“ลุงตู่”ชื่นชมเด็กขอนแก่นวิทย์ฯ ได้ที่1″นิติ”จุฬาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283818

“ลุงตู่”ชื่นชมเด็กขอนแก่นวิทย์ฯ ได้ที่1″นิติ”จุฬาฯ

ชื่นชมเด็กขอนแก่นวิทย์ฯที่1, ขอนแก่นวิทยายน, ได้ที่1นิติจุฬาฯ, ลุงตู่, นิติ, รรขอนแก่นวิทยายน

“ลุงตู่”ชื่นชม สาวม.6 “ร.ร.ขอนแก่นวิทยายน” แอดมิดชั่นส์ได้ที่1 นิติศาสตร์ จุฬาฯ ต่อหน้าคนฟังปาฐกถาพิเศษนับหมื่นคน เจ้าตัวดีใจ ที่สอบติดและได้รับเสียงชื่นชม

          เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2560 เวลา 09.30 น. หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ไทยแลนด์ 4.0 ที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังกว่า 5 พันคน และในโอกาสนี้ได้ชื่นชม น.ส.กฤตรัตน์ ชุมแก้ว นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่มีผลคะแนนในการสอบแอดมิดชั่น เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ใน ติดคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการประกาศผลสอบแอดมิดชั่นที่ผ่านมา

"ลุงตู่"ชื่นชมเด็กขอนแก่นวิทย์ฯ ได้ที่1"นิติ"จุฬาฯ

สำหรับน.ส.กฤตรัตน์ ชุมแก้ว นักเรียนชั้นม.6 กล่าวว่า ดีใจที่รู้ว่ามีผลการสอบได้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาได้ตั้งใจเรียนและตั้งใจเป็นนักกฎหมาย เพราะครอบครัวเป็นนักกฎหมาย จึงมุ่งมั่นอยากจะเข้าเรียนที่คณะนี้ และภูมิใจที่สอบติด โดยจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด เพื่อออกมาเป็นนักกฎหมายที่รับใช้สังคมต่อไป

ขณะที่ ดร.ยุทธศาสตร์ กงเพชร ผอ.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่าวว่า ภูมิใจที่นักเรียนในสังกัดสอบได้คะแนนอันดับหนึ่งแบบนี้ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีนักเรียนของโรงเรียนสอบได้อันดับหนึ่งของประเทศมาก่อน นี่คือคนแรก โรงเรียนจึงได้จัดงานชื่นชมยินดี พร้อมกับให้กำลังใจกับนักเรียนที่มุ่งมั่นเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

1 ก.ค. 60 ศิริราชปิดเส้นทางการจราจรภายใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283801

1 ก.ค. 60 ศิริราชปิดเส้นทางการจราจรภายใน

ศิริราช, Skywalk, ถัดจากประตูตึกอุบัติเหตุ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จะปิดเส้นทางการจราจรภายในโรงพยาบาลศิริราช เพื่อก่อสร้างทางสัญจรยกระดับ (Skywalk) ระยะที่ 3

        ผู้ที่จะเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จะปิดเส้นทางการจราจรภายในโรงพยาบาลศิริราช เพื่อก่อสร้างทางสัญจรยกระดับ (Skywalk) ระยะที่ 3  โดยจะปิด ตั้งแต่ “หน้าตึกอุบัติเหตุ”จนถึง “ตึกผู้ป่วยนอก” เป็นระยะเวลา  2  เดือน  เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2560

โปรดใช้เส้นทางเบี่ยงสะพานอรุณอมรินทร์เข้าด้านหลังโรงพยาบาลศิริราช  หรือเข้าประตูท่าน้ำวังหลัง  กรณีส่งผู้ป่วยทั่วไปสามารถส่งที่ตึกผู้ป่วยนอก หรือเข้าทางประตูด้านข้างธนาคารไทยพาณิชย์  (ถัดจากประตูตึกอุบัติเหตุ)  ส่วนประตูอุบัติเหตุ เข้าได้เฉพาะผู้ป่วยอุบัติเหตุเท่านั้น   ทั้งนี้จะมีป้ายแสดงเส้นทางการเดินรถตลอดทางภายในโรงพยาบาล   และเพื่อความสะดวกในการเดินทาง  ขอความกรุณาท่านใช้บริการรถสาธารณะในช่วงระยะเวลาดังกล่าว   โรงพยาบาลศิริราชขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

สิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283777

สิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส

สิงห์อาสา, สถาบัน, รณรงค์คลองสวยน้ำใส

รวมพลังเยาวชนสิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส  ร่วมกำจัดผักตบชวาและขยะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

       “สิงห์อาสา” ผนึกกำลังกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาภาคกลางจาก 7 สถาบันการศึกษาได้แก่ ม.ราชภัฏธนบุรี, ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, ม.ศิลปากร, ม.รังสิต, ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกันลงพื้นที่กำจัดผักตบชวาในโครงการ “สิงห์อาสา รวมพลัง กำจัดผักตบชวาและขยะ เพื่อป้องกันอุทกภัย” ประเดิมที่แรกที่ชุมชนวัดบางขัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่ผ่านมา “สิงห์อาสา” โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้ร่วมกับน้องๆนักศึกษาที่เป็นเครือข่ายสิงห์อาสา ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น พร้อมเข้าไปฟื้นฟูให้ผู้ประสบภัยพ้นจากวิกฤต และกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยเร็ว

สิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส

โดยในครั้งนี้สิงห์อาสาได้รวมพลังกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา ลงพื้นที่ชุมชนวัดบางขัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  เพื่อร่วมกันกำจัดผักตบชวาและขยะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาอุทกภัย และรณรงค์ให้ชาวบ้านในชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่จะตามมาของการสะสมของผักตบชวาในลำคลอง ซึ่งบริเวณต.คลองหนึ่งนี้ ระยะทางที่ผักตบชวากักขังนั้น มีระยะทางกว่า 500 เมตร ปกคลุมไปทั่วพื้นที่บริเวณลำคลอง ทำให้เกิดปัญหาของการไหลเวียนของน้ำช้าและปัญหาน้ำเน่าเสียสะสม

ตัวแทนนักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสาอย่าง น้องมายด์ – น.ส. วัรญญา บังลำพอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เล่าถึงความรู้สึกว่า การที่เก็บผักตบชวาและขยะ ทำให้มายด์ได้เห็นถึงปัญหาว่าเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากมาก เพราะว่าผักนั้นอุ้มน้ำและมีปริมาณเยอะ ซึ่งทำให้น้ำไหลช้า นอกจากนี้ยังมีขยะหลายอย่างที่ไม่ควรอยู่ในคลองอย่างเช่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ต่างๆ ส่วนตัวมายด์เป็นคนพื้นที่นี้ โดยอาศัยอยู่ที่ ต.คลองสาม ซึ่งแถวบ้านก็เจอกับปัญหาแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งน้ำเน่าเสียจากคลองหนึ่งถือว่าเป็นต้นทางที่จะไหลไปตามคลองต่างๆในรังสิต จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาดของน้ำตั้งแต่ต้นคลองจะดีที่สุด

สิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใสสิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส

น้องมหา – นายวุฒิชัย ศรีโชละ” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด้จเจ้าพระยา บอกว่า วันนี้ผมกับเพื่อนๆที่เป็นเครือข่ายสิงห์อาสามาลงพื้นที่ช่วยกันเก็บผักตบชวาและมาช่วยกันรณรงค์เรื่องการรักษาแม่น้ำลำคลองครับ ผมมองว่าความสามัคคีภายในชุมชนจะช่วยแก้ปัญหาผักตบชวาได้ คนในพื้นที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ปัญหาผักตบชวาในชุมชนเพราะว่าผักตบชวานั้นมีเยอะมาก ถ้าหากช่วยกันคนละไม้คนละมือผักตบชวาก็จะหมดไปครับ วันนี้ผมก็เลยอยากมาช่วยกับพี่ๆทีมสิงห์อาสาแก้ปัญหานี้

“น้องปัทม – น.ส.สุพรรษา ทัศน์ยิ่งยง” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า แม้ผักตบชวาจะเป็นปัญหาเพียงจุดเล็กๆแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่นั้นก็คือปัญหาน้ำท่วมเพราะว่าผักตบชวาเหล่านี้จะไปขวางทางไหลของน้ำทำให้น้ำระบายไม่สะดวกทำให้เกิดปัญหาที่ซ้ำซากอยู่จนถึงทุกวันนี้

สิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใสสิงห์อาสา 7 สถาบัน รณรงค์คลองสวยน้ำใส

หนุ่มนักกิจกรรมจิตอาสาอย่าง “น้องหล้า – นายกฤษดา ทับพี” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา บอกว่า ผมกับเพื่อนๆมาลงพื้นที่ช่วยกันเก็บผักตบชวาครับ ซึ่งผักตบชวาเหล่านี้ไหลมาตามเส้นทางน้ำจากทางตลาดไท ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน พอมีน้ำสะสมมากแต่ในคลองมีผักตบชวาเยอะก็จะทำให้น้ำไหลได้ช้า ทำให้น้ำท่วมได้ครับ บวกกับการที่มีขยะสะสมด้วยก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเพิ่มขึ้นด้วยครับ ผมอยากจะมาช่วยกันพัฒนาชุมชนให้ชาวบ้านได้ตระหนักและร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องของผักตบชวาและขยะในลำคลอง อยากจะฝากไปถึงพี่ๆน้องๆชาวบ้านให้ช่วยกันดูแลรักษาลำคลองไม่ว่าจะทั้งเรื่องผักตบชวาที่ขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือเรื่องการทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง หากพวกเราทุกคนช่วยกัน ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป

นั่นเป็นความรู้สึกของบรรดาเครือข่ายนักศึกษา “สิงห์อาสา” หลังลงพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดผักตบชวา ทั้งนี้โครงการ “สิงห์อาสา รวมพลัง กำจัดผักตบชวาและขยะ เพื่อป้องกันอุทกภัย” จะมีการลงพื้นที่พร้อมกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาจากมหาวิทยาลัยต่างๆไปอีก 3 จังหวัดได้แก่ จ.สิงห์บุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครปฐม ร่วมกันแก้ปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมต่อไป

ราชภัฏจันทรเกษม รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283803

ราชภัฏจันทรเกษม รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

มราชภัฏจันทรเกษม, ราชภัฏจันทรเกษม

“ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้ใจ ถวายอาลัย พ่อของแผ่นดิน” เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

       ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้ใจ :  คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พร้อมใจเข้าร่วมอบรมและประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

      โครงการ “ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้ใจ ถวายอาลัย พ่อของแผ่นดิน” เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมแคฝรั่ง 2 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ม.ราชภัฏจันทรเกษม สอบถามรายละเอียด โทร 0 2942 6800 ต่อ 3129

ราชภัฏจันทรเกษม รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ราชภัฏจันทรเกษม รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ราชภัฏจันทรเกษม รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์


ตะลุย “สวนคลองจินดา ไฉไล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283775

ตะลุย “สวนคลองจินดา ไฉไล”

