2 ข้อร้องเรียนปขมท. ตั้งก.อุดมศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283679

2 ข้อร้องเรียนปขมท. ตั้งก.อุดมศึกษา

ปขมท, ข้อร้องเรียนปขมท, ตั้งกอุดมศึกษา, ปขมท, สกอ

ปขมท.เสนอ 2 ขอเรียกร้อง ดูแลบุคลากรให้ดี และสกอ.ตั้งคณะทำงานกลาง กำหนดมาตรฐานขึ้นต่ำ ติดตามดูการดำเนินการของแต่ละมหาวิทยาลัย

        นายคมกฤษณ์ ชนะศรี ประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในฐานะประธานสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) เปิดเผยว่า ปขมท. ได้วิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ…. และการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ต่ออนาคตของพนักงาน ลูกจ้าง มหาวิทยาลัย  เพื่อเสนอต่อคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ว่า เนื่องจากปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีหลายประเภททั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละกลุ่มมีศักยภาพแตกต่างกัน  หากมหาวิทยาลัยใดมีศักยภาพสูง รายได้สูง ก็จะดูแลพนักงานได้ดีกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ ซึ่ง ปขมท. รู้ดีว่า ไม่ทางที่จะดูแลพนักงานและลูกจ้างได้เหมือนกันทุกแห่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ปขมท. เรียกร้องและเสนอต่อคณะทำงานเตรียมการจัดตั้ง ฯ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คือ 1.อยากให้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการดูแลบุคลากรทุกประเภทของมหาวิทยาลัย  ทั้งเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการต่างๆ โดยเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกมหาวิทยาลัยควรมี ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูงก็ให้เงินเดือน สวัสดิการที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดี

2. การกำหนดความก้าวหน้าทางวิชาชีพของพนักงานสายสนับสนุนการสอน  ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่ง ปขมท.เห็นว่า สกอ.น่าจะตั้งคณะทำงานกลางขึ้นชุดหนึ่ง กำหนดมาตรฐานขึ้นต่ำ ทั้งมีหน้าที่ติดตามดูการดำเนินการของแต่ละมหาวิทยาลัย ดูว่าบุคลากรแต่ละกลุ่มมีความก้าวหน้าหรือติดขัดปัญหาใด ทั้งมีความสุขหรือมีความทุกข์ในเรื่องใด และอยากให้ช่วยเหลือแก้ไข อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเห็นว่า การแยกการอุดมศึกษา ออกไปเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา น่าจะทำให้การดูแลบุคลากรกลุ่มต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่การดูแลด้านสวัสดิการต่างๆ ยังไม่ค่อยชัดเจน  ทั้งนี้ข้อเสนอต่างๆ ของ ปขมท.นั้น ก็ได้เสนอต่อคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาไปแล้ว

ดราม่า! ผอ.สามเสน ลั่นตั้งแต่เกิดเรื่องเด็กหมางเมิน(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283667

ดราม่า! ผอ.สามเสน ลั่นตั้งแต่เกิดเรื่องเด็กหมางเมิน(มีคลิป)

 

“วิโรฒ”ผอ.สามเสนวิทยาลัย ยืนยันบริสุทธิ์ ไม่ได้รับแป๊ะเจี๊ยะ ลั่นคลิปอาจถูกตัดต่อ ดราม่าเสียงเครือ ตั้งแต่เกิดเรื่อง เด็กหมางเมิน ไม่ไหว้

   จากกรณีที่มีผู้ปกครองนำคลิปวีดีโอ การรับเงินแป๊ะเจี๊ยะเพื่อแลกที่นั่งเรียน ในโรงเรียนดังย่านพระราม 6

เวลา 14.00 น. วันนี้ (20 มิ.ย.2560 )ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงว่า วันนี้ ขอไม่พูดอะไรมาก เพราะเกรงจะเสียรูปคดี เนื่องจากได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ หมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงกับศิษย์เก่าบางคนที่กล่าวหาเรียกรับเงิน 400,000 บาท เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่สน.บางซื่อ ซึ่งขอยืนยันความบริสุทธิ์ในการรับนักเรียน และไม่มีการเรียกรับเงินตามที่ปรากฎในคลิปแต่อย่างใด โดยเชื่อว่าคลิปดังกล่าวอาจถูกตัดต่อทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

