3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293373

3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก

เยาวชน, ทำให้ดู, ดูเขาทำ, YIP, สสส

มธ.-สร้างกระบวนการพัฒนา 3 ขั้นตอน “ทำให้ดู-ดูเขาทำ-ดูเขาถ่ายทอด” สร้างกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาเยาวชนสร้างสรรค์ จ.ปทุมธานี

       มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดอบรมแกนนำนักเรียนโครงการพัฒนาเยาวชนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์:โรงเรียนระดับประถมศึกษา ในจังหวัดปทุมธานี(Young Influencer Phathumthani (YIP) เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ทั้งในและนอกหลักสูตรของเด็กและเยาวชน และเป็นต้นแบบของการจัดการเรียนรู้และมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมจำนวน 40 โรงเรียน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี
3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก
นายธรรมพล ศรีสุวรรณ พรชฎาธร

      นายธรรมพล ศรีสุวรรณ พรชฎาธร ผู้บริหารโครงการ กล่าวว่า โครงการพัฒนาเยาวชนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์สำคัญ4 ประเด็น คือ 1.เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาระดับประถมศึกษาในจังหวัดปทุมธานีอย่างสร้างสรรค์เพื่อเสริมคุณค่าในด้านต่าง ๆ และสามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ 2.พัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาโดยเฉพาะครูและองค์กรภาคีในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีให้มีความรู้ความเข้าใจและความสามารถในการทำงานด้านการพัฒนาเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ 3.รวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการเผยแพร่และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา อีกทั้งยังสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่นอกจังหวัดปทุมธานีต่อไป และ 4.เพื่อลดปัญหาเยาวชนที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงและพัฒนาสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก

       นายธรรมพล กล่าวต่อว่า กระบวนการทำงานของโครงการใช้แนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาครูและนักเรียน โดยเน้นกระบวนการพัฒนา 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ทำให้ดู 2.ดูเขาทำ และ 3.ดูเขาถ่ายทอด ดังนั้น การทำงานให้ประสบความสำเร็จต้องสร้างเครื่องมือที่ทำให้ทั้งครูและเด็กมีความสุข เพราะเมื่อครูมีความสุขในการสอน มีความสุขในการพัฒนาเด็กแล้วครูจะทำให้เด็กมีความสุขเอง ฉะนั้น กระบวนการทำงานของโครงการไม่ได้ให้ทำตามแต่ลงไปทำด้วย โดยครูนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของโรงเรียน

3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก

โดยพิจารณาจาก 3 ต้นทุน คือ 1.ทุนเดิมในโรงเรียน (ชุมชน บริบท วัฒนธรรม เรื่องราวในท้องถิ่น) 2.ต้นทุนโอกาสทางการศึกษาที่รัฐบาลจัดให้ทั้งนโยบายและการสนับสนุน 3.ต้นทุนใหม่ที่เติมลงไป คือ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือตัวเด็กมีพลังมีศักยภาพ โดยโรงเรียนเป็นผู้สนับสนุนให้ประสบความสำเร็จให้เด็กเดินต่อไปได้ อีกทั้ง อย่าผลักการศึกษาให้เป็นหน้าที่ของครูเพียงผู้เดียว เพราะมีคนหลายคนที่มีศักยภาพพร้อมที่จะแบ่งปัน สนับสนุนทรัพยากรสร้างประเทศเพื่อความยั่งยืนร่วมกัน

3 ขั้นตอนปลุกพลังสร้างสรรค์ในเด็ก

“กระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมุ่งเน้นวิชาการจนเกินไป แต่สามารถก่อเกิดความรู้ภายในตัวเด็กจากการเล่น เมื่อเด็กเล่นจิตก็เปิดเกิดความสนุกได้วิชาความรู้ เพียงครูทำหน้าที่ให้รู้ว่าสิ่งที่เล่นคือเนื้อหา สาระในเรื่องใด ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งต้องสื่อสารทำให้ครูเข้าใจได้ง่ายที่สุดและเป็นประโยชน์กับเด็กมากที่สุด ดังนั้น หากจะถามว่าได้รูปแบบหรือนวัตกรรมอะไรจากโครงการ คำตอบที่เกิดจากผลลัพธ์ของการทำงานไม่มีรูปแบบที่สำเร็จ แต่มีรูปแบบที่ดีที่สุดของแต่ละพื้นที่เป็นนวัตกรรมเฉพาะพื้นที่ เพื่อสร้างสิ่งที่เหมาะสมกับโรงเรียน เนื่องจากบางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ใหม่ แต่เป็นความรู้ที่เหมาะสมกับโรงเรียนก็เพียงพอแล้ว ฉะนั้น นวัตกรรมสำคัญคือการเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเด็ก ต้องใจเย็นอย่าใจร้อนที่จะเร่งใส่ปุ๋ย พรวนดินให้เห็นผลเร็วจนเกินไป” นายธรรมพล กล่าว

