สพม.ชัยภูมิรับมือเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276984

สพม.ชัยภูมิรับมือเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม, ชัยภูมิ, รับมือ, เปิดเทอม, พคนี้

สพม. 30 ชัยภูมิ รับมือเปิดเทอม 16 พ.ค. เน้นตามนโยบายสพฐ. คุมเข้มความปลอดภัย เส้นทางเดินไป-กลับของนร. ซ่อมแซมอาคาร อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

        ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 (ชัยภูมิ) ได้ประชุมผู้บริหารระดับเขตพื้นที่และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 37 โรงเรียน  เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่งจะเปิดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 16 พ.ค.นี้  ดร.ปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 (ชัยภูมิ)  กล่าวว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ได้แจ้งให้แต่ละโรงเรียนเน้นเรื่องความปลอดภัย สำรวจจุดอันตราย ซ่อมแซมตึกอาคาร อุปกรณ์ไฟฟ้า โต๊ะเก้าอี้ เครื่องเล่นสนามให้มั่นคงแข็งแรง รวมทั้งตัดแต่งต้นไม้ สนามหญ้า กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรคต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยให้กำชับเป็นพิเศษ ด้านสภาพแวดล้อม   ให้สะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย และสำรวจจุดอันตรายในบริเวณ เส้นทางเดินไป-กลับ ของนักเรียน ด้านสุขภาพนักเรียนทุกคน หากปรากฏอาการที่น่าสงสัยความนำไปพบแพทย์เพื่อรักษาและป้องกันมิให้แพร่ไปยังเพื่อนนักเรียน และที่สำคัญเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การหลอกลวงต้มตุ๋น ลักทรัพย์ วางมาตรการ  ในการป้องกันนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท พกพาอาวุธ กรณีชู้สาว แม่วัยใส  หลบหนีการเรียน ติดเกมส์  เสพสิ่งมึนเมาและสารเสพติด

สพม.ชัยภูมิรับมือเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

ขณะเดียวกัน  ภาคการศึกษาจังหวัดชัยภูมิ ยังได้ทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับการศึกษา สนับสนุนให้เยาวชนคนชัยภูมิ ได้มีโอกาสได้เข้าสู่วิชาชีพ ตามโครงการเตรียมความพร้อมทางวิชาการ “ค่ายอยากเป็นหมอ” จังหวัดชัยภูมิ โดยมี นพ.ศุภชัย ชัยบุตร โรงพยาบาลชัยภูมิ และนายผดุงศักดิ์ แสงเพชร ผอ.กองการศึกษา อบจ.ชัยภูมิ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ในส่วนของความร่วมมือหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือแผนการเรียนทวิศึกษา เพื่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนนั้น ดร.อรอุมา ไชยเศรษฐ ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีชัยภูมิบริหารธุรกิจ พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้ขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องการเรียนในหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจะได้รับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพควบคู่ไปพร้อมกับระดับชั้นมัธยมศึกษาอีกด้วย

“ฮอสพิซ”ดูแลเมื่อโรคไม่ตอบสนองการรักษาใดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277060

“ฮอสพิซ”ดูแลเมื่อโรคไม่ตอบสนองการรักษาใดๆ

ดูแลผุ้ป่วย, ดูแล, เมื่อ, ตอบสนอง, การรักษา, ฮอสพิซ

ฮอสพิซ(hospice) อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่ในประเทศฝั่งตะวันตก อย่าง สหรัฐอเมริกา เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ และคนไข้ที่รักษาเบิกค่ารักษาพยาบาลจากรัฐได้

        ศ.นพ.ธานินทร์  อินทรกำธรชัย ผู้อำนวยการรพ.เซนต์หลุยส์ อธิบายว่า ฮอสพิซโดยนิยามเป็นการดูแลพยาบาลผู้ป่วย เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ตอบสนองการรักษาแบบมาตรฐานทั้งหมดแล้ว  เป็นการดูแลให้คนไข้มีความสุขที่สุดในระยะท้ายของชีวิตและให้ญาติได้เข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้ในเมืองไทยอาจจะมีคนเข้าใจน้อย แต่ในต่างประเทศถือเป็นมาตรฐานในการดูแลคนไข้และสามารถเบิกค่าดูแลจากระบบประกันสุขภาพภาครัฐได้
“เป็นการดูแลคนไข้ที่แพทย์วินิจฉัยว่าไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามมาตรฐานแล้ว ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 6 เดือน  ที่เห็นภาพชัด คือ ผู้ป่วยมะเร็ง แต่โรคอื่นๆก็มีเช่นหัวใจ หรือปอด ที่แพทย์วินิจฉัยว่าไม่ตอบสนองการรักษา โดยผู้ป่วยจะได้รับการดูแลเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดหรืออาการรบกวนต่างๆ รวมทั้ง บรรเทาความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การดูแลให้คนไข้ได้มีความสุขเป็นหลัก”ศ.นพ.ธานินทร์กล่าว
ดร.ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ บอกว่า  สิ่งสำคัญในการดูแลฮอสพิซคือต้องทำความเข้าใจกับญาติของคนไข้ก่อนให้เข้าใจและยอมรับแนวทางการดูแลแบบนี้ที่จะไม่ทรมานคนไข้ในการพยายามรักษา ในกรณีที่การทำเช่นนั้นไม่ได้ประโยชน์แล้ว โดยจะมีการประชุมครอบครัว ที่มีแพทย์ พยาบาลและญาติมาหารือร่วมกันว่าเป้าหมายในการดูแลคนไข้เป็นอย่างไร ซึ่งแพทย์จะไม่ตัดสินให้ แต่เป็นการทำความเข้าใจและตกลงร่วมกันว่าความต้องการของคนไข้และญาติคืออะไร  รพ.ก็จะตอบสนองตรงนั้น เป็นการวางแผนการดูแลระยะยาวร่วมกัน เหมือนมีแผนที่ในการเดินทางของชีวิต
การดูแลฮอสพิซไม่ใช่เป็นการฉีดยาแล้วให้คนไข้จากไปอย่างสงบ แต่เป้าหมายคือลดความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด แต่คนไข้จะจากไปด้วยธรรมชาติของคนไข้เอง และไม่ใช่ดูแลแบบให้คนไข้นอนรอเวลาเสียชีวิต แต่จะมีกิจกรรมต่างๆให้คนทำ เช่น วาดรูป งานศิลปะ ทำขนมร่วมกันกับญาติ เป็นการใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว”ดร.ปานตากล่าว
ทั้งนี้  ฮอสพิซ (Hospice)  มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Hospes และ Hospitium ในยุโรปสมัยก่อน ฮอสพิซ  เป็นคำเรียกสถานที่พักพิงและดูแลผู้ป่วย ซึ่งมีหลายความหมาย อาจหมายถึง เจ้าของบ้าน แขก และที่พักแรม ตั้งขึ้นโดยบรรดาสำนักสงฆ์และกองกำลังของสำนักสงฆ์ต่างๆ ในคริสต์ศาสนา ในระหว่างสงครามครูเสด (Crusades) เพื่อดูแลผู้เดินทางไปแสวงบุญยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์  คนป่วยจากโรคภัยต่างๆ และคนยากจน  ฮอสพิซแห่งแรกก่อตั้งขึ้นในนครเยรูซาเล็ม โดยคณะอัศวิน Knights Hospitaller ในปี พ.ศ. 1551 (ค.ศ. 1080)  ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้เกิดฮอสพิซในฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา ขอบเขตการดูแลถูกจำกัดแคบลง เป็นการดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย แต่ยังดำเนินการโดยบุคลากรในคริสต์ศาสนา

