ไม่ใช่แค่พยาบาล ครูอาชีวะก็ขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276624

ไม่ใช่แค่พยาบาล ครูอาชีวะก็ขาด

คมชัดลึก, วิกฤต, ก็ขาดแคลน, ครูอาชีวะ, ไม่ใช่แค่, ไม่ใช่, พยาบาล, อาชีวะ, ไม่ใช่แค่พยาบาล, ครูอาชีวะก็ขาด, วิกฤตครูอาชีวะ, ลูกศิลป์

“วิกฤตครูอาชีวะ” ขาดแคลนสะสมกว่าหมื่นอัตรา เผยปี 2559 ขอกำลังคนเป็นพนักงานราชการ 15,000 แต่ได้แค่ 990

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนังสือพิมพ์ “ลูกศิลป์” หนังสือพิมพ์ ฝึกปฏิบัติของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร  ได้เผยแพร่ข่าวเรื่อง วิกฤตครูอาชีวะขาดแคลนสะสมนับหมื่น

โดยในเนื้อข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบ สถานการณ์การขาดแคลนครูในระดับอาชีวศึกษา พบรายงานกลุ่มงานจัดการงานบุคคล สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ระบุว่า วงการอาชีวศึกษากำลังประสบปัญหาขาดแคลนครูสะสมอย่างต่อเนื่อง จากที่ควรมี 33,243 คน แต่มีอยู่จริงเพียง 15,206 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามผู้บริหารและอาจารย์ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาหลายแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่างระบุตรงกันว่าการขาดแคลนครูช่าง ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนจริง

โดย นางภาวดี บัวศรี อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กรุงเทพฯ เผยว่า ในระบบมีการบรรจุครูเป็นข้าราชการน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นครูอัตราจ้าง ทั้งที่มีการเปิดสอบทุกปี แต่กลับเรียกเข้าบรรจุเป็นจำนวนน้อยกว่าคนที่ไปสอบ หรือน้อยกว่าจำนวนครูที่ระบบต้องการ

ขณะที่ นายดำรงเดช สุริยา ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างสกลนคร จังหวัดสกลนคร ยอมรับว่า จำเป็นต้องจ้างบุคลากรที่จบตามสาขานั้นๆ มาสอนวิชาพื้นฐาน แต่ครูอัตราจ้างไม่มั่นคงเหมือนข้าราชการ สอนเพียงไม่กี่ปีก็ลาออก ทำให้วิทยาลัยต้องหาคนมาทดแทน จึงเกิดปัญหาการสอนไม่ต่อเนื่อง

ด้านนางสาวนงค์นุช สีสะใบ ครูอัตราจ้างวิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า เป็นครูอัตราจ้างมา 14 ปี แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุ รู้สึกว่าไม่มีความมั่นคงของอาชีพ เพราะไม่มีสวัสดิการและเงินเดือนที่เพียงพอ

นางปัทมา วีระวานิช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สอศ. ชี้แจงว่าปี 2559 สอศ. ยื่นขอกำลังคนเป็นพนักงานราชการกว่า 15,000 คน แต่ได้รับจัดสรรกลับมาเพียง 990 คนเท่านั้น เนื่องจากปัญหาด้านการรับครูอัตราจ้างแทน ทั้งนี้ในปี 2560 สอศ.จะเสนอโครงการแก้ปัญหาขาดแคลนครู เพื่อเพิ่มและคืนครูเข้าสู่ระบบ คิดเป็นงบประมาณกว่า 170 ล้านบาท

นางปัทมา กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาไม่ได้รับการบรรขุของครูอัตราจ้าง สอศ.มีการแก้ปัญหาโดยเปิดสอบบรรจุทั้งรอบเฉพาะของครูอัตราจ้าง และรอบบุคลากรภายนอก ซึ่งครูอัตราจ้างสามารถสอบได้ทั้ง 2 รอบ

“สอศ.พยายามช่วยครูอัตราจ้างอย่างเต็มที่ เพราะบางคนอยู่เป็น 10-20 ปี รู้ระบบอาชีวะเป็นอย่างดี เมื่อมีอัตราจ้างบางคนอาจหลุดออกมาจากระบบ แต่เราก็พยายามรักษาพวกเขาไว้อย่างเต็มกำลัง” นางปัทมา กล่าว

 ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ 

ม.รามคำแหง ยืนยัน”ไม่เคย”ทารุณสุนัขจรจัด ในทุกกรณี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276608

ม.รามคำแหง ยืนยัน”ไม่เคย”ทารุณสุนัขจรจัด ในทุกกรณี

มร, สุนัข, รามคำแหง, ยืนยัน, ไม่เคย, ทารุณ, สุนัขจรจัด, กรณี, มรามคำแหง, ในทุกกรณี

ม.รามคำแหง ออกประกาศ ยืนยัน”ไม่เคย”ทารุณสุนัขจรจัด ในทุกกรณี

        เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2560  มหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.)ได้ออกประกาศว่า  ตามที่มีกลุ่มบุคคลได้เผยแพร่ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีการกำจัดสุนัขจรจัด และมีการกระทำต่างๆที่เป็นการทารุณสุนัขจรจัดภายในบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง นั้น

