ที่ว่าง “62,000 อัตรา” รับแรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277226

ที่ว่าง “62,000 อัตรา” รับแรงงาน

ต้องการแรงงานเพิ่ม, ไม่ตกงาน, ที่ว่าง, 62000, อัตรา, แรงงาน, รับแรงงาน, 62000 อัตรา

กกจ. เตรียมตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ เดือนพฤษภาคมกว่า 62,000 อัตรา ย้ำ! ไม่เลือกงาน ไม่ตกงาน

          กรมการจัดหางาน สรุปตำแหน่งงานว่างในเดือนพฤษภาคม 2560 กว่า 62,000 อัตรา พบนายจ้างต้องการแรงงานด้านการประกอบชิ้นส่วนมากสุดกว่า 15,500 อัตรา แนะผู้จะเข้าสู่ตลาดแรงงานเลือกเรียนสายอาชีพ เตรียมความพร้อมก่อนสมัครงาน ฝึกทักษะ และอย่าเลือกงาน

         นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากการที่กรมการจัดหางานได้รับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานทางเว็บไซต์http://empui.doe.go.th/auth/indexเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน จำนวน 67,685 คน รายงานตัว จำนวน 185,779 คน ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมการจัดหางานได้เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับผู้ประกันตนฯ คนหางานไว้แล้ว จำนวน 62,790 อัตรา

         เป็นตำแหน่งงานว่างจำแนกตามประเภทอาชีพ 10 อันดับ ได้แก่ 1.แรงงานด้านการประกอบชิ้นส่วน จำนวน 15,668 อัตรา 2.แรงงานด้านการผลิต แรงงานทั่วไป จำนวน 9,040 อัตรา 3.เสมียน/พนักงานทั่วไป/พนักงานธุรการ จำนวน 5,533 อัตรา 4.พนักงานขายและผู้นำเสนอสินค้า จำนวน 2,651 อัตรา 5.พนักงานบริการลูกค้า จำนวน 1,527 อัตรา 6.นักการตลาด/เจ้าหน้าที่การตลาด จำนวน 1,375 อัตรา 7.พนักงานขับรถยนต์ จำนวน 1,359 อัตรา 8.พนักงานคลังสินค้า จำนวน 1,108 อัตรา 9.พนักงานบัญชี จำนวน 711 อัตรา และ10.ผู้ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์สินค้า จำนวน 702 อัตรา

         จากสถิติตำแหน่งงานว่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สถานประกอบการมีความต้องการจ้างแรงงานในสายอาชีพเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม กรมการจัดหางานขอให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้างได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนสมัครงาน อย่าเลือกงาน

         “ขอฝากถึงนักเรียน นักศึกษาที่กำลังจะเลือกเรียน ขอให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ มุมมองต่อการเลือกเรียนโดยเลือกเรียนสายอาชีพให้มากขึ้น เนื่องด้วยกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอยู่ในขณะนี้ โดยสามารถสอบถามข้อมูล/ ปรึกษา/ติดต่อสมัครงานได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่1-10 หรือโทร.สายด่วนกรมการจัดหางาน 1694” นายวรานนท์ กล่าว

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277041

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา, จิตรลดา, สร้าง, โรงเรือน, ต้นแบบ, ปลูก, เบอร์, วทจิตรลดา

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา (CDTC) แชร์ CSV สร้างโรงเรือนต้นแบบ ศูนย์กลางการเรียนรู้ชาวบ้าน

       จากการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนของวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาปฏิบัติงานจริง ทำงานได้ ประกอบกับองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการความร่วมมือ“การสร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่” ระหว่างคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และดอยคำ ณ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ให้ชาวบ้านได้เข้ามาศึกษาถึงกระบวนการการทำเกษตรโรงเรือนด้วยตนเอง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ต้องการให้โรงงานหลวงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม

       ผศ.ดร.สุรพันธ์ ตันศรีวงษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดากล่าวว่าอุตสาหกรรมอาหารต้องเร่งกระบวนการผลิตให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ อีกทั้งจะต้องมีปริมาณรองรับต่อปริมาณการเพิ่มขึ้นของประชากรในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศอันดับต้นๆที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีการทำเกษตรอย่างกว้างขวาง ประกอบกับทางคณะฯ ได้มีโอกาสศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) พบว่าผลผลิตบางอย่างไม่สามารถปลูกนอกฤดูกาลได้ อย่างเช่น สตอว์เบอร์รี่ ทำให้เสียโอกาสในช่วงเวลาที่เหลือ

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

ทางคณะฯ และบริษัท ดอยคำผลิตอาหาร จำกัด จึงมองว่าหากเรามีการนำเทคโนโลยีมาจัดการสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเร่งกระบวนการเจริญเติบโตให้ได้ผลสตอว์เบอร์รี่เร็วขึ้น ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มผลผลิต ทางคณะฯเองก็มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว นักศึกษาเองก็จะได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริง โครงการความร่วมมือครั้งนี้จึงเกิดขึ้น โดยได้รับงบประมาณในการสร้างโรงเรือนต้นแบบจาก บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ภายใต้การกำกับงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มี ผศ.โกศิน สวนานนท์ เป็นอาจารย์ผู้ดูแลโครงการ และนักศึกษาชั้นปี ที่ 3 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม จำนวน 6 คน เป็นทีมสร้างโรงเรือนต้นแบบ”

ด้าน ผศ.โกศิน สวนานนท์ อาจารย์ผู้ดูแลโครงการฯกล่าวว่าทางดอยคำได้ให้โจทย์ในการสร้างโรงเรือนมา คือ โรงเรือนต้องขนาด 6x12x2.3 เมตร สามารถควบคุมอุณหภูมิ อยู่ที่ 15 – 27 องศาเซลเซียส ความชื้น 50 – 90% และควบคุมแสงได้ หลังจากที่เราได้รับโจทย์ดังกล่าวทางทีมงานจึงได้ทำการออกแบบโครงสร้าง กำหนดวัสดุอุปกรณ์ ออกแบบระบบ วางระบบ สำหรับขนาดของโรงเรือนต้นแบบด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ทดลองซึ่งอยู่ในบริเวณวิทยาลัยที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก ทีมงานจึงเสนอปรับขนาดเป็น 3x3x2.3 เมตร มีข้อดีคือกะทัดรัด ถ้าต้องการให้โรงเรือนมีขนาดใหญ่ขึ้นก็สามารถเอามาวางต่อกันได้ วัสดุที่ใช้จะเป็นวัสดุหาง่าย ราคาไม่สูง ซึ่งชาวบ้านสามารถหาซื้อเองได้ อย่างตัวโครงสร้างโรงเรือนทำมาจากท่อน้ำเหล็ก เพื่อให้มีความแข็งแรง มั่นคง และใช้พลาสติกใสมุง

