ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307386

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์

กรมศิลปาก รเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ฟรี 30 ธ.ค.2560-2 ม.ค.2561 พร้อมสักการะพระพุทธรูปสำคัญ เนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2561

      เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2561 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร เปิดให้ประชาชนเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่ง โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมเข้าชมระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2561 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม และสักการะพระพุทธรูปสำคัญเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงาม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้นำพระพุทธรูปมงคลโบราณที่มีประวัติความเป็นมา และสร้างขึ้นตามคติอันเป็นมงคล มาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนสักการบูชา

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

    อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ   

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

     ตลอดจนเข้าชมโบราณวัตถุศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งได้มีโอกาสเที่ยวชมโบราณสถาน และศึกษาประวัติศาสตร์ทางด้านโบราณคดี ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ทั้งนี้ ผู้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 9 แห่ง จะได้รับแผ่นภาพ (โปสการ์ดซึ่งเป็นภาพโบราณสถานสำคัญของแต่ละอุทยานฯ โดยจะแจกให้กับผู้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์แห่งละ  1,800 แผ่น เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

ชมฟรี!! อุทยานประวัติศาสตร์ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.นี้

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

นวัตกรรมรับสังคมผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307374

นวัตกรรมรับสังคมผู้สูงวัย

สังคมสูงวัย

ม.ขอนแก่น จัดโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุและนวัตกรรม สร้างรายได้และเป็นประโยชน์แก่สังคม รองรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย

     ผศ.ดร.สาธร พรตระกูลพิพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและประกันคุณภาพ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดว่า สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการ โรงเรียนผู้สูงอายุและนวัตกรรม  ภายใต้โครงการอำเภอ มข.พัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาสู่นวัตกรรม ให้สามารถสร้างรายได้และเป็นประโยชน์แก่สังคม เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ(Aging soiety)ในประเทศไทย  โดยจัดกิจกรรมในพื้นที่ตำบลขามป้อมและตำบลหนองแวง อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น รวมพื้นที่ครอบคลุมกว่า 20 หมู่บ้าน  มีผู้สูงอายุ สมัครเข้าโรงเรียนกว่า 270 คน  ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายตามยุทธศาสตร์ที่ 3 Culture and Care Community คือเป็นองค์กรที่ดูแลห่วงใยใส่ใจสังคม ด้วยเล็งเห็นว่าประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลอย่างแท้จริง
“สำนักบริการวิชาการกำหนดชุมชนต้นแบบ 12 ชุมชน ในปีนี้มีกำหนด 6 ชุมชน โดยชุมชนขามป้อม และหนองแวงอำเภอพระยืน เป็นชุมชนเป้าหมาย ซึ่งอยู่ในโครงการอำเภอ มข.พัฒนา มีคณะศึกษาศาสตร์เป็นแกนนำหลักสูตร  ผนวกนักวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาให้ความรู้แกนนำในชุมชน เพื่อพยุงหลักสูตรให้เข้มแข็ง เมื่อเราทำสำเร็จเขาจะยังสามารถต่อยอดโรงเรียนผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

       นายวิลัย มาป้อง อายุ 73 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลหนองแวง อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  เมื่อสำรวจปัญหาพบว่าผู้สูงอายุในชุมชนเกิดอาการซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว  ก่อนเริ่มโครงการมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้ผู้สูงอายุจำนวน 270 คน ทั้งนี้มีอายุเฉลี่ย 67 ปี  อายุสูงสุด 88 ปี การจัดโครงการเพื่อผู้สูงอายุนับเป็นครั้งแรกของชุมชน ผู้สูงอายุมีความกระตือรือล้น อยากเข้าร่วมกิจกรรม และมีความสุขเป็นอย่างมาก

หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุมีระยะเวลา 10 เดือน เรียนวันศุกร์ละ 2 วันต่อเดือน รวม 20 วัน  แบ่งเป็นความรู้ วิชาชีวิตร้อยละ 50 ประกอบด้วยวิชาสังคม ศาสนา ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การออกกำลังกายสันทนาการ วิชาชีพร้อยละ30 ประกอบด้วยวิชาเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพและงานฝีมือ การจัดทำบัญชีครัวเรือน ดนตรีพื้นบ้าน และวิชาการร้อยละ 20ประกอบด้วยวิชา กฏหมายและสิทธิผู้สูงอายุ ภาษาต่างประเทศ เทคโนโลยี  เป็นต้น