         มหาวิทยาลัยรามคำแหงขอยืนยันว่า มหาวิทยาลัยไม่เคยมีการกระทำดังกล่าวในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายหรือจับฝังทั้งเป็น รวมทั้งไม่เคยมีการโบกปูนเพื่อปิดทางเข้าออกของสุนัข ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเช่นนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

         จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว หยุดการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการใส่ร้ายป้ายสีมหาวิทยาลัย เพราะการกระทำเช่นนั้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มิเช่นนั้นมหาวิทยาลัยจะดำเนินการเอาผิดทางกฏหมายกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อไป

     “ขอยืนยันว่ารามคำแหงไม่มีนโยบายในการกำจัดสุนัขจรจัด และไม่เคยสั่งการให้เจ้าหน้าที่คนใดทำร้ายสุนัขเช่นที่ถูกกล่าวหา หากผู้กล่าวอ้างมีหลักฐานก็ขอให้ส่งหลักฐานมาให้มหาวิทยาลัย เพื่อจะได้พิจารณาข้อเท็จจริง ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมตามที่กล่าวอ้าง มหาวิทยาลัยจะพิจารณาลงโทษทางวินัยต่อไป”

ติวเข้มผู้ประกอบการOTOP

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276606

ติวเข้มผู้ประกอบการOTOP

มหอการค้าไทย, เข้ม, ผู้ประกอบการ, OTOP, ธุรกิจออนไลน์

มกค.จับมือภาคเอกชน หนุนผู้ประกอบการ OTOP ให้ความรู้การทำการค้าออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์ม มุ่งสร้างความรู้อีคอมเมิร์ซและการปฏิบัติการจริง

       “ธุรกิจออนไลน์” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความสนใจ และสร้างมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องรู้ถึงองค์ความรู้ ในการพัฒนา SME 4.0 ในการทำธุรกิจออนไลน์ 1-2 Sell การเตรียมตัวขายสินค้าออนไลน์เชิงลึก การใช้ระบบ การเพิ่มสินค้าและการเวิร์คช็อปเชิงลึกเกี่ยวกับการเป็นผู้ค้าออนไลน์ เพื่อสนับสนุนและเสริมศักยภาพโลกการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการOTOPและบุคคลทั่วไป

       รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค.) กล่าวว่า มกค.ได้ร่วมมือกับบริษัทอารีบาบาและลาซาด้า ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านอีคอมเมิร์ซให้กับนักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมถึงผู้ประกอบการชาวไทยทั่วประเทศพร้อมเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมด้านการค้าออนไลน์ในแบบฉบับของ Alibaba.com เทคนิคการเปิดร้านออนไลน์ให้มีรายได้เป็นล้านต่อปี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ Alibaba Chinese Gold Members และที่สำคัญมีการให้คำปรึกษา 1 ต่อ 1 ในการนำสินค้าเข้าไปขายในอาลีบาบา

“การลงนามความร่วมมือดังกล่าว นอกจากเป็นการยกระดับผู้ประกอบการสินค้า OTOP ของประเทศแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ลงนามความร่วมมือสร้างหลักสูตรอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นพาร์ทเนอร์แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรอีคอมเมิร์ซแก่ผู้ประกอบการไทยและนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มุ่งสร้างเด็กหัวการค้ายุค 4.0 และร่วมจัด Exclusive Dream Trip เป็นครั้งแรกกับการเดินทางไปฝึกอบรมอีคอมเมิร์ซครบวงจรที่สำนักงานใหญ่ Alibaba.com หางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน” รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าว

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276590

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

ของขวีญจากพ่อ, ของขวัญ, ถวาย, พ่อหลวง, ถวายแด่, พ่อหลวง ร9, พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร9, บ้าน, จิตอาสา

3 จิตอาสาวัยใส แสดงพลังร่วมสร้าง “ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9” ในกิจกรรม “พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9”

       เมื่อไหร่ก็ตามที่“บ้าน”ของเรามีกิจกรรมใหญ่ๆ ที่ต้องการกำลังคนจำนวนมากเพื่อมาช่วยเหลือ เราก็จะได้ยินคำว่า “จิตอาสา” ที่จะคอยเข้ามาช่วยเหลืองานในแต่ละส่วนตามกำลังที่ตัวเองมีแบบไม่หวังสิ่งตอบแทนอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจที่คนไทยมีให้กันมาโดยตลอด อย่างเช่นในกิจกรรม “พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9”ที่จัดขึ้น ณ พอร์โต้ ชิโน่ เมื่อเร็วๆ นี้ เราก็ได้มีโอกาสพบเจอจิตอาสามากมาย เรียกได้ว่าตั้งแต่รุ่นคุณยายไปถึงรุ่นหลานที่อาสาเข้ามาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ดารารัตน์ด้วยความตั้งใจจริง เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อหลวง ร.9เป็นครั้งสุดท้าย

“พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9”เป็นกิจกรรมที่พอร์โต้ ชิโน่ ได้ร่วมมือกับทางจังหวัดสมุทรสาคร วัฒนธรรมจังหวัด สโมสรโรตารี่สมุทรสาคร สโมสรโรตารี่บ้านแพ้ว สโมสรโรตารี่กระทุ่มแบน กลุ่มสตรีท่าฉลอม โรงพยาบาลมหาชัย และวิทยากรจากกลุ่มน้ำใจไมตรี ในการเปิดพื้นที่ให้กับจิตอาสาได้มาร่วมเรียนรู้และประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ (ดารารัตน์)ซึ่งเป็นดอกไม้จันทน์ที่จะใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครได้มาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาและทำสิ่งดีๆ เพื่อพ่อหลวงรัชกาลที่

