เผยปีนี้พบผู้เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า 4 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276875

เผยปีนี้พบผู้เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า 4 ราย

ปลอดภัย, ป้องกัน, ยึดหลัก, สุนัขบ้า, โรคพิษสุนัขบ้า, หลัก 5 ย, อย่าแหย่ อย่าเหยียบอย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง, ผู้เสียชีวิต, เพราะ, พิษสุนัขบ้า

สธ.งัดกลยุทธ์ให้ อสม.เคาะประตูบ้าน เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ปีนี้พบเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ตั้งเป้ากำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากไทยในปี 63

     เมื่อวันที่ 14 พ.ค.60 นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ว่า ด้วยพระปณิธานของศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ รวมถึงพระวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับสุขภาพหนึ่งเดียว

โดยมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายองค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(OIE) กำหนดให้ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 ไทยฐานะภาคีสมาชิกต้องดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุม และรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในคน ได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาที่สำคัญ อาทิ แนวทางการควบคุมโรคโดยใช้กลไกของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ให้ อสม.เคาะประตูบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังผู้ถูกสัตว์กัด โดยจะมีการพิจารณาเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้า 14 ราย ตั้งแต่ 1 มกราคม-10 พฤษภาคม 2560 พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย สาเหตุของการเสียชีวิต คือ การไม่ได้รับวัคซีนหลังถูกสัตว์กัดข่วน สธ.มีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันควบคุมโรค ได้แก่

1.การป้องกันโรค (Prevent) เน้นการป้องกันการเกิดโรคในคน สร้างความตระหนักให้ประชาชนปฏิบัติตนหลังถูกกัดอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเสียชีวิต และการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ 2.การตรวจค้นหาความผิดปกติ(Detect) เมื่อพบสัตว์สงสัยในพื้นที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ให้ดำเนินการควบคุมโรคโดยเร็วที่สุด 3.การตอบโต้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ (Response) ออกสอบสวนโรคร่วมกันภายใน 24 ชั่วโมง ค้นหาติดตามผู้สัมผัสโรคให้มารับการฉีดวัคซีนภายใน 48 ชั่วโมง

ข้อปฏิบัติให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า 1.ใช้หลักการ 5 ย. ป้องกันการถูกกัด “อย่าแหย่ อย่าเหยียบอย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้านหรือที่ไม่ทราบประวัติ 2.กรณีถูกกัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน และเน้นย้ำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างเหมาะสม ร่วมกับกักขังสัตว์ที่กัดสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์ตัวนั้นมีอาการปกติแสดงว่าไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า แต่หากเสียชีวิต รีบแจ้งกรมปศุสัตว์ หรือสถานเสาวภาเพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทางห้องปฏิบัติการ 3.หลังจากถูกกัด ควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องครบชุด ตามเวลาที่แพทย์นัด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ซัดตั้ง”รก.อธิการฯมนพ.”2ครั้งยังขัดกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276863

ซัดตั้ง”รก.อธิการฯมนพ.”2ครั้งยังขัดกม.

ผศดรสังคม, กฏหมาย, อธิการบดีม, อธิการบดี, เพลท, มนพ, ผศดรรัฐกรณ์ คิดการ, อธิการ, รก อธิการบดีมนพ, ตั้ง, อธิการฯมนพ2, ครั้ง, รก อธิการบดีมนพ

ซัดตั้ง”รก. อธิการบดีมนพ. ” ทั้ง 2 ครั้ง ยังขัดกฏหมาย แนะสกอ.คุมเข้มตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสภาฯ

          ชี้สภาฯ มนพ.แต่งตั้งทั้งคู่ “จินดา งามสุทธิ-ผศ.ดร.สังคม ภูมิพันธ์”นั่งอธิการบดีม.นครพนม ขัด พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนม ระบุรายแรกต้องพ้นสภาพผู้ทรงฯสภาม.นครพนมทันที เหตุขัด ม.15(5)ขณะที่”ผศ.ดร.สังคม”ขัด ม.4 ตั้งคนเกษียณ รก.อธิการบดี  ซัด สกอ. ต้องกำกับดูแลตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่สภาฯ

          เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2560 ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.)เผยกับ”เวบไซด์คมชัดลึก ว่ากรณี การแต่งตั้ง ผศ.ดร.จินดา งามสุทธิ อุปนายสภามหาวิทยาลัยนครพนม ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมนั้น น่าจะทำให้ ผศ.ดร.จินดา ต้องพ้นจากตำแหน่งอุปนายกและผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยนครพนมทันที

          เนื่องจากตามมาตรา 15(5) พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ.2548 ระบุ“กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสองคน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย” และวรรคสาม ในมาตราดังกล่าว ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายก

          ดังนั้นการแต่งตั้ง ผศ.ดร.จินดา อุปนายกมารักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม  ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง และ กลายเป็นคนในไปแล้ว ย่อมทำไม่ได้ ด้วยพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนมเองไม่เกี่ยวกับคำสั่ง คสช.แต่ประการใด จึงไม่ควรบิดเบือนและนำมาเป็นข้ออ้างใด ๆ และเมื่อแต่งตั้งไปแล้วความผิดสำเร็จแล้ว ท่านจึงขาดจากการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยตั้งแต่รับตำแหน่งไปแล้ว

         กรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) ซึ่งมีการแต่งตั้ง ดร.สุเมธ แย้มนุ่น ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้มารักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กฤษฎีกาได้ชี้ขาดแล้ว ว่าทำไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน และล่าสุดมีกรณีของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้มีการแต่งตั้งอุปนายก ไปเป็นที่ปรึกษากฎหมาย รับเงินเดือนจากมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็ต้องพ้นจากกกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ และกรณีเช่นนี้น่าจะเคยเกิดขึ้นกับหลายมหาวิทยาลัย ที่มักแต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยให้รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีในระหว่างรอเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดี แต่หากไม่มีใครหยิบยกขึ้นมา หรือนำไปฟ้องศาลเรื่องก็จะผ่านเลยไป

         ส่วนการแต่งตั้ง ผศ.ดร.สังคม ภูมิพันธ์ ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว น่าจะเข้าข่ายความผิดตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองสงขลา นครราชสีมา และศาลปกครองสูงสุด เคยพิพากษาไว้ กรณีการแต่งตั้งรักษาการอธิการบดี เนื่องจากพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนม ในมาตรา 4 วรรคท้ายก็ระบุไว้ เหมือนกรณี มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) “ให้มหาวิทยาลัยนครพนมเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ด้วยเช่นกัน

         “ สกอ. ควรจะเข้มงวด ตรวจสอบคุณสมบัติ รักษาการอธิการบดี แต่ละสถาบันว่ามีความเหมาะสมหรือขัดต่อกฏหมายหรือไม่ ไม่ใช่ทำได้เพียงเป็นแค่ตรายาง ที่สำคัญต้องกำกับดูแลตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งด้วย” ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวในที่สุด

สพฐ.คัดครูต้นแบบจัดการเรียนรู้ทักษะชีวิตปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276840

สพฐ.คัดครูต้นแบบจัดการเรียนรู้ทักษะชีวิตปี 60

สพฐ, ครูต้นแบบ, คัดเลือก, บูรณาการจัดการเรียนการสอน, ต้นแบบ, การเรียนรู้, ทักษะ, ชีวิต

สพฐ.ชวนครูส่งผลงานร่วมคัดเลือกครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้ บูรณาการทักษะชีวิตประจำปี 2560

       นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน(ฉก.ชน)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ดำเนินโครงการคัดเลือกครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิต เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติครูที่ปฏิบัติงานด้านการจัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิตให้แก่นักเรียนจนบังเกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพื่อเข้ารับรางวัลครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิตประจำปี2560โดยครูผู้สนใจและมีความประสงค์จะเข้าร่วมรับการคัดเลือกให้ส่งเอกสารหลักฐานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ที่ตนสังกัดเพื่อรับการประเมินเชิงประจักษ์ ก่อนเข้ารับการคัดเลือกในระดับ สพฐ.ซึ่งรางวัลมี2ประเภท คือ เกียรติบัตรระดับเหรียญทอง เงิน และทองแดง นอกจากนี้ ครูที่ผ่านเกณฑ์การประเมินลำดับที่1-30ของแต่ละประเภทที่เข้ารับการพัฒนาและเมื่อผ่านเกณฑ์การพัฒนาตามหลักสูตรการอบรมจาก สพฐ.จะได้รับเข็มรางวัลครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิตด้วย

        สามารถดาว์นโหลดคู่มือการคัดเลือกพร้อมแบบฟอร์มการสมัครได้ที่http://www.obec.go.thภายในวันที่12มิ..นี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข0-2288-5751

นร.จุมปีวนิดาภรณ์ทาสีถนนปรับจุดเสี่ยงรับเปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276852

นร.จุมปีวนิดาภรณ์ทาสีถนนปรับจุดเสี่ยงรับเปิดเทอม

น่าน, ทาสีถนน, วนิดา, ภรณ์, ทาสี, ปรับ, เสี่ยง, เปิดเทอม

โรงเรียนจุมปีวณิดาภรณ์จ.น่าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทาสีถนนบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อลดจุดเสี่ยงและต้องรับเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้

      ที่โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน (บ้านภูมินทร์) ถนนสุริยะพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โรงพยาบาลน่าน เทศบาลเมืองน่าน สภ.เมืองน่าน ทหาร มทบ.38 คณะครู ตัวแทนนักเรียน ได้รับมอบสีทาพื้นถนน ทาสีถนน ปรับปรุงจุดเสี่ยง จากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก เพื่อนำมาทาบริเวณหน้าโรงเรียนให้เป็นจุดสังเกตุเห็นได้ชัดเจน เพื่อชะลอความเร็ว และที่ห้ามจอดป้องกันการกีดขวางการจารจร หน้าโรงเรียน

     สำหรับโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ ได้รับคัดเลือก และเป็นโรงเรียนในด้านของความปลอดภัยของเทศบาลเมืองน่าน และได้รับรางวัลมากมาย โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ ได้ทำวิจัยร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่ปี 2558 ในด้านความปลอดภัยภายในเด็ก และได้เข้าร่วมโครงการ Safe School Zone ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา จนถึงปัจุบัน และสร้างความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนหน้าโรงเรียนได้จริง ทาง Safe School Zone ได้เล็งเห็นแล้วว่า โครงการนี้ควรที่จะขยายไปยังโรงเรียนต่างๆ จึงได้นำโรงเรียนจุมปีวณิดาภรณ์ เป็นโรงเรียนต้นแบบทางด้านความปลอดภัย

นร.จุมปีวนิดาภรณ์ทาสีถนนปรับจุดเสี่ยงรับเปิดเทอม

      โดยถนนหน้าโรงเรียนจุมปีวณิดาภรณ์ นั้นมีความกว้างถึง 16 เมตร เป็นเป็นถนนสายหลักที่ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมา เป็นจำนวนมาก เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดภูมินทร์ พิพิธภัณฑ์ นำรถบัส รถทัวร์ รถตู้ รถนส่วนตัว มาจอดบริเวณหน้าโรงเรียน ถนนสุริยพงษ์ เป็นจำนวนมากทั้งวันธรรมดา เสาร์ อาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ วันหยุดยาว ทำให้ทางโรงเรียน และ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก Safe School Zone ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้นำสีทางท้องถนน มามอบให้ และ ร่วมกันทา เพื่อเตรียมต้อนรับเปิดเทอมที่จะมาถึง ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ที่จะมาถึงนี้

นร.จุมปีวนิดาภรณ์ทาสีถนนปรับจุดเสี่ยงรับเปิดเทอม

     ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก เห็นความสำคัญและหาทางป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก และมีเด็กเสียชีวิตบนท้องถนนจากการถูกรถชนปีละกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยเฉลี่ยนมากถึงวันละ 500 คน จากทั่วโลก