ย้ำ”ศึกษานิเทศก์”ต้องยึดมาตรฐานตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276856

ย้ำ”ศึกษานิเทศก์”ต้องยึดมาตรฐานตำแหน่ง

เข้าสู่ตำแหน่ง, คปภ, การกำหนดตำแหน่ง, มาตรฐานตำแหน่ง, เกลี่ยอัตรา, ศึกษาธิการจังหวัด, ศึกษานิเทศก์, ต้อง, มาตรฐาน, ตำแหน่ง, ชัยพฤกษ์

“ชัยพฤกษ์” แจงมติ คปภ.เกลี่ยอัตราข้าราชการเป็น “ศึกษานิเทศก์” แค่ช่วยให้งานศธจ.ช่วงแรกเดินหน้าได้ ย้ำการเข้าสู่ตำแหน่งตัวจริงยังต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

       ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเปิดให้เกลี่ยข้าราชการครู ซึ่งไม่มีใบอนูญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ มาดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ว่าอาจเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติศึกษานิเทศก์ เช่นเคยปฏิบัติมาด้วยความยากลำบากนั้น ว่า มติของที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) ดังกล่าวออกมาเพื่อช่วยเร่งรัดขับเคลื่อนงานของ ศธจ.ในระยะเริ่มแรกให้เดินหน้าได้ เพราะฉะนั้น การจะดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ตัวจริงได้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรฐานตำแหน่งของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไม่ได้มีการหย่อนมาตรฐานแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การกำหนดรายละเอียดการเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ เวลานี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 หน่วยงาน ซึ่งพบว่ามีบางจุดที่ไม่สอดคล้องกัน คือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ระบุ มาตรฐานตำแหน่งของ ศึกษานิเทศก์ ว่า ต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่นน้อยกว่า 4 ปี และ 2 ปี สำหรับผู้มีวุติปริญญาโทขึ้นไป มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ เป็นต้น  ขณะที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำหนดมาตรฐานวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ว่า ต้องมีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา มีประสบการณ์ปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ บริหารการศึกษารวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นต้น ดังนั้น คปภ.จึงแจ้งให้ทั้ง 2 หน่วยงานไปพิจารณาว่าควรใช้แบบไหน และให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ การเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์เมื่อมีการประกาศรับสมัคร ก็จะมีคนสมัครน้อยมาก โดยปัจจุบันตามกรอบโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 4,715 อัตรา มีตัวจริง 2,958 คน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)มีตำแหน่งศึกษานิเทศ์ 62 อัตรา มีตัวจริง 48 คน  ดังนั้น เมื่อแต่ละที่มีศึกษานิเทศก์ไม่ครบตามกรอบก็มีการให้ข้าราชการครูมาช่วยราชการอยู่ในทุกหน่วยศึกษานิเทศก์ ทั้งในส่วนของ สพฐ. และ สอศ.แต่การที่จะลงตำแหน่งศึกษานิทเศก์ตัวจริง ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรฐานตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของ ศธจ.ก็เช่นเดียวกัน” ปลัด ศธ.กล่าว.