ผู้พิการภาคใต้มีภาวะเครียด-เสี่ยงซึมเศร้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293391

ผู้พิการภาคใต้มีภาวะเครียด-เสี่ยงซึมเศร้า

ปัตตานี, ภาคใต้, คนพิการ, ความเครียด, กรมสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิต มอบรถเข็นและอุปกรณ์การแพทย์พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แก่เด็กพิการศูนย์การศึกษาพิเศษและผู้ใหญ่ ในจ.ปัตตานีและนราธิวาส 68 คนเพิ่มพลัง

      เมื่อวันที่ 26 ส.ค.60 – ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี จ.ปัตตานี น.อ.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนพ.สมัย  ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต นายพงศ์เทพ  ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 และพ.ญ.บุญศิริ  จันทร์ศิริมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ มอบอุปกรณ์การแพทย์พระราชทานในพระนามาภิไธยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จำนวน 99 รายการ ซึ่งได้รับบริจาคมาจากองค์กรการกุศลต่างประเทศ ประกอบด้วยรถเข็น35 คัน และอุปกรณ์อื่นๆ อีก 64 ชิ้น ได้แก่ ไม้ค้ำยัน วอร์คเกอร์ เครื่องช่วยพยุงเดินที่มีล้อและเบรก เบาะนั่ง ราวจับห้องน้ำ ฟูกนอน รวมมูลค่า 1,089,050 บาท ให้แก่ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวในจ.ปัตตานี จำนวน 34 คน เป็นประชาชนทั่วไป 9 คน และเด็กนักเรียนจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจ.ปัตตานี 25 คน ส่วนใหญ่พิการทางสมอง จากภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ ขาดออกซิเจน ซึ่งเด็กจะมีปัญหากล้ามเนื้อที่แขนขาเกร็ง เดินไม่ได้และมีพัฒนาการล่าช้า   เพื่อเพิ่มพลังใจ เพิ่มโอกาสในการดำเนินชีวิตได้สุขสบายขึ้น

 

ผู้พิการภาคใต้มีภาวะเครียด-เสี่ยงซึมเศร้า

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า กรมสุขภาพจิตมีนโยบายส่งเสริมสุขภาพจิตกลุ่มผู้พิการ ให้มีคุณค่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างปกติสุขที่สุด สามารถพัฒนาทักษะความสามารถของตนเองที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด จากผลการวิจัยพบว่าผู้พิการส่วนมากร้อยละ 75 มีปัญหาสุขภาพจิต เรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจมากที่สุดคือไปไหนมาไหนไม่สะดวก รองลงมาคือรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระผู้อื่น ในส่วนของผู้พิการที่อยู่ในพื้นชายแดนใต้ เช่นที่จ.ปัตตานีที่ได้รับมอบอุปกรณ์การแพทย์พระราชทานฯ

ผลการสำรวจล่าสุดในปี 2559 พบว่ามีความเครียดสูงร้อยละ 38 ในจำนวนนี้มีความเสี่ยงเกิดอาการซึมเศร้าร้อยละ 28  การมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้พิการทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถยืนหยัดด้วยตนเอง บรรเทาความเครียดจากข้อจำกัดของการใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้มอบอุปกรณ์การแพทย์พระราชทานฯให้ผู้พิการในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะผู้พิการที่อยู่ในครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2553 เป็นต้นมาจนถึงปี 2559 มอบไปแล้ว 842 รายการ ในจำนวนนี้เป็นรถเข็น 320 คัน รวม 4.7ล้านบาท

ผู้พิการภาคใต้มีภาวะเครียด-เสี่ยงซึมเศร้า

โดยในปีนี้ได้ขยายเข้าสู่กลุ่มนักเรียนจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจ.ปัตตานี และนราธิวาสด้วย รวม 56 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กพิการทางสมอง บางรายพิการซ้ำซ้อนทั้งร่างกายและทางสมองร่วมด้วย และมอบให้ประชาชนทั่วไปอีก12คน ส่วนใหญ่พิการเป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง เดินไม่ได้ สาเหตุเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองแตก โรคกระดูกพรุน

” การช่วยเหลือครั้งนี้ จะช่วยให้เด็กพิการมีโอกาสช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องคอยอุ้มไปไหนมาไหนตลอดทั้งวัน โดยในวันพรุ่งนี้ ( 27 สิงหาคม 2560)     จะมอบอุปกรณ์ชนิดเดียวกันให้ผู้พิการที่จ.นราธิวาสด้วย จำนวน 32 คน เป็นนักเรียน 25 คน ประชาชนทั่วไป 7 คน รวมจำนวน 92 ชิ้น มูลค่า 1,147,750 บาท ในจำนวนนี้ได้จัดเตรียมรถเข็นไฟฟ้าจำนวน ๑ คัน มูลค่า 3,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มอบให้เด็กนักเรียนหญิงที่ร่างกายพิการ แต่สมองการเรียนรู้ดี สามารถใช้มือสองข้างได้ เพื่อให้เด็กนำไปใช้ในการเรียนหนังสือ และได้มอบให้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ดำเนินการดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กนักเรียนในศูนย์การศึกษาพิเศษทั้ง 2แห่งอย่างต่อเนื่อง” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ผู้พิการภาคใต้มีภาวะเครียด-เสี่ยงซึมเศร้า

สำหรับรถเข็นนั่งในโครงการฯ นี้ จะมีความพิเศษ โดยทีมอาสาจากองค์การกุศลทั้งในและต่างประเทศเช่นอังกฤษ อิหร่าน เยอรมัน มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ประมาณ 20 คน ซึ่งมีประสบการณ์ในการช่วยคนพิการและดูแลอุปกรณ์ช่วยความพิการ จะทำการปรับวัดขนาดของรถและที่นั่งให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้พิการแต่ละคนมากที่สุด สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และจะเปลี่ยนให้ทุก 5 ปี ตามการเจริญเติบโตของเด็ก

ภาพรวมตั้งแต่พ.ศ.2543 ถึงปัจจุบัน กรมสุขภาพจิตได้รับบริจาคอุปกรณ์จากองค์กรการกุศลต่างประเทศ62 ครั้ง มูลค่า 171 ล้านบาท และนำไปมอบให้เด็กและคนพิการแล้ว 23,200 คน  ทั้งนี้สถานการณ์ผู้พิการทั่วประเทศ รายงานข้อมูลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ล่าสุดในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 มีผู้พิการ 1.5 ล้านกว่าคน โดยพบความพิการทางการเคลื่อนไหว เดินไม่ได้มากที่สุดเกือบร้อยละ 50เช่นขาขาด ขาบิดงอ สาเหตุหลักของความพิการเกิดมาจากการเจ็บป่วย เช่นโรคเบาหวาน อุบัติเหตุ ข้อสันหลังอักเสบ โรคลมชักพบได้ร้อยละ 44 ซึ่งสูงกว่าความพิการแต่กำเนิดและพันธุกรรมประมาณ 2 เท่าตัว

มรส.-กาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มช่องทางฝึกอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293331

มรส.-กาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มช่องทางฝึกอาชีพ

ฝึกประสบการณ์, กาแฟพันธุ์ไทย, สวนสุนันทา, พีทีจี, มรส, มหาชน

“สวนสุนันทา” จับมือ“พีทีจี” ผุดร้านกาแฟพันธ์ุไทยสาขา มรส.ทั้งเป็นที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ รูปแบบสหกิจศึกษา ยอดหลักสูตรเปิดโลกกว้างพัฒนาศักยภาพตนเอง

      รศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรส.) เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการกับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด โดยนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ณ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาคารสมาคมชาวชัยนาท

รศ.ดร.ฤๅเดช กล่าวว่า มรส.มีนโยบายในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้ความรู้อย่างใกล้ชิด นักศึกษาสวนสุนันทาจะต้องมีบุคลิกภาพที่ดีในทุกด้าน ทั้งด้านกายภาพ ด้านภาษาอังกฤษ และด้านความสามารถพิเศษ นอกจากเน้นการลงมือปฏิบัติจริงจากหน่วยงานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ที่กว้างให้กับนักศึกษา ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นในรูปแบบสหกิจศึกษา ที่นักศึกษาจะมีโอกาสได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และการหารายได้ระหว่างเรียน ดังนั้น ต่อไปนี้จะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนเพื่อจะได้ยืนหยัดอยู่ในโลกกว้างภายใต้โอกาสที่มหาวิทยาลัยมอบให้จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนและสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293369

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

ปีที่ 12, จุฬา, หลักสูตรนานาชาติ, วิศวะ, ISE, ปีที่, มุ่งสู่มาตรฐานสากล, ปริญญาตรี, AERO, Nano Engineering หรือ NANO, รอบที่ 1

ก้าวสู่ปีที่ 12 วิศวะ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาฯ หรือ ISE เน้นบริหารใหม่เชื่อมโยงการสอนกับการประยุกต์ใช้งานจริง ผุดหลักสูตร Individual Major Program รับรุ่นแรกปี 61

       คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย่างเข้าสู่ปีที่ 12 นั้นผลิตนักศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มีคุณภาพซึ่งได้ร่วมทำงานทั้งบริษัทในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวน 1,266 คน รศ.ดร.ธวัชชัย ชรินพาณิชกุล รองคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ”จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ก่อตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นที่แรกของประเทศไทยมีประวัติอันยาวนานกว่า 104 ปี ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ก้าวสู่ปีที่ 12 ที่ผ่านมา สถาบันได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เป็นสถาบันที่ผลิตวิศวกรที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญระดับโลกด้วยองค์ความรู้และทักษะปฏิบัติ เพราะเรามุ่งมั่นในการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์แนวใหม่ที่อยู่ภายใต้ต้นแบบที่เรียกว่า วิศวศึกษา 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมการพัฒนาให้นักศึกษาให้มีความรู้และทักษะสำคัญทั้ง 4 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะส่วนบุคคล การทำงานเป็นทีม และความคิดในการออกแบบ เพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมโลก เมื่อนักศึกษาจบไปแล้ว สามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

รศ.ดร.ธวัชชัย ชรินพาณิชกุล

“ในวาระครบรอบ 12 ปีนี้ ทิศทางการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะใช้นโยบายการบริหารแบบใหม่ เป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เน้นการเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับการประยุกต์ใช้งานจริง พร้อมทั้งการบูรณการกิจกรรมเสริมหลักสูตร การแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับนานาชาติ การฝึกงานของนักศึกษาในหน่วยงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศ ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อฝึกอบรมและเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ด้วยเครื่องมือทันสมัยและสามารถต่อยอดไปสู่การออกแบบเชิงนวัตกรรม นอกจากนี้ เราร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าว

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

ผศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์

ผศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหลักสูตรฯ และรองผู้อำนวยการฯ เปิดเผยว่า ความมุ่งมั่นของเราคือ “ผลิตวิศวกรคุณภาพระดับโลกเพื่อสร้างสรรค์สังคมนวัตกรรมใหม่” ให้สมกับที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีความเป็นเลิศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาหลักสูตร การบริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่น อาทิ ห้องเรียน Active Learning ห้องสมุดที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการหน่วยงานวิจัย และ i-Design Workspace คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 12 ภาควิชา มีนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 4,000 คนจากทั่วประเทศ และ นักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกอีกกว่า 2,000 คน มีคณาจารย์เชี่ยวชาญกว่า 300 คนซึ่งส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

“ปัจจุบันกำลังดำเนินการพัฒนาหลักสูตรใหม่ เช่น หลักสูตรปริญญาตรี การพัฒนาหลักสูตร Individual Major Program ที่นักศึกษาเลือกเรียนในกลุ่มวิชาที่สนใจเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่พัฒนาหลักสูตรนี้ คาดว่าจะได้ใช้ภายในปีหน้าที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรใหม่ที่จะเปิดในปีหน้า คือ Smart Urban เป็นหลักสูตรปริญญาโท เปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ต้องเข้ามาเรียน full time เหมือนนักศึกษา เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานแล้วสามารถเข้ามาเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตแล้วนำมาทำเครดิตเพื่อขอจบปริญญาโทได้ หลักสูตรนี้มีลักษณะที่เป็นสหสาขาวิชา เป็นหลักสูตรที่ถูกออแบบมาให้ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของปัจจุบัน ตอนนี้หลักสูตรการอนุมัติแล้วและเตรียมเปิดในปี 2561”

ISE ปีที่ 12 มุ่งสู่มาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (ปริญญาตรี) ของสำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ International School of Engineering (ISE) ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีลักษณะเป็นหลักสูตรสหวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 4 หลักสูตร ได้แก่ 1. หลักสูตรวิศวกรรมการออกแบบและผลิตยานยนต์ (Automotive Design and Manufacturing Engineering หรือ ADME) 2. หลักสูตรวิศวกรรมอากาศยาน Aerospace Engineering (AERO) 3. หลักสูตรวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Engineering หรือ ICE) และ 4. หลักสูตรวิศวกรรมนาโน (Nano Engineering หรือ NANO)

สำหรับปีการศึกษา 2561 ISE จะเปิดรับสมัครนิสิตเข้าศึกษาในทั้ง 4 หลักสูตร ทั้งหมด 3 รอบด้วยกัน ในระหว่างวันที่ 2 – 31 ตุลาคม 2560 (รอบที่ 1) วันที่ 4 – 31 มกราคม 2561 และวันที่ 1 – 31 มีนาคม 2561 โดยในปีนี้ผู้สมัครในรอบแรก สามารถสมัครขอรับทุนการศึกษาสำหรับผู้มีคุณสมบัติตามประกาศของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.ise.eng.chula.ac.th

ดำนา”วันแม่” เกี่ยวข้าว “วันพ่อ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293325

ดำนา”วันแม่” เกี่ยวข้าว “วันพ่อ”

วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ จัดกิจกรรมดำนาวันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ บนพื้นที่ 10 ไร่ 3 แปลงของวิทยาลัยให้นักเรียน นักศึกษาทุกสาขามีส่วนร่วม ฝึกทักษะชีวิต

       สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัดได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลทำนาทางวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ (วก.ขุนหาญ) จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้จัดกิจกรรมทำนาขึ้น

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า วก.ขุนหาญ จัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งด้านอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ในสาขาเครื่องกล สาขาเครื่องมือกล สาขาไฟฟ้ากำลัง สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาการบัญชี และสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชุมชน ภายใต้แนวคิดที่ว่าเมื่อผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านวิชาชีพแล้ว ก็จะต้องเรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนการประกอบอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ซึ่งนั่นก็คืออาชีพเกษตรกร

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

ดังนั้น วก.ขุนหาญ จึงได้จัดกิจกรรมการทำนาขึ้น ภายในวิทยาลัย บนเนื้อที่ 10 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 แปลง โดยมีครู นักเรียน นักศึกษา ทุกสาขาวิชาร่วมกันรับผิดชอบ เริ่มต้นตั้งแต่การไถดะ ไถกลบ หว่านต้นกล้า ถอนต้นกล้า เก็บกล้าเพื่อไปปักดำ จนกระทั่งเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ทางวิทยาลัยได้มุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ของวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญทุกคน มีส่วนร่วมในการลงแขกจนแล้วเสร็จ ภายในหนึ่งวัน หลังจากการดำนาเสร็จเรียบร้อยจะแบ่งหน้าที่ดูแลข้าวในแปลงดำนา ทั้งการใส่ปุ๋ย เก็บกักน้ำ กำจัดวัชพืช จนข้าวเจริญเต็มที่แล้ว ออกรวง กระทั่งถึงการเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

“กิจกรรมการดำนาวันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ เป็นกิจกรรมที่ทางวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสาธิตให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน เรียนรู้ชีวิต และวิธีการดำนา ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียน มีจิตสำนึกที่ดีต่อการประกอบอาชีพของบรรพบุรุษ และมีจิตสำนึกที่ดีต่อประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการนำเสนอต่อชุมชน สังคมให้รับทราบการจัดการอาชีวศึกษาว่า ทีไม่ได้มุ่งเน้นด้านทักษะวิชาชีพ หรือเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข รู้จักนำทักษะวิชาชีพ ความรู้ ความสามารถ มาประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิต ซึ่งจะเกิดผลดีกับนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนในอนาคต” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ซูเปอร์โพลชี้”เด็ก”มีความสุขได้เรียนร.ร.คุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293371

ซูเปอร์โพลชี้”เด็ก”มีความสุขได้เรียนร.ร.คุณภาพ

ปัจจัยความสุข, ซูเปอร์โพล, การศึกษา, เด็ก, SUPER POLL

ซูเปอร์โพลชี้ปัจจัยการศึกษากับสุขของพ่อแม่-นร. ให้คะแนนเกินครึ่งจากเต็ม 10 คะแนน ชี้เด็กพอใจเข้าถึงโอกาสการศึกษาที่ดี ร.ร.คุณภาพ พ่อแม่มองการสนับสนุนของภาครัฐ

      น.ส.ปวีณรัตน์ สุขพงศ์พิมล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ โพลการศึกษา เรื่อง ปัจจัยการศึกษา กับ ความสุขพ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียน โดยการวัดค่าความสุขเฉลี่ยจากตัวอย่างพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน ที่ศึกษาในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 1,024 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 14 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา โดยผลจากการศึกษา พบว่า

ตัวอย่างร้อยละ 90.6 ระบุ มีความจำเป็นที่ประเทศไทยควรให้รัฐบาล มีสถาบันอิสระข้อมูล เพื่อรัฐบาลมีข้อมูลที่ดีตัดสินใจปรับปรุงนโยบายให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ ร้อยละ 9.4 ระบุ ไม่จำเป็นที่ประเทศไทยควรให้รัฐบาล มีสถาบันอิสระข้อมูล เพราะมีหน่วยงานจำนวนมากแล้ว เปลืองงบประมาณ และเด็กรุ่นใหม่มีศักยภาพที่เพียงพอ

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อวัดความสุข จากการจัดแนวทางการศึกษาของประเทศ โดยจำแนกตาม ตัวอย่างที่ศึกษาครั้งนี้ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน พบว่า จากการจัดแนวทางการศึกษาในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยความสุขเกินครึ่ง คือ มากกว่า 5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 โดยพบว่า ปัจจัยทางการศึกษาที่ทำให้เด็กนักเรียน สุขมากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากปัจจัยการศึกษาที่ทำให้ พ่อแม่ผู้ปกครองสุขมากที่สุด เพราะจะเห็นว่า ปัจจัยการศึกษาที่ทำให้นักเรียนสุขที่สุด คือ โอกาสเข้าถึงการศึกษาคุณภาพที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.13 แต่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มองมาที่ การสนับสนุนของรัฐบาล ต่อความจำเป็นด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.48 จากคะแนนเต็ม 10

อย่างไรก็ตาม เมื่อวัดความสุขมวลรวม จากพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน เมื่อเห็นผลการเรียนของเด็ก พบว่า ค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวมของประชาชนกลับตกลงมาอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นคืออยู่ที่ 5.76 จากคะแนนเต็ม 10