STC ก้าวสู่”ท่าอากาศยาน”ครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276832

STC ก้าวสู่”ท่าอากาศยาน”ครบวงจร

การบิน, ทุ่มทุน, มหาศาล, STCทุ่มทุนมหาศาล, ก้าว, ท่าอากาศยาน, ครบวงจร, วิทยาลัยการบินนานาชาติSTC

STCทุ่มทุนมหาศาล ก้าวสู่”ท่าอากาศยาน”ครบวงจร

         STC ทุ่มทุนมหาศาล  ก้าวสู่ท่าอากาศยานครบวงจร

          เมื่่อวันที่ 14 พ.ค.2560 จากนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการบินของอาเซียนส่งผลให้ทิศทางอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและอุตสาหกรรมในด้านการบินเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บุคลากรดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะขาดแคลน

STC  ก้าวสู่"ท่าอากาศยาน"ครบวงจร

ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นไปทั่วทุกภูมิภาคเนื่องจากไม่สามารถผลิตบุคลากรในด้านดังกล่าวได้เพียงพอกับความต้องการ เส้นทางอาชีพในด้านนี้จึงยังมีช่องทางให้บัณฑิตจบใหม่เข้าทำงานและนับว่าเป็นอาชีพที่มีความขาดแคลนสูง

STC  ก้าวสู่"ท่าอากาศยาน"ครบวงจร

 อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC)  เผยว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม มีนโยบายในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาซึ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ จึงได้ก่อตั้ง“วิทยาลัยการบินนานาชาติSTC” ขึ้น

“STC ได้ทุ่มทุนจำนวนมหาศาล  เพื่อก้าวสู่ท่าอากาศยานครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบรับกับความต้องการของตลาดอาชีพ และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ทางด้านการบินของอาเซียน จนถึงของโลกในอนาคต”อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนดลยีสยาม

ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276594

ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว, สธ, รพรามาธิบดี, คณะแพทยศาสตร์, คลินิกหมอครอบครัว, ผลิต, แพทย์, เวชศาสตร์, ครอบครัว

สธ.-แพทย์ฯรามาธิบดี ทำหลักสูตรแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ส่งฝึกประสบการณ์จริงในคลินิกหมอครอบครัว ตั้งเป้า 10 ปีมี 6,500 ทีมดูแลสุขภาพประชาชนครอบคลุมทุกครอบครัว

      นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางเยี่ยมชมการเรียนการสอนของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ฯ พร้อมด้วยคณาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว ให้การต้อนรับ โดย นพ.โสภณ กล่าวว่า การเยี่ยมชมการเรียนการสอนของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว นับเป็นความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ให้มีคุณภาพที่จะทำให้การดูแลประชาชนมีประสิทธิภาพ ในระดับปฐมภูมิ

ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

(กลาง) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ที่ผ่านมาทางคณะแพทยศาสตร์ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประมาณ 100 กว่าคน ด้วยทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนงานคลินิกหมอครอบครัวของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีเป้าหมายจะผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวได้ครบ 6,500 ทีม อีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อดูแลคนไทย 65 ล้านคน โดยกำหนด 1 ทีมดูแลประชาชน 10,000 คน ที่จะทำให้คนไทยทุกคนมีทีมหมอครอบครัวเป็นหมอประจำบ้าน ให้คำแนะนำดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่รักษาโรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรักษาทุกมิติของคนในครอบครัว

ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว      “เป็นที่น่ายินดี ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รับเป็นคู่ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ยินดีให้การสนับสนุนการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ทั้งเป็นแหล่งฝึกงาน เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ พัฒนาทักษะความเป็นครูพี่เลี้ยงให้ผู้เข้ารับการอบรม การเรียนการสอนในสถาบันสมทบเป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข จะได้นำข้อมูลจากดูงานครั้งนี้ไปปรับปรุง ระบบการทำงาน การเรียนการสอนของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับรู้และรู้จักแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมากขึ้น และทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จะเป็นศูนย์ความร่วมมือที่จะช่วยให้การพัฒนางานปฐมภูมิคลินิกหมอครอบครัวของกระทรวงสาธารณสุขได้มาก”ปลัด สธ. กล่าว

ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว      ปลัด สธ.กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นจะสนับสนุนคลินิกหมอ ครอบครัว(PCC)ในเขตสุขภาพที่ 3 ประกอบด้วยจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท และอุทัยธานี และจะได้ขยายความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในเขตสุขภาพอื่นต่อไป รวมทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลด้านเวชศาสตร์ครอบครัวทั้งการผลิต การศึกษาต่อเนื่อง กำลังคนและการกระจายตัว

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข มีคลินิกหมอครอบครัว 48 ทีม ใน 16 จังหวัด โดยเน้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมเพื่อให้มีคลินิกหมอครอบครัวที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขยังได้ต่ออายุราชการให้กับแพทย์เกษียณอายุราชการ  ในปีงบประมาณ 2560 ที่สมัครใจรับราชการต่อ โดยให้อบรมระยะสั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวตามหลักสูตรมาตรฐาน เพื่อประจำคลินิกหมอครอบครัว (PCC)และกลับไปทำงานในคลินิกหมอครอบครัวในแต่ละพื้นที่

เด็กเภสัช มข.เล่าเรื่อง “ยา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276635

เด็กเภสัช มข.เล่าเรื่อง “ยา”

FameLab, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นักศึกษาเภสัชศาสตร์, เล่าเรื่องยา, เด็ก, เภสัช, เล่าเรื่อง, เด็กเภสัช, มขเล่าเรื่อง, ปริญญา ขินหนองจอก

เลือกพูดเรื่องยา เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีความรู้มากที่สุด และมั่นใจว่าจะตอบคำถามได้ในทุกเรื่อง

       “ปริญญา ขินหนองจอก”นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 5 หลักสูตรนานาชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันเล่าเรื่องทางวิทยาศาสตร์  FameLab Thailand 2017 ที่ประกาศผลเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 5 ห้องออดิทอเรียม

พ่วงด้วยการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลก FameLab International ณ สหราชอาณาจักร ภายใต้ชื่อ Cheltenham Science Festival ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั่วโลกกว่า 40ประเทศ ในเดือนมิถุนายนนี้..  

เด็กเภสัช มข.เล่าเรื่อง "ยา"  “ปริญญา ขินหนองจอก”นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 5 หลักสูตรนานาชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นโดย British Council Thailand เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้นำเสนอเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ ในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย จะต้องแข่งขันเล่าเรื่องทางวิทยาศาสตร์ในรอบสุดท้ายคนละ 3 นาที

“ปริญญา ขินหนองจอก” เล่าว่า  เลือกพูดเรื่องยา เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีความรู้มากที่สุด และมั่นใจว่าจะตอบคำถามได้ในทุกเรื่อง ดังนั้น ตั้งแต่รอบแรกพูดเรื่อง ยาทำงานอย่างไรในร่างกาย พอรอบ 10 คนสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศ พูดเรื่องPersonalized Medicine: The future is now ยาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เป็นเทรนด์ของการรักษาแบบใหม่

“ก่อนขึ้นพูดบนเวทีรู้สึกตื่นเต้นมากครับ แต่ก็คิดว่านี่เป็น 3 นาทีแห่งชีวิตของเรา จึงสลัดความตื่นเต้นออกและก้าวขึ้นบนเวทีอย่างมั่นใจและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และสุดท้ายก็ทำสำเร็จ ดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้รางวัลชนะเลิศ และเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งระดับโลกในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ที่สหราชอาณาจักรในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ”

เด็กเภสัช มข.เล่าเรื่อง "ยา"

ขอขอบคุณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย รศ.ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์  ที่ให้โอกาสและสนับสนุนในการเข้าแข่งขันการเล่าเรื่องทางวิทยาศาสตร์ FameLab Thailand ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ ผศ.ดร.ทิพาพร กาญจนราช ที่คอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ขอขอบคุณคณาจารย์ บุคลากร เพื่อนๆ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ทุกๆ คนที่คอยเชียร์ และเป็นกำลังใจ และที่ขาดไม่ได้คือครอบครัว พ่อแม่ ทีคอยให้กำลังใจและสนับสนุน การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้

โครงการ FameLab การแข่งขันการนำเสนอเรื่องราวทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยความร่วมมือระหว่าง British Council Thailand,กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)  พร้อมด้วย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้ผลิตรายการไอที 24 ชั่วโมง

เด็กเภสัช มข.เล่าเรื่อง "ยา"

เป็นโครงการที่ถือว่าเป็นการแข่งขันการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (the world’s biggest science communication competition) ผู้นำเสนอจะต้องถ่ายทอดแนวความคิด ที่จุดประกายความคิดและสร้างความบันเทิงให้กับผู้ฟัง ภายในระยะเวลา 3 นาที ต่อหน้าคณะกรรมการและผู้ฟัง โดยไม่ใช้สื่ออื่นใดในการแข่งขัน การแข่งขันฯ จัดขึ้นในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก และได้สร้างคุณประโยชน์แก่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จำนวนนับไม่ถ้วน โดยการแข่งขันเดือนมิถุนายนนี้ จะมีผู้ร่วมแข่งขันทั่วโลกกว่า 40ประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกเวทีสร้างเครือข่ายจากคนในแวดวงการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

“ภาวิช” ตอบแล้ว 3 คำถาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276595

“ภาวิช” ตอบแล้ว 3 คำถาม

มนครพนม, 3 คำถาม, แล้ว, คำถาม, ภาวิช, ตอบแล้ว, คมชัดลึกออนไลน์

ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช นายกสภา(มนพ.)” ตอบแล้วคำถาม3ข้อ บอกไม่เกี่ยวเครื่องบินตก แย้ง มรภ.กาฬสินธุ์ ไม่ใช่คำสั่งป.ป.ช.เตรียมรวบรวมเอกสารฟ้องคนทำเสียชื่อ

         หลังจาก “คมชัดลึกออนไลน์” ได้นำเสนอข่าว ขอ3คำถาม ให้นายกสภา มนพ.ตอบ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ คำให้สัมภาษณ์ ของ ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร คณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มนพ.  เรียกร้องให้  “ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.)” ตอบคำถาม 3 ข้อ ดังนี้    1. การชดใช้ความเสียหายทางละเมิด ตามคำพิพากษาของศาลฏีกาสูงสุด ที่ 2432/2555 มูลค่า 150 กว่าล้าน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามสัญญาโอนสิทธิ์เรียกร้องในค่างวดงานก่อสร้างระบบสาธารณูปการ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  2.จากกรณีเครื่องบินตกทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ของมหาวิทยาลัยนครพนม และ  3. การที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด กรณีมรภ.กาฬสินธุ์ คดีอาญา 86/58 ลว. 8 มิย. 2558 ที่ตำรวจสน.นามน พนักงานสอบสวนมีความเห็นส่งฟ้อง ส่งอัยการจ.กาฬสินธุ์ 17 สค. 2558  นั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 พ.ค.2560  ศ.(พิเศษ) ดร. ภาวิช ชี้แจงกับ คมชัดลึกออนไลน์ ถึง 3กรณีนี้ ว่า ไม่เคยได้รับหนังสือหรือคำสั่งแจ้งผลการพิจารณาการชดใช้ความเสียหายทางละเมิดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาสูงสุด ดังกล่าว
ส่วนคำสั่งชี้มูลความผิดชอบจากป.ป.ช.กรณีมรภ.กาฬสินธุ์ ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นคำสั่งจากป.ป.ช. จึงไม่ทราบว่าผู้ที่ออกมาให้ข่าวไปเอาข้อมูลมาจากไหน
รวมถึงกรณีเครื่องบินตกจนทำให้มีผู้เสียชีวิต เรื่องนี้ ไม่ใช่กิจการของสภามหาวิทยาลัย       อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้ ได้ให้นักกฎหมายรวมรวบข้อมูลทั้งหมดเพื่อแจ้งความเอาผิดแก่ผู้ที่ให้ข่าวเสียหายแก่ตนเอง เพราะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้ข้อมูลและข้อมูลเหล่านั้นมาจากใคร
ทั้งนี้หลังจาก “คมชัดลึกออนไลน์” ได้เผยแพร่ข่าว ขอ3คำถาม ให้นายกสภา มนพ.ตอบ ปรากฏว่ามีคนส่งเอกสารเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวก่อสร้างที่มมส.จำนวน11หน้าโดยมีรายละเอียดดังนี้ /ลงเอกสาร หน้าแรก/หน้าสุดท้าย จากนี้