“เด็กนักเรียนคนดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เพราะเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ และที่สำคัญเด็กคนดังกล่าวได้รับการประกาศรายชื่อให้มีสิทธิ์เข้าเรียนตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ในขณะที่คลิปถูกอัดไว้ในวันที่ 19 เม.ย. จึงไม่เข้าใจว่าสาเหตุใดจึงนำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่ เพราะว่าไม่มีการจ่ายเงินเด็กก็ได้เข้าเรียนอยู่แล้ว” ผอ.สามเสนวิทยาลัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ได้เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบแล้ว

นอกจากนั้น สำหรับข้อซักถามว่า ในโลกโซเซียลที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า มีการซื้อรถเบนซ์ป้ายแดง คนใหม่ว่า นายวิโรฒ กล่าวว่า ก็ยอมรับว่ามีการซื้อรถจริง และเป็นการซื้อก่อนที่จะมารับตำแหน่งเป็นผอ.ร.ร.สามเสน และที่บ้านก็ใช้รถเบนซ์มา 20 กว่าปี ซึ่งนอกจากรถเบนซ์แล้วยังมีรถบีเอ็มที่ซื้อป้ายแดงอีกด้วย เพราะโดยส่วนตัว ทางบ้านพร้อมให้การสนับสนุน และรถควรใช้เวลา 5 ปี แล้วเปลี่ยนใหม่

นายวิโรฒ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการจ่ายเงิน 1 แสนบาทในอิงลิชโปรแกรมนั้น อิงลิชโปรแกรมมีสี่ห้องเรียน แต่จะมีห้องหนึ่งที่เป็นสมาร์ทอิงลิชโปรกรม หมายถึงเน้นและเพิ่มเติมกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศิลปะ โดยการจ่ายเงินสนับสนุน 1 แสนบาท มาจากตัวผู้ปกครองเองที่สนับสนุนในการยกระดับนักเรียนห้องนี้ให้เหนือกว่ามาตรฐานโดยทั่วไป ไม่ได้เริ่มต้นจากทางโรงเรียน นอกจากนี้ โรงเรียนก็ไม่สามารถเรียกรับบำรุงการศึกษาที่กำหนดไม่เกิน 3.5 หมื่นบาทได้

“จากเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ผมเหมือนเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย ซึ่งปกติเวลาผมลงจากรถ เด็กนักเรียนก็จะสวัสดีทักทายผม ผมก็จะรับไหว้ แต่ทุกวันนี้เด็กหมางเมินเหมือนผมเป็นคนชั่วร้ายมาก ญาติพี่น้องก็เสียใจ สำหรับการเอาผิดกับศิษย์เก่าคนดังกล่าวก็ได้มีการแจ้งแล้ว แต่คงไม่ขอให้รายละเอียดอะไร เพราะให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน” นายวิโรฒ กล่าว

คกก.อิสระ ไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283640

คกก.อิสระ ไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.

คกกอิสระ, คกกอิสระ, สกศ

คกก.อิสระ แจงไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.-การตั้งก.อุดมศึกษา ชงโรงเรียนควรจะกระจายอำนาจเป็นนิติบุคคล กระจายอำนาจอย่างไรให้เหมาะสม

       ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา  ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นางดารณี อุทัยรัตนกิจ และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร  เป็นรองประธานคณะกรรมการอิสระฯ รวมถึงมีมติเห็นชอบแต่งตั้งผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ และนางภัทรียา สุมะโน เป็นโฆษก นอกจากนี้ยังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 กลุ่ม ซึ่งแบ่งตามภารกิจ ดังนี้ คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก  มีนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการกองทุน มีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานคณะอนุกรรมการครู มีนายวิวัฒน์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน มีนางยุวดี นาคะผดุงรัตน์ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการโครงสร้าง มีนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นประธาน และมีมติแต่งตั้ง นายตวง อันทะไชย เป็นประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้ จะเชิญบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ต่อไป รวมถึงได้เปิดเฟสบุ๊คและไลน์ ชื่อกลุ่ม “ร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆโดยคณะกรรมการอิสระฯ จะรวบรวมเพื่อนำความคิดเห็นทั้งหมดวิเคราะห์ และหาข้อสรุปเพื่อวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้มีการนำเสนอข้อมูล ปัญหาการศึกษาไทย ที่หลายฝ่ายได้ศึกษามา โดยในส่วนของสกศ. นำเสนอผลการศึกษา ปัญหาการศึกษาไทย ซึ่งได้กำหนดแนวทางแก้ไขในแผนการศึกษาชาติระยะ 20 ปีแล้ว ข้อมูลที่สกศ.ได้วิเคราะห์ปัญหาการศึกษาไทยออกมาอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าไปแก้ไข มีทั้งปัญหาการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ เด็กที่หลุดจะระบบการศึกษา ซึ่งจากรายงานพบว่ามีถึง 90,000-100,000 คนต่อปี ทั้งหมดรวมอยู่ในปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาคุณภาพการศึกษา คุณภาพครู การจัดการเรียนการสอน ที่ต้องเข้าไปแก้ไข ขณะเดียวกันยังนำผลการวิเคราะห์ปัญหาการศึกษา ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาพิจารณาด้วย การปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวางเพื่อทำข้อเสนอไปยังรัฐบาล หรือบางเรื่องหากจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายเสนอไปก่อน

“ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โครงสร้างใหญ่เราคงไม่ไปแตะ แต่มีการพูดคุยถึงการปรับโครงสร้างเล็ก ระดับโรงเรียน ว่าควรจะกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล หรือไม่ และให้ส่วนกลางทำหน้าที่กำกับดูแลให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างหลากหลาย และเห็นว่ามีทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อมและไม่พร้อมจึงต้องพิจารณาว่า จะกระจายอำนาจลงไปอย่างไรจึงจะเกิดความเหมาะสม ส่วนการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีคณะกรรมการอิสระฯ คงต้องเดินหน้าต่อไป เราคงไม่ไปพิจารณาเรื่องนี้อีก”ศ.นพ.จรัสกล่าว

อย่างไรก็ตาม  หากจะมีการประชุมโครงสร้างศธ. ส่วนตัวเห็นว่า สกศ. เป็นหน่วยงานสำคัญ ในการพัฒนาการศึกษาชาติ ซึ่งเดิมการก่อตั้งให้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ต่อมามีความเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในกำกับศธ. ทำให้บทบาทหน้าที่เปลี่ยนไป ดังนั้น คิดว่า อาจจะต้องมาคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรกับสกศ. ที่ถือเป็นหน่วยงานระดับมันสมองของประเทศ

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283619

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

ผอ.โรงเรียนสาม เสนวิทยาลัย  เปิดแถลงข่าว ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปรับนร. ที่่เผยแพร่โชเชียล แต่ไม่ได้รับเงิน 4 แสนบาทเชื่อมีการเตรียมการและตัดต่อ

     นายวิโรฒ สำรวล ผอ.โรงเรียนสาม เสนวิทยาลัย  เปิดแถลงข่าว ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปรับนร. ที่่เผยแพร่ในโชเชียล แต่ไม่ได้รับเงิน 4 แสนบาทตามที่กล่าวอ้าง และจากการดูคลิปเชื่อว่ามีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่การบันทึกเสียง น่าจะมีการตัดต่อ

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

น่ายวิโรฒ กล่าวว่าปกติ เป็นผู้บริหารโรงเรียนก็เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และนักเรียนเข้าพบเพื่อหารือการจัดการศึกษาร่วมกันอยู่ และตามปกติการรับเงินก่อนที่จะมีการที่นั่งเรียนไม่สามารถทำได้เพราะจะเป็นการแลกเหมือนกันแลกที่นั่ง ซึ่งผิดนโยบายของผู้บริหาร

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

“ในคลิปดูแล้วเหมือนมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี มีการบันทุึกเสียง ดูเหมือนมีการตัดต่อ ผู้ปกครองที่มาก็พูดคุยก็มีท่าทางเป็นมิตร  พูดคุยกันไปก็ทำงานไป มีเสียงพูดถึงเงิน 2 ล้าน แต่ไม่มีรายละเอียดทั้งที่มีการคุยว่าโรงเรียนเก่า 60 ปีแล้วป้ายชื่อก็เก่า ตัวแทนผู้ปกครอง อาสาว่าจะแกนนำรวมรวมศิษย์เก่าหลายนรุ่น ”   น่ายวิโรฒ กล่าว