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

ต่อมาคือเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น เราใช้ระบบการระเหยของน้ำเข้ามาใช้ในการควบคุมอุณหภูมิ ผ่านระบบรังผึ้ง (Cooling pad) และระบบสเปรย์ โดยต่อกับถังน้ำที่ติดตั้งภายนอกโรงเรือน เมื่ออากาศร้อนผ่าน ระบบรังผึ้ง (Cooling pad) น้ำจะดึงความร้อนจากอากาศ ทำให้ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิต่ำลง สำหรับการวัดค่าอุณหภูมิ และความชื้นนั้น ทางทีมงานได้ออกแบบวงจรการวัดค่าแบบอัตโนมัติ ถ้าภายนอกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปั๊มน้ำจะปรับการสูบน้ำผ่านระบบรังผึ้ง (Cooling pad) และระบบสเปรย์ให้สูงขึ้นตาม เพื่อให้ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิตามที่กำหนด เพราะการออกดอกของสตอว์เบอร์รี่อุณหภูมิจะต้องอยู่ที่ประมาณ 15 องศาเซลเซียสเท่านั้น และสำหรับระบบแสงสว่างภายในโรงเรือนใช้การควบคุมแสง 2 แบบ ผ่านการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ 58 วัตต์ และหลอดอินแคนเดสเซนต์ 7 ไมโครโมน พร้อมการควบคุมปริมาณความเข้มแสงด้วยการปรับระยะห่างระหว่างไฟและต้นสตอว์เบอร์รี่ ช่วงเดือนแรกทำการออกแบบ ซื้อวัสดุอุปกรณ์ และประกอบที่วิทยาลัยฯ จากนั้นจึงยกมาติดตั้งที่โรงงานหลวงอีกประมาณ 1 เดือนครึ่ง นักศึกษาก็จะช่วยกันประกอบชิ้นส่วน เก็บข้อมูล ทำรายงาน”

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

    “รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโรงเรือนต้นแบบให้กับโรงงานหลวง และรู้สึกดีใจที่ทางวิทยาลัยฯ ได้มอบโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์การทำงานจริงนอกห้องเรียน ผ่านการทำงานเป็นทีม และยังฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการทำงาน รู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและที่สำคัญได้ฝึกความมีวินัย ความอดทน สู้งานหนัก เหมือนดั่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่า ความเข้มแข็งในจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ประสบอุปสรรคใดๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้” ทีมงานนักศึกษากล่าว

วท.จิตรลดา สร้างโรงเรือนต้นแบบปลูกสตอว์เบอร์รี่

 

ม.รังสิตเปิดตัวนวัตกรรมการสอบแบบออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277048

ม.รังสิตเปิดตัวนวัตกรรมการสอบแบบออนไลน์

มรังสิต, รังสิต, เปิดตัว, นวัต, กรรมการ, ออนไลน์

ม.รังสิต เปิดตัวนวัตกรรมการสอบแบบออนไลน์ (Comprehensive Online Test) ครั้งแรก สอบเสร็จรู้ผลทันที ลดการใช้กระดาษรักษาสิ่งแวดล้อม

       ปัจจุบันการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้รับความนิยมและสอดคล้องกับวิถีการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ที่หันมาใช้สื่อการเรียนรู้แบบออนไลน์เพื่อการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะ เพิ่มมากขึ้น

       ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์ คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต(RSU) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมีโครงสร้างพื้นฐานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สมบูรณ์ สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ทั้งในแนวราบและแนวตั้ง คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต มีศักยภาพและความร่วมมือกับ ศูนย์ไซเบอร์ยู (Cyber-U) ทั้งด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาและเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษาสามารถออกแบบการเรียนการสอนและการประเมินแบบออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ม.รังสิตเปิดตัวนวัตกรรมการสอบแบบออนไลน์

 ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์

“คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีการจัดสอบประมวลความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบำบัดให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ก่อนสำเร็จการศึกษา ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของสถานที่สอบที่ไม่เพียงพอกับการจัดสอบบรรยายในรูปแบบเดิม การสอบแบบออนไลน์นั้นสามารถให้นักศึกษาสอบในห้องสอบหรือสถานที่ใดก็ได้ตามที่เรากำหนด อาจจะเป็นห้องอื่นๆ ที่ไม่ใช่รูปแบบของการนั่งสอบแบบเดิมๆ ช่วยลดปริมาณของอาจารย์ในการคุมสอบ ลดเวลาและขั้นตอนในการผลิตชุดข้อสอบทำให้บุคลากรมีเวลาทำงานอื่นๆ ได้มากขึ้น และเป็นการประหยัดพลังงานจากการใช้งานในการผลิตข้อสอบ อีกทั้งยังลดงบประมาณในการจัดทำข้อสอบ เช่น ลดการใช้กระดาษที่อาจสะท้อนไปถึงการลดภาวะโลกร้อนและไม่ทำลายธรรมชาติ”คณบดีคณะกายภาพบำบัดม.รังสิต กล่าว

นอกจาก  การบริหารจัดการในการผลิตข้อสอบแล้ว รูปแบบการสอบแบบออนไลน์ยังช่วยป้องกันการทุจริตการสอบจากการที่ต้องแสดงตนเพื่อเข้าระบบ จึงไม่สามารถให้คนอื่นมาสอบแทนได้ รวมทั้งข้อสอบแบบออนไลน์ยังสามารถบริหารจัดการชุดข้อสอบในมีความหลากหลาย สามารถสลับข้อ สลับตัวเลือกได้อย่างอิสระข้อสอบวิชาเดียวกันจึงมีรูปแบบการเรียงข้อที่แตกต่างกัน สามารถช่วยป้องกันการลอกคำตอบกันในระหว่างสอบได้ ที่สำคัญและมีประโยชน์ที่ทางคณะให้ความสนใจคือ เมื่อสอบเสร็จนักศึกษาสามารถรู้ผลสอบของตนเองได้ทันทีเป็นข้อมูลป้อนกลับที่ช่วยให้นักศึกษาเห็นจุดอ่อนของตนเอง สำหรับอาจารย์ผู้สอนก็ไม่ต้องนำกระดาษคำตอบไปตรวจและกรอกคะแนนใดๆ โดยระบบจะสามารถทำเป็นรายงานผลการสอบออกมาได้อย่างสมบูรณ์