"ภาวิช" ตอบแล้ว 3 คำถาม

เอกสารหน้าแรก

"ภาวิช" ตอบแล้ว 3 คำถาม

เอกสารหน้าสุดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:ขอ3คำถามให้นายกสภามนพ.ตอบ


ปูทางสร้างอาชีพแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276604

ปูทางสร้างอาชีพแห่งอนาคต

มหกรรมการศึกษาแห่งชาติ, สร้าง, อาชีพ, แห่ง, อนาคต, Education 40

มหกรรมการศึกษาแห่งอนาคต EdTeX 2017 รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ

         กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษามาปรับใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของทั้งผู้เรียน และผู้สอน งาน Thailand’s Education Technology Expo หรือ EdTeX 2017 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 พฤษภาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยในระยะยาวและเป็นการปูทางไปสู่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพัฒนาและสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อผลิตบุคลากรสำหรับรองรับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ตามนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง

นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า    แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และก้าวไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในสื่อการเรียนการสอนจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปูทางสร้างอาชีพแห่งอนาคต

ด้านน.ส.บุษยา ประกอบทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน EdTeX 2017 กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเน้นการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษาที่ทันสมัยจากทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดง ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา ได้เข้ามาเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ซึ่งภายในงานจะแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 โซน คือ 1. โซนแสดงสินค้า และเทคโนโลยีการศึกษา และเทคโนโลยีการศึกษา ประกอบด้วยSmart Classroom จะมีการจัดแสดงสภาวะเสมือนจริงที่จำลองภาพเหตุการณ์จากคอมพิวเตอร์ หรือ Virtual Reality การจัดแสดงอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา Education IT Device เช่น พริ้นท์เตอร์ 3 มิติ อุปกรณ์บันทึกเสียง แท็ปเล็ตและหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา Robotและการจัดจำหน่ายสินค้าในด้านการเรียนการสอน เครื่องเขียน และอุปกรณ์ในชั้นเรียนต่างๆ

นอกจากนี้จะมีการจัดแสดง สื่อการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ E-Learning อาทิ แอพลิเคชั่น เพื่อการศึกษา การเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ และอุปกรณ์พิเศษสำหรับใช้ในการฟังและการมองเห็นรวมถึงการจัดแสดงระบบอื่นๆ เช่น ระบบ Jcampus จากบริษัทล็อกซเล่ย์ ซึ่งเป็นระบบการประเมินผล การวิเคราะห์การเรียนการสอน และบริหารจัดการด้านการเรียนการสอน เป็นต้น

ปูทางสร้างอาชีพแห่งอนาคต

และ 2. โซนการประชุมสัมมนาในหัวข้อการพัฒนาการศึกษาด้วยนวัตกรรม ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านการศึกษาระดับโลก เช่น Microsoft Google McGraw-Hill Education และยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษาชื่อดัง อาทิ ครูแอนดรูบิ๊ก ครูลูกกอล์ฟ ครูเคทและคุณคริสโตเฟอร ไรท์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอีกด้านการศึกษาอีกมากมาย ที่จะมาร่วมบรรยายในงานครั้งนี้