‎องค์การสหประชาชาติ ให้นิยามผู้สูงอายุ หมายถึงประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging soiety) เป็นสังคมที่มีประชากรอายุ60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society)เป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศ และระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society)หมายถึงสังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคาดการณ์ว่าสัดส่วนประชากรจะเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2563  นับเป็นวิกฤติที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ทั้งในด้านจำนวนแรงงานลดลง  ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านสังคมและเศรษฐกิจ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ทุกประเทศจึงตื่นตัวและจัดเตรียมรับมือกับวิกฤติการณ์ดังกล่าว

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560…อาการทรงๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307376

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560…อาการทรงๆ

ข่าวเด่นสาธารณสุขปี2560, สาธารณสุข

ตลอดปี 2560 แวดวงสาธารณสุข ไม่มีข่าวสารร้อนแรงมากมายนัก ไม่มีเรื่องโดดเด่นทั้งในเชิงนโยบายและโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดรุนแรงหรือโรคอุบัติใหม่

        เรียกได้ว่า ปีไก่ที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านพ้นไป ไก่ไม่ดุ มีจิกกัดกันเล็กน้อย เมื่อมีความเห็นต่างในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายบัตรทอง หากเปรียบกับอาการคนไข้ก็ไม่ถึงขั้นโคม่า อาการทรงๆ “คมชัดลึก” รวบรวม ประเด็นที่โดดเด่นที่สุด 8 เรื่อง

       1.วุ่น!ประชาพิจารณ์ปรับกฎหมายบัตรทอง    หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีนโยบายที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่ใช้บังคับมานาน 15 ปี จนมีการยกร่างพรบ.ฉบับใหม่และเปิดให้มีการประชาพิจารณ์ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งแต่ละเวทีที่มีการประชาพิจารณ์มีการเคลี่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วยของกลุ่มเอ็นจีโอทุกเวที ทั้งการวอล์กเอาท์ออกจากการประชาพิจารณ์ หรือการเปิดปราศรัยเล็กบอกถึงแนวคิดที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับปรุงกฎกมายตามที่มีการยกร่าง โดยขณะนี้เรื่องการปรับปรุงกฎหมายบัตรทองยังคาราคาซัง ยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดแจน แว่วว่าอยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560...อาการทรงๆ

      2.ไล่ออกข้าราชการลวนลามลูกจ้าง    ลูกจ้างสาวของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ออกมาร้องเรียนถึงการถูกลวนลามจากหัวหน้าสายงาน จนนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายและสธ.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพบว่ามีมูล ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เมื่อเรื่องถึงที่ประชุมอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)สธ. ได้พิจารณาโทษข้าราชการชายคนที่ถูกร้องเรียน โดยมีความเห็นว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นสมควรลงโทษให้ไล่ออกจากราชการ

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560...อาการทรงๆ

        3.ผิด!ขายน้ำเมาผ่านเครื่องอัตโนมัติ  มีการตรวจสอบเจอโดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าว่ามีร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านเครื่องกดอัตโนมัติ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 จึงส่งเรื่องร้องเรียนต่อสธ.และเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และมีมติว่า การขายเบียร์สดในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายว่าเป็นการขายโดยวิธีต้องห้ามขายตามมาตรา 30(1) พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ซึ่งระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะใช้เครื่องขายอัตโนมัตินอกจากนี้ ยังเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 32 เรื่องการห้ามโฆษณาด้วย เนื่องจากที่ตู้กดมีการปรากฎยี่ห้อและสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรมว.สธ.เป็นประธาน ก่อนออกเป็นประกาศใช้บังคับต่อไป