ตะลุย, สวนคลองจินดา, ไฉไล, สวนคลองจินดา ไฉไล, SOOK Travel, สสส, การทำคันดินยกร่อง, คุณชุติมา น้อยนารถ, พี่ชุ, คุณอุบล ศรีรัตนพิทักษ์, โกบล, บุษบายาหยี, คุณบุษบา หลงสมบุญ, พี่ตุ๊ก, คุณมะลิ ยิ้มถนอม, พี่ลิ, ความอร่อยแบบชาวสวน

 “SOOK Travel” แนะนำชาวสวนคลองจินดาไฉไล สวยงามทั้งใจ สวยงามทั้งผลผลิต

       หากจะยกย่องชาวสวนคลองจินดาด้วยสักคำหนึ่ง คำว่า “ไฉไล” คงเหมาะสมสุด เพราะจิตใจของคนที่นี่สวยงาม คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภค พืชผักที่ปลูกก็มีหน้าตาน่ารับประทาน และรสชาติยังอร่อยจนผู้ได้ลิ้มลองต้องยกนิ้วให้ เพราะพวกเขาเข้าใจในธรรมชาติและสามารถใช้ประโยชน์จากต้นทุนทางทรัพยากรสร้างผลผลิตชั้นดีออกสู่ท้องตลาด

       “SOOK Travel” โครงการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม โดย ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอนำเสนอ “โรงเรียนชาวสวนคลองจินดา” อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยวจุดประกายการสร้างสุขแบบไปเช้าเย็นกลับ ในสโลแกนการท่องเที่ยวว่า “ตะลุยสวนปลอดสารพิษ สัมผัสวิถีชีวิตชาวคลองจินดา”

ตะลุย "สวนคลองจินดา ไฉไล"

        ความน่าสนใจของที่นี่คือความไฉไลของผู้คนดังที่กล่าวในข้างต้น ซึ่งพื้นฐานสำคัญของการเป็นเกษตรกรที่รุ่งเรืองได้อย่างทุกวันนี้ คือ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีคลองจินดาไหลผ่านมาบรรจบกับแม่น้ำท่าจีน ทำให้เป็นดินปากแม่น้ำมีตะกอนทับถม ปลูกอะไรก็งอกงาม ประกอบกับของการทำสวนแบบ “ยกเน้ย” (การทำคันดินยกร่อง) ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของดินได้อย่างเต็มที่ ชาวคลองจินดาจึงสามารถสร้างผลกำไรจากการประกอบอาชีพชาวสวนจนร่ำรวยกันถ้วนหน้า และมีกำลังทรัพย์พอที่จะลงทุนกับเทคโนโลยีทางการเกษตร ตามมาด้วยสิ่งที่สร้างผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบอย่างสารเคมี

      แต่กระนั้นสิ่งสุดท้ายที่ตามมาจากความรุ่งเรืองในข้างต้น ระยะเวลาได้พิสูจน์ด้านลบซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณให้ชาวคลองจินดาได้ตระหนักและฉุกคิดขึ้นว่า “สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความยั่งยืน” ผลกระทบของสารเคมีกำลังทำลายคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ปลูก ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และยังทำร้ายสุขภาพของผู้บริโภค พวกเขาจึงรวมตัวกันเป็น “กลุ่มคนทำเกษตรยั่งยืนคลองจินดา” โดยแนวทางการทำงานของพวกเขา ตัวแทนผู้นำกลุ่ม “คุณชุติมา น้อยนารถ” หรือ “พี่ชุ” ได้อธิบายว่า “เราแค่ย้อนกลับไปทำเกษตรวิถีดั้งเดิมดังที่บรรพบุรุษของเราได้เคยทำ”

ตะลุย "สวนคลองจินดา ไฉไล"ตะลุย "สวนคลองจินดา ไฉไล"

        การคืนสู่สามัญของชาวสวนคลองจินดากลุ่มนี้เอง คือ สิ่งที่ SOOK Travel ขอเชื้อเชิญให้ทุกท่านได้ลองไปตะลุยท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวความรู้ที่ใครก็สามารถนำกลับไปใช้ได้ โดย 3 สวนซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันที่เราขอนำเสนอ สวนแรกคือ “สวนวนเกษตรโกบล” ของ “คุณอุบล ศรีรัตนพิทักษ์” หรือ “โกบล” โดยโกได้อธิบายความโดดเด่นของสวนนี้ว่า “สวนนี้คือการคืนสู่สามัญโดยแท้จริง ด้วยการทำสวนแบบป่า มีพืชมากมายคอยผลัดเปลี่ยนออกผลผลิตให้พอกินพอขายตลอดทั้งปี สัตว์น้อยใหญ่มาอยู่อาศัยเติมเต็มความสมบูรณ์ มีทั้งตัวห้ำและตัวเบียน โกไม่ต้องดูแลอะไรเลย เพราะธรรมชาติเขาสามารถดูแลกันเองได้ นอกจากนั้นการทำสวนแบบป่าที่มีพืชหลากหลายและมีความสูงไล่ระดับกันยังเป็นปราการป้องกันสารพิษจากภายนอก ทำให้สวนแห่งนี้เป็นสวนปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ จนได้รับการรับรองจาก IFOAM (International Federation Of Organic Agriculture Movements)”

