เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283901

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

พระเมรุมาศ, คืบหน้าพระเมรุมาศ, สร้างถนนกลาง, กคดูคืบหน้าพระเมรุมาศ, เชิญนายกฯ, เชิญ, นายกฯ, คืบหน้า, พระ, เมรุมาศ, ต้นเดือน

รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ เผยเตรียมเชิญนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าต้นเดือนก.ค.กองทัพไทยขุดรื้อผิวลาดยางแอสฟัลท์ สร้างถนนกลางแล้ว

      คณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ลงพื้นที่บริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ ตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ โดยมี นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร รายงานความคืบหน้า

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

    โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า โครงสร้างพระเมรุมาศดำเนินการเสร็จแล้ว 100 % ภาพรวมการก่อสร้างอาคารประกอบต่างๆคืบหน้ากว่า 50% โครงสร้างหลักของบุษบกประธาน บุษบกซ่างและบุษบกหอเปลื้อง รวม 9 องค์ แล้วเสร็จ โดยได้ติดตั้งองค์ประกอบสถาปัตยกรรมของฐานชาลาทั้งสามชั้นแล้วเสร็จไปกว่า 95% ได้แก่ ฐานสิงห์ ราชวัติ หน้ากระดาน และฐานเทวดา ติดตั้งนั่งร้านสูงเพื่อติดตั้งองค์ประกอบส่วนบน ได้แก่ การหุ้มเสา ผนัง เพดาน และประกอบชั้นเชิงกลอน

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

       ส่วนงานขยายแบบเท่าจริงที่แล้วเสร็จ ได้แก่ บุษบกหอเปลื้องทั้งหมด ส่วนฐานและเรือนธาตุของบุษบกซ่าง อยู่ระหว่างการขยายแบบเครื่องยอดบุษบกประธานและบุษบกซ่าง พระที่นั่งทรงธรรม คืบหน้ารวม 54.3% ขณะนี้อยู่ระหว่างมุงหลังคาส่วนสุดท้าย บริเวณเหนือโถงประธาน ได้ติดตั้งซุ้มคูหาและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมรอบอาคาร ส่วนงานตกแต่งภายในทั้งสองปีกของอาคาร ได้กรุผนัง หุ้มเสา ผนัง ฝ้าเพดานแล้วเสร็จ และเริ่มทาสีรองพื้นและเดินกรอบทอง

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

      พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับงานศิลปกรรม และงานประติมากรรม ประกอบพระเมรุมาศ ความคืบหน้าโดยรวมประมาณ 65% ประกอบด้วย การจัดทำต้นแบบ แล้วเสร็จ 80% หล่อไฟเบอร์แล้ว 50% เขียนสีแล้วเสร็จ 30 % งานจิตรกรรมฉากบังเพลิง จัดทำแบบร่างและแบบขยายแล้วเสร็จทั้งหมด ลงสีคืบหน้า 50% อยู่ระหว่างการลงรายละเอียดเทวดาบนฉากบังเพลิง และจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริ

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

      สำหรับติดตั้งบนพระที่นั่งทรงธรรมลงสีพื้นหลังแล้วเสร็จ เริ่มงานเขียนรายละเอียดงานจัดสร้างโลหะฉลุลายกลีบบัว ขณะที่การติดตั้งบริเวณรั้วราชวัติ จัดทำโครงสร้างคืบหน้า 80% และฉลุโลหะลายกลีบบัวคืบหน้า 20% ส่วนงานจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ 4 แบบ จำนวนรวม 6 องค์ ขณะนี้ได้จัดทำหุ่นต้นแบบแล้วเสร็จ 70% และขึ้นหุ่นพระโกศโลหะ กลึงถ้ำศิลา แล้วเสร็จ 10%

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

     “การก่อนสร้างโดยรวมเป็นที่น่าพอใจ เสร็จทันเดือนกันยายนนี้ เท่าที่ดูการดำเนินการในส่วนต่างๆ เร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนด ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาจัดทำรายละเอียด ทั้งนี้ผมคิดว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานในส่วนต่างๆ ให้บ่อยขึ้น และประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย และสัปดาห์หน้าผมจะลงไปตรวจสอบการดำเนินงานที่สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม อย่างไรก็ตาม ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำงาน โดยเฉพาะทีมช่างที่ทำงานหนักถึง 21.00 น”พล.อ.ธนศักดิ์ กล่าว

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

     รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการก่อสร้างถนนเส้นกลาง กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เริ่มดำเนินการขุดรื้อผิวลาดยางแอสฟัลท์เดิมได้พื้นที่ 950 ตร.ม. จากพื้นที่ 6,070 ตร.ม. และรื้อถอนหินคลุกเดิม ได้จำนวน 275 ลบ.ม. จาก 3,700 ลบ.ม.

เชิญนายกฯ ดูคืบหน้าพระเมรุมาศต้นเดือนก.ค.

     ทั้งนี้ การก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็กกว้าง 30 เมตร ยาว 200 เมตร หนา 15 ซม. รองรับน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 14 ตันคิดจากน้ำหนักรวมการบรรทุกสูงสุดของพระมหาพิชัยราชรถ โดยจะทำการรื้อผิวถนนการจราจรเดิมก่อน แล้วจึงก่อสร้างชั้นพื้นทาง ลงหินคลุกหนา 20 ซม. และทำผิวจราจรคอนกรีตหนา15 ซม. ก่อนทำการตกแต่งสีผิวคอนกรีตและจัดสร้างขอบคันทางคอนกรีต

โชว์ 3 คลินิกพิเศษในการดูแลเด็กออทิสติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283807

โชว์ 3 คลินิกพิเศษในการดูแลเด็กออทิสติก

ออทิสติก, โชว์, Thai Diagnostic Autism Scale

โรคออทิสติก เป็นโรคทางจิตเวชในเด็กที่กรมสุขภาพจิตมีนโยบายเพิ่มการเข้าถึงบริการฯ มักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง พบได้ทั้งคนจนและคนรวย

