เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277570

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

เปิด, หนังสือ, ตามรอย, พระราชา, อัมพวา, สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ, เมือง 3 น้ำ, ศาสตร์พระราชา

เด็ก ๆ กำลังตื่นเต้น!! ทั้งหมดแสดงท่าทีชัดเจนว่า พวกเขาพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

     …เปิดรับสิ่งที่จะได้สัมผัสจากสถานที่จริง ในสิ่งแวดล้อมจริง จากครูคนใหม่ที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิด ซึ่งก็คือคนและวัตถุสิ่งของที่จับต้องได้ ทั้งหมดคือขุมความรู้ที่ทุกคนกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ

สิ่งที่จะได้เริ่มต้นเรียนรู้ในวันนี้อยู่ใน โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมลงพื้นที่เพื่อให้เครือข่ายพ่อแม่ ครูและนักเรียน  มีโอกาสใช้ประโยชน์จากคู่มือการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในแคมเปญ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” (The King’s Journey Learning Passport) ที่มุ่งสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

หนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มนี้ กำลังจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดทักษะศตวรรษที่ 21 กระตุ้นให้เด็ก ๆ สร้างคุณลักษณะที่ดีจากการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทำให้ผู้เรียนได้ สนุกรู้ สนุกคิด สนุกเล่น โดยเริ่มต้นจากเส้นทางตามรอยพระราชาในภาคตะวันตก ซึ่งครอบคลุมแหล่งเรียนรู้ 9 แห่ง ใน 3 จังหวัด คือ นครปฐม สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ก่อนจะขยายให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการด้านบริหาร สสค.

พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการด้านบริหาร สสค. กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ต้องการให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ศาสตร์ของพระราชา จากประสบการณ์จริง ด้วยการเข้าถึง เข้าใจในพระวิริยะอุตสาหะ พระอัจฉริยภาพและความรักความห่วงใยของพระราชาที่ทรงมีต่อพสกนิกรผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยคำถามและกิจกรรมสร้างสรรค์ประสบการณ์จริงจากแหล่งเรียนรู้ด้วยแนวคิด “สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ” และกระบวนการ Transformative Learning: Head Heart Hand (3H) ที่ส่งเสริมการคิดการสร้างแรงบันดาลใจการลงมือปฏิบัติขณะเดียวกันหนังสือเดินทางเล่มนี้ยังเป็นสื่อเชื่อมสายใยการเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวร่วมกัน ระหว่างเด็กเยาวชนและครอบครัว ครูและลูกศิษย์

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

เด็ก ๆ และผู้ปกครองจาก โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กำลังจะได้เข้าไปสัมผัสโครงการที่ คุณยาย ประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลทรวงอก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง 5 แปลง พื้นที่รวม 21 ไร่ 12 ตารางวาในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ประโยชน์ ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2551 สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดโครงการโดยทรงพระราชทานนามโครงการแห่งนี้ว่า โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์

พื้นที่ในโครงการนี้มีหลายสิ่งให้เด็ก ๆ เรียนรู้ จังหวัดสมุทรสงคราม นั้นได้ขื่อว่าเป็น “เมือง 3 น้ำ”  ที่มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม แม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน มีลำคลองผ่านหลายสาย คือ คลองอัมพวา คลองวัดนางวัง คลองวัดบางกะพ้อม คลองบางจาก คลองดาวดึงษ์ คลองลัตตาโชติ การทำการเกษตรในพื้นที่นี้ จึงต้องปลูกพืชที่ตอบโจทย์ความอดทนต่อความเปลี่ยนแปลงของน้ำ ที่นี่จึงปลูกมะพร้าวมาก และความเป็นพื้นที่ลักษณะพิเศษนี้เองที่ทำให้ได้มะพร้าวที่มีคุณสมบัติเฉพาะถิ่น ซึ่งเมื่อนำมาทำน้ำตาลมะพร้าว จะได้หอม หวาน อร่อยกลมกล่อมเป็นพิเศษ

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

เด็กและผู้ปกครองได้เห็นการใช้ประโยชน์จากมะพร้าวอย่างครบวงจร  ได้เห็นการทำน้ำตาลตั้งแต่การ ตัดงวงมะพร้าว รองน้ำตาลลงในกระบอก กรองน้ำตาลสดที่ได้ ก่อนเทลงใส่ในกระทะตั้งบนเตาไฟ ด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมเอกลักษณ์ภูมิปัญญาชาวอัมพวา