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

 น้องสตางค์ หรือด.ช.พุทธวรรธน์ เอกชัยเจริญสุข 

 ด.ช.พุทธวรรธน์ เอกชัยเจริญสุข หรือ น้องสตางค์ อายุ 14ปี นร.ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ กล่าวว่าทราบข่าวการจัดกิจกรรม พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9  ในครั้งนี้ มาจากพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง ซึ่งดีใจมากๆ ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ใกล้บ้าน เพราะอยากจะทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9เป็นครั้งสุดท้ายด้วยการทำดอกไม้จันทน์ให้กับพระองค์ ซึ่งตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะเพิ่งหัดทำเป็นครั้งแรก แต่เมื่อได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ วิทยากรที่มาสอนให้ และลองฝึกทำซ้ำๆ ก็เริ่มที่จะทำดอกไม้ออกมาได้สวยมากขึ้น ซึ่งจะเก็บดอกไม้ที่ผมทำเองกับมือไปถวายพระองค์ด้วยมือของตนเอง

ด้านของ น้องฟ้า หรือ เด็กหญิงเกศกนก มีบุญ อายุ 14ปี นร.มัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ ซึ่งสาวน้อยนักประดิษฐ์คนนี้ได้มาร่วมเป็นจิตอาสา ในการประดิษฐ์ดอกดารารัตน์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

“เมื่อทราบข่าวว่าที่พอร์โต้ ชิโน่ จะให้เราได้มาช่วยกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้พ่อหลวง ร.9หนูดีใจมากๆ เลยค่ะ เพราะจะได้มาทำดอกไม้ให้ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ก็เลยขอตามคุณแม่มาร่วมงานด้วย ซึ่งพี่ๆ วิทยากรทุกคนในงานนี้ก็ใจดีกันมากเลยค่ะ คอยให้คำแนะนำและสอนวิธีการทำดอกไม้จันทน์แบบดอกดารารัตน์ให้หนู จนตอนนี้หนูสามารถทำเองเป็นและคิดว่าจะนำไปสอนให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนได้ฝึกทำกันด้วยค่ะ” น้องฟ้า กล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

น้องฟ้า หรือ เด็กหญิงเกศกนก มีบุญ

น้องฟ้า ยังได้ร่วมบอกเล่าวิธีการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ดารารัตน์ ว่า เริ่มต้นจากการเตรียมกลีบดอก  ซึ่งจะมี 2ขนาดด้วยกัน โดยแบ่งเปลือกข้าวโพดออกเป็น 3ชิ้น เพื่อตัดกลีบดอกขนาดใหญ่ก่อน แล้วก็ค่อยแบ่งเปลือกข้าวโพดที่เหลือออกเป็น 3ชิ้นเหมือนเดิม แต่กลีบดอกที่ตัดออกมาจะมีขนาดเล็กกว่าชุดแรก ซึ่งเมื่อเตรียมกลีบดอกเสร็จแล้วพักไว้ ไปเตรียมส่วนของเกสรด้านใน โดยฉีกเปลือกข้าวโพดออกมาเป็นเส้นๆ แล้วผูกให้เป็นปมตรงกลางคล้ายๆ ดอกไม้จีน ทำทั้งหมด 3เส้น จากนั้นก็นำไปห่อ โดยตัดเปลือกข้าวโพดอีกอันออกมาแล้วตัดเป็นฟันปลาตรงด้านบนของใบ แล้วค่อยๆ ม้วนรวมกันให้ตัวเกสรอยู่ตรงกลาง

เมื่อได้มัดด้วยด้ายให้แน่น หลังจากนั้นนำกลีบใหญ่ที่เตรียมไว้มาทากาวลงบริเวณโคน แล้วนำมาติดกับตัวเกสรด้านในและมัดให้แน่นค่ะ ทำแบบนี้จนครบทั้ง 3ชิ้น ถัดมาก็นำใบเล็กทั้ง 3ใบมาติดสลับระหว่างใบใหญ่ลงใบ เพื่อปิดช่องว่างและเสริมให้กลีบดอกแน่นขึ้น เสร็จแล้วก็ทำเกสรยาว ด้วยการฉีกเปลือกข้าวโพดให้เป็นเส้นเล็กๆ นำมาม้วนให้เป็นเกลียวนิดหน่อย แล้วก็นำมาติดกับตัวช่อดอกไม้และมัดให้แน่น สุดท้ายก็ให้นำเทปฟลอร่ามาปิดทับตั้งแต่โคนลงไปถึงก้านดอก ตัดแต่งก้านให้สวยงาม ก็เป็นอันเสร็จพิธี