       ในเด็กไทยอายุไม่เกิน 5 ขวบ จะพบเด็กออทิสติกหรือกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม 1 คนต่อเด็ก 161 คน เด็กออทิสติกแต่ละคนมีระดับความรุนแรงของโรคที่ไม่เท่ากัน ความผิดปกติของเด็กออทิสติกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของเด็ก และจะเห็นเด่นชัดขึ้นเมื่อเด็กออทิสติกมีอายุมากขึ้น จะต้องได้รับบริการคัดกรองหาความผิดปกติ และบำบัดรักษากระตุ้นพัฒนาการ และการปรับพฤติกรรมอย่างมีมาตรฐาน

        นาวาอากาศตรี นายแพย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กออทิสติกมีความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้า 3 ด้าน คือ ด้านสังคม ภาษา และ พฤติกรรม ผู้ปกครองสามารถสังเกตพบอาการออทิสติกได้ก่อนที่เด็กจะมีอายุ 3 ปี สัญญาณเตือน ได้แก่ “ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง” กล่าวคือ ด้านสังคม เด็กจะไม่ยอมสบตา ไม่ชอบมองหน้าคนอื่น ไม่สนใจมองตามเมื่อเราเรียกชื่อ ไม่สนใจผู้อื่น  ด้านภาษา เช่น เริ่มพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ หรือพูดได้แต่ไม่เป็นภาษา ฟังไม่รู้เรื่อง ชอบพูดคำเดิมๆ ซ้ำๆ ทั้งวัน  ไม่ชี้นิ้วสั่งหรือบอกเมื่อต้องการของที่อยากได้ และ ด้านพฤติกรรม เช่น ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว มีพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ไม่เหมาะสม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ชอบมองวัตถุที่หมุนตลอดเวลา เช่น พัดลมหรือของเล่นที่หมุนๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้ พามาตรวจเร็ว ผลการรักษาก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หากตรวจพบตั้งแต่ช่วง 2 ขวบปีแรก จะทำให้ผลการรักษาดีมาก แม้ไม่หายขาดแต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆ ดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้ เข้าโรงเรียนได้ตามวัย

โชว์ 3 คลินิกพิเศษในการดูแลเด็กออทิสติก

ด้วยวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีในการดูแลเด็กที่มีภาวะออทิสติก อย่างสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จ.เชียงใหม่ ได้เปิดให้บริการคลินิกพิเศษ 3 คลินิก ได้แก่  1. คลินิกพิเศษเพื่อวินิจฉัยภาวะออทิสติกด้วยเครื่องมือ ADOS-2 (Autism Diagnostic Observation Schedule) ซึ่งเป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการวินิจฉัยภาวะออทิสติก โดยเครื่องมือมาตรฐานและมีหลักฐานประกอบการวินิจฉัย ที่มีความละเอียดและแม่นยำ ใช้เวลา ภายในเวลา 30-45 นาที โดยในชุดกิจกรรม จะประกอบด้วย สถานการณ์จำลองให้เด็กได้ปฏิบัติและมีการบันทึกพฤติกรรมอย่างละเอียดและมีการให้คะแนนตามการแปลผลของADOS แล้วนำไปเทียบอิงกับเกณฑ์มาตรฐานการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช

ปัจจุบัน มีการใช้เครื่องมือADOS-2 ในการวินิจฉัยภาวะออทิสติกมากกว่า 10 ปี มีจำนวนเด็กทั้งสิ้น 721 ราย โดยรายที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถให้การวินิจฉัยได้ คือ 13 เดือน ส่งผลให้เด็กได้รับการรักษาแบบเข้มข้นตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งนี้ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านภาษา สังคมและพฤติกรรมที่ดีขึ้น ตลอดจนมีระดับสติปัญญาที่สูงขึ้นใกล้เคียงกับปกติ และจากประสบการณ์ในการเปิดคลินิกพิเศษวินิจฉัยภาวะออทิสติก ขณะนี้จึงได้พัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสติกที่เป็นของประเทศไทยเอง คือ เครื่องมือ TDAS (Thai Diagnostic Autism Scale) เพื่อจะได้วินิจฉัยและช่วยเหลือเด็กไทยได้อย่างทั่วถึง

โชว์ 3 คลินิกพิเศษในการดูแลเด็กออทิสติก

         2.คลินิกการสื่อสารทางเลือก (Augmentative and Alternative Communication: AAC) นำเอาวิธีการอื่นมาใช้สนับสนุนทักษะการพูดของคนที่มีความบกพร่องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อาจเป็นระบบที่ไม่ต้องมีองค์ประกอบอื่น เช่น ภาษามือ และสีหน้า ท่าทาง รวมถึงการใช้วิธีการสื่อสารที่มีตัวช่วยเป็นองค์ประกอบ เริ่มตั้งแต่การใช้รูปภาพ จนถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงรวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ที่ปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลาย

3.คลินิกส่งเสริมพัฒนาการด้านการสื่อสารในเด็กออทิสติกโดยใช้ระบบแลกเปลี่ยนภาพ (Picture Exchange Communication System : PECS) ซึ่งเป็นการสื่อสารเสริมหรือสื่อสารทางเลือกหนึ่งที่นำมาใช้ทดแทนให้กับเด็กที่พูดไม่ได้หรือได้น้อยให้มีช่องทางสื่อสารอื่นแทนคำพูดเพื่อสื่อสารบอกความต้องการกับผู้อื่นได้ ช่วยลดความเครียดจากการที่คนอื่นไม่เข้าใจตนเองได้ ซึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสารด้วย PECS ดีขึ้น คือ การที่ผู้ปกครองต้องมีความมุ่งมั่นอดทนในการฝึก อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ด้าน พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ กล่าวเสริมว่า ข้อดีของวิธีนี้ คือ เป็นวิธีที่เข้าใจง่ายและใช้ได้ง่าย เด็กสามารถบอกความต้องการของตนได้ตรงและชัดเจน ผู้ใหญ่สามารถตอบสนองเด็กได้ตรงจุด ซึ่งการตอบสนองอย่างถูกต้องถือเป็นแรงเสริมให้เด็กอยากสื่อสารมากขึ้น เด็กเป็นฝ่ายเริ่มต้นการสื่อสาร ทำให้เด็กเข้าหาคนมากขึ้น วัสดุที่ใช้มีราคาถูกและทำได้ไม่ยาก และเด็กสามารถสื่อสารกับคนอื่นๆได้ คนอื่นสามารถเข้าใจรูปภาพที่เด็กยื่นให้และตอบสนองความต้องการของเด็กได้และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสอนวิธีสื่อสารนี้แก่คนอื่น

โดยวิธีการฝึก ได้แก่ 1.การให้ความรู้ผู้ปกครองให้เข้าใจว่า PECS คืออะไร จะช่วยเด็กได้อย่างไร มีขั้นตอนการฝึกอย่างไรและให้ดูตัวอย่างเด็กที่ใช้ PECS สำเร็จและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2.ประเมินแรงเสริมที่เด็กต้องการในขณะนั้นแล้วเตรียมภาพและเริ่มฝึกขั้นที่ 1 โดยเน้นให้ผู้ปกครองฝึกลูกได้ 3.สอนผู้ปกครองทำภาพ และให้การบ้านไปฝึกลูกต่อเนื่องที่บ้าน และ 4.นัดมาติดตามอาการ ถ้าเด็กมีความสามารถผ่านเกณฑ์ก็จะสอนขั้นต่อไป

ไร้ข้อสรุป! เวทีปรึกษาฯแก้กฎหมายบัตรทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283884

ไร้ข้อสรุป! เวทีปรึกษาฯแก้กฎหมายบัตรทอง

บัตรทอง, ไร้ข้อสรุป, ฉบับที่, สปสช

เวทีปรึกษาฯไม่สรุป 17ประเด็นแก้กฎหมาย บันทึกแค่ความเห็นหลากหลายส่งมอบคกก.ฯ ขณะที่ภาคประชาชนยื่นร่างพรบ.บัตรทองฉบับประชาชนประกบ

      เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน  มีการจัดเวทีปรึกษาสาธารณะเกี่ยวกับร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งมีการจัดรูปแบบเป็น 10 กลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มจะมีผู้แทนจากฝ่ายผู้ให้บริการ ประชาชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และหน่วยราชการอื่นๆ โดยนำประเด็นมาหารือทั้งสิ้น 17  ประเด็น โดย  14 ประเด็นเป็นเรื่องเดิมที่ใช้ทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ และเพิ่มเติม 3 ประเด็นที่มีข้อกังวล คือ หลักการการออกกฎหมาย ความชอบธรรมกระบวนการยกร่าง และกระบวนการรับฟังความคิดเห็น
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป  เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพฯ กล่าวว่า  หากพิจารณาจากเนื้อหาสาระร่างพ.ร.บ.ฯ ความเป็นจริงไม่มีสัญญาณอะไรที่กลุ่มไม่เห็นด้วยคิดเลย แต่ก็เข้าใจว่า อาจต้องมีการสร้างวาทกรรม คำพูดต่างๆออกมา แต่ก็ยังมั่นใจว่าประชาชนกว่า 60 ล้านคนจะพิจารณาและใช้วิจารณญาณได้ ส่วนการแก้กฎหมายก็ยังเดินตามกระบวนการ ทั้งออนไลน์มีความเห็น 833 ความเห็น และเวที 4 ภาคมีคนเข้าร่วมทั้งลงทะเบียน และไม่ได้ลงทะเบียนแต่มาแสดงความคิดเห็นในเวทีประชาพิจารณ์ รวมจำนวน   2098   คน ซึ่งในความเห็นทั้งหมดรวมแล้ว 1622 ความเห็น โดยแบ่งออกเป็นความเห็นจากออนไลน์ประมาณ 833   ความเห็นและ ที่เหลือ 789 ความเห็น โดยจะไม่แยกความคิดเห็นว่าใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่เราจะรวมเป็นหมวดๆ ว่าเห็นด้วยอะไร ไม่เห็นด้วยอะไร
นพ.พลเดช ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีที่ปรึกษาฯที่จัดนานกว่า 7 ชั่วโมงว่า  แม้ในช่วงเช้าจะเกิดการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของภาคประชาชนกลุ่มหนึ่งจนทำให้การปรึกษาหารือสะดุดอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ภาคส่วนอื่นๆ ที่มาร่วมปรึกษาหารือครั้งนี้ไม่อยากเสียเวลาจึงแก้ปัญหา จนสามารถจัดเวทีกลุ่มรับฟังความเห็นกันต่อได้ ทำให้ผลการประชุมในแง่ของ เนื้อหาสาระถือว่าครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ในเวทีนี้ภาคประชาชนได้ยื่นร่างพรบ.หลักประกันฯฉบับที่ยกร่างโดยภาคประชาชนมาด้วย ซึ่งก็จะนำร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวแนบไปกับการสรุปการรับฟังความคิดเห็นที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.ฯด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน17 ประเด็นที่นำมาเข้าสู่เวทีปรึกษาฯมีส่วนที่ยังเห็นต่าง เวทีฯได้ข้อสรุปทางออกหรือไม่ นพ.พลเดช กล่าวว่า จะไม่มีการสรุปความคิดเห็น แต่จะประมวลทั้งส่วนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยพร้อมเหตุผลของแต่ละส่วนเสนอคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.ฯภายในวันที30 มิ.ย.นี้ จากนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯในการพิจารณาดำเนินการเกี่ยใกับประเด็นที่ยังเห็นต่าง
นพ.พลเดช กล่าวอีกว่า หลังจากสช.เสร็จสิ้นภารกิจในการรับฟังความคิดเห็นแล้ว สช.จะดำเนินการจัดสมัชชาเฉพาะประเด็นเรื่องร่างพรบ.หลักประกันฯ เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสาธารณะที่สำคัญจำเป็นต้องอาศัยการสานพลัง คาดว่าจะจัดได้ในปีงบประมาณ 2561ซึ่งจะใช้ลักษณะการจัดเช่นเดียวกับเวทีปรึกษาสาธารณะที่จะมีผู้แทนจากภาคส่วนต่งๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น

“ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก”ประธานร่างกฎหมายบัตรทองบอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283857

“ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก”ประธานร่างกฎหมายบัตรทองบอก

บัตรทอง, วรากรณ์, ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก, ฉบับที่, สนช

ประธานฯร่างกฎหมายบัตรทอง ยันแก้ไขมุ่งประโยชน์ประชาชน พร้อมรับความเห็นต่าง บันทึกเสนอรมว.สธ.แน่นอน เชื่อถึงขั้นกฤษฎีกา-สนช.ถูกหยิบมาพิจารณาได้

       ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ  ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับที่…) พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีตัวแทนภาคประชาชนมองว่าร่างพรบ.นี้มีแต่หน่วยบริการได้ประโยชน์ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์นั้น ขอชี้แจงว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำงานโดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ดังนั้น ทุกประเด็นที่มีการแก้ไขก็มุ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่มีส่วนที่จะทำให้หน่วยบริการได้ประโยชน์ อย่างเช่น  เรื่องค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการก็ทำเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดจากงบประมาณที่จัดสรรลงไป เป็นต้น  ซึ่งตนรับเข้ามาทำหน้าที่เพราะมีความศรัทธาในสิ่งที่จะเข้ามาแก้ไขปรับปรุงว่าจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน
“ที่ว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการร่างพรบ.นี้นั้น ไม่จริง เพราะตอนที่คณะกรรมการทำงานในการร่างพรบ. ได้เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักไม่ได้เอาประโยชน์ของหน่วยบริการเป็นหลักเลย”ดร.วรากรณ์กล่าว
ส่วนที่ภาคประชาชนไม่เข้าร่วมกับเวทีปรึกษาสาธารณะนั้น ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า แท้จริงเวทีประชาพิจารณ์ได้เสร็จสิ้นไปแล้วในการทำแบบออนไลน์และการเปิดเวที 4 ภูมิภาค การจัดเวทีปรึกษาสาธารณะเป็นการทดลองรูปแบบใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น หลังจากนี้ก็จะมีการประมวลรวบรวมประเด็นทั้งหมดขึ้นในเวบไซต์เพื่อให้ประชาชนติดตามได้ รวมทั้ง นำความเห็นทั้งหมดสรุปเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาฯเพื่อดูว่าควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง ซึ่งจะพิจารณาด้วยเหตุและผลโดยเฉพาะในประเด็นที่มีความกังวลกว้างขวาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ภาคประชาชนต้องการให้รับปากว่าประเด็นที่ยังเห็นต่างจะไม่มีการปรับแก้ในร่างพรบ. ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า ตนเป็นประธาน แต่การทำงานทำในรูปแบบคณะกรรมการ  ไม่สามารถไปรับปากแทนใคร อย่างไรได้แม้จะเป็นประธานก็ตาม จะต้องให้คณะกรรมการประชุมและมีการหารือแล้วออกความเห็นเป็นมติของคณะกรรมการร่วมกัน  จากนั้นจึงจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายในวันที่19 ก.ค.นี้ก่อนนำเข้าคณะรัฐมนตรี เข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งขั้นตอนในปัจจุบันเป็นเพียงขั้นเบื้องต้นเท่านั้น
ต่อข้อถาม ภาคประชาชนมองว่ากระบวนยกร่างพรบ.นี้ใช้เวลาน้อยเพียง 2 เดือนและเปิดรับประชาพิจารณ์เพียง 20 วัน  ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า ร่างพรบ.นี้มีการประชาพิจารณ์ที่กว้างขวางมากทั้งในรูปแบบออนไลน์และเวทีประชาพิจารณ์ 4 ภูมิภาค  ไม่เห็นกฎหมายที่ไหนจะเปิดกว้างขวางในการรับฟังความคิดเห็นเท่านี้
“ความคิดเห็นในส่วนที่ยังเห็นต่างคณะกรรมการพิจารณาฯจะจัดทำเป็นรายงานการประชุมแนบท้ายว่ายังมีประเด็นเรื่องใดบ้างที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการมาพิจารณาเพิ่มเติม หรือในขั้นตอนของคณะกรรมการกษฎีกาหรือสนช.ก็อาจจะหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาประกอบเพิ่มเติมก็ได้”ดร.วรากรณ์ กล่าว

“พิษณุ” ส่งหนังสือแจ้งธ.ออมสิน ยกเลิกเอ็มโอยูแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283870

“พิษณุ” ส่งหนังสือแจ้งธ.ออมสิน ยกเลิกเอ็มโอยูแล้ว

ลูกหนี้, ค้างชำระ 3 งวด, ส่งหนังสือยกเลิก, ยกเลิกเอ็มโอยู, ธนาคารออมสิน, พิษณุ, ยกเลิกเอ็มโอยูแล้ว, สกสค

“พิษณุ” เผยสกสค.ส่งหนังสือถึงธนาคารออมสิน ขอให้ยกเลิกเอ็มโอยูและยุติการหักเงินของกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ เผยปัจจุบันครูมีหนี้ค้างชำระเกิน 3 งวดกว่า 8หมื่นราย

       ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู สัญญาและหนังสือยินยอมที่เลขาธิการสกสค. ชุดก่อนได้ลงนามไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งให้ ยุติการหักเงินสนับสนุนพิเศษจากโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.  และคืนเงินสนับสนุนที่ได้หักไปแล้วแก่ สำนักงาน สกสค.  ตามหนังสือที่เคยมีการแจ้งไปก่อนหน้านี้ นั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ดร.พิษณุ  ตุลสุข  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  เรื่องการหักเงิน จากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ แจ้งให้ธนาคารออมสิน รับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค.  ให้ยกเลิกเอ็มโอยู สัญญาและหนังสือยินยอมที่เลขาธิการสกสค. ชุดก่อนได้ลงนามไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งให้ ยุติการหักเงินสนับสนุนพิเศษจากโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค.  และคืนเงินสนับสนุนที่ได้หักไปแล้วแก่ สำนักงานสกสค.  ตามหนังสือที่เคยมีการแจ้งไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้   หากธนาคารออมสินยังไม่ยุติการหักเงินดังกล่าว ตนจะต้องนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสกสค. เพื่อขอส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานของรัฐ  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีการหารือกับทางธนาคารออมสินและทางธนาคารออมสิน ยืนยันว่าจะยังหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ พิเศษต่อไป โดยอ้างว่า ทำตามเอ็มโอยูเดิม ซึ่งไม่เป็นไปตามมติ ที่ได้ตกลงกันในการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่มี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ที่ให้ยกเลิกเอ็มโอยูเดิม และยกร่างเอ็มโอยูฉบับใหม่ขึ้น  และโดยหลักการแล้ว หากมีการประชุมร่วมกัน แต่ละหน่วยงานต้องทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันความเปลี่ยนแปลง  ตรงนี้ตนเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมธนาคารออมสินจึงไม่ดำเนินการ
“นับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน สกสค.ได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารออมสิน เข้ากองทุนเงินสนับสนุนฯ รวม 12 ปี มีผู้กู้ที่ค้างชำระ 3 งวดขึ้นไป จำนวน  84,127 ราย เป็นเงินรวมประมาณ 19,365 ล้านบาท ทางธนาคาร ได้หักเงินจากบัญชี เงินสนับสนุนหนี้ค้างชำระของผู้กู้ช.พ.ค.และช.พ.ส. ที่ค้างชำระ 3 งวด นับถึงเดือนเมษายน 2560 ไปแล้วประมาณ 10,468ล้านบาท ยังคงเหลือเงินสนับสนุนที่ได้รับมา 8,897 ล้านบาท และจนถึงขณะนี้ ธนาคารออมสิน ก็ยังคงหักเงิน จากบัญชีเงินสนับสนุนอยู่ เป็นเงินประมาณ เดือนละ 200 กว่าล้านบาท ทางสกสค.ยืนยันว่า จะต้องนำเงินดังกล่าวกลับคืนมา และขอทำความเข้าใจกับเพื่อนครูว่า เงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ ไม่ใช่เงินช.พ.ค. และช.พ.ส. ที่หักจากครูที่กู้ แต่เป็นเงินที่ได้ตามข้อตกลงที่สำนักงานสกสค.ทำไว้กับธนาคารออมสิน เพื่อพัฒนากิจการสกสค. และมีวัตถุประสงค์เพื่อนนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตครู”ดร.พิษณุ กล่าว

สรุปผลสอบ”ผอ.สามเสน” พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283856

สรุปผลสอบ”ผอ.สามเสน” พรุ่งนี้

สรุปผลสอบผอสามเสน, พรุ่งนี้, ผอสามเสน, การุณ, 20 มิย, สพฐ, สพม, 21 มิย60, กพฐ

“การุณ” ร่วมฟังคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีคลิปรับเงิน คาด 22 มิ.ย.นี้สรุปผล

         ความคืบหน้าหลังมีผู้ปกครองเผยแพร่คลิปวิดีโอผู้บริหารโรงเรียนดังย่านพระราม 6 รับเงิน 4 แสนบาทให้ลูกเข้าเรียนในชั้นม.1 ซึ่งวานนี้ (20 มิ.ย.) นายวิโรฒ สำรวล ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้แจ้งความได้แถลงข่าว ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปรับนักเรียน ที่่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้รับเงิน 4 แสนบาทตามที่กล่าวอ้าง และจากการดูคลิปเชื่อว่ามีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่การบันทึกเสียง น่าจะมีการตัดต่อ โดยกรณีดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 1 ชุด เพื่อตรวจสอบคู่ขนานกับคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพม.)เขต 1 กรุงเทพมหานคร ตั้งขึ้น
วันนี้ (21 มิ.ย.60) นายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  กล่าวว่า ได้มาร่วมรับฟังผลการสืบข้อเท็จจริง จากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ชุดและคาดว่าจะสามารถสรุปข้อมูลจากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ชุดได้ภายในวันที่ 22 มิถุนายนนี้  ส่วนกรณีว่า นายวิโรฒ ได้รับเงิน จำนวนดังกล่าว เพื่อแลกกับการรับเด็กเข้าเรียนหรือไม่นั้น  เนื่องจาก นายวิโรฒ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าวแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน เพราะ สพฐ.ไม่มีอำนาจเรียกผู้เผยแพร่คลิปมาให้ข้อมูลได้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่ากรณีนี้ถ้าเป็นทำผิดให้ออกทั้งออกผู้อำนวยการและเด็กนั้น ขอไม่พูดเรื่องนี้
ด้าน นางงามพิศ ลวากร รักษาการผู้อำนวยการสพม. กรุงเทพฯ เขต 1  กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล โดย สพม.เขต 1 จะสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานให้นายการุณ  รับทราบโดยเร็ว  ซึ่งนายการุณ ได้กำชับมาว่าให้เร่งดำเนินการ  เพื่อจะได้นำผลการรายงานไปพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการชุดที่ สพฐ.ตั้งขึ้น  ส่วนผลการสืบข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น คงไม่สามารถเปิดเผยได้