          4.รพ.สธ.ขาดสภาพคล่องทางการเงินระดับ 7 สิ้นปีงบประมาณ 2560 ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. เปิดเผยข้อมูล รพ.สังกัดสธ.เผชิญวิกฤติการเงินระดับ 7 จำนวน 87 แห่ง ลดลงจากปีงบประมาณ 2559 ที่มี 119 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมามีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างหลากหลาย เช่น การปรับระบบการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวของบัตรทองให้เกิดความสมดุล การปรับบริหารจัดการภายใน รพ. เพิ่มรายได้ เช่น การรับบริจาคเข้า รพ. และการเปิดคลินิกพิเศษนอกเวลาใน รพ.ขนาดใหญ่ที่มีความแออัด และมีความพร้อมเพื่อให้ประชาชนสามารถมาใช้บริการนอกเวลา แต่เสียค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความแออัดของคนไข้ช่วงกลางวันลดลง เป็นต้น

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560...อาการทรงๆ

        5.คลอดพรบ.ควบคุมยาสูบฉบับใหม่      มีการประกาศใช้พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ฉบบัใหม่เริ่มเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดยสาระสำคัญ เช่น ห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายยาสูบ ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรม ซีเอสอาร์ อุปถัมภ์สนับสนุนบุคคล เพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่เป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท และเจ้าของสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ มีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ดูแลให้ไม่มีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการ เจ้าของสถานที่มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท เป็นต้น

       6.รพ.ในกทม.ถอนตัวบัตรทอง-ประกันสังคม   ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า โรงพยาบาลเอกชนที่รับสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยในสิทธิประกันสังคมและสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองในปีงบประมาณ 2561 พบว่ามีโรงพยาบาลเอกชน 6 แห่งที่แจ้งยกเลิกการให้บริการ ในส่วนประกันสังคม รพ.เอกชนที่แจ้งยกเลิกมี 3 แห่ง ได้แก่ 1.รพ.ยันฮี 2.รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และ3.รพ.ศรีระยอง จ.ระยอง ส่วนสิทธิบัตรทองมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงการให้บริการ 4 แห่ง ได้แก่ 1.รพ.มเหสักข์ขอถอนตัวจากการให้บริการบัตรทอง 2.รพ.แพทย์ปัญญา เดิมรับผู้ป่วยบัตรทองและผู้ป่วยบัตรทองส่งต่อจากคลินิกด้วย ได้แจ้งยกเลิกการรับส่งต่อ แต่ยังรับผู้ป่วยบัตรทองของรพ.เอง 3.รพ.วิภารามปากเกร็ด และ4.รพ.บางนา 1 เดิม 2 แห่งไม่ได้รับผู้ป่วยบัตรทองแต่รับส่งต่อผู้ป่วยบัตรทองจากคลินิก ได้แจ้งยกเลิกการเป็นหน่วยรับส่งต่อ จึงมีรพ.เอกชนแจ้งยกเลิกการให้บริการสิทธิประกันสังคมและบัตรทอง 6 แห่ง ผู้ประกันตนและใช้สิทธิบัตรทองผลกระทบ 575,807 คน

อะไรเกิดใน “สาธารณสุข” ปี2560...อาการทรงๆ

        7.วัคซีนไข้เลือดออก หลังจากบริษัท ซาโนฟี ปาสเตอร์ แจ้งว่า วัคซีนจะทำให้ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน อาจมีอาการป่วยรุนแรงหากได้รับเชื้อในอนาคต ซึ่งสำนักงานอาหารและยาของฟิลิปปินส์ มีคำสั่งหยุดจำหน่าย กระจายสินค้า และทำการตลาด รวมถึงเรียกคืนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก “เด็งวาเซีย” ออกจากตลาดในฟิลิปปินส์สำหรับในประเทศไทย คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้พิจารณาและให้ข้อแนะนำว่า ณ ปัจจุบันไม่แนะนำให้มีการฉีดวัคซีนในผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน

       8.ไข้หวัดใหญ่ระบาดพลิกล็อค ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 2560 พลิกล็อคอย่างมาก ทำให้วัคซีนที่ใช้อยู่ที่ผ่านมามีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ โดยรวมการป้องกันได้ ประมาณ 30% โดยสายพันธุ์ เอ เอช1เอ็น1 มิชิแกน ยังเป็นไปตามคาดการณ์ แต่ที่ผิดไปจากการคาดการณ์ คือ สายพันธุ์เอ เอช3เอ็น2 ซึ่งในวัคซีนเป็นสายพันธุ์ฮ่องกง แต่ช่วงต้นปี 2560 ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ลอนดอน และช่วงครึ่งปีหลังเปลี่ยนเป็นสายพันธุ์สิงคโปร์ ส่วนสายพันธุ์บี เป็นวิกตอเรีย เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะระบาดมาก ซึ่งต้นปีก็มีการระบาดจริง แต่ช่วงครึ่งปีหลังก็มีการเปลี่ยนแปลงเป็นยามากาตะ สายพันธุ์ภูเก็ต อย่างไรก็ตาม การที่สายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติ แม้จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ลดลง คืออาจพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น แต่ความรุนแรงของโรคไม่ได้มากขึ้น