จากนั้นก็ได้ เข้าครัวคุณยายสมัยรัชกาลที่ 2 ทำลูกชุบและขนมวงทอง  รู้จักเรือนไทยและการทำเรือนไทยโบราณ รู้จักวิถีชีวิตริมสายน้ำที่ต้องสัญจรและประกอบอาชีพด้วยเรือรูปแบบต่าง ๆ อัมพวามีเรือไทยพื้นบ้านให้เยี่ยมชม เห็นตั้งแต่วิวัฒนาการเรือ ตั้งแต่ยุคแรก ๆ ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ นำท่อนไม้หลาย ๆ ท่อนมาผูกเป็นแพ จนมาถึงในระยะสุดท้ายที่มีการขุดท่อนซุงเป็นเรือ ได้เห็นว่า เรือไทยพื้นบ้าน ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีชื่อเรียกและประโยชน์ใช้สอยต่างกันไป ชื่อที่ไม่คุ้นเคย อย่างเรือเข็ม เรือมาดประทุน เรือชะล่า เรือกระแชง เรือข้างกระดาน เรือเอี้ยมจุ๊น เรือผีหลอก เรือบด ถูกบันทึกถ่ายทอดออกมาเป็นแบบลายเส้นในกระดาษ ให้เด็ก ๆ ทำความรู้จักด้วยการฝึกระบายสี

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

นอกจากนี้ ยังได้เห็นการทำหัวโขน และฝึกสานใบมะพร้าวเป็นรูปต่าง ๆ จากผู้สอนซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น  และสนุกทำน้ำม่วงชื่น ชานชาลา สูตรพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ

เด็กชายอินทัช  ปิ่นมณี  นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตลอออุทิศกล่าวว่า รู้สึกสนุกที่ได้เดินทางมาทัศนะศึกษาตามเส้นทางใน หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา ไม่เหมือนเดินทางมาเที่ยวแบบที่เคยมากับครอบครัวหรือโรงเรียนเหมือนได้เรียนนอกห้องเรียน ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงอีกด้วย

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

“ได้ลองสานใบมะพร้าวเป็นรูป ปู ปลา ตอนเริ่มก็ยาก แต่ก็พยายามจนได้  ได้เห็นการทำสิ่งของพื้นบ้านซึ่งในโรงเรียนไม่มี ทั้งหมดเคยเป็นเรื่องไกลตัว เห็นบ้างในสื่อการเรียนการสอน ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งต่างจากที่ได้มาสัมผัสจริงมาก” เด็กหญิงอินทัช กล่าว

จริยาพร ปิ่นมณี ผู้ปกครองของ เด็กหญิงอินทัช  ระบุว่า ปกติช่วงวันหยุดจะส่งลูกไปเรียนพิเศษ แต่หลังจากที่ทราบว่าจะมีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนมาทัศนะศึกษาตามเส้นทางในหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา ก็สนับสนุนให้มาเพราะเห็นว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงน่าจะได้ประโยชน์กว่า

เปิดหนังสือ..ตามรอยพระราชาไป “อัมพวา”

“เมื่อเขามาทัศนะศึกษาได้เห็นสิ่งต่าง ๆ  ก็แนะนำให้เขาจดบันทึกตาม เพราะเห็นคำแนะนำใน หนังสือเดินทางตามรอยพระราชาและลูกเคยบอกว่าอยากเป็นนักเขียน ก็บอกเขาว่า ถ้าอยากเป็นนักเขียนจะต้องรักการจดบันทึก บรรยายสิ่งที่พบเห็น และทำความเข้าใจอย่างละเอียดและต้องรักการเดินทางไปพบสิ่งใหม่ ๆ ตอนนี้ก็อาจจะเริ่มจากสถานที่ใกล้ ๆ กรุงเทพ ตามโครงการพระราชดำริต่าง ๆ  9 แห่งตามที่ระบุไว้ในคู่มือเล่มนี้ ก็ได้” จริยาพร กล่าว

การเรียนรู้ “ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และกระตุ้นการเรียนรู้ทักษะศตวรรษที่ 21 จากการเดินทางในครั้งนี้ จึงเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่นอกจาก บรรดาเด็กๆ และผู้ปกครองจะได้ประทับตรา แปะสติ๊กเกอร์ เพื่อปักหมุดการมาเยือน และตั้งคำถามจากสิ่งที่เห็น ลงใน “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” แล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับยังส่งผลเพิ่มพูนให้มองสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้แตกต่างออกไป อัมพวาไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนเป็นพลวัตรของหลายสิ่งสอดประสานเป็นกลไกอยู่ภายใน

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ คือส่วนหนึ่งใน หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา คือสถานที่เดียวที่ยังรอให้พวกเขากำหนดจุดหมายยังที่อื่น ๆ อีก 8 แห่งในโอกาสต่อไป อย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน

“หมออุดม” ลาออก!! “อธิการม.มหิดล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277583