       สวนที่สองคือสวนปลอดสารพิษ “บุษบายาหยี” โดดเด่นด้วยบรรยากาศสวยงามดึงดูดให้น่าเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ ของ “คุณบุษบา หลงสมบุญ” หรือ “พี่ตุ๊ก” โดยพี่ตุ๊กแนะนำสวนของตนว่า “สวนแห่งนี้เป็นสวนผสม มีการปลูกพืช 3 ระดับ ระดับแรกคือพืชคลุมดินหมุนเวียน เก็บไปก็ปลูกชนิดใหม่ขึ้นมาทดแทนผลัดกันดูแลดิน ระดับที่สองคือปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นาน เก็บเกี่ยวใบและยอดไปแล้วต้นก็ยังคงเติบโตต่อไป และระดับสุดท้ายคือพืชให้ร่มเงา ช่วยดูแลพืชด้านล่างและให้ผลผลิตไว้รับประทาน” สวนสุดท้ายคือสวนผลไม้ที่แม้การปลูกไม่ปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่รับรองเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค “สวนผลไม้ปลอดสารพี่ลิ” ของ “คุณมะลิ ยิ้มถนอม” หรือ “พี่ลิ” โดยพี่ลิอธิบายกลไกของสวนนี้ว่า “สวนแห่งนี้ในช่วงการติดดอกจะมีการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันความเสียหายจากแมลงอย่างทั่วถึง แต่ในระยะเวลาประมาณ 45 วัน หลังจากออกผลผลิตจะใช้วิธีการดูแลโดยการห่อผลผลิตและใช้สารอินทรีย์ในการดูแล ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยวพืชผลทุกลูกจะปลอดสาร” จากที่กล่าวแนะนำข้างต้นโดยเจ้าของแต่ละสวนนั้น เป็นเพียงส่วนน้ำจิ้มเพื่อนำเสนอให้เห็นความน่าสนใจ ซึ่งทุกสวนสามารถยืนยันความสำเร็จของกลไกการทำงานได้จากการสามารถสร้างรายได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน

ตะลุย "สวนคลองจินดา ไฉไล"ตะลุย "สวนคลองจินดา ไฉไล"

หลังจากการเดินชมสวน เพื่อให้การท่องเที่ยวครบวงจรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค อีกกิจกรรมหนึ่งที่ห้ามพลาดจึงเป็น “ความอร่อยแบบชาวสวน” ซึ่งลุงป้า พี่น้อง ที่นี่ภูมิใจนำเสนอเมนูเพื่อสุขภาพ ชวนผู้เข้าร่วมชมสวนเก็บพืชผัก ผลไม้ นานาชนิด แล้วมาเรียนรู้วิธีการปรุงแบบผสมโรงนำเสนอเป็นอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่รสชาติอร่อยและหน้าตาน่ารับประทานอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้กระทั่งเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ซึ่งไม่เคยรับประทานผักผลไม้มาก่อนยังกล้าลิ้มลองทั้ง ส้มตำอินทรีย์ จี๊ดจ๊าด สะใจ, เมี่ยงคำ ความกลมกล่อมแบบชาวสวน และเฟรชชี่สมูทตี้ เมนูคลายร้อนเหมาะกับอากาศบ้านเรา โดยจุดเด่นสำคัญคือวัตถุดิบเหล่านี้ล้วนเป็นผลผลิตตามฤดูกาล เน้นการรับประทานสดใหม่เพื่อคงคุณค่าทางอาหาร และยังลดการปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงรสที่มีสารเคมีซึ่งส่งผลร้ายในระยะยาวต่อสุขภาพเป็นส่วนประกอบอีกด้วย

        กลุ่มตัวอย่างที่ได้ลองไป “ตะลุยสวนปลอดสารพิษ สัมผัสวิถีชีวิตชาวคลองจินดา” กับเราต่างประทับใจความไฉไลของคนที่นี่ เพราะทุกคนคือตัวอย่างของชาวสวนซึ่งหากใครได้พูดคุยสัมผัสวิถีชีวิตก็ต้องหลงรักในความคิด ความสามารถ ความเป็นคนอารมณ์ดีคุยสนุก ไม่หวงความรู้ และยังมีความใส่ใจต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่รับประทานผลผลิตของพวกเขา “SOOK Travel” โดย “สสส.” จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการบอกเล่าความน่ารักของพวกเขา และขอเชิญชวนทุกท่านมาลองสัมผัสประการณ์การท่องเที่ยวสร้างสุขที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่าการมีสุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ติดตามกิจกรรมของโรงเรียนชาวสวนคลองจินดาได้ที่ Facebook: โรงเรียนชาวสวนคลองจินดา และติดตามกิจกรรมของ SOOK Travel ได้ที่ Facebook: Sookcenter

เปิดจริงแล้ว “มโนความตาย- ปรัชญาความรัก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283792

เปิดจริงแล้ว “มโนความตาย- ปรัชญาความรัก”

มโนแห่งความตาย, เปิดจริงแล้ว, มโนความตาย-, ปรัชญาความรัก, มโนความตาย- ปรัชญาความรัก, Innovative Entrepreneurship, General Education, Smart Famer, นาย

ม.หอการค้าไทยเปิดสอนวิชาแปลกกว่า 100 วิชาหวังใช้สร้างสรรค์ธุรกิจแปลกใหม่ ตอบโจทย์ยุค Startup 4.0”

       มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  มีการสอนวิชาใหม่การประกอบการเชิงนวัตกรรม (Innovative Entrepreneurship) แก่นักศึกษาทุกคณะ ตั้งแต่เรียนปี 1 เพื่อปูพื้นฐานในการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ปีที่ 1 วิชาดังกล่าวจะเน้นภาคปฏิบัติ และนำเสนอไอเดียธุรกิจแบบ Business Pitching และไม่วัดผลจากการสอบ รวมถึงเน้นการเรียนการสอนผ่านระบบ Digital Hybrid Learning System