0 ทีมข่าวสาธารณสุข รายงาน 0

 qualitylife4444@gmail.com  

ร่วมเสนอชื่อ ““สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307392

ร่วมเสนอชื่อ ““สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9”

สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9, วธ.

วธ.เปิดเสนอชื่อ “สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9”น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากนั้นรวบรวมองค์ความรู้เผยแพร่สู่สังคม พร้อมเปิดรับรายชื่อจนถึง

      นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้แต่ละกระทรวงน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ดังนั้น นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.)ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานต่างๆของวธ.ดำเนินการรวบรวมพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 รวมทั้งคัดเลือกสุดยอดผลงานทางด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้นคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคัดสรรสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงส่งเสริมภาพยนตร์ไทย

ดังนั้น ทาง วธ.ขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจร่วมส่งรายชื่อภาพยนตร์ไทยที่สมควรได้รับการคัดเลือกให้เป็น “สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9” โดยสามารถเสนอรายชื่อภาพยนตร์ไทยได้ไม่เกิน 9 เรื่อง อย่างไรก็ตาม รายชื่อภาพยนตร์ที่เสนอจะต้องเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องยาวที่จัดฉายและเผยแพร่ในสมัยรัชกาลที่ 9 ระหว่างช่วงเวลาแห่งการทรงครองสิริราชสมบัติ รวม 70 ปี 127 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 – วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 และเป็นภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย  โดยสามารถเสนอชื่อสุดยอดภาพยนตร์ไทยได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม  2560 ทางเว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม www.m-culture.go.th หรือ สายด่วนวัฒนธรรม โทร.1765 ทั้งนี้ วธ.จะนำภาพยนตร์ที่ได้รับคัดเลือกมาเผยแพร่สู่สังคม รวมทั้งรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์เหล่านี้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและนำความรู้ไปต่อยอด ก่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการภาพยนตร์ไทย

องค์การค้าฯกู้เพิ่ม 520 ล้านจ่ายหนี้ดอกเบี้ยพนง.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307388

องค์การค้าฯกู้เพิ่ม 520 ล้านจ่ายหนี้ดอกเบี้ยพนง.

ศธ., สกสค., ล็อกซเล่ย์, องค์การค้า

บอร์ดสกสค.ไฟเขียวปล่อยกู้ล็อต 2 ให้องค์การค้า ของสกสค. 520 ล้านบาท จ่ายหนี้ดอกเบี้ยเงินเดือนพนักงานที่ค้างตามคำสั่งศาล ระบุยังมีพนักงาาไม่มาแจ้งรับเงินอีก 125 คน

        นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสกสค. ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานสกสค. เสนอขอกู้เงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 520 ล้านบาท ให้แก่องค์การค้า (อค.) ของสกสค.เพื่อจ่ายดอกเบี้ยค้างจ่าย ให้แก่เจ้าหน้าที่พนักงานองค์การค้าฯ และผู้เกษียณ อายุราชการ ตามคำสั่งศาลฎีกากรณีให้ปรับเพิ่มเงินเดือนพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 2,294 คน
ส่วนเงินต้นนั้นทางองค์การค้าฯ ได้จ่ายให้พนักงานครบแล้ว เหลือเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มาแจ้งรับเงินจำนวน 125 คน รวมเป็นเงินกว่า 1,077 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินที่องค์การค้าฯ ขอกู้จากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ รอบแรก จำนวน 600 ล้านบาท

นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ ตามที่สำนักงานสกสค.เสนอแนวทางการผ่อนชำระหนี้ จากการฝากขายหนังสือเรียนกับองค์การค้าฯ จำนวน 1,400 ล้านบาทให้กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด   เบื้องต้นจะผ่อนชำระ 6 ปี ปีละ 120 ล้านบาท ระหว่างนี้จะแบ่งชำระเดือนละ 5 ล้านบาท จนครบกำหนด โดยปีที่ 6 จะจ่ายรวมกว่า 200 กว่าล้านบาทจนครบจำนวนหนี้
อย่างไรก็ตาม วันที่ 29 ธันวาคมนี้ จะนำมติดังกล่าวไปเสนอในการไกล่เกลี่ยระหว่าง องค์การค้าฯ กับ บริษัท ล็อกซเล่ซ์ฯ ต่อศาล เพื่อให้เป็นที่ยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย โดยการชำระหนี้ได้กล่าว ได้มีข้อสรุปแล้วว่าจะเป็นการชำระเงินต้น ที่ไม่มีดอกเบี้ย

สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307389

สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ”

สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ, มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวนิทรรศการเพื่อผู้พิการทางการมองเห็น “ใจ ดู หู ฟัง ครั้งที่ 1: สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ”  23 ธันวาคม 2560 ถึง 21 มกราคม 2561

         มิวเซียมสยาม ร่วมกับสถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา และสหมงคลฟิล์ม ชวนเที่ยวนิทรรศการเพื่อผู้พิการทางการมองเห็น “ใจ ดู หู ฟัง ครั้งที่ 1: สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ” โดยผู้เข้าชมจะได้ น้อมรำลึกและชื่นชมในพระบารมี พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ผ่านการใช้โสตสัมผัส ประกอบสื่อพิพิธภัณฑ์ อาทิ คำบรรยายภาพอักษรเบรลล์ พร้อมบริการเสียงบรรยายภาพ ภาพนูนต่ำ ภาพพิมพ์สามมิติ ตลอดจนรับชมภาพยนตร์ในรูปแบบเสียงบรรยายภาพที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ที่คนทั่วไปและผู้ที่บกพร่องทางการมองเห็น สามารถชมนิทรรศการได้พร้อมๆ กัน

สัมผัสภาพพ่อด้วยหัวใจ”

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2560 ถึง 21 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดทำการวันจันทร์) ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 หรือ www.facebook.com/museumsiamfan

5 สมาร์ท สร้างสุขรับปีจอให้ตนเองและคนรอบข้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307373

5 สมาร์ท สร้างสุขรับปีจอให้ตนเองและคนรอบข้าง

5 สมาร์ทส้างสุข, กรมสุขภาพจิต

รับปีจอ 2561 ด้วยการสร้างสุขให้ตนเองและคนรอบข้าง ดูแลสุขภาพกายใจ คิดบวก เห็นคุณค่าตนเอง จัดสรรเวลา และร่วมมือร่วมใจกันทำดี

       น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ชวนคนไทยสร้างสุขให้กับตนเองและคนรอบข้าง       รับปีใหม่ 2561 หรือ ปีจอ ที่กำลังจะมาถึง ด้วยแนวคิด 5 สมาร์ท เพิ่มความมีชีวิตชีวา นำพาความสุขและความสำเร็จให้กับชีวิต ประกอบด้วย 1.Smart Health : ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง ด้วยการหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหาร    ที่มีประโยชน์ ควบคุมปริมาณให้เหมาะสม ตรวจสุขภาพประจำปี ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนทางศาสนา หมั่นฝึกสติ สมาธิ     อย่างสม่ำเสมอ สังเกตอารมณ์ รู้จักควบคุมและจัดการ ฝึกการผ่อนคลาย ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ กล่าวขอบคุณ และชื่นชมผู้อื่นได้ ขอโทษผู้อื่นเป็น ตลอดจนสามารถให้อภัยตัวเองและผู้อื่น เป็นต้น

        2. Smart Think : คิดบวก มองโลกในแง่ดี คิดอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการมองตัวเองอย่างที่เป็น อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ และมีความสุข ไม่สร้างเงื่อนไขมากมายให้กับชีวิต หรือรอในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง มองสิ่งที่ยังมีอยู่ เห็นคุณค่าสิ่งดีๆ ในชีวิต ทั้งจากตัวเราและสิ่งที่อยู่รอบข้าง เรียนรู้บทเรียนชีวิตที่ผ่านมา ไม่จมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต และใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นครู นำมาปรับปรุงแก้ไข 3. Smart Work :เห็นคุณค่าของตัวเอง ภูมิใจในหน้าที่ ทำให้ดีที่สุด มุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ที่สำคัญ อย่าหยุดเรียนรู้ เปิดโอกาสให้กับตนเอง เปิดรับสิ่งใหม่ๆ นำมาพัฒนาปรับปรุงศักยภาพตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