ปิดท้ายกันกับน้องเล็กอย่าง น้องฟรี หรือ เด็กชายชนะพล ญัติพันธุ์ อายุ 9ปี นร.ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดสุนทรสถิต)ในพระราชูปถัมภ์ฯเล่าว่าแม่บอกว่า ดอกไม้ที่ช่วยกันทำในวันนี้คือของขวัญที่คนไทยอยากมอบให้กับในหลวง ร.9เป็นครั้งสุดท้ายเพราะในหลวง ร.9รักคนไทยทุกคน คนไทยจึงรักท่านมากเช่นกัน ในช่วงวันหยุดปิดเทอมแบบนี้ เลยอยากมาช่วยแม่ทำดอกไม้นี้ให้กับท่านด้วย ซึ่งอาจจะทำได้ไม่เยอะมากเหมือนพี่ๆ คนอื่นๆ แต่มีความตั้งใจและความพยายาม

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

น้องฟรี หรือ เด็กชายชนะพล ญัติพันธุ์ กับคุณแม่

พอพล พูลละออ กรรมการบริษัท ดี แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารไลฟ์สไตล์มอลล์ พอร์โต้ ชิโน่ ซึ่งเป็นเจ้าบ้านของการจัดกิจกรรม พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9  กล่าวว่ากิจกรรมพับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9ในวันนี้ ได้เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน โดยเฉพาะชาวสมุทรสาครได้มาร่วมใจกันทำดอกไม้จันทน์ให้กับในหลวง ร.9ส่วนหนึ่งก็คือเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสทำดอกไม้จันทน์ด้วยฝีมือตัวเองและนำไปร่วมพิธี และอีกส่วนหนึ่งคือเพื่อให้จิตอาสาที่มาร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์และนำไปสมทบกับทางกลุ่มน้ำใจไมตรี ที่เราตั้งเป้าไว้ที่ 100,000ช่อ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

“ของขวัญ” ถวายแด่ “พ่อหลวง ร.9”

สำหรับกิจกรรม “พับดอกไม้จันทน์แทนใจถวายพ่อหลวง ร.9”เป็นกิจกรรมหมุนเวียน ซึ่งเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะมาเป็นจิตอาสาร่วมทำดอกไม้จันทน์ ก็สามารถแวะเข้ามาร่วมกิจกรรมที่ พอร์โต้ ชิโน่ ได้อีกครั้ง ในระหว่างวันที่ 1-31สิงหาคม 2560โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมได้ที่ 1793ต่อ 4หรือ 098-248-4238ทางออนไลน์ได้ที่ Facebook portochinoหรือ Line: porto_chino

ย้ำ!!เปิดเทอมร.ร.ต้องพร้อม-ปลอดภัยสำหรับนักเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276542

ย้ำ!!เปิดเทอมร.ร.ต้องพร้อม-ปลอดภัยสำหรับนักเรียน

เตรียมพร้อม, กำชับ, เปิดเทอม, ต้อง, พร้อม, ปลอดภัย, สำหรับ, นักเรียน

สพฐ.แจ้งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 16 พ.ค.นี้ สั่งร.ร.เช็คให้อุปกรณ์ต่างๆ โต๊ะเก้าอี้ สายไฟ จุดอับ ตัดแต่งต้นไม้ ดูแลความปลอดภัยเส้นทางบ้าน-ร.ร.ของนักเรียน

         เมื่อวันที่ 12 พ.ค.60 นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) และสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ให้เตรียมความพร้อมก่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่งจะเปิดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 16 พ.ค.นี้ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเรื่องความปลอดภัย ซ่อมแซมอาคารเรียน ประตูหน้าต่าง ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ ปลั๊กไฟ โต๊ะเก้าอี้ ระบบน้ำประปา เครื่องเล่นสนาม ประตูฟุตบอล ประตูรั้วโรงเรียน ล้อมรั้วรอบสระน้ำในโรงเรียนให้มั่นคงแข็งแรง ส่วนสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียน ต้องตัดแต่งต้นไม้ กิ่งไม้  กำจัดต้นไม้หรือวัชพืชที่เป็นพิษ หรือมีผลเป็นพิษ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หนู สัตว์เลื้อยคลาน  และสัตว์มีพิษต่าง ๆ เก็บกวาดขยะให้สะอาด ดูแลสนามหญ้าให้โล่งเตียนไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย

ทั้งนี้ ขอให้สำรวจจุดอันตรายในบริเวณโรงเรียน เส้นทางเดินไป-กลับของนักเรียน จัดที่จอดรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ จุดจอดรับ-ส่งนักเรียนประสานสำนักงานขนส่งจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร กำกับและควบคุมพฤติกรรมของพนักงานขับรถนักเรียนระมัดระวังในการพานักเรียน คณะครูไปทัศนศึกษาเข้าค่ายพักแรม รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือ ในการป้องกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยกับนักเรียน พร้อมทั้งวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การให้ความรู้ ขณะเกิดเหตุจะต้องทำอย่างไร ในการหลีกเลี่ยงหรือเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์นั้น ๆ และภายหลังเกิดเหตุแล้วจะขอความช่วยเหลือได้อย่างไร โดยสามารถศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย http://www.disaster.go.th