ล่าสุด เปิดสอนวิชาสุดแปลก ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เข้าสู่โลกโพสต์โมเดิร์น และการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล โดยเล็งเห็นว่า วิชาเหล่านี้จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะผสมผสานกับองค์ความรู้ทางธุรกิจ ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจในอนาคตต่อไป วิชาเหล่านี้จัดอยู่ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ที่ในปีการศึกษา 2560 ทางมหาวิทยาลัยได้มีการปรับหลักสูตร โดยมีวิชาเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 วิชา ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ ตัวอย่างวิชาเหล่านี้ ได้แก่

วิชา มโนทัศน์เรื่องความตาย นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ปรัชญาเกี่ยวกับความตายในศาสนาต่างๆ แนวความคิดเกี่ยวกับความตายของเพื่อให้เข้าใจถึงภาวะคนใกล้ตาย การเตรียมตัวตายอย่างมีสติ และแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตาย

วิชา ปรัชญาความรัก นักศึกษาจะได้เรียนรู้แนววิธีศึกษาปรากฏการณ์ของความรักอันเป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ โดยพินิจพิเคราะห์และอภิปรายประเด็นปัญหาของความรักผ่านมุมมองทางปรัชญา ทั้งในด้านที่เป็นปัจเจก และในด้านที่มีมิติสัมพันธ์กับสังคมรอบตัว

เปิดจริงแล้ว "มโนความตาย- ปรัชญาความรัก"

วิชา ความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย นักศึกษาจะได้เรียนรู้ความหมายของความหลากหลายทางเพศ แนวคิดและกระบวนทัศน์ในการศึกษาความหลากหลายทางเพศในมิติต่างๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์ ทางมานุษยวิทยา ทางจิตวิทยา และความเข้าใจความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย

วิชา เกษตรอัจฉริยะ (Smart Famer) นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกับชีวิตประจำวัน ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ทฤษฎีเกษตรพอเพียง การใช้ประโยชน์จากผลผลิตและของเหลือทางการเกษตร ทิศทางการเกษตรของไทย กรณีศึกษาการทำธุรกิจเกษตร

 วิชา Digital games นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการตัดสินใจ เทคนิคการแข่งขัน ความรู้ที่จำเป็นในการเล่นเกมดิจิทัล กรณีศึกษาเกมดิจิทัล

เปิดจริงแล้ว "มโนความตาย- ปรัชญาความรัก"

รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงตัวอย่างบางวิชาว่า “ส่วนตัวจะใช้แทนตัวเองเวลาพูดกับนักศึกษาว่าแม่ เห็นนักศึกษาทุกคนเดินไปเดินมา มีหลายเพศสภาพ แต่ทุกคนมีความรู้และความสามารถ และได้รับการยอมรับในสังคม เช่น ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยหลายๆ คน ที่ทำงานอยู่ในแวดวงสื่อมวลชน ไม่รู้สึกว่าลูกๆ เหล่านี้แตกต่างจากคนอื่น ที่สำคัญผู้บริหารมหาวิทยาลัยจัดการเรื่องนี้ ผ่านนโยบายหลายอย่าง เช่นให้การยอมรับการแต่งกายตามเพศที่ลูกเลือก ไม่ว่าจะในห้องเรียน ในห้องสอบ รวมทั้งการไม่ใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ในระหว่างพิธีประสาทปริญญาบัตร วิชาความหลากหลายทางเพศ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องเข้าใจในสภาวการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าใครจะเลือกเพศสภาพใดก็สามารถเป็นคนที่สร้างความสุขและความสงบให้แก่สังคมได้”

“ มหาวิทยาลัยได้กำหนดบางวิชา ที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนจากทุกคณะจำเป็นต้องเรียน เพื่อสร้างอัตลักษณ์และความแตกต่างที่เหนือกว่าในการเป็นผู้ประกอบการยุค 4.0 ได้แก่ วิชาการประกอบการเชิงนวัตกรรม และวิชา Digital Coding ซึ่งจะทำให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดดเด่นทั้งในการความคิดดี มีหัวการค้า และความรู้เรื่องการเขียนโค้ดโปรแกรมเบื้องต้น เพื่อมีพื้นฐานในการสร้างธุรกิจสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์ในอนาคต” อธิการบดีกล่าว

รร.นายร้อยตำรวจ พัฒนาสู่แหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283788

รร.นายร้อยตำรวจ พัฒนาสู่แหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาพ

รรนายร้อยตำรวจ, รรนรต, สสส, Explicit Knowledge, Hydro Garden for Healthy Food

รร.นรต. ต้นแบบองค์กรสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาสู่แหล่งเรียนรู้ ด้านสุขภาพทั้ง 4 มิติ ตามแนวทาง 7 H

        โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการนำเสนอผลงานการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนานวัตกรรมและการสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้โครงการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ : แหล่งเรียนรู้เพื่อการขยายผลและการสร้างเสริมสุขภาวะ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้งในรูปของตัวบุคคล รูปแบบของข้อมูล ข่าวสาร และพัฒนา รร.นรต.ให้เป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นแหล่งการเรียนรู้แบบบูรณาการด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้ง 4 มิติ โดยสร้างความร่วมมือและขยายผลกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ที่ห้องประชุมเตมียาเวสโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ศ.พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา  หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า โครงการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ : แหล่งเรียนรู้เพื่อการขยายผลและการสร้างเสริมสุขภาวะ ได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นโครงการ ตามวัตถุประสงค์เกิดแหล่งเรียนรู้ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพตามแนวทาง 7 H ได้แก่ 1. Healthy Day การสร้างสุขภาพในทุกวัน รวมถึงการเฝ้าระวังภัยสิ่งที่จะมาทำรายหรือส่งผลต่อสุขภาพ จึงจัดกิจกรรม “สวมเกราะให้หัวใจ ป้องกันภัยผีพนัน ไซเบอร์”ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจพร้อมเทคนิคสำหรับการป้องกันตนเองจากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเล่นการพนันออนไลน์ แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ เด็ก เยาวชน และประชาชน 2. Healthy Moveสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพในรูปแบบของแหล่งเรียนรู้เคลื่อนที่ โดยการประชาสัมพันธ์ แหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูล ข่าวสาร และเอกสารเผยแพร่ (Explicit Knowledge) ตามชุมชน 3. Healthy Libraryเพิ่มความรู้ เพิ่มสุขภาพที่ดี โดยจัดห้องสมุดสุขภาพขึ้น พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้เครือข่ายและประชาชนทั่วไปมาใช้บริหารห้องสมุดสุขภาพ