ม.รังสิตเปิดตัวนวัตกรรมการสอบแบบออนไลน์

 

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277068

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

รู้จัก, ไทรอยด์, แล้ว, หรือยัง, คุณรู้จัก, โรคไทรอยด์, ดีแล้วหรือยัง

 25 พ.ค. ของทุกปีเป็นวันไทรอยด์โลก บางคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า โรคไทรอยด์เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่ง ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะมองเป็นเรื่องไกลตัว

     รู้หรือไม่ว่า? ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังป่วยเป็นโรคไทรอยด์ โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่ เนื่องจากยังไม่รู้จักโรคไทรอยด์ดีพอ จึงทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และเพื่อเตรียมตัวรับมือกับโรคนี้ มาพบกับรวมเรื่องน่ารู้ที่จะช่วยคุณไขความลับพร้อมทำความรู้จักกับโรคไทรอยด์ให้มากขึ้น

     รู้จัก “ไทรอยด์” กันเถอะ

“ไทรอยด์” เป็นชื่อของต่อมชนิดหนึ่งมีรูปร่างคล้ายผีเสื้ออยู่ที่คอใต้ลูกกระเดือก ปกติจะคลำไม่พบ มองไม่เห็น ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน เพื่อควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก ต่างจากต่อมทอนซิล ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ในคอ  มีหน้าที่กำจัดเชื้อโรค ดังนั้นใครหลายคนที่สับสนและเผลอเข้าใจผิดว่า ไทรอยด์กับทอนซิล เป็นต่อมไร้ท่อชนิดเดียวกันแล้วล่ะก็ เปลี่ยนความคิดใหม่ไปได้เลย เพราะต่อมทั้งสองชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

      “โรคไทรอยด์” เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์มากกว่าครึ่งมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน (เม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด หรืออิมมูนซิสเต็ม) ซึ่งกรณีนี้ผู้ป่วยจะมีความเจ็บป่วยรุนแรงไม่เท่ากัน การรักษาจึงทำได้ในระดับที่ควบคุมให้ภาวะของโรคเบาลง หรือทำให้ผู้ป่วยหายขาด สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ไม่ควรปล่อยให้ตนเองเครียดจนเกินไป เนื่องจากความเครียดมีส่วนไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันตนเอง ขณะที่อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมและไวรัส เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมดูแลได้

        โรคไทรอยด์ชนิดอ้วนและชนิดผอม 

โรคไทรอยด์มีอยู่หลายชนิด สำหรับชนิดที่ทำให้ร่างกายของคุณอ้วนขึ้น นั่นก็คือ โรคไทรอยด์ชนิดอ้วน หรือ ภาวะพร่องไทรอยด์ (Hypothyroid) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมาน้อย ทำให้ร่างกายเกิดอาการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ จึงมีการเผาผลาญพลังงานน้อยกว่าปกตินั่นเอง อาการของโรคไทรอยด์ชนิดอ้วน นอกจากจะน้ำหนักขึ้น อ้วนแบบบวมฉุแล้ว ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น  เฉื่อยชา เบื่อ ขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไร ง่วงนอนบ่อย ขี้หนาว ผมร่วง เหนื่อยง่าย ทำอะไรไม่ค่อยไหว ท้องผูก บางรายประจำเดือนมากกว่าปกติ เป็นต้น

ทั้งนี้ อาการของภาวะพร่องไทรอยด์ จะแตกต่างจากอาการที่ร่างกายอ้วนขึ้นจากอาการบวมน้ำ โดยร่างกายได้เก็บสะสมน้ำไว้ตามอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แขน ต้นขา ใบหน้า ไม่ยอมถูกขับออกจากร่างกาย ที่เป็นอย่างนี้มีสาเหตุอยู่หลายข้อ เช่น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย กินอาหารที่มีรสเค็ม มีโซเดียมมาก หรืออาหารสำเร็จรูปต่างๆ

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

โรคไทรอยด์ไม่ได้ทำให้ร่างกายของเราอ้วนขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีโรคไทรอยด์อีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ โรคไทรอยด์ชนิดผอม หรือ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ(Hyperthyroid) ที่เกิดจากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการของภาวะฮอร์โมนเกิน ร่างกายจึงมีการเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ โรคGraves’ disease เป็นภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยอายุอยู่ระหว่าง 30-50 ปีและพบในหญิงมากกว่าชาย 7-10 เท่า

        ส่วนคนที่กำลังประสบปัญหาผอมลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งชั่งน้ำหนักยิ่งลดจนเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคไทรอยด์ชนิดผอม หรือ อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซากันแน่ ข้อแตกต่างระหว่าง 2 โรคนี้ แยกแยะได้ง่ายๆ เนื่องจากภาวะร่างกายซูบผอมจาก อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia Nervosa) นั้น ถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างตัวเอง  ทำให้มีการอดอาหาร หรือไม่สามารถรับประทานอาหารได้เป็นปกติเป็นเวลานาน เพราะกลัวว่าน้ำหนักขึ้นจะทำให้รูปร่างเสียไป ต่างจากคนที่เป็นไทรอยด์ชนิดผอม ซึ่งจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ใจสั่น มือสั่น ขี้โมโห เครียดง่าย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หิวบ่อย กินเก่ง แต่น้ำหนักไม่ขึ้น อุจจาระบ่อยขึ้นแต่ไม่เป็นแบบท้องเสีย ประจำเดือนน้อยลงหรือขาดหายไป บางรายตาโปนขึ้น

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

      สังเกตและเฝ้าระวัง ห่างไกล “โรคไทรอยด์”

การเฝ้าระวังโรคไทรอยด์ไม่ยากอย่างที่คิด สามารถเริ่มต้นตรวจเช็คความเสี่ยงได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงสังเกตว่าร่างกายมีความผิดปกติหรือไม่ เมื่อมีอาการที่คาดว่าจะเป็นโรคไทรอยด์ ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อเจาะเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ หาระดับ ไทรอกซิน (Thyroxine, T4) ไตรไอโอโดไทโรนีน (Triiodothyronine, T3) และไทรอยด์ สติมูเลติง ฮอร์โมน(Thyroid-stimulating hormone, TSH) เพื่อตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาเนิ่นๆ เพื่อไม่ให้โรคมีความรุนแรงจนรักษาได้ยาก

โรคไทรอยด์เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ แต่ส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วยในการดูแลสุขภาพร่างกาย ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และทานยาอย่างสม่ำเสมอ หากละเลยไม่รักษาอาการป่วยอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ส่งผลต่อระบบประสาท การสืบพันธุ์ ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เสี่ยงต่อการแท้งบุตร เป็นต้น และเมื่อใดก็ตามที่เกิดภาวะเรื้อรังขึ้นมา ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่โรคจะกลับมาเป็นได้อีก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ขอบคุณข้อมูลจาก :กลุ่มบริษัทโรช

คาด 8,000 ตำแหน่งขอครม.ใหม่ให้พยาบาลวันนี้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277136

คาด 8,000 ตำแหน่งขอครม.ใหม่ให้พยาบาลวันนี้!