นายการุณ กล่าวต่อไปว่า ด้านสุขภาพอนามัย ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสุขภาพนักเรียนทุกคนหากปรากฏอาการที่น่าสงสัยควรนำไปพบแพทย์เพื่อรักษาและป้องกันมิให้แพร่ไปยังเพื่อนนักเรียน คัดกรองนักเรียนและจัดครูให้ความรู้หน้าเสาธงเกี่ยวกับโรคระบาดและโรคติดต่อ ปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีให้แก่นักเรียน โดยสามารถศึกษาแนวทางการดูแลสุขภาพจากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข http://www.moph.go.th  การกระทำของมนุษย์ที่ทำให้ก่อเหตุร้ายต่างๆ เช่น การหลอกลวงต้มตุ๋น ลักทรัพย์ วางมาตรการในการป้องกันนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท พกอาวุธ กรณีชู้สาว แม่วัยใส หลบหนีการเรียน ติดเกมส์ เสพสิ่งมึนเมาและสารเสพติด พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการทำประกันชีวิตและทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มให้กับนักเรียนและบุคลากรทุกคน อย่างไรก็ตาม เน้นย้ำให้ สพท.สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อความไม่ประมาทและการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276466

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก, นักสื่อสารวิทยาศาสตร์, เรียน, เล่า, วิทย์, ยังไง, สนุก, เรียน-เล่าวิทย์ฯ, ให้สนุก, ปริญญา ขินหนองจอก

เปิดเคล็ดลับ 3 นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

       “ผมอยากให้คนลบภาพเหมารวมว่าเด็กวิทย์ต้องขรึม ต้องเนี๊ยบ ต้องเก็บตัวออกไป เด็กวิทย์ฯ แบบเพี้ยนๆ บ้าบอ คุยเก่งก็มีครับ แบบผมนี่ไง”  บิ๊กบอส หรือ ธนภัทร ถนอมดำรงศักดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น กล่าว

     บิ๊กบอส มีความฝันอยากเป็นทันตแพทย์มานานแล้ว เลยตั้งใจเรียนวิทย์ เทคโนโลยีและสาธารณสุขให้ดี แต่ไม่ได้เรียนให้เก่ง เพราะเชื่อว่าวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี นั้นเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้ขาดไม่ได้ แต่จะเรียนยังไงไม่ให้เครียด

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

ธนภัทร ถนอมดำรงศักดิ์

      โจทย์ของเราคนรุ่นใหม่  คือ เรียนโดยเอาสิ่งของรอบตัวมาเปรียบเทียบ เช่น เอากล่องมาเปรียบเป็นสมองเด็ก ให้จำง่ายๆ แบ่งส่วนของกล่องให้เป็นพื้นที่ต่างเพื่อแยกส่วนว่า สมองประกอบด้วยโครงสร้างอะไรบ้าง ซึ่งเป็นทักษะการเรียนวิทยาศาสตร์ให้สนุกและเพลิดเพลิน

      ภายหลังทราบผลว่าชนะชนะการประกวดการแข่งขันเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกแขนง ในโครงการสคูลแลบ (School Lab) เป็นปีแรก อันเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของโครงการ เฟมแลบ ( FameLab ) ซึ่งดำเนินการมา ภายใต้การความร่วมมือของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริติช เคานซิล และกลุ่มทรู

      ซึ่งทั้ง2กิจกรรม ประกาศผลรางวัลและผู้ชนะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและทุนการศึกษาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ

     บิ๊กบอส เล่าวต่อว่า ดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ และอยากให้ผู้จัดมีกิจกรรมเช่นนี้อีกต่อไป อยากให้สังคมรู้ว่าวิทยาศาสตร์ไม่น่าเบื่อและเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วนเทคนิคการเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ให้สนุกนั้นจำเป็นต้องมองวัตถุ เนื้อหา และแหล่งข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด

      สิ่งสำคัญ คือ การฝึกจดข้อมูล ย่อย วิเคราะห์ แยกแยะและ สรุปข้อมูล เพื่อจะได้ทบทวนและการเรียน และด้วยทักษะนี้ทำให้ เขามีผลการเรียนดีในสาระความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

    แต่เขาเชื่อว่า เมื่อเรียนดีแล้วต้องมีการถ่ายทอดความรู้ด้วย ทักษะการสื่อสารจึงจำเป็น เขาจึงเลือกจะฝึกทักษะดังกล่าวเพิ่มเติมและมักได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำเสนอโครงการทุกครั้ง เนื่องจากทักษะการสื่อสารที่ชาญฉลาด

      สำหรับการแข่งขันครั้งนี้หนุ่มผู้คลั่งไคล้ศาสตร์ด้านชีววิทยาได้เลือกนำเสนอเรื่อง Mirror Neuron หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนอง ต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ เช่นการตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การได้เห็นภาพ และการได้กลิ่น ตัวกระตุ้นที่เรารับผ่านประสาทสัมผัส เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด

       รวมถึงมนุษย์ โดยเฉพาะผ่านการกระทำของผู้อื่น ถ้าเราต้องการที่จะอยู่รอด เราต้องเข้าใจการกระทำของคนอื่น ถ้าปราศจากสิ่งนี้ ก็ไม่มีสังคมมนุษย์ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น คือสามารถเรียนรู้จากการสังเกต และเลียนแบบผู้อื่น ซึ่งเราสามารถอธิบายจาก ทฤษฏีเซลล์กระจกเงา