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

ทั้งนี้ เด็กของผู้ปกครองคนดังกล่าวได้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ตาม แนวปฏิบัติการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือ 1. นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกเท่ากันในลำดับสุดท้าย 2.รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน

3.เด็กยากไร้ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กพิการ 4.บุตรของผู้เสียสละเพื่อชาติ 5.บุตรของข้าราชการครู หรือบุคลากรในโรงเรียนแต่ไม่ครอบคลุมถึงหลานและญาติ 6.รับนักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่พัฒนา และ 7. รับนักเรียนของผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกปีการศึกษาโรงเรียนจะรับเงื่อนไขกลุ่มนี้ปีละ 60 คน

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

“กรณีนี้เด็กนักเรียนคนดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ และที่สำคัญเด็กคนดังกล่าวได้รับการประกาศรายชื่อให้มีสิทธิ์เข้าเรียนตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ในขณะที่คลิปถูกอัดไว้ในวันที่ 19 เม.ย. จึงไม่เข้าใจว่าสาเหตุใดจึงนำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ” ผอ.สามเสนฯกล่าว

โดยก่อนหน้านี้ ผอ. สามเสนวิทยาลัย ได้ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับศิษย์เก่าบางคนที่กล่าวหาว่าเรียกรับเงินเข้าเรียนต่อใช้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หัวละ 400,000 บาทที่ สน.บางซื่อไปแล้วว่าไม่มีการเรียกรับเงินเพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าเรียนแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฏหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงเรียนและครอบครัว

แถลงการณ์สมาคมนร.เก่าห่วงใย”สามเสน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283588

แถลงการณ์สมาคมนร.เก่าห่วงใย”สามเสน”

สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย, สามเสนวิทยาลัย, สามเสน, คลิปรับนรม1

สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัยออกแถลงการณ์ห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “คลิปรับนร.ม.1 “

        เมื่อวันที่ 20 มิย. สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ได้ออแแถลงการณ์กรณีโรงเรียนดังย่านพระราม 6 เรียกรับเงินจากผู้ปกครองเพื่อฝากนักเรียน เผยแพร่ไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ ใจความว่า สมาคมฯขอแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ต่อการไม่เห็นดวยกับการทุจริตคอรัปชั่นและการแสดงหาประโยชน์โดยมิชอบในทุกรูปแบบ

และพร้อมให้ความร่มมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการกระบวนการตามขั้นตอนของกฏหมายภายใต้หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ปรากฏความจริงต่อประชาคมสามเสนวิทยาลัยและสาธารณชนโดยเร็ว อันจะเป็นการสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย

แถลงการณ์สมาคมนร.เก่าห่วงใย"สามเสน"


‘บ่ายนี้มีคำตอบ’.. ผอ.สามเสนแถลงคลิปร.ร.ดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283568

‘บ่ายนี้มีคำตอบ’.. ผอ.สามเสนแถลงคลิปร.ร.ดัง

ผอสามเสนแถลงคลิปรรดัง, บ่ายนี้มีคำตอบ, วิโรฒ สำรวล

บ่ายโมงวันนี้ “วิโรฒ สำรวล” ผอ.โรงเรียนสาม เสนวิทยาลัย จะแถลงข่าวข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหาทำลายชื่อเสียงคลิป รับเด็กม.1

      หลังจากเมื่อเวล า 08.30 น. นายวิโรฒ สำรวล ผอ.โรงเรียนสาม เสนวิทยาลัย แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับศิษย์เก่าบางคนที่กล่าวหาว่าเรียกรับเงินเข้าเรียนต่อใช้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หัวละ 400,000 บาทที่ สน.บางซื่อไปแล้วว่าไม่มีการเรียกรับเงินเพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าเรียนแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฏหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงเรียนและครอบครัว และมีรายงานว่าวันนี้เวลาประมาณ 13.00 น. นายวิโรฒ จะแถลงข่าวข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหาทำลายชื่อเสียง