ครม, 8000, ตำแหน่ง, ใหม่, พยาบาล, วันนี้

คาด 8,000 ตำแหน่ง ครม.พิจารณาใหม่ตำแหน่งราชการให้พยาบาลลูกจ้างสธ.

      คำให้สัมภาษณ์ของดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอัตราตำแหน่งข้าราชการของพยาบาลลูกจ้าง กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่ระบุว่าครม.จะหารือเรื่องนี้ในวันที 16 พ.ค. 2560 และตอบคำถามที่ว่า ตามที่สธ.ขออัตราราชการมา 10,992 อัตรานั้น ได้ทั้งหมดหรือไม่

ดร.วิษณุกล่าวว่า ไม่หมด แต่ให้กระทรวงไปสำรวจอีกครั้ง เนื่องจากได้ให้เจ้าหน้าที่ คปร. ทำการบ้าน  จึงพบตัวเลขบางอย่างที่อาจจะยังไม่ตรงกันอยู่ ดังนั้นให้ไปยืนยันกันดู วิธีคิดบางอย่างอาจจะแตกต่างกัน โดยเราให้ไปคิดในระยะยาวด้วย ไม่ใช่แค่ระยะสั้นในปีนี้ นั่นย่อมหมายความว่าพรุ่งนี้ครม.จะมีการพิจารณาอัตราข้าราชการให้พยาบาลใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้ามีมติไม่อนุมัติไปแล้ว แต่จะพิจารณาใหม่กี่อัตรา
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ก่อนผู้บริหารสธ.จะเข้าหารือร่วมกับ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ.ได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องอัตรากำลังกรณีพยาบาลวิชาชีพ มีนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดสธ. นางกฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2  น.ส.กาญจนา จันทร์ไทย ผู้อำนวยการสำนักการพยาบาล  และผู้บริหารสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมทั้งกลุ่มบริหารงานบุคคล กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาอัตรากำลังข้าราชการในส่วนพยาบาล
นพ.โสภณกล่าวว่าปัจจุบันยังขาดพยาบาลทำงานอีก 8,532  ตำแหน่งจากที่มีอยู่กว่า 100,000 คน เนื่องจากยึดจากภาระงาน ปริมาณงานที่มีว่าพยาบาล 1 คนควรทำงานเท่าไหร่ ส่วนที่ว่าให้จัดสรรตำแหน่งว่างภายในสธ.กว่าหมื่นตำแหน่งนั้น ก็ต้องเกลี่ยกันไปในทุกวิชาชีพ ไม่ใช่แค่พยาบาล ทั้งนี้ในส่วนเฉพาะพยาบาล เบื้องต้นคาดว่าจัดสรรตำแหน่งว่างต่างๆให้พยาบาลมี 1,200 ตำแหน่งที่จะได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ และอีก 1,000 ตำแหน่งที่น่าจะเคลียร์ได้ แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เพียงพอ รวมเป็น 2,200 ตำแหน่ง  

         สธ.ยังคงยืนยันตัวเลขเดิมว่า จำเป็นต้องขออัตราบรรจุข้าราชการพยาบาล 10,922 ตำแหน่งใน 3 ปี ส่วนตัวเลขอาจมีบวกลบ แต่ก็น่าจะประมาณหมื่นตำแหน่ง เพราะยังขาดกำลังคนอยู่อีก 8,532 ตำแหน่ง และคนที่อยู่ในระบบ 100,855 คนก็ยังลาออกอยู่ การจะดึงคนในระบบได้ก็ต้องให้อยู่ในระบบราชการ หรืออาจต้องจ้างงานแบบอื่นที่จูงใจมากๆ ซึ่งก็ต้องมาหารือกันอีกที   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนำจำนวนการขอตำแหน่งข้าราชการให้พยาบาลลูกจ้างเดิม 10,992 อัตรามาหักลบจากตำแหน่งว่างของสธ.ที่จะจัดสรรให้พยาบาลได้ 2,200 อัตรา การพิจารณาของครม.ในวันที่ 16 พ.ค.2560 จึงน่าจะมีการเสนอขอตำแหน่งข้าราชการให้พยาบาลลูกจ้างราว 8,800 อัตรา โดยจะแบ่งบรรจุ 3 ปี ตั้งแต่ 2561-2563

“ลุงตู่”ตอบน้องพยาบาล “บรรจุได้ก็บรรจุ”!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277122

“ลุงตู่”ตอบน้องพยาบาล “บรรจุได้ก็บรรจุ”!!!

อดบรรจุข้าราชการ, 10992, เพราะ, แบบนี้, ไม่บรรจุเพราะแบบนี้, น้อง, พยาบาล, บรรจุ, ลุงตู่ตอบน้องพยาบาล, บรรจุได้ก็บรรจุ, ลุงตู่

อย่ามาเดินขบวนเลย ไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น บรรจุได้ก็บรรจุได้ ต้องหาทางกัน ไม่ใช่ไม่สำคัญ สำคัญทุกเรื่อง ชีวิตคนไม่สำคัญได้อย่างไร อย่ามาหากินการเมืองทางนี้

      คำหนึ่งที่เป็นกระแสในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)หลังทราบว่าครม.ไม่อนุมัติ 10,992 อัตราให้บรรจุเข้ารับราชการ คือ “พยาบาลลูกจ้างพร้อมเจรจาแต่กับลุงตู่เท่านั้น” ถึงวันนี้เปิดทำการวันแรกหลังหยุดยาว 3 วัน “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำตอบให้น้องๆพยาบาลแล้วว่าทำไม ?ถึงบรรจุให้ไม่ได้ !!!!