    “ เราจะอธิบายเรื่องนี้ได้คิดว่าอย่าไปพูดถึงสมองให้พูดถึงกระจก เวลาเราส่องกระจกอะ เราเห็นเงาในกระจกทำทุกอย่างเหมือนเรา นั่นแหละครับที่ผมจะเล่าว่า สมองคนเราบางทีทำงานแบบนั้น โดยเฉพาะสมองเด็ก คิดวิเคราะห์ยังไม่เป็นก็เลียนแบบไว้ก่อน ผมดีใจมากที่ได้พูดความรู้นี้ออกไปให้คนดูคนฟังเขารู้ และเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ไม่น่าเบื่อ”ธนภัทร กล่าวทิ้งท้าย

      ขณะที่ธีระพงษ์ พลตื้อ หรือมาร์ค นักเรียนชั้นปีที่ 5 เพื่อนรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนของบิ๊กบอส ที่เข้าร่วมการแข่งขันโครงการและได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง มองว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากมาย แต่หากผู้เรียนจมอยู่กับกองข้อมูล ไม่มีการคิด วิเคราะห์และผ่อนคลายตนเอง มักจะทำให้ผู้เรียนเกิดความท้อ เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

   ธีระพงษ์ พลตื้อ

ดังนั้นทักษะเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ให้เก่ง และสนุก คือ ต้องฝึกผ่อนคลายตัวเอง ด้วยการสร้างสรรค์เนื้อหาวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่าย ซึ่งโครงการสคูลแลบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกและถึงไม่ได้รับรางวัลอะไรเลยก็คุ้มจะเรียนรู้และเข้าร่วมการแข่งขัน

      “ก่อนมาผมต้องฝึกพูดหลายรอบ พูดกับตัวเอง จนบางครั้งถามตัวเองว่าเพี้ยนหรือเปล่า แต่เชื่อไหมครับว่า การทบทวนเนื้อหาวิทยาศาสตร์ที่ดี คือ การฝึกพูด ฝึกถ่ายทอดครับ ไม่งั้น ข้อมูลจะหายไปหมด” มาร์ค เสริมข้อดีของการสื่อสารวิทยาศาสตร์ต่อจากรุ่นน้อง

     ไม่ใช่แค่เยาวชนรุ่นมัธยมปลายเท่านั้นที่มองว่า วิทยาศาสตร์ฯ ท้าทาย แต่นักศึกษาระดับอุดมศึกษารุ่นใหม่อย่าง “ปริญญา ขินหนองจอก” หรือ “แยม” ชั้นปีที่ 5 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ชนะกิจกรรมเฟมแลบ เล่าเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ ก็เชื่อเช่นนั้น และเชื่อว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของทุกคน

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

   ปริญญา ขินหนองจอก

 อย่างกรณีเรื่องยาที่ได้นำเสนอไปนั้น เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก เนื่องจากวงการแพทย์และสาธารณะสุขทุกที่ต้องนำมาใช้ แต่การใช้ยาต้องมาพร้อมกับความเข้าใจ โดยเมื่อแพทย์ บุคลากรสาธารสุข เข้าใจแล้ว คนไข้เองต้องเข้าใจด้วย

      นี่คือโจทย์ของวงการสาธารสุขทั่วโลกที่จะต้องสื่อสารเรื่องยาให้คนทั่วไปเรียนรู้และรับทราบข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด ของยา อย่างกรณีที่นำเสนอครั้งนี้เป็นเรื่องยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอย่างเหมาะสม คือ ทุกคนควรทราบว่า ยาแต่ละชนิดที่ใช้รักษาประชากรแต่ละภูมิภาคนั้นออกฤทธิ์ต่างกัน ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาเอง เคยทำวิจัยมาแล้ว และในอนาคตต้องศึกษาต่อ จึงคิดว่าโจทย์นี้สำคัญมากสำหรับคนไทย และนำมาแข่งขัน ซึ่งไม่ได้มุ่งหวังจะชนะแต่อยากให้คนไทยได้ความรู้

     แอนดรูวส์ กลาส ผู้อำนวยการ บิติช เคาซิลประเทศไทย ระบุว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะทุกคนด้วย โดยในส่วนของผู้ชนะเฟมแลบนั้น จะมีโอกาสไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival ) ณ สหราชอาณาจักร พร้อมรับทุนการศึกษาและสิทธิพิเศษ ในการเข้าเยี่ยมชมห้องแลบทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำประเทศใดก็ได้ในทวีปยุโรป ส่วนผู้ชนะสคูลแลบนั้นจะได้ไปทัศนศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ที่สหราชอาณาจักร พร้อมทุนการศึกษาเช่นกัน โดยจะเดินทางไปในเดือนมิถุนายนนี้

เรียน-เล่าวิทย์ฯ ยังไง ให้สนุก

       อย่างไรก็ตามแอนดรูวส์ มองว่า การศึกษาของคนรุ่นใหม่สำคัญมาก คือ การประยุกต์วิชาความรู้ต่างๆเข้าด้วยกัน ทั้ง 2โครงการที่จัดขึ้นจึงเป็นการประยุกต์ทั้ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปะ การใช้ภาษา สังคมศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยหวังว่าคนรุ่นใหม่ที่เติบโตไปประกอบอาชีพต่างๆ จะมาสามารถประยุกต์ความรู้ได้ดี

สกัดวิวาทเปิดเทอม!! ติวเข้มวิทยาลัยเสี่ยงรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276439