แกะ “เครื่องเอกซเรย์ฟัน” พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277027

แกะ “เครื่องเอกซเรย์ฟัน” พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

เครื่อง, เอกซเรย์, พิสูจน์, รังสี, มีค่า, ปลอดภัย, เครื่องเอกซเรย์ฟัน, พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ, ปชชปลอดภัย, กลุ่มทันตแพทยอาสา

แกะเครื่องเอกซเรย์ฟัน พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ประชาชนปลอดภัย

       “กลุ่มทันตแพทยอาสา” แกะเครื่องเอกซเรย์ฟันพิสูจน์  ระบุรังสีมีค่าต่ำ ประชาชนปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

        เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ที่สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรีทันตแพทย์ อาคม สรรเสริญชูโชติกลุ่มทันตแพทยอาสา พร้อมคณะทีมทำงาน เป็นตัวแทนทำการแกะส่วนประกอบของเครื่องเอกซเรย์ฟัน ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพทำข่าว หลังจากทันตแพทยสภาได้แถลงข่าวยืนยันว่าเครื่องเอกซเรย์ฟัน มีความปลอดภัยต่อประชาชน มีรังสีต่ำมากที่สุด และบุคลากรทางการแพทย์ ทันตแพทย์ก็มีความเชี่ยวชาญ

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

          พร้อมกับชี้แจงประเด็นต่างๆที่ไม่เข้าใจ ในเรื่องการควบคุมและกำกับเครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม หรือ เครื่องเอกซเรย์ฟันใน พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 อีกด้วย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

แกะ "เครื่องเอกซเรย์ฟัน" พิสูจน์รังสีมีค่าต่ำ ปชช.ปลอดภัย

                          ภาพ วัชรชัย คล้ายพงษ์ (Watcharachai Klaipong) #NationPhoto #เครื่องเอกซเรย์ฟัน #ทันตแพทย์ #พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ #สถาบันทันตกรรม #กระทรวงสาธารณสุข #นนทบุรี

THAILAND 4.0 : ความท้าทายสหกิจศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277030

THAILAND 4.0 : ความท้าทายสหกิจศึกษา

6มิย, ครั้งที่ 8, Thailand, ความ, ท้าทาย, สหกิจศึกษา, ความท้าทายสหกิจศึกษา, Thailand 40  ความท้าทายสหกิจศึกษา

สกอ.ผนึกสมาคมสหกิจศึกษาไทย จัดงานวันสหกิจศึกษาครั้งที่ 8 “Thailand 4.0 : ความท้าทายสหกิจศึกษา” 6 มิ.ย.นี้ ขยายความร่วมมือสู่นานาชาติ

       สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ร่วมกับสมาคมสหกิจศึกษาไทย เครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาภาคเหนือตอนบน จัดงานวันสหกิจศึกษาไทย ครั้งที่ 8..2560ภายใต้หัวข้อ “Thailand 4.0 :ความท้าทายสหกิจศึกษาในวันที่ 6มิ..นี้ ที่ ร..ดิเอ็มเพลส จ.เชียงใหม่

Thailand 4.0 : ความท้าทายสหกิจศึกษา

รศ.ดร.บัณฑิต ทิพากร

รศ.ดร.บัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า  การจัดงานสหกิจศึกษาไทยมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการจัดการศึกษาระบบสหกิจศึกษา โดยปีนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ จะบรรยายพิเศษเรื่อง “Thailand 4.0 :ความท้าทายสหกิจศึกษา”  การแสดงนิทรรศการผลงานดีเด่นของสหกิจศึกษาระดับชาติ รวมทั้งการมอบรางวัลสหกิจศึกษาระดับโลกแก่สถาบันอุดมศึกษา องค์กร และบุคลากรดีเด่นผู้ทำคุณประโยชน์ด้านสหกิจ และการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีและผลงานของนักศึกษาที่ได้รับรางวัล ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมงานสหกิจศึกษา สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ http://coopday.payap.ac.th/regis  

 Thailand 4.0 : ความท้าทายสหกิจศึกษา

ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน

ด้าน .ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย กล่าวว่า วันที่ 5-8มิ..นี้ จะมีการประชุมสหกิจศึกษาโลก ครั้งที่ 20ควบคู่กับการจัดงานวันสหกิจศึกษาไทย เพื่อขยายความร่วมมือการจัดสหกิจศึกษาไทยไปสู่นานาชาติ โดยผู้ร่วมประชุมสามารถสมัครเข้าร่วมประชุมได้ที่http://tace.sut.ac.th โดยชำระค่าลงทะเบียนคนละ 200เหรียญสหรัฐ

“พยาบาลสธ.” เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277021

“พยาบาลสธ.” เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว สธ, 10992 อัตรา, สธ, พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว, พยาบาลอิสระ freelance, พยาบาล, เร่ง, สำรวจ, ลาออก, ราชการ, 10992, ตำแหน่ง, พยาบาลสธ, เร่งสำรวจยอดคนลาออก, หากชวดราชการ, ไม่ลาออก, ไม่แน่ใจ, พยาบาลอิสระ freelance , ประกอบธุรกิจส่วนตัว

หลังจากที่ครม.มีมติไม่อนุมัติตำแหน่งข้าราชการ จำนวน 10,992 อัตรา สำหรับบรรจุให้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)

    จากการออกแถลงการณ์ของเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว สธ.ที่ขอให้มีการทบทวนมติดังกล่าว และเชิญชวนให้ลาออกมาผลวันที่ 1 ตุลาคม 2560 กระทั่ง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกันในวันที่ 15 พ.ค.นี้

     ล่าสุด  เวลาประมาณ 11 .00 น. เพจเฟสบุ๊คชื่อ “พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข” ได้มีการโพส ข้อความ ขอความร่วมมือ พยาบาลทุกท่าน ส่งลิงค์ไปยังน้องๆ พยาบาลที่ไม่ได้บรรจุทุกคน ภายใต้การดูแลของท่าน เผื่อกรอกแบบสอบถามของ “เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณะสุข” ด้วยจิตคารวะ

"พยาบาลสธ." เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

     สืบเนื่องจากการประชุมเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว ครั้งที่ 1/60 วันที่ 14/5/60 ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมมีความจำเป็นจะต้องรวบรวมข้อมูลพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติมในบางประเด็น เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน และแม่นยำ ตรงตามความเป็นจริงในการปฏิบัติงานของแต่ละพื้น จึงต้องรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อความรวดเร็วจึงขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน ในการส่ง link นี้ให้กับพี่น้องของเราทุกคน https://docs.google.com/forms/d/1pWnAEzQ_XxaOVLdpzDFDTmh2uviQtz0OLDO2622Erkk/viewform?usp=drive_web&edit_requested=true