        นายกฯกล่าวว่าเข้าใจและให้ความสำคัญ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจาณาอยู่ เพราะประเด็นการปฏิรูปทั้งระบบบุคลากรเป็นกำลังสำคัญ ต้องดูว่า ขาดแคลนเท่าไหร่ ต้องประเมินล่วงหน้า 5-10 ปี ตามแผนการปฏิรูประบบสาธารณสุข ในส่วนของแพทย์ พยาบาล ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องเป็นพนักงานลูกจ้างชั่วคราวไปก่อน อย่างไรก็ตาม การเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)จะต้องมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่จะมาพูดตนจะให้หรือไม่ให้ แต่ได้ให้ไปทำรายละเอียดเพื่อส่งเข้ามา พร้อมกับบอกไปว่า การบรรจุข้าราชการต้องดูอัตราการเกษียณอายุ เพราะมีหลายระดับหรือหลายซี บางอัตราต้องลดลงในส่วนที่ไม่ใช่แพทย์ พยาบาล เพื่อที่จะเปิดบรรจุในระดับที่ต่ำกว่า เช่น ซีใหญ่ๆเกษียณไปหนึ่งคน ก็สามารถบรรจุระดับเลื่อนซีที่น้อยกว่าได้ 3-4 คน ส่วนที่เหลือก็ให้เปิดรับลูกจ้างในส่วนที่ขาดไป

“ลุงตู่”ตอบน้องพยาบาล "บรรจุได้ก็บรรจุ"!!!

      “ต้องค่อยๆไต่ไล่ขึ้นมาแบบนี้ ไม่ใช่ของเก่าก็เต็ม แล้วเพิ่มของใหม่ไปอีกเรื่อยๆ แต่ต้องมี 3 อย่างคือ ข้าราชการในระบบ ข้าราชการเกษียณอายุ และที่ต้องปรับทดแทน แต่ไม่ใช่ว่า เกษียณเท่าไหร่จะตั้งใหม่เท่านั้น ต้องหาวิธีลดการบรรจุไม่ได้หมายความว่า ไม่บรรจุเลย แต่ให้ลดระดับซีใหญ่เป็นซีเล็กก็จะเป็นไป เวียนเข้ามา ระบบการแต่งตั้งต้องเป็นแบบนี้”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

    เวลานี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณาจะเฉลี่ยอย่างไร แต่ที่นำเรื่องเข้า ครม. ในวันนั้นคือ ขอเปิดอัตราคราวเดียว 3 ปี ปีละ 3,000 หากลดได้จะดีกว่าหรือไม่

       “ผมคิดว่า ส่วนนี้สำคัญ ผมให้เป็นพิเศษ จะไม่ให้ได้อย่างไร แต่ต้องให้แบบมีหลักเกณฑ์ตามกติกาของทุกกระทรวง โดยทุกกระทรวงต้องเอาคนที่ค้างการบรรจุใส่ไปก่อน ถ้าไม่พอจะเปิดรับอย่างไรก็ให้ว่ามา นโยบายการบริหารกำลังพลต้องเป็นแบบนี้ ผมให้นโยบายกว้างๆไปแล้วอย่ามาเดินขบวนเลย ไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น บรรจุได้ก็บรรจุได้ ก็ต้องหาทางกัน ไม่ใช่ไม่สำคัญ แหม่จริงๆวะ สำคัญทุกเรื่อง ชีวิตคนไม่สำคัญได้อย่างไร ฉะนั้นอย่ามาหากินกับการเมืองกันในวันนี้ ไม่เอา ไปเข้าทางคนอีก”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

     ด้าน นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)กล่าวว่า ขณะนี้ดูตำแหน่งทางราชการแล้ว การขออนุมัติตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 10,992 อัตรา ก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ เพียงแต่กระทรวงสาธารณสุขต้องหมุนตัวเลขกรอบอัตราอีกหน่อย โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่ามีตำแหน่งว่างอยู่ แต่ไม่ได้เป็นตำแหน่งพยาบาลเพียงอย่างเดียว โดยอาจจะต้องหมุนกันทั้งแพทย์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด เป็นต้น ตอนนี้เขากำลังจัดตัวเลขให้ลงตัว และทางก.พ.ก็พยายามเต็มที่ให้มันไปได้

“ลุงตู่”ตอบน้องพยาบาล "บรรจุได้ก็บรรจุ"!!!

       “ตำแหน่งที่ขอเปิดใหม่เท่าที่คุยกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข อาจจะเปิดเพิ่มให้ได้ 3,000 ตำแหน่ง แต่จะได้ครบ 3,000 คนหรือไม่ มันอาจจะไม่ใช่ อาจจะต้องแบ่งกัน ตำแหน่งมีอาจจะไม่ลงไปพยาบาลทั้งหมด ทางก.พ.จะเร่งคุยกันให้เร็วสุด ซึ่งทางรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจะให้รายละเอียดอีกครั้ง”

     โดยการดูแลพยาบาลวิชาชีพของกระทรวงสาธารณสุขตอนนี้ถือว่าดีมาก แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน เริ่มจากลูกจ้างชั่วคราว ต่อด้วยพนักงานสาธารณสุข โดยเงินไม่เป็นปัญหาสำหรับกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องดูแลพยาบาล เพราะมีระบบดูแลพยาบาลดีมากอยู่แล้ว หากไม่เป็นข้าราชการก็จะอยู่ในระบบประกันสังคมเหมือนทั่วไป แต่ตัวเลขตอนนี้ 3,000 กว่าคนที่เขาขอ ก็น่าจะทำได้

    นอกจากนั้น ได้ตอบข้อซักถาม ถึงจุดเริ่มต้นที่ทางก.พ.เห็นว่าไม่สามารถเปิดตำแหน่งข้าราชการเพิ่มได้คืออะไร ว่าก.พ.ไม่ได้เพิ่มอัตราข้าราชการมาหลายปีแล้ว เหตุที่ไม่เพิ่มเพราะหน่วยงานของรัฐมีสวัสดิการดีมาก ข้าราชการถ้าไม่เสียชีวิตเราจะจ่าย 5-6 คนต่อหัวจนหลังเกษียณอายุราชการ เช่น เมื่อเจ็บป่วยก็ให้เบิกพ่อ-แม่-ภรรยา-บุตร ได้ สมัยก่อนระบบบำเหน็จ-บำนาญ เราคิดว่าข้าราชการจะเสียชีวิตกันเมื่ออายุ 60 กว่า แต่ขณะนี้คนไทยอายุเฉลี่ย 75 ปี ทำให้ระบบบำเหน็จ-บำนาญ แบกภาระงบประมาณต่อคนสูงมาก

       “น้อง ๆ พยาบาลก็พูดว่าการที่เขาได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ ทำให้เขามีความมั่นคงในชีวิต แม้เงินเดือนจะน้อยถ้าเทียบกับโรงพยาบาลเอกชน ทำให้เขามุ่งมั่นทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่อยากจะบอกว่ามันก็เงินภาษีของประชาชนเหมือนกัน ถ้ามาจ่ายเป็นค่าบุคลากรสูงมากแบบนี้ รัฐบาลก็ไม่มีเงินไปลงทุนทำอย่างอื่น สมมุติว่าเรานำเงินงบประมาณแผ่นดินปีละ 2 ล้านล้านบาท ตอนนี้ก็ประมาณครึ่งหนึ่งที่เป็นงบบุคลากร ที่จะต้องนำมาจ่ายเดือน เงินสวัสดิการ ของทางข้าราชการ”

    อย่างไรก็ตาม หากไม่รับข้าราชการเพิ่มกระทรวงอื่นจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ นางเมธินี กล่าวต่อไปว่ากระทรวงอื่นไม่มี ช่วงเปลี่ยนผ่านแบบนี้แต่ละกระทรวงทราบดีว่าต้องเอาตำแหน่งงานที่จำเป็นไว้ แล้วหาคนเก่งๆมาทำ และพัฒนาคนที่อยู่ในระบบให้มีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก:สำนักข่าวอิศรา

0 ทีมข่าวสาธารณสุข 0qualitylife4444@gmail.com

วธ.แลกเปลี่ยนจีนหนุนงานศิลปวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276995

วธ.แลกเปลี่ยนจีนหนุนงานศิลปวัฒนธรรม

ไทย-จีน, ปลัดวธ, วธ, แลกเปลี่ยน, หนุน, ศิลปวัฒนธรรม

วธ.พร้อมแลกเปลี่ยน-ร่วมมือจีนหนุนงานศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

         นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายไช่ หวู ประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีน และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้แทนกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีน เมื่อเร็วๆนี้ว่า ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นของกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนนั้นตั้งขึ้นเป็นกองทุนสนับสนุนช่วยเหลือศิลปิน โครงการ กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท มีศิลปิน ผู้สนใจสมัครขอรับทุนปีละกว่า 10,000 ราย ซึ่งทางคณะกรรมการกองทุนศิลปะแห่งชาติ จะคัดเลือกให้รับทุนปีละประมาณ 1,000 ทุน ในจำนวนนี้มีทุนสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้น การเดินทางมาหารือครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างระดับรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ หรือร่วมกิจกรรมใหญ่ด้านศิลปวัฒนธรรมและท่องเที่ยว

วธ.แลกเปลี่ยนจีนหนุนงานศิลปวัฒนธรรม

ในการหารือครั้งนี้ ทางประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนให้ความสนใจศึกษาแลกเปลี่ยนการดำเนินงานกองทุนด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยในหลากหลายสาขา อาทิ การดูแลศิลปินของกองทุนศิลปินแห่งชาติ การส่งเสริมด้านไอทีให้ประชาชนของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การส่งเสริมงานด้านแฟชั่นดีไชน์ของกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ซึ่งในการหารือครั้งนี้ทั้งสองประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมในอนาคต ทางกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดีทั้งในระดับประเทศ ระดับกระทรวงและระดับประชาชนกับประชาชน เพื่อนำมิติศิลปวัฒนธรรมไปพัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนโยบายของนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. ในด้านการศึกษาและเรียนรู้ การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อการเรียนรู้สร้างความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และความเป็นไทย นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน ระดับชาติ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ

คลอดแนวปฏิบัติร.ร.รัฐรับเด็กอนุบาล 3 ขวบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277096

คลอดแนวปฏิบัติร.ร.รัฐรับเด็กอนุบาล 3 ขวบ

รัฐธรรมนูญ, อนุบาล 3 ขวบ, คลอด, แนวปฏิบัติ, เด็ก, อนุบาล, การุณ

“การุณ” ลงนามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการนับอายุ การรับเด็กอนุบาล 3ขวบเข้าเรียนฟรีตามรัฐธรรมนูญ

         เมื่อวันที่ 15 พ.ค.60  นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน(อายุ3 ปีบริบูรณ์) จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรค 1 เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการนั้น เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จึงได้ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็ก เพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสพฐ. รวมถึงแนวปฏิบัติในการรับเด็กเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กอายุ 3 ปีบริบูรณ์ปีการศึกษา 2560 โดยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการกพฐ.ได้ลงนามในประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กฯเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2560

นายอำนาจ กล่าวต่อว่า สำหรับประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กฯนั้น ระบุว่า 1.การรับเด็กเข้าศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสพฐ.ให้รับเด็กที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี บริบูรณ์เข้าศึกษาในชั้นอนุบาล 1 และ 2.การนับอายุเด็กเพื่อเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสพฐ.ให้นับตั้งแต่วันที่เกิดไปจนถึงวันเปิดภาคเรียนที่ 1วันที่ 16 พฤษภาคม ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2559 ส่วนแนวปฏิบัติการรับเด็กเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน(สำหรับเด็กอายุ3ปีบริบูรณ์)สังกัดสพฐ.ปีการศึกษา 2560 ดังนี้ 1.สถานศึกษาที่เคยรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปี บริบูรณ์อยู่แล้วก่อนปีการศึกษา 2560 ให้สามารถเปิดรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปีบริบูรณ์ต่อไปได้ ไม่เกินจำนวนห้องที่รับอยู่เดิม  2.สถานศึกษาที่ไม่เคยเปิดรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปีบริบูรณ์มาก่อน หากในเขตพื้นที่บริการไม่มีสถานศึกษาหรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัดอื่นเปิดรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปีบริบูรณ์ให้สามารถรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปีบริบูรณ์ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่บริการได้ตามความพร้อมของสถานศึกษา 3.พื้นที่ใดในเขตบริการที่มีสถานศึกษาหรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัดอื่นจัดการศึกษาอนุบาลอายุ3 ปีบริบูรณ์อยู่แล้ว แต่มีจำนวนเด็กเกินขีดความสามารถในการรับของสถานศึกษานั้น ๆให้สถานศึกษาสังกัดสพฐ.เปิดรับเด็กอนุบาลอายุ 3 ปีบริบูรณ์ได้ตามความพร้อมของสถานศึกษา 4.การจัดชั้นเรียน เด็กที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์เข้ารับการศึกษาในชั้นอนุบาล 1 เด็กที่มีอายุไม่น้อยกว่า 4ปีบริบูรณ์ และ 5 ปีบริบูรณ์เข้ารับการศึกษาในชั้นอนุบาล 2 และ 3 ตามลำดับ ทั้งนี้การดำเนินการตามข้อ 1-3 ให้ดำเนินการได้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น ๆ

เปิดเทอมวันแรกฉลุย! ศธ.ย้ำร.ร.ดูให้ดีอย่าลืมเด็กในรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277058

เปิดเทอมวันแรกฉลุย! ศธ.ย้ำร.ร.ดูให้ดีอย่าลืมเด็กในรถ

ศธย้้ำ, ทำไมมันติดอนาถขนาดนี้, รถติ๊ด รถติด, สุรศักดิ์, สรุศักดิ์, ศักดิ์, รถติด, เปิดเทอมวันแรก, รรสุรศักดิ์มนตรี, เปิดเทอม, ฉลุย, อย่า, เด็ก, เปิดเทอมวันแรกฉลุย

เปิดเทอมวันแรกเรียบร้อย! ศธ.กำชับร.ร.ดูแลรถรับ-ส่งนร.อย่าลืมเด็กในรถ ขณะที่ ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี-ร.ร.เตรียมอุดมฯ”เด็กมาเรียนปกติ ไม่มีปัญหาแม้ช่วงเช้าจะมีฝน-รถติด

        เรียกได้ว่า เป็นเรื่องปกติกันเลยทีเดียว สำหรับวันแรกของการเปิดภาคเรียนในกรุงเทพมหานคร ที่ไม่ว่าจะไปเส้นทางไหน โรงเรียน ล้วนได้ยินเสียงคำบ่น หรือโพสเฟสเต็มหน้าฟีด  “รถติ๊ด รถติด”  ,”ทำไมมันติดอนาถขนาดนี้” หนำซ้ำบางพื้นที่ยังมีฝนตกมาช่วงเช้าด้วย..

โรงเรียนหลายแห่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทยอยเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 เป็นวันแรก และวันที่ 16 พ.ค.นี้จะเปิดพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้โรงเรียนหลายแห่งได้เตรียมมาตรการเพื่อรองรับการเปิดเทอม ทั้งการจัดครูประจำจุดคอยรับนักเรียน ตลอดจนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณโรงเรียนนั้น
นายสุทธิพงษ์ โมราวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า วันนี้เปิดเทอมวันแรก โรงเรียนมีการจัดครูไปประจำจุดต่างๆ ที่นักเรียนจะต้องเดินทางผ่าน เช่น ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยหอการค้า ปั๊มน้ำมัน  ซึ่งนักเรียนทยอยมาเรียนกันแต่ช่วงเช้า เข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา 07.30 น.และรับหนังสือเรียนก่อนเข้าเรียนคาบแรกในเวลา 08.10 น. ซึ่งภาพรวมในวันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่พบปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายทางโรงเรียนจะมีการจัดประชุมครูและบุคลากรของโรงเรียนทั้งหมด เพื่อซักซ้อมและเตรียมพร้อมในการเปิดภาคเรียนด้วย

ด้าน นายปรเมษฐ์ โมลี ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีการประชุมนักเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับวันนี้แม้ว่าในช่วงเช้าจะมีฝนตกในบางพื้นที่ ประกอบกับการจราจรตัดขัดบ้าง เพราะโรงเรียนหลายแห่งก็เปิดเทอมวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาเรียนของนักเรียน ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย

“เรื่องการมาเรียนวันนี้ไม่พบปัญหา อุปสรรคอะไร เพราะส่วนใหญ่เด็กๆตื่นเต้นกับการที่ได้มาเรียน อีกทั้งวันนี้ที่โรงเรียนก็มีรุ่นพี่ๆมาคอยต้อนรับและพบปะกับรุ่นน้องด้วย”นายปรเมษฐ์ กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เท่าที่ดูในภาพรวม พบว่าหลายโรงเรียนที่เปิดเรียนวันแรกเป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งโรงเรียนต่างๆมีการเตรียมพร้อมรับการเปิดเทอม เป็นอย่างดี โดยเฉพาะครู ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้โรงเรียนเตรียมความพร้อม คอยดูแลทั้งการเดินทาง ความปลอดภัย รวมการทำความสะอาดห้องเรียนและสภาพแวดล้อมโดยรอบโรงเรียนให้เหมาะแก่การจัดกาเรียนการสอน

ส่วนข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ ศธ.ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงเปิดเทอมนั้น ก็ได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดแล้ว ซึ่งปีนี้ ศธ.ได้เปิดให้โรงเรียนรับเด็กอนุบาล 3 ขวบ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เพราะฉะนั้น ได้กำชับด้วยว่าขอให้ดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนว่าไม่มีการหลงลืมเด็กไว้ในรถ

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277061

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

พลฉุดชักราชรถ, ชุดกำลังพลฉุดชัก, พคนี้ยัง, สรรพาวุธ, เริ่ม, ราชรถ, พคนี้, พระมหาพิชัยราชรถ, ราชรถน้อย หรือ ราชรถพระนำ

กรมสรรพาวุธ เปิดพิธีซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ 441 นายใช้รถยนต์บรรทุกทางทหารที่มีน้ำหนักเท่ากับพระมหาพิชัยราชรถและราชรถน้อยในการฝึกซ้อม เริ่มซ้อมวันแรก 17 พ.ค.นี้

         กรมสรรพาวุธทหารบก ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการขับเคลื่อน พระมหาพิชัยราชรถและราชรถน้อย หรือราชรถพระนำ ประกอบริ้วขบวนที่ 2 อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพ จากพระยานมาศสามลำคาน ริ้วขบวนที่ 1 บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยก่อนหน้านี้ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ดำเนินการฝึกซ้อมครูฉุดชักราชรถ เพื่อมาฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ ที่ขณะนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเสร็จสิ้นแล้ว

โดยเมื่อช่วงเช้า (15 พ.ค.60 ) ที่กองบัญชาการโรงเรียนสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธ กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในการอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพในริ้วขบวนอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ว่า กำลังพลฉุดชักที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน ลูกจ้างประจำ พนักงานข้าราชการ นักเรียนนายสิบและพลทหารกองประจำการ  เพื่อประกอบขบวนอิสริยยศ

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

ทั้งในส่วนของผู้กำกับราชรถ ผู้ควบคุมพลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง  ผู้บังคับราชรถ พลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง เจ้าหน้าที่ห้ามล้อ เจ้าหน้าที่เกรินบันไดนาค และกำลังพลสำรอง รวม 441 นาย ดังนี้  กำลังพลราชรถพระนำ 79 นาย กำลังพลพระมหาพิชัยราชรถ 222 นาย กำลังพลสำรอง 30 นาย เจ้าหน้าที่เกรินบันไดนาค 100 นาย และและกำลังพลสำรองอีก 10 นาย

พล.ท.อาวุธ กล่าวต่อไปว่า ในการฝึกจะแบ่งกำลังพลออกเป็นสองส่วน ได้แก่ กำลังพลในการฉุดชัดราชรถพระนำ เป็นกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกรมสรรพาวุธฯ ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้พื้นที่ กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่ในการฝึก และกำลังพลในการฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ เป็นกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกรมสรรพาวุธฯ กรุงเทพมหานคร

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

(ซ้าย)รถ รยบ.น้ำหนัก 10 ตันใช้ฝึกซ้อมแทน “พระมหาพิชัยราชรถ”

(ขวา)รถ รยบ.น้ำหนัก 2.5 ตันใช้ฝึกซ้อมแทน “ราชรถน้อย หรือ ราชรถพระนำ”

“พิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับพลทหารที่ได้รับการคัดเลือก ส่วนของการฝึกซ้อมพลฉุดชักนั้น จะใช้รถยนต์บรรทุกทางทหาร (รยบ.) ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับราชรถน้อย และพระมหาพิชัยราชรถในการฝึกซ้อมแทน โดยราชรถน้อยใช้ รยบ.ที่มีน้ำหนัก 2 .5 ตัน ส่วนพระมหาพิชัยราชรถใช้ รยบ.น้ำหนัก 10 ตัน เพื่อให้พลฉุดชักมีความคุ้ยเคยกับน้ำหนักเท่าราชรถองค์จริง”พล.ท.อาวุธ กล่าว

ด้าน พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี สังกัดกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ (กรสย.) ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพวุธ (ศซส.) กรมสรรพาวุธทหารบก ในฐานะหัวหน้าครูฝึกฉุดชักราชรถ กล่าวว่า ตามกำหนดจะเริ่มฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. – วันที่ 15 มิ.ย. นี้ โดยในวันนี้ (15 พ.ค.) ทางสำนักพระราชวังได้ส่งช่าง จากกองคลังราชพัสดุพิธี กองศิลปกรรม สำนักพระราชวังมาวัดตัวพลฉุดชัก เพื่อตัดชุดประกอบพระราชพิธี

สำหรับการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถน้อย หรือ ราชรถพระนำ จะลงไปฝึกในพื้นที่  กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี ส่วนพระมหาพิชัยราชรถ จะฝึกที่กรมสรรพาวุธฯ กรุงเทพฯ จากนั้นจะฝึกรวมการที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์  ตั้งแต่วันที่ 20มิ.ย.-วันที่ 31 ก.ค. การฝึกในกรอบกองทัพภาคที่ 1 วันที่ 2 ส.ค.– 15 ก.ย. ซ้อมย่อย 2 วันคือวันที่ 21 ก.ย.และ วันที่ 28 ก.ย.

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

กำลังพลฉุดชักที่ผ่านการคัดเลือก

ซ้อมย่อยในพื้นที่จริงวันที่ 7 ต.ค. และวันที่ 12 ต.ค.  ซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง วันที่ 21 ต.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมวันพระกอบพระราชพิธีจริงวันที่ 26 ต.ค.โดยขั้นตอนการฝึกซ้อม จะเริ่มจากท่าพื้นฐานหรือท่าเบื้องต้นทางการทหาร เช่น ท่าตรง ท่าเดิน เน้นดูความพร้อมเพื่อความสง่างาม เพราะต้องวางรากฐานให้ดีหากรากฐานไม่ดี จะส่งผลต่อท่าอื่น ๆ  จากนั้นจึงจะเข้าสู่ท่าต่อไป   ประกอบด้วย  ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดิมตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน และท่าเดินประกอบเพลงพญาโศกลอยลม

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

เกรินบันไดนาคที่ใช้สำหรับฝึกซ้อม

ขณะที่ นายศุภกิตติ์  อ้อยเธียรชัย หัวหน้าฝ่ายคลังราชพัสดุพิธี กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง  กล่าวว่า สำหรับชุดกำลังพลฉุดชักราชรถ มีทั้งหมด 3 ชุด ด้วยกัน  คือ 1.ชุดผู้กำกับราชรถ ผู้ควบคุมพลฉุดชักราชรถหน้าและหลัง  ประกอบด้วย หมวกทรงประพาสกำมะหยี่สีดำยอดเกี้ยว  เสื้อนอกขาวแบบราชการแขนทุกข์สีดำ  ผ้าเกี้ยวลาย รัดประคดแดงดอกขาว  ถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ 2.ชุดผู้บังคับราชรถ ประกอบด้วย หมวกทรงประพาสโหมดเทศยอดจุก เสื้อเข้มขาบไหม  กางเกงมัสรูไหม ผ้ารัดประคดโหมดเทศ ถุงเท้าสีดำ และร้องเท้าหนังสีดำ และ 3.ชุดพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ  ราชรถพระนำ และเกรินบันไดนาค ประกอบด้วย หมวกปัสตูแดงขลิบเหลือง  เสื้อปัสตูแดงขลิบเหลือง  กางเกงปัสตูแดงขลิบเหลือง  ถุงเท้าสีดำ และรองเท้าหนังสีดำ

กรมสรรพาวุธเริ่มฝึกพลฉุดชักราชรถ 17 พ.ค.นี้

นายศุภกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า ชุดทั้งหมดเป็นไปตามแบบโบราณราชประเพณี ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่มีการพัฒนารูปแบบในงานพราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 จาก การนุ่งกางเกงและผ้านุ่งคลุมเข่า มาเป็น กางเกงขายาวจัดจากพื้นเลยตาตุ่มขึ้นมา 12 เซนติเมตร ทั้งนี้การตัดเย็บชุดพลฉุดชักประกอบขบวนพระอิสริยยศ ทั้งหมด จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเดือนก.ย.นี้