สกัดวิวาทเปิดเทอม!! ติวเข้มวิทยาลัยเสี่ยงรับมือ

อาชีวะ, เด็กวิวาท, สกัด, วิวาท, เปิดเทอม, เข้ม, วิทยาลัย, เสี่ยง, รับมือ, สกัดวิวาทเปิดเทอม, สุเทพ

“สุเทพ” ติวเข้มวิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงดูแลเข้มสกัดปัญหาทะเลาะวิวาทเปิดเทอม 18 พ.ค.นี้ ส่งสัญญาณสั่งย้ายมาแล้ว 2 วิทยาลัยเพิกเฉยไม่แก้ปัญหา

        เมื่อวันที่ 11 พ.ค.60 ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมซักซ้อมกำกับมาตรการป้องกันทะเลาะวิวาท ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวะ ซึ่งในวันที่ 18 พ.ค.วิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งจะเปิดภาคเรียนแล้ว โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยในปัญหาดังกล่าวและกำชับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้หามาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น รวมถึงให้ทุกวิทยาลัยปฎิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่30/2559เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะวิทยาลัยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน48แห่งจะต้องดำเนินการสกัดปัญหาเหล่านี้ไม่ให้มีเด็กก่อเหตุตีกันไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจุดเสี่ยงที่เด็กจะรวมตัวก่อเหตุ ขณะเดียวกันผู้บริหารและครูจะต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้นในการกวดขันดูแลจับตานักศึกษาของตนเองด้วยว่าไปทำอะไรที่ไหนมาเข้าเรียนตรงตามเวลาหรือไม่

        “นอกจากนี้จะมีการขึ้นบัญชีดำศิษย์เก่าที่ไม่จบการศึกษาแต่ยังเข้ามาวนเวียนชักชวนรุ่นน้องให้ไปก่อเหตุส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ด้วย อีกทั้ง ผู้บริหารหากละเลยไม่ได้ดำเนินการที่จะแก้ไขปัญหาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะผมได้ดำเนินการย้ายผู้บริหารที่เพิกเฉยการแก้ปัญหามาแล้วใน 2 วิทยาลัย แต่หากวิทยาลัยใดทำดีแก้ปัญหาเห็นผลสำเร็จจะมีรางวัลมอบให้แก่ผู้บริหารและครู เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติงาน ขณะเดียวกันสอศ.จะมอบเงินให้วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยง จำนวน 20,000บาทในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย”ดร.สุเทพ กล่าวและว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนจะเดินสายตรวจเยี่ยมวิทยาลัยกลุ่มเสี่ยง เพื่อกำชับมาตรการป้องกันนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทสู่การปฎิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ไทยเจ้าภาพ”แข่งฝีมือแรงงาน”ครั้งที่่12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276437

ไทยเจ้าภาพ”แข่งฝีมือแรงงาน”ครั้งที่่12

เจ้าภาพ, แข่ง, ฝีมือ, แรงงาน, ครั้ง, แข่งฝีมือแรงงาน, ศิริชัย

“ศิริชัย” เผย ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน”แข่งฝีมือแรงงาน”ครั้งที่่12 ใน ปี 61 มี 24 สาขา งานจัดที่เมืองทองธานี นนทบุรี

          เมื่อวันที่ 11 พ.ต.2560 พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่าหลังการประชุมคณะกรรมการการจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2561

ซึ่งการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน เป็นข้อตกลงของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งขันฯ ทุก 2 ปี และบรรจุไว้เป็นกิจกรรมหนึ่งของแผนงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้พิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio–Cultural Community Blueprint) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและกำลังแรงงานในภูมิภาคอาเซียน เกิดความตื่นตัวและสนใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือของตนให้ทันต่อเทคโนโลยีและทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลให้เยาวชนเหล่านั้นได้ก้าวเข้าสู่การเป็นช่างฝีมือในตลาดแรงงานเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและบริการของประเทศในอนาคต

การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน 2561 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยเบื้องต้นกำหนดจำนวนสาขาที่จะจัดงานแข่งขัน 24 สาขา โดยยึดตามแนวทางสาขาที่มีการจัดแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 11 ณ ประเทศมาเลเซีย และสาขาที่จะจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 44 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้สาขาแข่งขันอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการจัดแข่งขัน ซึ่งมีผู้แทนจากสมาชิกทุกประเทศร่วมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีการประชุมในเดือนกันยายนศกนี้

พลเอก ศิริชัย กล่าวต่อไปว่า สาขาที่จัดแข่งขันแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการ อาทิ สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาเขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ ฯลฯ (2) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีการสื่อสาร สาขาเว็บดีไซน์สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (3) กลุ่มสาขาอาชีพแฟชั่นและครีเอทีฟ อาทิ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี (4) กลุ่มสาขาอาชีพขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ สาขาเทคโนโลยียานยนต์ (5) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีก่อสร้างและอาคาร อาทิ สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น สาขาปูกระเบื้อง และ (6) กลุ่มสาขาบริการส่วนบุคคลและสังคม อาทิสาขาเสริมความงาม สาขาแต่งผม สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม สาขาประกอบอาหาร