น.ส.ปวีณรัตน์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ชัดว่า ความสุขของนักเรียนและผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ โอกาสทางการศึกษาที่นักเรียนจะได้เรียนที่โรงเรียนดีๆ มีคุณภาพที่ดีด้านการศึกษา ในขณะที่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มีความสุขด้านการศึกษาเมื่อเห็นรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานด้านการศึกษาที่เพียงอาศัยปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวทำให้คุณภาพการศึกษาของนักเรียนดีขึ้นอย่างแท้จริงและต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญที่ค้นพบในงานวิจัยครั้งนี้คือ ความสุขของนักเรียนคือการได้มีโอกาสเข้าเรียนโรงเรียนคุณภาพที่ดีที่มีครบครันด้วยครูที่ดีที่เก่งเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในปัญหาของเด็กไม่แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กนักเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นโรงเรียนที่รวดเร็วต่อการตอบสนองความต้องการเรียนรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของเด็กนักเรียน ยอมรับในผลการประเมินคุณภาพและแก้ไขพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมระดับกว้างของประเทศ” น.ส.ปวีณรัตน์ กล่าว

“ร.ร.สามัคคีวิทยา” ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293318

“ร.ร.สามัคคีวิทยา” ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

สะเต็มศึกษา, ความคิดสร้างสรรค์, อากาศยานบังคับด้วยวิทยุ, รรสามัคคีวิทยา, สสวท, fantasy Flying Machine, มหาชน, ประเทศไทย, ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก

โรงเรียนสามัคคีวิทยา ชนะเลิศการแข่งขันอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์ บินประกอบดนตรี เข้าจังหวะเสียงเพลงได้ไปดูงานสิงคโปร์ ภายในงานมหกรรมวิทย์ฯ ปี 60

         รศ.ดร.สัญญา  มิตรเอม รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มอบรางวัลแก่ทีมชนะเลิศการแข่งขันอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์ บินประกอบดนตรี เข้าจังหวะเสียงเพลง  (fantasy Flying Machine) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (STEM Young Pilot Challennge 2017) ให้ทีมจากโรงเรียนสามัคคีวิทยา จ.เชียงราย  ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน พร้อมเกียรติบัตร โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

ทั้งนี้ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขัน รวมจำนวน 8 โรงเรียน จัดโดย สสวท. ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรลส์รอยซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2560 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

สำหรับอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์บินประกอบดนตรี เป็นการออกแบบและสร้างอากาศยานฯ ขึ้นเองตามหลักอากาศพลศาสตร์พื้นฐาน โดยให้ผู้เข้าแข่งขันสร้างอากาศยานฯ ที่จินตนาการมาจาก คน สัตว์ สิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น คน การ์ตูน สัตว์ (ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก) ผลไม้ ยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์  เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เคหะสถาน โลกอวกาศ ฯลฯ  บินแสดงท่าทางการบินตามจังหวะเสียงเพลง

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293306

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

เครื่องเลเซอร์, นวัตกรรม, การตัด, นวัตกรรมใหม่, การตัดด้วยเลเซอร์, วิบุญ, Stent, Micro-sensors, Micro-channel

“วิบุญ” นักวิจัย มจธ. คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ เพื่อการแพทย์และอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน

       การตัดวัสดุด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถให้คุณภาพงานตัดและความเร็วของกระบวนการตัดที่สูงกว่าหลายๆ วิธีการที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้การใช้เลเซอร์สำหรับงานตัดวัสดุจึงได้รับความนิยมและแพร่หลายออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความละเอียดของงานตัดสูงและมีขนาดงานตัดที่เล็ก

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายทางความร้อนของวัสดุงานที่เกิดขึ้นในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ถือเป็นผลกระทบข้างเคียงที่สำคัญ ซึ่งจำกัดความสามารถในการตัดชิ้นงานที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนหรือการตัดชิ้นงานที่มีขนาดเล็กในระดับไมครอนหรือต่ำกว่าไมครอน

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2560 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าของผลงานวิจัยด้าน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่” เพื่อพัฒนากระบวนการตัดวัสดุด้วยความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการใช้ “เลเซอร์” เป็นเครื่องมือในการตัดเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์แบบเดิมให้สูงขึ้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ เล่าว่า กว่า 9 ปีที่ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้คุณภาพงานตัดที่ดีขึ้นและใช้ระยะเวลาในการตัดที่สั้นลง ผลงานวิจัยต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดแผ่นซิลิกอนสำหรับผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง การตัดโลหะในกลุ่มชีวการแพทย์สำหรับผลิตเป็นชิ้นส่วนเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็ก เช่น ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (Stent) รวมไปถึงการนำไปใช้ในการผลิตไมโครเซนเซอร์ (Micro-sensors) ไมโครแชนแนล (Micro-channel) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

การผลิตขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดในปัจจุบันต้องใช้เลเซอร์เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการตัด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเลเซอร์ก่อให้เกิดความเสียหายทางความร้อนต่อตัววัสดุงานทำให้สมบัติทางวัสดุของชิ้นงานเปลี่ยนแปลงไป ทีมวิจัยได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์แบบผสมผสานหลากหลายวิธีเพื่อลดความเสียหายทางความร้อนของชิ้นงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการตัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น การตัดด้วยเลเซอร์ภายใต้ชั้นของเหลว การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้ามาช่วยในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ การใช้กรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีเข้ามาร่วมกับการตัดด้วยเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้วิจัยและพัฒนากระบวนการตัดและขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นเพื่อตอบสนองกับแนวคิดแบบอุตสาหกรรม 4.0 เช่น กระบวนการตัดที่สามารถปรับเปลี่ยนสภาวะในการตัดได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ หรือการพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ด้วยความแม่นยำสูง เป็นต้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีการตัดแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมานี้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กคุณภาพสูงที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ดังนั้น หากสามารถผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ย่อมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293142

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์, ดรวีระชัย เตชะวิจิตร์, รฟม

โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่อีกคนของนักเรียน บรรยากาศการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ บวกกับหลักการสอนที่ทุกอย่างล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี

       ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์   ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK เล่าว่าการปั้นเด็กไทยให้มีทักษะที่ศตวรรษที่ 21  หรือรองรับการเป็นไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีทักษะที่หลากหลายด้าน

      ซึ่งโรงเรียนสามารถบ่มเพาะสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับเด็กๆได้ ที่โรงเรียนของเขา ใช้หลักในการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า IDEALS หมายความว่า แบบอย่างที่ดี ในที่นี้คือการรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน แล้วจึงมีความหมายอย่างตรงตัว กลายเป็น แบบอย่างที่ดี ที่ควรจะมีทั้ง 6 อย่างนี้ในตัวของนักเรียนแต่ละคน เผื่อให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีสมบูรณ์มีคุณค่า

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        เขาอธิบายว่า Internationalism ซึ่งหมายถึงความเป็นสากลนิยม หรือมีความหลากหลายทั้ง เชื้อชาติ และเพศ วัย ที่แตกต่างกันทุกๆด้าน ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา เมื่อทุกคนมาอยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียนเดียวกัน จึงต้องยอมรับว่าแตกต่างของทุกๆคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อยอมรับความแตกต่าง อยู่กันได้โดยไม่แตกแยกแล้ว เพราะทุกคนยึดหลัก  Democracy ประชาธิปไตยที่เคารพความเห็นต่างแต่ไม่แตกแยกก็อยู่ร่วมกันได้

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        นอกจากนี้โรงเรียนยังต้องสร้าง Environment สิ่งแวดล้อมที่เอื่้อต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนด้วย ให้มีความน่าอยู่ อบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน มีความสบายใจ สดใส เหล่านี้จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีการเรียนรู้จะดีตามไปด้วยเช่นกัน

      ที่สำคัญโรงเรียนต้องส่งเสริมให้มีการเรียนรู้นอกห้องเรียน ไปทัศนศึกษา เปิดโลกกว้าง เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่้อยู่ในห้องเรียนอย่างเดียว นั่นก็คือการไป Adventure หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนต้อฝึกให้มีในตัวนักเรียนทุกคนคือ การเป็น Leadership ความเป็นผู้นำ ซึ่งแต่ละคนไม่จำเป็นผู้นำในเรื่่องเดียวกัน แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะต้องกล้าเป็นผู้นำและทำในสิ่งที่ถูกต้องควรทำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเห็นใครที่ทำไม่ถูก ผิดระเบียบวินัยและเอาเปรียบผู้อื่น ต้องกล้าที่จะออกมาบอกว่านั้นคือสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง และรวมตัวกันเป็นผู้นำในการแก้ไขให้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องมีหัวใจของการบริการ Service ช่วยเหลือผู้อื่น หากเขาต้องการความช่วยเหลือ เหล่านี้หากทุกโรงเรียนสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ความสงบสุขร่มเย็นก็จะเกิดขึ้นในสังคมไทย “  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK กล่าว

     ดร.วีระชัย เกิดในกรุงเทพ เรียนหนังสือที่อัสสัมชัฐบางรักรุ่นเดียวกับพรเทพ พระประภา วิวัฒน์ วินิจฉัยกุล ดร.ชวนชัย อัชนันท กนก อภิระดี แต่ไปจบมัธยมต้นที่ดาราสมุทร ศรีราชาชลบุรี แล้วสอบเทียบมัธยมศึกษาตอนปลายได้จากนั้นอีก 6 เดือนสอบเทียบได้วุฒิครูป.กศ. และพ.ม.ใช้เวลาอีก 4 ปี สอนหนังสืออยู่โรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    เขาเริ่มเป็นครูประจำชั้นประถมศึกษา 6 เมื่ออายุ 17 ปี ต่อมาอีก 2 ปีครึ่งได้เลื่อนเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนโรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน อายุไม่ถึง 20 ปี เป็นครูใหญ่อยู่ได้ 2 ปี พออายุ 21 ปีกว่า ไปทำงานที่นิวยอร์ค 7 เดือน ไปโรงเรียนภาคค่ำอาทิตย์ละครั้ง จบปริญญาตรีทางบัญชีธุรกิจที่ ทอมัส โมร์ คอลเลซ ซินซินเนติ อเมริกา