"พยาบาลสธ." เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

       ทั้งนี้ แบบสำรวจความคิดเห็นเมื่อมติครม.ไม่อนุมัติการบรรจุพยาบาลวิชาชีพตั้งใหม่ 10,992 อัตรา ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้

       ส่วนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

       ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นต่อ มติ ครม.ไม่อนุมัติการบรรจุพยาบาลวิชาชีพตั้งใหม่ 10,992 อัตรา ได้แก่

      – หากไม่มีการบรรจุพยาบาลวิชาชีพตั้งใหม่ 10 ,992 ตำแหน่ง ตามมติครม. วันที่ 9 พฤกษภาคม 2560 ท่านจะตัดสินใจลาออกหรือไม่”

      โดย คำตอบมีให้กรอก “ลาออก” “ไม่ลาออก” “ไม่แน่ใจ” เหตุผลในการตัดสินใจของท่านคือ ……..

      – หากท่านตัดสินใจลาออกจากการเป็นพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านจะ…..

     โดย คำตอบมี “ทำงานโรงพยาบาลเอกชน” “ ทำงานคลินิกเสริมความงาม/คลินิกเอกชน” “ทำงานต่างประเทศ” “พยาบาลอิสระ (freelance )” “ประกอบธุรกิจส่วนตัว” “เปลี่ยนสายงาน” “อื่นๆ…..”

"พยาบาลสธ." เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

"พยาบาลสธ." เร่งสำรวจยอดคนลาออก หากชวดราชการ 10,992 ตำแหน่ง

วธ.ตั้งคณะทำงานฯ ติดตามโบราณวัตถุไทยในต่างแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276986

วธ.ตั้งคณะทำงานฯ ติดตามโบราณวัตถุไทยในต่างแดน

วธ, ตั้ง, คณะทำงาน, ติดตาม, โบราณวัตถุ, ต่างแดน, วธตั้งคณะทำงานฯ

วธ.หารือติดตามโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไทยในต่างประเทศกลับสู่ไทย เห็นชอบแนวทาง หนุนตั้งคณะทำงานดูแล จัดทำบัญชีฐานข้อมูล

     นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการติดตามโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิและสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมเมื่อเร็วนี้ๆ ว่า ที่ประชุมได้หารือปัญหาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไทยที่ถูกนำออกไปยังต่างประเทศจำนวนมาก เนื่องจากขณะนี้มีการเผยแพร่ข้อมูลและภาพถ่าย โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศ ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ สื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งกรมศิลปากร (ศก.) ได้รายงานว่า โบราณวัตถุและศิลปวัตถุไทยส่วนหนึ่งถูกลักลอบนำออกไปสู่ต่างประเทศ ทำให้ปัจจุบันมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของไทยกระจัดกระจายอยู่ในพิพิธภัณฑ์ สถาบันการศึกษา มูลนิธิเอกชน และสถาบันการประมูลในประเทศต่างๆ

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการติดตามโบราณวัตถุฯ ประกอบด้วย 1.สำรวจและรวบรวมข้อมูลและภาพถ่าย โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งจัดหมวดหมู่และลำดับความสำคัญของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตาม 2.ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ดำเนินการตรวจสอบโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของไทยในต่างประเทศ เพื่อใช้ติดตามและขอคืนกลับสู่ไทย 3.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิชาการและสื่อมวลชน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลกำหนดมาตรการดำเนินการและวางกรอบแนวทางในการปฏิบัติ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและต่างประเทศ

วธ.ตั้งคณะทำงานฯ ติดตามโบราณวัตถุไทยในต่างแดน

4.ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เปรียบเทียบข้อมูลทางวิชาการโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เพื่อพิสูจน์ความเป็นของแท้ดั้งเดิม การกำหนดแบบศิลปะ อายุสมัย และยืนยันแหล่งกำเนิดในประเทศไทย 5.ศึกษาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยวิธีห้ามและป้องกันการนำเข้า ส่งออก และโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายขององค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ค.ศ. 1970 และอนุสัญญาสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการทำให้กฎหมายเอกชนมีเอกภาพว่าด้วยวัตถุทางวัฒนธรรมที่ถูกโจรกรรมหรือส่งออกโดยผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องและติดตามโบราณวัตถุฯ ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เบื้องต้นที่ประชุมได้มอบหมายกรมศิลปากรทบทวนเนื้อหาร่างแก้ไขพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถาน พ.ศ.2535 ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯทั้ง 2 ฉบับ

6.สำรวจเพื่อจัดทำข้อมูลจากการสำรวจโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในความครอบครองของเอกชน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล 7.การควบคุมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในการนำออกและนำเข้าภายในประเทศ 8.ควบคุมสถานการค้าและการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยขึ้นทะเบียนร้านค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ 9.บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุโดยใช้วิธีทางการทูต และกฎหมายต่างๆ และ 10.เปิดเวทีให้ความรู้แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเรื่องโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุทั้งในระดับท้องถิ่นและชาติ

วธ.ตั้งคณะทำงานฯ ติดตามโบราณวัตถุไทยในต่างแดน

ถุงมืออัจฉริยะ!!ตัวช่วยผู้พิการสายตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276893

