเอ็นเอมีความสเถียร เซลล์ทนต่อสารทำลายดีเอ็นเอ และลดความชราของเซลล์ลง เรียกว่าทำให้ดีเอ็นเอมีสุขภาพดี (Healthy DNA)

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

ศาสตราจารย์ ดร. น.พ.อภิวัฒน์ มุทิรางการ

ยาตัวนี้ชื่อ “อาลูเอสไออาร์เอ็นเอ” (Alu-siRNA) สร้างขึ้นโดยเทคโนโลยีทางชีวเคมีและวิศวพันธุกรรม ซึ่งในร่างกายของเรามีกลไกเพิ่มความเสถียรของสารพันธุกรรมโดยการตกแต่งเติมหมู่เมททิลหรือคาร์บอนหนึ่งตัวที่ดีเอนเอ ซึ่งใช้วิธีการศึกษาด้วยชีววิทยาคอมพิวเตอร์ ทำให้คณะวิจัยทราบถึงกลไกการตกแต่งหมู่เมททิลที่ดีเอนเอด้วยอาร์เอ็นเอสายสั้น ๆ ซึ่งอาร์เอ็นเอก็คือสารที่ถ่ายสำเนาจากดีเอ็นเอ

สำหรับกลไกที่ “อาลูเอสไออาร์เอ็นเอ” จะลดรอยโรคของดีเอ็นเอนั้นทำได้โดยการที่ “อาลูเอสไออาร์เอ็นเอ” จะไปเติมหมู่เมททิลที่อาลู เอเลเมนท์ (Alu elements) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอสายซ้ำที่พบได้ถึงล้านชุดในจีโนมของมนุษย์ คณะวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร. น.พ. อภิวัฒน์ จึงสนใจศึกษากลไกการแก่ของมนุษย์จากการลดลงของหมู่เมททิลในจีโนมที่ทำให้ดีเอ็นเอสูญเสียความสเถียร โดยพบว่าหมู่เมททิลของดีเอ็นเอสายซ้ำชื่อ “อาลู เอเลเมนท์” ลดลงในคนชรา รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูง และผู้หญิงที่มีกระดูกบางและผุ

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

นอกจากนี้คณะวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร. น.พ. อภิวัฒน์ ยังได้ศึกษาถึงกลไกที่หมู่เมททิลของอาลู เอเลเมนท์ลดลง แล้วทำให้ดีเอ็นเอมีรอยโรคมาก โดยได้ค้นพบข้อต่อดีเอ็นเอ (replication independent endogenous DNA double strand breaks, RIND-EDSBs) และพบว่าข้อต่อนี้จะอยู่ในดีเอ็นเอที่มีหมู่เมททิล และมีหน้าที่ลดความเครียดของดีเอ็นเอ

ซึ่งคล้ายกับรอยต่อของรางรถไฟที่มีเพื่อป้องกันไม่ให้รางบิดเมื่อมีอากาศร้อนจัด ล่าสุดคณะวิจัยกำลังสร้างโปรตีนที่มีหน้าที่รักษาข้อต่อดีเอ็นเอ โดยการศึกษาเบื้องต้นพบว่าโปรตีนที่มีหน้าที่รักษาข้อต่อดีเอ็นเอนี้สามารถเพิ่มความเสถียรให้สารพันธุกรรมและลดความชราให้แก่เซลล์เช่นเดียวกัน

เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ในมนุษย์ ขณะนี้คณะวิจัยกำลังร่วมมือกับ ศ. ดร. นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร และ ศ. ดร. ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อทดลองใช้ยาอายุวัฒนะดังกล่าวในหนูทดลอง ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะสามารถใช้ยาตัวนี้ในการแก้ไขความชราของเซลล์ รวมถึงป้องกันความพิการและโรคที่เกิดจากความชราได้

นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่ นักวิจัยสกว.แพทย์จุฬาฯสานฝันคนไม่อยากแก่

“สังคมโลกกำลังก้าวสู่สังคมคนชรา นั่นหมายความว่าจะมีผู้คนมากมายป่วยด้วยความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ จากความชรา ทั้งแผลปิดช้า หลอดเลือดหัวใจแข็งและอุคตัน กระดูกบางและผุ และการสูญเสียความสมรรถภาพทางร่างกาย และสติปัญญา หากสามารถป้องกันหรือแก้ไขความเสื่อมของสารพันธุกรรมได้อาจจะเป็นแนวทางสำคัญในการทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมอยู่ได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญการศึกษานี้ยังเป็นตัวอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่าการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานมีความสำคัญต่อการเกิดนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะเห็นได้ว่าคณะวิจัยของตนได้ใช้เวลาศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานมานานกว่า 10 ปี จึงจะสามารถสร้างต้นแบบยาอายุวัฒนะที่ทำให้เซลล์มีดีเอ็นเอเสถียรตัวแรกของโลกได้” ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. กล่าว