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283496

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

เรียนรู้จากประสบการณ์จริง หรือ Active Learning จะทำให้นักเรียนได้ลงมือกระทำและได้ใช้กระบวนการคิด

      ​นายมรกต กลัดสอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต38 เรียนรู้การทำ “ข้าวเปิ๊บ”ร่วมกับนักเรียนโรงเรียนเมืองด้งวิทยา อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่ง“ข้าวเปิ๊บ”คือ อาหารท้องถิ่นของชาวศรีสัชนาลัย เป็นก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่ง ที่มีกรรมวิธีการทำเส้นคล้ายคลึงกับข้าวเกรียบปากหม้อ โดยใช้ผ้าขาวบางขึงบนปากหม้อดินจนตึง ในหม้อดินต้มน้ำให้เดือด

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

จากนั้นละเลงแป้งข้าวเจ้าลงบนปากหม้อ ไอน้ำเดือดที่พลุ่งขึ้นมาจะทำให้แป้งสุกอย่างรวดเร็วจากนั้นใส่วุ้นเส้น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก หรือผักอื่นๆ ตามชอบลงไปบนแผ่นแป้ง ปิดฝาอีกครั้งแล้วนึ่งจนผักพอสุก พอได้ที่ใช้ไม้พายตวัดพับแป้งไปมาเพื่อห่อไส้ผักข้างในไว้ เสร็จสรรพแล้วตักใส่ชาม เป็นที่มาของคำว่า “ข้าวเปิ๊บ” ซึ่ง “เปิ๊บ” เป็นภาษาถิ่นหมายถึงการพับไปพับมานั่นเอง

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอน โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง หรือ Active Learning จะทำให้นักเรียนได้ลงมือกระทำและได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยการร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน โดยครูต้องลดบทบาทในการสอน แต่เป็นผู้สนับสนุน และกระตุ้น (Active Teaching) หรือเพิ่มกระบวนการและกิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการจะทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น และอย่างหลากหลาย

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

ข้าวเปิ๊บ เรียนรู้จากอาหารท้องถิ่น (คลิป)

ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยการพูด การเขียน การลงมือทำกับเพื่อนๆซึ่งกระบวนการเรียนรู้ Active Learning ทำให้ผู้เรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู้ให้อยู่คงทนได้มาก และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต เพิ่มทักษะชีวิตให้กับนักเรียนได้จริง

เผยเห็นภาพ “พระเมรุ” ชัดเจนกลางส.ค.ก่อนกราบบังคับทูลฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283457

เผยเห็นภาพ “พระเมรุ” ชัดเจนกลางส.ค.ก่อนกราบบังคับทูลฯ

เผยเห็นภาพ, พระเมรุ

ดกลางเดือนส.ค.ทำหนังสือ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม

        เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่อาคารขยายแบบ โรงงานต่อเรือเหล็ก กองโรงงาน อู่ทหารเรือ กรมอู่ทหารเรือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เดินทางมาเยี่ยมชมการจัดทำเชือกฉุดชัก สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.ร.ท.มิ่ง อิ่มวิทยา เจ้ากรมอู่ทหารเรือให้การต้อนรับและนำชม
พล.อ.ธนะศักดิ์  กล่าวว่า การทำเชือกฉุดชักราชรถ เป็นส่วนงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสมบูรณ์และสง่างามในกับริ้วขบวนในพระราชพิธี ฯ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ถือว่าผลงานออกมาดี เป็นที่น่าพอใจการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งการทำเชือกฉุดชักราชรถจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตามการทำเชือกฉุดชักราชรถ จะแบ่งออกเป็น 2 ชุดคือ ชุดสำรอง ใช้ในการซักซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ ซึ่งทำมาจากเชือกเปอร์ร่อน และชุดจริงใช้สำหรับพระราชพิธีฯ ทำมาจริงทำมาจากเชือกมะนิลา  โดย ทางกรมอู่ทหารเรือได้ส่งเชือกสำรองที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมบางส่วนไปให้กรมสรรพาวุธ ทหารบก เพื่อทำการฝึกซ้อมราชรถปืนใหญ่แล้ว