ถุงมืออัจฉริยะ!!ตัวช่วยผู้พิการสายตา

เดิน, ถุงมืออัจฉริยะ, เดินทาง, ถุงมือ, อัจฉริยะ, ช่วย, พิการ, สายตา

อาจารย์เทคโนโลยีสยาม พัฒนานวัตกรรมถุงมืออัจฉริยะ เพื่อเป็นอุปกรณ์ช่วยในการเดินของผู้พิการทางสายตา ตั้งเป้าผลิตและจำหน่ายอย่างช้าต้นปี 61 ในราคาไม่เกิน 1,000 บาท

     “นวัตกรรมถุงมืออัจฉริยะเป็นนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา หรือผู้บกพร่องทางการมองเห็น ในการเดิน โดยถุงมืออัจฉริยะจะส่งสัญญาณในรูปแบบการสั่นเตือนให้ผู้พิการทางสายตาทราบว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของประเทศไทย ในต่างประเทศมีทำเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกับของเรา แต่ของเราใช้งานง่าย และราคาไม่แพง”

ณัฐพงศ์ เหลืองนฤดม อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา คณะเทคโนโลยี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม หรือ STC อธิบายถึงถุงมืออัจฉริยะ หรือ Genius Gloves ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยในการเดินของผู้พิการ

ถุงมืออัจฉริยะ!!ตัวช่วยผู้พิการสายตา

ถุงมืออัจฉริยะ หรือ Genius Gloves

อย่างไรก็ดี ณัฐพงศ์ บอกด้วยว่า นวัตกรรมนี้ถุงมืออัจฉริยะนี้ เป็นต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมและการศึกษาของคณะและวิทยาลัย เพื่อสร้างผลงานวิจัยสำหรับผู้พิการและมีความบกพร่อง ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชองผู้พิการให้ดีขึ้น ในอนาคตเมื่อพัฒนาได้เหมาะสมกับผู้พิการทางสายตามากที่สุด และมีฟังก์ชั่นใช้งานที่มากขึ้น ก็จะผลิตและจำหน่ายซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นในช่วงปลายปี 2560นี้หรือต้นปี 2561 ในราคาไม่เกิน 1,000 บาท ผ่านช่องทางจำหน่าย คือ ศูนย์วิจัยวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ตอนนี้เราผ่านขั้นตอนการพัฒนา และทดสอบถุงมือต้นแบบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบเพื่อพัฒนาให้ดีมากขึ้นกว่ารุ่นต้นแบบ และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น ดีไซน์สวยงามมากขึ้นเป็นถุงมืออัจฉริยะ II (Genius Gloves II)”ณัฐพงศ์ กล่าว

ถุงมืออัจฉริยะ!!ตัวช่วยผู้พิการสายตา

อย่างไรก็ตาม นอกจากถุงมืออัจฉริยะ II (Genius Gloves II) ที่จะพัฒนาในปีนี้แล้ว ทางวิทยาลัยยังมีการพัฒนาผลงานและนวัตกรรมเพื่อผู้พิการ เช่น เครื่องติดตามและขอความช่วยเหลือสำหรับผู้พิการ โดยส่งสัญญาณผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแจ้งไปยังสถานีตำรวจ โรงพยาบาล กู้ภัย และอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ผู้พิการที่ประสบอุบัติเหตุ หรือ ถูกจี้ปล้น หรือ ต้องการความช่วยเหลือ, แอปพลิเคชันสำหรับเรียนรู้ภาษามือเบื้องต้น เพื่อสื่อสารกับผู้พิการทางประสาทหู, นวัตกรรมอุปกรณ์อ่านอักษรเสียง เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาในการอ่านหนังสือ, อุปกรณ์ตรวจสอบและระบุธนบัตร สำหรับผู้พิการทางสายตา

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276880

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

ชพค, สำรวจทรัพย์สิน, ชำระหนี้, เศรษฐกิจพอเพียง, หนี้สินครู, ทางรอด, เป็นหนี้, สร้าง, วินัย, รายจ่าย, ใช้ชีวิต, พอเพียง, ทางรอดครูเป็นหนี้, สร้างวินัย-ลดรายจ่าย-ใช้ชีวิตพอเพียง, ครูผู้สอน, เจ็บป่วย, หนี้, เงื่อนไข, เลิก, ช่วย

ครู 80 % มักจะหนี้ เพราะส่วนหนึ่งเงินเดือนครูน้อย และมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น

     แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น หากหนี้วิกฤตดูแล้วไม่เคยชำระหนี้ตั้งแต่แรก เข้าข่ายมีเจตนาจะไม่ซื่อสัตย์ มีเจตนาไม่ใช้ก็ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือ

     ว่ากันว่า..ชีวิตข้าราชการจะลำบากตอนช่วง 10ปีแรกของการเข้าสู่อาชีพนี้ เพราะเงินเดือนน้อย และเป็นเวลาของการตั้งตัว แต่หลังจากนั้นจะดีขึ้นเรื่อยๆ สบายตอนบั้นปลายชีวิต ยิ่งถ้ายึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการใช้ชีวิตด้วยแล้ว ก็ยากที่จะไม่มีความสุขในชีวิต หนี้สินก็หาได้ยากยิ่ง

ทว่าข้อมูลผู้ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วม “โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน” ผ่านเว็บไซต์ http://www.smartotep.net เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 พบว่าใน 75 จังหวัดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว10,545 คน โดย 10จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ สกลนคร 1,113 คน บึงกาฬ 821 คน ชัยภูมิ 624คน ศรีษะเกษ 491 คน หนองคาย 449 คน สงขลา 404 คน เชียงใหม่ 403 คน นครพนม 390 คน สุรินทร์ 368คน และขอนแก่น 348 คน

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ยังไม่รวมกับที่ครูไปยื่นเองที่สำนักงาน สกสค.จังหวัด และยังไม่ใช่ตัวจริงที่ผ่านคัดเลือกเข้าโครงการ…แสดงว่าตัวเลขครูที่เป็นหนี้ มีไม่น้อยเลยทีเดียว

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

    อดีตครูจริยธรรม วัยอายุ72 ปีปัจจุบันเป็นหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)ย้อนอดีตตอนที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการช.พ.ค.  เพราะต้องการนำเงินมาชำระค่าบ้านจากธนาคาร   เนื่องจากดอกเบี้ยธนาคารสูงกว่าดอกเบี้ยของโครงการ ช.พ.ค.และอยากได้โฉนดเพราะเกษียณอายุราชการ และไม่มีลูก ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดของโครงการการชำระหนี้ในแต่ละเดือนนั้นไม่สูงมาก สามารถผ่อนได้ โดยครั้งนั้น กู้ในวงเงิน 600,000 บาท ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท ทุกวันนี้ก็ยังผ่อนอยู่

     อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวในสมัยนั้น มีครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนมากู้ค่อนข้างมากเนื่องจากดอกเบี้ยถูก บางคนถึงจะไม่เดือดร้อนแต่เห็นดอกเบี้ยไม่สูงมากก็จะกู้ไว้ก่อน ข้อเท็จจริงคือครู 80 % มักจะหนี้ เพราะส่วนหนึ่งเงินเดือนครูน้อย และมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น

      เช่น เห็นเพื่อนครูมีรถยนต์ ก็อยากมีบ้าง จึงซื้อตาม ทั้งที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน หรือบางคนไม่รู้จักประมาณตนเอง ไม่มีความพอเพียง  เมื่อมีการปล่อยกู้ในดอกเบี้ยที่ต่ำก็จะกู้ทันที ดังนั้น ในส่วนของโครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน มองว่าสามารถช่วยครูได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

       “กังวลจะยิ่งสร้างหนี้ให้แก่ครูเข้าไปอีก เพราะไม่แน่ชัดว่าครูได้นำเงินไปชำระหนี้จริงๆ หรือ ไปเพิ่มหนี้ หากมีการติดตามครูหลังจากที่กู้ไปแล้วว่ามีการใช้ชีวิตอย่างไร มีการชำระหนี้จริงหรือไม่ จะช่วยให้โครงการดังกล่าวเห็นผลได้ชัดเจน”อดีตครูจริยธรรมกล่าว

        อดีตครูจริยธรรม แนะนำว่า การจะแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินครู นอกจากมีมาตรการ โครงการต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ ควรมีการอบรมครูให้มีวินัยทางการเงิน รู้จักการบริหารจัดการเงิน และทำให้รู้ว่าการไม่เป็นหนี้เยอะ จะทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีอย่างไร เพราะเราสามารถมีหนี้ได้แต่ต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ โดยที่ชีวิตเราไม่เดือดร้อน

  ถ้า “เพื่อนครู”รู้จักประมาณตน ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จะไม่เดือนร้อน ไม่เป็นหนี้ 

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

รศ.น.ท.ดร.สุมิตร สุวรรณ

       ก่อหนี้จากความฟุ้งเฟ้อแต่ทำไมต้องช่วย!!  รศ.น.ท.ดร.สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม บอกว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานลงพื้นที่ ทำให้เห็นว่าบ้านเรามีครูบางคนที่ต้องเป็นหนี้ เพราะมีรายจ่ายจำเป็น เช่น ช่วยเหลือเด็กนักเรียน ซื้ออุปกรณ์การศึกษาให้  ซึ่งส่วนใหญ่จะพบได้ในโรงเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ตรงนี้มีอยู่จริง เพราะฉะนั้น ถ้ามาตรการแก้ไขหนี้ครูที่ดำเนินการจะออกมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้ครู ได้รอดพ้นจากภาวะความเดือดร้อน ช่วยให้ครูดำรงชีวิตอยู่ส่วนตัวก็เห็นด้วย

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

      อย่างไรก็ตาม มองภาพรวมการจะให้รัฐมาช่วยแก้หนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ สำคัญคือตัวครูเองจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9พระราชทานไว้ เป็นหนทางรอด แค่เพียงครูรู้จักใช้ชีวิตกินอยู่อย่างพอเพียง รู้จักเก็บออม เช่น มีที่ดินก็ปลูกพืชผัก ได้ผลผลิตก็นำมากิน เหลือก็นำไปขายก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้

      “มาตรการแก้หนี้ครูอาจจะช่วยเพียงบรรเทาความเดือดร้อน เข้าสู่ระบบที่บริหารจัดการให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่จะให้รอแต่คนมาช่วยไม่ได้ ครูต้องช่วยเหลือตนเองด้วย ต้องไม่ใช้จ่ายเกินตัว”รศ.น.ท.ดร.สุมิตร ระบุ

      ขณะที่อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวีให้ความเห็นว่า การที่ ศธ.ต้องดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพราะครูเป็นประชากรส่วนใหญ่ของ ศธ.ทำหน้าที่ปฏิบัติการสอน เมื่อครูมีปัญหาโดยเฉพาะถ้ามีหนี้วิกฤตมากๆ ก็ต้องช่วยบรรเทาให้เขารอดภาวะลำบาก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าจะช่วยทุกคน หรือ ครูพึ่งพารัฐฝ่ายเดียว ตัวครูก็ต้องพิจารณาตนเอง และมีวินัยในการใช้เงินมากขึ้น

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี

       รศ.นพ.กำจร กล่าวอีกว่า ปัญหาหนี้สินครู มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหามาเป็น 10- 20 ปีในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งปลัด ศธ.เสนอแนวทางการไขปัญหาหนี้ครู เงินที่จะนำมาปล่อยกู้จะต้องไม่ผ่านมือครู แต่ต้องจ่ายตรงไปยังสถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้ ถึงจะเป็นการล้างหนี้อย่างแท้จริงก็จะช่วยได้ ซึ่งการออกมาตรการแก้หนี้โดยให้ดอกเบี้ยต่ำ ก็ย่อมดีกว่าที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง

      แต่สำคัญคือ ต้องสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ครูด้วย เวลานี้ครูจะต้องสำรวจตัวเองแล้วว่า มีหนี้สินเท่าไร ทรัพย์สินเท่าไร ถ้าดูว่ามีทรัพย์พอๆกับหนี้ก็ต้องยอมขายทรัพย์สินเพื่อนำมาเงินมาจากเพื่อลดภาระหนี้ ก็จะช่วยบรรเทาได้ทางหนึ่ง

“ปัญหาหนึ่งคือ ครูไม่ยอมสำรวจตัวเองว่ามีทรัพย์สิน หนี้สินเท่าไหร่ ถ้าสำรวจก็จะรู้และสามารถวางแผนได้ เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ ดังนั้น ถ้าจะให้แก้ไขหนี้ก็ต้องกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล”รศ.นพ.กำจร ระบุ

เท่าที่ดูรายละเอียดเบื้องต้น พบว่าโครงการนี้มีการให้ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดีว่าหลักทรัพย์ที่นำมาใช้นั้น ไม่ซ้ำซ้อน รวมถึงต้องตรวจสอบประวัติด้วยผู้ที่เป็นหนี้วิกฤตนั้น วิกฤตเพราะเหตุผลความจำเป็น เช่น เจ็บป่วย ต้องกู้ยืมจนไม่มีเงินผ่อนชำระหนี้แบบนี้ก็เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้ได้รับการช่วยเหลือ หากหนี้วิกฤตดูแล้วไม่เคยชำระหนี้ตั้งแรก เข้าข่ายมีเจตนาจะไม่ซื่อสัตย์ มีเจตนาไม่ใช้ก็ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ถ้าในเงื่อนไขสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วางแผนลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ครูก็ต้องรักษาสัญญาให้ได้ ซึ่งถ้าเป็นผมคงเสนอไปเลยว่าถ้าครูทำผิดสัญญาก็ต้องออกจากความเป็นครู เพราะถือเป็นการรับผิดชอบต่อตนเอง

ทีมข่าวคุณภาพชีวิต : qualitylife4444@gmail.com

รับมือเปิดเทอมวันแรก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276899

รับมือเปิดเทอมวันแรก!!

จัดครูรอรับ-ประสานตำรวจดูแล, ดูแล, ตำรวจ, ประสาน, นักเรียน, โรงเรียน, เปิดเทอมวันแรก, รับมือ, เปิดเทอม, รับมือเปิดเทอมวันแรก, วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบฯ

เริ่มต้นวันแรกของช่วงกลางสัปดาห์เดือนพฤษภาคม 2560 พร้อมกับบรรยากาศการเปิดภาคเรียน (เปิดเทอม) ของน้องๆ หนูๆ

       ภาพรถบนท้องถนนที่ค่อยๆเคลื่อนที่สลับกับจอดนิ่งเป็นที่ชินตากลับมาอีกครั้ง และเมื่อถึงช่วงเด็กเปิดเทอมเมื่อใด เกือบทุกโรงเรียนยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจอสภาพไม่ต่างกัน ถนนหนทางแทบจะทุกเส้นติดหนึบ

      โดยเฉพาะเช้าแรกของการเปิดเทอม!! ที่วันนี้หลายโรงเรียนต่างทยอยเปิดเรียนกันแล้ว และในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเปิดโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

       เพื่อเลี่ยงสภาพการจราจรที่แน่นขนัด บรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองต้องหอบหิ้วลูกน้อย ออกจากบ้านกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เปลี่ยนที่นอนจากบนเตียง มาเป็นเบาะรถโดยสารประจำทาง สะดวกสบายขึ้นหน่อยก็เบาะรถยนต์ส่วนตัว กระทั่งหลับบนรถมอเตอร์ไซค์ก็มีให้เห็น เพื่อให้สามารถส่งลูกเข้าโรงเรียน ส่วนตัวเองก็เดินทางต่อไปเข้างานให้ทันเวลา..

 รับมือเปิดเทอมวันแรก!!

       ไม่นานนี้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้แจ้งกำชับไปยังสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.) ทั่วประเทศด้วยว่า ให้เตรียมพร้อมก่อนเปิดเทอม ตรวจตราเป็นพิเศษในเรื่องความปลอดภัย ของอาคารสถานที่ โต๊ะเรียน สายไฟ หากชำรุดต้องซ่อมแซม รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบโรงเรียน

       โดยเฉพาะให้สำรวจจุดอันตรายภายในบริเวณโรงเรียน ตลอดจนเส้นทางเดินไป-กลับของนักเรียน จัดจุดจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ของผู้ปกครองที่มารับ-ส่งนักเรียนอย่างปลอดภัย โดยประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ

         มาดูกันว่าโรงเรียนต่างๆ เตรียมรับมือยังไงบ้าง..เช่นที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร เขตพระนคร ไม่ไกลจากปากคลองตลาดเท่าใดนัก ดร.วิทยา ศรีชมภูผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย บอกว่า สำหรับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กำหนดเปิดภาคเรียนในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีว่า ในวันแรกของเปิดเทอม ที่โรงเรียนสวนกุหลาบจะมีการจัดกิจกรรม “วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบฯ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ศิษย์เก่าจะมาพบปะพูดคุยกับรุ่นน้อง โดยปีนี้เป็นศิษย์เก่า รุ่น 86 เพื่อแนะนำเรื่องต่างๆแก่รุ่นน้องซึ่งจะใช้เวลาในช่วงคาบเรียนแรก เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 06.45 น.เป็นต้นไป ศิษย์เก่า รุ่นพี่ของนักเรียนจะมาเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว

       เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรเส้นทางโดยรอบของโรงเรียน และการเดินทางมาเรียนของนักเรียนในวันแรก โรงเรียนได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล (สน.) พระราชวัง ช่วยมาอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อยให้ ขณะเดียวกัน ประสานกับวัดราชบุรณราชวรวิหาร (วัดเลียบ) ขอใช้พื้นที่ตรงโรงไฟฟ้าจอดรถของผู้มาร่วมกิจกรรม ส่วนการรับส่งนักเรียนนั้น ทำเหมือนเดิมปกติคือ ผู้ปกครองจอดรับ-ส่ง และเคลื่อนตัวออกไป จะไม่มีการจอดนิ่ง

 รับมือเปิดเทอมวันแรก!!