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อกำหนดหน่วยงานที่ต้องดูแลและรับผิดชอบในกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องดำเนินการในวันแข่งขัน ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดงานมีประสิทธิภาพ และสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าแข่งขันด้วย อาทิ การประสานขอความร่วมมือจาก กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดกิจกรรม One School One Country สำนักงานตำรวจ ในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการรักษาความปลอดภัยแก่คณะผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน กรมอาเซียน เพื่อดูแลในเรื่องวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับกิจกรรมของอาเซียน กรมศุลกากร เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรในการนำเข้าเครื่องมือ เครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศเพื่อใช้ในการจัดงานแข่งขัน รวมทั้งการนำเข้า-ส่งออกลังเครื่องมือของผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอาเซียน

กรมเสมียนตรา ดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่เยาวชนไทยที่เข้าร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันเกี่ยวกับกิจการสัสดี กรมการขนส่งทางบก เพื่ออำนวยความสะดวก การจัดระบบการจัดระเบียบการขนส่งทางบก การจราจรที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดงานแข่งขัน กรมส่งเสริมอุสาหกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อร่วมกันประชาสัมพันธ์กับเครือข่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“กระทรวงการคลัง เพื่อดูแลด้านงบประมาณ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อร่วมจัดนิทรรศการ จัด Job fair ระหว่างการจัดงานแข่งขัน พร้อมเชิญชวนนักเรียน นักศึกษาทุกระดับ รวมทั้งสถานประกอบการและแรงงานเข้าเยี่ยมชมงานด้วย ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวมานั้น มีส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยให้การจัดงานแข่งขันฝีมืออาเซียน มีความสมบูรณ์ สร้างความประทับใจแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย เน้นย้ำที่สุดคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวแทนและผู้เข้าแข่งขัน” พลเอก ศิริชัยกล่าว

เข้ม! เจ้าของ”ธุรกิจสปา”จบป.ตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276368

เข้ม! เจ้าของ”ธุรกิจสปา”จบป.ตรี

สยส, เข้ม, เจ้าของ, ธุรกิจ, ธุรกิจสปา, เจ้าของธุรกิจสปา

คุมเข้ม “เจ้าของธุรกิจสปา” ต้องจบป.ตรี วิทยาศาสตรฺ์สุขภาพ หรือผ่านหลักสูตร ผู้ดำเนินการสปา 100 ชม.ขึ้นไป สบส.เผยเกณฑ์ใหม่ต้องขออนุญาตภายใน 21มิ.ย.60

          สบส.กำหนดหลักเกณฑ์ การทดสอบและประเมินความรู้ “ผู้ดำเนินการสปา”ต้องจบป.ตรี หรือผ่านหลักสูตร 100 ชั่วโมงชึ้นไป ต้องขออนุญาตภายใน 21 มิ.ย.60   ระบุ หาไม่ขออนุญาต ฯ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 

         นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2559 เป็นต้นมา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ในสถานประกอบการประเภทสปาเพื่อสุขภาพ ต้องรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานของสปาเพื่อสุขภาพ สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ และธุรกิจประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

           “ขณะนี้กรมสบส.ได้ออกประกาศ คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถของผู้ดำเนินการสปา ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไปคือตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป ใช้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศไทยW

          ตามประกาศฉบับนี้ กำหนดให้ผู้สมัครสอบเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปา) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์สำเร็จการศึกษาหรือคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จำนวน 100 ชั่วโมง จากสถาบัน หน่วยงาน องค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสบส. และประการสำคัญธุรกิจ สปาเพื่อสุขภาพนี้เป็นธุรกิจสีขาว ดังนั้นผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการก็จะต้องเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิด 5 คดีสำคัญได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับเพศ ทรัพย์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และค้าประเวณี

          นพ.วิศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ตามประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ที่จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปา)เพื่อสุขภาพรายใหม่ จะต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถ ซึ่งกรม สบส.จะกำหนดจัดสอบปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปี 2560 นี้ กำหนดสอบประมาณปลายปี 2560 ที่สนามสอบ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

          ส่วนผู้ที่จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปา) รายเก่า ที่ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถและได้รับการรับรองมาก่อนที่ประกาศฯมีผลบังคับใช้คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีสิทธิ์ยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปา) ภายใน 180 วัน คือ ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2560 นี้เท่านั้น เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการฯ จะต้องเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพซึ่งต้องผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ใหม่

          ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปา ต้องจัดให้มีผู้ดำเนินการอยู่ประจำสถานประกอบการตลอดเวลาที่เปิดทำการและหากผู้ใดทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการฯ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ฟัง สธ.ชี้แจง กรณีพยาบาลอดบรรจุ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276363

ฟัง สธ.ชี้แจง กรณีพยาบาลอดบรรจุ (คลิป)

 ชี้แจงเบื้องต้นพยาบาลอดบรรจุ  10,992 ตำแหน่ง

       เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.) เรียกหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้อง อาทิ  ที่ปรึกษารมว.สธ.  ปลัดสธ. รองปลัดสธ. และผู้แทนสภาการพยาบาล ถกด่วน  หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560  โดยส่วนหนึ่งระบุว่าไม่อนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 10,992 อัตรา

สธ.แจงพยาบาลอดบรรจุกว่า 1 หมื่นตำแหน่ง(ฉบับเต็ม)