ศ.พล.ต.ต.หญิง พัชรา กล่าวต่อว่า 4. Healthy Club การทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่สำหรับการออกกำลังกายในร่ม เช่น เล่นโยคะ นั่งสมาธิ รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปรึกษาหารือเรื่องสุขภาพ เพื่อให้สมาชิกและเครือข่ายได้ความรู้และเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย รวมทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกในการมีจิตอาสาที่มุ่งมั่นที่จะทำเพื่อสังคม และมีสุขภาพจิตที่ดีในการใช้ดนตรีกล่อมเกลาจิตใจ 5.Healthy Personเสริมสร้างร่างกายให้นักเรียนนายร้อยตำรวจมีสุขภาพทั้ง 4 มิติ บุคลิกภาพที่ดี มีสมรรถภาพทางร่างกายที่สมส่วน มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีความมั่นใจ เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีและพร้อมรับใช้ชุมชน สังคมและประเทศชาติ  6. Healthy Food จัดกิจกรรมสวนผักไร้ดิน มีกิน มีสุข (Hydro Garden for Healthy Food) เพื่อต่อยอดและขยายผลการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพด้วยอาหาร และ 7. Healthy Park การสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรพอเพียง โดยน้อมนำแนวทาง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ในชีวิต การมีแปลงสาธิต การปลูกผักปลอดสารพิษ ทั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน/นักศึกษา เข้ามาเรียนรู้และทำการ ทดลองสร้างแปลงสาธิตและการทำปุ๋ยหมัก อีกทั้ง เปิดพื้นที่บริเวณสวนสุขภาพ 300 ไร่ สำหรับการออกกำลังกายด้วยการ เต้นแอโรบิค เพื่อสร้างเสริมสุขภาพของข้าราชการตำรวจ นักเรียนนายร้อยตำรวจ และผู้สนใจทุกคนเข้ามาใช้บริการ

พล.ต.ต.พงพันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบช.รร.นรต. กล่าวว่า รร.นรต.มีนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ นักเรียน รร.นรต.ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง จึงได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ และการขยายผลองค์กรด้านสุขภาพ 7 H เพื่อให้ทุกคนได้นำไปปฏิบัติ

ด้าน นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า โครงการนี้ เป็นการพัฒนาสุขภาวะใน 4 มิติ โดยความคาดหวังที่ต้องการให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดี ทั้งการเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย ร่วมกับสถาบันการศึกษา และเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ดังนั้น ถือว่าโครงการประสบความสำเร็จก้าวหน้ามีนรต.ที่เป็นแกนนำ มีเครือข่ายนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เข้ามาร่วม และประเด็นสำคัญคือการเป็นองค์กรสุขภาพที่ทำให้เครือข่ายในจังหวัดนครปฐมให้ความร่วมมือและร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพของคนในจังหวัดนครปฐมทั้งจังหวัดมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง สามารถเป็นองค์กรต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ในการสร้างเสริมสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ

เคล็ดลับ “ผิวลูกน้อย” นุ่มนวลอย่างแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283770

เคล็ดลับ “ผิวลูกน้อย” นุ่มนวลอย่างแข็งแรง

ห่างไกลผื่น, เคล็ดลับ, ผิวลูกน้อย, นุ่มนวลอย่างแข็งแรง, รพเด็ก, atopic dermatitis, diaper rash, eczema, Diaper rash

ผิวของเด็กทารกแรกเกิดนั้นบอบบางมาก ยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ทำให้อากาศชื้นและลูกน้อยไม่สบายตัว

         พ่อแม่ส่วนใหญ่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอ่อนๆ ของลูกน้อยมากเป็นพิเศษ แต่ถึงแม้จะดูแลอย่างดีเท่าไหร่ก็ตามก็มักจะมีปัญหาเรื่อง “ผื่น” อยู่เสมอ ซึ่งผื่นในเด็กทารกนั้นพบได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปมักไม่รุนแรง แต่อาจเป็นเหตุให้ลูกน้อย หงุดหงิด ไม่สบายตัว และอาจสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ไม่น้อย

         สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยแพทย์หญิงนุชนาฏ รุจิเมธาภาส นายแพทย์ชำนาญการ งานโรคผิวหนัง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการของผื่นในเด็กทารก สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองไว้ว่า “ผื่น” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่แสดงอาการทางผิวหนัง โดยในวัยเด็กมักมีปัญหามากมาย อาทิ ผดร้อน ผื่นผิวหนังอักเสบ ภููมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ผื่นผ้าอ้อม (diaper rash) เป็นต้น ซึ่งแต่ละโรคมีวิธีการรักษาและคำแนะนำที่แตกต่างกัน เช่น ในกรณีผดร้อนลักษณะผื่นที่พบบ่อยในเด็ก เนื่องจากการระบายความร้อนออกทางเหงื่ออาจจะยังไม่ดีนัก แนะนำให้หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด ใส่เสื้อผ้าที่โปร่ง หรืออาบน้ำบ่อยขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ร้อนอบอ้าว เพราะยิ่งเหงื่อออกมากก็มีโอกาสเกิดผดผื่นได้ง่าย ซึ่งถ้าผื่นไม่หายภายใน ๑ สัปดาห์ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสม

เคล็ดลับ "ผิวลูกน้อย" นุ่มนวลอย่างแข็งแรง

ผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) เริ่มจากลักษณะผิวหนังแห้ง เป็นวงๆ เมื่อพ่อแม่ลูบผิวของลูกจะพบว่าผิวบริเวณนั้นค่อนข้างสาก และแห้งเป็นขุย สามารถเป็นได้ทั่วตัว โดยในทารกมักพบบริเวณแก้ม ลำคอ และด้านนอกของแขน ซึ่งผิวหนังบริเวณนั้นจะลักษณะแห้งและคันมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหากไม่ใส่ถุงมือทารกก็อาจจะเกาจนเลือดไหล ทำให้ผิวอักเสบและบวม ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ผิวแตกจนมีแบคทีเรียเข้าไป ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อโดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนและชื้นอย่างนี้ เหงื่อและความชื้นอาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวของลูกที่อักเสบอยู่แล้วเกิดความระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้ โดยทั่วไปการดูแลเบื้องต้น ควรเริ่มจากการดูแลผิวหนังเบื้องต้น ได้แก่ การอาบน้ำ ไม่ควรอาบน้ำร้อนจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง หลังอาบน้ำควรทาครีมชุ่มชื้นทันทีทั่วร่างกาย คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอม เนื่องจากน้ำหอมที่ใส่มาในครีมอาบน้ำหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ได้ หากผื่นแดงคันมากอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์ในช่วงสั้นๆ ควรได้รับคำแนะนำและสั่งยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเด็กโดยตรง

เคล็ดลับ "ผิวลูกน้อย" นุ่มนวลอย่างแข็งแรง

นอกจากนี้ กลุ่มผื่นประเภทอื่นๆ นั้น อาทิ ผื่นผ้าอ้อม (Diaper rash) ก็สามารถรักษาได้ โดยทั่วไป ผื่นผ้าอ้อม เป็นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการระคายเคืองจากปัสสาวะ หรือ อุจจาระ เนื่องจากโดยทั่วไปหากปัสสาวะที่ขังอยู่นาน จะทำให้เกิดอาการผิวหนังอักเสบระคายเคืองได้ ควรเลือกใช้ผ้าอ้อมที่มีเจลซึมซับและทำด้วยวัสดุระบายอากาศได้ดี     ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกอย่างน้อยทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่ลูกถ่ายหนัก และทำความสะอาดทุกครั้งก่อน เปลี่ยนผ้าอ้อมใหม่ และอาจทาครีมเพื่อช่วยป้องกันผิวหนัง ไม่ให้ถูกสารระคายเคือง หรือบางกรณีผื่นผ้าอ้อมอาจเกิดจาก การติดเชื้อรา ซึ่งเชื้อรามักเติบโตได้ดีในสภาวะอับชื้น จึงควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย หลังอาบน้ำทำความสะอาดบริเวณซอกต่างๆ แล้วซับให้แห้ง อาจจะทาแป้งบางๆ เพื่อให้ดูดซับความชื้นและลดการเสียดสีผิวของลูก แต่ต้องระวังอย่าทาแป้งมากเกินไป เพราะแป้งจะจับกับเหงื่อที่ออก ในบริเวณนั้นกลายเป็นคราบหรือก้อนแป้ง ทำให้ผิวชื้นแฉะตลอดเวลาและทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

เคล็ดลับ "ผิวลูกน้อย" นุ่มนวลอย่างแข็งแรง

การป้องกันและดูแลรักษาลูกน้อยให้ห่างไกลจาก “ผื่น” สามารถทำได้โดยเริ่มต้นดูแลสุขภาพผิว และรู้จักสังเกตกลุ่มอาการต่างๆ แยกแยะประเภทของผื่นแต่ละชนิดเพื่อให้ง่ายและรวดเร็วต่อการรักษา แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะ เพราะยิ่งรู้เร็วลูกน้อยก็จะห่างไกลและสบายผิวมากขึ้น

ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเด็กหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ เรื่อง “ผื่น” หรือผิวหนังลูกน้อย สามารถปรึกษาและเข้ารับบริการตรวจได้ในวันจันทร์และวันพุธ เวลา 08.00-12.00  น. หรือติดต่อโทร. 1415 ต่อ 3904  หรือ www.childrenhospital.go.th

เฟ้นหาครูดี รับ“9 รางวัลคุรุสภา” ปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283774

เฟ้นหาครูดี รับ“9 รางวัลคุรุสภา” ปี 60

9รางวัลคุรุสภาปี60, เฟ้น, 9รางวัล, 9รางวัลคุรุสภา, เฟ้นหาครูดีรับ, รางวัลคุรุสภาปี60, เฟ้นหาครูดี, รับ9, รางวัลคุรุสภา, 9 รางวัลคุรุสภา, คุรุสภาสดุดี

คุรุสภา ประกาศคัดเลือก “รางวัลคุรุสภา” ประจำปี พ.ศ. 2560 จำนวน 9 รางวัล สนใจดูรายละเอียดเวบไซด์ คุรุสภา http://www.ksp.or.th

           เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2560 ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาในฐานะสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9 (5) และ (6) คือ มีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน ยกย่องและผดุงเกียรติ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประกอบกับเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่จะพัฒนาตนเอง พัฒนาการเรียนการสอนให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่นักเรียน เป็นผลดีต่อการศึกษาของชาติ

        คุรุสภาจึงดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพดีเด่น สร้างคุณประโยชน์ในด้านการศึกษาและดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีเป็นแบบอย่างได้ เพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี พ.ศ. 2560 จำนวน 9 รางวัล ประกอบด้วย ครู จำนวน 5 รางวัล ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 รางวัล ผู้บริหารการศึกษา จำนวน 1 รางวัล และศึกษานิเทศก์ จำนวน 1 รางวัล

ผู้ขอรับรางวัลจะต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ตามที่คุรุสภากำหนด อาทิ เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามตำแหน่งที่ขอรับรางวัลเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี ต้องเป็นผู้ปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ต้องเป็นผู้ที่จัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย และไม่เคยได้รับรางวัลคุรุสภาในประเภทเดียวกันมาก่อน เป็นต้น

การเสนอผลงาน ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจะต้องกรอกข้อมูลและรายงานผลงานตามแบบขอรับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี พ.ศ. 2560 ให้ครบทุกข้อ โดยจัดทำจำนวน 2 เล่มใช้กระดาษขนาดA4 จำนวนไม่เกิน 100 หน้า พิมพ์ด้วยอักษรแบบTH Sarabun PSKขนาดตัวอักษร 16ptพร้อมทั้งบันทึกลงแผ่นCDจำนวน 1 แผ่น (ไฟล์Microsoft Word)หากเกินจำนวนหน้าที่กำหนด ไม่เข้าเล่มให้เรียบร้อย และไม่รายงายผลงานลงในแผ่นCDจะไม่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ

การส่งผลงาน 1) ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ทั้งของรัฐและเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สังกัด สช. เฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาคเท่านั้น) ให้ยื่นส่งผลงานที่จุดบริการงานคุรุสภา ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่2) ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ สังกัดหน่วยงานต้นสังกัด ให้ยื่นผลงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัด และ3) ผู้บริหารการศึกษา ให้เสนอไปยังหน่วยงานต้นสังกัดโดยจะต้องยื่นเสนอผลงานภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2560

การดำเนินการคัดเลือก ภายหลังจากที่หน่วยงานต่างๆ ส่งผลการคัดเลือกมายังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาแล้ว คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกจากผลงานที่เสนอให้เหลือจำนวน 27 คน และจะเดินทางไปประเมินผลงานตามสภาพจริง ณ สถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับรางวัลคุรุสภา ระดับดีเด่น จำนวน 9 คนเพื่อรับรางวัลเข็มทองคำ “คุรุสภาสดุดี” โล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลตามที่มูลนิธิรางวัลคุรุสภาจะพิจารณา กำหนดมอบรางวัลในงานวันครู พ.ศ. 2561

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้  ที่เว็บไซต์  คุรุสภา http://www.ksp.or.th

“ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ EDUCATION 4.0”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283768

“ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ EDUCATION 4.0”

ศาสตร์พระราชา, ก้าวสู่, Education, ตำราแห่งชีวิต

จากสภาพสังคมอาชีพทำนาข้าวเปลี่ยนไปสู่วิถีชุมชนเมือง ส่งผลให้การทำนาข้าวกำลังจะหายไปพร้อมเด็กรุ่นใหม่ที่มุ่งสู่อาชีพคนเมือง

            โรงเรียนบ้านนาตำเสา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2 ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา ปลูกฝังให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้วิถีพอเพียงและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่

นางสุมลฑา  อินทรฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาตำเสา กล่าวว่า เพื่อให้นักเรียนได้ภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิด โรงเรียนจึงมีแนวคิดบูรณาการระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้สมัยใหม่  ฟื้นฟูอาชีพทำนาข้าวในโรงเรียนคู่กับศาสตร์พระราชา  ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำนาข้าว พร้อมทั้งภาษาถิ่นใต้ คติธรรม ความเชื่อ รวมถึงแนวคิดด้านการจัดการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ ทั้งการผลิตอินทรีบำรุงดิน การศึกษาแปรรูปเมล็ดข้าว เส้นทางของข้าวสู่อาชีพต่าง ๆ เพราะประสบการณ์ในการทำงานของเด็ก ๆ เป็นการเดินตามรอยพระราชดำริการระเบิดจากข้างใน มีความพอเพียง และมีการทำงานเป็นขั้นเป็นตอน นับเป็น “ตำราแห่งชีวิต” เล่มสำคัญ

"ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ Education 4.0"

เด็กหญิงสราวดี โลดโพธิ์ศรี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า จากการได้เรียนรู้การทำนาข้าวของโรงเรียนนาตำเสา ในปีก่อน ๆ จนปีนี้ เป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตนได้เรียนรู้การเตรียมดิน ไถพรวน เตรียมพันธุ์ข้าว การดำนา การดูแล และการเก็บเกี่ยว ฝึกทักษะคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ระบบนิเวศในนาข้าว ศึกษาการพึ่งพากันของพืชและสัตว์ การจัดการระบบน้ำในนาข้าว ฝึกทักษะการแก้ปัญหา เช่น การฝึกทำงานร่วมกัน การเรียนรู้วัฒนธรรม"ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ Education 4.0"

"ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ Education 4.0"

"ศาสตร์พระราชา ก้าวสู่ Education 4.0"

การพึ่งพาอาศัยกันในการทำงาน ฝึกด้านความฉลาดทางอารมณ์ด้วยเพลงพื้นบ้าน การละเล่นอาชีพทำนา การรู้จักประเมินและการตัดสินใจในการทำงาน  ฝึกการมีจิตสาธารณะ ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้จากสภาพวิถีชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น