ใครๆ ก็สร้าง “แบรนด์” ของตัวเองได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309932

ใครๆ ก็สร้าง “แบรนด์” ของตัวเองได้

มก., สร้างแบรนด์, แบรนด์

ภาควิชาการตลาดคณะบริหารธุรกิจ มก.เปิดหลักสูตรแบรนด์ผู้นำ BrandKU EXT ตั้งรับการสร้างแบรนด์ยุคดิจิตอลด้วยตนเอง ก็สามารถประสบความสำเร็จได้

        ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิตอล เป็นโจทย์ใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทยทุกคน เป็นที่มาให้ผู้ประกอบการในปัจจุบันหันมาสนใจแบรนด์มากขึ้น และต้องการกลยุทธ์เพื่อเข้ามาเสริมศักยภาพและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวสินค้าและองค์กร แบรนด์หรือตราสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญโดยเฉพาะใน 10 ปีหลังมานี้ ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้า โดยดูจากแบรนด์ ทำให้การทำธุรกิจในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างแบรนด์มากขึ้น

ดร.ศิริรัตน์ โกศการิกา ผู้อำนวยการหลักสูตรแบรนด์ผู้นำBrandKU EXT ภาควิชาการตลาดคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)กล่าวว่า ปัจจุบันแบรนด์เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นจึงทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาสนใจการสร้างแบรนด์เพื่อ ให้เข้าถึงผู้บริโภค หลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการในประเทศไทยส่วนใหญ่สร้างแบรนด์จากการทำโลโก้สินค้า โดยผ่านบริษัทเอเจนซี่ต่างๆในการออกแบบให้สวยงาม เพื่อสร้างแรงดึงดูด แต่ทั้งนี้แบรนด์ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดแต่คือนโยบาย ทุกๆ สิ่งที่เป็นทั้งหมดของสินค้าหรือองค์กรนั้นๆ

   “ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มก.จึงได้จัดทำหลักสูตรแบรนด์ผู้นำBrandKU EXT ที่ให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ แบรนด์ และ ชื่อเสียงของแบรนด์ ที่ครบถ้วนมากที่สุด เป็นหลักสูตรที่มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ ผู้นำองค์กรภาคส่วนต่างๆได้ตระหนักว่าการสร้างแบรนด์สามารถสร้างได้โดยตนเองได้ไม่จำเป็นต้องจ้างเอเจนซี่ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยในหลักสูตรจะเป็นการเรียนการสอนที่เน้นเน้นกิจกรรมการปฏิบัติทำงานจริง โดยความสำคัญของหลักสูตรจะพูดถึงCorporate Brand/product Brand และCEO Brand หรือ personal Brand โดยทั้งสามตัวนี้ต้องลิงค์กันไปในทิศทางเดียว มีกิจกรรมการค้นหาตนเอง การจัดอีเวนท์เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์ผ่านกิจกรรมต่างๆ การพัฒนาภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการให้เป็นทิศทางเดียวกับแบรนด์ตนเอง ” ดร.ศิริรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวจะมีทฤษฎีที่เรียกว่าBranding 6.0 S to survive in 2018 โดยทั้ง 6s ประกอบไปด้วย 1.การหาStrong point หรือการหาBrand DNA จุดแข็งแบรนด์ 2.Sincerity คือแบรนด์ต้องมีความจริงใจ 3.Simple แบรนด์ต้องมีความเรียบง่าย ทั้งเรื่องบรรจุภัณฑ์, เว็บไซต์, buying journey 4.Supportive ต้องสนับสนุนทุกรูปแบบ 5.Speed ทุกอย่างในยุคนี้ต้องรวดเร็ว 6.Synergy คือการรวมพลังกันของ แบรนด์ในสายธุรกิจเดียวกันเพื่อให้เกิดการก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่า ทางหลักสูตรจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมโดยมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิตอล ด้วยความเชื่อมั่นว่าถ้าแบรนด์ทุกแบรนด์ในเมืองไทยโตGDPในประเทศจะโตขึ้น เนื่องจากเราจะไม่ขายสินค้าจากผลิตภัณฑ์อีกต่อไปแต่เราจะขายสินค้าจากความเชื่อมั่นแทน และที่สำคัญเป็นการผลักดันให้แบรนด์ไทยจะสามารถเติบโตไปสู่การเป็นแบรนด์สากลได้
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้เรียนหลักสูตรแบรนด์ผู้นำBrandKU EXT กล่าวว่าการได้เข้าเรียนหลักสูตรนี้ทำให้ได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาแบรนด์ของตนเองและองค์กร โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่เรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของแบรนด์และสามารถกลับไปพัฒนาแบรนด์ขององค์กรตนเองได้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้จากวิทยากรระดับโลกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา อาทิ Professor Mark Esposito ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็น 1 ใน 30 นักคิดผู้ทรงอิทธิพลของโลก จากการจัดอันดับของ Thinker 50 และอีกท่านหนึ่งคือ Dr.Terence Trace นักวิชาการจากประเทศอังกฤษ ซึ่งทั้งสองท่านได้ร่วมกันศึกษาถึง Global Trends ที่ส่งผลต่อธุรกิจ และพัฒนาเป็น DRIVE Framework ที่เปรียบเสมือนเครื่องช่วยนำทางเพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในกระแสของโลกอนาคต

Trend เทคโนโลยีที่ควรจับตามองในวันนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ซึ่งผู้ประกอบการต้องรู้ให้เท่าทัน และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องของนวัตกรรม เพราะแบรนด์สินค้าและบริหารทุกประเภทล้วนมีนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จแทบทั้งสิ้น วันนี้หากองค์กรใดไม่มีนวัตกรรม อาจต้องนับถอยหลังสู่จุดจบของตัวเอง ดังนั้นนวัตกรรมจึงเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรได้เกิดและเติบโตต่อไป
สำหรับผู้ประกอบการและตัวแทนองค์กรทุกภาคส่วนที่สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรแบรนด์ผู้นำBrandKU EXT ขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครรุ่นที่3 ระยะเวลา 4 เดือน เรียนทุกวันพฤหัส เวลา 13.00-18.00 ค่าธรรมเนียมการอบรม 228,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายเดินทางดูงานต่างจังหวัดและต่างประเทศ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยจะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 มกราคม 2561นี้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ http://www.brandKU.net หรือ 062-426-4145,090-143-6595

วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309793

วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ

คุณภาพชีวิต, หุ่นยนต์สำหรับเด็ก

วิศวะ มก. จัดงาน “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEEING 2018” โชว์สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการศึกษาของเด็ก

          ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “เพื่อวันนี้และวันหน้า สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีสิ่งประดิษฐ์มากมายแต่สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นไฮไลท์ของงานคือ Fento หุ่นยนต์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก และ ซีซาร์บอท หุ่นยนต์เพื่อพัฒนาการคิดแบบมีตรรกะ

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ           “สำหรับทั้งสองนวัตกรรมเป็นการทำเพื่อเป็นสื่อในการเรียนรู้เชิงตรรกะและเชิงคำนวณ โดยใช้หุ่นยนต์เพื่อฝึกฝนเด็กในการเขียนโปรแกรมเชิงรูปแบบ (Tangible Programming) โดยใช้หลักหุ่นยนต์เห็นได้ด้วยกล้อง (Machine Vision) ในการอ่านสัญลักษณ์เพื่อควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ ส่วนการเลือกและการกำหนดรูปแบบการจัดเรียงสัญลักษณ์ต่าง เกิดเป็นโปรแกรมเชิงรูปธรรมที่ใช้ควบคุมพฤติกรรมของหุ่นยนต์” รศ. ณัฐวุฒิ ขวัญแก้ว เจ้าของผลงานหุ่นยนต์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก กล่าว

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
รศ. ณัฐวุฒิ ขวัญแก้ว

รศ. ณัฐวุฒิ  เล่าให้ฟังถึงแนวคิดที่ผลิตผลงานชิ้นนี้ว่า เขาทำหุ่นยนต์ชิ้นนี้เพื่อเป้าประสงค์เดียวก็คือ ลูกชาย เพราะอยากให้ลูกมีทักษะในการจดจำตัวเลข ตัวอักษร ผ่านระบบการสั่งงานด้วยตัวของเขาเอง แต่เราจะใช้หุ่นยนต์ในการสอน

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ

เนื่องจากในปัจจุบันนวัตกรรมหุ่นยนต์ได้เข้ามามีบทบาทต่อการศึกษามากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากนัก ซึ่งเขาในฐานะอาจารย์ที่อยู่ในภาควิศวกรรม ก็อยากจะทำอะไรเพื่อลูกบ้าง จึงเกิดนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า “Fento” อีกทั้งชื่อหุ่นยนต์ตัวนี้มาจากชื่อลูกชายของเขานั่นเอง
“ผมทำผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้ลูกชายได้เรียนรู้ ได้ทดลองทำ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ช่วงอายุ 5-8 ปี เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยของการเรียนรู้ อยากที่จะทดลองต่างๆ ซึ่งผมได้ลองทดสอบกับลูกชายผลปรากฏว่าเขาชอบ เขาจะถามหาเครื่องเล่นหุ่นยนต์นี้ตลอดเวลา และหวังว่าในอนาคตหุ่นยนต์ตัวนี้จะนำไปใช้ตามโรงเรียนต่างๆ” รองศาสตราจารย์ ณัฐวุฒิ เล่า