“หมออุดม” ลาออก!! “อธิการม.มหิดล”

อธิการบดีมหิดล, หมออุดม, ลาออก, อธิการมมหิดล, มม, ปปช, กกอ, สกอ

“หมออุดม” แจ้งที่ประชุมสภา มม.ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี เหตุไม่สามารถหารองอธิการบดีชุดใหม่แทน 13 คนที่ยื่นลาออก เจ้าตัวยอมรับใจหาย ปฏิบัติหน้าที่ถึง 1 ส.ค.นี้

     เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 แหล่งระดับสูงจากมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) ที่มีนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็น นายกสภามม. ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดี มม.ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี มม. ต่อที่ประชุม สภามม. โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถหาผู้มาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีมม.ภายหลังจากที่รองอธิการบดี 13 คน ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งนี้ที่ประชุมสภามม. ไม่มีข้อคัดค้าน และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ศ.คลินิกนพ.อุดม ลาออก โดยศ.คลินิก นพ.อุดม ประกาศลาออกและจะอยู่ในตำแหน่งอธิการบดี จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เพื่อให้มีการดำเนินการสรรหาอธิการบดีคนใหม่แทนศ.คลินิก นพ.อุดมต่อไป

โดย นพ.เกษม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามเหตุผลจากศ.คลินิก นพ.อุดมเอง คงไม่สามารถพูดอะไรได้

ด้าน รศ.คุณหญิง ดร.สุมณฑา พรหมบุญ ประธานกกอ. กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าว รู้สึกตกใจ ตอนนี้คงไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะต้องฟังเหตุผลของศ.คลินิก นพ.อุดมก่อน

ด้าน นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตามขั้นตอนสภามม. จะต้องรายงานเรื่องดังกล่าวมาให้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบ ส่วนเหตุผลที่ศ.คลินิก นพ.อุดม ลาออก เพราะมีรองอธิการบดี 13 คน ลาออกเพราะป.ป.ช. ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น เรื่องนี้ถือเป็นวิธีคิดของคนในมม. เพราะเท่าที่ผู้บริหารหรือรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็ไม่มีปัญหา ทุกคนก็พร้อมที่จะยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน อีกทั้งผู้บริหารหน่วยงานอื่น ก็ยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศของป.ป.ช.

 ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า ตนเองก็รู้สึกใจหาย น้ำตาไหลในที่ประชุมแต่ก็ต้องตัดสินใจ เนื่องจากตนเหลือเวลาในการดำรงตำแหน่งอีกเพียง 1 ปี 5 เดือน คงไม่สามารถหาคนมาเป็นรองอธิการบดีแทนรองอธิการบดี 13 คนที่ลาออกไปได้ เพราะเหลือเวลาน้อย ทำให้ไม่มีใครอยากมาสมัคร อีกทั้งหากตนหมดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้วก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ตนจะได้กลับมาเป็นอธิการบดีมม. และดึงรองอธิการบดีเหล่านี้กลับมาทำงานต่อได้ ดังนั้นเมื่อตนหาคนมาช่วยบริหารงานไม่ทันก็ตัดสินใจลาออก เพื่อเริ่มต้นใหม่ ให้การทำงานสามารถเดินต่อไปได้ ตนคิดเรื่องนี้อยู่นาน และได้ปรึกษานายกสภามม.แล้ว ซึ่งนายกสภาฯ ก็พยายามให้หาทางออกวิธีอื่น แต่หากไตร่ตรองดีแล้วก็ไม่ขัดข้อง ส่วนจะมาสมัครเป็นอธิการบดีอีกหรือไม่นั้น คงต้องดูอีกที

 

"หมออุดม" ลาออก!! "อธิการม.มหิดล"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.คลินิก นพ.อุดม ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเหตุผลของการลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี โดยระบุว่า ตามที่รองอธิการบดี มม. ทั้ง 13 ท่านได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งส่วนตัวและครอบครัวต่อเงื่อนไขที่กำหนดบังคับใช้ใหม่ในการดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีนั้น ในระยะเวลาอันจำกัดการสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารเพื่อให้มาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีแทนนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ประกอบกับเหลือระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเพียงปีกว่า ซึ่งผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีคนใหม่ จะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้งานและปรับตัวอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี จึงอาจทำให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและเพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยเสียโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ผมและรองอธิการบดีทั้ง 13 ท่านที่รักษาการอยู่ จึงเห็นสมควรลาออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการสรรหาผู้บริหารชุดใหม่มาบริหารมหาวิทยาลัย ให้มีความเจริญก้าวหน้าและต่อเนื่องจากผู้บริหารชุดปัจจุบัน ซึ่งที่ประชุมสภามหิดล วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 รับทราบในรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อย
ผมและทีมบริหารมหาวิทยาลัยทุกคนต้องขออภัยต่อชาวมหิดลที่รักทุกท่าน ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานจนครบวาระ 4 ปี ตามที่กำหนดไว้ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามผมและทีมบริหารทุกคนมีความรักต่อมหาวิทยาลัยมหิดล และจะกลับไปทำงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยกันสนับสนุนมหาวิทยาลัยมหิดลอันเป็นที่รักของเรามุ่งไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกตามที่มุ่งมั่นไว้ ขอขอบคุณชาวมหิดลทุกท่านที่สนับสนุนการดำเนินงานของพวกเราอย่างดีตลอดมา