ภาาพเว็บไซต์ http://www.sk.ac.th (โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย)

       “นักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนจะเดินทางมาเรียนเองอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ผู้ปกครองยังมารับส่งอยู่บ้าง อย่างเด็กที่เพิ่งเข้าเรียนม.1 พ่อแม่ก็จะมารับส่งเองก่อน เพราะเด็กอาจจะยังไม่คุ้นเคยเส้นทาง แต่พอเด็กโตขึ้นด้วยความที่เป็นเด็กผู้ชาย ก็จะไม่ค่อยให้พ่อแม่มาส่งแล้ว เพราะเขาก็โตพอจะรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว เด็กก็จะนั่งรถประจำทางมาเรียนเอง” ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบ กล่าว

       ไม่ต่างจากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ที่เปิดเทอมวันแรก 15 พ.ค.นี้เช่นกัน ทั้งยังตั้งอยู่บนถนนวิภาวดี ที่การจราจรก็หนาแน่นไม่เบาแต่ นายสุทธิพงษ์ โมราวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี บอกว่า ไม่ค่อยกังวลเท่าใดนัก เพราะนักเรียนเก่าจะรู้ธรรมชาติการจราจรในเส้นทางนี้ดี แต่สำหรับนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนม.1 และม.4 นั้น ได้จัดประชุมผู้ปกครองและปฐมนิเทศนักเรียนไปก่อนหน้านี้ มีการแนะนำว่าช่วงสัปดาห์แรกจะต้องปรับตัว เด็กจะต้องตื่นให้เช้าขึ้นและเผื่อเวลาเดินทาง อีกทั้ง นักเรียนต้องมาถึงโรงเรียนเร็วอยู่แล้ว เพราะต้องเข้าแถวเวลา 07.30 น.เริ่มเรียนคาบแรก 08.10 น.และเลิกเรียนเร็วซึ่งขึ้นอยู่กับแผนการเรียน แต่ภาพรวมจะเลิกเร็วกว่าโรงเรียนอื่นๆ ประมาณ 30 นาที ซึ่งตรงนี้เป็นแผนที่ปรับใช้มานานแล้ว

 รับมือเปิดเทอมวันแรก!!

        “โรงเรียนค่อนข้างได้เปรียบเพราะอยู่ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวกผู้ปกครองแวะมาส่งลูกแล้วก็เดินทางต่อไปทำงาน แต่ส่วนใหญ่เด็กอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆอย่างย่านสุทธิสาร ห้วยขวาง ดินแดง เป็นต้น บางทีพ่อแม่ก็มาส่งจุดใกล้ๆและเด็กนั่งรถเมล์ หรือมอเตอร์ไซค์ต่อมาโรงเรียนเอง เพราะฉะนั้น โรงเรียนก็จะจัดเวรให้ครูสลับหมุนเวียนไปคอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งมีจุดหลักๆ เช่น บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ สะพานลอยหน้าโรงเรียน 2 จุด ฝั่งโรงเรียนและฝั่งตรงข้ามหน้ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ป้ายรถเมล์ และหน้าปั๊มน้ำมัน ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดำเนินการมาตลอด”นายสุทธิพงษ์ ระบุ

       ส่วนเด็กเล็กๆ ที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ จำเป็นที่ผู้ปกครองต้องคอยรับ-ส่ง อย่างโรงเรียนราชวินิต ประถม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตดุสิตและใกล้เคียงก็มีโรงเรียนอีกหลายแห่ง นายบัณฑิต พัดเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต ประถมบอกว่า โรงเรียนจะเปิดเทอมในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเรื่องการจราจรและความปลอดภัยบริเวณหน้าโรงเรียน ได้เตรียมการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สามเสน มาช่วยดูแล ขณะเดียวกัน ได้ประชุมเตรียมความพร้อมกับครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทุกคน ให้มาถึงโรงเรียนตั้งแต่ก่อน 07.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมในการรับเด็กจากผู้ปกครองเข้าโรงเรียน

      ในปีนี้จะเน้นเข้มข้นพิเศษเพราะมีเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้ามาเรียนวันแรก เด็กยังไม่คุ้นเคยกับอาคารสถานที่ในโรงเรียนมากนัก เพราะฉะนั้น ครูประจำชั้น ครูเวรจะมาคอยรับนักเรียนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน ถ้าผู้ปกครองขับรถมาส่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปรับเด็กถึงที่รถ ช่วยรับกระเป๋านักเรียน และพามาส่งที่ครูเพื่อเข้าโรงเรียน โดยผู้ปกครองไม่ต้องจอดรถและลงมาด้วยตนเอง ตรงนี้ก็จะช่วยให้เกิดความรวดเร็ว ช่วยบรรเทาเรื่องการจราจรหน้าโรงเรียนไม่ติดขัดจนกระทบไปผู้ใช้ถนนคนอื่นๆด้วย.

ทีมข่าวคุณภาพชีวิต : qualitylife4444@gmail.com