สำหรับงานThailand’s Education Technology Expo 2017 หรือ EdTeX 2017 จัดขึ้นเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยสู่ “Education 4.0” และปูทางสร้างอาชีพแห่งอนาคต เพื่อรองรับ “ประเทศไทย 4.0” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สนใจรายละเอียดเข้าชมได้ทางเว็บไซต์ http://www.edtex-expo.com/ หรือทางเฟซบุ๊คเพจ EdTeX 2017

คุมเข้ม!! แรงงานผิวดำเป็น”ครูสอนภาษา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276574

คุมเข้ม!! แรงงานผิวดำเป็น”ครูสอนภาษา”

จันท์, เมือง, พลอย, กกจ, ต่างด้าว, แอฟริกา, ตี้ร, อรูป, ตี้รอรูป, เข้ม, คุมเข้ม, แรงงาน, ผิวดำ, เป็น, ภาษา, ครูสอนภาษา

คุมเข้ม!! ตรวจสอบคนต่างด้าวผิวดำชาวแอฟริกา เข้ามาทำธุรกิจค้าพลอยเมืองจันท์ กว่า 500 ราย เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ อีก 14 คน

          กระทรวงแรงงาน มีมาตรการเข้มตรวจสอบคนต่างด้าวชาวแอฟริกาลักลอบทำงานค้าพลอยที่จันทบุรี เผยยอดออกใบอนุญาตทำงานธุรกิจค้าพลอยแล้วกว่า 500 ราย พบส่วนใหญ่เป็นสัญชาติกินี มาลี แกมเบียและโกตดิวัวร์ ขณะที่มีการจัดตั้งจดทะเบียนบริษัทค้าพลอยจำนวน 306 แห่ง

          เมื่อวันที่ 12พ.ค.2560 นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้กรมการจัดหางาน   ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมตรวจสอบจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานผิดกฎหมาย ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามคนต่างชาติกระทำผิดกฎหมาย

“ซึ่งจากกรณีที่มีชาวแอฟริกาใช้ VISA TOURISM เป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาประกอบธุรกิจค้าขายพลอย โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานในจังหวัดจันทบุรี นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมการจัดหางานได้มีมาตรการในการตรวจสอบจับกุมอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบความถูกต้องเรื่องการจดทะเบียนบริษัท ความจำเป็นในการขออนุญาตทำงานการทำงานของคนต่างด้าว โดยให้มีสัดส่วนการจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งมีการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องอีกด้วย”อธิบดี กกจ.

ทั้งนี้ กรมการจัดหางาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดจันทบุรีจะได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นในจังหวัดเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป

นายวรานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรีพบว่าชาวแอฟริกาเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรจำนวนประมาณ 700 คน ส่วนใหญ่ได้ VISA TOURISM หรือ VISA Non immigrant O ปัจจุบันมีการจัดตั้งจดทะเบียนบริษัทค้าพลอยจำนวน 306 แห่ง ออกใบอนุญาตทำงานเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว จำนวน 562 คน โดยส่วนใหญ่เป็นสัญชาติกินี 442 คน มาลี 72 คน แกมเบีย 12 คน โกตดิวัวร์11 คน และอื่น ๆ 537 คน (มาลากาซี แซมเบีย กาน่า ไนจีเรีย เคนยา เซียร์ราลีโอน แคเมอรูน)

นอกจากนี้  ยังมีชาวแอฟริกาเข้ามาทำงานในตำแหน่งครูสอนภาษาอังกฤษ อีกจำนวน 14 คน เป็นสัญชาติแคเมอรูน 12 คน กาน่า 1 คน และแซมเบีย 1 คน ทั้งนี้ หากคนต่างด้าวประสงค์จะทำงานในประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาตทำงาน และเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“แรงงานต่างด้าวสามารถติดต่อขอใบอนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานที่ทำงานของคนต่างด้าว สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 “อธิบดี กกจ. กล่าวในที่สุด