สำหรับการใช้งาน Fento หุ่นยนต์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก เป็นการให้เด็กใช้สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนแถบป้ายที่ถูกเข้ารหัสแบบ AprilTog เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์ทำตามคำสั่ง เช่น เราเอาแผ่นป้ายคำว่า สวัสดี เอาไปสแกนกับตัวหุ่นยนต์ แล้วมันก็จะพูดคำว่า สวัสดี ออกมา จะเห็นได้ว่านวัตกรรมหุ่นยนต์นี้สามารถสอนเด็กที่เริ่มเข้าสู่วัยเรียนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากวัยนี้ชอบอยากรู้ อยากลองและสนใจเครื่องเล่นหรือนวัตกรรมใหม่ตลอดเวลา

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
ร.ศ ณัฐวุฒิ เล่าต่อว่า ส่วนหุ่นยนต์ ซีซาร์บ็อท CAESARBot เป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการเรียนรู้ทักษะการโปรแกรม แต่ตัวนี้ทำขึ้นเพื่อวัย 8 ปีขึ้นไป

เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ที่ซับซ้อนกว่า Fento โดยอาศัยหลักการโปรแกรมด้วยภาพ ใช้สัญลักษณ์ภาพแทนคำสั่งมาเรียงต่อกันในลักษณะเดียวกันกับตัวต่อหรือจิ๊กซอร์ การโปรแกรมด้วยภาพใช้ภาษา Blockly ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Google ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะของเด็กโดยเฉพาะ

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
นอกจากนี้ภายในงานยังมีสิ่งประดิษฐ์อีกมากมายถึง 39 ผลงาน อาทิเช่น เครื่องอบปลาและเนื้อสัตว์แดดเดียวโดยไม่ง้อแสงอาทิตย์  เป็นเครื่องอบที่ออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนด้วยไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาพลังงานความร้อนจากธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกและสามารถต่อยอดเป็นสินค้า OTOP เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชน

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
เครื่องตรวจสอบและคัดแยกไข่ที่มีโอกาสฟักอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเครื่องที่จะช่วยระบุไข่ใบที่เสียและคัดออกก่อนที่จะนำเข้าตู้ฟักไข่ต่อไป เพราะในปัจจุบันมีการฟักไข่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่ทุกฟองที่สามารถฟักออกเป็นตัวได้ จึงเกิดการคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา
ฝูงบินอากาศยานไร้คนขับ สำหรับภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นอากาศยานที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อติดตามความสมบูรณ์ของพืช สามารถสำรวจพื้นที่การเพาะปลูก ซึ่งมีความละเอียดของภาพถ่ายสูงกว่าการสำรวจด้วยภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตามพื้นที่เพาะปลูกได้ละเอียดมากกว่าที่เคยทำมา

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
การพัฒนาระบบหุ่นยนต์เตะฟุตบอลขนาดเล็กเพื่อการศึกษา เนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเด็กในยุค 4.0 มากขึ้น อีกทั้งเด็กไทยในปัจจุบันยังติดเกมมากขึ้นด้วย นวัตกรรมหุ่นยนต์ตัวนี้จึงมีประโยชน์ในด้านของการเรียนรู้ของเด็กที่สนใจในด้านของเกม กีฬา

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ

รศ. ดร.พีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล

ด้าน รศ. ดร.พีรยุทธ์ ชาญเศรษฐิกุล คณบดีคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า สำหรับงานบนเส้นทางวิศวกรรม เรามีความตั้งใจที่อยากจะเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัย และสิ่งประดิษฐ์ตลอดจนนวัตกรรมที่้เป็นประโยชน์ในเชิงการเกษตร สามารถใช้งานได้จริงและไม่ซับซ้อน เพื่อการพัฒนาชีวิตได้อย่างยั่งยืนออกสู่สาธารณชน

 วฺิศวะมก.ผลิตหุ่นยนต์ช่วยเด็กจำ
“ทางวิศวกรรม มก.ของเราจะเน้นผลงานที่สอดคล้องกับเกษตรกรรม การศึกษา เพื่อให้ประชาชนหรือเด็กๆ เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิศวกรรมในการช่วยต่อยอดและสร้างรายได้ ตลอดจนช่วยพัฒนาประเทศที่กำลังเข้าสู่ยุค 4.0 ที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้แก่นิสิตได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน เพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่สามารถต่อยอดเป็นผลงานที่มีประโยชน์ในอนาคตได้” รศ. ดร.พีรยุทธ์ กล่าว
เข้าร่วมชมผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ของคณาจารย์และนิสิต สามารถเข้าร่วมได้ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2561 เวลา 09.30 -17.30 น. ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน