วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291573

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

วันแม่แห่งชาติหรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า“วันแม่“ ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถคือ วันที่ 12 สิงหาคม

       แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรก

ต่อมา พ.ศ.2519 ราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิด

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

พระราชทาน “คำขวัญวันแม่ ประจำปี 2560 

วันแม่แห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ 2560

“สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา

พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่

เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล

เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ปีต่างๆ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2559 

“สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง ”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2558

“ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา รวมกันเข้าคือทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทยรวมใจภักดิ์รักดูแล เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2557

“รักเรียน รู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทย ร่วมใจสามัคคี คือลูกที่ดีของแม่”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2556

“คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือคำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2555

“มือของแม่นั้น คือ มือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลาอยากให้เป็นงานดีที่งามเงาอยู่ที่คอยขัดเกลาแต่เบามือ”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2554

“เพลงชาติไทยเตือนไทยไว้เช้าค่ำ ให้จดจำจารึกใจไว้ทุกส่วน จะดำรงคงไทยได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี”

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

คำขวัญวันแม่ ปี 2553

“แผ่นดินนี้แม่ของลูกใช้ปลูกข้าว กี่แสนก้าวที่เดินซ้ำย่ำหว่านไถ บำรุงดินจนอุดมสมดังใจ หวังนาไทยเป็นของไทยไปนิรันดร์”

คำขวัญวันแม่ ปี 2552

“แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง เคยทอดร่างลงถมถิ่นแผ่นดินแม่ ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร เป็นไทยแท้มิใช่ไทยแต่ในนาม”

คำขวัญวันแม่ ปี 2551

“เมื่อเกิดมาอาศัยถิ่นแผ่นดินไหน ควรมีใจกตัญญูรู้คุณถิ่น หากคนไทยรู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จักไม่มีวันสิ้นแผ่นดินไทย”

คำขวัญวันแม่ ปี 2550

“ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ คือตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย”

ที่มา .เวบไซต์ TLC การศึกษา .ขอบคุณภาพจากwww. dmc.tv

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

วันแม่ในประเทศต่าง ๆ

อาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ วันแม่แห่งชาติ ประเทศนอร์เวย์

8 มีนาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศบัลแกเรีย, แอลเบเนีย

อาทิตย์ที่สี่ในฤดูถือบวชเล็นท์ (มาเทอริง ซันเ ดย์)  วันแม่แห่งชาติ ประเทศสหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์

21 มีนาคม (วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ) วันแม่แห่งชาติ ประเทศจอร์แดน, ซีเรีย, เลบานอน, อียิปต์

อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม  วันแม่แห่งชาติ ประเทศโปรตุเกส, ลิทัวเนีย, สเปน, แอฟริกาใต้, ฮังการี

8 พฤษภาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ (วันผู้ปกครอง)

10 พฤษภาคมวันแม่แห่งชาติ ประเทศกาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้, บาห์เรน, ปากีสถาน, มาเลเซีย, เม็กซิโก, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินเดีย, โอมาน

อาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศแคนาดา, สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน), สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, ตุรกี, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์, บราซิล, เบลเยียม, เปรู, ฟินแลนด์, มอลตา, เยอรมนี, ลัตเวีย, สโลวาเกีย, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อิตาลี, เอสโตเนีย, ฮ่องกง

26 พฤษภาคม  วันแม่แห่งชาติ ประเทศ โปแลนด์

27 พฤษภาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศโบลิเวียอาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม สาธารณรัฐโดมินิกัน, สวีเดนอาทิตย์แรกของเดือนมิถุนายนหรือ อาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ฝรั่งเศส

12 สิงหาคม  วันแม่แห่งชาติ ประเทศ ไทย (วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)

15 สิงหาคม (วันอัสสัมชัญ)  วันแม่แห่งชาติ ประเทศ คอสตาริกา, แอนท์เวิร์ป (เบลเยียม)อาทิตย์ที่สองหรือสามของเดือนตุลาคม อาร์เจนตินา (D?a de la Madre)

28 พฤศจิกายน  วันแม่แห่งชาติ ประเทศรัสเซีย

8 ธันวาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศปานามา

22 ธันวาคม วันแม่แห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย

ที่มา .เวบไซต์ TLC การศึกษา

      เพลงวันแม่เพลงที่นิยมร้องและเปิดในงานวันแม่และงานสำคัญเกี่ยวกับแม่

เพลงค่าน้ำนม 

แต่งโดยไพบูลย์ บุตรขัน โดยมีการขับร้องและบันทึกเสียงครั้งแรกโดยชาญ เย็นแขเมื่อ พ.ศ. 2492 ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก เป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับไพบูลย์ บุตรขัน และชาญ เย็นแข มากที่สุด ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพลงที่เป็นรากฐานของเพลงลูกทุ่งในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย เมื่อวันที่12กันยายนพ.ศ. 2532

เนื้อเพลง 

*แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวงที่เฝ้าหวง ห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปลแม่..เราเฝ้าโอ้ละเห่กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล

..แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอมแม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจเติบ..โตโอ้เล็กจนใหญ่นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

..ควร คิดพินิจให้ดีค่าน้ำนมแม่นี้จะมีอะไรเหมาะสมโอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนมเลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน

..ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝังแต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดินบวช เรียนพากเพียรจนสิ้นหยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย ..

ลองฟังได้จากลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=Etjtfmaq9N4 (ขอบคุณทาง Youtube )

 เพลงใครหนอ

แต่งโดย สุรพล โทณะวณิก ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จากเพลง “ใครหนอ” “ในโลกแห่งความฝัน” และ “เพชรตัดเพชร” ในปี พ.ศ. 2507 และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การประพันธ์เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2540 และ ในปี พ.ศ. 2553 สุรพล โทณะวณิก ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติยศผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นในอดีต จากในโครงการเพชรในเพลง ครั้งที่ 7 จากเพลง ใครหนอ ขับร้องโดยสวลี ผกาพันธ์ได้รับในวันภาษาไทยแห่งชาติ วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ณ.ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เนื้อเพลง

ใครหนอ รักเรา เท่าชีวีใครหนอ ปราณี ไม่มีเสื่อมคลายใครหนอ รักเราใช่เพียงรูปกายรักเขาไม่หน่าย มิคิดทำลาย ใครหนอ

ใครหนอ เห็นเรา เศร้าทรวงในใครหนอ เอาใจปลอบเราเรื่อยมาใครหนอ รักเราดังดวงแก้วตารักเขากว้างกว่า พื้นพสุธา นภากาศ

จะเอาโลก มาทำปากกาแล้วเอานภา มาแทน กระดาษเอาน้ำหมด มหาสมุทรแทนหมึกวาดประกาศ พระคุณไม่พอ

ใครหนอ รักเรา เท่าชีวัน (เท่าชีวัน)ใครหนอ ใครกันให้เราขี่คอ (คุณพ่อ คุณแม่)

ใครหนอ ชักชวนดูหนังสี่จอรู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ

ใครหนอ รักเรา เท่าชีวัน (เท่าชีวัน)ใครหนอ ใครกันให้เราขี่คอ (คุณพ่อ คุณแม่)

ใครหนอ ชักชวนดูหนังสี่จอรู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ

ลองฟังเพลงกันคะ https://www.youtube.com/watch?v=wGrs5D56JCc  (ขอบคุณทาง Youtube)

พลงอิ่มอุ่น

เป็นบทเพลงที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของแม่ที่มีต่อลูก แต่งโดย ศุ บุญเลี้ยง และเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับผู้แต่ง จนมีการขับร้องต่อโดยศิลปินนักร้องในแนวเพลงต่าง ๆ ด้วยรูปแบบต่าง ๆ

เนื้อเพลง

อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียมอุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกองรักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใยไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวันให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตาให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียมอิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอนน้ำนมจากอก อาหารของความอาทรแม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่งให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลังให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

ใช่เพียงอิ่มท้องที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่นอุ่นไอรัก อุ่นละมุนขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

ฟังเพลงกัน https://www.youtube.com/watch?v=cgkb9aTIVMQ (ขอบคุณทาง Youtube)

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม2560 (คลิปเพลง)

กิจกรรมวันแม่-

     “ธารศิลป์สายใยแห่งวันแม่”

ด้วยความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเดือนมหามงคล สิงหาคม พ.ศ.2560 ศูนย์การค้าโชว์ ดีซีจึงได้ร่วมกับ มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกรจัดนิทรรศการ “ธารศิลป์สายใยแห่งวันแม่” เพื่อแสดงภาพวาดและผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าของศิลปินชื่อดังที่หาชมได้ยาก

อาทิ ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, ภาพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, ภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ,ภาพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีรวมถึงภาพวาดพระบรมวงศานุวงศ์และผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดัง อาทิอ.แนบ โสตถิพันธุ์ , อ.ศุภกิจ อุตตรนคร ,อ.สมยศ คำแสง , อ.อภิชัยการิกาญจน์ , อ.กิตตินันท์ วิจิตรพันธ์ฯลฯที่นำมาจัดแสดงภายในงานกว่า 200 ผลงาน

นอกจากนี้ยังมีการประมูลภาพวาดเพื่อนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและการจำหน่ายภาพวาดจากศิลปินพิเศษภายในงานโดยรายได้ครึ่งหนึ่งจากการจำหน่ายจะสมทบเข้ากองทุนมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินให้กับศิลปินในโครงการและในวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนสิงหาคม 2560 ได้จัดให้มีกิจกรรมเวิร์คช็อปภายใต้แนวคิด “ด้วยรักและผูกพัน แม่และลูก” โดยมีศิลปินชื่อดังที่หมุนเวียนมาให้ความรู้ อาทิ การสอนวาดภาพด้วยสีเทียนการสอนวาดภาพลายเส้น และการสอนปั้นดินน้ำมัน

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ“ธารศิลป์สายใยแห่งวันแม่”ระหว่างวันที่11-30สิงหาคม2560ณSHOW ART HALLชั้น4ศูนย์การค้าโชว์ ดีซี พระราม9ตั้งแต่เวลา10.00-22.00น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.showdc.co.th หรือwww.facebook.com/showdc.co.th

“ชวนแม่มาเล่นบอร์ดเกม ที่TK park”

สำหรับลูกๆ วัยมันส์วันแม่ปีนี้หากยังไม่มีแผนไปไหนลองชวนแม่มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในโลกของบอร์ดเกม กับกิจกรรมTK Board Game Clubประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560 นี้ เวลา 11.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้TK parkชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ทั้งนี้บอร์ดเกมเป็นเกมที่ให้ความสนุกสนานและเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีที่ช่วยสร้างกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบแก่ผู้เล่น และเป็นตัวช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนฝูง และบุคคลในครอบครัวได้อย่างดีอีกด้วย โดยครั้งนี้กิจกรรมTK Board Game Clubจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 แล้ว และจะจัดอย่างต่อเนื่องเดือนละ1ครั้ง ในทุกๆ วันเสาร์ที่สองของแต่ละเดือน.

Hua Chiew We Love Mom 2017

โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “Hua Chiew We Love Mom 2017” ด้วยการร่วมถ่ายภาพตนเอง, ภาพคู่ หรือภาพกลุ่ม ภายในบรรยากาศงานวันแม่ ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 22 โรงพยาบาลหัวเฉียว สามารถส่งภาพได้ 2 ช่องทาง คือ Facebook Fanpage : Huachiew Hospital และช่องทาง Line@ : โรงพยาบาลหัวเฉียว เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ากว่า 40,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 – 20 สิงหาคม 2560 สอบถามรายละเอียดเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-223-1351 ต่อ 3126 หรือ http://www.hc-hospital.com

โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ได้คลายความกังวลก่อนถึงกำหนดคลอดด้วยการจัดอบรมทัวร์ห้องคลอด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ ได้มีโอกาสเรียนรู้บรรยากาศภายในห้องคลอด และการให้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อพร้อมเตรียม ต้อนรับลูกน้อยในเวลาอันใกล้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมรับฟรีของที่ระลึก และอาหารว่าง ในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคาร 22 ชั้น โรงพยาบาลหัวเฉียว สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกสูตินรีเวช โทร. 0-2223-1351 ต่อ 3230

รับสมัครนักเรียนGENIUS ทางออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291548

รับสมัครนักเรียนGENIUS ทางออนไลน์

สมัครจีเนียส, ทางออนไลน์, สสวท

สสวท. รับสมัครนักเรียนโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เริ่มสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 4 ก.ย. 2560   สนใจสมัครhttp://genius.ipst.ac.th

      ดร. พรพรรณ  ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า สสวท.  ประกาศรับสมัครนักเรียนเข้าร่วมโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2560 เริ่มสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 4 กันยายน 2560   ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม  พร้อมทั้งลงทะเบียน และสมัครสอบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://genius.ipst.ac.th      

โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2560 รับสมัครสอบ 2 วิชา คือ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ เนื้อหาวิชาที่ใช้ในการสอบ ประกอบด้วย วิชาวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับความรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 และความรู้พื้นฐานในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับความรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 และความรู้พื้นฐานในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์

รับสมัครนักเรียนGenius ทางออนไลน์

คุณสมบัติของผู้สมัคร เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ในปีการศึกษา 2560 โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 –3 มีสิทธิ์สมัครสอบวิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 มีสิทธิ์สมัครสอบวิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถ้าสมัครสอบผิดระดับชั้น ถือว่าขาดคุณสมบัติ สสวท. จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบและไม่พิจารณาผลการสอบ

จริงหรือ! ต้องยุติการตั้งครรภ์หากคุณแม่เป็นโรคลิ้นหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291587

จริงหรือ! ต้องยุติการตั้งครรภ์หากคุณแม่เป็นโรคลิ้นหัวใจ

คุณแม่, ตั้งครรภ์, โรคลิ้นหัวใจ, จริงหรือ, Cardiac Output

ความใฝ่ฝันของคุณแม่ทุกคนคือการคลอดเจ้าตัวน้อยออกมาสมบูรณ์แข็งแรง ดังนั้นหนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยกันมากคือ หากคุณแม่เป็นโรคลิ้นหัวใจสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่

       นพ.วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวถึง สำหรับผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์และอยากตั้งครรภ์ หากผู้ป่วยรู้ว่าตนเองเป็นโรคลิ้นหัวใจแล้วยังไม่ได้ตั้งครรภ์ แนะนำว่าให้ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจก่อนตั้งครรภ์ การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจมีให้เลือกใช้หลายชนิด หลักๆ มี 2 แบบคือ ลิ้นหัวใจสังเคราะห์ที่ทำจากโลหะ ที่ต้องทานยาละลายลิ่มเลือดไปตลอดชีวิตอาจส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์และอาจทำให้เด็กพิการได้ และลิ้นหัวใจที่ทำจากเนื้อเยื่อ ต้องทานยาละลายลิ่มเลือดประมาณ 3 เดือนแล้วไม่จำเป็นต้องทานอีกต่อไป แต่อายุการใช้งานของลิ้นหัวใจชนิดเนื้อเยื่อมีประมาณ 10 ปี ดังนั้นถ้าหากลิ้นหัวใจเสื่อม ลิ้นหัวใจรั่ว หรือลิ้นหัวใจตีบเกิดขึ้นอีก ต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขใหม่

จริงหรือ! ต้องยุติการตั้งครรภ์หากคุณแม่เป็นโรคลิ้นหัวใจ

นพ.วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล

หากตั้งครรภ์แล้วพบว่าตนเองเป็นโรคลิ้นหัวใจจะต้องพิจารณาระดับความรุนแรงด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ ถ้าความรุนแรงไม่มากสามารถดูแลครรภ์อย่างใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าหากอยู่ในระดับที่รุนแรงมากจะต้องพิจารณาจากอายุครรภ์ ถ้าเพิ่งตั้งครรภ์ในช่วง 2-3 เดือนแรก แพทย์อาจยุติการตั้งครรภ์ด้วยการขูดมดลูก แต่ถ้าตั้งครรภ์ไปแล้วประมาณ 5 เดือน แพทย์จะดูแลและให้ยาเพื่อประคับประคองอาการจนเด็กโตพอสมควรคือประมาณ 36 สัปดาห์แล้วจึงทำการผ่าคลอด โดยแพทย์จะบอกถึงความเสี่ยงที่คุณแม่ต้องพบ เช่น การแท้งบุตร เด็กเสียชีวิตขณะอยู่ในครรภ์ เป็นต้น

ระดับความรุนแรงของโรคลิ้นหัวใจที่พบในคุณแม่ สามารถดูได้จากอาการที่ปรากฏเป็นหลัก เรียกว่า Functional Class แบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่ Class 1 สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติโดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย หอบเหนื่อย ใจสั่น อาการแน่นหน้าอก Class 2 ขณะทำกิจกรรมหรือออกกำลังมากขึ้นจะเริ่มเหนื่อย ใจสั่น หรือแน่นหน้าอก Class 3 ขณะทำกิจกรรมตามปกติแม้เพียงเล็กน้อยจะเริ่มเหนื่อย ใจสั่น หรือ แน่นหน้าอก เช่น การขึ้นบันไดเพียง 2 ชั้นก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว และ Class 4 แม้ขณะนั่งเฉยๆ หรือนั่งพักจะมีอาการหอบเหนื่อย ใจสั่น หรือแน่นหน้าอก

จริงหรือ! ต้องยุติการตั้งครรภ์หากคุณแม่เป็นโรคลิ้นหัวใจ

จากข้อมูลหากอยู่ใน Class 1 และ Class 2 ผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ระหว่างตั้งครรภ์ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะตั้งครรภ์หัวใจคุณแม่จะสูบฉีดเลือด (Cardiac Output) เพิ่มขึ้นมากกว่าคนปกติถึง 40% เนื่องจากมีเจ้าตัวน้อยในครรภ์ โดยจะเริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 8 สัปดาห์และสูงสุดในช่วงกึ่งกลางการตั้งครรภ์ แต่ถ้าหากคุณแม่ลิ้นหัวใจรั่วมากหรือตีบมากอยู่ใน Class 3 หรือ Class 4 ต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจทันทีเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม หากคุณแม่ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้วตั้งครรภ์ ถ้าเป็นลิ้นหัวใจที่ทำจากเนื้อเยื่อสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นลิ้นหัวใจสังเคราะห์ที่ทำจากโลหะอาจต้องหยุดทานยาละลายลิ่มเลือดแล้วเปลี่ยนไปใช้ยาฉีดตามที่แพทย์สั่ง

คุณผู้หญิงที่มีปัญหาโรคลิ้นหัวใจควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ การตรวจสุขภาพคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์อย่างละเอียด การตรวจหัวใจและหลอดเลือดหัวใจจะช่วยให้คุณแม่สามารถวางแผนการมีเจ้าตัวน้อยได้เป็นอย่างดีและช่วยให้ทั้งคุณแม่คุณลูกมีหัวใจที่แข็งแรง รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-310-3000 หรือ Call center.1719

สถานรับเลี้ยงเด็กที่พึ่ง“แม่ลูกอ่อน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291592

สถานรับเลี้ยงเด็กที่พึ่ง“แม่ลูกอ่อน”

พี่เลี้ยง, การดูแล, สถานรับเลี้ยงเด็ก, แม่, แม่ลูกอ่อน, ปู่ย่าตายาย

คุณแม่ลูกอ่อนที่หลังครบกำหนดลาคลอด 3 เดือนก็ต้องกลับมาทำงานทั้งที่ลูกยังเล็ก ต้องหาวิธีการที่จะให้ลูกได้รับการดูแลใกล้ชิด

       หัวอกคนเป็นแม่ต้องคิดหนักจะทำยังไงให้ลูกได้รับการดูแลใกล้ชิดจากคนที่วางใจได้ ปู่ย่า/ตายายช่วยเลี้ยง ,จ้างคนเลี้ยง หรือสถานรับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน

       “คุณแม่น้องมิว – กุนทินี รัตนพงศ์วิโรจน์” พนักงานบัญชีโรงแรมบันยันทรี ตัดสินใจว่าสถานรับเลี้ยงเด็กบันยันทรี ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำงานสวัสดิการหนึ่งที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้พนักงานที่มีลูกเล็กๆ ตอบโจทย์ชีวิตเธอที่สุด ทำงาน 5 วันจันทร์-ศุกร์ เข้างานตั้งแต่เวลา 08.30-18.30 น.ทุกวันจะพาน้องมาทำงานด้วยและส่งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กซึ่งเปิดตั้งแต่เวลา07.00-19.00 น.

สถานรับเลี้ยงเด็กที่พึ่ง“แม่ลูกอ่อน”

       คุณแม่วัย 40 ต้นๆ เล่าว่า   ก่อนหน้านี้คิดเยอะว่าถ้ามาทำงานแล้วจะให้ใครเลี้ยงน้องมิว จะให้คุณยายช่วยเลี้ยงเหมือนที่ก่อนนี้ที่เลี้ยงพี่ของน้องมิว คุณยายก็ไม่ไหวเพราะอายุ 70 ปีแล้ว จะจ้างคนมาเลี้ยง ยอมรับว่าก็หวั่นใจว่าจะเจอคนที่ไม่ดีหรือเปล่า ยิ่งมีข่าวออกมาบ่อยๆว่าพี่เลี้ยงทำร้ายเด็ก เช่น ตีหรือหยิกเด็ก ก็อดกลัวไม่ได้  ก็มองว่าที่ทำงานเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กก็สนใจ มีปรึกษากับแฟนอยู่ว่าจะเป็นการกระเตงลูกไปมาเกินไปหรือเปล่า แต่ด้วยความที่บ้านอยู่แถวสามย่านไม่ไกลจากโรงแรม จึงตัดสินใจเลือกให้ลูกมาอยู่สถานเลี้ยงเด็กบันยันทรี

       “พาน้องมิวมาฝากเลี้ยงไว้ที่นี่ตั้งแต่น้องได้ 4 เดือนจนตอนนี้น้องอายุ 2 ขวบ 5 เดือนแล้ว ซึ่งที่นี่จะรับเด็กอายุ 1 ปี 1 เดือนถึง 6 ขวบเท่านั้น ในช่วงน้องยังเล็กๆต้องให้นม พี่ก็มาให้นม ปั๊มนมไว้ให้น้องซึ่งจะมีห้องจัดไว้ให้เฉพาะ ระหว่างวันก็จะแอบมาดูน้องเรื่อยๆ ว่าเขาเล่นอะไร ทำกิจกรรมอะไรกับเพื่อนๆบ้าง” คุณแม่น้องมิว  เล่า

สถานรับเลี้ยงเด็กที่พึ่ง“แม่ลูกอ่อน”

คุณแม่น้องมิว – กุนทินี รัตนพงศ์วิโรจน์

      พนักงานที่ลูกยังเล็กๆ บางคนที่พื้นเพเป็นคนต่างจังหวัด ไม่สะดวกให้คนที่บ้านช่วยเลี้ยง หรืออยากจะเลี้ยงลูกเอง ก็จะพาลูกมาฝากเลี้ยงที่นี่ เสียค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 1,000 บาท แต่ลูกได้อยู่ใกล้ตัว ครูที่ดูแลก็จะอับเดตความเคลื่อนไหวของลูกๆให้ได้ดูผ่านกรุ๊ปไลน์ ตลอดเวลาด้วย

     “คนที่ดูแลลูกเราก็เป็นเพื่อนๆพนักงาน รู้จักกันอยู่แล้วทำให้สบายใจ ยิ่งเขาคอยแจ้งให้ได้เห็นเป็นระยะว่าเด็กๆทำอะไรอยู่ผ่านไลน์กลุ่ม ถึงเราไม่ได้แวะมาดูลูกที่ห้องแต่เราก็เบาใจ ถ้าวันไหนงานเสร็จช้าต้องกลับค่ำ ก็มาแจ้งครูได้ว่าเสร็จงานช้าหน่อยนะ ครูก็จะช่วยดูแลน้องให้ทำให้เราสบายใจอย่างน้อยลูกอยู่ใกล้ตัวเรามีคนดูแลที่วางใจได้”

สถานรับเลี้ยงเด็กที่พึ่ง“แม่ลูกอ่อน”

      ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ที่มีลูกเล็กๆ หลายคนก็ถามว่าที่ทำงานมีแบบนี้ด้วยหรือ เพราะบางคนก็ต้องฝากให้พ่อแม่ (ปู่ย่า/ตายาย) ช่วยเลี้ยง หรือไปจ้างคนเลี้ยง เช้าก่อนไปทำงานก็ต้องรีบไปส่ง เย็นก็ต้องรีบไปรับ หรือให้คนอื่นไปรับแทนจะค่อนข้างเร่งรีบด้วยเวลาจำกัด

     “ตั้งใจไว้ว่าเมื่อน้องมิว อายุครบเกณฑ์ 4 ขวบก็จะให้เข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล แต่ยอมรับตลอดเวลาที่น้องอยู่นี่มีพัฒนาการดีขึ้น เพราะมีการจัดกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาการต่างๆ เยอะมาก มีงานใส่กระเป๋าให้กลับไปทำทุกวัน เช่น การระบายสี เป็นการฝึกจับปากกาดินสอ ซึ่งแรกๆน้องมิวจะระบายปนกันไปหมด แต่เดี๋ยวนี้น้องเริ่มรู้จักสี แยกสีได้ เป็นต้น ถ้าไปจ้างคนเลี้ยงอย่างที่คิดๆไว้ เขาคงจะไม่สอนลูกเราแบบนี้ และก็ไม่รู้จะว่าจะดูแลลูกเราแบบไหน เพราะฉะนั้น สำหรับแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยและมีลูกเล็กๆถ้ามีสถานเลี้ยงเด็กที่ทำให้ลูกอยู่ใกล้ตัวก็รู้สึกสบายใจ”คุณแม่น้องมิว กล่าวในที่สุด

แถลงการณ์ค้าน ม.44 ลั่นทำมหาวิทยาลัยตกต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291645

แถลงการณ์ค้าน ม.44 ลั่นทำมหาวิทยาลัยตกต่ำ

ค้าน, ม44, แถลงการณ์ค้าน, ม44, ฉบับชั่วคราว

แถลงการณ์ “เครือข่ายคณาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาไทย” ล่ารายชื่อค้าน ม.44 เหตุแทรกแซงบริหาร ทำมหาวิทยาลัยตกต่ำ

      ตามที่ รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์คลิป เเถลงการณ์คัดค้าน ม.44 แทรกแซงมหาวิทยาลัย สังคมศาสตร์ มช. โดยมี ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ เป็นผู้อ่านเเถลงการณ์ดังนี้

ตามที่รัฐบาลภายใต้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 265 ร่วมกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2560 โดยอ้างว่า เนื่องจากการบริหารงานของอุดมศึกษาของรัฐที่ผ่านมามักปรากฏปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และส่งผลขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้น จึงเห็นควรให้สามารถที่จะแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ ทั้งยังให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ให้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวได้ โดยเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ หากเห็นสมควร

คำสั่งของ คสช.ดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจภายใต้การนำของรัฐบาลทหารเข้าแทรกแซงการบริหารจัดการกิจการของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีกฎระเบียบในการบริหารและจัดการมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว คำสั่งฯดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม หากแต่ยังเป็นคำสั่งที่ออกมาโดยมิได้ผ่านการปรึกษาหารือกับประชาคมนักวิชาการและบุคลากรภายในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศแต่อย่างใด การเปิดช่องให้สามารถแต่งตั้งบุคคลที่มิได้สังกัดสถาบันอุดมศึกษามาดำรงตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารมหาวิทยาลัยได้ ยังสร้างข้อกังขาต่อการที่สถาบันอุดมศึกษาไทยจะสามารถถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตั้งแต่ระดับสถาบันไปจนถึงคณะและภาควิชาอีกด้วย อนึ่ง คำสั่ง คสช.ดังกล่าว นับเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ในการแทรกแซงความเป็นอิสระของสถาบันอุดมศึกษา นับตั้งแต่ผนวกเอาผู้บริหารของมหาวิทยาลัยของรัฐเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ ผ่านการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถที่จะดำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการบริหารและจัดการองค์กร ที่ปลอดพ้นจากการแทรกแซงหรือตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง เครือข่ายคณาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาไทย จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าว และให้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารยุติการกระทำการใดๆ ที่แทรกแซงมหาวิทยาลัยอีกต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มคณาจารย์และนักวิชาการ ได้มีการล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านการใช้ม. 44 ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงรายชื่อประมาณ 260 คน

จุฬาฯ แจงส่งจม.ถึง “เนติวิทย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291622

จุฬาฯ แจงส่งจม.ถึง “เนติวิทย์”

จุฬาฯ, แจงส่งจมถึง, เนติวิทย์

ส่งจม.ถึง “เนติวิทย์” เป็นไปตามขั้นตอน เผยนิสิตสามารถยื่นสิทธิ์อุทธรณ์ได้ ฝากรอผลการพิจารณา ขณะที่อาจารย์ล็อคคอเด็ก ถูกตั้งคกก.สอบสวนข้อเท็จจริงฃรอผลการพิจารณา

       ตามที่ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว ระบุว่า “จดหมายมาแล้ว เพื่อนๆคนอื่นโดนข้อเดียว ส่วนผมโดนสองข้อกล่าวหา นั่นคือ

1.ใช้สถานที่ราชการในการจัดประชุมโดยไม่รับอนุญาต – เกิดจากการที่ผมทำ Public Hearing รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้าสวนหลวงสแควร์ที่ห้องสภานิสิต

2. แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมโดยเจตนาเดินออกจากแถวขณะประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ผมรู้สึกดีใจที่ผมได้รับฟังปัญหาของชาวบ้านรอบข้างของจุฬาฯ แม้ผมจะเดือดร้อนแล้วเพราะการทำสิ่งนั้น คนเดือดร้อนในสังคมมีมาก เรามีอภิสิทธิ์ในสังคมพอสมควรในฐานะนิสิตจุฬาฯ เราต้องรับใช้สังคมมากกว่าคนอื่นๆ ปณิธานของผมคือการรับฟังให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ องค์กรนิสิตต้องรับใช้สังคมและแสดงจุดยืนเพื่อวัฒนธรรมไทยที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” นายเนติวิทย์ ระบุในเฟซบุ๊ก พร้อมแนบเอกสารจดหมายดังกล่าว

จุฬาฯ แจงส่งจม.ถึง “เนติวิทย์”

รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าจดหมายดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้พิจารณาแล้วว่า นายเนติวิทย์ ได้กระทำการดังตามที่แจ้งไปนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทั้ง การใช้สถานที่ราชการ ต้องมีการขออนุญาต ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม รวมถึงการแสดงออกในพิธีถวายสัตย์ปฎิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ ก็เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ นายเนติวิทย์ สามารถใช้สิทธิ์การอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจาณณาเรื่องอุทธรณ์และร้องทุกข์ของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยืนยันว่าเป็นไปตามกระบวนการทางระเบียบ ซึ่งอยากให้รอผลการพิจารณา ซึ่งนายเนติวิทย์และพวกอาจไม่ถูกลงโทษ หรือลงโทษก็ได้

ทั้งนี้ ในส่วนของอาจารย์คนที่ล็อคคอนิสิตตามที่เป็นข่าวนั้น ขณะนี้ทางทีมบริหาร ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและรอผลการพิจารณาเช่นเดียวกัน แต่โดยส่วนตัวไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้

สุดเจ๋ง!!เด็กไอซีที รังสิต คว้าแชมป์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291540

สุดเจ๋ง!!เด็กไอซีที รังสิต คว้าแชมป์โลก

Microsoft Office Specialist Olympic World Championship 2017, มรังสิต, สุดเจ๋งเด็กไอซีที, รังสิต, คว้าแชมป์โลก, ปีที่ 16

เด็ก ว.ไอซีที ม.รังสิต สร้างชื่อคว้าแชมป์โลก MOS Olympic World 2017ประเภทโปรแกรม PowerPoint 2016 ณ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

           นายภัทรพงศ์ ตันติโกวิทย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2  สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของแชมป์กล่าวถึงที่มาของการเข้าร่วมการแข่งขันฯ ว่า ทราบข่าวจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่า บริษัท เออาร์ไอที จำกัด กำลังคัดเลือกตัวแทนเยาวชนไทยในแต่ละสถาบันการศึกษา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน MOS Olympic World Championship  และ Adobe Olympic World Championship  โดยเป็นการแข่งขันโปรแกรม Microsoft Office และ Adobe เวทีดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี (ปีที่ 16) ซึ่งในแต่ละปีจะมีประเทศต่างๆ ส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขัน ปีนี้จัดขึ้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 150 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก  ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ บริษัท เออาร์ไอที ได้คัดเลือกตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันเวที MOS Olympic World Championship 2017 จำนวน 4 คน ร่วมแข่งขัน 4 รายการ ได้แก่ 1. โปรแกรม Microsoft Power Point 2013 2. โปรแกรม Microsoft Word 2016 3. โปรแกรม Microsoft Excel 2016 4. Microsoft Power Point 2016 และส่งเข้าแข่งขันเวที ACA Olympic World Championship โปรแกรม Adobe จำนวน 3 คน

สุดเจ๋ง!!เด็กไอซีที รังสิต คว้าแชมป์โลก

ผลการแข่งขันตัวแทนเยาวชนไทยสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย 3 รายการ ได้แก่ 1.นายภัทรพงศ์ ตันติโกวิทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้าแชมป์โลก โปรแกรม MS Power Point 2016 2.นายศราวุธ คำเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โปรแกรม MS Excel 2016 และนางสาวอริศรา คชทิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คว้ารางวัลอันดับ 10 โปรแกรม Adobe

นายภัทรพงศ์ เล่าถึงการเตรียมความพร้อมว่า หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกในระดับมหาวิทยาลัยให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ตนจึงดรอปเรียนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อม โดยทางบริษัท เออาร์ไอที จะเป็นโค้ชในการฝึกซ้อมตลอดระยะเวลา 3 เดือน และให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงพาตัวแทนไปร่วมการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโจทย์ภาษาอังกฤษมา 1 หน้า A4 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำตามโจทย์ที่ได้รับมา โดยตัดสินจากคะแนนและระยะเวลา ซึ่งโจทย์จะหรอกให้เราสับสน ดังนั้น สิ่งที่เราฝึกซ้อมและเตรียมตัวมาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ต้องรู้ว่าแถบเครื่องมือจากซ้ายไปขวามีอะไรบ้าง เครื่องมือแต่ละตัวทำงานอย่างไร ฯลฯ  ซึ่งระหว่างการแข่งขันค่อนข้างกดดันจากหลายๆ ด้าน ทั้งแรงกดดันจากตัวเอง จากข้อผิดพลาดที่ตีโจทย์ผิดและการแก้ไขให้ทันเวลา จากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่พยายามใช้คีบอร์ดเสียงดังเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ ฯลฯ แต่สุดท้ายผลที่ได้คือ ตนเองทำเสร็จเป็นคนแรกและได้คะแนนเต็ม

สุดเจ๋ง!!เด็กไอซีที รังสิต คว้าแชมป์โลก

“สิ่งสำคัญของการแข่งขันในครั้งนี้คือ เราต้องมีสติ มีสมาธิอยู่กับโจทย์ที่เราได้รับ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของตนเอง ครอบครัว มหาวิทยาลัย และคนไทยทุกคน ที่สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาครอง ได้โบกธงชาติไทยบนเวทีโลก ได้แสดงถึงศักยภาพให้คนทั่วโลกเห็นว่า คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ดังนั้น ผมจึงคิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจและทำให้เต็มที่เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ขอให้ทำให้ดีที่สุด แล้วผลที่ได้จะออกมาดีเอง ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจและผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคนที่ให้การสนับสนุนและผลักดันให้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันเวทีระดับในครั้งนี้”แชมป์โลกกล่าวเพิ่มเติม

แม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ โทร 1669

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291530

แม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ โทร 1669

ตั้งครรภ์, แม่, โทร, 1669, สพฉ

สพฉ.ห่วงแม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ พบปีที่ผ่านมามีกว่า 26,461 คนย้ำหากพบเหตุควรรีบแจ้งสายด่วน1669 แนะลูกอาศัยวันแม่ดูแลสุขภาพแม่ ห่างไกลความเจ็บป่วย

         เดือนสิงหาคมถือเป็นเดือนแห่งวันแม่   ซึ่งคำว่าแม่ก็แบ่งได้เป็นหลายระดับ ทั้งแม่วัยรุ่น แม่ที่เริ่มมีอายุ หรือแม่ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งการดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้เกิดภาวะอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินก็แตกต่างกันไป และการดูแลสุขภาพของแม่เป็นหน้าที่ที่ลูกๆ ทุกคนควรทำเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่

          นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า  ระดับความเสี่ยงของแม่  ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลร่างกายของแม่   ซึ่งตามปกติแม่ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น จะมีภาวะเสี่ยงต่อโรคฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น  อาทิ  โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นลูกๆ  ควรดูแลให้แม่ตรวจร่างกายเป็นประจำ เพื่อดูว่ามีภาวะเสี่ยงหรือไม่  ที่สำคัญควรชวนกันออกกำลังกาย ควบคุมการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉิน  ส่วนแม่วัยรุ่นที่มีลูกเล็ก ก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ  เพราะนอกจากจะต้องดูแลลูก ก็ต้องหาเวลาดูแลสุขภาพตัวเองด้วย เนื่องจากผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคเฉพาะบางอย่างมากกว่าผู้ชาย

ขณะที่แม่ที่ตั้งครรภ์ ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะยิ่งมีความเสี่ยง โดยเฉพาะภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด ซึ่งจากสถิติพบว่าตลอดทั้งปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์การคลอดและนรีเวช 26,461 คน โดยในช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงเดือนของวันแม่มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลจากการคลอด 2,937 คน

แม่เกิดภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ โทร 1669

             รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อถึงภาวะฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ ว่า จะแบ่งเป็น 2 ช่วง   โดยช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ ปัจจัยที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้แม่ตั้งครรภ์ได้รับอันตรายคือ ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุและจะมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป อาทิ การตั้งครรภ์นอกมดลูก   ภาวะตกเลือด  และภาวะเลือดออกในช่องท้องจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก อาจทำให้แม่เสียเลือดมากซึ่งถือเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ โดยอาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูกสามารถสังเกตได้ดังนี้ แม่จะปวดท้องข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาโดยฉับพลัน มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดสลับกับมีอาการหน้าท้องอืดตึง พร้อมทั้งคลำเจอก้อนที่ท้องและมีอาการอ่อนเพลียหรือหน้ามืดในขณะที่ลุกขึ้นนั่ง นอกจากนี้ยังพบภาวะความดันโลหิตต่ำและชีพจรเต้นเร็ว   ซึ่งหากพบเห็นแม่ที่มีอาการเช่นนี้ควรรีบโทรแจ้งสายด่วน1669  เพื่อขอรับคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไป

ส่วนภาวะความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ครึ่งหลัง คือ ภาวะความดันโลหิตสูง และครรภ์เป็นพิษ  แม่จะมีอาการความดันโลหิตสูงมาก อวัยวะภายในร่างกายหลายระบบล้มเหลว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้แม่และเด็กเสียขีวิตจากภาวะหลอดเลือดตีบ เนื่องจากอวัยวะต่างๆ ได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยลง ซึ่งในบางรายที่มีอาการหนักมากจะทำให้เกิดอาการชักและมีเลือดออกในสมอง ทั้งนี้แม่ที่ครรภ์เป็นพิษ จะมีอาการปวดศีรษะ ตามัว เกิดอาการบวมที่ขาแขน หรือใบหน้า มีน้ำหนักตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และปวดท้องจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งหากพบเห็นแม่ที่มีอาการดังกล่าวควรรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไป

อย่าหลงเชื่่อ “ข้อมูลเท็จห้ามเช็คอินในสถานบันเทิง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291464

อย่าหลงเชื่่อ “ข้อมูลเท็จห้ามเช็คอินในสถานบันเทิง”

สธ, เตือนอย่าหลงเชื่่อ, ฉบับที่ 2, อย่าหลงเชื่่อ, Facebook, ฉบับที่ 2

สธ.เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ข้อมูลเท็จห้ามเช็คอินในสถานบันเทิง ผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

           นพ.นิพนธ์  ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ในประเด็น “การบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ห้ามมิให้ประชาชนทุกท่านส่งเสริมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  โดยระบุว่าหากประชาชนเช็คอิน ทางเฟสบุ๊ค(Facebook)ในสถานบันเทิงจะถือเป็นการยุยงส่งเสริม และต้องได้รับโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับ 50,000 บาท ” นั้น ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ เนื่องจากรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีนโยบายหรือข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว และตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ไม่ได้ระบุว่าการเช็คอินในสถานบันเทิงเป็นการยุยงส่งเสริมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อย่าหลงเชื่่อ "ข้อมูลเท็จห้ามเช็คอินในสถานบันเทิง"

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่มาของข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ข้อมูลข่าวดังกล่าวไม่มีการยืนยันแหล่งที่มาอย่างชัดเจน เป็นการแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงของทางส่วนราชการ ทำให้ส่วนราชการได้รับความเสียหาย ที่สำคัญทำให้เกิดกระแสการต่อต้านจากประชาชนที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 อีกด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปจึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่เป็นเท็จดังกล่าว หากมีข้อสงสัยสอบถามที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1442  ตลอด 24 ชั่วโมง

สุดเจ๋ง ทำหนังสั้นคว้ารางวัลระดับนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291441

สุดเจ๋ง ทำหนังสั้นคว้ารางวัลระดับนานาชาติ

กลุ่มบริษัท พานาโซนิค ในประเทศไทย, สุดเจ๋ง, ประเทศไทย, True Sportsmanship Award, The Winner, Creative Media Award, Wishsource, Dead End

ทีมเยาวชนไทยสามารถคว้า 2 รางวัลจากการแข่งขันรายการ KWN Global Contest 2017 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จาก 18 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 26 ทีม

      เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มบริษัท พานาโซนิค ในประเทศไทย นำโดย นางศิริรัตน์ ยงค์เจริญชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พานาโซนิค แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเยาวชนที่ชนะการแข่งขันในโครงการ  “สร้างสรรค์ ฉลาดคิด ผลิตข่าวกับพานาโซนิค” ประจำปี 2559 (Panasonic Kid Witness News 2016) เป็นตัวแทนเยาวชนไทยนำผลงานไปแข่งขันต่อในรายการ KWN Global Contest 2017 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีทีมที่ชนะการแข่งขันในระดับประเทศจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 26 ทีม แบ่งเป็นทีมระดับประถมศึกษา 13 ทีม และ ทีมระดับมัธยมศึกษา 13 ทีม

ผลการแข่งขัน ทีมเยาวชนไทยสามารถคว้า 2 รางวัลจากการแข่งขัน ได้แก่ รางวัลน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยม (True Sportsmanship Award) ระดับประถมศึกษา ทีมสายย่อ จาก ร.ร.อัสสัมชัญ จ.สมุทรปราการ ประกอบด้วย ด.ช.ปุญญพัฒน์ ถนอมรอด ด.ช.ศิวกร นาคราช ด.ช.ศุภโชค สุนันทารอด ด.ช.วงศ์วริศ ตุ้มสุด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ ด.ช.พิสิษฐ์บวรนันท์ ธารชัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากผลงานเรื่อง “The Winner” ที่นำนิทานอีสปเรื่องกระต่ายกับเต่ามาเปรียบเทียบกับแนวคิดเรื่องน้ำใจนักกีฬา

และรางวัลสื่อสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม (Creative Media Award) ระดับมัธยมศึกษา ทีม “Wishsource” จาก ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย นายนพรัตน์ คำนุ น.ส.ปัญญดา ว่องวทัญญู นายวรัชญ์ ดวงจิต น.ส.กมลวรรณ แสงคำ และนายปิติภัทร กิตติรัตนชัยกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากผลงานสารคดีหนังสั้นเรื่อง “Dead End”  ที่สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

ด.ช.ศิวกร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่นำชื่อเสียงมาให้ประเทศ การแข่งขันในครั้งนี้ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่จากหลากหลายประเทศ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และได้ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ผลงานเรื่อง The Winner สะท้อนแนวคิดว่า ผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก แต่หมายถึงผู้ที่ชนะทั้งใจตนเองและใจผู้อื่นได้ต่างหาก

น.ส.ปัญญดา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันในครั้งนี้ ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 300 ล้านคน บางครั้งผู้ป่วยก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วย และคนรอบข้างก็มักมองอาการที่ผู้ป่วยแสดง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายตัวเองไปจนถึงการฆ่าตัวตาย เป็นการเรียกร้องความสนใจ จึงไม่ได้ใส่ใจดูแล จึงต้องการนำเสนอให้ทุกคนรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้ป่วย เพื่อเกิดความเข้าใจและสื่อสารกับผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง หวังว่าสารคดีหนังสั้นเรื่องนี้จะมีส่วนช่วยลดจำนวนการฆ่าตัวตายของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าลงได้ในอนาคต

ด้านนางศิริรัตน์ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทยดำเนินโครงการ “สร้างสรรค์ ฉลาดคิด ผลิตข่าวกับพานาโซนิค” มาเป็นปีที่ 14 เยาวชนที่ชนะเลิศในระดับประเทศ จะได้เข้าร่วมแสดงผลงานและแข่งขันต่อในระดับนานาชาติ พานาโซนิคมุ่งหวังว่าโครงการนี้  จะทำให้เด็กๆ ค้นพบความสามารถและความสนใจของตนเอง  และได้ทำในสิ่งที่ตนรัก  รวมถึงเป็นช่องทางในการสะท้อนมุมมองความคิดของด็กๆ ที่มีต่อสังคมในปัจจุบัน