     ไปต่อปริญญาโททางด้านบัญชีที่โคลัมเปียในมหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย จบปริญญาโทแล้วต่อปริญญาเอกด้านการบัญชี โดยมีธุรกิจระหว่างประเทศเป็นวิชารอง ที่มหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ระหว่างที่ต่อปริญญาเอกอยู่ ดร.วีระชัย ได้เริ่มสอนหนังสือ ปี2517 เป็นอาจารย์สอนเทอมละหนึ่งวิชา หลังจากนั้นก็ได้งานสอนเต็มเวลาเป็นอาจารย์ที่โคลัมเปียคอลเลจอยู่ 2 ปี ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนแบรสก้า โอมาฮา อยู่อีก 2 ปี ต่อมาปี2523 เป็นรองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนวาด้า ลาสเวกัส รวมเวลาสอนที่อเมริกานาน 6 ปี ได้รับรางวัลครูดีเด่นประจำภาควิชาหรือประจำคณะทุกมหาวิทยาลัย มีลูกศิษย์รวมประมาณ 1,500 คน

    กลับมาไทย เริ่มทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ทำงานได้เพียง 4 ปีก็ลาออก ต่อมาได้เป็นอาจารย์จัดตั้งโครงการปริญญาเอก คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2537-2538 ประธนกรรมการองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ปี2558-2560 ที่ปรึกษากิตติมหศักดิ์คณะกรรมาธิการ การศึกษาฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2559-2560 ประธานสถาบันสนับสนุนการเรียนปริญญาในประเทศไทย มหาวิทยาลัยลอนดอน ปี 2542-2560 กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ สาธารณรัฐเอสโตเนีย ประจำประเทศไทย ปี 2538-2560  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรี

เจ้นท์ Thailand & UK

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ดร.วีระชัย เชื่อว่า หากทุกคนจะมีต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อยู่ร่วมกันได้ไม่แตกแยก

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293310

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ออกแบบ, ชุดแต่งงานร่วมสมัย, Elysian, สอศ, White Rose, Croset, Stem from, ห้าพันบาทถ้วน, วอศ

สอศ.-ไชน่าเวิลด์ เปิดรันเวย์สร้างประสบการณ์ ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ ออกแบบชุดแต่งงานร่วมสมัย ขณะที่ผลงานของ 10 นักศึกษาอาชีวะจะได้ถ่ายแฟชั่นนิตยสาร Cheeze

            สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด ประกาศผลการตัดสิน  “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 (China World Fashion Design Contest 2017) : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้คอนเซ็ป “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง” เพื่อสร้างทักษะ ด้านการดีไซน์ และการตัดเย็บ พร้อมทั้งเปิดเป็นเวทีการแข่งขัน ปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่  ณ ศูนย์การค้าไชน่าเวิลด์   วังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพฯ

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการ “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” (China World Fashion Design Contest 2017 จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้เป็นการออกแบบเสื้อผ้าชายและหญิง “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้แนวคิดหลัก  “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง”  ซึ่งเป็นการฝึกทักษะ สร้างประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้แสดงความรู้ ความสามารถ การสร้างสรรค์ผลงาน การดีไซน์ และการตัดเย็บเสื้อผ้าชาย-หญิง เพื่อค้นหาสุดยอดนักออกแบบ โดยการประกวดแบ่งออกเป็นประเภท  คือ 1. ประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา  และ 2. ประเภทวิทยาลัยสารพัดช่างและบุคคล

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ทีม “Elysian” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ

สำหรับประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยที่ได้รับรางวัลการประกวดไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017  (China World Fashion Design Contest 2017)  “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ จากทีม “Elysian”  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช จากทีม “White Rose” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จากทีม “Croset” และ รางวัลป็อบปูล่าโวต ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอาชีวศึกษาสุรินทร์ จากทีม “Stem from” โดย บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด สนับสนุนทุนการศึกษารางวัล จำนวน 20,000 บาท  10,000 บาท และ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ตามลำดับ และรางวัลป็อบปูล่าโวต 5,000 บาท

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” 10 ทีมอาชีวศึกษา ที่เข้ารอบสุดท้าย และได้นำผลงานมาจัดแสดงพร้อมการเดินแฟชั่นโชว์ในรอบชิงชนะเลิศ  และจะได้ถ่าย แฟชั่น เซต ในนิตยสาร Cheeze ต่อไปด้วย  ได้แก่  1.วิทยาลัยอาชีวศึกษา(วอศ.)เชียงใหม่ 2. วอศ.อุตรดิตถ์ 3. วอศ.เชียงราย 4. วอศ.สุราษฎร์ธานี 5.วอศ.ปัตตานี 6.วอศ.นครศรีธรรมราช 7. วอศ.เสาวภา 8. วอศ.สุรินทร์ 9. วอศ.อุบลราชธานี และ 10. วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์