       4. Smart Family : จัดสรรเวลา สำหรับหน้าที่การงานและครอบครัวอย่างสมดุล สร้างความรักความผูกพัน สื่อสารกันทางบวก ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เมื่อมีอารมณ์ทางลบ ขุ่นมัวหรือโกรธเคืองใดๆ ขอให้บอกความรู้สึกของตนเองต่อความสัมพันธ์นั้นมากกว่าพูดถึงพฤติกรรมอีกฝ่าย ร่วมกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนวางแผนการใช้จ่าย รู้จักเก็บรู้จักใช้ ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น และ 5. Smart Society : ร่วมมือร่วมใจกันทำความดี สืบสานพระราชปณิธาน           รู้รักสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เป็นต้น

ด้าน นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ รพ.ศรีธัญญา และโฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า มีหลายคนได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าปีใหม่จะทำอะไรดี จะแก้ปัญหาของปีเก่าอย่างไร และเมื่อเวลาผ่านมาแล้วจนครบปี ก็ยังไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองวางแผนไว้ได้ จึงทำให้รู้สึกผิดหวัง รู้สึกแย่ บางคนเศร้า บางคนเครียด และไม่มั่นใจในตัวเอง จึงขอแนะนำให้ ลองกลับมาพิจารณาเป้าหมายที่ตั้งไว้ใหม่อีกครั้ง ว่ายากเกินไปหรือไม่ ซึ่งอาจต้องมีการวางแผนและมีเป้าหมายย่อยร่วมด้วย เพราะบางคนตั้งเป้าหมายใหญ่ไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ ทำให้เกิดอาการท้อ พอเกิดความท้อ ก็จะล้มเลิกเป้าหมายหลักที่จะทำ ถ้าบุคคลได้ตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ไว้ และมีเป้าหมายย่อย ที่ช่วยทำให้เป้าหมายใหญ่นั้นประสบความสำเร็จ ย่อมจะช่วยให้บุคคลเกิดความภาคภูมิใจ และความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในการทำตามเป้าหมายหลักที่ได้ตั้งไว้

อาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307308

อาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชน

ชมรมอาสาสมัคร

ชมรมอาสาพัฒนาชนบท ม.รังสิต ออกค่ายอาสา สร้าง“อาคารตามรอยพระบาท ประวัติศาสตร์รักไทย”ปลูกฝัง พัฒนาจิตสำนึก อาสาช่วยเหลือสังคม และเยาวชนผู้ด้อยโอกาส

      คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี จากทุกคณะ ทุกชั้นปี อาทิ คณะวิศวกรรม นิเทศศาสตร์ การโรงแรม ธุรกิจการบิน พยาบาล บริหารธุรกิจ จำนวน 60 คน  นำโดย นายวิเชียร พลอยทับทิม อาจารย์ที่ปรึกษาค่ายชมรมอาสาพัฒนาชนบท ร่วมออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 56 ในระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2561 เพื่อดำเนินการพัฒนาอาคาร สถานที่  ณ โรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ ประกอบด้วย ก่อสร้างอาคารขนาด 9×9 เมตร ครูจิตอาสาสอนนักเรียน สร้างบ่อเลี้ยงปลาดุก กิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน กีฬามวลชนสัมพันธ์ โดยได้รับงบประมาณจากมหาวิทยาลัยรังสิตส่วนหนึ่ง และชมรมหาทุน

อาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชน

ในการออกค่าย รวมงบประมาณ 200,000 บาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียน ชุมชนชนบทที่ห่างไกล ตามปรัชญามหาวิทยาลัยรังสิตที่ว่า “สร้างสรรค์ สิ่งที่ดีให้กับสังคม” และปรัชญาค่าย “ ค่ายสร้างคน คนสร้างค่าย”  โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกค่าย เพื่อให้นักศึกษาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ฝึกการเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น สร้างประสบการณ์การทำงาน เรียนรู้นอกมหาวิทยาลัย และพัฒนาสถานที่ โรงเรียนในชนบท
ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 นายอัครพล แผ่นทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ ประธานชมรมค่าย กล่าวว่า ชมรมได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ ในการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทในครั้งนี้ เพราะว่า โรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ ซึ่งมีประวัติว่า ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ได้มีพระราชดำริในการก่อสร้างโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และโรงเรียนอยู่บนพื้นที่ภูเขา ห่างไกลจากอำเภอ จังหวัด จึงได้มีมติมาออกค่ายพัฒนา เพื่อเดินตามรอยพ่อ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอบแทนในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อให้นักเรียน ชุมชน ใช้อาคารในการเก็บรักษาภาพประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามรอยพ่อ และใช้อาคารให้เกิดประสูงสุด

อาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชนอาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชน
 

        น.ส.ทัศนีย์ สมจิต ผู้อำนวยการโรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียน ได้ประสานกับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยรังสิต ในการออกค่ายอาสา เพื่อพัฒนาอาคารสถานที่ ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อย อาคารที่ก่อสร้างเสร็จ จะใช้ชื่อว่า “อาคารตามรอยพระบาท ประวัติศาสตร์รักไทย”  ซึ่งจะเป็นสถานที่ในการเก็บรักษาภาพประวัติศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเป็นผู้ก่อสร้างโรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ.2521

อาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชนอาสาม.รังสิต สร้างอาคารตามรอยพระบาทแก่ชุมชน

โดยจะดำเนินการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ  เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัดพิษณุโลก และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านท่องเที่ยว ณ โรงเรียนรักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ ซึ่งจัดบริการที่พักบ้านดิน
ลานกางเต็นท์ พร้อมอาหารเช้า ท่านละ 200 บาท ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์ สร้างอาชีพ แก่ครู นักเรียน ตามสโลแกน ท่องเที่ยวตามรอยพระบาท @ รักไทยร่มเกล้าอุปถัมภ์ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 087-9949932, 087-1979710

ปีใหม่ 2561 คนกทม.เตรียมออมเงินให้มากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307302

ปีใหม่ 2561 คนกทม.เตรียมออมเงินให้มากขึ้น

โพลปีใหม่, มอบของขวัญ, ปี 2561

คน กทม ส่งมอบความสุขปีใหม่ผ่าน LINE มากที่สุด ปีใหม่จะออมเงินให้มากขึ้น และอยากให้คนไทยเคารพกฎหมาย

      ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนกรุงเทพมหานครต่อเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,248 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 21 – 25 ธันวาคม 2560 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อพฤติกรรมของคนกรุงเทพมหานครต่อเทศกาลปีใหม่ 2561 ว่าจะมีการส่งมอบความสุขปีใหม่ด้วยช่องทางการสื่อสารด้านใด การเลือกซื้อของขวัญปีใหม่เป็นสินค้าประเภทใด สถานที่ที่จะไปฉลองวันปีใหม่ คนที่จะไปร่วมฉลองปีใหม่ การเปลี่ยนแปลงตนเองในปีใหม่ และสิ่งที่จะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้นในปี 2561 คืออะไร โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ปีใหม่ 2561 คนกทม.เตรียมออมเงินให้มากขึ้น

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะไปฉลองเทศกาลปีใหม่ 2561 ร้อยละ 34.1 อันดับที่สองคือเดินทางไปต่างจังหวัด/ต่างประเทศ ร้อยละ 27.6 และอันดับที่สามคือ วัด / สวดมนต์ข้ามปี ร้อยละ 26.0

        กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะมอบสินค้าเป็นของขวัญวันปีใหม่ อันดับแรกคืออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร้อยละ 26.0 อันดับที่สองคือช็อกโกแลต คุกกี้ ขนมเค้ก กาแฟ ร้อยละ 23.1 และอันดับที่สามคือ เงินสด / บัตรแทนเงินสด15.1

ส่งมอบความสุขปีใหม่ผ่านช่องทางการสื่อสารอันดับแรกคือส่งข้อความผ่าน Line ร้อยละ24.7 อันดับที่สองคือไปพบด้วยตนเอง ร้อยละ 21.3 และอันดับที่สามคือ โทรศัพท์เพื่ออวยพรร้อยละ 19.2