เผยเห็นภาพ “พระเมรุ” ชัดเจนกลางส.ค.ก่อนกราบบังคับทูลฯ
ขณะที่เชือกสำรองที่ใช้ในการในการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถองค์อื่นๆ จะทยอยจัดส่งไปตามกำหนดการณ์  สำหรับเชือกชุดจริง จะใช้เพียงครั้งเดียว คือ วันพระราชพิธีฯ จากนั้นจะนำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร อย่างไรก็ตาม การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมอู่ทหารเรือ ซึ่งเทคนิคและความรู้ในการจัดทำเชือกฉุดชักมีมาแต่โบราณ รวมถึงอาคารขยายแบบแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่มีอายุยาวนามมาถึง 130 ปี ที่สำคัญเคยมีในหลวงถึง 2 พระองค์ เสด็จฯมาที่นี่ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ ในหลวงร.9 ดังนั้น จึงให้ทางกรมอู่ทหารเรือทำเรื่อง เพื่ออนุรักษ์อาคารหลังนี้ไว้ ซึ่งไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของอาคารสถานที่เท่านั้นแต่ยังรวมถึง ความรู้ในการทำเชือกฉุกชักราชรถ ที่ทางกรมอู่ทหารเรือจะต้องถ่ายทอดสู่รุ่นต่อๆ ไปด้วย
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การทำงานทุกส่วนถือว่ามีความสัมพันธ์กันทั้งกรมอู่ทหารเรือ กรมศิลปากร และกรรมสรรพาวุธฯ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปอย่างรอบคอบ ตามขั้นตอนเพื่อให้งานออกมาสมพระเกียรติสูงสุด โดยวันที่ 21 มิถุนายนนี้  มีกำหนดตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ ที่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ซึ่งในส่วนของโครงสร้างพระเมรุมาศฯ ดำเนินการเสร็จหมดแล้ว เริ่มเข้าสู่กระบวนการด้านหัตถศิลป์ และประณีตศิลป์ รูปหล่อต่างๆ อาทิ สัตว์ หิมพานต์  มีความคืบหน้าไปมาก ขณะที่ฉากบังเพลิงแล้วเสร็จไปกว่า 60% ส่วนอื่นๆ อยู่ระหว่างการนำไปประกอบในพื้นที่จริง คาดว่า ภายในเดือนสิงหาคม จะเห็นภาพได้ชัดเจน กลางเดือนสิงหาคม จะทำหนังสือผ่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม ก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพโดยตามพระราชอัธยาศัย
“เมื่อกรมอู่ทหารเรือจัดทำเชือกฉุดชักราชรถเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะจัดพิธีบวงสรวงราชรถราชยาน เพื่อเพื่อใช้งานราชรถและพระยานมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดเวลาฤกษ์ที่เป็นสิริมงคล เมื่อทำพิธีบวงสรวงแล้วจะอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถออกจากโรงราชรถเพื่อฝึกซ้อมฉุดชักภายในรั้วพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  จากนั้น กลางเดือนสิงหาคม เข้าสู่ขั้นตอนทำหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรพระเมรุมาศกลางเดือนตุลาคม ก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพโดยตามพระราชอัธยาศัย จากนั้นคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ จะตรวจความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ของการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบขั้นสุดท้าย เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติเพื่อถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 “รองนายกฯกล่าว

มอบศธจ. จัดสรรการรับเด็กอนุบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283372

มอบศธจ. จัดสรรการรับเด็กอนุบาล

อนุบาล, มอบศธจ, สพฐ, อปท, สพท, ศธจ

ปลัดศธ.มอบศธจ. แกนหลักประสานงานกำหนดขอบเขต จัดสรรการรับเด็กก่อนวัยเรียน ย้ำพยายามรักษาสัดส่วนการรับเดิมเอาไว้ สพฐ.พัฒนาครู จัดการเรียนการสอนเชิงวิชาการ

       ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ที่ระบุให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกแนวปฏิบัติการรับเด็กเข้าศึกษา ปีการศึกษา 2560 โดยแบ่งโซนการรับเน้นให้ท้องถิ่นดำเนินการ และสพฐ.เข้าไปดำเนินการในส่วนที่ไม่มีหน่วยงานใดจัด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีโรงเรียนเอกชนในจังหวัดอุทัยธานี ร้องเรียกมาว่ามีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับนักเรียนก่อนวัยเรียนอายุ 3 ปี ทั้งๆ ที่มีโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)และโรงเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่แล้ว มีบางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) สังกัด สพฐ. เป็นผู้จัดการศึกษาในระดับก่อนวัยเรียนทั้งหมดด้วย

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไป จากการที่มีการหารือร่วมระหว่างหน่วยงานที่จัดการศึกษาในระดับก่อนวัยเรียน อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนถิ่น สพฐ.เป็นต้น ได้ข้อสรุปว่าการจัดการศึกษาก่อนวัยวัยเรียนตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป ต้องมีการร่วมมือกันในระดับจังหวัดจึงมอบให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เป็นแกนหลักในการประสานงานกำหนดขอบเขต รวมถึงการจัดสรรการรับเด็กก่อนวัยเรียน โดยหลักการ คือจะพยายามรักษาสัดส่วนการรับเดิมเอาไว้ เช่น อปท.จัดการศึกษาในระดับ 1-3 ปี ก็จะไม่ขยายมาจัดในระดับ 4 ปี นอกจากจะเป็นสถานศึกษาที่มีความพร้อมอย่างมาก ขณะเดียวกันทาง สพฐ. ก็จะไม่ขยายชั้นเรียนในระดับ 3 ปี นอกจากสถานศึกษาดังกล่าวจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสถานศึกษาในสังกัด อปท. หรือ สช.จัดการศึกษาระดับ 3 ปี หรือ ในพื้นที่ที่เด็กอายุ 3 ปีจำนวนมากเกินกว่าที่ สช.และ อปท. จะรับได้ ซึ่งทางที่ประชุมยังได้มอบ สพฐ.เป็นหลักในการพัฒนาครู รวมถึงพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเชิงวิชาการด้วย

นอกจากนี้ทุกหน่วยงานที่จัดการศึกษาในระดับก่อนวัยเรียน จะต้องประมาณการนักเรียนที่จะเข้าศึกษาในระดับ 3 ปี เพื่อขอแปรญัตติ โดยอัตรารายหัวที่จะอุดหนุนเด็กก่อนวัยเรียนก็จะเท่ากับอัตราในปัจจุบัน คือ ค่าเรียน 1,700 บวกกับค่าเรียนฟรีอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมข้อมูลของเด็กก่อนวัยเรียนขณะนี้ถือว่ายังไม่นิ่ง อย่างเด็ก 3 ขวบ มีอยู่ประมาณ 7 แสนกว่าคน ซึ่งเป็นข้อมูลของการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ เด็กจะเข้าเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ ทั้งนี้หลังจากที่แต่ละหน่วยงานทำการประมาณการศักยภาพและแผนที่จะเปิดรับเด็กก่อนวัยเรียนแล้ว ก็คงต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อที่จะหาข้อสรุปจากแผนการรับดังกล่าวในภาพรวม

“เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/283252

“เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย

ชงคณะทำงานฯทีแคส, ทีแคส, TCAS ทีแคส, เด็กเตรียมฯ, สุชัชวีร์,  TCAS ทีแคส

“สุชัชวีร์” ย้ำTCAS ระบบมีข้อดี สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ ขณะที่ “เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย หวั่นไม่เท่าเทียม

           การพัฒนาระบบ ” TCAS (ทีแคส)”เป็นความร่วมมือของทุกมหาวิทยาลัยที่ตกลงเข้าร่วมกระบวนการพร้อมกันตั้งแต่การปรับช่วงเวลารับสมัครแต่ละรอบให้ตรงกันและยอมเข้าระบบเคลียริงเฮาส์หรือการจัดการที่นั่งกลางทุกมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก เนื่องจากทุกแห่งต้องการลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งต้องการสร้างความเป็นธรรมทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2560 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา “ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)” ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาปีการศึกษา 2561 หรือระบบ TCAS หรือทีแคส แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จำนวน1,000 กว่าคน

“เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย

 

       ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้ที่มาพูดในโรงเรียนที่โยนเหรียญไปทางไหนก็เป็นเด็กประสบความสำเร็จ  แต่จะสำเร็จเพื่อตัวเองหรือสำเร็จเพื่อทำให้ประเทศของตนเองดีขึ้นนั้นต้องขึ้นอยู่กับทุกคน  ซึ่งเด็กโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สามารถมีรถสปอร์ต เครื่องแรง มีบ้านใหญ่สวยงาม มีอำนวยความสะดวกแต่นอกรั้วบ้านมีแต่โจร มีแต่ถนนขรุขระ หรือทุกคนอยากมีรถเล็ก มีบ้านหลังเล็ก แต่ถนนราบเรียบสะดวก ไม่ต้องมีรั้วใหญ่เพื่อป้องกันโจร

“เชื่อว่าเด็กเตรียมอุดมฯ สามารถสอบเข้าแพทย์ได้ ซึ่งดีใจกับทุกคนที่จะเป็นแพทย์แต่ต้องซื้อเครื่องมือต่างชาติ อนาคตประเทศไทยต้องการเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติ เริ่มคิดว่านอกจากพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนเองแล้ว ต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จากถนนขรุขระ เป็นถนนที่เรียบสวย เป็นประเทศที่ไม่มีโจรได้อย่างไร ความสำเร็จที่จะเข้าไปในมหาวิทยาลัยไม่ใช่ที่สุด สมัยตนมีโรงเรียนแพทย์ 4-5 แห่ง แต่ตอนนี้มี 22 แห่ง ที่นั่งเรียนจะมีมากและความยากไม่เท่าสมัยก่อน ทุกคนมีสิทธิ์เข้าเรียนได้”ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

“เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่ามีนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ซักถาม ถึงการนำเกรดเฉลี่ยมาใช้ในระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เพราะแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน ทำไมต้องนำมาใช้คัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และ รู้สึกว่าไม่เท่าเทียมกันนั้น ได้ชี้แจงว่าหากทุกโรงเรียน มีเพียงการสอบผ่านกับไม่ผ่าน ถ้าไม่มีเกรดเฉลี่ย ไม่มีการประเมิน นักเรียนอาจจะไม่ขยัน ไม่ตั้งใจเรียน เนื่องจาก เกรดเฉลี่ย คือส่วนหนึ่งของการประเมิน ดังนั้น ยังจำเป็นที่ทุกโรงเรียนต้องใช้เกรดเฉลี่ยแต่ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ดูเฉพาะเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว ยังมีการนำแฟ้มสะสมงาน การสัมภาษณ์มาใช้ และทีแคสไม่ใช้ระบบที่จะดูเฉพาะเกรดเฉลี่ยอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตาม จะนำผลการเดินสายชี้แจงระบบทีแคส 2 ครั้งก่อนหน้านี้  รวมถึงข้อเสนอแนะของนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในครั้งนี้ เสนอต่อคณะทำงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับระบบทีแคสต่อไป

“เด็กเตรียมฯ” ห่วงใช้เกรดเฉลี่ยคัดคนเข้ามหาวิทยาลัย

นอกจากนั้น  ถ้าเด็กเตรียมอุดมศึกษาไม่คิดถึงอนาคตประเทศ อีก 20 ปี ประเทศไทยเหมือนเดิม ตอนนี้กำลังพูดกับคนที่เปลี่ยนแปลง  อยากให้กำลังใจทุกคน  ซึ่งระบบทีแคส เป็นระบบที่นำมาใช้เพื่อคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในปี 2561 มีข้อดี  คือเด็กทุกคนมี 1 สิทธิ์เท่าเทียมกัน แตกต่างจากอดีตที่คนเก่งได้ประโยชน์ กั๊กสิทธิ์ หรือคนรวยก็มีสิทธิ์สอบได้มากกว่า เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยสอบไม่ตรงกัน แต่ระบบทีแคส สอบตรงกันเวลาเดียวกัน สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้เด็กอยู่ในชั้นเรียนมากที่สุด