วอน“บิ๊กตู่”ยกเลิกคำสั่ง คสช. ข้อ13

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283854

วอน“บิ๊กตู่”ยกเลิกคำสั่ง คสช. ข้อ13

ผอสพปชัยภูมิ เขต 1, สพปชัยภูมิ1, นายธนชน มุทาพร ผอสพปชัยภูมิ เขต 1, ติดหล่ม, แตกแยก, วงการศึกษา, คสช, ข้อ13, บิ๊กตู่, ผอรร-ผอเขต, ผอสพปชัยภูมิ เขต 1 , ผอรร, ศธจ, คนกลาง

ชมรมผอ.เขตพื้นที่ฯ วอน“บิ๊กตู่”ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่19/2560 ข้อ 13 ชี้ศธจ.ติดหล่มการบริหาร ครูลางานกับ”ผอ.ร.ร.-ผอ.เขต”ไม่ได้ ชี้วงการศึกษา แตกแยก!!

         เมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 น.ชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย นำโดย นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาจังหวัดชียภูมิเขต1(ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 )พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือ ต่อตัวแทนพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) จังหวัดขอนแก่น

          นายธนชน มุทาพร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 เผยกับ “เวบไซด์คม ชัด ลึก”ว่า การยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อให้นายกรัฐมนตรี พิจารณยกเลิกข้อ 13 ในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19 /2560 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 เนื่องจากข้อความในข้อ 13 ตามคำสั่งนี้ ไปยกอำนาจการสั่งบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา53 ของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียน(ผอ.ร.ร.) ไปให้ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ซึ่งเป็นข้าราชการต่างกรม ต่างกระทรวง

วอน“บิ๊กตู่”ยกเลิกคำสั่ง คสช. ข้อ13

นายธนชน  มุทาพร(คนกลาง)ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต1

          “และประเด็นสำคัญ มาตรา 53 ผูกพัน บังคับใช้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เกือบ 30 เรื่อง ส่งผลให้เกิดความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน และขาดโอกาสในการพัฒนาด้านยุทธศาสตร์ และการศึกษา ทำให้ ศธจ.ติดหล่มการบริหารบุคคลมากกว่าเดิม จึงเป็นอุปสรรคสำคัญ จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาค ไม่ประสบความสำเร็จ และสร้างความแตกแยกในวงการศึกษามากขึ้น”นายธนชน กล่าว

          นายธนชน  กล่าวเพิ่มเติมว่า  คำสั่งคสช.ที่19/2560  ทำให้สายบังคับบัญชาในระดับภูมิภาคผิดฝาผิดตัว จากเดิมสายบังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชา ทำหน้าที่อนุมัติในการบริหารจัดการ เช่น การลาออก หรือ การเดินทาง ทุกอย่างก็จบ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปหมด

          “การขอนุมัติต่างๆ แต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ต้องเดินทางไกลมาถึงจังหวัด เช่น สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้เขต2,เขต3,เขต4,เขต5 ฯลฯ จากเดิมที่เขตตั้งงบประมาณในการเดินทางเอาไว้ปีละ 500,000 บาทก็เพิ่มเป็นอีกเท่าตัวถึง 1,000,000 ล้านบาท” นายธนชน ระบุ

          นายธนชน   กล่าวอีกว่า ที่ออกมาเรียกร้องในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพราะไม่อยากให้องค์กรครูถูกมองว่า มีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหนุนหลัง แต่คำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ข้อ13 ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับเขตพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจริง จึงอยากขอความเห็นใจจากพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ดังกล่าวด้วย

สูตร 4,5,7 ยื่นปรับบัตรทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283852

สูตร 4,5,7 ยื่นปรับบัตรทอง

บัตรทอง, สูตร, 457, ยื่นปรับบัตรทอง, ฉบับที่

กลุ่มคนรักหลักประกันฯยื่นหนังสือถึงประธานร่างกฎหมายบัตรทองใหม่ แสดง 4 ประเด็นเห็นด้วย 5 ประเด็นเห็นต่าง 7ประเด็นแก้เพิ่ม

      นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า  กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพได้ยื่นหนังสือถึงดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับที่…)พ.ศ… เป็นหนังสือที่ระบุถึงประเด็นในการแก้กฎหมายจากการศึกษาของภาคประชาชน จำนวน 16 ประเด็น มี  4  ประเด็นที่เห็นเหมือนกัน คือ 1.มาตรา 14 กรณีห้ามดำรงตำแหน่งสองคณะในขณะเดียวกัน หมายถึงคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพ 2.มาตรา 15 วาระกรรมการไม่เกินสองสมัย 3.มาตรา 29 รายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน  และ 4. ยกเลิกมาตรา 42 เรื่องการไล่เบี้ย กรณีเกิดปัญหาต่อผู้รับบริการ เมื่อมีการเยียวยาช่วยเหลือแล้วต้องไม่ไล่เบี้ยหาผู้กระทำผิด
ส่วนประเด็นเห็นแตกต่างมี 5 ประเด็น คือ 1. ไม่เห็นด้วยเรื่องการนิยาม เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพและนิยามสถานบริการ จึงต้องการเพิ่มในนิยามให้รวม องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไรเป็นสถานบริการด้วย 2.ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 13  ในการแก้ไของค์ประกอบของบอร์ดสปสช. ที่ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน  เนื่องจากขัดกับหลักการแยกผู้จัดบริการและผู้ซื้อบริการ  และไปลดผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นต้องเพิ่มตามเดิม เป็นต้น
3.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 ที่ระบุเพียงได้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แต่เห็นว่าควรต้องเพิ่มเรื่องการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ และเห็นว่าควรเพิ่มผู้ให้บริการเข้าไปในมาตรานี้ด้วย  4.ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 46 เรื่องการแยกเงินเดือน เพราะจะมีผลกระทบต่อการกระจายบุคลากร และ 5.มาตรา 48(8) ที่มีการเสนอเพิ่มเฉพาะวิชาชีพและผู้ให้บริการในบอร์ดสปสช. ซึ่งไม่สมดุล  โดยต้องเพิ่มสัดส่วนงานด้านคุ้มครองผู้บริโค และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ และเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์รวม 3 คนเข้าไปด้วย
และอีก 7 ประเด็นเป็นข้อเสนอใหม่เพิ่ม คือ 1. แก้ไขมาตรา 5 ให้ตัดการร่วมจ่ายออกเสีย 2.มาตรา 9 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ด้านบริการสาธารณสุขเดียวสำหรับทุกคน ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีเป็นกองทุนเดียว 3.แก้ไขมาตรา 10 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์เดียวสำหรับทุกคน และรัฐต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพให้ผู้ประกันตน 4.แก้ไขมาตรา 18 เรื่องอำนาจของคณะกรรมการในการจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็ฯเพื่อเป็ฯการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินกองทุน 5.แก้ไขมาตรา 26 ให้สามารถตรวจสอบหน่วยบริการที่ไม่โปร่งใส 6.มาตรา 47/1 ให้สามารถสนับสนุนองค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหาผลกำไร 7.เสนอให้ตัดบทเฉพาะกาลมาตรา 66 ออกทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 9และ 10 เรื่องการบริหารจัดการกองทุนด้านสุขภาพ

เอ็นจีโอท้านายกฯตรวจสอบถูกกล่าวหารับเงินส่วนลด(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283848

เอ็นจีโอท้านายกฯตรวจสอบถูกกล่าวหารับเงินส่วนลด(มีคลิป)

อ็นจีโอท้านายกฯตรวจสอบกรณีที่กล่าวหารับเงินส่วนลดจากที่สปสช.จัดซื้อยา หากพบไม่จริงจี้รมว.สธ.ขอโทษ ขณะที่เวทีปรึกษาฯบัตรทองวุ่น ภาคประชาชนไม่ร่วม จัดวงพูดเอง

       เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน  มีการจัดเวทีปรึกษาสาธารณะเกี่ยวกับร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งมีการจัดรูปแบบเป็น 10 กลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มจะมีผู้แทนจากฝ่ายผู้ให้บริการ ประชาชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และหน่วยราชการอื่นๆ โดยนำประเด็นมาหารือทั้งสิ้น 17  ประเด็น โดย  14 ประเด็นเป็นเรืองเดิมที่ใช้ทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ และเพิ่มเติม 3 ประเด็นที่มีข้อกังวล คือ หลักการการออกกฎหมาย ความชอบธรรมกระบวนการยกร่าง และกระบวนการรับฟังความคิดเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการเริ่มเปิดห้องประชุมเวทีปรึกษาสาธารณะ  กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายกว่า 18  คน รวมตัวกัน โดยนายนิมิตร์  เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า  กรณีที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พูดถึงกรณีการจัดซื้อยา โดยระบุว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่ากรณีการจัดซื้อยานั้น  เป็นหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เดิมเมื่อซื้อขายยากันในปริมาณมาก จะได้รับส่วนลด และกันเงินที่เหลือ มอบให้กลุ่มเอ็นจีโอไปทำภารกิจองค์กร ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการพาดพิงและกล่าวหากลุ่มเอ็นจีโอ พวกตนจึงขอประกาศว่า ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ตรวจสอบพวกตนได้เลย และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบออกสู่สาธารณะ เพราะพวกตนยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงิน หรือส่วนลดใดๆ ทั้งสิ้น

เอ็นจีโอท้านายกฯตรวจสอบถูกกล่าวหารับเงินส่วนลด(มีคลิป)

       น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การที่ออกมาพูดเช่นนี้จะทำให้สังคมเข้าใจผิด และที่พวกตนออกมาแสดงความเห็นเรื่องแก้กฎหมายบัตรทอง ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ของพวกตน ดังนั้น หากมีการตรวจสอบว่าพวกตนไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ ทางรัฐมนตรีว่าการสธ.ควรออกมาขอโทษ และกล่าวข้อเท็จจริงด้วย
จากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นกระบวนการเวทีปรึกษาสาธารณะภายในห้องประชุม  ได้มีตัวแทนภาคประชาชนรุกขึ้นแล้วพูดว่าไม่ไว้ใจกระบวนการจัดเวทีในครั้งนี้ว่าความคิดเห็นของภาคประชาชนจะได้รับการรับฟัง โดยตัวแทนภาคประชาชนต่างสลับกันขึ้นพูดทำให้ไม่สามารถเริ่มกระบวนการของเวทีฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพูดแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่เห็นด้วยว่าพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติพ.ศ.2545 ต้องได้รับการแก้ไข

แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการยกร่างที่ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยต้องการให้ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับที่…) พ.ศ….รับปากว่าในประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างจะไม่มีการแก้ไขในร่างกฎหมายใหม่และในการแก้ไขกฎหมายใหม่ก็มีแต่หน่วยบริการได้รับประโยชน์  ประชาชนไม่ได้รับประชาชนเลย  จนผ่านไประยะเวลาหนึ่งจึงมีการเริ่มเวทีกลุ่มย่อยได้ในบางประเด็น เช่น คุณสมบัติเลขาธิการสปสช. การร่วมจ่ายบริการ การจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับหรือให้บริการสาธารณสุข  การจัดซื้อยารวม และเรื่องคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) เป็นต้น

เอ็นจีโอท้านายกฯตรวจสอบถูกกล่าวหารับเงินส่วนลด(มีคลิป)
อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าห้องเดียวกับที่มีการประชุมกลุ่มย่อยอยู่นั้น กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพได้พูดแสดงความคิดเห็นควบคู่ไปกับเวทีย่อยที่มีการหารือกันอยู่บริเวณหลังห้องด้วย ก่อนที่นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์จะยื่นหนังสือ เรื่อง ขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดการความีดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขกฎหมาย ถึง   ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ  ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับที่…) พ.ศ…..ผ่านนพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)ในฐานะอนุกรรมการประชาพิจารณ์ด้วย หลังจากยื่นหนังสือแล้วจึงสามารถเริ่มเวทีปรึกษาสาธารณะได้ในทุกกลุ่มย่อย

อ่านลิงค์ข่าวประกอบ  https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1420800538039740&id=133669246752882

“ฮูปแต้ม” จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283786

“ฮูปแต้ม” จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม

มมหาสารคาม, ฮูปแต้ม, จิตรกรรมฝาผนัง, จังหวัดมหาสารคาม, สิมฮูปแต้ม

จิตรกรรมภาพวาดบนฝาผนังโบสถ์ที่เห็นอยู่นี้ มีอายุมากกว่า100ปี หรือคนในพื้นที่เรียกกันว่า “สิมฮูปแต้ม” ถูกสร้างขึ้นในราวปีพุทธศักราช 2451 สิมแห่งนี้

       ถูกสร้างขึ้นโดยหลวงพ่อจันทร์ดี  พร้อมกับชาวบ้านในชุมชนสมัยนั้น  ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้างนั้น  ส่วนใหญ่เป็นหนังวัว-หนังควาย กระดูกวัว-กระดูกควาย และดินเหนียวที่ถูกนำมาเผาผสมเป็นปูน  โดยภาพวาดบนสิม  ล้วนแล้วมาจากเรื่องเล่าวรรณคดี พุทธประวัติ และวิถีชีวิต เพื่อเป็นปริศนาธรรมสอนลูกหลาน

เสถียร พุทไธลัง ปราชญ์ชาวบ้าน ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม เล่าว่า  “เมื่อหลวงพ่อพระครูจันทร์ดี  สร้างเสร็จเพื่อใช้ในกิจการทางศาสนาแล้ว   ท่านมีกุศโลบายที่จะสอนธรรมให้กับญาติโยมลูกหลานบ้านดงบังรู้ โดยสมัยเมื่อ100กว่าปีที่แล้วคนอ่านหนังสือไม่ออก ต้องดูรูปภาพ ท่านเลยแต้มสังข์ศิลป์ชัยเป็นวรรณคดีเอกของอีสาน พระเวชสันดรชาดก พระมาลัยโปรดสัตว์นรก พระมาลัยไปสวรรค์ เอ่อ…และก็พุทธประวัติ นอกจาก4เรื่องนี้ ท่านจะแทรกวิถีชีวิตชาวบ้าน วัฒนธรรมประเพณีของหมู่บ้านแทรกไว้ในฮูปแต้มด้วย ” นับว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสวยงามและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ที่ควรอนุรักษ์และเผยแพร่ให้คนที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ภาพวาดแห่งนี้

"ฮูปแต้ม" จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม

"ฮูปแต้ม" จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม

วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สถาบันการศึกษาที่ใกล้ชิดกับชุมชน จึงได้ร่วมกับภาคสังคม จัดกิจกรรมฮักแพงเบิ่งแยงฮูปแต้มดงบังขึ้น เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดไปในตัวด้วย

กันตา วิลาชัย  รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  กล่าวว่าในฐานtที่เราเป็นวิทยาลัยการเมืองการปกครอง เราเรียนกันทางด้านรัฐศาสตร์ ส่งเสริมให้นิสิตได้ลงชุมชน ให้นิสิตสามารถที่จะสร้างกระบวนการให้กับชุมชน ได้พัฒนาวัฒนธรรมที่ตัวเองมีอยู่ด้วยตัวของเขาเองอย่างเข้มแข็ง เราก็เลยมากระตุ้นเร้าให้ชุมชนทำสิ่งนี้ เรามีสมมติฐานอย่างหนึ่งว่า อะไรก็ตามที่เด็กรัฐศาสตร์ทำได้ เราเชื่อว่าชาวบ้านก็ย่อมทำได้ อย่างเรื่องการเก็บศิลปะออกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์  เด็กรัฐศาสตร์ไม่มีความรู้เลย แต่เราเป็นนักจัดการ เราก็เลยเชื่อว่า การจัดการอย่างนี้ โดยวิธีของนักรัฐศาสตร์ จะได้เป็นตัวอย่างให้กับชาวบ้านด้วย เรากระตุ้นเร้าชาวบ้านด้วย ในขณะเดียวกันนิสิตของเราก็ได้ร่วมเรียนรู้ เพราะต่อไปนิสิตวิทยาลัยการเมืองจะได้ออกมาเป็นนักพัฒนา ผู้นำชุมชน

"ฮูปแต้ม" จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม"ฮูปแต้ม" จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม"ฮูปแต้ม" จิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดมหาสารคาม

นอกจากนี้  ยังมีซุ้มนิทรรศการแสดงวิถีชีวิตของชุมชน ภาพวาดบนกระดาษโปสเตอร์ หมอน-กรอบรูปฮูปแต้ม และการแข่งขันการวาดภาพรูปของเด็กเยาวชน เพื่อให้คนเหล่านี้ได้เรียนรู้วิธีการวาดภาพ สร้างกระบวนการคิด และเรียนรู้งานศิลปะ ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญ ของการขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการอนุรักษ์หวงแหนวัฒนธรรมของตน