ปีใหม่ 2561 คนกทม.เตรียมออมเงินให้มากขึ้น

       กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าปีใหม่นี้จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองโดยอันดับแรกคือจะมีการออมเงินให้มากขึ้น ร้อยละ 30.0 อันดับที่สองคือจะมีการออกกำลังกายมากขึ้น ร้อยละ 24.1 และอันดับที่สามคือจะให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ร้อยละ 19.9

        คิดว่าสิ่งที่จะช่วยทำให้ท่านและคนไทยมีความสุขมากขึ้นในปี 2561 อันดับแรกคืออยากให้คนไทยเคารพกฎหมาย ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 33.1 อันดับที่สองคืออยากให้คนไทยเข้าใจสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 28.4 และอันดับที่สามคืออยากให้คนในชาติมีความปรองดอง ร้อยละ 25.0

สร้างฝันเยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/307259

สร้างฝันเยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่

นักออกแบบตกแต่ง

ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง เปิดบ้านหวังจุดประกายฝัน สร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่

       ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การศึกษาของเยาวชน คนรุ่นใหม่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและให้เท่าทันโลกโลกาภิวัฒน์ และยังส่งผลให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องออกมาเปิดประสบการณ์ ศึกษาเรียนรู้และรับฟังแนวคิดไอเดียจากผู้มีประสบการณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนยุคใหม่ได้นำกลับไปพัฒนาปรับใช้ได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างสรรผลงาน และยกระดับวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไทยเทียบชั้นสากล
ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง เปิดบ้าน ซอนเดอร์ลิฟวิ่ง แฟลกซ์ชิฟแกลเลอรี่ (SONDER living Flagship Gallery) เพื่อต้อนรับนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   เข้าเยี่ยมชมแกลเลอรี่พร้อมฟังบรรยายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุงานเฟอร์นิเจอร์ จากทีมผู้บริหารซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง

สร้างฝันเยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่
       

      น.ส.กมนนัทธ์ เต็มไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง (ประเทศไทย) จำกัดเฟอร์นิเจอร์นำเข้าระดับไฮเอนท์ที่รวบรวมผลงานจาก 7 แบรนด์ 7 ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก กล่าวเกี่ยวกับกิจกรรมเปิดบ้านซอนเดอร์ลิฟวิ่งให้กับกลุ่มนิสิตว่า
“การแชร์ความรู้และให้ประสบการณ์ใหม่เพื่อการศึกษาในด้านงานดีไซน์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องการจัดขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไทย ด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์ และการแบ่งบันไอเดียเกี่ยวกับการออกแบบดีไซน์ รวมทั้งเทรนด์การออกแบบดีไซน์ที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ให้แก่มหาวิทยาลัยในประเทศ”น.ส.กมนนัทธ์ กล่าว

สร้างฝันเยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่สร้างฝันเยาวชนนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่

ทั้งเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามาสัมผัสเฟอร์นิเจอร์อย่างใกล้ชิด รวมถึงรับฟังเรื่องราวที่มาของเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกแต่ละแบรนด์ จะเป็นอีกหนึ่งหนทางในการจุดประกายไอเดีย รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ นักออกแบบเลือดใหม่ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้ตัวนิสิตนักศึกษาเองในการสร้างผลงานที่ดี และหวังว่าจะมีส่วนช่วยผลักดันสร้าง บุคลากรนักออกแบบมือดีของประเทศ นับเป็นการช่วยพัฒนาวงการสถาปัตยกรรมในประเทศอีกด้วย
“ผลงานด้านออกแบบดีไซน์ ฝีมือคนไทย นั้นเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมากขึ้น ซอนเดอร์ ลิฟวิ่งหวังว่าการเปิดบ้าน แบ่งปันประสบการณ์หรือไอเดียดีๆ ของดีไซน์เนอร์ระดับโลกให้พวกเขาได้รับฟัง นั้นจะเป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจ จนนำไปสู่ไอเดียการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก จนนำไปสู่การสร้างบุุคลากรคุณภาพด้านการออกแบบ ซึ่งจะมีผลต่อการยกระดับวงการออกแบบของประเทศไทยให้เทียบชั้นนานาประเทศในเวทีสากล” น.ส.กมนนัทธ์ กล่าว