ศธ.ให้บ.หนองคายน่าอยู่ฯส่งข้อมูลเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277556

ศธ.ให้บ.หนองคายน่าอยู่ฯส่งข้อมูลเพิ่ม

เพิ่ม, ข้อมูล, น่าอยู่, หนองคาย, บริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด, บริษัท ล็อกซ์เลย์ จำกัด, ซื้อหุ้นคืน, โรงไฟฟ้า, โกศล, ขจร, ศธ, สกสค, กกอ

“โกศล” เผยนัดบ.หนองคายน่าอยู่ฯส่งข้อมูลเพิ่มสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปเสนอบอร์ดเดินหน้าต่อหรือขายหุ้นคืนในมติเดิม ตั้ง “ขจร” รองเลขาฯกกอ.สืบข้อเท็จจริงปมบ.ล็อกซ์เลย์

      เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60- พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้บริหารบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ได้เข้ามาชี้แจงข้อมูลการบริหารงาน กรณีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) นำเงิน กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ซื้อหุ้นจากบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ จำนวน 800 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนบ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการสกสค. มีมติให้บริษัท หนองคายน่าอยู่ ซื้อหุ้นคืนภายในระยะเวลา 5 ปี โดยที่ผ่านมาทางบริษัท หนองคายน่าอยู่ ฯ ได้ชำระเงินงวดแรกคืนให้สกสค. แล้ว

ส่วนงวดที่สองเนื่องจากทางบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ยังไม่แน่ใจ ในท่าที่ของสกสค. จึงชะลอการชำระไว้ก่อน ทั้งนี้ จากการพูดคุย ส่วนตัวเห็นว่า บริษัท หนองคายน่าอยู่ฯ มีเจตนาที่จะทำธุรกิจดังกล่าวจริง แต่เนื่องจากติดขัดหลายเรื่อง ทำให้การดำเนินการชะงักไป

“กรณีบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ผมมองว่ามีความตั้งใจทำธุรกิจจริงและธุรกิจมีความเป็นไปได้ ดังนั้นจึงได้ขอให้ทางบริษัทหนองคายน่าอยู่ ฯ ส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า หากเห็นว่าบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ไม่ได้มีเจตนาโกง ก็จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบโครงการว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ในการทำธุรกิจ เพื่อเสนอไปยังคณะกรรมการสกสค. ว่า จะเดินหน้าต่อหรือหยุดและขายหุ้นคืนให้กับทางบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ตามเดิม ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นเป็นไปได้ทั้งสองแนวทาง โดยผมได้รายงานผลการพูดคุยให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบแล้ว” พล.ท.โกศล กล่าว

ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้เจรจากับ ผู้บริหารบริษัท ล็อกซเล่ย์  กรณีที่ บริษัท ล็อกซเล่ย์  ฟ้อง เรียกค่าเสียหายกรณีฝากขายหนังสือเรียนกับองค์การค้าของ สกสค. จำนวน 1,400 ล้านบาท ในสมัยนายสมมาตร มีศิลป์ เป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ โดยทั้งสองฝ่าย เห็นตรงกันว่าไม่อยากให้มีการฟ้องร้อง ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ มอบให้นายพิษณุ ตุลสุข รองปลัด ศธ.ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ไปหาตัวเลขที่เหมาะสม ว่าองค์การค้าฯ จะต้องจ่ายให้กับทางบริษัท ล็อกซเลย์ จำนวนเท่าไร โดยต้องพิจารณาว่าอะไรที่บริษัทล็อกซ์เลย์เคยได้รับประโยชน์ไปแล้ว ก็ต้องหักออก หรือรายการใดที่บริษัทล็อกซเลย์ร่วมทุนแล้วขาดทุน ก็ควรต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย

“ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของศธ. ได้ประสานไปยังบริษัท ล็อกซเล่ย์ เพื่อขอไกล่เกลี่ยอีกรอบซึ่งต้องพิจารณาหลายส่วน ขณะเดียวกันนพ.ธีระเกียรติ ได้ตั้งนายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธานสืบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อจะดูที่มาที่ไปในการร่วมลงทุน”พล.ท.โกศล กล่าว

กกอ.รับรอง 6 หลักสูตรผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277565

กกอ.รับรอง 6 หลักสูตรผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

ใช้, งดรับนักศึกษา, 10 แห่ง, มหาวิทยาลัยเอกชน, รับรองหลักสูตร, กกอ, รับรอง, หลักสูตร, ผ่าน, เกณฑ์, มาตรฐาน, กกอรับรอง, หมอธี

บอร์ด กกอ.รับรอง 6 หลักสูตรใน 4 มหาวิทยาลัย ผ่านเกณฑ์ผ่านมาตรฐาน เผยเสนอ “หมอธี” ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.เอกชนฯ สั่ง 10 มหาวิทยาลัยเอกชนงดรับนศ.หลักสูตรที่มีปัญหา

        เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กกอ.ครั้งที่ 5/2560 ว่า ที่ประชุมได้รายงานสรุปผลการติดตามและตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอกเชิงบูรณการ ระบบพิชญพิจารณ์แบบมีส่วนร่วม ระยะที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2560 จำนวน 7 สถาบัน 18 หลักสูตร พบว่า มี 6 หลักสูตร ใน 4 สถาบันที่ผ่านการรับรอง คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2553) หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2558) มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) วิทยาเขตอีสาน หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2555) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำทางการศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ) (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556) และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาราชวิทยาลัย (มจร.) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา (หลักสูตรนานาชาติ) (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2557) ส่วนหลักสูตรอื่นๆที่เหลือรอการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ประธาน กกอ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีการตรวจสอบมหาวิทยาลัยเอกชน 10 แห่ง ซึ่งพบว่ามีการจัดการศึกษาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน แบ่งเป็น หลักสูตรนอกสถานที่ตั้ง 78 หลักสูตร ที่จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ใน 5 สถาบัน และอีก 20 หลักสูตรในสถานที่ตั้งของ 8 มหาวิทยาลัย ที่จัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด พบหลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชธานี จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมเป็นหลักสูตรในสถานที่ตั้งที่มีปัญหาทั้งหมด 21 หลักสูตร

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากกอ. ได้เสนอรายชื่อมหาวิทยาลัยเอกชนทั้ง 10 แห่ง ให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการศธ. ตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2547 สั่งการให้ทั้ง 10 มหาวิทยาลัยเอกชน งดรับนักศึกษาในหลักสูตรที่มีปัญหาทั้งหมดแล้ว แต่รัฐมนตรีว่าการศธ. ยังไม่ส่งเรื่องกลับมา ให้กกอ. ส่วนหลักสูตรนอกสถานที่ตั้ง 78 หลักสูตร ที่จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ใน 5 สถาบัน ขอปิดหลักสูตรไปแล้ว 56 หลักสูตรนั้น ข้อมูลยังเป็นไปตามเดิม ซึ่งที่ผ่านมากกอ. ดำเนินการตรวจสอบหลักสูตรนอกสถานที่ตั้งมาโดยตลอดหากพบว่า หลักสูตรใดมีปัญหาก็จะให้ปรับปรุงและงดรับนักศึกษาทันที

ผู้เชี่ยวชาญ 15 ชาติแลกเปลี่ยนความรู้มรดกโลกศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277529

ผู้เชี่ยวชาญ 15 ชาติแลกเปลี่ยนความรู้มรดกโลกศาสนา

พระธาตุพนม, มรดกโลก, จนครพนม, มรดกโลกทางศาสนา, ยูเนสโก, ผู้เชี่ยวชาญ, ชาติ, แลกเปลี่ยน, ความรู้, มรดก, ศาสนา

วธ.เชิญผู้เชี่ยวชาญ 15 ชาติ ร่วมเวทีประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการมรดกโลกทางศาสนาฯ ระดมความเห็น-องค์ความรู้ ดันพระธาตุพนม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

     เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 ที่โรงละครแห่งชาติ(โรงเล็ก) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานพิธีและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Culture Heritage: Protection and Promotion Policies in Thailand”เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติว่าด้วยการจัดการมรดกโลกทางศาสนาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ผู้แทนองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ทั้งในไทยและต่างประเทศ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจากกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ผู้แทนจังหวัดนครพนมและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ผู้เชี่ยวชาญ 15 ชาติแลกเปลี่ยนความรู้มรดกโลกศาสนา

โดย นายวีระ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 ให้เสนอบรรจุพระธาตุพนมไว้ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อพิจารณาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมรดกโลกที่เกี่ยวกับศาสนาจาก 15 ประเทศ อาทิ เมียนมาร์ ลาว ฟิลิปปินส์  อินโดนีเซีย จีน  อินเดีย เนปาล เวียดนาม ศรีลังกา ภูฏาน เป็นต้น เป็นการพัฒนาความความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและมุมมองนานาชาติ เรื่องมรดกโลกด้านศาสนา รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของทุกฝ่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่ออนุรักษ์และสนับสนุนการเสนอพระธาตุพนมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามหลักการของยูเนสโก

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละประเทศ จะมานำเสนอกรณีศึกษาเปรียบเทียบเรื่องคุณค่าสากลของมรดกด้านศาสนา และแนวทางการอนุรักษ์และการบริหารจัดการตามแนวทางสากลของคณะกรรมการมรดกโลกในแต่ละประเทศกับพระธาตุพนม รวมทั้งลงพื้นที่ศึกษาดูงานสถานที่สำคัญของวัดพระธาตุพนมและบริเวณโดยรอบ

ผู้เชี่ยวชาญ 15 ชาติแลกเปลี่ยนความรู้มรดกโลกศาสนา

“หลังจากนี้ วธ.จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ มาประกอบการจัดทำเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุพนม เพื่อให้มีความครบถ้วน รอบด้านและสมบูรณ์ที่สุดก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารและแผนงานการบริหารจัดการเพื่อเสนอต่อยูเนสโก โดยจังหวัดนครพนมตั้งเป้าหมายจะเสนอขึ้นทะเบียนพระธาตุพนมเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมต่อยูเนสโกในปี 2562”นายวีระ กล่าว

สอศ.เผยชื่อวิทยาลัยรับรางวัลพระราชทานปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277523

สอศ.เผยชื่อวิทยาลัยรับรางวัลพระราชทานปี 59

นักศึกษา, นักเรียน, สถานศึกษา, รางวัลพระราชทาน, ชื่อ, วิทยาลัย, รับรางวัล, พระราชทาน

สอศ.เผยนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาในสังกัดสอศ.ได้รับรางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2559 ระบุ 6 วิทยาลัยรับรางวัลต่อเนื่อง 3 ครั้งซ้อน

       ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า มีนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับรางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2559 แบ่งเป็น นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 34 รางวัล นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  จำนวน 32 รางวัล นักศึกษาระดับการศึกษาวิชาชีพ จำนวน 2 รางวัล สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา จำนวน 27 รางวัล และสถานศึกษาระดับการศึกษาวิชาชีพ จำนวน 2 รางวัล

สำหรับสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ระดับอาชีวศึกษา แบ่งเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ จำนวน 27 รางวัล ดังนี้ สถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการลพบุรี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมุทรปราการ วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือหนองคาย วิทยาลัยเทคนิคจะนะ และวิทยาลัยการอาชีพรามัน

 สถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพปัว วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน วิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ วิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร วิทยาลัยเทคนิคสตูล วิทยาลัยเทคนิคยะลา และวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก

สถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์  วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ วิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน

สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานระดับการศึกษาวิชาชีพ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนไอทีเอ็ม นวดไทยโบราณ และวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี

เลขาธิการ กอศ.กล่าวอีกว่า มีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ระดับอาชีวศึกษา 3 ครั้งซ้อนในรอบ 10 ปี มีจำนวน 6 แห่ง โดยแบ่งเป็นสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานเมื่อปีการศึกษา 2551,2555 และ 2559 จำนวน 5 แห่ง เป็นสถานศึกษาขนาดกลาง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ และวิทยาลัยเทคนิคสตูล และสถานศึกษาขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี  วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน และสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานเมื่อปีการศึกษา 2550, 2554 และ 2559 อีกจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ (สถานศึกษาขนาดใหญ่) นอกจากนี้ ยังมีสถานศึกษา ระดับการศึกษาวิชาชีพที่ได้รับรางวัลพระราชทานเมื่อปีการศึกษา 2551, 2555 และ 2559 ได้แก่ โรงเรียนไอทีเอ็ม นวดไทยโบราณ อีกด้วย

รพ.จุฬาฯจัดงาน “ชราชนม์ คนคุณภาพ” 22-24 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277480

รพ.จุฬาฯจัดงาน “ชราชนม์ คนคุณภาพ” 22-24 พ.ค.นี้

รพ.จุฬาฯจัดงาน “ชราชนม์ คนคุณภาพ กับ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ” 22-24 พ.ค.นี้ ที่อาคารส.ธ.รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ชวนคนชรารับการตรวจสุขภาพฟรี

            วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าว “งานชราชนม์ คนคุณภาพ กับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” เพื่อให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการดูแลรักษาโรคของผู้สูงอายุ ซึ่งงานจะมีขึ้นในวันที่ 22- 24 พฤษภาคม 2560 ณ โถงชั้น 1 อาคาร ส.ธ. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีศ.นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางศิริลักษณ์ สิโยพุทธวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านบริการ ศ.นพ.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านวิจัยและศูนย์ความเป็นเลิศ นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และผศ.(พิเศษ) นายแพทย์สุรินทร์ อัศววิทูรย์ทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวย ด้านภาพลักษณ์องค์กร ร่วมแถลง ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารส.ธ.รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ร่วมด้วยดารา-นักแสดงจากช่อง 7 เบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ , ติสท์ ณรงค์ฤทธิ์ ส่วนนักแสดงจากช่อง 3 ป๊อบ-พิชฌพัฒน์ ตันทา , จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร และ นักแสดงจากช่อง One เจนนี่-รติพันธ์ พันธ์พินิจ , บิ๊ก-กฤษดา จันทร์ดี มาร่วมโปรโมตงานครั้งนี้ด้วย

ศ.นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และเรากำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2568 จึงได้จัดงาน “ชราชนม์คนคุณภาพ กับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” ขึ้นในวันที่ 22- 24 พฤษภาคม 2560 ณ โถงชั้น 1 อาคาร ส.ธ. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในงานแต่ละวันมีกิจกรรมน่าสนใจหลากหลาย ได้แก่ การบริการตรวจคัดกรองสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย การจัดนิทรรศการ จัดเวทีเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคภัยที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงวัย การออกบูธต่างๆของหน่วยงานภายในโรงพยาบาลและหน่วยงานภายนอก รวมถึงการแนะนำหลักสูตร / การจัดอบรมการดูแลผู้สูงวัยอย่างถูกวิธี

นางศิริลักษณ์ สิโยพุทธวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านบริการ กล่าวว่า ในงานมีการตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น วัดความดันโลหิต หาค่าดัชนีมวลกาย(BMI) ประเมินภาวะความเสี่ยงโรคมะเร็งในผู้สูงอายุ การประเมินภาวะความเสี่ยงของอวัยวะต่างๆ เช่น หู กระดูก ข้อ สมองเสื่อม และภาวะซึมเศร้า การตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับ ( Fibroscan) พร้อมทั้งมีการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ รวมถึงมีการส่งต่อผู้สูงอายุหลังการคัดกรองที่ต้องการรักษาเฉพาะทางไปยังคลินิกหรือศูนย์ต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความสะดวกสบายในการดูแลรักษาแบบครบวงจรอย่างแท้จริง

ศ.นพ.เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านวิจัยและศูนย์ความเป็นเลิศ กล่าวว่า คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี อาคาร ส.ธ. ชั้น 4 เป็นคลินิกสหสาขาที่มีบทบาทเพื่อเป็นต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยเน้นการเสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันกลุ่มอาการเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น ภาวะหกล้มบ่อย สำลัก ปัญหาการมองเห็น การได้ยิน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น                 นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า นอกจากเรื่องการรักษาพยาบาลแล้วเรายังเน้นถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมระหว่างผู้สูงอายุกับบุคคลต่างวัยที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันด้วย เช่น พื้นฐานการดูแลผู้สูงอายุ การเข้าใจถึงจิตใจของผู้สูงอายุ ฯลฯ ผศ.(พิเศษ)

นายแพทย์สุรินทร์ อัศววิทูรย์ทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวย ด้านภาพลักษณ์องค์กรฯ กล่าวว่า นอกจากนี้เรายังมีโครงการดี “กดด้วยใจ ใครๆ ก็ทำได้” ที่ทาง รพ.จุฬาลงกรณ์ เตรียมจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วยช่วยกันทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดียิ่งขึ้น ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ เพื่อการเปิดรับบริจาคสมทบทุน โครงการกองทุน ส.ธ. เพื่อผู้สูงวัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญในการดูแลรักษาโรคเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุที่ยังขาดแคลนโดยประชาชนทั่วไปใครๆ ก็สามารถร่วมบริจาคได้ด้วยวิธีการง่ายๆ กด SMS ผ่านมือถือทุกระบบ ++++++++++++++

สพม.39เตือน!! ร.ร.รับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277444

สพม.39เตือน!! ร.ร.รับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

โรงเรียน, เตือน, สพม39, สพม, 39, 9เตือน, สพม9เตือน, 39เตือน, รับมือ, น้ำท่วม, ตลอด, ชั่วโมง, สพม39เตือน, รรรับมือน้ำท่วมตลอด

สพม.39 แจ้งเตือนโรงเรียนใน 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุตรดิตถ์ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ยกของขึ้นที่สูงหลังเจอฝนตกหนักต่อเนื่อง

      เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 นายสุชน  วิเชียรสรรค์   รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์) เปิดเผยว่า จากภาวะฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเขตพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนัก ทำให้น้ำฝนที่สะสมอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ได้ไหลบ่าเข้าท่วมตามไร่นาและบ้านเรือนประชาชน ขณะที่ โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ อำเภอท่าปลา อำเภอน้ำปาด อำเภอบ้านโคก และอำเภอฟากท่า ส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอวัดโบสถ์  อำเภอเนินมะปราง อำเภอนครไทย และอำเภอชาติตระการ ซึ่งมีพื้นที่ลักษณะเป็นภูเขา และประสบเหตุน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบริเวณโรงเรียนอยู่เป็นประจำ ส่งผลให้อุปกรณ์และสื่อการเรียน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสารได้รับความเสียหาย

“ได้แจ้งไปยังโรงเรียนขอให้เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำป่า จัดเวรยาม ดูแลสถานศึกษาโดยเฉพาะช่วงกลางคืน และวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ เตรียมยกอุปกรณ์ขึ้นไว้ในที่สูงเพื่อ เป็นการป้องกันในเบื้องต้น  หากเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ขอให้รีบรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาโดยด่วนเพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทันท่วงที”นายสุชน กล่าว

ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้พระราชทานให้นร.-ครูใน10จ.ภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277336

ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้พระราชทานให้นร.-ครูใน10จ.ภาคใต้

นักเรียน, ส่งมอบ, โต๊ะ, เก้าอี้, พระราชทาน, ภาคใต้

ปล่อยคาราวานโต๊ะเก้าอี้พระราชทาน มอบแก่โรงเรียนใน 10 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม

      เมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยคาราวานโต๊ะเก้าอี้พระราชทานให้แก่สถานศึกษาที่ประสบอุทกภัยใน 12 จังหวัดภาคใต้ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรหลัก ของศธ.เข้าร่วม

ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้พระราชทานให้นร.-ครูใน10จ.ภาคใต้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระราชทานเงินช่วยเหลือเพื่อจัดหาโต๊ะและเก้าอี้พระราชทาน จำนวน 25 ล้านบาท และทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด จำนวน 40 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 25 ล้านบาทซื้อโต๊ะเก้าอี้นักเรียนและครูพระราชทาน จำนวน 11,115 ชุดให้แก่ โรงเรียนใน 10 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี  19 โรง จ.สงขลา 14 โรง  จ.พัทลุง 31 โรง จ.นราธิวาส 7 โรง จ.ปัตตานี 10 โรง จ.ชุมพร 8 โรง จ.นครศรีธรรมราช 161 โรง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 8 โรง จ.กระบี่1 โรง  และจ.ตรัง 8 โรง

ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้พระราชทานให้นร.-ครูใน10จ.ภาคใต้

“โต๊ะเก้าอี้นักเรียนและครูพระราชทาน มีคุณภาพมาตรฐานเพิ่มเติมจากที่มีขายอยู่ในท้องตลาด มีความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม และสมพระเกียรติ เหมาะกับสภาพอากาศในพื้นที่ บริเวณหน้าโต๊ะและพนักเก้าอี้มีข้อความว่า “พระราชทาน” ซึ่งสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่จะทำหน้าที่ในการควบคุมดูแล บำรุงรักษาโต๊ะเก้าอี้พระราชทานอย่างต่อเนื่อง”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้จะทยอยจัดส่งไปยังโรงเรียนเบื้องต้น จำนวน 4,000 ชุด ที่เหลือจะจัดส่งไปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้

ครม.ย้ายสลับเก้าอี้ “ชัยยศ-วัฒนาพร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277299

ครม.ย้ายสลับเก้าอี้ “ชัยยศ-วัฒนาพร”

ครม, สลับเก้าอี้, ย้าย, สลับ, เก้าอี้, ชัยยศ, วัฒนาพร, ครมย้ายสลับเก้าอี้, ชัยยศ-วัฒนาพร

ครม.ไฟเขียวโยกสลับตำแหน่ง “ชัยยศ” เป็นรองเลขาธิการสภาการศึกษา “วัฒนาพร” เป็นรองปลัด ศธ.

        เมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้ นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์  รองปลัด ศธ. เป็น รองเลขาธิการสภาการศึกษา และ นางวัฒนาพร ระงับทุกข์  รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็น รองปลัด ศธ.

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อความสมในการปฏิบัติงาน